Tuesday, 30 June 2026
NEWS FEED

สตม.จับกุมชาวบังกลาเทศ 19 คน 'ใช้ดวงตรา รอยตราประทับปลอม และลักลอบหลบหนีเข้าเมือง' เพื่อไปทำงานมาเลเซีย

ตม.จว.นราธิวาส จับกุมชาวบังกลาเทศ จำนวน 19 คน โดยกล่าวหาว่า “ปลอมหรือใช้รอยตราประทับปลอมฯ, ปลอมหรือใช้เอกสารราชการปลอมฯ, เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตากใบ จว.นราธิวาส ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พฤติการณ์จับกุม ก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบเห็นบุคคลลักษณะคล้ายคนต่างด้าว อยู่บริเวณภายในตลาดตาบา ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จว.นราธิวาส จึงเดินทางไปตรวจสอบเมื่อไปถึงสถานที่ดังกล่าวพบเห็นคนต่างด้าว จำนวน 1 คน อยู่บริเวณหน้าอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จว.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวคนต่างด้าว หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง โดยคนต่างด้าวดังกล่าวแจ้งว่าหนังสือเดินทางของตนอยู่ในตัวอาคารพาณิชย์หลังดังกล่าว และแจ้งอีกว่ายังมีคนต่างด้าวอยู่ภายในตัวอาคารพาณิชย์หลังดังกล่าวอีก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ให้คนต่างด้าวดังกล่าวพาเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเข้าไปภายในตัวอาคารพบคนต่างด้าวอยู่ภายในอีกจำนวน 18 คน โดยผลการตรวจสอบหนังสือเดินทาง ทั้ง 19 คน เป็นหนังสือเดินทางประเทศบังกลาเทศทั้งหมด พบว่ามีรอยตราประทับขาเข้าของด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รหัส A0370 ระบุวันที่ 2 JAN 2024 จำนวน 2 เล่ม ระบุวันที่ 8 JAN 2024 จำนวน 15 เล่ม 

ระบุวันที่ 9 JAN 2024 จำนวน 2 เล่ม และยังพบว่าทั้ง 19 เล่ม แผ่นปะตรวจลงตรา (Visa) มีลักษณะผิดปกติ จึงได้ตรวจสอบกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. ผลการตรวจสอบไม่ปรากฎข้อมูลการเดินทางเข้าราชอาณาจักรแต่อย่างใด จึงได้นำตัวมาตรวจสอบที่ สภ.ตากใบ จากการสอบถามชาวบังกลาเทศทั้ง 19 คน รับว่าพวกตนได้เดินทางมาจากประเทศบังกลาเทศและพักอาศัยอยู่ประเทศกัมพูชา โดยมีชาวบังกลาเทศที่อยู่ในประเทศกัมพูชาคอยช่วยเหลือสนับสนุนที่พัก รวมทั้งเอาหนังสือเดินทางของพวกตนไปดำเนินการประทับรอยตราประทับขาเข้าประเทศไทยให้ และนำมาคืนก่อนที่จะพาพวกตนลักลอบข้ามพรมแดนมายังประเทศไทยเพื่อจะเดินทางไปยังประเทศมาเลเซียแต่ถูกจับกุมเสียก่อน โดยได้จ่ายค่าเดินทางพร้อมค่าใช้จ่ายการประทับตราขาเข้าประเทศไทยให้กับนายหน้าแล้วทั้งหมดที่ประเทศบังกลาเทศ เป็นเงินจำนวนคนละ 400,000 - 500,000 ตากา คิดเป็นเงินไทยประมาณ 145,000 บาท เจ้าหน้าที่ ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตากใบ เพื่อดำเนินคดีตามข้อกล่าวหาดังกล่าว 

ทั้งนี้ ตม.จว.นราธิวาส และ สภ.ตากใบ จะได้ร่วมกันสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป   

ในภาพรวมขบวนการเครือข่ายลักลอบขนชาวบังกลาเทศ เริ่มพบความเคลื่อนไหวตั้งแต่ต้นปี 2566 ซึ่งทิศทางการลักลอบมาจากประเทศกัมพูชา ผ่านช่องทางธรรมชาติด้านพื้นที่ จว.สระแก้ว ในช่วงต้นปี 2566 เป็นการลักลอบเดินทางโดยเครื่องบิน และมีการเก็บค่าดำเนินการกับชาวบังกลาเทศที่ลักลอบฯ ค่อนข้างสูง หลักแสนบาท ก่อนที่ขบวนการดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนวิธีการลักลอบ จากโดยสารเครื่องบิน ไปเป็นการเดินทาง 

โดยรถยนต์ ในลักษณะเคลื่อนย้ายคนต่างด้าวเป็นทอด ๆ จากชายแดนประเทศกัมพูชา เข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งแนวโน้มในการกระทำความผิดของผู้ร่วมขบวนการยังพบการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่องและมีการเปลี่ยนแผนประทุษกรรมและรูปแบบการเคลื่อนย้าย โดยช่วงหลังมีการตรวจพบเป็นลักษณะการปลอมแปลง รอยตราประทับของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและปลอมแผ่นประการตรวจลงตรา (Visa) เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ในการเดินทางออกไปประเทศมาเลเซีย 

'รมช.อนุชา' ยกหมอดินอาสา ตำบลกะเปอร์ ต้นแบบแห่งการลดต้นทุน หนุนทำเกษตรแบบผสมผสาน เพิ่มรายได้ ดันขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ

(23 ม.ค. 67) นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกปฏิบัติด้านการพัฒนาที่ดิน ของนายอภิชา ทองสุย หมอดินอาสาประจำตำบลกะเปอร์ ณ ต.กะเปอร์ อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) 1/2567 จ.ระนอง ระหว่างวันที่ 22-23 มกราคม 2567 ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ดินและสนับสนุนการพัฒนาด้านการเกษตรเพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยกรมพัฒนาที่ดิน มีภารกิจหลักในการส่งเสริม พัฒนาเครือข่ายหมอดินอาสาให้มีความเข้มแข็ง เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่การเกษตร นำมาซึ่งความมั่นคงของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยต่อไป

“ศูนย์ฝึกปฏิบัติด้านการพัฒนาที่ดินแห่งนี้ นับว่าเป็นต้นแบบในการทำเกษตรผสมผสาน สร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้เกษตรกร จากเดิมปีละ 40,500 บาท เป็น 404,250 บาท และยังมีการต่อยอดขยายผลให้กับผู้ที่สนใจได้มาเรียนรู้ และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า หมอดินอาสา จะเป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการร่วมผลักดันแนวคิดเงินบาทแรกของแผ่นดิน เพื่อสร้างเม็ดเงินและสร้างกำลังซื้อภายในประเทศให้เติบโตขึ้น” รมช.อนุชา กล่าว

ทั้งนี้ ศูนย์ฝึกปฏิบัติด้านการพัฒนาที่ดิน เกิดจากการพลิกฟื้นผืนดินในพื้นที่กว่า 27 ไร่ ที่หน้าดินถูกชะล้างพังทลายในฤดูแล้งขาดน้ำ และดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำมาก ทำให้เป็นพื้นที่ทำการเกษตรแบบยั่งยืน ผ่านการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ปรับปรุงพื้นที่แบบขั้นบันได ร่วมกับการปลูกหญ้าแฝกเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในดิน และป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ตลอดจนการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินจุลินทรีย์ มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต มีการใช้วัสดุเหลือใช้ในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การปลูกพืชแบบผสมผสาน ปลูกต้นไม้ให้เป็นป่า และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้ไฟฟ้า ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้เป็นอย่างดี

โอกาสนี้ รมช.อนุชา ได้เยี่ยมชมกิจกรรมฐานการเรียนรู้ที่สำคัญ ได้แก่ การทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ การใช้ประโยชน์จากสระน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน (บ่อจิ๋ว) การเลี้ยงหมูหลุม การเลี้ยงเป็ดพันธุ์ไข่ และสวนยางพารายั่งยืน 

สตม.รวบหนุ่มอินโด หนีคดีหลอกลงทุน Forex ซุกไทย Overstay นานกว่า 2 ปี

ตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในช่วงวันคริสต์มาส และเทศกาล ปีใหม่ 2567 โดยสั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือ กลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3, พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม., พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วศรีขาว ผกก.ตม.จว.นราธิวาส, พ.ต.อ.เด่นชาย เจริญยุทธ ผกก.สส.บก.ตม.6, พ.ต.อ.เกรียงไกร อาริยะยิ่ง ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต, พ.ต.ต.กรัณฑ์วาริษฐ์ สมจันทร์ สว.ตม.จว.นราธิวาส ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา รายสำคัญ ดังนี้

1. สตม.รวบหนุ่มอินโด หนีคดีหลอกลงทุน Forex ซุกไทย Overstay นานกว่า 2 ปี บก.สส.สตม. จับกุมนายพอล (นามสมมติ) อายุ 39 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดี ตามกฎหมาย 

พฤติการณ์จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.สตม. ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ตม. พบว่า นายพอล (นามสมมติ) อายุ 39 ปี สัญชาติอินโดนีเซีย การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด (Overstay)  นานกว่า 2 ปี  และเป็นบุคคลที่องค์การตำรวจสากลได้ออกประกาศสีแดง (INTERPOL RED NOTICE) จึงได้ประสานงาน ไปยังเจ้าหน้าที่ กงสุลฝ่ายตำรวจ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย รับแจ้งว่า 

นายพอล เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย กระทำความผิดในข้อหา ฉ้อโกง โดยการหลอกให้ผู้เสียหายร่วมลงทุน Forex มูลค่าความเสียหายคิดเป็นเงินไทยประมาณ 320 ล้านบาท และปัจจุบันยังหลบหนีคดีเป็นที่ต้องการตัวของทางการอินโดนีเซีย พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม. จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการจัดกำลังสืบสวนติดตามจับกุม จนกระทั่งต่อมาสืบทราบว่า นายพอล ได้ไปซื้อบ้านหรูราคากว่า 8 ล้านบาท อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จว.นนทบุรี โดยใช้ชื่อภรรยาซึ่งเป็นคนไทยเป็นผู้ซื้อและเป็นเจ้าบ้าน 

จึงได้ทำการขออนุมัติศาลแขวงนนทบุรีออกหมายค้นบ้านพักหลังดังกล่าว จากการตรวจค้นพบนายพอล และพบเงินสดสกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์ และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่า ประมาณ 2 ล้านบาท อยู่ในตู้เซฟภายในห้องนอน สอบถามนายพอล ให้การว่าตนเองถูกทางอินโดนีเซียออกหมายจับ ในข้อหาหลอกให้ร่วมลงทุน Forex มูลค่าความเสียหายคิดเป็นเงินไทย ประมาณ 320 ล้านบาท จริง และได้หลบหนีหมายจับของทางการอินโดนีเซียมากบดานอยู่ในประเทศไทย โดยไม่คิดว่าจะถูกตามตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหาและจับกุมนายพอล ในข้อหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

สตม.รวบหนุ่มกิมจิหนีหมายจับเกาหลีฉ้อโกง 500 ล้านวอน แอบกบดานในไทยจน Overstay

บก.ตม.3 จับ MR.K (นามสมมติ) อายุ 43 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อประมาณต้นเดือน มกราคม 2567 กก.สส.บก.ตม.3 ได้สืบสวนทราบว่ามีคนต่างด้าวสัญชาติเกาหลีใต้    มีพฤติการณ์น่าสงสัยซึ่งอาจเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย จึงได้สืบสวนข้อมูลในเชิงลึกพบว่า MR.K (นามสมมติ) อายุ 43 ปี

ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เมื่อเดือน เมษายน 2566 และอยู่ในประเทศไทยจนกระทั่งการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) โดยไม่ดำเนินการขออยู่ต่อในราชอาณาจักรให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้ขอให้สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย ตรวจสอบประวัติของ MR.K รับแจ้งว่า MR.K เป็นบุคคลที่มีหมายจับและเป็นที่ต้องการตัวของประเทศเกาหลีใต้ ในข้อหา “ฉ้อโกง” มูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านวอน (12 ล้านบาท) และองค์การตำรวจสากลได้ออกประกาศสีแดง (INTERPOL RED NOTICE) กก.สส.บก.ตม.3 จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ติดตาม 

เพื่อจับกุมตัว MR.K ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 สืบทราบว่า MR.K ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่ คอนโดแห่งหนึ่งใน อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ จึงได้ไปเฝ้าสังเกตการณ์และได้พบ MR.K จึงได้จับกุมในข้อหา "เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน      สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป         

'LINK THANK YOU VIP 2024' มอบความสุขแทนคำขอบคุณ ด้วยมื้อค่ำสุดพิเศษ สานสัมพันธ์อันดีแก่คู่ค้า กลุ่มธุรกิจร้านค้า กรุงเทพฯ และภูมิภาคกลางให้เหนียวแน่น นำพาธุรกิจเติบโต ต่อเนื่องไปด้วยกันอย่างมีคุณภาพ

ปีนี้จัดงานใหญ่ ! เลี้ยงขอบคุณคู่ค้า และพันธมิตร รวมกว่า 200 ท่าน บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ ส่งความสุขมอบให้คู่ค้ากลุ่มธุรกิจร้านค้า กรุงเทพฯ และภูมิภาคกลาง ในงานเลี้ยงมื้อค่ำสุดพิเศษริมหาดทรายกับ 'LINK THANK YOU VIP 2024' ที่โรงแรม เมอเวนพิค สยาม โฮเทล นาจอมเทียน พัทยา เมื่อวันที่ 20 – 21 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา

งานในวันนี้ ได้นำพาลูกค้าทุกท่านสัมผัสประสบการณ์กับ LINK ที่พิเศษกว่าที่เคย โดยจัดขึ้นเพื่อเป็นการตอบแทนคำขอบคุณแก่ลูกค้า และพันธมิตรกลุ่มธุรกิจร้านค้า กรุงเทพฯ และภูมิภาคกลางที่ให้การสนับสนุนสินค้า LINK AMERICAN & GERMAN RACK EVERYWHERE ด้วยดีเสมอมา รวมถึงเป็นการร่วมอัปเดตเทรนด์ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์แห่งโลกเทคโนโลยี นวัตกรรมอัจฉริยะใหม่อย่าง Super S Series ในงานนี้อีกด้วย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์แก่งานระบบโครงสร้างพื้นฐานแห่งยุคดิจิทัลนี้ โดยมี คุณสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ พร้อมด้วย ดร.ชลิดา อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ ร่วมพูดคุย และกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ พร้อมดูแลลูกค้าอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง

ท่ามกลางบรรยากาศสุดผ่อนคลาย ชมวิวทิวทัศน์ริมหาดทรายที่มองเห็นท้องทะเลสีคราม พร้อมชมแสงสุดท้ายของตะวันที่กระทบบนผิวน้ำ แตะเส้นขอบฟ้า ซึ่งอบอวลไปด้วยสายลมที่ร่มรื่นโชยพัดผ่าน จัดขึ้นภายใต้ธีม 'โลกใต้สมุทร Under the Sea' ให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำกับกลิ่นอายใต้ท้องทะเล พร้อมบรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยดวงดาวทอประกายเต็มท้องฟ้าที่ได้สัมผัสกับที่สุดแห่งความผ่อนคลายในยามค่ำคืน 

งานนี้ ได้รับการตอบรับจากลูกค้ากลุ่มธุรกิจร้านค้า กรุงเทพฯ และภูมิภาคกลางจำนวนกว่า 200 ท่าน อย่างดีเยี่ยม และได้ร่วมดูแลลูกค้าอย่างอบอุ่น ไปพร้อมกับได้อิ่มเอมกับอาหารมื้อพิเศษ แบบ PRIVATE มีอาหารทะเลจัดเลี้ยงให้แบบไม่มีอั้น ในบรรยากาศสุดชิว รับลมทะเลเย็นสบายริมชายหาด และนอกจากจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติอาหารที่อิ่มอร่อยแล้ว ยังได้เต็มอิ่มกับความบันเทิง ทั้งกิจกรรมที่บริษัทฯ คัดสรรมามอบให้ลูกค้าได้ร่วมเล่นอย่างสนุกสนาน ที่รับประกันได้ว่าทุกท่านต้องขนรางวัลใหญ่สุดพรีเมียม จากอินเตอร์ลิ้งค์ฯ กลับบ้านกันล้นมืออย่างแน่นอน

อีกทั้งยังมีชุดการแสดง คาบาเร่ต์โชว์ ที่ขึ้นชื่อที่สุดประจำเมืองพัทยา นำมาจัดแสดงให้ชมอย่างสุดตระการตาให้ทุกท่านได้เต็มอิ่มกับความสวยงาม ไปพร้อมกับความบันเทิง ส่งมอบรอยยิ้มแห่งความสุข สนุกสนานประทับใจ พร้อมกันนี้ยังได้ครื้นเครง รื่นเริงไปกับเสียงเพลง และวงดนตรีที่จัดเตรียมมามอบช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับลูกค้าทุกท่านในวันนี้โดยเฉพาะ

นับเป็นการตอบแทนคำขอบคุณอย่างสุดซึ้งที่ได้มาร่วมบันทึกช่วงเวลาพิเศษในวันนี้ไปด้วยกัน และขอขอบพระคุณทุกการสนับสนุนจากลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทุกท่าน ที่ให้ความเชื่อมั่น และไว้วางใจในสินค้า LINK AMERICAN & GERMAN RACK EVERYWHERE ด้วยดีตลอดมา รวมถึงเป็นการนัดกระชับมิตรอย่างเหนียวแน่นอีกด้วย เพื่อสานสัมพันธ์อันดีร่วมกัน ที่จะเน้นย้ำถึงการเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2567 ให้ทำกำไรเติบโต พร้อมกับสร้างยอดขาย ส่งเสริมรายได้ให้เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างฐานทัพได้อย่างแข็งแกร่ง และเติบโตแบบมีคุณภาพอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน

‘อนุทิน’ จ่อชงครม. ‘ยกเลิกครูอยู่เวร’ หลังครูถูกทำร้าย ชี้!! ‘สวัสดิการ-ความปลอดภัย’ สำคัญเหนือสิ่งของ

(23 ม.ค.67) จากกรณีครูถูกทำร้ายร่างกาย จากการอยู่เวรเฝ้าโรงเรียนวันหยุดที่จังหวัดเชียงรายตามที่ปรากฏเป็นข่าวจนเกิดการเรียกร้องให้ยกเลิกการอยู่เวรของครูทั่วประเทศนั้น ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการอยู่ด้วยได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนจะสนับสนุนให้มีการยกเลิกมติครม.ปี 42 หรือออกมติครม.ใหม่ มายกเว้นในส่วนที่เกี่ยวกับการอยู่เวรรักษาการณ์ของหน่วยงานราชการ ตามหลักเกณฑ์ที่ออกมาในเดือนกรกฎาคม ปี 42 โดยเฉพาะในส่วนของโรงเรียนทั่วประเทศ เพราะข้าราชการไม่ควรต้องมารับผิดชอบต่อความเสียหายของทรัพย์สินของทางราชการที่เกิดจากอาชญากรรม หากมีอาชญากรรมเกิดขึ้น เป็นหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงที่จะต้องดูแลไม่ว่าจะป้องกันหรือปราบปราม ไม่ใช่หน้าที่ครู

“นี่คือสิ่งที่ง่ายที่สุดในการคืนครูสู่ห้องเรียนและทำได้ทันที สวัสดิภาพและความปลอดภัยของครูมีความสำคัญเหนือสิ่งของ ต้องไม่มีเงื่อนไขใดมาเป็นอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นการอ้างงบประมาณหรือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างใดๆ เมื่อไม่มีครูเวรแล้ว ต่อให้ยังไม่มียามหรือกล้องวงจรปิด ถ้ามีการโจรกรรมก็ไม่ใช่ความผิดของครู ต้องเป็นความรับผิดชอบของอาชญากรและหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องความมั่นคง หากจะฝากโรงเรียนไว้กับใคร ต้องฝากกับตำรวจ หรือ อส.ของฝ่ายปกครอง ไม่ใช่ครู” นายอนุทินกล่าว

‘รร.สตรีภูเก็ต’ เปิดเลือกตั้งคณะกรรมการสภานักเรียน ปี 67 ใช้ระบบแบบ ‘สัดส่วน’ เปิดโอกาสให้ทุกพรรคส่งสมาชิกทำงาน

(23 ม.ค. 67) จากช่องติ๊กต็อก SPK’ SAPHA66 โพสต์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับ การเลือกตั้งคณะกรรมการสภานักเรียนประจำปี 2567 ของ ‘โรงเรียนสตรีภูเก็ต’ ซึ่งจะมีการเลือกตั้งโดยใช้ระบบแบบ ‘สัดส่วน’ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

- พรรคที่ได้คะแนนโหวตลำดับที่ 1️ จะมีสิทธิ์ส่งสมาชิกตามบัญชีรายชื่อ 50% หรือ 15 คน
- พรรคที่ได้คะแนนโหวตลำดับที่ 2️ จะมีสิทธิ์ส่งสมาชิกตามบัญชีรายชื่อ 30% หรือ 9 คน
- พรรคที่ได้คะแนนโหวตลำดับที่ 3️ จะมีสิทธิ์ส่งสมาชิกตามบัญชีรายชื่อ 20% หรือ 6 คน

สําหรับบัญชีรายชื่อ จะให้น้องๆ ผู้ลงสมัครแต่ละพรรคจัดลําดับกันมาเอง จากนั้นสมาชิกทุกคนจากถูกสัมภาษณ์จาก คุณครูที่ปรึกษาสภานักเรียน, รุ่นพี่สภานักเรียน และผู้บริหารโรงเรียนสตรีภูเก็ต แล้วจึงมีการจัดลำดับบัญชีรายชื่ออีกครั้ง

ซึ่งการเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันอังคารที่ 23 มกราคม 2567 นี้ ขอให้ทุกคนใช้สิทธิที่มีให้คุ้มค่าที่สุด เพราะทุกเสียงมีค่าสำหรับทุกคน

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 36 ร่วมพิธีมอบถังน้ำ เก้าอี้สุขา และสิ่งของอุปโภคบริโภค ให้จังหวัดเพชรบูรณ์

ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 มอบหมาย จิตอาสา 904 และกำลังพลจิตอาสา ร่วมพิธีรับมอบถังน้ำขนาด 1,000 ลิตร จำนวน 100 ใบ ถังยังชีพ บรรจุสิ่งของ อุปโภคบริโภค จำนวน 150 ชุด และเก้าอี้สุขา จำนวน 200 ชุด จากนายสมาน - นางเพียงเพ็ญ คุณากรไพบูลย์ศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกรียงถาวร คอนเทนเนอร์ จํากัด รวมมูลค่า 730,000 บาท โดยมี นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธาน มี นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นายดิเรก ถึงฝั่ง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ร้อยตำรวจโทอาทิตย์ บุญญะโสภัต อดีตอธิบดีกรมการปกครอง นายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายเรวัต ประสงค์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง นายเชาวลิตร แสงอุทัย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายสุพล บุศยโพยม พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม  ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

จากนั้น ได้ร่วมมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค และเก้าอี้สุขา ให้กับประชาชน โดยเน้นกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ผู้ขาดแคลน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง และร่วมปล่อยขบวนรถบรรทุกถังน้ำ เพื่อนำไปมอบให้กับชุมชนที่ประสบปัญหาการขาดแคลนภาชนะเก็บกักน้ำ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ

ต่อมา พันเอก ฐาวิรัตน์   ยังน้อย รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 พร้อมด้วยกำลังพลกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยรถบรรทุกน้ำ  ร่วมกิจกรรม Kick off ปล่อยขบวนรถบรรทุกถังน้ำ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ในพื้นที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ณ บริเวณหน้าอาคาร 2 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่

"ฮือฮา" ชุมพร พบเสือโคร่งหากินข้ามประเทศไทย-เมียนมาร์ พล.ต.อ.พัชรวาทฯ สั่งเร่งสำรวจเพื่อคุ้มครองและอนุรักษ์สายพันธุ์เสือโคร่งอินโดจีน

วันที่ 20 มกราคม 2567 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า นายอาทร กำลังใบ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนล่าง) จ.ชุมพร ได้รายงานว่าพบการกระจายพื้นที่อยู่อาศัยของเสือโคร่งบริเวณป่าดวงเจริญ ป่าเนินทอง และป่าช่องขมิ้ว หมู่ที่ 4 และ หมุ่ที่ 7 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ซึ่งเสือโคร่งดังกล่าวมีการกระจายพื้นที่อาศัยหากินระหว่างประเทศไทยและประเทศเมียนมาร์ ซึ่งอาจจะเป็นเสือโคร่ง2สัญชาติ เนื่องจากมีการข้ามไปมาระหว่าง 2ประเทศ โดยการค้นพบดังกล่าวนี้กรมอุทยานแห่งชาติฯได้ร่วมกับมูลนิธิฟรีแลนด์ (Freeland) ทำการสำรวจการกระจายตัวของเสือโคร่งในพื้นที่บริเวณเทือกเขาตะนาวศรี มูลนิธิฟรีแลนด์ทำการสำรวจบริเวณเทือกเขาตะนาวศรีทั้ง 2 ฝั่ง คือ ฝั่งประเทศไทยและฝั่งประเทศเมียนมาร์ในพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติหลุนญา ซึ่งการพบครั้งนี้เป็นการค้นพบในฝั่งประเทศไทย ได้ภาพจากการตั้งกล้องในพื้นที่ทั้งหมด24 ตัว โดยพบว่าเป็นเสือโคร่งจำนวน 3 ตัว เนื่องจากลายของเสือโคร่งแตกต่างกัน ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ในพื้นที่ไม่เคยพบเสือโคร่งมาก่อนเนื่องจากไม่มีการสำรวจ แต่เริ่มมีการตั้งกล้องสำรวจเมื่อปี 2562 เป็นต้นมา ในปี 2563 - 2565 ก็เคยพบมาแล้ว ส่วนปี 2566 พบแต่รอยตีน ส่วนการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART PATROL) ที่ผ่านมาก็พบแต่รอยตีน นอกจากนี้บริเวณพื้นที่เขตฯช่วงล่างรอยต่อกับเขตด้านทิศใต้ เคยพบรอยบนต้นไม้

จากกรณีการพบเสือโคร่งหากินระหว่าง 2 ประเทศดังกล่าวข้างต้น อธิบดีกรมอุทยานฯจึงได้รายงานให้พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทราบในเบื้องต้นแล้ว โดยพล.ต.อ. พัชรวาทฯ ได้สั่งการให้กรมอุทยานฯเร่งสำรวจการแพร่กระจายพันธุ์ของเสือโคร่ง ต่อมาอธิบดีกรมอุทยานฯ จึงได้มอบหมายให้ให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสง เร่งสำรวจพบว่าเป็นเสือโคร่ง จึงได้มีการตั้งกล้องพบภาพ สามารถระบุพิกัดได้ ทั้งนี้จะมอบหมายให้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าทำการศึกษาว่าเป็นเสือโคร่งที่กระจายตัวหากินระหว่าง 2 ประเทศมาเป็นระยะเวลานานเท่าใด รวมถึงเป็นเสือที่รวมอยู่ในจำนวนเสือของไทยที่ทำการสำรวจมาก่อนหรือไม่ เพื่อเป็นการเก็บข้อมูลที่เป็นปัจจุบันขึ้น

สำหรับสถานการณ์เสือโคร่งในปัจจุบัน โดยจากการประเมินประชากรเสือโคร่งในธรรมชาติ ในปี 2565 พบเสือโคร่ง จำนวน 148-189 ตัว เพิ่มขึ้นจากสถิติ ปี 2563 ที่สำรวจพบ 130-160 ตัว โดยอาศัยเทคนิคการประเมินเฉพาะทางและการจำแนกลายที่ได้จากกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ ซึ่งติดตั้งไว้มากกว่า 1,200 จุด ในพื้นที่อนุรักษ์ 28 แห่ง จากการศึกษาวิจัยนี้ เรายังพบอีกว่า พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง เป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุด คือ 103-131 ตัว ในส่วนของพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์แห่งนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตกตอนเหนือ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ขึ้นไปจนอุทยานแห่งชาติคลองลานอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดตาก สามารถบันทึกภาพเสือโคร่งได้ จำนวน 16 - 21 ตัว ไม่เพียงแต่ภาพของเสือโคร่งเท่านั้น หากแต่ยังบันทึกภาพเหยื่อของเสือโคร่ง เช่น กวางป่า หมูป่า เก้ง วัวแดง เป็นต้น สิ่งนี้เป็นดัชนีวัดความสมบูรณ์ของผืนป่าและความเหมาะสมของการเป็นถิ่นอาศัยของเสือโคร่งได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้ให้ความเห็นชอบในแผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่ออนุรักษ์เสือโคร่ง พ.ศ. 2565 - 2577 โดยตั้งเป้าหมายในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองถิ่นอาศัยสำคัญของเสือโคร่ง ได้แก่ ผืนป่าตะวันตก และผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ตลอดจนเร่งฟื้นฟูประชากรเสือโคร่งและเหยื่อในถิ่นอาศัยเป้าหมาย ได้แก่ ผืนป่าแก่งกระจาน ผืนป่าภูเขียว-น้ำหนาว และผืนป่าคลองแสง-เขาสก ทั้งหมดทั้งมวลนี้เพื่อนำประเทศไทยไปสู่การเป็นผู้นำในการอนุรักษ์เสือโคร่งในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ ภายในปี พ.ศ. 2577

กรมอุทยานแห่งชาติฯ จัดแคมเปญ ประทับตราหนังสือพาสปอร์ตอุทยานฯครบทุกแห่ง เข้าฟรี 1 ปี พักฟรี 2 ครั้ง

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้รับความนิยมอย่างยิ่ง ขณะที่รัฐบาลได้สนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ของประเทศ ประเภทสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งสอดคล้องกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ในรูปแบบการสะสมตราประทับอุทยานแห่งชาติ ในหนังสือเดินทางท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ Passport to Thailand National parks ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน 

ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ที่ได้ออกเดินทางสะสมตราประทับอุทยานแห่งชาติครบทุกแห่งทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีอุทยานแห่งชาติ 156 แห่งทั่วประเทศ ตลอดจนได้แบ่งปันประสบการณ์เพื่อเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้อื่น ที่เป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ และเพิ่มประสิทธิภาพในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ จึงกำหนดรางวัลแก่ผู้ที่สะสมตราประทับอุทยานแห่งชาติ ในหนังสือเดินทางท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ Passport to Thailand National parks ครบทุกแห่ง ได้แก่

1.ตราประทับพิเศษเพื่อเป็นตราที่ระลึกสุดท้ายในหนังสือเดินทางท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ “สุดยอด นักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ” และของที่ระลึก พร้อมทั้งลายเซ็นของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช  
2.บัตรประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ มีเงื่อนไข เช่น 
2.1 ยกเว้นค่าบริการสำหรับบุคคลและการนำยานพาหนะ ในการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติและวนอุทยาน สำหรับผู้มีชื่อบนบัตร และยานพาหนะ 1 คัน โดยใช้สิทธิ์ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันออกบัตร

2.2 ยกเว้นค่าตอบแทนที่พักอุทยานแห่งชาติและวนอุทยาน จำนวน 1 หลัง หลังละไม่เกิน 4 คน ใช้สิทธิ์ได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 คืน ภายในระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันออกบัตร 
2.3 โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กำหนด สามารถขอรับสิทธิ์ได้ที่สำนักอุทยานแห่งชาติ โทรสายด่วน 1362

สำหรับพาสปอร์ตท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ หรือ หนังสือเดินทางท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ (Passport to Thailand National Parks) เป็นหนังสือเล่มขนาด 3 x 5 นิ้ว สีเขียว ที่จะมีการให้ความรู้ กฎระเบียบ ข้อควรปฏิบัติการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติอยู่ภายในเล่ม พร้อมการสะสมตราประทับจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติ 156 แห่ง ทั่วประเทศ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top