Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

'อัษฎางค์' แนะ 'วิโรจน์' อ่านหนังสือให้เกิน 8 บรรทัด ชี้!! สนามหลวงไม่ใช่สวนสาธารณะ แต่เป็นโบราณสถาน 

'อัษฎางค์ ' ฟาด 'วิโรจน์ ก้าวไกล' อ่านหนังสือให้เกิน 8 บรรทัด ชี้!! สนามหลวงไม่ใช่สวนสาธารณะ แต่เป็นโบราณสถาน หลังกรมศิลป์ขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 13 ธ.ค. 20 ย้ำ!! สนามหลวงเป็นสมบัติของชาติแล้วจะทวงคืนจากใคร? ไปให้ใคร? 

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ทวงคืนท้องสนามหลวง ระบุว่า...

ไม่มีวัวปน
"สนามหลวง ไม่ใช่สวนสาธารณะ แต่เป็นโบราณสถาน"

………………………………………………………………….

โดย อัษฎางค์ ยมนาค

24 มีนาคม 2565 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล เรียกร้องว่า 

"การมีรั้วมากั้นบริเวณท้องสนามหลวงนั้นตนไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการทำลายทัศนียภาพ ทำลายเสน่ห์ และการมีส่วนร่วมของประชาชนที่จะได้ใช้พื้นที่"

นายวิโรจน์ ยังกล่าวต่อว่า...

"ทำไมไม่มีโต๊ะม้าหิน แท่นน้ำดื่ม มีแค่รถสุขา จะจัดสุขาให้เป็นสัดส่วนได้หรือไม่ เสน่ห์คนที่มาเล่นหมากรุก เปิดสภากาแฟ หรือแม้แต่เปิดเวทีไฮด์ปาร์ค จัดกิจกรรมทางการเมือง พูดประเด็นการเมืองและสังคม มันหายไปหมด ทั้งนี้อย่าอ้างพ.ร.บ.โบราณสถานมั่วๆ"

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร จากพรรคก้าวไกล ที่อาสามาบริหารจัดการเมืองกรุง แต่ดันไม่เข้าใจและแยกแยะเรื่องเล็กๆ แค่นี้ไม่ออกว่า สวนสาธารณะและโบราณสถาน มีการใช้ประโยชน์ต่างกันอย่างไร แล้วปัญหาใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ ที่มีมากมายจะเข้าใจและมีปัญญาอะไรไปดูแล, แก้ไขและบริหารจัดการ

ผมถือโอกาสสอนเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี้ให้กับ"ว่า"ที่ผู้สมัครผู้"ว่า"ฯ ที่สมควรโดน"ว่า" เนื่องจาก"ว่า"ไม่เข้าใจเรื่องเล็กๆ แบบนี้

………………………………………………………………….

อ่านช้าๆ ดีๆ น่ะวิโรจน์น่ะ อ่านให้เกิน 8 บรรทัด แล้วกลับไปหาปี๊บคลุมหัวไว้ตอนหาเสียงในวันต่อๆ ไป

สวนสาธารณะ หมายถึงบริเวณสาธารณะที่ภาครัฐ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นหน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จัดให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจแก่ประชาชนตามชุมชนและเมืองต่างๆ โดยรัฐเป็นเจ้าของและเป็นผู้ดูแลรักษา

สิ่งที่นายวิโรจน์ แหกปากเรียกร้องว่า "ให้คนมาเล่นหมากรุก เปิดสภากาแฟ เปิดเวทีไฮด์ปาร์ค จัดกิจกรรมทางการเมือง พูดประเด็นการเมืองและสังคม" นั้นมันต้องเป็นสวนสาธารณะ ไม่ใช่โบราณสถาน ฮ่วย!!

รัฐบาลเปิดมาตรการลดค่าครองชีพ 3 เดือน

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน แถลงมาตรการลดค่าครองชีพ ช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์ขัดแย้งยูเครน – รัสเซีย วันนี้ ว่า มาตรการที่รัฐบาลออกมาครั้งนี้ จะช่วยดูแลผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น 3 เดือนจากนี้ ครอบคลุมประชาชนหลายกลุ่มที่จะได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงนี้ไปได้

สำหรับมาตรการลดค่าครองชีพ อัพเดทล่าสุดวันที่ 24 มี.ค.2565 โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง มีวงเงินและแหล่งเงินที่ใช้ในการดำเนินมาตรการทั้งหมด 80,247 ล้านบาท แยกเป็นดังนี้ เงินกู้จากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 39,520 ล้านบาท สัดส่วน 49% เงินสมทบกองทุนประกันสังคม 35,224 ล้านบาท สัดส่วน 44% งบกลาง สำนักงบประมาณ 3,740 ล้านบาท 5% และเงินจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 1,763 ล้านบาท สัดส่วน 2%

ส่วนมาตรการต่าง ๆ ประกอบด้วย 1.ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 300 หน่วย จำนวน 20 ล้านหลังคาเรือน ได้รับส่วนลดค่า FT ลง 22 สตางค์ เป็นเวลา 4 เดือน (พ.ค.-ส.ค.2565) 2.นายจ้างและผู้ประกันตนในมาตรา 33 ได้รับการลดเงินนำส่งจาก 5% เหลือ 1% งวดค่าจ้าง พ.ค. – ก.ค. ครอบคลุมนายจ้าง 4.9 ล้านคน และผู้ประกันตน 11.2 ล้านคน 3.ผู้ประกันตนในมาตรา 39 จำนวน 1.9 ล้านคน ลดเงินนำส่งจาก 9% เหลือ 1.9% งวดค่าจ้าง เดือนพ.ค. – ก.ค. 2565หรือจ่ายเงินสมทบลดลงจาก 432 บาทต่อเดือน เหลือ 91 บาทต่อเดือน 

“บิ๊กตู่”ห่วงสถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลนช่วงใกล้เริ่มฤดูกาลเพาะปลูก สั่งกระทรวงเกษตรฯ-พาณิชย์ สำรวจสต๊อก พร้อมจัดหาปุ๋ยเพิ่มเติมให้เพียงพอ 

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า มีความห่วงใยกับสถานการณ์ปุ๋ยขาดแคลน เนื่องจากใกล้เริ่มฤดูกาลเพาะปลูกแล้ว จึงได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ สำรวจปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่ในสต๊อก และการจัดหาปุ๋ยเพิ่มเติมให้เพียงพอ ทั้งนี้ในปัจจุบัน โดยทราบดีว่าพี่น้องประชาชนประสบกับหลายปัญหาในเวลาเดียวกัน เป็นผลมาจากโควิดและซ้ำเติมด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ส่งผลกระทบหลายเรื่อง ทั้งพลังงาน ราคาสินค้า การขาดแคลนวัสดุ ต้นทุน เงินเฟ้อ การกักตุนสินค้า ฯลฯ โดยขณะนี้รัฐบาลได้ออกมาตรการด้านพลังงาน และมาตรการช่วยเหลือแรงงาน ที่ได้รับความเดือดร้อนไปบ้างแล้ว ตามกำลังที่มีอยู่ ซึ่งจำเป็นต้องพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ให้บริการและผู้รับบริการ หรือสร้างความเดือดร้อนจนเกินไปนัก 

สำหรับเรื่องปุ๋ย ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานกับภาคเอกชนที่ประกอบธุรกิจนำเข้า เพื่อหาหนทางนำเข้าเพิ่มเติมให้ได้มากที่สุด โดยราคาอาจจะต้องแพงขึ้นบ้าง รัฐบาลก็มีแนวคิดว่าเราจะช่วยกันอย่างไรได้บ้าง เช่น ใช้มาตรการทางการเงิน ช่วยปล่อยเงินกู้พิเศษ เงินกู้ระยะยาว ดูแลเรื่องดอกเบี้ย เป็นต้น ซึ่งผมได้มอบแนวทางสำคัญในการบริหารจัดการปุ๋ยว่า... (1) ปุ๋ยจะต้องไม่ขาด รัฐบาลต้องหาปุ๋ยเพิ่มเติมจากต่างประเทศเข้ามาให้เพียงพอ (2) ราคาปุ๋ยต้องเป็นราคาที่เกษตรกรสามารถรับภาระได้ อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลจะอุดหนุนทั้งหมด ก็จะเป็นการแบกภาระทางการคลังของประเทศมากจนเกินไป ในขณะที่รัฐบาลยังคงต้องบริหารงบประมาณและแก้ปัญหาด้านอื่นๆ ไปพร้อมๆ กันด้วย ดังนั้น แนวทางที่เป็นไปได้ คือ รัฐบาลจะหาแหล่งสินเชื่อให้กับเกษตรกรรายย่อย โดยให้เกษตรกรรับผิดชอบตามราคาจริงที่ยอมรับได้ รัฐบาลกำหนดให้มีระยะเวลาผ่อนผัน (Grace period) ที่เกษตรกรไม่ต้องจ่ายต้นอย่างน้อย 2 ปี ประกอบกับรัฐบาลจะเป็นผู้รับภาระด้านดอกเบี้ยแทนเกษตรกร ซึ่งผมได้กำชับว่าการดำเนินการตามมาตรการนี้ จะต้องไม่เปิดโอกาสให้มีบุคคล หรือกลุ่มใดเข้ามาหาผลประโยชน์ หรือนำเข้าปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ ทั้งเรื่องปุ๋ย เรื่องพลังงาน ที่ราคาแพงขึ้น ผมได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และกระทรวงการต่างประเทศ ให้ประสานงานกับต่างประเทศว่า จะสามารถให้การสนับสนุนในเรื่องเหล่านี้อย่างไรได้บ้าง รวมทั้งเรื่องดูแลการส่งออกผลิตผลทางการเกษตรและผลไม้ ที่มีปัญหาการส่งออกไม่สะดวก สินค้าตกค้าง คอนเทนเนอร์ไม่พอเพียง การตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานที่ปลายทางเข้มงวดมากจากสถานการณ์โควิด ไปจนถึงการขนส่ง ทั้งทางอากาศ - รถไฟ - น้ำที่ล่าช้า จนอาจทำให้สินค้าการเกษตร - ผลไม้เสียหาย ก็ให้คณะทำงานเร่งแก้ปัญหาในเรื่องเหล่านี้  ร่วมกันทุกกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเร่งพิจารณาหามาตรการที่เหมาะสม ไม่ให้เกิดภาระด้านงบประมาณ จนเกิดผลกระทบกับกิจกรรมอื่นๆ ที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว

"วิโรจน์" อาสา ทวงสนามหลวงคืนปชช. ลั่น ถ้าได้เป็นพ่อเมืองกทม. ประกาศรื้อรั้วกั้นเปิดพื้นที่ทำกิจกรรม ชวนติดแฮชแท็กร่วมออกแบบ #สนามหลวงใช้ทำอะไรดี

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่สนามหลวง นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคก้าวไกล เดินทางไปสำรวจปัญหาการใช้งานสนามหลวง ซึ่งถูกปิดกั้นด้วยรั้ว ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก โดยระบุว่า คำว่าหลวง หมายถึงเป็นของประชาชน ใช้เงินภาษีประชาชน สนามหลวงจึงเป็นสนามของประชาชน ต้องให้ประชาชนได้ใช้อย่างสะดวกไม่ปิดกั้น หากผมเป็นผู้ว่าฯ กทม. สนามหลวงจะเปิดใช้งานอย่างมีชีวิตชีวาเหมือนที่เคยเป็น เอารั้วกั้นออกให้หมด เปิดให้ประชาชนทำได้ทุกอย่างที่ถูกกฎหมาย ตั้งแต่เล่นว่าว ดูดวง ออกกำลัง ไปจนถึงกิจกรรมทางการเมือง

สื่ออินโดนีเซีย วิจารณ์ข้ามประเทศ ชี้ นายกฯ ไทยลาออก มีผลดีต่ออาเซียน

บทความจาก Kornelius Purba บรรณาธิการอาวุโสของ The Jakarta Post สื่อหลักของอินโดนีเซียระบุว่าการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่ง จะมีผลดีต่ออาเซียน ในความพยายามที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลทหารของเมียนมา

รายงานระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศยิ่งใหญ่ซึ่งไม่เคยตกเป็นอาณานิคมมาก่อน และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้รับการยกย่องจากนานาชาติมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ แต่เส้นทางประชาธิปไตยของไทยต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง จากการก่อรัฐประหารถึง 13 ครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนพ.ค. 2557

เช่นเดียวกับที่เมียนมาต้องเผชิญเมื่อปีที่ผ่านมา โดยมีพลเอก อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นผู้นำรัฐประหาร แม้ประชาชนจะพยายามรวมตัวกันเพื่อสร้าง "พลังประชาชน" ต่อต้านการรัฐประหารรวมถึงการประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2564 แต่ก็ไม่เป็นผล

Purba มองว่าพล.อ.ประยุทธ์มีท่าทีสนับสนุนพลเอก อาวุโส มิน อ่อง หล่าย อย่างเปิดเผยเมื่อมีการโค่นล้มรัฐบาลของออง ซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 และแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการ "แทรกแซงกิจการภายในของเมียนมา" จากบรรดาชาติอาเซียน

‘อัศวิน’ โชว์ผลงาน นั่งผู้ว่าฯ กทม. ทำคลองให้ไม่เน่า - ไม่ต้องเข้าคิวรพ. - ชานเมืองมีรถไฟฟ้า

‘อัศวิน ขวัญเมือง’ โชว์ผลงาน นั่งผู้ว่าฯ ทำคลองให้ไม่เน่า - ไม่ต้องเข้าคิวรพ. หลายที่ฝนตกน้ำไม่ท่วม ชานเมืองมีรถไฟฟ้าถึงหน้าบ้าน 

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก เปิดใจ หลังลาออกจาตำแหน่งเพื่อมาลงรับสมัครเลือกตั้งชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม. โดย ระบุว่า

“กรุงเทพมหานคร” เมืองแห่งความหวัง เมืองที่พวกเราหลายคนเข้ามาเพื่อตามความฝัน เข้ามาเรียน เข้ามาทำงานและ เข้ามาใช้ชีวิต ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เข้ามาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ เพื่อตามหาความฝัน ตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือจนทำงาน และ สร้างครอบครัว เหมือนคนอีกหลายคนในเมืองแห่งความหวังแห่งนี้

ในวัยเด็ก ผมจำได้ว่า วิ่งเล่นอยู่แถววงเวียนใหญ่ ว่ายน้ำอยู่แถวสะพานพุทธ บางวันก็ว่ายน้ำเล่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา มาเตะตะกร้อที่หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และได้เดินทางใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ มานานจนเห็นความเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการพัฒนามาโดยตลอด

ในช่วงที่ผมเติบโตมา ได้เห็นความเจริญอย่างต่อเนื่องของเมืองแห่งนี้ แต่จากความเจริญก็ทำให้บางสิ่งบางอย่างแย่ลง จากน้ำที่เคยลงว่ายได้ ก็สกปรก คลองที่เคยมีน้ำใสสะอาด กลับกลายเป็นคลองที่มีน้ำเน่าเสีย สวนที่มีต้นไม้ร่มรื่นที่เคยเห็นคนนั่งเล่นพักผ่อน กลับกลายเป็นคอนกรีต บนถนนก็เต็มไปด้วยรถสัญจรไปมา จนเป็นภาพจำของคน กทม. ไปแล้ว ผมเป็นคนหนึ่งที่เกือบหมดหวัง ที่จะได้เห็นกรุงเทพฯ สวยงามในแบบที่ผมเคยเห็นในวัยเด็ก

จนมาวันหนึ่ง…ผมได้รับความไว้วางใจให้มาทำงานกับกรุงเทพมหานคร ผมยังจำได้ดี วันแรกที่ผมเดินทางไปทำงานในฐานะผู้ว่า กทม. ได้ผ่านคลองหลอด เห็นสภาพ 2 ฝั่งคลองที่เสื่อมโทรม น้ำในคลองเน่าเสีย สัปดาห์แรกผมได้ลงพื้นที่เขตบางขุนเทียน ผมเห็นคนจำนวนมากมาเข้าคิวหาหมอที่โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ซึ่งในตอนนั้นยังเป็นโรงพยาบาลเล็ก ๆ เปิดให้บริการเฉพาะผู้ป่วยนอก ได้คุยกับพี่น้องประชาชน และรู้ว่าพื้นที่ 7 เขตแถวนั้น มีคนอยู่ประมาณ 500,000 คน ไม่มีโรงพยาบาลของรัฐเลย จะไปหาหมอแต่ละครั้งก็ต้องเดินทางเข้าเมืองเป็นระยะทางไกล ๆ เมื่อ กทม. เปิดโรงพยาบาลแห่งนี้ จึงเลือกหาหมอใกล้บ้าน แม้จะต้องเข้าคิวรอนานก็ตาม เมื่อผมได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ผมได้เห็นประชาชนแถวดินแดง แยกเกษตรศาสตร์ วงเวียนบางเขน ต้องถลกขากางเกง ลุยน้ำ เพื่อมารอรถเมล์ที่ป้ายรถเมล์หลังจากเกิดฝนตกหนัก ผมไปลงพื้นที่เขตบางเขน แถวแยกเกษตรฯ เห็นประชาชนยืนรอรถที่ป้ายรถเมล์จำนวนมาก เพื่อต่อรถกลับบ้านที่อยู่แถวสายไหม ดอนเมือง

“นายกฯ” เร่ง สธ.แก้ไขปัญโอนภารกิจ รพ.สต. ชี้ ให้ฟังความเห็นรอบด้าน ย้ำ ไม่ให้กระทบปชช.ช่วงโรคระบาด     

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีที่การถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ยังล่าช้า เนื่องจากติดปัญหาหลายประการ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข เร่งพิจารณาแก้ไขปัญหา เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่มุ่งกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในแต่ละพื้นที่ในการกำหนดนโยบายในการดูแลตนเอง  

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจให้หลายภารกิจ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ไปอยู่ในความดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนการโอนภารกิจของ รพ.สต.นั้น รัฐบาลได้มีการออกประกาศคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องหลักเกณฑ์และขั้นตอนการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด มีผลบังคับมาตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. 2564  เพื่อกำหนดแนวทางการถ่ายโอนภารกิจ ทั้งในด้านงบประมาณ กำลังคน การบริหารจัดการให้มีความชัดเจน และให้ดำเนินการตามความพร้อมของแต่พื้นที่ 

“เฉลิมชัย” ปลุกวันที่รอคอย รวมใจปชป.เป็นหนึ่งเดียว ดัน “สุชัชวีร์”เป็นผู้ว่าฯกทม. -ส.ก.50 เขต ยันช่วยหาเสียงไม่ได้ แต่จะเป็นแมวมองช่วยเหลือทุกเขต เชื่อประวัติศาสตร์ไม่มีเปลี่ยนแปลง หลังเคยส่ง “หม่อมสุขุมพันธุ์”นั่งผู้ว่าฯกทม.มาแล้ว  ด้าน “ดร.เอ้”ขอเดินทุก

ที่พรรคประชาธิปัตย์  นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลกทม. นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ร่วมเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ที่มีนายปริญย์ พานิชยภักดิ รองหัวหน้าพรรคฯและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย  เป็นผอ.ศูนย์ฯ ภายใต้แนวคิด ประชาธิปัตย์ รวมใจเป็นหนึ่งเดียว "All for Democrat"  ที่ลานพระแม่ธรณี พรรคประชาธิปัตย์ โดยมีว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 เขต อดีตส.ส.กทม.ร่วมเปิดศูนย์ฯ  อย่างคึกคัก

โดยนายเฉลิยชัย กล่าวว่า วันนี้เป็นวันหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์รอคอยอยู่ นับตั้งแต่ปี 2562 วันเลือกตั้งส.ส.กทม.ครั้งสุดท้าย ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาพรรคประชาธิปัตย์บ่มทุกอย่าง เพราะทุกอย่าง เพื่อรอวันที่เราจะกลับมาเป็นผู้นำกทม.อีกครั้งหนึ่ง ตนอยากเรียกว่าวันนี้เป็นวันที่รอคอย ของพรรคฯและสมาชิกพรรคฯ ตนเคยพูดตั้งแต่วันเปิดตัวนายสุชัชวีร์ และว่าที่ผู้สมัครส.ก.ของพรรคฯว่านี่คือจุดเปลี่ยนของ กทม.จริงๆ ตนฝันมาตั้งแต่มีโอกาสเป็นเลขาธิการพรรคฯครั้งแรกปี 2554 ฝันว่า กทม.จะต้องเป็นเมืองที่ผู้บริหารกทม.คืออนาคตของประเทศไทย แต่วันนั้นฝันของตนไม่เป็นจริง ซึ่งมันผ่านมาแล้ว แต่ฝันของตนคือความมุ่งมั่น ไม่ใช่ฝันลอยๆหรือฝันกลางวัน เพราะตนต้องการเห็นประเทศไทยเปลี่ยน ไม่ใช่เฉพาะกทม. แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนได้ภายในวันเดียว ซึ่งนายสุชัชวีร์ บอกว่าหากจะต้องเปลี่ยนประเทศไทยต้องเปลี่ยนกทม.ก่อน เพราะคำพูดนี้ตรงกลับเป้าหมายของตน ตนไม่ได้รักตัวเองคนเดียว ตนรักพี่น้องคนไทย รักประเทศไทย ตนอยากเห็นประเทศเดินไปพร้อมความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และอยากเห็นคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานการเมืองและเป็นผู้บริหารโดยมีคนรุ่นเก่าเป็นพี่เลี้ยง เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง โดยการคัดเลือกว่าที่ผู้สมัครส.ก.เป็นคนรุ่นใหม่เลือดใหม่เพื่อรองรับการบริหาร กทม.ในวันข้างหน้า 

“วันนี้จึงเป็นวันที่รอคอยและเป็นวันที่ประชาธิปัตย์จะกลับมารวมใจกันอีกครั้ง เพื่อช่วยดร.เอ้เป็นผู้ว่าฯ กทม.ให้ได้  ขอร้องและวิงวอนสมาชิกพรรคฯที่อยู่ทั่วกรุงเทพฯและอยู่ทั่วประเทศไทย ต้องมารวมใจให้เป็นหนึ่ง และทำให้ผู้สมัครของพรรคฯเป็นผู้ว่าฯกทม. เป็นส.ก.ให้ได้  ผมเชื่อว่า76 ปีที่ผ่านมา ความเป็นสถาบันการเมืองของพรรคฯไม่ได้ผ่านมาโดยเปล่าประโยชน์ แต่ผ่านมาด้วยการสะสมอุดมการณ์ และประสบการณ์ เพื่อพัฒนาตนเอง และวันนี้จุดไหนบกพร่องและคิดว่าไม่เหมาะสมเราก็มาปรับปรุงแก้ไข เพื่อนำมาปฏิบัติ และต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น วันนี้จุดไหนต้องเปลี่ยนแปลง เราก็ต้องเปลี่ยนแปลง เพราะนี่คือประชาธิปัตย์ยุคใหม่แต่อุดมการณ์และหลักการคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง”นายเฉลิมชัย กล่าว

นายเฉลิมชัยก ล่าวต่อว่า ลตนเคยพูดแล้วว่าถ้าเราไม่มีหลักการและอุดมการณ์ก็ไม่มีทางที่เราจะเป็นประชาธิปัตย์ได้ วันนี้ทุกคนคือส่วนหนึ่งของประชาธิปัตย์ วิธีการอยู่ที่พวกท่านที่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย และประสบชัยชนะภายใต้กฎหมาย ขอให้ทุกคนทำงานเป็นหนึ่งเดียว ตนไม่มีโอกาสลงไปเดินในพื้นที่กับทุกคน เพราะกฎหมายบัญญัติไว้ แต่ตนยังเป็นเลขาธิการพรรคฯ กฎหมายไม่ได้บอกว่าส่งผู้ว่าฯกทม.แล้วตนต้องหลุดออกจากเลขาธิการพรรคฯ ตนจึงจะยังเป็นแมวมองไปมองพวกท่านทุกเขต อยากเห็นว่าเมื่อไปเขตไหนทุกเขตของประชาธิปัตย์มีทุกอย่างเหมือนกันทั้งหมด เพื่อให้ความรู้สึกว่ากทม.ไม่มีเขต และทุกที่คือประชาธิปัตย์ 

“ผมเชื่อมั่นความเป็นหนึ่งเดียวของเราจะเรียกคืนความเป็นประชาธิปัตย์ใน กทม.กลับคืนมาได้ และเชื่อว่าความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อพรรคฯยังไม่มีวันเสื่อมคลาย เราต้องทำให้เขากลับมามีความศรัทธา และเชื่อมั่นพรรคเราอีกครั้งหนึ่ง นี่คือจุดเริ่มต้น ถ้าเริ่มต้นดีทุกอย่างก็เดินไปด้วยความราบรื่น ผมขอเทใจให้กับทุกคน นี่คือวันที่ผมรอคอย เมื่อกลับมาเป็นเลขาธิการพรรคฯครั้งที่สอง เพราะครั้งแรกส่ง มรว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ก็ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ครั้งนี้ส่งดร.เอ้ ผมมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าประวัติศาสตร์ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แต่อยู่ที่ทุกคนทั้งหมดจะช่วยกันทำ ขอให้ทุกคนเริ่มต้นเดินไปข้างหน้า สู้และชนะ” นายเฉลิมชัย กล่าว

ด้านนายปริญญ์ กล่าวว่า ความตั้งใจของทุกคนที่ทำงานไม่ใช่ว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และส.ก.ในวันที่ 22 พ.ค.65 ทุกคนทำงานด้วยใจ อยากรับใช้พี่น้องแต่ละเขตที่ไป และเชื่อว่าทุกคนของพี่น้องที่ไปพบเหมือนญาติคนหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงโควิด ที่ลงไปช่วยด้วยใจ ส่ิงนี้ทำให้ตนมั่นใจมากขึ้นว่ากรุงเทพฯเปลี่ยนได้ ขอให้คนกรุงเทพฯเปิดใจดูนโยบายและวิสัยทัศน์ของนายสุชัชวัร์ และเปิดใจดูผลงานขอ ผู้สมัครส.ก.ทุกคน เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่าทำงานมาตลอดเพื่อพี่น้องในเขตของท่าน เเเรารอวันนี้มานานมาก 9 ปีกว่าแล้ว ที่มีการเลือกตั้งผูว่าฯกทม.ครั้งสุดท้าย ดังนั้นวันที่ 22 พ.ค.ตนเชื่อว่าเราเปลี่ยนกรุงเทพฯได้ และคนที่ทำได้คือนายสุชัชวีร์ สังคมดีไม่มีขายถ้าอยากได้ต้องร่วมสร้าง 

‘ทิพานัน’ ซัด ‘ก้าวไกล’ ด้อยค่าทุกอย่างที่รัฐบาลทำ ยัน 10 มาตรการเร่งด่วน แก้ปัญหาตรงจุด

‘ทิพานัน’ ซัด ‘ก้าวไกล’ วิจารณ์ไม่แคร์ความทุกข์ประชาชน ด้อยค่าทุกอย่างที่รัฐบาลทำ ยัน10 มาตรการแก้ปัญหาตรงจุด ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ย้อนแสบ ‘พรรคก้าวไกล’ มีผลงานอะไรที่ ปชช. น่าจดจำบ้าง นอกจากวิ่งประกันตัวม็อบ-ด้อยค่าวัคซีน

วันนี้ (24 มี.ค.) น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ โฆษกประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าว 10 มาตรการช่วยเหลือประชาชนเร่งด่วนจากสถานการณ์วิกฤติรัสเซีย-ยูเครนเป็นการลดภาระแบบขอไปทีว่า ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และให้ประเมินสถานการณ์เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด และนำมาตรการเข้าสู่ที่ประชุมครม.อย่างเป็นขั้นตอน ไม่ได้ทำแบบขอไปที อย่างที่รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลวิจารณ์รัฐบาล

"บิ๊กตู่”โวหลายอย่างก้าวหน้า “ถ่อมตัว”นายกฯไม่ได้เก่งที่สุด มีรมต.-ขรก.-ปชช.ร่วมมือทุกมิติ ขอเติมกำลังใจให้กัน “ระบุ”มัวตำหนิจะทำหมดกำลังใจ ชี้ไม่ร่วมมือไม่รักกันจะเผชิญชะตากรรมเดียวกันหมด “บอก”อยู่มาหลายปีรู้อะไรจะเกิดขึ้น

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการบูรณาการความร่วมมือ 7 กระทรวง:การพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต(กลุ่มเด็กปฐมวัย และผู้สูงอายุ พ.ศ. 2565-2569) ว่า สำหรับการดำเนินการทุกอย่างต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่พูดวันเดียวแล้วก็เลิกไป ขอให้ไปดูที่การกระทำ ขอให้ไปดูผลงานว่าทำอะไรสำเร็จไปแล้วบ้าง  พร้อมย้ำว่าที่พูดนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่เป็นการสานต่องานต่างๆให้เกิดความต่อเนื่อง ซึ่งเชื่อว่าทุกคนรู้ปัญหาของประเทศดีหมด แต่อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้สำเร็จ หรือ How to do 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ให้ความร่วมมือ และเข้าใจการทำงานของรัฐบาลมาโดยตลอด หลายอย่างก้าวหน้าไปมากอย่างเห็นได้ชัด ยืนยันว่านายกฯไม่ได้เก่งที่สุด แต่มีรัฐมนตรี ข้าราชการ ประชาชนเป็นทีมงานที่จะต้องร่วมมือกันในทุกมิติ ทุกระดับ ทุกพื้นที่ ช่วยกันทำงานเพื่อตัวเอง รัฐบาลมีจิตปรารถนาเพียงแค่นั้น วันนี้หลายอย่างพยายามแก้ไขให้ดีที่สุด แต่ไม่มีอะไรได้โดยง่ายต้องผจญปัญหาฟันฝ่าอุปสรรคมากมายที่ตนพูดแบบนี้ได้ เพราะว่าอยู่มาหลายปี รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นและอะไรจะเกิดขึ้นอีก สิ่งที่ทำให้ประเทศพัฒนาที่ช้าเกินไปก็พยายามอย่างเต็มที่ยิ่งยวด หน้าที่นายกฯมีตรงไหนก็ทำตรงนั้น จากนั้นรัฐมนตรีก็นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติและมีทุกฝ่ายร่วมมือกัน

" พูดไปก็แค่นั้น ดูที่การกระทำดีกว่า ว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ทุกคนที่อยู่กับผมก็ร่วมกันทำมาหลายปีแล้ว ก็ต้องดูว่าผลงานสำเร็จอะไรไปแล้วบ้าง เราคาดหวังว่าถ้าทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆอันนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง ถ้าได้ก็ทำต่อเนื่องไป สานต่อสิ่งที่มันสำเร็จ และสิ่งที่กำลังใกล้สำเร็จ หรือที่ยังไม่สำเร็จ ทุกคนรู้ปัญหาดีหมด ไม่ว่าใครจะออกมาพูด รู้ปัญหาประเทศไทยหมดทุกคนนั่นแหละ แต่มันอยู่ที่จะทำอย่างไร How to do ? คือสิ่งสำคัญ จะทำได้หรือไม่ สิ่งที่ผมต้องขอบคุณคือบรรดาพี่น้องคนไทยทั้งประเทศที่ร่วมมือกับเรามาโดยตลอด หลายอย่างมีความก้าวหน้า อย่างเห็นได้ชัด ขณะที่หลายอยู่ในขั้นตอนที่ต้องแก้ไข สิ่งเหล่านี้เพราะเราเข้าใจการทำงานของรัฐบาล  วันนี้ผมขอกราบเรียนว่า การทำงานทุกคนมีความสำคัญเท่ากันหมด ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีเก่งที่สุด มันไม่ใช่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top