Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

นักวิชาการ มข.ระบุ พรรคเล็กถูกหลอก หลัง สภาล่ม 2 ครั้งซ้อน ต้องกลับไปใช้สูตรหาร 100 เช่นเดิม

นักวิชาการ มข.ระบุ พรรคเล็กถูกหลอก หลัง สภาล่ม 2 ครั้งซ้อน ต้องกลับไปใช้สูตรหาร 100 เช่นเดิม เชื่อ พปชร. และพท. ต้องการวัดฐานกำลังในฐานะพรรคใหญ่ โดยไม่แคร์พรรคเล็ก สุดท้ายแคนดิเดตนายกฯ จะเหลือเพียง “ลุงตู่-ลุงหนูและอุ้งอิ้ง”เท่านั้น 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ (15 ส.ค. 2565) ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. รศ.ดร.สถาพร เริงธรรม อาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มข. เปิดเผยว่า เหตุการณ์สภาล่มที่เกิดขึ้น เป็นเกมส์การเมืองระหว่าง 2 พรรคใหญ่ ที่ต้องการสัดส่วน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาการพยายามผลักดันให้เกิดสูตรหาร 500  ตามกฎหมายที่ยื่นอภิปราย กลับมาถูกแก้เกมส์และเล่นเกมส์กันจนเกิดสภาล่ม ถึง 2 นัดซ้อน ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไปคือกลุ่มพรรคการเมืองขนาดเล็กที่ถูกพรรคการเมืองใหญ่หลอก อย่างชัดเจน เพราะในช่วงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาก็เกิดสถานการณ์ลิงกินกล้วยกันแล้ว และพรรคขนาดใหญ่ก็ยื้อและพยายามที่จะทำตามที่พรรคเล็กระบุ แต่ถึงเวลาจริงก็คือการไม่เห็นด้วยที่จะเอาสูตรหาร 500 และกลับไปที่สูตรหาร 100 เช่นเดิมเพราะสูตรหาร 100 นั้นต้องยอมรับว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและเป็นสูตรที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ได้ผลและเป็นต่อชัดเจน

ไข่มุกขอบคุณทุกคะแนนเสียงพร้อมทำงานเพื่อประชาชน

'ไข่มุก' เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ว่าที่ นายก อบจ.กาฬสินธุ์ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง พร้อมทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ย้ำหลังได้รับการรับรอง พร้อมเดินหน้านำทีมงานลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความต้องการครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอ และจะปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายที่ให้ไว้อย่างมุ่งมั่นและตั้งใจ

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ที่บ้านพักส่วนตัว ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล หรือ“ไข่มุก”ว่าที่ นายกอบจ.กาฬสินธุ์ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่พี่น้องประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ได้มอบความไว้วางใจเทคะแนนให้อย่างถล่มทลาย ในการเลือกตั้งนายกอบจ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยได้คะแนน 249,093 คะแนน ทิ้งห่างนายชานุวัฒน์ วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์สมัยที่แล้วถึง 98,650 คะแนน 
นางเฉลิมขวัญ กล่าวว่า ขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ที่ได้มอบความไว้วางใจและให้โอกาสตนชนะในการเลือกตั้งและเข้าไปทำงานครั้งนี้ ซึ่งทุกคะแนนที่ได้รับถือว่าเป็นแรงผลักดันที่จะส่งเสริมกำลังใจให้ตนทำงานอย่างเต็มที่ และเต็มความสามารถ ตามนโยบายที่ให้ไว้ในตอนหาเสียง อย่างมุ่งมั่น ตั้งใจ ไม่ผันแปร และอย่างจริงใจ  

นางเฉลิมขวัญ กล่าวอีกว่า สิ่งแรกที่อยากทำจะได้จับมือ 4 ประสาน กับภาครัฐ ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น และพี่น้องประชาชน ในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในทุกๆด้าน ลดความซ้ำซ้อนในการให้บริการ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องให้ประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนต้องตอบแทน และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาชาวกาฬสินธุ์ โดยหลังได้รับการรับรองจาก กกต.แล้ว จะนำทีมงานลงพื้นที่รับฟังปัญหาและความต้องการครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอทันที

สำหรับนางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล  เป็นลูกสาวนายยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ เกิดวันที่ 26 มิถุนายน 2522 ปัจจุบันอายุ 42 ปี  การศึกษาปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัณฑิต มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, ปริญญาโท  บริหารธุรกิจบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ปริญญาโท ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต (การจัดการภาครัฐและกฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยนครพนม ประสบการณ์ทำงานเป็นอดีตผู้อำนวยการกองส่งเสริมสุขภาพ อบจ.กาฬสินธุ์, อุปนายกสมาคมกีฬา จ.กาฬสินธุ์, ที่ปรึกษา ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์และประธานหอการค้า จ.กาฬสินธุ์

'ไข่มุก เพื่อไทย' แลนด์สไลด์ชนะ 'เสี่ยโด่ง' คว้าเก้าอี้ 'นายกอบจ.กาฬสินธุ์'

ผลคะแนนเลือกตั้งนายกอบจ.กาฬสินธุ์อย่างไม่เป็นทางการแลนด์สไลด์ 'ไข่มุก เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล' ชนะ 'เสี่ยโด่ง ชานุวัฒน์ วรามิตร' อดีตนายกอบจ.กาฬสินธุ์อย่างถล่มทลายเกือบ 1 แสนคะแนน 

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกอบจ.กาฬสินธุ์ หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้มีการเลือกตั้งใหม่ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยเลือกตั้งทั้ง 18 อำเภอนับคะแนนแล้วเสร็จในช่วงเวลา 21.00 น. โดยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการผลปรากฏว่า เบอร์ 1 นายชานุวัฒน์ วรามิตร ได้ 150,443 คะแนน, เบอร์ 2 นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ได้ 249,093 คะแนน และเบอร์ 3 นางเขมจิรา อนันทวรรณ ได้ 13,784 คะแนน

‘บิ๊กป้อม’ ไม่ทน เตรียมดำเนินคดี ‘สมชัย’ ผิดพรบ.คอมพ์ ปมสั่งลูกพรรคโดดประชุมสภา

‘บิ๊กป้อม’ มอบฝ่ายกฎหมายดำเนินคดี ‘สมชัย ศรีสุทธิยากร’ ฐานนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หลังพูดโยงสั่งการลูกพรรคไม่ให้เข้าประชุมรัฐสภา

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคเตรียมที่จะดำเนินคดีกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ที่ออกมาพูดพาดพิง พลเอกประวิตร เชื่อมโยงเรื่องการประชุมรัฐสภา ในการพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ในลักษณะว่า พลเอกประวิตร ได้สั่งการลูกพรรคไม่ให้เข้าร่วมประชุมรัฐสภา เพื่อให้องค์ประชุมล่มไม่สามารถพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ได้ 

ซึ่งสิ่งที่นายสมชัยออกมาพูดนั้นไม่เป็นความจริง เป็นข้อมูลเท็จทั้งสิ้น พลเอกประวิตร ไม่เคยก้าวก่าย และไม่เคยสั่งการใด ๆ ลูกพรรค เพราะการทำหน้าที่ในสภาถือเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.แต่ละคน

'คนเพื่อไทย' เย้ย ภท.-ปชป. หยุดโม้กวาด ส.ส.ใต้ แนะ!! ไปทำตามสัญญาที่ให้ปชช. ให้ได้ก่อน

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นพ.ประสิทธิ์ โกยศิริพงศ์ อดีตนายกฯ อบจ.ภูเก็ต และประธานคณะทำงานโซนภาคใต้ฝั่งอันดามัน พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า จากกรณีที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ต่างประกาศจะยึดเก้าอี้พื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันทั้งหมดนั้น ตนอยากบอกว่า ขอให้ลืมไปได้เลย เพราะในปัจจุบันเท่าที่ทำหน้าที่ประสานงานให้พรรค พท. และลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้ทราบว่า ประชาชนไม่เอาด้วยกับนโยบายกัญชาเสรีของพรรค ภท. ขณะที่พรรค ปชป. ก็ไม่มีผลงานแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนเลย ทำให้กระแสตกลงอย่างต่อเนื่อง

นพ.ประสิทธิ์กล่าวต่อว่า ท่านอย่าเพิ่งพูด หรือคาดหวังไปก่อนโดยเหมารวมเอาเองว่าพี่น้องประชาชนชาวใต้ฝั่งอันดามันจะให้คะแนนเสียงพวกเราให้ท่านเหมือนอดีต เพราะท่านอาจจะผิดหวังได้ วันนี้คนใต้ลำบากกันมาก ราคายางตกลงอย่างต่อเนื่อง หลายครอบครัวเริ่มเป็นหนี้หนัก เมื่อทั้ง ภท. และ ปชป.ประกาศกวาดเก้าอี้ ส.ส. ภาคใต้ ภายใต้ภาวะที่ท่านเป็นรัฐบาล แต่ไม่ได้มีนโยบาย หรือแนวทางที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวใต้ให้กลับมาตั้งหลักได้อีกด้วยซ้ำ แล้วเหตุใดพี่น้องประชาชนภาคใต้ต้องเลือกท่านกลับมาอีก

‘ไพศาล-คณะก้าวหน้า' คว้าชัย ‘นายกเทศมนตรีด่านสำโรง’ แถลงขอบคุณทุกคะแนน รับแข่งดุเดือด

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.สมุทรปราการ จัดเลือกตั้งซ่อม นายกเทศมนตรีตำบลด่านสำโรง แทนตำแหน่งที่ว่าง (แทน นายสมพงษ์ วีรชาติวัฒนา หรือนายกเต็ก ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุลื่นล้มในบ้านพัก) โดยมีผู้สมัคร 2 รายคือ นางภรภัทร พูลเจริญ หมายเลข 1 นายไพศาล วีรชาติวัฒนา หมายเลข 2 อดีตรองนายกเทศมนตรี จากคณะก้าวหน้า

ล่าสุด ผลการเลือกตั้งซ่อมอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า หมายเลข 2 นายไพศาล 12,543 คะแนน ชนะ และหมายเลข 1 นางภรภัทร 10,090 คะแนน

นายไพศาลแถลงภายหลังทราบผลเลือกตั้งว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ให้ผมชนะการเลือกตั้ง ขอบคุณจริง ๆ เพราะครั้งนี้ดุเดือดเหลือเกิน เราก็สู้เต็มที่ อาผมเสียไป ก็ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้รับชัยชนะครั้งนี้มา ขอบคุณพี่น้องชาวด่านสำโรงทุกท่าน ทีมงานคณะก้าวหน้า ทีมงานของผมเองทุก ๆ คน ที่ขาดไม่ได้คือขอบคุณครอบครัววีรชาติวัฒนา ซึ่งอยู่เบื้องหลัง

ด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวขอบคุณคะแนนเสียงที่เลือกผู้สมัครของคณะก้าวหน้าเข้าไปเป็นนายก ทต.ด่านสำโรง ว่า ขอบคุณพี่น้องชาวด่านสำโรง ที่มอบความไว้วางใจท่วมท้นให้กับคณะก้าวหน้าอีกครั้ง ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ในการเลือกตั้งซ่อมนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลด่านสำโรง ชัดเจนแล้วว่าพี่น้องชาวด่านสำโรงได้มีมติเลือกให้ คุณแบน ไพศาล วีรชาติวัฒนา ผู้สมัครในนามคณะก้าวหน้า ได้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลด่านสำโรงคนต่อไป

นายธนาธรกล่าวว่า ในโอกาสนี้ผมขอแสดงความยินดีและขออวยพรให้คุณไพศาลประสบความสำเร็จในการเดินหน้าทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ขอให้คุณไพศาลและคณะผู้บริหารชุดต่อไปเดินหน้าทำงานเพื่อรับใช้พี่น้องชาวด่านสำโรงอย่างเต็มที่อย่างที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน

'สุริยะ' เชื่อเหตุสภาล่ม ไม่เกี่ยว 'บิ๊กป้อม' ยันสมัยหน้า 'สามมิตร' ยังอยู่กับ พปชร.

'สุริยะ' ยัน 'พล.อ.ประวิตร' ไม่มีล็อบบี้ ส.ส.พรรคโดดร่ม ชี้สูตรหาร 100 เป็นกติกาสากล ลั่นสมัยหน้าสามมิตรยังอยู่ ไม่ตอบ 'บิ๊กป้อม' เหมาะนั่งนายกฯ หรือไม่

11 ส.ค. 2565 - นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงเหตุการณ์การประชุมรัฐสภาสภาล่มในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการดีลกันระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย (พท.) หรือไม่ว่า เท่าที่อยู่ร่วมด้วยข้อมูลนี้ไม่จริง และเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นไปตามกลไกของสภา

ขณะเดียวกันนายสุริยะ ยังระบุอีกว่าไม่ทราบรายงานข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. โทรศัพท์ไปล็อบบี้ ส.ส.ภายในพรรคให้ออกจากห้องประชุม เพื่อให้สภาล่มและกลับไปใช้ร่างของรัฐบาลหา ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยวิธีหาร 100 แต่ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เนื่องจากไม่เคยได้รับการประสานและจากการสอบถาม นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ก็บอกว่าไม่มีเช่นกัน

เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพรรค พปชร.ถูกพุ่งเป้าจะทำให้เกิดปัญหา รอยร้าวเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหามาโดยตลอด นายสุริยะกล่าวว่า ต้องพิจารณาให้ดี เชื่อในสูตรหาร100 เป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ เพราะมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบอยู่แล้ว ในการเลือก ส.ส.เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยหากใช้สูตรหาร 100 มองว่าตรงไปตรงมา พรรคใดได้คะแนนก็ว่ากันไป เป็นระบบที่ดี จึงเชื่อได้ว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่านำมาเป็นประเด็นทางการเมือง

'ศิริกัญญา' ชำแหละ!! รัฐบาลเอื้อทุนผูกขาด ยกดีลควบรวม 'ทรู-ดีแทค' รัฐไม่ทำอะไรเลย

'ศิริกัญญา' ร่ายยาวชำแหละรัฐบาลเอื้อทุนผูกขาด ถามรัฐบาลทำเต็มที่แล้วหรือยัง ป้องกันดีลควบรวมผูกขาดทรู-ดีแทค ทำค่าบริการพุ่ง ประชาชนสงสัยไม่ทำอะไรเลย เพราะท่านได้ประโยชน์จากดีลนี้ใช่หรือไม่

ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีเศรษฐกิจผูกขาด โดยมีชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) เป็นผู้ตอบแทน พล.อ.ประยุทธ์

โดย ศิริกัญญา เกริ่นนำว่า ระบบผูกขาดเกิดขึ้นในเศรษฐกิจไทย ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหลังวิกฤตโควิด สิ่งนี้จะเป็นตัวฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ โดย 8 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ส่งเสริมให้กลุ่มเจ้าสัวที่รวยสุดของประเทศ 50 รายแรก รวยขึ้น 2 ล้านล้านบาท แต่ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์เช่นเดียวกัน ก็ทำให้หนี้ครัวเรือนของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นถึง 4.6 ล้านล้านบาท เท่ากับประชาชนรายได้ลด แต่หนี้เพิ่มไม่หยุด

"ถ้าความร่ำรวยของเจ้าสัวเหล่านี้ เกิดขึ้นจากความสามารถเก่งกาจจะไม่ว่าอะไรสักคำเลย แต่ความร่ำรวยที่เกิดขึ้นจากการผูกขาดโดยการเอื้อประโยชน์ของรัฐนั้น เท่ากับว่าเงินที่หายไปจากกระเป๋าประชาชนได้ถูกถ่ายเทไปเป็นความร่ำรวยของนายทุน แถมตลอดการดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ก็มีแนวโน้มเอื้อทุนใหญ่มาโดยตลอด" ศิริกัญญากล่าว

โดยศิริกัญญายกตัวอย่างการเอื้อกลุ่มทุนใหญ่-ทุนผูกขาด ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้แก่...

- ยืดหนี้ให้กลุ่มทุนโทรคมนาคมจ่ายค่าประมูลคลื่น 4G ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 10 ปี จนรัฐเสียหาย เอกชนฟันผลประโยชน์ไป 2 หมื่นล้านบาท
- อุ้มเอกชนที่ผูกขาด Duty Free โดยแก้สัญญาสัมปทานแบบด่วนทันใจก่อนช่วยประชาชนเสียอีก ทั้งลดค่าสัมปทานและยืดอายุ จนรัฐเสียผลประโยชน์หลายพันล้านบาท
- อ้างโควิดเช่นกัน ในการยอมให้แก้ไขสัญญาสัมปทาน PPP รถไฟฟ้าความเร็วสูง 3 สนามบิน ยอมให้ผ่อนจ่ายค่าสิทธิ์บริหารจัดการ Airport Rail Link แบบดอกเบี้ยแสนถูก ให้รัฐบาลสมทบทุนเร็วขึ้นเพื่อช่วยออกค่าก่อสร้างแทนที่จะไปออกเงินตอนก่อสร้างเสร็จแล้ว
- รัฐบาลยังปล่อยให้มีการควบรวมห้างค้าปลีก-ร้านสะดวกซื้อ ทำให้เพิ่มการผูกขาดในตลาดมากขึ้น ทำให้ประชาชนหมดทางเลือก
- กรณีล่าสุด ควบรวมทรู-ดีแทค จะผูกขาดขั้นสุด ประชาชนต้องแบกรับค่าบริการ กระทบค่าครองชีพให้มากขึ้นไปอีก แต่ก็ยังมีรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ออกมาพูดจาสนับสนุนการควบรวมครั้งนี้ว่าเป็นสิทธิ์ของเอกชน
- ล่าสุดของล่าสุด การขออนุญาตควบรวมกิจการอินเตอร์เน็ต AIS-3BB

ศิริกัญญาจึงตั้งคำถามว่า ตกลงแล้วรัฐบาลชุดนี้คิดว่ามีปัญหาการผูกขาดในเศรษฐกิจหรือไม่?

แล้วรัฐบาลนี้นโยบายป้องกันการผูกขาดและส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรมบ้างหรือไม่? ถ้ามี คืออะไร เป็นอย่างไรบ้าง ท่านคิดว่าทำดีพอแล้วหรือยัง? เป็นธรรมต่อ SMEs และประชาชนผู้บริโภคที่ควรจะเป็นรากฐานสำคัญในระบบเศรษฐกิจของประเทศนี้แล้วหรือยัง?

ศิริกัญญา เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ว่าแต่เดิมค่าบริการโทรศัพท์มือถือของคนไทยก็สูงอยู่แล้วแม้ว่าจะมีหน่วยงานกำกับดูแลอยู่ก็ตาม ตัวเลขจาก Internation Telecommunication Union (ITU) เปิดเผยว่าสำหรับแพคเกจใช้น้อย อยู่อันดับที่ 111  ส่วนแพคเกจใช้มาก อยู่อันดับที่ 87 จาก 182 ประเทศ ถ้าหากการควบรวมครั้งนี้สำเร็จก็จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาเข้าไปอีก

เมื่อดูเฉพาะอินเตอร์เน็ต ถ้าเราอยากส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริง ค่าบริหารก็จะต้องไม่แพง เพื่อส่งเสริมทั้งฝั่งผู้ประกอบการและผู้บริโภค แต่ปรากฏว่าเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ คนไทยต้องทำงาน 2 วันเพื่อจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตรายเดือน ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ ทำงาน 1 วัน หรือน้อยกว่านั้น

สำหรับผลการศึกษาการควบรวมครั้งนี้ออกมาแล้วจาก 5 หน่วยงาน ทั้งจากหน่วยงานที่ทรู-ดีแทค จ้างศึกษา มีทั้งสถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา รวมถึงคณะอนุกรรมการของ กสทช. เอง ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าขั้นต่ำคือ 10% แต่ถ้าการควบรวมนี้มีการฮั้วกันก็จะทำให้ค่าบริการยิ่งแพงขึ้นไปอีก โดยคณะอนุกรรมการของ กสทช. เองศึกษาแล้วพบว่าค่าบริการจะพุ่งสูงขึ้นถึง 49-200% หมายความว่าถ้าทุกวันนี้เราจ่ายค่ามือถือและอินเตอร์เน็ตอยู่ 100 บาท อาจจะต้องจ่าย 150-300 บาท แบบนี้กระทบค่าครองชีพประชาชนอย่างเต็มที่ ซ้ำเติมเงินเฟ้อที่ยังขึ้นไม่หยุดด้วย แล้วประชาชนและธุรกิจดิจิทัลเหล่านี้จะพัฒนากันต่อได้อย่างไร

ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ตนเองทราบดีว่าเป็นหน้าที่กำกับดูแลโดย กสทช. แต่ในฐานะรัฐบาล ท่านได้ศึกษาประเมินบ้างหรือไม่ว่ามูลค่าความเสียหายของเศรษฐกิจดิจิทัลจะอยู่ที่กี่พันล้านบาท งานของประชาชนคนไทยจะหายไปกี่ตำแหน่ง และถ้าผลกระทบมากขนาดนี้ ท่านคิดว่ากฎหมาย กฎระเบียบ ประกาศ ที่มีอยู่นั้นพอหรือไม่ที่จำเยียวยาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหรือไม่

"ดังนั้น เรายังไม่มีความเชื่อใจ มั่นใจ ว่า กสทช. จะกำกับราคาได้เลย วันนี้เราหวังว่าให้ควบรวมไปก่อนแล้วค่อยไปกำกับดูแลราคาทีหลัง มันไม่ได้!"

‘อนุพงษ์’ ลั่น 3 ป.มาด้วยกันไปด้วยกัน มั่นใจ ‘บิ๊กป้อม’ ไม่รับไม้ต่อเป็นนายกฯ

‘บิ๊กป๊อก’ ลั่น 3 ป.มาด้วยกันไปด้วยกัน มั่นใจ พล.อประวิตร ไม่รับไม้ต่อเป็นนายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่มีทายาท 3 ป. ย้ำไม่สนใจลงเลือกตั้ง  

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหาดไทย กล่าวถึงการอวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า ขอให้ท่านมีความสุขแข็งแรง และยืนยันไม่ได้พูดคุยกันเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็บอกว่า ไปเขียนอะไรกันเองไม่เห็นมีอะไร และยืนยันไม่ได้มีการพูดคุยประเด็นกับสูตรหาร 100 อีกด้วย 

เมื่อถามว่า มองว่า พล.อ.ประวิตร อายุ 77 ปี มี สุขภาพร่างกายแข็งแรงมีโอกาสหรือไม่ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ให้ตนพูดก็จะกลายเป็นประเด็นอีก 

ส่วนมีโอกาสหรือไม่ หากประเมินจากสุขภาพของ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า พูดง่าย ๆ ท่านก็ยังทำไหว ก็คงถือว่าดีที่ท่านจะทำได้

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่ พล.อ.ประวิตร จะรับไม้ต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ อีก 2 ปี หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ ถึงกับอุทานว่า "โอ้ย คงไม่ใช่หรอกมั้ง ไม่ใช่แน่นอน บอกตรง ๆ คงไม่ใช่"

เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่า พล.อ.ประวิตรไปพร้อมกับ พล.อ.ประยุทธ์ มาด้วยกันไปด้วยกันเลยใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า แน่นอน ถูกต้อง

'ธัญวัจน์' หารือ รมว.ยุติธรรม แก้ระเบียบสภาทนายความ เปิดโอกาสผู้มีความหลากหลายทางเพศทำอาชีพในฝัน

ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล หารือในที่ประชุมสภา ต่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต่อกรณีที่เมื่อวานนี้ได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้สมัครเข้ารับฝึกอบรมวิชาว่าความ ภาคทฤษฎี รุ่นที่ 57 ถูกเจ้าหน้าที่ของสภาทนายความเลือกปฏิบัติเนื่องจากมีเพศสภาพเป็นเพศชายแต่เจ้าหน้าที่สภาทนายความว่าผู้ร้องเรียนไม่สามารถแต่งกายเป็นหญิงเข้าสอบข้อเขียนได้เนื่องจากคำนำหน้าของตนเป็นผู้ชาย ต้องแต่งตัวแบบผู้ชายตามระเบียบของสภาฯ 

โดยธัญวัจน์ระบุว่า อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ใช่เป็นเพียงความเดือดร้อนของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่เป็นการปิดโอกาสของมนุษย์ลิดรอนสิทธิ์ของบุคคลอื่น 

ทั้งนี้หากกฏหมายใดหรือข้อปฏิบัติใดที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตของประชาชนก็ควรปรับแก้เสีย ตนจึงอยากหารือไปยังรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมรีบพิจารณาเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขกฏระเบียบสภาทนายความ เพื่อให้คนทุกคนและทุกเพศสภาพมีโอกาสเข้าถึงอาชีพที่ตนใฝ่ฝันเพราะมนุษย์ ทุกคนล้วนแล้วมีเป้าหมายและความฝัน 

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อาชีพทนายความเป็นอาชีพในกระบวนการยุติธรรมก็ต้องเปิดกว้างและหากทำได้จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้แก่สายอาชีพอื่น ๆ ด้วย 

สำหรับการแก้กฎหมายอาจต้องมีกระบวนการและอาศัยเวลา ซึ่งอาจไม่ทันการ จึงอยากวิงวอนให้มีคำสั่งเร่งด่วนเพื่ออนุโลมให้สำหรับผู้เข้าสอบในกรณีนี้ ธัญวัจน์ทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top