Monday, 19 October 2026
WORLD

นักศึกษาเกาหลีใต้ ถูกลักพาตัว!! เจ็บปวดแสนสาหัส ทรมานจนตาย ศพยังแช่แข็ง!! ไม่ได้กลับบ้าน เตือน!! เป็นพื้นที่มีความเสี่ยงสูง

(11 ต.ค. 68) นักศึกษาชาวเกาหลีใต้วัย 22 ปี ซึ่งเดินทางไปเที่ยวกัมพูชาในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ถูกพบเสียชีวิตหลังจากเดินทางออกได้ 2 สัปดาห์ โดยมีรายงานว่าถูกลักพาตัวและทรมานโดยกลุ่มอาชญากรรมในท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ระบุว่านักศึกษาเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นอันเนื่องมาจากการถูกทรมานอย่างรุนแรง  

ตำรวจและสมาชิกในครอบครัวรายงานว่า นายเอ นักศึกษา เดินทางออกจากบ้านในเมืองเยชอน จังหวัดคยองซังเหนือ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยบอกกับครอบครัวว่าจะไปชมงานนิทรรศการที่กัมพูชา ประมาณ 1 สัปดาห์ต่อมา ครอบครัวของเขาได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งที่พูดสำเนียงจีน-เกาหลีว่า "นายเอก่อเหตุวุ่นวายที่นี่และถูกควบคุมตัวไว้ ส่งเงิน 50 ล้านวอน (คิดเป็นเงินไทยราว 1.15 ล้านบาท) แล้วเราจะปล่อยตัวเขาไป

ต่อมาทางครอบครัวได้ติดต่อสถานทูตกัมพูชาและตำรวจท้องถิ่นทันที แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่ไหน การติดต่อสื่อสารกับผู้ลักพาตัวถูกตัดขาดหลังจากผ่านไป 4 วัน ผ่านไปอีก 2 สัปดาห์ต่อมา ในวันที่ 8 สิงหาคม ศพของนายเอ ถูกพบใกล้ภูเขาโบกอร์ในจังหวัดกำปง ซึ่งเป็นที่ที่เขาถูกกักขังไว้ 

สถานทูตกัมพูชาและหน่วยงานท้องถิ่นยืนยันว่า สาเหตุการเสียชีวิตคือภาวะหัวใจหยุดเต้นอันเป็นผลมาจากการถูกทรมานและความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แม้จะมีการยืนยันแล้ว แต่ศพของนายเอ ยังไม่ได้ถูกส่งกลับเกาหลีใต้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพและฌาปนกิจศพในท้องถิ่น คาดว่าจะมีการส่งตัวกลับประเทศในปลายเดือนนี้

"ใบมรณบัตรระบุว่าเขาเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นอันเนื่องมาจากการถูกทรมาน การจินตนาการถึงความทุกข์ทรมานของเขาทำให้เรานอนไม่หลับ สมาชิกในครอบครัวคนหนึ่งกล่าว เขายังไม่กลับบ้าน ศพของเขายังคงถูกแช่แข็งอยู่ในช่องแช่แข็งที่กัมพูชา รู้สึกเหมือนเขาถูกฆ่าตายสองครั้ง"

จากกรณีการลักพาตัวชาวเกาหลีในกัมพูชาเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีรายงานเพิ่มขึ้นจากประมาณ 10 ราย เป็น 20 รายต่อปี ระหว่างปี 2565 ถึง 2566 เป็น 220 รายในปีที่แล้ว และ 330 รายในเดือน ส.ค. ปีนี้ เนื่องด้วยความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยของพลเมืองเกาหลีใต้

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้จึงได้ออกคำเตือนการเดินทางเมื่อวันที่ 17 กันยายน โดยยกระดับกรุงพนมเปญเป็นระดับ 2 (พิจารณาการเดินทางอีกครั้ง) และแนะนำคำแนะนำพิเศษสำหรับพื้นที่เสี่ยงสูง เช่น สีหนุวิลล์ ภูเขาโบกอร์ และบาเวต เป็นระดับ 2.5

แชร์ต่อให้เรื่องนี้ไม่ถูกลบ!!

✍️ คอมเมนต์มาเลย ใครเคยเจออะไรใกล้เคียงแบบนี้บ้าง??

สาวเกาหลี แฉ!! พนักงานแมคโดนัลด์ ‘หัวเราะเยาะ - ให้รออาหาร 70 นาที’ ชี้!! เป็นการเลือกปฏิบัติ เหยียดเชื้อชาติ ของร้านดังในสหรัฐอเมริกา

เมื่อวานนี้ (10 ต.ค. 68) ยูทูบเบอร์คนหนึ่งได้โพสต์วิดีโอผ่านโซเชียล เล่าทั้งน้ำตา

หญิงชาวเกาหลีอ้างว่าเธอถูกเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในร้านแมคโดนัลด์ในสหรัฐฯ หลังจากรออาหารนาน 70 นาทีแต่ไม่ได้รับอาหาร และยังถูกพนักงานเยาะเย้ย / โพสต์อินสตาแกรม 

เหตุเกิดขึ้นที่ร้านแมคโดนัลด์แห่งหนึ่งในสหรัฐฯ โดยหลังจากสั่งอาหารไปแล้วกว่า 40 นาที อาหารยังไม่ออกมา แต่ลูกค้าคนอื่นๆ ที่สั่งทีหลังกลับได้รับอาหารตามปกติ

“ฉันถามถึงอาหารไป 5 ครั้ง แต่พนักงานเพียงยิ้มและตอบว่า “ใกล้จะได้แล้ว” เพียงเท่านั้นเธอกล่าว

สุดท้ายหลังจากรอ นานกว่า 70 นาที ก็ยังไม่ได้อาหาร ทำให้เธอต้องออกจากร้านมือเปล่า

ฉันได้ยินเสียงหัวเราะจากในครัว มีคนพูดว่า “พวกมันคงไม่กลับมากินอีกแน่‘‘ พร้อมเสียงหัวเราะ 

เธอกล่าวทั้งน้ำตา “ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกอับอายและโกรธมาก” เนื่องจากเธอมีน้องหมารออยู่ที่บ้าน จึงไม่ได้แย้งหรือร้องเรียนหรือปะทะในขณะนั้น เธอกล่าวว่าจะร้องเรียนไปที่สำนักงานใหญ่ 

ยูทูบเบอร์คนนี้ระบุว่า หลังจากย้ายจากซีแอตเทิลไปยังเมืองเล็กๆ ในรัฐนิวยอร์ก เธอเจอกับการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติแบบแนบเนียนเป็นครั้งที่สอง
เหตุการณ์ดังกล่าวกำลังเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์ของเกาหลีใต้ หลายคนเรียกร้องให้แมคโดนัลด์สหรัฐฯ ออกมาชี้แจงและตรวจสอบกรณีนี้อย่างเป็นทางการ

คุณเคยเจอประสบการณ์แบบนี้ในต่างประเทศไหม?? เล่าให้เราฟังหน่อย 👇

ท่องเที่ยวจีน คึกคัก!! คนแห่เที่ยว วันหยุดยาว สัมผัส!! เสน่ห์ทางวัฒนธรรม ท่องเที่ยวยามค่ำคืน

(11 ต.ค. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนเผยว่า วันหยุดยาว 8 วัน เนื่องในวันชาติและเทศกาลไหว้พระจันทร์ของจีน ได้สร้างสถิติใหม่ด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมีการเดินทางรวมทั้งสิ้น 888 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 123 ล้านครั้งเมื่อเทียบกับวันหยุดยาว 7 วันของปีก่อน ขณะที่การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวอยู่ที่ 8.09 แสนล้านหยวน (ราว 3.71 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.08 แสนล้านหยวน (ราว 4.95 แสนล้านบาท) เมื่อเทียบปีต่อปี

สถาบันการท่องเที่ยวของจีน (China Tourism Academy) ระบุว่า วันหยุดยาวที่มากขึ้นและการลางานที่มีความยืดหยุ่นส่งผลให้ผู้คนสามารถเดินทางได้ไกลขึ้น โดยระยะทางเฉลี่ยในการเดินทางเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.8 แตะที่ 213 กิโลเมตร ขณะที่ระยะทางการท่องเที่ยวภายในท้องถิ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 แตะที่ 23 กิโลเมตร

บริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ เช่น ทริป ดอต คอม (Trip.com) และฟลิกกี (Fliggy) รายงานว่า การท่องเที่ยวภายในประเทศแบบระยะไกลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ด้านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีน (NIA) รายงานว่านักท่องเที่ยวจีนออกไปท่องเที่ยวในกว่า 180 ประเทศและภูมิภาค และมีจำนวนการเดินทางข้ามพรมแดนรวม 16.34 ล้านครั้ง

การท่องเที่ยวในชนบทเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยร้อยละ 22 ของชาวจีนในชนบทเดินทางรวมทั้งสิ้น 102 ล้านครั้ง คิดเป็นร้อยละ 11.5 ของการเดินทางภายในประเทศทั้งหมด

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 40 หลีกเลี่ยงเมืองใหญ่ และเบนความสนใจไปยังจุดหมายปลายทางที่เงียบสงบกว่า บริษัทถงเฉิง ทราเวล (Tongcheng Travel) ระบุว่า ยอดจองโรงแรมในอำเภอกว่า 30 แห่ง เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ด้านเจ้าหน้าที่จากสถาบันการท่องเที่ยวของจีนกล่าวว่า ชาวชนบทและนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวจากเมืองขนาดเล็กได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนตลาดที่แข็งแกร่ง โดยความต้องการของนักท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนไปสู่หมุดหมายที่มีขนาดเล็กกว่าแต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม

ผู้คนให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและอารมณ์มากขึ้น นักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมส่วนชุดฮั่นฝู พิธีชงชา และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในขณะที่เหม่ยถวน ทราเวล (Meituan Travel) รายงานว่า การค้นหาคำว่า “ท่องเที่ยวยามค่ำคืน” เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 386.5

หน่วยงานการท่องเที่ยวมีการอำนวยความสะดวกหลายรูปแบบ เช่น พิพิธภัณฑ์ในนครเซี่ยงไฮ้เปิดให้บริการเข้าชมช่วงดึก ถ้ำโม่เกาในตุนหวงเปิดระบบแนะนำแบบดิจิทัล และทะเลสาบซีหูในนครหางโจวได้ใช้ระบบจองอัจฉริยะเพื่อจัดการจำนวนผู้เข้าชมอย่างมีประสิทธิภาพ

ในช่วงเวลานี้ จีนจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมากกว่า 29,000 รายการ พร้อมออกคูปองเพื่อส่งเสริมการบริโภคมูลค่ารวม 480 ล้านหยวน (ราว 2.2 พันล้านบาท)

หูหยาง รองประธานบริษัทถูเจีย กล่าวว่าจุดหมายปลายทางที่ผู้คนเลือกเที่ยวในปัจจุบันสะท้อนถึงความสนใจและความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตในท้องถิ่น

ทรัมป์ ประกาศ!! จะเก็บภาษีจีน 100%

(11 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ปธน.ทรัมป์ #สหรัฐฯ ประกาศจะเก็บภาษีจีน 100% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน และควบคุมการส่งออก "ซอฟต์แวร์สำคัญทุกชนิด"

President Trump announces a 100% tariff on China starting November 1st and export controls on "any and all critical software."

เดิมพันล่วงหน้า รู้ผลก่อนโลก!! ส่อเค้ารั่วไหล รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ จุดชนวน!! สอบสวนครั้งใหญ่ รางวัลระดับโลก หรือแค่สคริปต์การเมือง

(11 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ María Corina Machado ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา จะได้รับการสวมมงกุฎผู้ชนะอย่างเป็นทางการ อัตราต่อรองของเธอในเว็บไซต์ทำนายผล Polymarket ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันจาก 3 เปอร์เซ็นต์เป็นกว่า 70 เปอร์เซ็นต์

แปลกใช่มั้ยล่ะ? โดยเฉพาะเพราะเธอไม่ได้อยู่ในลิสต์ favorites ด้วยซ้ำ

แปลกยิ่งกว่านั้น: ผู้ใช้รายใหม่ลึกลับที่มีชื่อว่า "6741" ยอมวางเดิมพัน $1,500 ให้กับ Machado และเดิมพันอีก $1,085 ให้กับหนึ่งในผู้ท้าชิงอันดับต้นๆ อย่าง Sudan's Emergency Response Rooms

ไม่กี่วินาทีต่อมา โอกาสของเธอก็พุ่งสูงขึ้น และในตอนเช้า เธอก็กลายเป็นผู้ชนะ

ขณะนี้สถาบันโนเบลอยู่ในภาวะตื่นตระหนก โดยกล่าวว่าพวกเขากำลัง "สืบสวนการรั่วไหลที่อาจเกิดขึ้น" ซึ่งหมายความว่า อาจมีใครบางคนเปิดเผยการตัดสินใจที่ "เป็นความลับ" ที่สุดของโลกก่อนที่จะมีการประกาศ

รางวัลนี้จะได้รับการตัดสินโดยผู้ที่นั่งอยู่ในนอร์เวย์ 5 คน อดีตนักการเมือง 3 คน นักรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชน 1 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศ 1 คน

ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเก็บความลับได้ไม่ดีเท่าม็อด Reddit ทั่วไป แค่วันเดียวก่อนหน้านี้ โอกาสของ Machado น้อยกว่า 1% ขณะนี้ สถาบันโนเบล ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่มอบรางวัลสันติภาพให้กับโอบามาจากการที่เขาชนะการเลือกตั้ง กำลังพยายามหาคำตอบว่าเว็บไซต์พนันแห่งหนึ่งตั้งชื่อรางวัลนี้ว่าอย่างไร

หากสิ่งนี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ารางวัลโนเบลได้กลายมาเป็นรางวัลออสการ์แห่งการเมืองแล้ว ก็จะไม่มีอะไรพิสูจน์ได้อีก

เปิดแผลสังคมชายแดน แรงงานไทย ‘บ่อน-แก๊งสแกมเมอร์-ค้าบริการ’ เสี่ยงตาย ไร้รัฐปกป้อง!! วงจรอุบาทว์คนไทย ในธุรกิจมืดต่างแดน

ดูข่าวไม่กี่วันมานี้มีแต่ข่าวปั่นโดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่พยายามจะเล่นสื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามอย่างล่าสุดเรื่องที่ทูตจีนออกมากล่าวเรื่องรักษาอธิปไตยของกัมพูชา เอย่านี่ซูดปากบอกแหมเล่นใหญ่สไลเดอร์แต่อเมริกาบอกเป็นกลางแต่ให้เงินสนับสนุนเขาที่เป็นตัวเลขบนกระดาน 20 กว่าล้านบาท ไม่รู้เงินใต้โต๊ะอีกเท่าไร ทีอย่างนี้ไม่เห็นสื่อไหนออกมาบอกว่าอเมริกาสนับสนุนกัมพูชาเลยสักคำ สื่อไทยใจขี้ข้าอเมริกาหรือเปล่าก็ไม่รู้ก็งับข่าวไปแปลหรือไม่ก็เขาแปลมาให้แล้ว แค่เอาข่าวไปลง เอาเป็นว่าเรื่องนี้เอย่าจะไม่พูดดีกว่า มาคุยเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องกันคือไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวอดีตเชฟหนุ่มไทยเสียชีวิตในปอยเปต ประเด็นคือทำไมโรงพยาบาลในปอยเปตจึงไม่ทำการรักษา โดยจนถึงวันนี้ที่เอย่าเขียนบทความนี้ก็ได้ความว่า โดยทั่วไปหากใครก็ตามที่ไม่มีเอกสารอะไรติดตัวเลย ส่วนใหญ่โรงพยาบาลก็จะไม่รับรักษายกเว้นมีการส่งตัวจากเจ้าหน้าที่หรือมีใครที่สามารถการันตีหรือสื่อสารได้ว่าเขาคือใครเป็นอะไรมาจากไหนจึงจะสามารถรับรักษาได้ ธรรมเนียมปฏิบัติในการรักษาคนไข้นี้เป็นเหมือนกันทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยเรายึดถือธรรมเนียมปฏิบัติในการรักษาผู้ป่วยแบบนี้มาช้านานแล้ว

ประเด็นต่อมาที่น่าสนใจคือ ทำไมผู้เสียชีวิตไม่มีเอกสารติดตัวเลย โดยทั่วไปการที่คนสักคนจะไปอยู่ต่างประเทศโดยเฉพาะชายแดนไทยโดยที่ไม่มีเอกสารอะไรเลยมีอยู่ไม่กี่สาเหตุ สาเหตุหลักๆ อาจจะมาจากการที่เข้าไปทำงานกับกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศนั้นซึ่งเมื่อเข้าไปทางพวกสแกมเมอร์จะยึดพาสปอร์ตดังนั้นต่อให้หนีออกมาก็จะไม่ได้เอกสารการเดินทางต่างๆ ออกมาด้วยนั่นเอง

แต่จากนี้มีประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ คนไทยที่ไปทำธุรกิจตามชายแดน มีใครข้ามไปทำอะไรกันบ้าง เอาเป็นว่าวันนี้เอย่าจะมาขยายเรื่องนี้ให้ทราบกัน

อาชีพแรกที่เรารู้ว่าจะต้องข้ามไปทำงานบริเวณชายแดนไทยกับชายแดนเพื่อนบ้านเป็นประจำก็คือนักธุรกิจชายแดนที่ค้าขายสินค้ากับพ่อค้าคนกลางหรือนักธุรกิจเพื่อนบ้านต่างชาติที่อาจจะต้องข้ามฝั่งไปเยี่ยมเยียนหากันบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อสานสัมพันธ์การค้าไม่ว่าธุรกิจสีขาว สีเทา หรือ สีดำก็ตาม อาชีพต่อมาคนที่ทำงานในบ่อน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเสิร์ฟ หรือดีลเลอร์คนแจกไพ่บ่อน รวมถึงเชฟ และพนักงานในส่วนของโรงแรมที่พักหรือพนักงานในส่วนอื่นๆ ที่เอนเตอร์เทนเมนต์นั้นๆ ต้องการ ส่วนอาชีพที่ดูแล้วเหมือนจะสมัครใจหรือโดนหลอกไปที่บริเวณชายแดนก็คือกลุ่มที่ไปทำงานสแกมเมอร์และขายบริการนั่นเอง ถามว่าทำไมถึงมีการโฟกัสที่กลุ่มนี้นั่นก็เพราะว่ากลุ่มที่ทำงานสแกมเมอร์ที่เป็นคนไทยเองถึงแม้ว่าจะมีการประกาศเอย มีลงข่าวอย่างต่อเนื่องเรื่องการทำงานในประเทศเพื่อนบ้านก็ยังมีคนไทยจำนวนมากหลงเชื่อว่าไปทำงานแอดมินเพจในประเทศเพื่อนบ้าน รายได้ดี ทั้งๆ ที่หากทำงานแอดมินเพจจริงๆ นั้น สามารถทำงานที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้ผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ  

จากข้อมูลของอดีตแอดมินเพจมองพม่าได้ให้ข้อมูลกับเอย่าไว้ว่าในแต่ละปีมีคนจำนวนไม่น้อยเดินทางแบบเต็มใจก็ดี ไม่เต็มใจก็ดีเข้ามาทำงานในระบบสแกมเมอร์เพียงเพื่อหวังงานสบายรายได้ดี แต่ส่วนใหญ่คนที่ทำงานสแกมเมอร์ เมื่อรู้ว่าตัวเองโดนหลอกมาทำงานและได้รับการช่วยเหลือจนกลับไปไทยได้จะไม่กลับมาอีก ซึ่งต่างจากกลุ่มค้าบริการทางเพศที่แม้ว่าจะโดนทำร้าย หน่วงเหนี่ยว กักขังจนสุดท้ายสามารถช่วยเหลือจนเดินทางกลับประเทศไทยได้ แต่ไม่นานก็เดินทางกลับมายังชายแดนประเทศเพื่อนบ้านอีก โดยหลายรายอ้างว่าคิดถึงแฟน (คนที่หน่วงเหนี่ยว กักขัง ทำร้าย) จนเป็นที่มาที่ต้องไปช่วยเหลือนั่นเอง

ประเด็นสำคัญคือเราควรไปเสียเวลาช่วยคนกลุ่มนี้ไหม ซึ่งหลายครั้งคนกลุ่มนี้พยายามติดต่อใครก็ตามที่สามารถช่วยเหลือพวกเขาออกมาได้ แต่ความจริงแล้วคนที่ควรติดต่อนั่นคือเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยประจำประเทศนั้นๆ เสียมากกว่า แต่ถ้าหากเดินทางเข้าไปยังประเทศนั้นๆ แบบไม่ถูกต้องแล้วทางเอย่าก็คงตอบได้แค่เพียงว่าค่าใช้จ่ายในการออกจากประเทศนั้นๆ แพงกว่าการเดินทางเข้าไปยังประเทศนั้น 10-20 เท่า หรือบางคนอาจจะต้องยอมเป็นทาสอารมณ์ปรนเปรอกามให้แก่ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ก่อนจะได้เดินทางกลับมาจริงซึ่งสุดท้ายจากข้อมูลที่ทางเพจมองพม่าให้มาบอกว่า หลายคนไปแต่ตัวก็กลับมาแต่ตัว หลายคนบอกว่ามีชีวิตกลับมาก็ดีแล้วแต่อีกหลายคนเลือกที่จะกลับไปเพราะเงินมันหอมจนคนพวกนั้นไม่คิดจะหาเงินโดยวิธีอื่น ซึ่งนั่นก็คือราคาที่คนเหล่านั้นต้องจ่ายเพราะการขายบริการทางเพศนั้นส่วนใหญ่ไม่มีกฎเรื่องการใส่ถุงยางป้องกัน รวมถึงหลายคนมีรสนิยมทางเพศที่ผิดธรรมชาติรวมถึงการเสพยาที่มีมากมายหาง่ายในกลุ่มจีนเทาที่อยู่ตามขอบชายแดน แหล่งข่าวของเอย่าที่ชายแดนอีกท่านให้ความเห็นว่าบางทีเราอาจจะควรต้องดำเนินคดีสำหรับคนที่ไปทำงานเป็นสแกมเมอร์และกลุ่มค้าบริการในประเทศเพื่อนบ้านเพราะคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่สร้างปัญหาไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเข้าออกประเทศอย่างผิดกฎหมาย ยาเสพติดและฉ้อโกงประชาชน เพราะทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีการประชาสัมพันธ์ ออกข่าว รณรงค์ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อคนพวกนี้แต่สุดท้ายคนกลุ่มนี้ก็ยังเลือกที่จะเดินทางไปแต่พออยากกลับไทยก็หงายการ์ดว่าโดนหลอกไปทุกที

‘เชน ค็อปลัน’ แห่ง Polymarket จุดไฟวงการคริปโต ขึ้นแท่นอภิมหาเศรษฐีอายุน้อยสุดในโลก หลังดีลกับ NYSE

(10 ต.ค. 68) เชน ค็อปลัน (Shayne Coplan) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Polymarket แพลตฟอร์มทำนายเหตุการณ์บนบล็อกเชนชื่อดัง กลายเป็นอภิมหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดในโลก ในวัยเพียง 27 ปี หลังจาก Intercontinental Exchange (ICE) บริษัทแม่ของตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) เข้าลงทุนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ดันมูลค่า Polymarket พุ่งแตะระดับ 9 พันล้านดอลลาร์ พร้อมขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในสตาร์ตอัปคริปโตที่เติบโตเร็วที่สุดในรอบทศวรรษ

สำหรับ Polymarket เปิดให้ผู้คนทั่วโลกสามารถ “เดิมพันเชิงทำนาย” เหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งการเลือกตั้ง ราคาคริปโต หรือแม้แต่ประเด็นในโลกออนไลน์ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 1.3 ล้านราย และมูลค่าการเทรดเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ ‘ค็อปลัน’ กลายเป็นดาวรุ่งแห่งวงการคริปโตตามรอย ชางเพ็ง เจา “CZ” Zhao ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance และ ไบรอัน อาร์มสตรอง (Brian Armstrong) CEO ของแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัล Coinbase

ทั้งนี้ เส้นทางของค็อปลันไม่ง่าย เขาเริ่มสร้าง Polymarket จากห้องน้ำเล็ก ๆ มีพนักงานเพียงคนเดียว ก่อนจะถูก FBI จับกุมหลังแพลตฟอร์มโด่งดังจากการทำนายผลเลือกตั้งปี 2024 มูลค่าเดิมพันสูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์ แต่หลังจากรอดวิกฤต เขากลับพลิกเกมได้สำเร็จ โดยมีผู้สนับสนุนระดับโลกอย่าง ปีเตอร์ ทีล (Peter Thiel) นักธุรกิจและนักลงทุน ชาวเยอรมัน-อเมริกัน, วิทาลิก บูเทอริน (Vitalik Buterin) โปรแกรมเมอร์ชาวแคนาดาและเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum Buterin 

นอกจากนี้ยังมี บริษัท 1789 Capital ที่มี โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นที่ปรึกษา ซึ่ง ‘ค็อปลัน’ เคยกล่าวไว้ว่า “ไอเดียที่เปลี่ยนโลกมักอยู่ตรงหน้าเราเสมอ แค่ต้องบ้าพอที่จะลงมือทำ”

‘ทรัมป์’ ฉลองข้อตกลงหยุดยิงกาซา แต่ยังไม่รับประกันอิสราเอลจะไม่โจมตีอีก

(10 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แถลงฉลองความสำเร็จหลังมีการปล่อยตัวตัวประกันชาวอิสราเอล 20 คน จากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาส โดยทรัมป์ย้ำว่า “สิ่งแรกที่เราต้องทำคือพาตัวประกันกลับบ้านให้ได้ก่อน หลังจากนั้นเราค่อยดูต่อไป” พร้อมเปิดเผยแผนเดินทางไปอียิปต์วันอาทิตย์นี้ เพื่อร่วมลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการ และกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาอิสราเอล

ทรัมป์กล่าวว่า แผนสันติภาพ 20 ข้อที่ตนเป็นผู้ผลักดัน จะนำไปสู่การถอนทหารอิสราเอลออกจากเขตกาซาเป็นขั้นตอน และจัดตั้ง “กองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติ” เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ในระยะเปลี่ยนผ่าน โดยมีประเทศอาหรับที่ร่ำรวยร่วมสนับสนุนด้านเศรษฐกิจ “พวกเขารวยมาก และอยากช่วยสร้างกาซาใหม่ให้เป็นพื้นที่แห่งสันติภาพ” ทรัมป์กล่าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเขามั่นใจหรือไม่ว่าอิสราเอลจะไม่กลับไปโจมตีกาซาอีก ทรัมป์ตอบเพียงว่า “เราจะดูอีกทีหลังจากนี้” พร้อมยืนยันว่าขณะนี้เป้าหมายหลักคือการช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์และสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง เขายังย้ำว่า “ผมไม่ได้ทำเพื่อรางวัลโนเบล ผมทำเพราะผมต้องการช่วยชีวิตผู้คนจำนวนมาก”

‘ชาวเขมร’ ตั้งแถวโบกธงรับเรือรบจีน 2 ลำ ขณะเข้าเทียบท่าสีหนุวิลล์ในภารกิจเชื่อมสัมพันธ์ 2 ประเทศ

(10 ต.ค.68) สื่อกัมพูชารายงานว่าเรือของกองทัพเรือกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน 2 ลำ เดินทางถึงกัมพูชาในเช้าวันนี้ เพื่อเริ่มภารกิจการเยือนประเทศเป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-14 ต.ค. ที่ระบุว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางทะเลระหว่างสองประเทศ

เรือรบจีน 2 ลำ ที่ประกอบด้วยเรือฉี จี้กวง (Qi Jiguang) และเรืออี้ เหมิงซาน (Yi Mengshan) ได้เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือสีหนุวิลล์ จ.พระสีหนุ ที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพลเรือเอก อิน สุเขมรา รองเสนาธิการประจำฐานทัพเรือเรียม พร้อมด้วยนายทหารอาวุโสอื่นๆ

ฐานทัพเรือเรียมระบุว่า เรือฉี จี้กวง (PLAN 83) ที่มีนาวาเอกซวี เจี้ยนกัว เป็นผู้บังคับบัญชา มีความยาว 165 เมตร กว้าง 22.2 เมตร และมีระยะกินน้ำลึก 6.5 เมตร และมีระวางขับน้ำ 10,907 ตัน ส่วนเรืออี้ เหมิงซาน (PLAN 988) มีนาวาเอกฟู่ เซียนเว่ย เป็นผู้บังคับบัญชา มีความยาว 210 เมตร กว้าง 28 เมตร และมีระยะกินน้ำลึก 7.5 เมตร ระวางขับน้ำ 26,040 ตัน

รายงานของสื่อกัมพูชาระบุว่า การเยือนเป็นเวลา 5 วันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างกองทัพเรือกัมพูชาและกองทัพเรือกองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีน

‘รัสเซีย’ โชว์ตัวเลขการค้ากับแอฟริกาโตพุ่ง ตั้งเป้ากระจายตลาด ดันเศรษฐกิจภูมิภาคเติบโต

(10 ต.ค. 68) รัสเซียเผยการค้ากับประเทศในทวีปแอฟริกาเติบโตอย่างรวดเร็ว มีมูลค่ารวมเกือบ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามคำกล่าวของนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งระบุว่ามีประเทศคู่ค้าหลักราว 8 แห่ง หรือคิดเป็นกว่า 70% ของการค้าทั้งหมด พร้อมย้ำว่ามอสโกจะเดินหน้ากระจายตลาดและเพิ่มความร่วมมือในภูมิภาค

ลาฟรอฟให้สัมภาษณ์กับสถานี RT ว่า แม้รัสเซียยังมีมูลค่าการค้ากับแอฟริกาน้อยกว่าจีนหรือชาติตะวันตก แต่แนวโน้มเติบโตเร็วอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณบวกของการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจของรัสเซียในภูมิภาคที่อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติและตลาดเกิดใหม่

นอกจากนี้ ลาฟรอฟยังกล่าวว่ารัสเซียพร้อมทำงานร่วมกับจีนภายใต้ “ข้อริเริ่มด้านธรรมาภิบาลโลก” ที่เสนอโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพื่อส่งเสริมระบบโลกที่เป็นธรรม ยึดมั่นกฎหมายระหว่างประเทศ และเปิดโอกาสให้ทุกประเทศมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมในกระบวนการตัดสินใจระดับโลก

‘มาเรีย โครีนา มาชาโด’ ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา ผงาดคว้ารางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ 2025

(10 ต.ค. 68) มาเรีย โครีนา มาชาโด (Maria Corina Machado) นักการเมืองฝ่ายค้านเวเนซุเอลา คว้ารางวัลโนเบล สาขาสันติภาพประจำปี 2025 จากคณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์ ณ กรุงออสโล ซึ่งถือเป็นไฮไลต์สำคัญของสัปดาห์แห่งการประกาศรางวัลโนเบล ระหว่างวันที่ 6–13 ตุลาคม โดยปีนี้มีผู้ถูกเสนอชื่อรวม 338 ราย แบ่งเป็นบุคคล 244 ราย และองค์กร 94 แห่ง

คณะกรรมการโนเบลระบุว่า มาชาโดเป็นสัญลักษณ์ของ “ความกล้าหาญในการต่อสู้กับการกดขี่” และเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนในประเทศยังคงมีความหวังต่อเสรีภาพ แม้ต้องใช้ชีวิตหลบซ่อนจากภัยคุกคามทางการเมือง ซึ่งเธอยังคงอยู่ในเวเนซุเอลาและยืนหยัดต่อสู้ด้วยแนวทางสันติ

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า มาชาโด “เป็นผู้รวมพลังฝ่ายค้านให้เป็นหนึ่งเดียว ต่อต้านการใช้กำลังทหารในสังคม และยึดมั่นในแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยอย่างสันติ” ซึ่งทำให้เธอเป็นผู้ที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของอัลเฟรด โนเบล (Alfred Nobel) ทั้งสามข้ออย่างแท้จริง

‘เนทันยาฮู’ โพสต์ชม ‘ทรัมป์’ ย้ำสมควรได้รับรางวัลโนเบล จากแผนสันติภาพ 20 ข้อ ช่วยยุติสงคราม ‘อิสราเอล-ฮามาส’

(10 ต.ค. 68) นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอลออกมาเรียกร้องอีกครั้งให้มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยยกเหตุผลว่าแผนสันติภาพ 20 ข้อของทรัมป์มีส่วนสำคัญในการยุติสงครามกาซาที่ดำเนินมานานสองปี ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส

เนทันยาฮูโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า “มอบรางวัลโนเบลสันติภาพให้ @realDonaldTrump — เขาสมควรได้รับมัน!” พร้อมภาพที่สร้างด้วย AI แสดงให้เห็นทรัมป์ยิ้มรับเสียงปรบมือจากผู้คน ขณะเขาสวมเหรียญโนเบลไว้ที่คอ และมีแบนเนอร์ด้านหลังเขียนว่า “สันติภาพผ่านพลัง”

ด้านทรัมป์ประกาศเมื่อวันพุธว่า อิสราเอลและฮามาสได้ลงนามใน “ระยะที่หนึ่ง” ของแผนสันติภาพแล้ว โดยจะเริ่มจากการปล่อยเชลยทั้งหมดและถอนทหารอิสราเอลไปยังแนวเส้นที่ตกลงกันไว้ เพื่อมุ่งสู่ “สันติภาพที่ยั่งยืนและถาวร” พร้อมระบุว่าอาจเดินทางไปตะวันออกกลางในสุดสัปดาห์นี้เพื่อติดตามข้อตกลงหยุดยิงด้วยตนเอง

นอกจากเนทันยาฮูแล้ว ประธานาธิบดีฮาเวียร์ มีเล (Javier Milei) ของอาร์เจนตินาก็ร่วมสนับสนุนการเสนอชื่อทรัมป์เข้าชิงโนเบล โดยกล่าวว่า “ผู้นำคนอื่นที่สร้างสันติภาพระดับนี้ คงได้รับรางวัลไปนานแล้ว” ทั้งนี้ ทรัมป์เคยได้รับการเสนอชื่อจากเนทันยาฮูมาก่อนเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังมีบทบาทในการผลักดัน “ข้อตกลงอับราฮัม” ระหว่างอิสราเอลกับชาติอาหรับหลายประเทศ

‘มาครง’ หนุนแผนสหรัฐฯ ยุติสงครามกาซา จี้อิสราเอลหยุดขยายนิคมยิว!! ชี้ทำลายหนทางรัฐปาเลสไตน์

(10 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ประกาศสนับสนุนแผนของสหรัฐฯ ในการยุติสงครามอิสราเอล–กาซา โดยเรียกร้องให้มี “การหยุดยิงถาวร” และปล่อยตัวเชลยทั้งหมด พร้อมตำหนิการขยายนิคมยิวในเขตเวสต์แบงก์ของอิสราเอลว่าเป็นอุปสรรคต่อการสร้างรัฐปาเลสไตน์และสันติภาพในภูมิภาค

มาครงกล่าวระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศจากกลุ่มประเทศอาหรับและยุโรปที่กรุงปารีสเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าฝรั่งเศส “พร้อมมีบทบาทในกองกำลังรักษาเสถียรภาพกาซา” หลังสงครามสิ้นสุด โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือประชาชนในกาซาที่ถูกทำลายอย่างหนักจากสงคราม และเตรียมแผนรับมือวันหลังสงคราม

การหารือเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังอิสราเอลและฮามาสบรรลุข้อตกลงหยุดยิง เพื่อแลกกับการปล่อยเชลยอิสราเอลที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการยุติสงครามที่คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์หลายหมื่นคนและก่อวิกฤตมนุษยธรรมรุนแรง ข้อตกลงนี้มีอียิปต์เป็นตัวกลาง และสอดคล้องกับแผนสันติภาพที่สหรัฐฯ เสนอภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

แม้อิสราเอลแสดงความไม่พอใจที่ฝรั่งเศสจัดประชุมดังกล่าวโดยไม่ปรึกษาไว้ก่อน แต่มาครงยืนยันว่าการสนับสนุนรัฐปาเลสไตน์และผลักดันแนวทางสองรัฐยังเป็นหนทางเดียวสู่สันติภาพถาวร พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือฟื้นฟูเสถียรภาพและสร้างอนาคตใหม่ให้กับกาซา

‘เซเลนสกี’ ประกาศพร้อมเสนอชื่อ ‘ทรัมป์’ ชิงโนเบล สาขาสันติภาพ หากส่งขีปนาวุธ ‘โทมาฮอว์ก’ ให้ยูเครน และช่วยสงบศึกกับรัสเซีย

(10 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตัดสินใจส่งขีปนาวุธพิสัยไกล 'โทมาฮอว์ก' ให้ยูเครน และช่วยเจรจาหยุดยิงกับรัสเซีย ยูเครนพร้อมจะเสนอชื่อทรัมป์เข้าชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ 

เซเลนสกีเผยว่า ระหว่างการพบทรัมป์ที่นครนิวยอร์กเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เขาไม่ได้ยินคำว่า “ไม่” จากผู้นำสหรัฐฯ แต่ได้รับสัญญาณว่าจะมีการพิจารณา โดยเขามองว่าการหยุดสงครามแม้ไม่ง่าย แต่เป็นหนทางที่เกิดขึ้นได้ และหากทรัมป์ช่วยให้เกิดสันติภาพได้จริง “เขาควรได้รับรางวัลโนเบล”

ขณะที่ทรัมป์ระบุว่า “เกือบตัดสินใจแล้ว” แต่ต้องการทราบก่อนว่าจรวดจะถูกนำไปใช้อย่างไร ด้านรัสเซียเตือนว่า หากสหรัฐฯ ส่งโทมาฮอว์กให้ยูเครน จะยิ่งทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นและสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อความสัมพันธ์รัสเซีย–อเมริกา

‘ปูติน’ ยอมรับ ‘รัสเซีย’ ยิงขีปนาวุธพลาด ทำเครื่องบินอาเซอร์ไบจานตก ดับ 38 ศพ

(10 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ออกมายอมรับอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียเป็นต้นเหตุที่ทำให้เครื่องบินโดยสารของสายการบินอาเซอร์ไบจานตกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งคร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือ 38 คน ถือเป็นครั้งแรกที่มอสโกยอมรับความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ หลังจากก่อนหน้านี้พยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด

ปูตินระบุว่า ขีปนาวุธของรัสเซียถูกยิงขึ้นเพื่อสกัดโดรนของยูเครน แต่เกิดระเบิดใกล้เครื่องบิน Embraer 190 ของอาเซอร์ไบจานซึ่งกำลังจะลงจอดที่เมืองกรอซนี ในแคว้นเชชเนีย เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2024 ทำให้เครื่องบินพยายามหันหัวไปลงจอดในคาซัคสถานแต่ตกกลางทาง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 38 จาก 67 คนบนเครื่อง

โดยผู้นำรัสเซียกล่าวระหว่างการพบกับประธานาธิบดีอิลฮัม อาลีเยฟ (Ilham Aliyev) แห่งอาเซอร์ไบจาน ที่กรุงดูชานเบ ประเทศทาจิกิสถาน ว่าจะลงโทษผู้เกี่ยวข้องและจ่ายเงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยอมรับว่าเป็น “ความผิดพลาดทางเทคนิค” ที่ทำให้ขีปนาวุธระเบิดห่างจากเครื่องบินเพียง 10 เมตร ด้านอาลีเยฟกล่าวขอบคุณรัสเซียที่เปิดเผยข้อเท็จจริงและติดตามคดีด้วยตนเอง

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกและบากูที่เคยแน่นแฟ้นเริ่มตึงเครียดหลังเหตุเครื่องบินตก โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุคนเชื้อสายอาเซอร์ไบจานถูกตำรวจรัสเซียจับกุมหลายรายในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ทั้งสองผู้นำยืนยันต้องการฟื้นความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และพลังงานระหว่างสองประเทศให้กลับมาดังเดิม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top