กกพ. ประกาศรางวัล 'เด็กตื่นไฟปี 2' ทีม มศว คว้ารางวัล 3 แสนบาท
กลับมาเพื่อให้ทุกคนตื่นอีกครั้ง!! ‘สำนักงานกกพ.’ จัดงานการประกาศผลรางวัล การประกวดสื่อสร้างสรรค์ ในโครงการ “เด็กตื่นไฟปี 2” ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 800,000 บาท
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 “กองทุนพัฒนาไฟฟ้า” สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) สนับสนุนจัดกิจกรรมพิธีประกาศรางวัลรณรงค์ส่งเสริมความรู้คนรุ่นใหม่ เพื่อตระหนักถึงคุณค่าของไฟฟ้า ในโครงการ “เด็กตื่นไฟปี 2” การประกวดสื่อสร้างสรรค์ ประเภทหนังสั้นหรือคลิปไวรัล ภายใต้หัวข้อ "ทางเลือกใหม่ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน จากขยะและชีวมวล" ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 800,000 บาท
นายกิตติพงษ์ ภิญโญตระกูล รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า “ภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งของสำนักงาน กกพ. คือ การส่งเสริมสังคมและประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า โดยมีบริษัท เวิร์คลิงค์ ดาเอเจนซี่ จำกัด เป็นผู้ดำเนินโครงการ เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรม เผยแพร่และส่งเสริมความรู้ด้านไฟฟ้า ภายใต้ แนวคิด “Clean Energy For Life ใช้พลังงานสะอาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน”
“สำนักงาน กกพ. ได้ติดตามโครงการ และสนับสนุนการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นว่าได้รับผลตอบรับด้วยดีจากกลุ่มเยาวชน เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของนักศึกษาแต่ละทีมที่ได้นำเสนอผลงานอย่างเต็มความสามารถ อีกทั้งนักศึกษาที่ได้เข้าร่วมโครงการทุกทีม เป็นผู้ที่มีความสามารถมีความคิดสร้างสรรค์ และผลงานที่โดดเด่น หวังว่าน้อง ๆ จะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากโครงการนี้ และสามารถนำความรู้ แนวความคิด เพื่อบอกต่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องทางด้านไฟฟ้า ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศต่อไป” นายกิตติพงษ์ กล่าว
นายคชภพ สงวนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิร์คลิงค์ ดาเอเจนซี่ จำกัด ผู้สร้างสรรค์และบริหารโครงการ “เด็กตื่นไฟปี 2 ” กล่าวว่า มีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับโอกาสจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงาน กกพ. ให้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อสังคม















ซึ่งทางบริษัทประชารัฐรักสามัคคีตรัง( วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ได้ทำหนังสื่อไปถึงนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แจ้งความประสงค์ขอรับการประกาศแนวชายฝั่งทะเลอันดามันจังหวัดตรัง ความยาว 119 กิโลเมตร เป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
หลังรับฟังการบรรยาย ดร.นาที กล่าวว่าจังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและมีต้นทุนทางทรัพยากรที่สูงอยู่แล้ว ดังนั้นการจะพัฒนาให้ตอบรับต่อการท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้นจำเป็นจะต้องมีการบูรณาการระหว่างหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐอาทิเช่นท้องถิ่น ร่วมกับภาคเอกชนที่เข้ามาช่วยผลักดันหรือ ชี้ช่องทางการตลาดให้ดึงดูดแก่บุคคลภายนอกให้รู้จักอำเภอสิเกาหรืออำเภออื่นๆในจังหวัดตรังมากขึ้น
ดังนั้น หากต้องการให้ภาคท่องเที่ยวในจังหวัดเติบโตขึ้นจำเป็นจะต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ให้ดีเสียก่อนตนจึงกล่าวในที่ประชุมว่าให้ส่วนราชการอย่างเช่นกรมทางหลวง แขวงทางหลวงชนบท เข้ามาช่วยดูแลในเรื่องของถนนและไฟฟ้าให้สว่างไสวและเดินทางสะดวก ซึ่งตนนั้นก็จะช่วยผลักดันงบประมาณเพื่อเข้ามาพัฒนาอย่างเต็มที่เช่นกัน 
บริเวณศาลาริมทางหน้าวัดเจดีย์ทอง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี รวมทั้งสิ้น 2 จังหวัด รวม 1,000 ชุด คิดเป็นมูลค่า 350,000 บาท (สามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยมี สำนักงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละจังหวัดเป็นผู้ประสานงานและร่วมในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐร่วมในพิธี เมื่อวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 64 ที่ผ่านมา
