Wednesday, 21 October 2026
WORLD

‘สหรัฐฯ’ เล็งต่อยอดแผนสันติภาพกาซา 20 ข้อ ใช้ในการเจรจาวิกฤติสงคราม ‘ยูเครน-รัสเซีย’

(1 ต.ค. 68) สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนทรัมป์ประจำตะวันออกกลาง เปิดเผยว่า แผนสันติภาพของโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เพื่อยุติการปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซาแบบทันที ถูกมองว่าเป็นแผนที่ก้าวหน้า และอาจสร้างแรงกระเพื่อมไปสู่การเจรจาสันติภาพในยูเครนด้วย

ทรัมป์เผยแพร่แผน 20 ข้อเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันที ซึ่งมีเงื่อนไขว่าต้องปล่อยตัวตัวประกันภายใน 72 ชั่วโมง และกำหนดว่า ฮามาสและกลุ่มอื่น ๆ ต้องไม่เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารฉนวนกาซา ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

นอกจากนี้ แผนดังกล่าวระบุให้การควบคุมฉนวนกาซาถูกมอบให้แก่เจ้าหน้าที่เทคนิค ภายใต้การกำกับขององค์กรระหว่างประเทศที่ทรัมป์เป็นหัวหน้าเอง ซึ่งวิตคอฟฟ์หวังว่าแนวทางนี้อาจสร้างโมเดลสันติภาพที่สามารถขยายผลไปยังภูมิภาคอื่น รวมถึงสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน

‘ชางเพ็ง เจา’ ผู้ก่อตั้ง Binance รวยขึ้นวันละเกือบ 2 พันล้านบาท Forbes ประเมินทรัพย์สินพุ่ง 80,600 ล้านดอลลาร์ แม้เพิ่งออกจากคุก

(1 ต.ค. 68) ชางเพ็ง เจา (Changpeng Zhao) หรือ CZ ผู้ก่อตั้ง Binance ชาวแคนาดาเชื้อสายจีน กลับมาเป็นมหาเศรษฐีติดจรวดอีกครั้ง หลังพ้นโทษจำคุกเพียงปีกว่า ๆ โดยข้อมูลจาก Forbes ประเมินว่าทรัพย์สินของเขาพุ่งขึ้นกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 1,743 ล้านบาท จาก 61,000 ล้านดอลลาร์เมื่อวันออกคุก ไปแตะระดับ 80,600 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน 

ขณะที่ Bloomberg ก็ประเมินใกล้เคียงกันว่า ทรัพย์สินของ CZ เพิ่มขึ้นจาก 30,800 ล้านดอลลาร์ ไปอยู่ที่ 52,100 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.77 แสนล้านบาท)

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ช่วงที่ถูกจำคุกเพียง 4 เดือน เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2567 Forbes เคยคำนวณว่า CZ อาจทำกำไรได้สูงถึงวันละ 25 ล้านดอลลาร์ โดยในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว มูลค่าทรัพย์สินของเขาอยู่ที่ 33,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะขยับขึ้นเป็น 57,800 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม หมายความว่าเขาสามารถกอบโกยเพิ่มได้ราว 3,000 ล้านดอลลาร์แม้ยังอยู่หลังลูกกรง

ความมั่งคั่งของ CZ ส่วนใหญ่ยังคงมาจากการถือหุ้น 90% ของ Binance และการครอบครองเหรียญ BNB มหาศาล ซึ่งราคาพุ่งขึ้นกว่า 80% หลังจากเขาได้รับการปล่อยตัว ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและกลับมาเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของโลกในอันดับที่ 22 จากการจัดอันดับของ Forbes

ปัจจุบัน CZ เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวในวงการคริปโต โดยสนับสนุน Aster แพลตฟอร์มเทรด Perpetual Dex ที่ได้รับทุนจาก YZi Labs (อดีต Binance Labs) พร้อมทุ่มเวลาให้กับ Giggle Academy แพลตฟอร์มการศึกษาออนไลน์ฟรีสำหรับเด็กทั่วโลก ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเขายังมีบทบาทสำคัญทั้งในแวดวงเทคโนโลยีการเงินและด้านสังคม

‘เมืองปอร์โต้’ โปรตุเกส เสน่ห์เงียบที่คนรวยแห่จับจอง ชนะใจเศรษฐีที่เบื่อความหรูหราใน ‘ลอนดอน-ปารีส-สิงคโปร์’

(1 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก Annabel - Your Wealth Architect โพสต์แชร์เรื่องราวของ…ปอร์โต้ (Porto) เมืองริมแม่น้ำโดรู (Douro) ของโปรตุเกส กำลังกลายเป็นจุดหมายใหม่ของเศรษฐีรุ่นใหม่ที่ต้องการความหรูหราแบบไม่ต้องประกาศ ต่างจากเมืองใหญ่อย่างลอนดอน ปารีส หรือสิงคโปร์ ซึ่ง Porto ดึงดูดด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่สงบ และความเป็น “discreet luxury” ความหรูที่ซ่อนอยู่ 

เสน่ห์ของเมืองนี้ไม่ได้อยู่ที่ตึกสูงหรือห้างแบรนด์เนม แต่คือศิลปะและวิถีชีวิต เช่น สถานีรถไฟ São Bento ที่เต็มไปด้วยกระเบื้อง Azulejos เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ หรืออาหารท้องถิ่นอย่าง Francesinha ที่เกิดจากความขาดแคลนหลังสงคราม แต่กลับกลายเป็นเอกลักษณ์ระดับชาติ เมืองนี้สะท้อนว่า “ข้อจำกัดสร้างวัฒนธรรม” ได้จริง

ในมุมเศรษฐกิจ Porto ถูกจัดให้เป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์หรูที่โตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บ้านริม Douro ราคาไม่กี่ล้านยูโรแต่ได้วิวแม่น้ำและไร่องุ่น ขณะที่คุณภาพชีวิตสูงกว่าหลายเมืองใหญ่ โปรตุเกสยังติดอันดับประเทศที่ปลอดภัยและเหมาะกับการเกษียณ ทำให้เศรษฐีจากยุโรปเหนือและอเมริกาเหนือแห่ย้ายมาใช้ชีวิตที่นี่

มากกว่านั้น Porto ยังถูกมองว่าเป็นเมืองอนาคตด้านพลังงานสะอาด เพราะโปรตุเกสเป็นผู้นำในยุโรปด้าน offshore wind ใครถือครองที่ดินริมมหาสมุทรแอตแลนติกวันนี้ ไม่ได้ถือแค่บ้าน แต่ถือ “อนาคตพลังงานโลก” ด้วย Porto จึงไม่ใช่เพียงเมืองไวน์ แต่กำลังจะกลายเป็นสนามเด็กเล่นของเศรษฐีที่เข้าใจว่า ความสงบและความจริงใจมีค่ามากกว่าทองคำ

ปธน.มาดากัสการ์ สั่งยุบรัฐบาล!! หลังกลุ่ม Gen Z ลุกฮือประท้วง จากปัญหาความยากจน-ขาดแคลนน้ำ-ไฟดับ เสียชีวิตแล้ว 22 ศพ

(30 ก.ย. 68) มาดากัสการ์เผชิญวิกฤติการเมืองครั้งใหญ่ หลังประธานาธิบดีอังดรี ราเจอลินา (Andry Rajoelina) ประกาศยุบรัฐบาลเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังการประท้วงที่นำโดยคนรุ่นใหม่ หรือเรียกว่ากลุ่ม Gen Z ปะทุรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 คน ตามรายงานของสหประชาชาติ สาเหตุหลักคือความไม่พอใจต่อความยากจน การขาดแคลนน้ำ และไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง

ราเจอลินา กล่าวในแถลงการณ์ทางทีวีว่า ขอยุติบทบาทของนายกรัฐมนตรีคริสเตียน นทเซย์ (Christian Ntsay) และคณะรัฐมนตรีทั้งหมด แต่จะให้ทำงานชั่วคราวจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ภายใน 3 วัน โดยเขายืนยันว่าเขารับฟังเสียงของประชาชน พร้อมขอโทษที่รัฐบาลบางคนทำงานไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

การประท้วงครั้งนี้มีเยาวชนหลายพันคนออกมาเดินขบวน โดยใช้สัญลักษณ์ธงโจรสลัดจากการ์ตูนดัง One Piece พร้อมชูคำปลุกใจ “เราต้องการมีชีวิต ไม่ใช่แค่เอาตัวรอด” 

ทั้งนี้ ประเทศมาดากัสการ์มีประชากรเกือบ 30 ล้านคน แต่กว่า 75% อยู่ใต้เส้นความยากจน และเพียง 36% ที่เข้าถึงไฟฟ้า แม้ตัวเลขผู้เสียชีวิตจาก UN ระบุที่ 22 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 คน แต่รัฐบาลมาดากัสการ์ปฏิเสธตัวเลขดังกล่าว โดยยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูล ขณะเดียวกัน ผู้ประท้วงจำนวนมากยังคงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออก ซึ่งเจ้าตัวยังไม่ส่งสัญญาณว่าจะถอยออกจากตำแหน่ง

‘สี จิ้นผิง’ นำคณะผู้นำจีนร่วมพิธีสดุดีวีรชน ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน ก่อนวันชาติจีน 1 ต.ค. นี้

เมื่อเช้าวันที่ (30 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พร้อมด้วยคณะผู้นำระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาล เข้าร่วมพิธีรำลึก 'วันสดุดีวีรชน' ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง เพื่อวางพวงดอกไม้สดุดีเหล่าวีรชนผู้เสียสละ ซึ่งพิธีนี้จัดขึ้นก่อนวันชาติหนึ่งวัน และปีนี้ยังตรงกับวาระครบรอบ 80 ปีชัยชนะในสงครามต่อต้านญี่ปุ่นและสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย

โดยผู้นำจีนที่ร่วมพิธี ได้แก่ นายกรัฐมนตรีหลี่ เชียง, จ้าว เล่อจี้, หวัง หูหนิง, ไช่ ฉี, ติง เสวี่ยเสียง, หลี่ ซี และหาน เจิ้ง รวมทั้งตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ทุกคนได้ร่วมกันร้องเพลงชาติและยืนสงบนิ่งเพื่อรำลึกถึงผู้ที่พลีชีพเพื่อการปลดปล่อยประชาชนและการสร้างสาธารณรัฐประชาชนจีน

ในพิธีได้มีการวางพวงดอกไม้ขนาดใหญ่ 9 ชุด บริเวณอนุสรณ์สถานวีรชนประชาชน โดยมี ‘สี จิ้นผิง’ และผู้นำคนอื่น ๆ เดินขึ้นไปหน้าสถานที่เพื่อจัดริบบิ้นบนพวงดอกไม้ และเดินรอบอนุสรณ์เพื่อถวายความเคารพ ริบบิ้นบนพวงดอกไม้เขียนข้อความ “เกียรติยศนิรันดร์แด่วีรชนประชาชน”

พวงดอกไม้ถูกจัดถวายในนามขององค์กรและสถาบันสำคัญของจีน ทั้งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์, สภาประชาชนแห่งชาติ, คณะรัฐมนตรี, สภาที่ปรึกษาการเมือง, คณะกรรมาธิการทหารกลาง, พรรคการเมืองอื่น ๆ, สหพันธ์อุตสาหกรรมและการค้า, องค์กรภาคประชาชน ตลอดจนทหารผ่านศึก ข้าราชการอาวุโสที่เกษียณอายุ ญาติของผู้เสียสละ และเยาวชนจีน โดยพิธีครั้งนี้มีหยิน ลี่ สมาชิกโปลิตบูโรและเลขาธิการพรรคฯ ประจำกรุงปักกิ่ง เป็นผู้ดำเนินการ

‘ทรัมป์’ ยันสหรัฐฯ พร้อมหนุนหลัง ‘อิสราเอล’ ลุยเต็มสูบ หาก ‘ฮามาส’ ปัดแผนสันติภาพในฉนวนกาซา

(30 ก.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐจะให้การสนับสนุนอิสราเอลแบบเต็มที่ หากฮามาสปฏิเสธแผนสันติภาพกาซาที่เขานำเสนอ และถ้าฮามาสไม่ยอมรับ “บีบี (เนทันยาฮู) จะได้รับการหนุนหลังจากเราเต็มที่ในการทำสิ่งที่จำเป็น” โดยทรัมป์กล่าวต่อหน้าผู้นำอิสราเอลในการแถลงร่วมที่ได้รับความสนใจจากสื่อระหว่างประเทศ

สำหรับแผนที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เป็นเอกสารประมาณ 20 ข้อ มีแกนหลักคือให้หยุดยิงทันที แลกการปล่อยตัวตัวประกัน–แลกนักโทษ, การถอนกำลังของอิสราเอลเป็นระยะ และส่งกองกำลังรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ (ISF) ควบคุมความมั่นคงควบคู่กับการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนเศรษฐกิจในกาซา พร้อมทั้งเสนอการนิรโทษกรรมสำหรับสมาชิกฮามาสที่ยอมปลดอาวุธและยอมเข้ากระบวนการสันติภาพ

เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่าเขาสนับสนุนแผนของทรัมป์และมองว่าเอกสารดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายสงครามของอิสราเอลที่จะนำตัวประกันกลับมาและยุติความสามารถทางทหารของฮามาส แต่ก็เตือนว่าหากฮามาสปฏิเสธหรือยอมรับเพียงผิวเผินและยังต่อต้าน อิสราเอลจะ “จัดการเอง” ไม่ว่าจะเป็นทางง่ายหรือทางยาก

อย่างไรก็ดี ความเป็นไปได้ของแผนยังถูกตั้งคำถามเพราะฮามาสยังไม่ได้ตกลงอย่างเป็นทางการและการโจมตีทางทหารยังคงเกิดขึ้นในบางพื้นที่ นักวิเคราะห์เตือนว่าการนำแผนไปปฏิบัติจริงต้องอาศัยการประสานจากหลายฝ่ายในภูมิภาคและความเชื่อใจที่ยังขาดอยู่ ซึ่งอาจทำให้แผนเดินหน้าได้ยากแม้จะมีการประกาศสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอลแล้วก็ตาม

ศาลจีนเมืองเหวินโจว ตัดสินประหาร 11 สมาชิก ‘ตระกูลหมิง’ ฐานเอี่ยวแก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์-พนันออนไลน์ ในเมียนมา

(30 ก.ย. 68) ศาลกลางเมืองเหวินโจว ประเทศจีน มีคำพิพากษาประหารชีวิตสมาชิกตระกูล 'หมิง' จำนวน 11 คน จากข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมที่ตั้งฐานอยู่ในโคกาง เขตปกครองตนเองชาวโกก่างของเมียนมา โดยกลุ่มดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าดำเนินธุรกิจพนันออนไลน์และศูนย์สแกมเมอร์มูลค่ากว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการสังหารแรงงานที่พยายามหลบหนีหรือไม่เชื่อฟังคำสั่ง

นอกจากนั้น ศาลยังตัดสินลงโทษประหารชีวิตอีก 5 คน แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี ซึ่งโดยปกติมักถูกเปลี่ยนเป็นจำคุกตลอดชีวิตในภายหลัง ขณะที่จำเลยอีก 12 คนถูกตัดสินโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ไปจนถึง 24 ปี โดยทางการจีนได้ออกหมายจับสมาชิกตระกูลหมิงตั้งแต่ปี 2023 ฐานฉ้อโกง ฆาตกรรม และกักขังโดยมิชอบ

รายงานของศาลระบุว่า ขบวนการดังกล่าวอาศัยกำลังติดอาวุธเพื่อควบคุมพื้นที่และจัดตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์หลายแห่ง โดยถูกกล่าวหาว่าสังหารผู้คนอย่างน้อย 14 คน หนึ่งในนั้นเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2023 ที่คนของกลุ่มเปิดฉากยิงใส่แรงงานในศูนย์สแกมเมอร์เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกส่งตัวกลับไปจีน ทั้งนี้ มีการเปิดเผยว่ากลุ่มดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจาก “ผู้อุปถัมภ์ทางการเงิน” และมอบการคุ้มครองด้วยอาวุธเป็นการตอบแทน

สำหรับ ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ และการพนันผิดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นประเด็นร้อน โดยองค์การสหประชาชาติประเมินว่าอุตสาหกรรมอาชญากรรมไซเบอร์ในภูมิภาคนี้มีมูลค่ากว่า 40 พันล้านดอลลาร์ต่อปี จีนจึงเดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง ทั้งการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านและการบุกทลายค่ายต่าง ๆ ล่าสุดเมื่อต้นปีนี้ จีน เมียนมา และไทย ได้ร่วมกดดันขบวนการดังกล่าวตามแนวชายแดน ส่งผลให้มีแรงงานกว่า 7,000 คนถูกปล่อยตัว ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่ถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์หลอกลวงเหล่านี้

‘ทรัมป์-เนทันยาฮู’ จับมือเห็นชอบแผนสันติภาพกาซา 20 ข้อ รอการตัดสินใจของฮามาส

เมื่อวันที่ (29 ก.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้นำเสนอ “แผนสันติภาพกาซา 20 จุด” ร่วมกับนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู โดยแผนดังกล่าวมีข้อเสนอให้ อิสราเอลหยุดยิงทันทีและถอนกำลังเป็นระยะ พร้อมกับให้ ฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากที่อิสราเอลยอมรับแผนดังกล่าว

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือ การนิรโทษกรรมแก่สมาชิกฮามาสที่ยอมมอบตัวพร้อมปลดอาวุธ และห้ามไม่ให้ฮามาสมีบทบาทในการปกครองกาซาอีกต่อไป แทนที่ด้วยการจัดตั้ง “คณะผู้บริหารเทคนิค” ภายใต้การดูแลของหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น “Board of Peace” ที่ทรัมป์จะเป็นประธานร่วมกับบุคคลอื่น ๆ เช่น เซอร์แอนโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร (Sir Anthony Blair)

แผนยังระบุด้วยว่าจะมีการส่ง กองกำลังรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ (International Stabilization Force หรือ ISF) เข้าไปควบคุมความมั่นคงภายในกาซาโดยตรง โดยที่ฮามาสจะไม่มีบทบาทในการจัดการภายในพื้นที่

ส่วนด้าน แผนพัฒนาเศรษฐกิจของทรัมป์ ระบุว่าจะฟื้นฟูเมืองกาซาภายใต้แนวคิด “New Gaza” โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภูมิภาคมาดำเนินโครงการก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone) และโครงการรายใหญ่หลายโครงการร่วมทุน (public-private partnerships)

ทั้งนี้แผนเก่าที่ถูกเปิดเผยก่อนหน้านี้ ยังเคยเสนอชื่อ “GREAT Trust” ซึ่งมีแนวคิดฟื้นฟูกาซาเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี และอาจมีการย้ายถิ่นชั่วคราวหรือจูงใจให้ชาวกาซาย้ายออกบางส่วนในระหว่างการก่อสร้าง

‘รัสเซีย’ เตือน ‘ยูเครน’ อย่าเมินการร่วมโต๊ะเจรจา ย้ำยิ่งคุยกันช้า…ยิ่งทำให้เคียฟเป็นฝ่ายเสียเปรียบเอง

(29 ก.ย. 68) รัสเซียยืนยันว่ายังไม่ได้รับสัญญาณใด ๆ จากยูเครนเกี่ยวกับการกลับมาเจรจาสันติภาพ โดย ดมิตรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกประจำทำเนียบเครมลิน ระบุว่า ฝ่ายรัสเซียยังคงเปิดกว้างต่อการพูดคุย แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีท่าทีจากเคียฟเลยแม้แต่น้อย

สำหรับการเจรจารอบล่าสุดเกิดขึ้นที่อิสตันบูลเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2025 ทั้งสองฝ่ายตกลงแลกเปลี่ยนเชลยที่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บร้ายแรง และรัสเซียยังได้เสนอให้ยูเครนตั้งคณะทำงานด้านการเมือง มนุษยธรรม และการทหารเพื่อหารือออนไลน์ แต่ยูเครนยังไม่ตัดสินใจ ต่อมาในเดือนกันยายน รัสเซียยอมรับว่ากระบวนการเจรจาอยู่ในภาวะชะงักงัน

เปสคอฟระบุว่า ยูเครนอาจจงใจไม่ขยับ เพื่อแสดงต่อผู้สนับสนุนในยุโรปว่ายังพร้อมสู้ต่อไป แต่เปสคอฟย้ำว่า “ยิ่งปล่อยให้การเจรจาล่าช้า ตำแหน่งต่อรองของยูเครนก็จะยิ่งแย่ลง”

จีนเปิดสะพานสูงที่สุดในโลก ‘ห้วยเจียง แกรนด์แคนยอน บริดจ์’ สูง 625 เมตร!! ช่วยเดินทางเร็วขึ้น จาก 2 ชม. เหลือเพียง 2 นาที

เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา จีนเปิดสะพานสูงที่สุดในโลก 'ห้วยเจียง แกรนด์แคนยอน บริดจ์' (Huajiang Grand Canyon Bridge) ในจังหวัดกุ้ยโจว โดยสะพานแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำเป่ยผาน มีความสูงถึง 625 เมตร สามารถช่วยย่นเวลาเดินทางข้ามหุบเขาลึกจากเดิม 2 ชั่วโมง เหลือเพียง 2 นาที ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างกว่า 3 ปีเต็ม

สำหรับตัวสะพานมีความยาวรวม 2,890 เมตร และช่วงกลางยาว 1,420 เมตร ทำให้กลายเป็นสะพานแขวนเหล็กที่มีช่วงกลางยาวที่สุดในพื้นที่ภูเขา โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่า โครงการนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานของจีน ที่ยังเดินหน้าขยายเครือข่ายคมนาคมอย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ สถิติสะพานสูงที่สุดในโลกก็อยู่ที่กุ้ยโจวเช่นกัน คือสะพานแม่น้ำเป่ยผาน เปิดใช้งานในปี 2016 ที่มีความสูง 565.4 เมตร ห่างจากสะพานใหม่ 100 กิโลเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของภูมิภาคนี้ในการสร้างสถิติด้านวิศวกรรมสะพานของโลก

ก่อนหน้านี้ สถิติสะพานสูงที่สุดในโลกก็อยู่ที่กุ้ยโจวเช่นกัน คือสะพานแม่น้ำเป่ยผาน เปิดใช้งานในปี 2016 ที่มีความสูง 565.4 เมตร ห่างจากสะพานใหม่เพียงร้อยกิโลเมตร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของภูมิภาคนี้ในการสร้างสถิติด้านวิศวกรรมสะพานของโลก

ปัจจุบัน มณฑลกุ้ยโจวแม้จะเป็นพื้นที่ยากจน แต่มีการสร้างสะพานแล้วกว่า 30,000 แห่งในพื้นที่ภูเขาสลับซับซ้อน และยังครองตำแหน่งบ้านของสะพานสูงที่สุดในโลกหลายแห่ง โดยเกือบครึ่งหนึ่งของสะพานที่สูงที่สุด 100 แห่งในโลก อยู่ในมณฑลแห่งนี้เอง

ชาวญี่ปุ่นจวกนโยบายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้นตอปัญหาทำขยะเกลื่อนเมือง และทำสังคมวุ่นวายมากขึ้น

(29 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊กเจแปน - แจนแปล โพสต์ข้อความว่า…ตอนนี้สังคมญี่ปุ่นกำลังถกเถียงร้อนแรงเรื่องการเปิดรับคนต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยหลายคนในโซเชียลแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน ถึงขั้นเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็น “การถูกบังคับให้รับวัฒนธรรมอื่นเข้ามา” เพราะมองว่าทำให้ประเทศที่เคยเป็นระเบียบ สะอาด และปลอดภัย กลายเป็นสังคมที่วุ่นวายมากขึ้น กรณีล่าสุดที่จุดกระแสก็คือภาพ “กองขยะ” ที่ถูกทิ้งไม่เป็นที่เป็นทาง จนถูกนำมาโยงกับพฤติกรรมของผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติ

นักการเมืองญี่ปุ่น โคซากะ เอจิ ได้โพสต์ภาพกองขยะพร้อมข้อความประชดว่าเป็น “สถานที่ที่ถูกบังคับให้ต้องรับวัฒนธรรมอื่น” ซึ่งยิ่งทำให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากออกมาแสดงความคิดเห็น หลายคนเล่าว่าเจอปัญหาคล้ายกัน ทั้งการทิ้งเครื่องใช้ไฟฟ้าผิดกฎ หรือพื้นที่ส่วนกลางที่สกปรกจากครอบครัวชาวต่างชาติไม่กี่ครอบครัว จนเกิดความกังวลว่าหากมีผู้อพยพเพิ่มขึ้น สังคมญี่ปุ่นอาจ “พังยับ”

กระแสความโกรธยังพุ่งไปที่นักการเมืองที่ออกนโยบายเปิดรับแรงงานและผู้อพยพ โดยบางคนถึงขั้นกล่าวโทษอดีตนายกฯ ชินโซ อาเบะ ว่าเป็นผู้ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศผู้อพยพ ขณะที่อีกกลุ่มกล่าวหา สส.ที่หนุนการย้ายถิ่นว่าเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว และทำลายความมั่นคงของชาติ ทั้งด้านวัฒนธรรม ความปลอดภัย และอัตลักษณ์ของญี่ปุ่นเอง

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ปัญหาขยะหรือระเบียบชุมชน แต่ถูกยกระดับเป็น “วิกฤตประเทศ” มีการยกตัวอย่างยุโรปที่พยายามอยู่ร่วมกับผู้อพยพ แต่กลับเผชิญอาชญากรรมและปัญหาสังคมรุนแรง พร้อมเตือนว่าญี่ปุ่นอาจเดินซ้ำรอยหากยังดึงคนต่างชาติเข้ามาเพิ่มโดยไม่ควบคุม

เสียงสะท้อนเหล่านี้สะท้อนว่า ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากรู้สึก “ทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ” กองขยะที่เห็นไม่ใช่เพียงขยะธรรมดา แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวของรัฐบาล ที่เลือกแลกความสงบเรียบร้อยของประชาชนกับผลประโยชน์จากการเปิดประเทศรับแรงงานต่างชาติ

คุณตาเจ้าของร้านล้างรถ วัย 79 ฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ 50 ล้านดอลล์!! อ้างถูก จนท. ICE ทำร้ายซี่โครงหัก-สมองกระเทือน

(29 ก.ย. 68) นายราฟี โอลลาห์ ชูเฮด (Rafie Ollah Shouhed) วัย 79 ปี เจ้าของร้านล้างรถในนครลอสแอนเจลิส ยื่นฟ้องหน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (ICE) มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ ICE และหน่วยงานความมั่นคงอื่น ๆ ทำร้ายร่างกายเขาระหว่างการบุกตรวจค้นเมื่อ 9 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าถูกผลักล้ม กระแทกพื้น และถูกกดทับโดยเจ้าหน้าที่หลายคน ขณะพยายามสอบสวนธุรกิจของตน

ทนายความของนายชูเฮดระบุว่า กล้องวงจรปิดเผยให้เห็นการใช้กำลังอย่างรุนแรงโดยไม่จำเป็น เจ้าของร้านสูงวัยถูกกักตัวนาน 12 ชั่วโมงโดยไม่ได้รับการรักษาพยาบาล ก่อนจะถูกปล่อยตัวโดยไม่ตั้งข้อหา ซึ่งเขาอ้างว่าได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก ศอกบาดเจ็บ และอาการกระทบกระเทือนทางสมอง ขณะที่ตนเองยังมีโรคหัวใจและพยายามร้องขอความช่วยเหลือแต่ถูกเพิกเฉย

กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (DHS) ชี้แจงว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบุกจับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 5 คนจากกัวเตมาลาและเม็กซิโก โดยระบุว่าเจ้าของร้านเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ที่ขัดขวางการปฏิบัติงานและถูกจับในข้อหาทำร้ายและขัดขวางเจ้าหน้าที่ ซึ่งต่อมาถูกปล่อยตัวแล้ว

กรณีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งอย่างต่อเนื่องเรื่องการกวาดล้างคนเข้าเมืองในลอสแอนเจลิส ซึ่งจุดชนวนการประท้วงและคดีฟ้องร้องจำนวนมาก ล่าสุดผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียลงนามกฎหมายห้ามเจ้าหน้าที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า โดยให้เหตุผลว่าเป็นภาพลักษณ์ที่คล้ายหน่วยตำรวจลับในระบอบเผด็จการ ขณะที่ทำเนียบขาวยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จากรัฐบาลกลางไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว

อดีตรมต.เกษตรจีน รับสินบนพันล้าน ศาลพิพากษาประหารชีวิต!! รอลงอาญา 2 ปี

(29 ก.ย. 68) ศาลชางชุน มณฑลจี๋หลิน มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ให้ ถัง เหรินเจียน อดีตรัฐมนตรีเกษตรและกิจการชนบทของจีน รับโทษประหารชีวิต แต่ให้รอลงโทษ 2 ปี ซึ่งมีแนวโน้มจะถูกปรับเป็นจำคุกตลอดชีวิตในคดีทุจริตรับสินบน มูลค่ารวมกว่า 268 ล้านหยวน (ราว 37.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1,387 ล้านบาท) โดยศาลระบุว่าเขาได้สารภาพและให้ความร่วมมือกับการสอบสวน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายถังรับสินบนเป็นเงินสดและทรัพย์สิน ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2007 ถึง 2024 ขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีคำสั่งขับเขาออกจากพรรคตั้งแต่ปลายปี 2024 หลังถูกคณะกรรมการตรวจสอบวินัยสอบสวนอย่างรวดเร็ว ซึ่งกรณีนี้มีความใกล้เคียงกับคดีของอดีตรัฐมนตรีกลาโหม หลี่ ซางฝู (Li Shangfu) และ เว่ย เฟิงเหอ (Wei Fenghe) ที่ถูกสอบทุจริตเช่นกัน

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เดินหน้าปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเข้มข้นตั้งแต่ปี 2020 โดยชี้ว่าการทุจริตคือภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดต่อพรรคฯ 

‘สหรัฐฯ’ เตรียม!! เพิกถอนวีซ่าผู้นำโคลอมเบีย หลังร่วมประท้วง!! ยุยง!! ทหารไม่เชื่อฟังคำสั่ง

(28 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

Fox News รายงาน กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯเตรียมเพิกถอนวีซ่าของประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตรแห่งโคลอมเบีย 

อันเนื่องมาจากมีคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่าประธานาธิบดีโคลอมเบียได้เข้าร่วมการประท้วงที่นิวยอร์กซิตี้ "เรียกร้องให้ทหารสหรัฐฯ ฝ่าฝืนคำสั่งและยุยงให้เกิดความรุนแรง" หลังจากที่เขาได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

ด้าน Reuters รายงาน   ประธานาธิบดีโคลอมเบีย กล่าวสวนทันที: “ข้าฯไม่ต้องการวีซ่าสหรัฐฯ – ข้าฯคืออิสระชนบนโลกใบนี้” ประธานาธิบดีเปโตรแห่งโคลอมเบียกล่าวว่าสหรัฐฯ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศด้วยการเพิกถอนวีซ่าของเขา หลังจากที่เขาเข้าร่วมการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ในนิวยอร์ก และเรียกร้องให้ทหารสหรัฐฯ ไม่เชื่อฟังทรัมป์

เขากล่าวว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้วีซ่าอยู่แล้ว โดยเรียกตัวเองว่าเป็น “อิสระชนบนโลกใบนี้” และกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าลงโทษเขาเพียงเพราะ “ประณามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”

ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯและรัฐบาลโคลอมเบียเพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่เปโตรสั่งระงับเที่ยวบินเนรเทศและตัดความสัมพันธ์กับอิสราเอลในปี 2024

ขณะนี้เขาเรียกร้องให้มีการจัดตั้งกองกำลังติดอาวุธระดับโลกที่แข็งแกร่งกว่าสหรัฐฯ เพื่อปลดปล่อยปาเลสไตน์

ด้านมืด!! ‘เมืองผู้ดี’ ที่ ‘BBC’ เลือกที่จะเงียบ ไม่เคยคิดทำสารคดี โสเภณีถูกกฎหมาย!! เสียภาษีรายได้ แต่ตรวจโรค ต้องควักจ่ายเอง

(28 ก.ย. 68) หลังจากมีกระแสตีกลับเรื่องที่ BBC ทำสารคดีเกี่ยวกับด้านมืดของสวรรค์นักท่องเที่ยวในเมืองไทย มาวันนี้เอย่าจะมาเล่าอะไรต่อมิอะไรให้ทราบกัน  เรื่องแรกเลยที่ BBC สื่อเมืองผู้ดีควรจะทราบก่อนเลยคือเรื่องโสเภณีในอังกฤษก็มีมาตั้งแต่อดีตที่หลายคนรู้จักในยุคศตวรรษ 70-90  ที่ปรากฏตามภาพยนตร์ก็อย่างเช่นย่าน Soho ที่เป็นย่านบันเทิงมาตั้งแต่ยุควิคตอเรียและ Whitechapel ที่นอกจากจะมีตำนานแจ็ด เดอะริปเปอร์แล้ว ตำนานในย่านนี้ที่คนรู้จักกันดีคือหญิงขายบริการที่ใครจะมาหาซื้อก็ต้องมาในย่านนี้

ในปัจจุบันย่านโคมแดงของลอนดอนนอกจากจะเป็นย่าน Soho  ที่อุดมไปด้วยคลับ บาร์สำหรับผู้ใหญ่แล้ว ยังมีย่าน Kings Cross และย่าน Camden ที่มีการขายบริการทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ในย่านนี้รวมถึงในเมืองใหญ่อื่นๆนอกลอนดอนอย่าง แมนเชสเตอร์ ลิเวอร์พูล หรือเบอร์มิงแฮม ก็มีธุรกิจลักษณะนี้อยู่เช่นเดียวกันกระจายไปทั่วไม่ได้แตกต่างอะไรกับประเทศไทย

สิ่งที่ดูแล้วจะทำให้รู้สึกว่าการขายบริการในอังกฤษต่างจากประเทศไทยคือการค้าประเวณีถือเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมายและจะต้องเสียภาษีโดยคนที่คิดจะทำอาชีพนี้ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้าประเวณีกับ HM Revenue & Customs เพื่อให้ได้ Unique taxpayer reference เพื่อใช้สำหรับการยื่นภาษีรายได้โดยผู้ค้าประเวณีจะต้องทำบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายสำหรับยื่นในการเสียภาษีรายได้และ National Insurance โดยการจัดเก็บภาษีจะเป็นขั้นบันไดตั้งแต่ 20-45% และ National insurance จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มขึ้นกับฐานรายได้ โดยหากรายได้ไม่เกิน 12,570 ปอนด์ต่อปีจะเสียอยู่ที่ 3.45 ปอนด์ต่อสัปดาห์และหากรายได้เกินกว่านี้จะเก็บเป็นขั้นบันไดตามลำดับ

อีกจุดที่ต่างกันคือกฎหมายของอังกฤษห้ามให้มีการประกอบกิจการซ่อง หรือ Brothel โดยถือว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจผิดกฎหมายนั่นเองเพราะในอังกฤษมองว่าการเปิดซ่องนั้นสุ่มเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์นั่นเอง  อย่างไรก็ตามในอังกฤษก็ไม่ได้ต่างจากไทยคือการค้าประเวณีแฝงที่อยู่ในสถานบันเทิงอย่างผับ บาร์ คาราโอเกะหรือร้านนวด

สุดท้ายเอย่ามองว่าการมองหามุมมืดของทุกประเทศนั้นมีหมดในอังกฤษเองก็ไม่ได้สะอาดหมดจดแถมยังเลือกจะแก้ปัญหาให้มีโสเภณีเสรีเสียอีกด้วยโดยปราศจากการควบคุมการตรวจโรคทางเพศสัมพันธ์นอกจากผู้ค้าสมัครใจตรวจโรคเองและเสียค่าใช้จ่ายเอง  ในขณะที่ประเทศไทยในยุคที่อาบอบนวดเฟื่องฟู มีข้อมูลมาว่าสถานบริการทางเพศที่ถูกต้องตามกฎหมายในไทยจะมีบังคับให้ตรวจโรคทุก 3-4 เดือนและต้องใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ซึ่งค่าใช้จ่ายในการตรวจโรคเป็นสวัสดิการจากเจ้าของกิจการแก่พนักงาน

สุดท้ายเอย่าไม่ทราบว่า BBC ทำสารคดีนี้ต้องการอะไรแต่ช่วยกลับไปหาถึงมุมมืดในประเทศตนเองและทำสารคดีออกมาจะดีกว่าไหมว่ากฎหมายที่ตัวเองใช้ควบคุม Sex worker ของตนนั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือเปล่ารวมถึงสวัสดิการในการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top