Wednesday, 15 July 2026
WORLD

องค์หญิงฯ กัมพูชา ทนไม่ได้ ต้องออกมา Live สด ลั่น!! สงครามไม่เคยนำไปสู่ชัยชนะที่แท้จริง

(25 ส.ค. 68) ความจริงเรื่องนี้ค่อนข้างผ่านมาพอสมควรแล้ว  แต่เรื่องนี้ก็เรียกได้ว่ายังอยู่ในกระแสอยู่ไม่ตกไปไหน  นั่นคือเรื่องที่ เจ้าหญิงนโรดม เจนณา แห่งกัมพูชา ได้แสดงจุดยืนต่อต้านสงครามผ่านทางวิดีโอที่โพสต์ในโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เพื่อเรียกร้องให้โลกาอย่าเชื่อข่าวปลอมและให้หยุดความขัดแย้งต่างๆ. โดยวิดีโอดังกล่าวปรากฏขึ้นหลังจากการกล่าวหาว่ามีการกบฏต่อกษัตริย์กัมพูชาที่ทำให้องค์หญิงฯต้องออกมา Live ในฐานะที่ตนเป็นราชนิกูลหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ โดยเอย่าขอสรุปเป็นข้อๆดังต่อไปนี้

• องค์หญิงฯได้ออกมากล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่าขอให้ “ชาวโลกไม่หลงเชื่อความโกรธและข้อมูลที่บิดเบือน” และยืนยันว่าเธอ “ยืนเคียงข้างชาติของเธอ“ โดยใจความว่าเธอต้องการใช้พื้นที่ของตัวเองปัดข่าวลือหรือข่าวเท็จนั่นเอง
• ทรงกล่าวต่อว่า "สงครามไม่เคยนำไปสู่ชัยชนะที่แท้จริง" แต่กลับสร้างแต่ความเจ็บปวดต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะครอบครัวที่สูญเสียความสงบสุขไปตลอดกาล
• ทรงเน้นว่า แม้กัมพูชาจะเป็นประเทศเล็ก แต่มี จุดยืนแน่วแน่ในการรักษาสันติภาพ, และแสดงความเคารพต่อความทุกข์จากอดีตที่ชาติได้เคยเผชิญ เช่น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และสงครามกลางเมือง
• ทรงสื่อถึงความสูญเสียที่เกิดจากสงครามช่วงอดีตว่า: “สงครามไม่ได้ทำให้เราได้ที่ดิน หรืออำนาจ มีแต่ความสูญเสีย บ้านพัง พ่อแม่กลายเป็นหม้าย ลูกกลายเป็นเด็กกำพร้า อนาคตที่หายไป”
• ในถ้อยแถลงภาษาภาษาจีนและภาษาฝรั่งเศสของคำแถลง ยังกล่าวว่า: “สงครามไม่เคยนำมาซึ่งชัยชนะที่แท้จริง” และมีแต่ความเจ็บปวดที่ไม่อาจย้อนกลับ โดยเฉพาะต่อครอบครัวที่สูญเสียความสงบสุขไปอย่างสิ้นเชิง”
• ตอนท้ายของคำพูด ทรงกล่าวว่า “ขอให้ความหวังดีมีมากกว่าความโกรธ และไม่มีพ่อแม่คนใดต้องร่ำลาลูกเพราะสงครามอีก” และ “ขอยืนเคียงข้างชาติของพระองค์”

เอย่าจึงใช้เวลาค่อนข้างมากในการเขียนบทความนี้ออกมาเพื่อทำการชี้แจงเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงโดยทั่วกัน

1. เรื่องกบฏกษัตริย์กัมพูชานั้น  ไม่มีมูลเลย ในช่วงที่ผ่านมาฝั่งกัมพูชามีข่าวลือเรื่องรัฐประหาร หรือการก่อกบฏของกองทัพ  แต่ทั้งหมดนั้นไม่ใช่ทำการกบฏต่อกษัตริย์กัมพูชา  ทุกคนต้องอย่าลืมนะคะว่าทุกวันนี้กัมพูชายังมีกษัตริย์อยู่มีพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี  แต่ข่าวลือที่ออกมากลับพบว่าการกบฏนั้นเป็นการโค่นล้ม สมเด็จมหาเดโชฮุนเซน ไม่ใช่กษัตริย์อย่างที่กล่าวอ้าง  ดังนั้นองค์หญิงอ้างว่ามาขอ Live เพราะชี้แจงสถานการณ์นี้จึงไม่ถูกต้อง

2. ประเด็นต่อมาเรื่องข่าวเท็จ  องค์หญิงไม่ใช่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจที่จะมีสิทธิ์ออกมากล่าวสิ่งใดๆก็ตามที่เป็นตัวแทนของชาติ  เพราะการกระทำดังกล่าวไม่ได้ทำอย่างถูกต้องตามหลักปฏิบัติสากล  ดังนั้นองค์หญิงจึงพูดในฐานะอินฟลูฯคนหนึ่งที่เอย่าได้ข่าวว่า การที่องค์หญิงพยายามพูดสื่อสารหลายภาษาโดยเฉพาะภาษาจีนก็เพราะว่า เจ้าหญิงเพิ่งปล่อยซิงเกิลใหม่ที่ชื่อ  “Summer Song” เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมานั่นเอง  และเหตุการณ์นี้น่าจะกระทบกับแฟนคลับโดยเฉพาะแฟนคลับชาวจีน

3. แม้พระราชดำรัสของเจ้าหญิงจะดูดีและสวยงามเพียงใดแต่สิ่งที่เจ้าหญิงต้องการนั้นคืออะไร หากเจ้าหญิงจะสื่อสารไปให้คนทั้งโลกได้รู้ต้องถามว่าเพื่ออะไร  เพราะทุกภาษาที่เจ้าหญิง  และเจ้าหญิงใช่คนที่เป็นตัวแทนของชาติในการออกมาพูดภาษาต่างประเทศหรือไม่  นี่จึงเป็นสิ่งที่เรียกว่าผิดหลักการปฏิบัติและนั่นแหละที่คนไม่ให้คุณค่าของคำพูดของเจ้าหญิงทั้งภาษาเขมร ฝรั่งเศส จีนและอังกฤษ ล้วนเป็นภาษาที่องค์หญิงเรียนรู้มาแต่สำหรับผู้ฟังแล้วคนที่ต้องการรับทราบจริงๆอาจจะเป็นคนกัมพูชาและคนไทยเสียมากกว่า อีกอย่างองค์หญิงฯควรศึกษา Fact จากแหล่งข่าวสากลด้วยไม่ใช่รับรู้จากแหล่งข่าวในประเทศเพียงฝ่ายเดียวเหมือนที่เอย่าเคยบอกท่านผู้อ่านเรื่องสถานการณ์ในเมียนมาว่าทำไมภายนอกพูดอีกอย่างแต่สำนักข่าวในประเทศลงอีกอย่าง และควรจะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนออกมาแถลง

อนึ่งองค์หญิงฯทราบหรือไม่ว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูด หากย้อนมองสงครามครั้งนี้แล้วถามว่าราชวงศ์ของไทยทำอะไรบ้าง…ท่านเลือกจะเงียบและกระทำสิ่งต่างๆดังข้อด้านล่างนี้มากกว่าการที่ออกมากล่าวอะไรนั่นก็คือ ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ราชวงศ์รับภาระในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีแนวทางการช่วยเหลือดังนี้:
• จัดพิธีศพผู้เสียชีวิตภายใต้พระราชทาน—ดำเนินตามพิธีราชประเพณีอย่างสมพระเกียรติ
• ส่งทีมจากกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงมหาดไทยเข้าเยี่ยมเยือนผู้บาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อให้การฟื้นฟูทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
• ประสานงานเพื่อดูแลพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ได้รับความเสียหายและจัดสรรงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมทดแทน

หากถามว่าในอดีตกษัตริย์ไทยได้ทรงตรัสอะไรบ้างเอาเป็นว่าเอย่าจะยกตัวอย่างมาให้ดู  ย้อนกลับไปดูที่พระราชดำรัสของในหลวง ร.9 ที่ทรงตอบต่อนักข่าวต่างประเทศ ซึ่งทูลถามพระองค์ท่านขณะเสด็จไปเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่ทำงานสร้างเขื่อนในพื้นที่ทุรกันดาร ในสมัยที่ประเทศไทยมีการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์อย่างรุนแรง ท่านทรงตอบคำถามกับนักข่าว BBC ในเวลานั้นว่าที่ถามเรื่องที่ท่านต่อสู้กับกลุ่มคอมมิวนิสต์อย่างไรว่า “เราไม่ได้ต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในฐานะอุดมการณ์ แต่สู้กับปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน” หรือจะเอาคำตอบของในหลวง ร.10 ที่ตอบนักข่าว BBC ที่ถามว่า “คนเหล่านี้จงรักภักดีต่อพระองค์ ทว่าพระองค์จะมีพระราชดำรัสอย่างไรต่อผู้ชุมนุมที่ออกมาบนท้องถนนเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันฯ” ในหลวง ร.10 ทรงยิ้มแย้มแล้วตอบกลับไปว่า “ข้าพเจ้าไม่มีความเห็น...เรารักพวกเขาเฉกเช่นเดียวกัน” แต่นักข่าวคนนั้นก็ยังถามว่า “มีโอกาสที่จะประนีประนอมหรือไม่”  ในหลวง ร.10 ท่านทรงตรัสกลับไปสั้นๆแต่ความหมายลึกซึ้งว่า “ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งการประนีประนอม” อันหมายถึงท่านไม่เคยโกรธ เกลียด ใครที่เคยชังท่านเลย  คำตอบของท่านเพียง 10 วินาทีสามารถจบคำถามของนักข่าวคนนั้นได้

ดังนั้นองค์หญิงน้อยควรต้องทราบถึงกิจของการเป็นราชนิกูลนั่นหมายถึงการแบกประชาขนไว้บนบ่า กากรกระทำอะไรแม้จะเป็นการกระทำในนามส่วนบุคคลก็ดีแต่นั่นถือเป็นการดึงเอาราชวงศ์ลงมาแปดเปื้อนมัวหมองได้  แต่ถ้าองค์หญิงอยากจะเติบโตไปในสายของอินฟลูฯเต็มตัว การใช้ชื่อ เจณนา นโรดม เหมือนสามัญชนทั่วไปน่าจะเหมาะสมกว่า

เยอรมนี’ ประณาม!! ‘อิสราเอล’ เรียก!! ระดมพล กองหนุน 60,000 นาย

(23 ส.ค. 68) เยอรมนีตำหนิการตัดสินใจของอิสราเอลกรณีเรียกระดมทหารกองหนุน 60,000 คน เพื่อขยายการรบในฉนวนกาซา โดยเยอรมนีเรียกร้องให้มี “การหยุดยิงทันทีและยั่งยืน”

นายสตีเฟน เมเยอร์ รองโฆษกรัฐบาลกล่าวแถลงข่าวในกรุงเบอร์ลิน ว่า “เราปฏิเสธการขยายปฏิบัติการทางทหารเหล่านี้ เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย และประชาคมระหว่างประเทศ ยุติความขัดแย้งในขณะนี้ผ่านการหยุดยิงทันทีและยั่งยืน เรายังคงผลักดันการหยุดยิงครั้งนี้ต่อไปด้วยทุกวิถีทางที่เรามี และในขณะเดียวกัน ก็เพิ่มความกดดันให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมด”

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เมเยอร์ อ้างถึงแผนการของอิสราเอลที่จะเรียกทหารกองหนุน 60,000 คน มาสู้รบในฉนวนกาซา ภายใต้แผนการยึดครอง

โฆษกสื่อสาธารณะ KAN ของอิสราเอล ระบุว่า การตัดสินใจของกองทัพอิสราเอลเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐมนตรีกลาโหม อิสราเอล แคทซ์ อนุมัติแผนการยึดครองฉนวนกาซา ผู้ประกาศข่าวกล่าวว่า กองทหารประจำการที่ปฏิบัติการในฉนวนกาซา จะขยายเวลาการปฏิบัติหน้าที่ออกไปด้วย

ตามรายงานของวิทยุกองทัพอิสราเอล จำนวนกองหนุนในกองทัพจะเพิ่มขึ้นเป็น 130,000 นาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ “ปฏิบัติการที่ยืดเยื้อซึ่งจะกินเวลานานหลายเดือน” จนถึงกลางปี 2569 จึงจะมีโอกาสที่จะหยุดยิงได้

ในข่าวที่เกี่ยวข้องกัน รัฐบาลเยอรมันย้ำอีกครั้งถึง “การคัดค้านแผนของอิสราเอลในการสร้างนิคมผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่หลายพันหน่วย ที่จะแบ่งเขตเวสต์แบงก์ออกเป็น 2 ส่วนที่จะขาดจากกันอย่างเด็ดขาด”

นายโจเซฟ ฮินเทอร์เซเฮอร์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับนักข่าวในกรุงเบอร์ลิน ว่า “เราปฏิเสธอย่างรุนแรงสำหรับโครงการตั้งถิ่นฐานใหม่ในเขต E1 เท่าที่เราทราบ หน่วยงานก่อสร้างอิสราเอลได้ออกใบอนุญาตในวันนี้ จุดยืนของรัฐบาลเยอรมันชัดเจน เราปฏิเสธใบอนุญาตนี้อย่างแข็งขัน การก่อสร้างชุมชนตั้งถิ่นฐานใหม่ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และมติของคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง”

“สิ่งนี้ขัดขวางการแก้ปัญหาระหว่างสองรัฐที่ได้รับความเห็นพ้องกัน และขัดขวางการยุติการยึดครองเวสต์แบงก์ของอิสราเอล ตามที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเรียกร้อง” เขากล่าวเสริมพร้อมเรียกร้องให้อิสราเอล “ยุติการก่อสร้างชุมชนของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่”

จาก ‘กบาล’ ถึง ‘สงกรานต์’ รากเหง้าภาษา และวัฒนธรรม

ใครที่อ่านบทความของเอย่ามาตั้งแต่ต้นๆ โดยเฉพาะทุกครั้งที่เอย่าพูดถึงเรื่องของภาษาและวัฒนธรรม เอย่ามักจะบอกว่าวัฒนธรรมและภาษาหลายๆ คำในย่านนี้ที่คล้ายๆ กัน วันนี้เอย่าจะยกคำเหล่านี้มาให้ทราบกัน

คำแรกคือ กบาล ในภาษาเขมรและภาษาไทยแปลว่าหัว มีการกล่าวอ้างว่าคำว่ากบาลนี้ไทยน่าจะนำมาจากภาษาเขมรในอดีต แต่ความจริงแล้วคำนี้น่าจะมาจากภาษาบาลีคำว่า กปาล (Kapala) ที่แปลว่าหัวนั่นเอง

คำว่า Kambawza ในภาษาไทใหญ่นั้นว่ากันว่าประวัติของคำว่ากัมบาวซาที่แปลว่าอาณาจักรไทใหญ่เกิดจากเจ้าชายจากอาณาจักรกัมปูเจียเข้ามาปกครองในดินแดนรัฐฉานในคริสต์ศักราชที่ 957 แต่เมื่อสืบดูแล้วพบว่าในคริสต์ศักราชที่ 957 ในเวลานั้นกัมปูเจียอยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรขอมของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 ดังนั้นหากสืบค้นคำนี้จริงๆ คงต้องกล่าวว่า กัมปูเจีย นี่มีหลักฐานที่ปรากฎเป็นจารึกโบราณว่าคำว่ากัมปูเจียมาจากคำว่า กัมพุช ซึ่งเป็นแคว้นหนึ่งของอินเดียโบราณนั่นเอง

คำสุดท้าย สงกรานต์

รู้หรือไม่คำว่าสงกรานต์ของไทยมาจากภาษาสันสกฤต คำว่า ‘สํกฺรานฺติ’ (Sankranti) ซึ่งมีความหมายว่า การเคลื่อนย้าย หรือ การเปลี่ยนผ่าน

ในอินเดียยังมีเทศกาล มกรสันกรานติ เป็นจุดสิ้นสุดของฤดูหนาวและเป็นจุดเริ่มต้นของวันที่ยาวนานขึ้น

ในไทยเราเพี้ยนคำว่าสันกรานติเป็นคำว่า สงกรานต์ อันหมายถึงการเปลี่ยนผ่านปีจากปีเก่าสู่ปีใหม่ เช่นเดียวกับในพม่าคำว่าตะจ่านก็มีรากศัพท์มาจากคำว่า สันกรานติอันหมายถึงการเปลี่ยนผ่านเช่นเดียวกัน และเช่นเดียวกับคำว่า โจลชนัมทเมย ในภาษาเขมรซึ่งก็มีรากศัพท์จากคำว่าสันกรานติ เช่นเดียวกัน

เอย่าแค่จะบอกว่าทุกประวัติของภาษาและวัฒนธรรมมันมีรากเหง้าเสมอ ผู้ที่ไร้รากก็เสมือนคนไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นใคร เช่นนั้นก็ไม่ควรมีสิ่งใดให้ภูมิใจ

กษัตริย์กัมพูชา เสด็จจีน ตั้ง 'ฮุนเซน' เป็น!! ผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์

(23 ส.ค. 68) กระทรวงข่าวสารกัมพูชา รายงานว่า พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี แห่งกัมพูชา พร้อม พระวรราชมารดา นโรดม มุนีนาถ สีหนุ เตรียมเสด็จฯ เยือน ประเทศจีน ในวันที่ 23 ส.ค. นี้ เพื่อรับการตรวจพระพลานามัย โดยระหว่างที่พระองค์ ไม่ได้ประทับอยู่ในกัมพูชา สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภา จะเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ปฏิบัติหน้าที่รักษาการประมุขแห่งรัฐ

คนเขมร โพสต์ระบาย!! ประเทศอ่อนแอ ผู้นำหาประโยชน์ ให้ครอบครัว ชี้!! ยากจน ไม่มีอะไรเลย นอกจาก ‘นิ้วมือสิบนิ้ว’ ที่คอยไปขอบริจาค

(23 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘The Wild Chronicles - ประวัติศาสตร์ ข่าวต่างประเทศ ท่องเที่ยวที่แปลก’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

คนเขมรคนนี้ชื่อ Chi Chy โพสต์ระบายอยู่ในโพสต์ของ Un Sam An ที่เขียนเรื่องเสียตาเมือนธม เขาร่ายยาวด่าความโง่เขลาของชนชาติตนเอง สิ่งที่พูดมีทั้งถูกและผิด แต่คือเริ่มตาสว่างแล้ว มีคนกดสนับสนุนเป็นอันมาก อ่านๆ ดูแล้วน่าสงสารเหมือนกัน เลยเอาเข้า chat gpt แปลมาให้ดูนะครับ เขาพิมพ์ว่า 

ในบรรดาประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ มีแต่กัมพูชาเท่านั้นที่ยังคงตกเป็นเหยื่อการรุกรานจากเวียดนามและสยาม เพราะประเทศเรายากจน กองทัพอ่อนแอ ผู้นำก็โง่เขลา เอาแต่แสวงหาผลประโยชน์ให้ครอบครัว ตัวอย่างเช่น ประเทศอื่นๆ มีทั้งเครื่องบินรบ เรือรบ เรือดำน้ำ (สยามแม้ยังไม่มี แต่ตอนนี้ก็กำลังสั่งซื้อแล้ว) ลาวเองยังมีเครื่องบินรบ 10 ลำ แต่กัมพูชากลับไม่มีอะไรเลย มีแต่ไม้พลองกับนิ้วมือสิบ นิ้วที่คอยไปขอยืมหรือรับบริจาคจากคนอื่น

กองทัพของประเทศต่างๆ มีไว้เพื่อปกป้องประเทศและประชาชน แต่กองทัพกัมพูชากลับมีไว้เพื่อเต้นและร้องเพลงเล่นๆ ตำรวจ–ทหารที่ควรจะปกป้องพรมแดนก็ไม่อยู่ตรงพรมแดน ปล่อยให้ศัตรูรุกรานเข้ามาลักลอบแทรกซึมถึงในหมู่บ้านและแผ่นดินของตัวเอง แต่ก่อนเคยส่งทหารไปเป็นพันเป็นหมื่นประจำพรมแดน แล้วตอนนี้หายไปไหนหมด? ปล่อยให้เขามาลักลอบรุกรานบนแผ่นดินตัวเองอย่างนี้ได้อย่างไร?

ถ้าเป็นการรุกรานบนแผ่นดินคนอื่นยังพอว่า แต่นี่มันเข้ามารุกรานถึงในหมู่บ้านของชาวเขมรทั้งสิ้น แต่เจ้าหน้าที่เขมรไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวสู้สักคน ได้แต่แถลงข่าว ทั้งก่อนสู้ ระหว่างสู้ หลังสู้ หลังถูกปิดล้อมยึดปราสาทและที่ดินบางส่วนของกัมพูชา แล้วกัมพูชาทำอะไรได้บ้างกับกองทัพสยามในทุกวันนี้? นอกจากออกแถลงการณ์ทุกวัน?

ถามเหมือนคนโง่ว่า การเดินธรรมยาตรามันมีประโยชน์อะไร? หยุดการรุกรานจากต่างชาติได้ไหม? ถ้าอย่างนั้น ประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่กำลังทำสงครามกัน พวกเขาก็แค่ทำธรรมยาตราเพื่อสกัดศัตรู ไม่จำเป็นต้องซื้ออาวุธมาสู้เลยหรือ? แค่พากันเดินธรรมยาตราให้สงบแล้วศัตรูก็จะไม่กล้ารุกรานอีกต่อไปอย่างนั้นหรือ? ควรใช้สมองคิดบ้างเถอะในสมัยนี้

ก็เพราะเราโง่นั่นแหละถึงถูกเพื่อนบ้านรังแก รุกรานทุกวันเหมือนเวียดนามและสยาม โชคยังดีที่ลาวในปัจจุบันยังยากจนและกองทัพยังไม่ทันสมัยเท่าเวียดนามและสยาม ไม่เช่นนั้นกัมพูชาคงถูกลาวรุกรานเหมือนในอดีตไปแล้ว แต่ผู้นำกลับเอาเงินไปซื้อแต่นาฬิกาแพงๆ มาอวด ซื้อสัญชาติ ซื้อบ้านหรูในต่างประเทศ โอนเงินไปเก็บไว้ต่างประเทศ เปิดบริษัทต่างๆ ในต่างประเทศนับไม่ถ้วน

อีก 10 ปี 20 ปี 40 ปีก็จะยังถูกเวียดนามและสยามรุกรานอยู่ อย่าหวังว่าเขาจะหยุด เพราะประเทศเรายากจน ผู้นำเอาแต่ขอ คนก็เอาแต่ขอ กองทัพก็เอาแต่ขอ 

เวียดนามกับสยามที่เคยช่วยขับไล่ฝรั่งเศสออกจากกัมพูชาก็ไม่ใช่เพราะสงสารหรืออยากช่วยเขมร แต่เขาอยากไล่ฝรั่งเศสออกไปเพื่อให้ตัวเองสะดวกในการรุกรานแผ่นดินเราทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก

ตาสว่างกันหรือยัง? จะโง่ต่อไปอีกเท่าไร? ปกครองประเทศมากว่า 40 ปีแล้ว ยังโง่เขลาไร้ปัญญาอยู่ถึงเพียงนี้หรือ

‘โดนัลด์ ทรัมป์’ เผย!! ขณะนี้ ‘สหรัฐอเมริกา’ เป็นเจ้าของ!! ควบคุม ‘INTEL’ อย่างเต็มตัว

(23 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ทรัมป์ กำลังพา #สหรัฐฯ ก้าวสู่ #สังคมนิยม 

ล่าสุด ปธน.ทรัมป์ประกาศว่าขณะนี้สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าของและควบคุม #INTEL บริษัทผลิตชิปยักษ์ใหญ่ของอเมริกาอย่างเต็มตัวแล้ว 10% ทรัมป์ บอกว่า “ผมได้เจรจาข้อตกลงนี้กับลิปบู ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่เคารพนับถือของบริษัท สหรัฐอเมริกาไม่ได้จ่ายเงินสำหรับหุ้นเหล่านี้ และปัจจุบันหุ้นมีมูลค่าประมาณ 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นี่เป็นข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมสำหรับอเมริกา และสำหรับ INTEL เช่นกัน การสร้างเซมิคอนดักเตอร์และชิปชั้นนำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ INTEL ทำ ถือเป็นรากฐานสำคัญต่ออนาคตของประเทศเรา ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง! ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้”

ด้านวุฒิสมาชิกแรนด์ พอล กล่าวว่าการที่สหรัฐฯ ถือหุ้นในบริษัทอินเทลจะเป็น "ก้าวสู่สังคมนิยม"

อิตาลีรวบชาย ‘ยูเครน’ ต้องสงสัยระเบิดท่อก๊าซ ‘นอร์ดสตรีม’ และอาจเอี่ยวเหตุบึ้มเรือบรรทุกน้ำมัน ที่เมืองท่าซาโวนา

(22 ส.ค. 68) อัยการเมืองเจนัวของอิตาลีเปิดเผยว่า กำลังสอบสวนชายชาวยูเครนที่ถูกจับกุมในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการระเบิดท่อก๊าซนอร์ดสตรีม (Nord Stream) 3 จุด ในทะเลบอลติก เมื่อปี 2022 และอาจพัวพันกับเหตุระเบิดเรือบรรทุกน้ำมันในท่าเรือซาโวนา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้ต้องสงสัยรายนี้คือ เซอร์เกย์ เค. (Sergei K.) ที่ทางการเยอรมนีระบุว่ามีบทบาทสำคัญในการวางแผนโจมตี

เหตุการณ์ที่ซาโวนาเกิดขึ้นกับเรือบรรทุกน้ำมันซีจีเวล (Seajewel) ซึ่งจดทะเบียนในมอลตา ตัวเรือได้รับความเสียหายจากทุ่นระเบิดแม่เหล็ก 2 ลูก ทำให้เกิดรูขนาดใหญ่ หนึ่งในนั้นถูกพบตกค้างอยู่ใต้ทะเล ครั้งนั้นสื่อท้องถิ่นเชื่อว่ามาจากแก๊ง 'กองเรือเงา' ที่ใช้เลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร ขนน้ำมันรัสเซียโดยอาศัยธงต่างชาติ

รายงานระบุอีกว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นระหว่างการขนถ่ายน้ำมันเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีการยืนยันความเสียหายเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ แม้ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย แต่เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเส้นทางเดินเรือของยุโรป

ส่วนกรณีท่อก๊าซ Nord Stream 1 และ 2 ซึ่งถูกระเบิดในทะเลบอลติกเมื่อเดือนกันยายน ปี 2022 เยอรมนี เดนมาร์ก และสวีเดนยังไม่ตัดประเด็นการก่อวินาศกรรมออกไป ขณะที่รัสเซียย้ำว่าเป็นการก่อการร้ายระหว่างประเทศ และเคยร้องขอข้อมูลจากชาติตะวันตก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบใด ๆ

อิหร่านปิดน่านฟ้ากะทันหัน ทำเที่ยวบินทั้งหมดหยุดชะงัก คาดส่งสัญญาณพร้อมชนอิสราเอล!! แม้เพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

(22 ส.ค. 68) อิหร่านประกาศปิดน่านฟ้าแบบกะทันหันเมื่อเวลา 22.00 น. ของคืนวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้เที่ยวบินทั้งหมดต้องหยุดชะงัก รวมถึงเส้นทางแบกแดด–เตหะรานที่ผู้โดยสารถูกสั่งให้ลงจากเครื่องก่อนออกเดินทาง ขณะนี้เที่ยวบินไปยังอิหร่านยังคงถูกระงับโดยไม่มีกำหนด

ต่อมา ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย - อิหร่าน โพสต์เฟซบุ๊กว่า การปิดน่านฟ้าเกิดขึ้นเพื่อการซ้อมรบทางทหารในพื้นที่ตะวันตกของประเทศ และจะสิ้นสุดในเวลา 07.00 น. ของวันที่ 22 สิงหาคม การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณแสดงความพร้อมเต็มที่ของอิหร่าน หลังจากเพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิสราเอลไม่นาน

โดยสื่อตะวันตกและสื่ออิสราเอลรายงานตรงกันว่า มีความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจเตรียมการโจมตีเชิงรุกใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค ทำให้สหรัฐฯ ต้องทยอยย้ายเครื่องบินรบออกจากฐานทัพอัล-อุดัยด์ในกาตาร์เพื่อป้องกันความเสี่ยง

ขณะที่ สหรัฐฯ และอังกฤษได้ส่งเครื่องบินและโดรนสอดแนมบินลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าอิสราเอล จอร์แดน และอ่าวเปอร์เซีย เพื่อจับตาความเคลื่อนไหวการซ้อมรบของอิหร่านอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจปะทุขึ้นอีกครั้งในไม่ช้า

‘โจว หมิง’ วิศวกรออกแบบ ‘Boeing 787–Airbus A380’ ลาอเมริกา!! มุ่งกลับจีน..หวังปั้นทีมวิจัยในสถาบันน้องใหม่ที่หนิงโป

(22 ส.ค. 68) โจว หมิง (Zhou Ming) วิศวกรผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาซอฟต์แวร์สำคัญที่ช่วยออกแบบเครื่องบิน Boeing 787 และ Airbus A380 ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Altair ในสหรัฐฯ เพื่อกลับมาร่วมงานกับสถาบัน Eastern Institute of Technology ที่เมืองหนิงโป ประเทศจีน โดยจะดำรงตำแหน่งคณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ และศาสตราจารย์เกียรติยศ (chair professor) เพื่อสร้างทีมวิจัยระดับโลกด้านซอฟต์แวร์วิศวกรรมและการออกแบบเชิงจำลอง

การกลับมาของ ‘โจว หมิง’ ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในแวดวงวิศวกรรมการบินและซอฟต์แวร์ระดับโลก หลังจากที่เขาสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศยาวนานหลายทศวรรษ เขาตั้งเป้าที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ระดับสากลเพื่อพัฒนานวัตกรรม และเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงของจีน

เส้นทางวิชาการของโจวเริ่มต้นจากการเรียนด้านวิศวกรรมการบินกว่า 10 ปีที่มหาวิทยาลัยเป่ยหาง (Beihang University) ในจีน ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่เยอรมนี ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้บุกเบิกด้านการออกแบบเชิงเพิ่มประสิทธิภาพด้วยคอมพิวเตอร์ (topology optimization) และในปี 1998 เขาเข้าร่วม Altair จนได้ขึ้นเป็นรองประธานอาวุโสและหัวหน้าวิศวกร

ผลงานของเขาได้พลิกโฉมการออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ (CAD) ไปสู่คอมพิวเตอร์ช่วยวิศวกรรม (CAE) ซึ่งช่วยให้อุตสาหกรรมการบินและยานยนต์สร้างโครงสร้างที่เบาและแข็งแรงกว่าเดิม อีกทั้งยังได้รับการยกย่องจากสหรัฐฯ โดยได้รับเลือกเป็นสมาชิกสถาบันวิศวกรรมแห่งชาติ (US National Academy of Engineering) 

สำหรับสถาบัน Eastern Institute of Technology ที่โจวเข้าร่วมถือเป็นสถาบันเอกชนเกิดใหม่ในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี แต่มีเป้าหมายใหญ่ในการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมระดับโลก โดยการดึงตัวบุคลากรชั้นนำอย่างโจวเข้ามาถือเป็นหมากสำคัญ มุ่งสร้างระบบนิเวศด้านสตาร์ตอัป วิจัยประยุกต์ และความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อยกระดับความสามารถด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของจีนในระยะยาว

‘เจดี แวนซ์’ รองปธน.สหรัฐฯ ชี้ยุโรปต้องรับบทหลัก ดูแลความมั่นคง ‘ยูเครน’ หลังสิ้นสุดสงคราม ไม่ใช่สหรัฐฯ

(22 ส.ค. 68) เจดี แวนซ์ (James David Vance) รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า หากสงครามรัสเซีย-ยูเครนสิ้นสุดลง ประเทศในยุโรปจะต้องเป็นผู้รับภาระหลักด้านความมั่นคงของยูเครน แทนที่จะให้สหรัฐฯ แบกรับฝ่ายเดียว โดยย้ำว่าวอชิงตันพร้อมช่วยเหลือหากจำเป็นเพื่อหยุดสงคราม แต่ยุโรปต้องแสดงบทบาทนำ 

คำกล่าวของแวนซ์มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งปฏิเสธแนวคิดส่งทหารอเมริกันไปยูเครน แต่ยังเปิดทางสนับสนุนทางอากาศ พร้อมระบุว่ายุโรปควรเป็น “แนวป้องกันด่านแรก” ขณะที่สหรัฐฯ จะให้ความช่วยเหลือจากแนวหลัง 

ประเด็นหลักที่ยังถกเถียงกันคือการรับประกันความมั่นคงของยูเครนหลังสงคราม โดยทรัมป์ไม่สนับสนุนการรับยูเครนเข้าเป็นสมาชิก NATO แต่มีการหารือถึงข้อตกลงลักษณะคล้ายมาตรา 5 ของ NATO ซึ่งกำหนดว่าการโจมตีสมาชิกหนึ่งประเทศคือการโจมตีสมาชิกทั้งหมด 

ด้านรัสเซียแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน โดยเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศ ระบุว่า มอสโกต้องมีส่วนร่วมในการเจรจาความมั่นคง เพราะหากตัดรัสเซียออกไปก็จะ “ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง” และย้ำว่าการมีทหาร NATO ตามแนวชายแดนรัสเซียเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ 

แม้ยังมีความเห็นต่าง แต่แวนซ์ยืนยันว่าความพยายามเจรจาของรัฐบาลทรัมป์เริ่มเห็น 'ความก้าวหน้า' เนื่องจากทั้งฝ่ายรัสเซียและยูเครนได้เริ่มพูดคุยถึงรายละเอียดที่อาจนำไปสู่การยุติการสู้รบ และความสูญเสียที่ยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปีครึ่ง 

‘อัน ฮัก-ซอป’ อดีตทหารโสมแดงวัย 95 ปี ขอข้ามแดนกลับไปตายที่บ้านเกิด เคียงข้างสหายเก่า

(22 ส.ค. 68) เกาหลีใต้เกิดเหตุสะเทือนใจ เมื่อ 'อัน ฮัก-ซอป' อดีตทหารเกาหลีเหนือวัย 95 ปี พยายามเดินข้ามสะพานรวมชาติ (Unification Bridge) เพื่อกลับไปตายที่เกาหลีเหนือ แต่ถูกทหารเกาหลีใต้สกัดกั้นไว้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ส.ค. โดยเขาถือธงชาติเกาหลีเหนือพร้อมไม้เท้า เดินมุ่งหน้าไปยังด่านตรวจชายแดน ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการป่วย 

อัน ฮัก-ซอป เป็นหนึ่งในอดีตทหารและสายลับเกาหลีเหนือที่ถูกเกาหลีใต้จับกุมและคุมขังเป็นเวลาหลายสิบปี เพราะปฏิเสธละทิ้งอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ แม้จะพ้นโทษออกมาแล้ว เขายังคงยืนยันที่จะกลับไปเกาหลีเหนือเพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายและถูกฝังเคียงข้างสหายเก่า เขากล่าวว่า “ความปรารถนาเดียวก่อนตายคือการกลับสู่ บ้านเกิดแห่งอุดมการณ์ของผม” 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเกาหลีใต้ยังไม่อนุญาตให้ส่งตัวอันฮักซอปกลับเกาหลีเหนือ โดยให้เหตุผลด้านความมั่นคง และชี้ว่าหากมีการส่งตัวจริง อาจถูกเกาหลีเหนือใช้เป็นชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่บางฝ่ายยอมรับว่ากำลังพิจารณาทางเลือกในมิติด้านมนุษยธรรม 

ปัจจุบันอดีตทหารเกาหลีเหนือวัย 95 ปี รายนี้ อาศัยอยู่ในบ้านเล็ก ๆ ใกล้ชายแดน พึ่งพาสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยและความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง บ้านเต็มไปด้วยภาพถ่ายและโปสเตอร์ของเกาหลีเหนือ เขาย้ำว่าแม้อายุใกล้ถึงวาระสุดท้ายแล้ว แต่ความฝันเดียวที่เหลืออยู่คือได้กลับไปพักผ่อนชั่วนิรันดร์บนผืนแผ่นดินที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต 

ฮังการีเสนอ ‘บูดาเปสต์’ เป็นเวทีกลางเจรจาสันติภาพ รับประกันความปลอดภัยทุกฝ่าย ‘รัสเซีย-สหรัฐฯ-ยูเครน’

(21 ส.ค. 68) ปีเตอร์ ซิยาร์โต (Peter Szijjarto) รัฐมนตรีต่างประเทศฮังการีประกาศพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอด รัสเซีย-สหรัฐฯ-ยูเครน โดยรับประกันความปลอดภัยและความเป็นธรรมแก่ผู้เข้าร่วมทุกฝ่าย พร้อมระบุว่าฮังการีมีความยินดีที่จะเปิดบ้านเพื่อการเจรจาสันติภาพ หากสิ่งนี้จะช่วยให้ความพยายามยุติสงครามประสบผลสำเร็จ

ก่อนหน้านี้ สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อ Fox News โดยไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่การประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้น ณ กรุงบูดาเปสต์ โดยมีรายงานว่าสำนักทำเนียบขาวกำลังพิจารณาให้เมืองหลวงของฮังการีเป็นตัวเลือกหลักสำหรับการหารือสามฝ่าย

ซิยาร์โตย้ำว่า บูดาเปสต์ถือเป็นสถานที่ที่น่าเชื่อถือ เพราะเคยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเจรจาระหว่างรัสเซียกับยูเครนตั้งแต่ต้นความขัดแย้ง อีกทั้งภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ฮังการียังคงสามารถรักษาช่องทางการพูดคุยกับทั้งรัสเซียและสหรัฐฯ ได้ แม้จะเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากนานาชาติก็ตาม

‘สีจิ้นผิง’ เยือนนครลาซา กระตุ้นสร้างความทันสมัยแบบจีน ย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการพัฒนา ‘ทิเบต’ แบบครบวงจร

(21 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เดินทางถึงนครลาซา เขตปกครองตนเองทิเบต เมื่อวันที่ 20 ส.ค. เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปี การก่อตั้งเขตปกครองตนเองทิเบต พร้อมกระตุ้นให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้าง “ความทันสมัยแบบจีน” ในภูมิภาคที่ราบสูงแห่งนี้

สีจิ้นผิง ซึ่งดำรงตำแหน่งทั้งเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ได้กล่าวอวยพรถึงประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ในทิเบต และย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ประธานาธิบดีจีนได้พบปะกับเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รวมถึงบุคคลในแวดวงศาสนาที่มีความรักชาติ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงบทบาทของเจ้าหน้าที่ตุลาการและตำรวจในการดูแลความสงบเรียบร้อยของภูมิภาค

นอกจากนี้ สีจิ้นผิงยังพบกับเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง ตัวแทนบุคคลต้นแบบระดับรากหญ้า และกำลังพลในนครลาซา โดยส่งคำทักทายในนามพรรคฯ และคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ขณะที่ผู้นำอาวุโส อาทิ หวังฮู่หนิง และไช่ฉี ก็เข้าร่วมการพบปะครั้งนี้ด้วย

งานแต่งในจีนเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ทำคุณปู่ที่เลี้ยงดูหลานสาวกำพร้าจนโต น้ำตาซึมตลอดงาน

(21 ส.ค. 68) เมื่อเร็วๆ นี้ คุณปู่นั่งรถออกจากเมืองหนานหยางมณฑลเหอหนาน เดินทางหลายร้อยกิโลเมตรไปเมืองหลินอี๋มณฑลซานตง เพื่อร่วมงานแต่งของหลานสาว ในงานคุณปู่น้ำตาซึมตลอด หลานสาวเช็ดน้ำตาให้คุณปู่ดูแล้วอบอุ่น และบรรดาผู้ร่วมต่างพากันปรบมือดังกึกก้องยาวนาน 

ตามประเพณีจีน ครอบครัวฝ่ายเจ้าบ่าวจะมอบของหมั้นให้ครอบครัวเจ้าสาว และมาตรฐานสังคมจีนในปัจจุบัน ของหมั้นคิดเป็นเงินจะไม่ต่ำกว่า 100,000 หยวน (ราว 500,000บาท) แต่เจ้าสาวคนนี้บอกกับครอบครัวเจ้าบ่าวว่า ฉันไม่เอาทรัพย์สินเงินทองสักสตางค์ เพียงแต่ขอให้คุณปู่มาอยู่ที่บ้านนี้ด้วยกันหลังแต่งงานแล้ว ส่วนครอบครัวเจ้าบ่าวรับปากด้วยความยินดี 

เจ้าสาวชื่อเสี่ยวเยี่ยน (李晓燕) ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ คุณปู่เลี้ยงหลานสาวมาโดยตลอด ปัจจุบัน คุณย่าไม่อยู่แล้ว หลานสาวไม่อยากให้ปู่อยู่คนเดียวที่บ้านอย่างเงียบเหงา เธอตัดสินใจจะดูแลคุณปู่ตลอดไป

จีนตั้งเป้าใช้ชิป AI ผลิตเอง 70% ภายในปี 2570 ท้าชนอิทธิพล Nvidia ผู้ครองตลาดชิปกว่า 80%

(21 ส.ค. 68) จีนเดินหน้าลดการพึ่งพาเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยหลายเมืองใหญ่วางเป้าหมายเพิ่มการพึ่งพาตนเองด้านชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างน้อย 70% ภายในปี 2570 เพื่อลดอิทธิพลของ Nvidia ผู้ครองตลาดชิป AI กว่า 80% ในจีน ขณะที่ปักกิ่งตั้งเป้าสูงถึง 100% ส่วนกุ้ยหยาง เมืองที่มีดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมาก กำหนดให้ศูนย์ข้อมูลใหม่ต้องใช้ชิปผลิตในประเทศไม่ต่ำกว่า 90%

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ย้ำในที่ประชุมโปลิตบูโรว่า จีนต้องระดมทรัพยากรทั้งประเทศเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและพึ่งพาตนเองในด้าน AI พร้อมส่งสัญญาณสนับสนุนการพัฒนาและการผลิตชิปในประเทศ ซึ่งปัจจุบันผู้พัฒนาบริการ AI ภายในประเทศ เช่น DeepSeek, Alibaba และ Baidu กำลังขยายบทบาท แต่ก็ยังต้องพึ่งพา Nvidia อย่างมาก

หัวเว่ย (Huawei) พยายามสร้างทางเลือกใหม่ด้วยชิปตระกูล Ascend 910 ซึ่งรุ่นล่าสุด 910B มีสมรรถนะราว 85% ของ Nvidia H20 และเตรียมเปิดตัวรุ่น 920 ที่คาดว่าจะทดแทน H20 ได้เต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันบริษัทอื่น เช่น Cambricon และ Kunlun ของ Baidu ก็กำลังเร่งพัฒนาชิป AI ร่วมกับโรงงานผลิตชิปในประเทศอย่าง SMIC

นักวิเคราะห์คาดว่า ส่วนแบ่งตลาดชิป AI ของ Nvidia ในจีนจะลดลงเหลือ 50-60% ภายใน 5 ปี ขณะที่ผู้ผลิตจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 40-50% ล่าสุด ไชน่า โมบาย ลงนามจัดซื้อเซิร์ฟเวอร์ AI มูลค่า 19,100 ล้านหยวน โดยใช้ชิปหัวเว่ยทั้งหมด และยังมีรายงานว่า ByteDance อาจหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยด้วย

อย่างไรก็ดี ความพยายามตัดขาดจากสหรัฐฯ ไม่ง่ายนัก เพราะยังมีข้อจำกัดด้านสมรรถนะและความล่าช้าในการพัฒนา เช่น กรณี DeepSeek ที่ถูกชะลอเพราะใช้ผลิตภัณฑ์หัวเว่ย ขณะเดียวกัน จีนยังคงนำเข้าชิป Nvidia ต่อไปในบางภาคส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการดูดซับเทคโนโลยีตะวันตกกับการสร้างนวัตกรรมในประเทศเอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top