“บิ๊กตู่” ห่วงเรื่องเงินเฟ้อ สั่งทุกกระทรวง สินค้าต้องไม่ขาดตลาด ไฟฟ้าต้องไม่ดับ ราคาต้องไม่สูง ปลื้ม ท่องเที่ยวกลับมาคึกคักช่วงนี้ เร่ง แก้ปัญหาคนแน่นสนามบินแล้ว
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าได้เน้นย้ำในที่ประชุม ครม. เรื่องราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น สืบเนื่องมาจากสถานการณ์โลกด้วยที่ควบคุมได้ยาก ปัจจัยความขัดแย้งระหว่างกันที่คาดว่าอาจจะยังไม่ยุติโดยเร็ว ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะน้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย อาหารสัตว์ และอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องเงินเฟ้อที่ตนเป็นห่วงตรงนี้ ตนเข้าใจดีถึงประชาชนที่เดือดร้อน เดิมเราเคยหารายได้ได้เท่านี้ แล้วใช้จ่ายเรื่องอุปโภคบริโภคไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็อยู่ได้ แต่เมื่อวันนี้ราคาสินค้าแพงขึ้น รายจ่ายจึงมากขึ้น ตนพยายามจะหามาตรการมารองรับตรงนี้ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะคงทราบดีถึงปัญหาเรื่องงบประมาณที่ต้องทำหลายอย่างด้วยกัน ข้อสำคัญเราไปหยุดยั้งเรื่องการลงทุนของภาครัฐไม่ได้มากนัก เนื่องจากเป็นโครงสร้างสำคัญที่ให้ทุกคนได้ทำประโยชน์
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือ เกษตรกร จะมีผลกระทบเป็นห่วงโซ่ไปถึงผู้ประกอบการ สุดท้ายจะกลับมาที่ผู้บริโภค ตนได้ให้ทุกกระทรวงได้มีการแก้ไขอย่างเร่งด่วนแล้ว หลักการสำคัญคือ สินค้าต้องไม่ขาดตลาด ไฟฟ้าไม่ดับ ราคาต้องไม่สูง ต้องมีการปรับราคาของสินค้าที่ควบคุมทั้งหมด 18 หมวด ส่วนเรื่องช่องทางการส่งออก การส่งผลไม้และสินค้าไปประเทศจีนที่ล่าช้านั้น ขณะนี้กำลังแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ด้วยการหารือระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล วันนี้การขนส่งสินค้าทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น มีการเคารพหลักการซึ่งกันและกัน มีการแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง ลดขั้นตอนลง อาจจะมีการตรวจสอบในประเทศต้นทางของเราก่อน เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาที่นั่น ต้องเป็นข้อตกลงของเราสองฝ่าย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมยังมีการสรุป เรื่อง 10 มาตรการในการช่วยประชาชนด้านพลังงาน โดยมีการอนุมัติไปแล้ว และหลายโครงการเริ่มดำเนินการไปแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ เห็นผลจากการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางที่หาเช้ากินค่ำหลายล้านคน ตรงนี้น่าจะพอประคับประคองให้เราผ่านภาวะนี้ไปอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ ครม.ยังพิจารณาหลายเรื่องที่สำคัญ ทั้งเรื่องการสร้างรายได้ การขีดความสามารถด้านการแข่งขัน การบริหารสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาคุณชีวิต การอำนวยความสะดวกของประชาชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราต่อสู้โควิด-19 มาแล้วนานกว่า 2 ปี วันนี้หลายอย่างเริ่มคลี่คลายจากผลสำเร็จของเราในการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ไปพร้อมๆ กันด้วย เช่น การสนับสนุนรถยนต์อีวี ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทางต่างๆ ก็เริ่มจัดหาเข้ามาใหม่ ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศที่เราจะนำด้วย BCG เศรษฐกิจหมุนเวียน บนพื้นฐานที่สมดุล ยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมไปด้วย ลดโลกร้อน ลดคาร์บอน การพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ ดิจิทัล การสร้างเขตอุตสาหกรรมอัจฉริยะ เพื่อจะพัฒนานวัตกรรมของเราให้มีรายได้สูงขึ้น รายได้เข้าประเทศมากขึ้น รัฐบาลได้วางโครงสร้างเหล่านี้มาโดยตลอดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทางหลวง เส้นทางรถไฟ รถไฟฟ้าทั่วประเทศทั้ง กทม.และภูมิภาค


















