Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

'ทิพานัน' โต้ 'เพื่อไทย' ปี 64/65 ไม่มีการประกาศภัยแล้ง ชี้!! 'บิ๊กป้อม' เดินหน้าแก้สำเร็จ พร้อมดันเป็นโมเดลระยะยาว

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณี ที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการ พล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้องเข้ามายึดอำนาจบริหารประเทศ ทำให้ประชาชนยากจนลง รวยเฉพาะกลุ่มเจ้าสัวและกลุ่มที่ใกล้ชิดผู้มีอำนาจ นั้น เป็นการกล่าวหาแบบไร้หลักคิดที่น่าเชื่อถือ เพราะไม่ได้อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงที่ปรากฎ ซึ่งในภาวะวิกฤตโควิดและสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการลงทุน อัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งเราชนะ คนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน เราเที่ยวด้วยกันที่ครองใจประชาชน ที่สำคัญ ยังตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาคามยากจนแบบสั่งตัด เพื่อความยั่งยืน และไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนไปแล้วมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท  ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจแก้ปัญหาพัฒนาทุกมิติ

ส่วนที่มีการหยิบยกประเด็นการลงพื้นที่ทำกิจกรรมของพรรคพลังประชารัฐ จ.หนองคาย ที่ระบุถึง การปราศรัยเกี่ยวกับการแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็นการพูดที่ขัดกับความเป็นจริง นั้น น.ส. ทิพานัน กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลโดย พล.อ.ประวิตร ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำในเชิงป้องกันล่วงหน้า มีการกำหนดมาตรการรับรองสถานการณ์ขาดแคลนน้ำและวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงก่อนเข้าสู่ฤดูแล้ง เพื่อแจ้งเตือนทำความเข้าใจกับประชาชน ในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนโดยจัดลำดับความสำคัญที่ประชาชนต้องไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคก่อน และนำข้อมูลมาประเมินความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำในกิจกรรมอื่น ๆ โดยเฉพาะภาคการเกษตร เพื่อออกมาตรการให้ความช่วยเหลือรายพื้นที่หรือบรรเทาผลกระทบให้เกิดน้อยที่สุด ทำให้ปี 64/65 ไม่มีการประกาศให้เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ตามประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

'อนุสรณ์' ชี้!! 8 ปีผ่านมามีแต่ความล้มเหลว แนะ!! 'ประยุทธ์' อย่าดิ้นรนอยู่ในอำนาจต่อ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พรรคการเมืองลงพื้นที่หาเสียงถี่ในช่วงปลายอายุรัฐบาล ว่า พรรคเพื่อไทยทยอยลงพื้นที่เปิดนโยบาย เปิดตัวผู้สมัคร ให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมแล้วที่จะเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชน 

สวนทางกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่แยกกันเดิน แยกกันขึ้นเวที แยกกันลงพื้นที่ เพื่อแก้ตัวกับประชาชน กลบความล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพใน 8 ปีของระบอบสืบทอดอำนาจ 

นิด้าโพลสะท้อนชัดประชาชน 64.25 เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรประกาศอยู่ในตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ไม่เกิน 24 ส.ค. นี้ ขณะที่ 55.18% เชื่อหลังเลือกตั้งสมัยหน้า 3 ป. จะไม่มีบทบาทจัดตั้งรัฐบาล จะให้ประชาชนไว้วางใจ 3 ป.ได้อย่างไร ในเมื่ออยู่มา 8 ปี 3 ป.ยังไม่ไว้วางใจกันเองเลย

'ส.ส.ลพบุรี' ลั่น!! ไม่หนุนนโยบายปลูกกัญชา โว เลือกตั้งครั้งหน้าพท. กวาดส.ส.ทุกเขตแน่

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่เมื่อวานนี้ (8 สิงหาคม) มีนักการเมืองพรรคหนึ่งได้ไปกล่าวปราศรัยที่จังหวัดลพบุรีว่าจะส่งเสริมให้ชาวลพบุรีปลูกกัญชา ตนในฐานะผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ไม่มีนโยบายให้ประชาชนเสพยาเสพติด หรือยุยงส่งเสริมคนลพบุรี เพราะตนรู้ว่าคนลพบุรีฉลาดพอ คนลพบุรีตัดสินใจได้ว่าจะเลือกผู้แทนของเขาแบบมีคุณภาพ ท่านบอกจะเหมาหมดทั้งลพบุรี ท่านถามคนลพบุรีส่วนใหญ่หรือยัง 

ประเด็นต่อมาคือ นโยบายของพรรคเพื่อไทยยืนยันมาเสมอว่า น้ำคือชีวิต เราจะวางแผนบูรณาการน้ำทั้ง 2 ลุ่มน้ำ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดปี นอกจากนี้ จังหวัดลพบุรีพื้นที่ส่วนใหญ่ทำนา ทำไร่ ตนในฐานะตัวแทนของพรรคเพื่อไทย เราได้เสนอกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรทั้งระบบที่ทำมาหากินอยู่โดยได้ยื่นญัตติต่อสภา โดยสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาซึ่งตนได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ภาคกลางทั้งหมด

'อดีตบิ๊กศรภ.' ถาม "ทำไมต้องไล่ลุงตู่" ฟันเปรี้ยงยิ่งโหมยิ่งบ่งชี้ถึงความ ‘กลัว’

(9 สิงหาคม 2565) พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2565 แสดงความคิดเห็นทางการเมือง ผ่านทางเฟซบุ๊ก “พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์” มีเนื้อหาดังนี้....

ทำไมต้องไล่ลุงตู่

ปัจจุบันไม่มีใครรู้อนาคตว่าเลือกตั้งครั้งใหม่นั้น ลุงตู่ จะกลับมาเป็นนายกฯได้อีกหรือเปล่า เพราะถ้าวิเคราะห์ตามคำทำนายของทั้งสื่อ ทั้งกลุ่มพลังต่าง ๆ รวมถึงโพลนิด้าเอง ก็ว่า ลุงตู่ ตกยุคไปแล้ว ประชาชนหมดความนิยมไปแล้ว 3ป. ก็แตกแยกกัน พรรค พปชร.ก็แตก ออกหลายส่วน

ดังนั้น ตามคำทำนายต่าง ๆ จะเห็นได้ชัดเจนว่า ลุงตู่ ไปไม่รอดแน่ ดังนั้นจะไปกลัวอะไรกับ ลุงตู่ อีก

นอกจากนั้นในแนวทางการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว ถ้า ลุงตู่ มีสิทธิที่จะไปต่อไป ก็ต้องให้แกลงสมัครแข่งขัน เป็น ส.ส. ต่อไป (คราวนี้ลุงตู่ลงสมัครรับเลือกตั้งแน่นอน)

จะไปขัดขวางไม่ได้ นอกจากนั้น กระแสข่าวที่ทุ่มเทกันออกมา ชี้ให้เห็นว่าประชาชนไม่เอา ลุงตู่ แล้ว แล้วจะไปกีดขวาง ขู่เข็ญ ลุงตู่ ให้เสียชื่อไปทำไม

การออกมาไล่ ลุงตู่ มากขึ้น ๆ แบบนี้ ยิ่งแสดงให้เห็นว่าทุกฝ่ายยังกลัว ลุงตู่ อยู่ จึงเท่ากับไปหาเสียงให้ ลุงตู่ ในทางอ้อม

ทำอย่างนี้เมื่อไร ลุงตู่ จะได้ไปอยู่บ้านเฉย ๆ ละครับ

ส่วนเรื่อง 8 ปีของ ลุงตู่ นับถึงวันไหนนั้น ผมยกข้อเขียนของคุณ สมชาย แสวงการ มาลงไว้ให้อ่านกัน เพื่อจะได้หาวิธีเคลื่อนไหวไล่ ลุงตู่ ให้เข้าตา “ศาลรัฐธรรมนูญ” บ้าง

คุณสมชาย ว่า ความเห็นทางกฎหมายเป็นได้แค่ 2 ทาง คือ

1.) แบบที่1 คือนายกลุงตู่ พลเอกประยุทธ์ หัวหน้าคสช.ที่มาจากรัฐประหารและขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐถาธิปัตย์ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เมื่อ (24 ส.ค. 2557) ไม่อาจนับเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาตามกรอบมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญ2560 ได้ เพราะไม่ได้มาจาการเลือกกันในรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

แต่หากยังต้องนำบทเฉพาะกาล มาตรา 264 มานับวันที่ให้ ครม. ที่บริหารราชการแผ่นดินก่อนรัฐธรรมนูญ2560 ทำหน้าที่เป็น ครม.ได้ต่อไป ซึ่งรวมถึงนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ด้วย ดังนั้นการนับครบ8ปีแบบนี้จึงต้องนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญ2560 ใช้บังคับคือ 6 เม.ย. 2560 และนับตามบทเฉพาะกาลมาตรา264

‘เพื่อไทย’ ปัดดีล ‘พปชร.’ เล่นเกมล่มองค์ประชุม ลั่น!! หวนใช้หาร 100 เชื่อทางออกที่ดีที่สุด

(9 ส.ค. 65) ที่รัฐสภา นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่..) พ.ศ. .... รัฐสภา กล่าวถึงองค์ประชุมร่วมรัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (10 ส.ค. 65) ว่า ยืนยันฝ่ายค้านไม่มีปัญหา เพราะจะลงชื่อเข้าร่วมประชุมตามปกติ ส่วนกรณีที่จะมีการทำให้องค์ประชุมล่มเพื่อให้การพิจารณาไม่ทัน 180 วัน และกลับไปใช้ร่างเดิมนั้น มองว่าฝ่ายค้านเป็นเสียงข้างน้อยคงไม่สามารถกำหนดอะไรได้ ต้องแล้วแต่เสียงส่วนใหญ่ว่าจะเอาอย่างไร แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยยังยืนยันจุดยืนเดิมมาโดยตลอดในการใช้สูตรหาร100 คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถ้าทำตามนี้แต่แรกก็จบไปนานแล้ว ทั้งนี้ตนอยากให้ฝ่ายเสียงข้างมากในรัฐสภามีความชัดเจนและคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน ส่วนกรณีที่หากเกินกรอบ 180 วันและสูตรหาร 500 จะตกไป เราคิดว่าเป็นช่องทางที่ดีที่สุดและช่องทางที่สะดวกที่สุดของฝ่ายเสียงข้างมากที่จะกลับมาหาร100 ทั้งนี้หากจะเดินหน้าหาร 500 พรรคเพื่อไทยก็ไม่มีปัญหาแต่เท่าที่ฟังมาหลายพรรคของฝ่ายรัฐบาลบอกว่าอยากจะกลับมาในทิศทางที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข เรื่องนี้เดินไม่ถูกทิศมาบางส่วน ดังนั้นหากจะกลับมาถูกทิศก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

เมื่อถามว่า ที่บอกว่าไม่มีปัญหากับหาร 500 หมายความว่าเห็นด้วยแล้วใช่หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า เรายืนยันมาตลอดว่าหาร 500 ขัดหรือแย้งต่อกฎหมาย แต่ถ้าจะดันไปข้างหน้าก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เพราะเป็นเสียงข้างมาก แต่เราไม่เคยคิดหรือกลับไปกลับมา ยืนยันว่าหาร 100 ตลอด ส่วนฝ่ายรัฐบาลจะทำอย่างไรก็ไม่กล้าจะคาดเดา

เมื่อถามว่า ได้ประเมินว่ากฎหมายลูกจะผ่านในวันพรุ่งนี้หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า คาดเดายาก รอดูหน้างานเป็นหลัก เมื่อถามว่า หากการประชุมล่มจะสามารถชี้แจงเหตุผลต่อประชาชนได้หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า เราสามารถชี้แจงได้ไม่มีปัญหา ให้เกิดขึ้นก่อน ตอนนี้ยังไม่เกิด เราได้แต่คาดการณ์

"สำหรับพรรคเพื่อไทยหากสูตรหาร 500 ผ่านวาระสาม จะยื่นเรื่องไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งอาจจะเกิดได้ 2 กรณีคือ 1. การจงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และ 2. หน้าที่ของผู้แทนราษฎรคืออะไร โดยอีกส่วนหนึ่งเราเตรียมจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าขัดหรือแย้งต่อกฎหมายหรือไม่ แต่หากร่างกฎหมายลูกตกไปในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ หรือทำไม่เสร็จภายใน 180 วัน เราก็คงจะพับแผลนี้ไว้เพราะได้กลับมาที่ร่างเดิมแล้วและเป็นร่างที่พรรคเพื่อไทยรับได้ ทั้งนี้ร่างกฎหมายลูกทั้ง 4 ฉบับที่ผ่านรัฐสภาในวาระแรกเสนอสูตรหาร100เหมือนกันหมด ไม่มีฉบับใดเลยที่เขียนว่าหาร 500 และที่ติด ๆ ขัด ๆ ก็เพราะเลือกหาร 500 ถ้าทำถูกหลักแต่ต้นก็จะไม่มีปัญหาเช่นนี้ ตนจึงอยากให้ทุกพรรคทุกคนที่เป็นกรรมาธิการเลิกคิดว่าพรรคเพื่อไทยได้เปรียบและพรรคเล็กเสียเปรียบ มาเริ่มต้นกันใหม่ พรรคใหญ่ก็มีคนมากเป็นธรรมดา พรรคเล็กตั้งใหม่มีขนาดเล็กก็ไม่เป็นไร กฎหมายนี้ไม่ได้ทำเพื่อให้ใครได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ทำเพื่อพี่น้องประชาชนทั้งหมด เพื่อให้เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ" นายสมคิด กล่าว

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันหรือไม่ว่าจะไม่เล่นเกมทำให้องค์ประชุมล่ม นายสมคิด กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเล่นเกม พรรคเพื่อไทยทำองค์ประชุมล่มไม่ได้ถ้าเสียงข้างมากไม่ทำ พรรคเพื่อไทยเป็นเสียงข้างน้อย

'ส.ว.สมชาย' กางรธน. ชี้ 8 ปีนายกฯ นับถึงวันไหน!! ทางกฎหมายเป็นได้แค่ 2 ทาง นับถึง 2568 และ 2570

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ '8 ปีนายกลุงตู่นับถึงวันไหน' ระบุว่า...

ความเห็นทางกฎหมายเป็นได้แค่ 2 ทาง คือ...

1) แบบที่ 1 คือนายกลุงตู่ พลเอกประยุทธ หัวหน้าคสช. ที่มาจากรัฐประหารและขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐถาธิปัตย์ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เมื่อ 24 ส.ค. 2557 ไม่อาจนับเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาตามกรอบมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ เพราะไม่ได้มาจากการเลือกกันในรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

แต่หากยังต้องนำบทเฉพาะกาล มาตรา 264 มานับวันที่ให้ ครม. ที่บริหารราชการแผ่นดินก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 ทำหน้าที่เป็นครม.ได้ต่อไป ซึ่งรวมถึงนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ด้วย  

>> ดังนั้นการนับครบ 8 ปีแบบนี้ จึงต้องนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญ2560 ใช้บังคับคือ 6 เม.ย. 2560 และนับตามบทเฉพาะกาลมาตรา 264 

>> #นายกลุงตู่จะครบ 8 ปี วันที่ 5 เม.ย. 2568...

'ณัฐชา' แง้ม!! เตรียมส.ส. สู้ศึกเลือกตั้ง ชี้!! ฝ่ายประชาธิปไตยต้องร่วมมือกันพลิกขั้วอำนาจ

ณัฐชา ​บุญไชยอินสวัสดิ์​ ส.ส.เขตบางขุนเทียน​ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงแคมเปญ​ก้าวไกล​ Next ว่านี่คือการปรับทัพครั้งใหญ่ของพรรคก้าวไกล เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้ง​ ตนในฐานะส.ส.เขต​ตอนนี้ได้มีการวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตทั่วประเทศ ให้พร้อมสำหรับการทำงานในพื้นที่​ โดยเป้าหมายใหญ่ของพรรคก้าวไกล​อย่างที่เลขาธิการพรรคได้กล่าวไปแล้วว่า​ พรรคก้าวไกลตั้งเป้าเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล​เพราะนี่คือ​ทางรอดเดียวของประเทศไทย​ตลอด 8 ปีที่ประเทศไทยอยู่ใต้ระบอบประยุทธ์ จันทร์โอชา​ พี่น้องประชาชนรับภาระทุกด้าน 

ดังนั้น ทางรอดทางเดียวสำหรับประเทศไทยในอนาคตตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปก่อนที่จะเกินเยียวยา คือฝ่ายประชาธิปไตยเข้าไปพลิกขั้วระบอบประยุทธ์ให้ได้

'โฆษกพท.' ยัน!! พรรคพร้อมแก้วิกฤติให้บ้านเมือง หลัง 'รัฐบาลประยุทธ์' ทำเละเป็นซากมา 8 ปีแล้ว

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กิจกรรม ‘ครอบครัวเพื่อไทย ระดมพลชาวเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด’ ที่ จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2565 พี่น้องประชาชนชาวเชียงรายและทั่วประเทศต่างเรียกร้องให้เพื่อไทยกลับมาแก้วิกฤตบ้านเมือง ด้วยความเชี่ยวชาญของพรรคเพื่อไทยที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ เราคิดได้และทำเป็น ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า ‘พร้อมแล้ว’ ที่จะใช้เวลา 6 เดือนแรกหลังเป็นรัฐบาล รื้อถอนซากปรักหักพังของประเทศจากฝีมือการบริหารของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้สร้างเอาไว้ให้คนไทยจมทุกข์มาตลอดระยะเวลา 8 ปี

ส่วนกรณีที่นายธนกร หวังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีความพยายามพูดย้ำ ซ้ำเรื่องเดิมว่าเพื่อไทยต้องการแลนด์สไลด์ เพื่อนำบุคคลสำคัญกลับมานั้น คงเป็นคำพูดที่ไม่มีราคามากนัก เพราะหากต้องการเพียงเท่านั้น พรรคเพื่อไทยคงไม่ต้องมีการวางแนวนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้กับประชาชน ไม่ละทิ้งคนรากหญ้า กระจายอำนาจมายังประชาชน ดึงศักยภาพคนไทยด้วยการใช้ Soft Power ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อการเกษตร เพื่อให้เกิดการวิเคราะห์แม่นยำและผลผลิตสูง ปรับเปลี่ยนภาครัฐและภาคเอกชนด้วยระบบ Digital Transformation ครั้งใหญ่ และเตรียมคนไทยเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างแท้จริง ทั้งหมดเป็นแนวนโยบายเพียงบางส่วนเท่านั้นที่พรรคเพื่อไทยตั้งใจทำเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ 

'นิพิฏฐ์' แซะ!! 'เต้น' หวังเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ระวังซ้ำรอย 'ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์' หนีออกนอกประเทศ

วันที่ 8 ส.ค. 65 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กสวนกลับกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวพาดพิง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ดร.อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ในการปราศรัยที่ภาคเหนือ โดยระบุว่า แลนด์สไลด์หรือครับ ระวังมิดจมหัวนะ ตนได้ฟัง นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ไปพูดที่ภาคเหนือ บอกให้เลือกพรรคเพื่อไทยแบบแลนด์สไลด์ ถ้าพูดแค่นั้น ตนก็ไม่ว่าไร แต่นายณัฐวุฒิกลับพาดพิงไปถึง ดร.สมคิด, ดร.อุตตม และคุณสนธิรัตน์ ว่า ตอนบุคคลทั้งสามอยู่พรรคพลังประชารัฐ ท่านเหล่านี้เคยพูดว่า จะทำให้คนจนหมดไป ซึ่งที่เขาพูดนั้น ความหมายก็คือ จะทำให้คนไทยพ้นจากเส้นความยากจน และหากได้ทำอย่างจริงจัง ก็สามารถทำได้ แต่บุคคลทั้งสามพูดได้ไม่นานก็ต้องลาออกจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เขาลาออกทำไม ทำไมไม่อยู่ทำนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้ถึงเวลาเลือกตั้งเถอะ ตนจะพูดให้ฟัง 

นายนิพิฏฐ์ ระบุอีกว่า เวลานี้ ดูเหมือนณัฐวุฒิจะ 'คึก' เป็นพิเศษ นั่งดีดลูกคิดรางแก้ว เหมือนว่าก่อนเลือกตั้ง พูดอย่างนี้ ปากอย่างนี้ ถูกใจเจ้านาย กำลังจะถูกรางวัลที่ 1 ยังไงยังงั้น ส่วนเรื่องแลนด์สไลด์ หรือ? เป็นไปได้ ตนไม่ดูแคลนหรอก แต่ณัฐวุฒิ อย่าลืมว่า เวลาฝนตกแล้วแลนด์สไลด์ มันจะมีน้ำ มีดิน มีโคลน ไหลลงมา เขาจึงเรียกว่า 'แลนด์สไลด์' ในทางธรณีวิทยา มวลดินจะฝังกลบทุกสิ่งทุกอย่างบนเส้นทางที่มันแลนด์สไลด์ลงไป 

ดร.ไตรรงค์ ชี้ หากไม่มีอคติทางการเมือง ยก ‘บิ๊กตู่’ เหมาะนั่งประธานประชุม APEC

ดร.ไตรรงค์ ชี้ถ้าไม่มีอคติกันในทางการเมืองแล้วผู้นำของรัฐบาลไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเห็นว่าท่านได้รับความเชื่อถือจากนานาประเทศด้วยเหตุผล 4 ประการ จึงเหมาะเป็นประธานการประชุม APEC

เมื่อวันที่ (7 ส.ค. 2565) ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเรื่อง #APEC #ประเทศไทย กับ #พลอประยุทธ์ ระบุว่า การประชุมเอเปค (APEC) ที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2565 โดยมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพนั้น จะมีความสำคัญต่อชื่อเสียง ความมั่นคง และความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะ APEC แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า เป็นการประชุมภายใต้กรอบความร่วมมือ เพื่อส่งเสริม #การค้า #การลงทุน #การท่องเที่ยว และความร่วมมือในมิติด้านอื่น ๆ ทั้งการ #พัฒนาทางด้านสังคม #การพัฒนาด้านการเกษตร #การร่วมมือป้องกันและช่วยเหลือกันและกัน ยามประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติทุกรูปแบบ การร่วมมือกัน #สนับสนุนบทบาทของสตรี และ #ลดการกดขี่ทางเพศ  และการร่วมมือแลกเปลี่ยนกันและกันทางการ #พัฒนาด้านสาธารณสุข เป็นต้น (ขอเสริมเกร็ดความรู้เล็ก ๆ นะครับว่า APEC นี้มีมา 33 ปีแล้วนะครับ กำเนิดเกิดขึ้นในโลกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532)

ปัจจุบัน APEC มีสมาชิกถึง 21 เขตเศรษฐกิจได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ไทย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี บรูไน ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย แคนาดา สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก เปรู และ ชิลี ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจมีประชากรรวมกันถึง 2.8 พันล้านคน มีรายได้ประชาชาติ (GDP) รวมกันมากกว่า 59% ของGDP ของโลก สัดส่วนการค้าระหว่างไทยกับสมาชิกAPEC มีสูงถึง 69.8% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศที่ไทยมีกับทุกประเทศทั่วโลก

ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การประชุมดังกล่าวยึดหลักฉันทามติ (Consensus) ความหมายคือ ทุกข้อตกลงต้องทำด้วยความสมัครใจ ไม่มีใครบังคับใคร ทุกเขตเศรษฐกิจมีความเท่าเทียมกันหมด โดยมุ่งเปิดกว้างเสรีทางการค้าการลงทุนให้มากขึ้น มีอุปสรรคให้น้อยลง (เช่น ช่วยให้การแซงชั่น (Sanction) ด้วยเหตุจูงใจทางการเมืองจะได้มีน้อยลง) ส่วนความร่วมมือด้านอื่น ๆ ก็แล้วแต่จะตกลงกัน ที่สำคัญที่สุดก็คือ #ห้ามหยิบยกประเด็นทางการเมืองขึ้นมาพูดในที่ประชุมอย่างเด็ดขาด

อดีตนายกฯจากพรรคอนุรักษ์นิยมของอังกฤษ จอห์น เมเจอร์ เคยกล่าวเตือนสติ นายกฯ รุ่นน้องจากพรรคเดียวกันคือ นายบอริส จอห์นสัน ว่า “ผู้นำทางการเมืองที่ประชาชนขาดความเคารพนับถือในบ้าน จะมีอิทธิพลสร้างความน่าเชื่อถือในเวทีนอกบ้านได้อย่างไร” (สามารถอ่านข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ในบทความของผม หัวข้อ “เรียนรู้จากอังกฤษ : ไม่ยกย่องคนที่ไม่สมควรยกย่อง” ที่ https://www.facebook.com/TrairongSuwankiri/posts/pfbid02kFsnrXucY1awn9HTDdg7MfBfkBDdk737eh5vdJRrZPZwMwTm6WUo5Dh4qFAjdFwLl)

สำหรับผู้นำของรัฐบาลไทยคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น ถ้าไม่มีอคติกันในทางการเมืองแล้ว จะเห็นว่าท่านได้รับความเชื่อถือจากนานาประเทศด้วยเหตุผลหลายอย่างคือ

1) การชุมนุมทางการเมืองเพื่อคัดค้าน พ.ร.ก. นิรโทษกรรมฉบับสุดซอยในปี 2556 – 2557 นั้น ผู้มิได้อยู่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์จะไม่มีทางทราบว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมซึ่งเป็นปฏิปักษ์กันทั้งสองฝ่าย ได้เตรียมอาวุธร้ายเพียงใดเพื่อจะเข่นฆ่ากันและกัน (ทั้ง ๆ ที่ผู้นำการชุมนุมของทั้งสองฝ่ายอาจจะไม่รู้ก็ได้)

การตัดสินใจทำการ #รัฐประหารเพื่อระงับความรุนแรงที่อาจจะนำไปสู่การเกิดสงครามกลางเมือง ในปี พ.ศ.2557 นั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นและสมเหตุสมผล แม้เป็นการเปลี่ยนรัฐบาลโดยการใช้อาวุธ เข้าบังคับมิใช่การเปลี่ยนแปลงอย่างสันติวิธี แต่ต่างประเทศส่วนใหญ่จะมีความเข้าใจดี โดยเฉพาะ เพราะเขาเคยเห็นความป่าเถื่อนในการบุกทำลายการประชุม ผู้นำของอาเซียนที่พัทยาเมื่อปี พ.ศ. 2552

เมื่อผมไปประชุมกับผู้นำ 47 ประเทศที่กรุงวอชิงตันตามคำเชิญ ของประธานาธิบดีโอบามา (OBAMA) ในปี พ.ศ. 2553 (ขณะที่พวกเสื้อแดงกำลังยึดสี่แยกราชประสงค์และประตูน้ำเอาไว้) ผู้นำประเทศต่าง ๆ หลายประเทศได้แสดงความห่วงใย (Concern) ต่อการชุมนุมที่ค่อนข้างจะรุนแรงในประเทศไทย ที่น่าแปลกใจตรงที่ท่านเหล่านั้นบอกผมว่า พวกท่านรู้ด้วยว่าใครอยู่เบื้องหลังความรุนแรงทั้งหลาย ตั้งแต่ที่พัทยา (พ.ศ. 2552) จนถึงการชุมนุมในปี พ.ศ. 2553

แม้แต่ท่านประธานาธิบดีโอบามาเอง ได้พูดกับผมถึงความห่วงใย และแสดงความเห็นใจต่อ นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของประเทศไทย ที่ต้องเจอวิกฤตการณ์เช่นนั้น จนไม่สามารถมาประชุมกับ 47 ประเทศในหัวข้อเรื่อง “การหยุดการแพร่ขยายการใช้ปรมาณูเป็นอาวุธ (Nuclear Security Summit) ดังนั้นเมื่อเกิดการรัฐประหารนำโดย พล.อ.ประยุทธฯ จึงเห็นได้ว่า ไม่มีใคร(ต่างประเทศ) ออกมาประณามอย่างจริงจัง เหมือนที่พวกเขากระทำต่อประเทศเมียนมา เมื่อมีการรัฐประหารโดยท่านนายพล มิน อ่อง ลาย

2) ปัจจุบัน ท่านพล.อ.ประยุทธ์ #เป็นนายกรัฐมนตรีตามข้อบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 (แม้จะนับเฉพาะเสียง ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งก็มากกว่า 50% ถูกต้องตามหลักสากลของประชาธิปไตย) นักการเมืองบางฝ่ายอาจจะประณามว่า เป็นการสืบทอดอำนาจของฝ่ายรัฐประหาร เพราะคนร่างรัฐธรรมนูญมิได้เขียนให้รัฐธรรมนูญของไทย เป็นเหมือนของประเทศอังกฤษ แต่ที่ผมเคยไปเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดของสหรัฐฯและมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ของอังกฤษ ศาสตราจารย์ ที่สอนเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญต่างก็สอนเหมือนกันว่า ระบบการเมืองการปกครองของประเทศไดก็ต้องเขียนให้คล้องจองกับบริบทของประเทศนั้น เหมือนอย่าง นางอังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) อดีตนายกฯของเยอรมัน เคยพูดไว้ว่า “สหรัฐอเมริกาจะเอามาตรฐานของระบบการเมืองของตนเองไปบอกว่าดีกว่าระบบการเมืองของประเทศจีน ย่อมไม่ได้เพราะบริบทหลายอย่างแตกต่างกัน”  (ผมว่าคุณ Nancy Pelosi น่าจะฟังเอาไว้บ้างนะครับ)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top