Sunday, 14 June 2026
POLITICS NEWS

‘รมว.เฮ้ง’ มอบ 10 นโยบายให้สปส. ดูแลผู้ประกันตน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต-สร้างหลักประกันที่มั่นคงยั่งยืน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการให้กับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมประชุม โดยมี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม อำพล สิงหโกวินท์ ชั้น 6 อาคารอำนวยการ สำนักงานประกันสังคม

นายสุชาติ กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมทุกท่าน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ทำงานหนัก ทุ่มเท เสียสละ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในเรื่องการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม โดยมีเป้าหมาย สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ ในทุกมิติ และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน และผมมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายด้านแรงงานต่าง ๆ การพัฒนาระบบประกันสังคมและสิทธิประโยชน์เพื่อช่วยเหลือพี่น้องลูกจ้าง ผู้ประกันตน และผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 และภาวะทางเศรษฐกิจที่ถดถอย จนกระทั่งก้าวผ่านพ้นวิกฤตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปได้ ซึ่งในวันนี้ ถือเป็นโอกาสอันดี ที่ตนได้มีโอกาสมาประชุมพร้อมตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการดำเนินงานให้กับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคม ทุกภาคส่วนได้ใช้ความรู้ความสามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

นายสุชาติ ยังกล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม 
เพื่อขับเคลื่อนงานประกันสังคมให้มีความเข้มแข็ง เป็นที่ยอมรับของลูกจ้าง ผู้ประกันตนและสังคมโดยรวมในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

1.) พัฒนาสิทธิประโยชน์ โดยแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 โดยเพิ่มหลักการ 3 ขอ คือให้ผู้ประกันตนสามารถ 
(1) ‘ขอเลือก’ รับเงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญชราภาพได้ 
(2) ‘ขอคืน’ ในกรณีเกิดเหตุการณ์อันส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของผู้ประกันตน ให้สามารถนำเงินสะสมกรณีชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อนได้
(3) ‘ขอกู้’ โดยการนำเงินสะสมกรณีชราภาพไปเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินได้และมีการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์อื่นๆ อาทิ เพิ่มเงินสงเคราะห์เพื่อการคลอดบุตรเป็น 98 วัน (เดิม 90 วัน) และเพิ่มเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพเป็นร้อยละ 70 (เดิม ร้อยละ 50)

2.) การเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านที่อยู่อาศัยให้ผู้ประกันตน โดยขอให้ศึกษาความเป็นไปได้และสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกันตน เพื่อกำหนดแนวทางในการสร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้ประกันตนที่เกษียณอายุ

3.) จัดตั้งสถาบันการแพทย์เฉพาะทางสำหรับผู้ประกันตน รวมทั้งเพิ่มสิทธิประโยชน์ในการเข้าถึงการรักษาให้กับผู้ประกันตน สำหรับโรคเฉพาะทาง โดยไม่ต้องไปรอการรักษาโรงพยาบาลตามสิทธิ โดยใช้โมเดลเดียวกันกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

4.) การส่งเสริมสุขภาพผู้ประกันตนเชิงรุกในสถานประกอบการ เพื่อให้การดูแลสุขภาพผู้ประกันตนเข้าถึงได้โดยง่าย โดยให้คำแนะนำและคำปรึกษาการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มเสี่ยง และป้องกันการเจ็บป่วยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

5.) ขยายความคุ้มครองประกันสังคมสู่แรงงานอิสระภาคสมัครใจ สร้างการรับรู้ให้ผู้ประกันตนให้ความสำคัญในการส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพิ่มช่องทางชำระเงินสมทบ

'บิ๊กตู่' คิวเอี๊ยด!! บินกัมพูชาประชุมผู้นำอาเซียน กลับมาประชุมเอเปคต่อ ไร้สัญญานยุบ

เปิดโปรแกรม 'บิ๊กตู่' 2 สัปดาห์ คิวแน่น! โฆษกฯ เผยพฤหัสฯบินกัมพูชาประชุมผู้นำอาเซียน กลับมาประชุมเอเปคต่อ เผย มีผู้นำ 15 เขตเศรษฐกิจตอบรับเข้าร่วมแล้ว รอรัสเซียคอนเฟิร์ม เตรียมเปิดทำเนียบรับ 3 ผู้นำทางการเต็มคณะ 'เวียดนาม-จีน-ซาอุดิอาระเบีย' ระบุ ความพร้อมเกิน 90% แล้ว 

(7 พ.ย. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มีภารกิจสำคัญในรอบ 2 สัปดาห์นี้ 3 ส่วนหลัก โดยส่วนแรกนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ระหว่างวันที่ 10 – 13 พ.ย.ที่ประเทศกัมพูชาที่ โดยจะออกเดินทางในวันที่ 10 พ.ย. และเดินทางกลับในวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย. ซึ่งการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในครั้งนี้ โดยในช่วงเย็นวันที่ 10 พ.ย.นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประชุมผู้นำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย หลังจากนั้น จะร่วมประชุมคู่เจรจา ประกอบด้วย จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหประชาชาติ และจะมีการประชุมสุดยอดอาเซียน +3 ประกอบด้วย จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น รวมถึงประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก โดย พล.อ.ประยุทธ์มีแผนกำหนดที่จะหารือกับภาคส่วนต่าง ๆ ของอาเซียน ทั้งผู้แทนของรัฐสภา เยาวชน และภาคธุรกิจ 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การประชุมความมือทางเศรษฐกิจ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค 2022 ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นประธานเปิดนิทรรศการ โมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทยจะนำเสนอเป็นหัวข้อหลัก นอกเหนือจากธีม Open Connect Balance หรือ การเปิดกว้างสร้างความสัมพันธ์ เชื่อมโยงกันสู่สมดุล ปัจจุบันท่ามกลางความท้าทายใหม่ ๆ ของโลกในปัจจุบัน ทั้งห่วงโซ่อุปทาน การหยุดชะงัก ปัญหาสภาพอากาศ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในส่วนของมหาอำนาจต่าง ๆ และความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังคงมีอยู่ ฉะนั้น การประชุมครั้งนี้ประเทศไทยมีโอกาสสำคัญที่จะแสดงบทบาทในการกำหนดทิศทางเบื้องต้น และขอความร่วมมือจากนานาประเทศในประเด็นต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาต่าง ๆ ให้คลี่คลายโดยเร็ว

นายอนุชา กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้นำที่ตอบรับเข้าร่วมประชุมเอเปคครั้งนี้ด้วยตนเองแล้ว 15 เขตเศรษฐกิจ ที่จะมาร่วมประชุมด้วยตัวเอง และอีก 5 เขตเศรษฐกิจจะส่งผู้แทนมาเข้าร่วมประชุม ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก และจีนไทยเป (ไต้หวัน) ส่วนรัสเซียยังรอการยืนยันการตอบรับอย่างเป็นทางการ ที่ยังไม่มีการตอบรับอย่างเป็นทางการ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ นอกจากการนำเสนอในเรื่องของ BCG แล้ว ก็จะมีการ พบหน้ากันระหว่างผู้นำคือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ที่มีการรวมตัวกันมากขนาดนี้

‘สายัณห์ ยุติธรรม’ คลายสงสัยข่าวลือตีจากพปชร. ลั่น อยู่หรือไป มีเงื่อนไขเดียว ‘นายกตู่อยู่ไหนผมอยู่นั่น’

เยี่ยมบ้านริมน้ำ 'ส.ส.สายัณห์ ยุติธรรม' ในวันสบาย ๆ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีเวลาอยู่สั้น ๆ แวะไปเยี่ยม 'สายัณห์ ยุติธรรม” ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ริมน้ำที่ อ.ท่าศาลา ซึ่งข้างบ้านก็ทำเป็นธุรกิจร้านอาหารไม่ใหญ่โตมากนัก แต่อาหารอร่อย

“นายกตู่อยู่ไหนผมอยู่นั่น” เป็นคำตอบของสายัณห์ หลังมีข่าวลือว่าจะย้ายพรรค และสายัณห์เคยดอดไปสังเกตการณ์ประชุมของพรรครวมไทยสร้างชาติ ทำให้เกิดข่าวลือว่า สายัณห์จะย้ายพรรค 

คำว่า นายกฯตู่อยู่ไหนผมอยู่นั่น ถ้านายกฯตู่เลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ สายัณห์ก็ย้ายพรรคตามข่าวลือ แต่ถ้าลุงตู่เลือกพรรคพลังประชารัฐ สายัณห์ก็ยังอยู่ที่เดิม และเวลานี้ยังไม่ชัดว่า ลุงตู่เลือกพรรคไหน

สายัณห์ สร้างบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่ริมคลองกับที่ดินหลายไร่ แต่ดูแล้วสายัณห์มีความสุขอยู่กับบ้านหลังเล็ก ๆ ริมน้ำ ที่อุดมสมบูรณ์ กับภรรยาคู่ชีวิต ส่วนลูก ๆ เรียนจบ ทำงานกันหมดแล้ว

สายัณห์พาเดินดูบ้านหลังเล็ก ๆ ที่มีห้องนอนห้องเดียว ห้องน้ำในตัว ในห้องนอนก็เป็นห้องแต่งตัวด้วย เสาร์-อาทิตย์ ไม่มีประชุมสภา สายัณห์ก็จะกลับบ้านริมน้ำที่ท่าศาลา สายัณห์ดูเหมือนจะภูมิใจกับต้นไม้ข้างบ้านที่ลงมือปลูกด้วยตัวเอง เช่น ต้นขนุน ต้นมะพร้าว ไม้ดอกไม้ประดับแซมอยู่ด้วย

ตื่นเช้ามาของวันหยุด สายัณห์ก็จะตระเวนกินกาแฟสองสามร้าน ก่อนจะกลับมาที่บ้านซึ่งเปิดเป็นร้านอาหารด้วย นัดเพื่อนสนิทมานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยน รับฟังปัญหา พร้อมประสานการแก้ไข ถ้ามีงานก่อนเที่ยง เช่น ทอดกฐิน ก็จะออกไปร่วมงานบุญกับชาวบ้าน หรืออาจจะเป็นงานบุญอย่างอื่น ช่วงเย็นก็จะไปงานศพบ้าง งานแต่งบ้าง

“สะพานจันทร์โอชา” คือเรื่องที่สายัณห์ภูมิใจมากที่สุดกับการทำหน้าที่ ส.ส.4 ปี

สะพานจันทร์โอชา เป็นข้อเสนอของสายัณห์ให้สร้างสะพานเชื่อมระหว่าง อ.ขนอม ของจังหวัดนครศรีธรรมราชกับเกาะสมุย ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

สายัณห์ทัวร์ลงกับข้อเสนอสร้างสะพานจันทร์โอชา ซึ่งเริ่มจะเป็นจริง กระทรวงคมนาคมทำเอ็มโอยูกับสามหน่วยงาน เดินหน้าออกแบบสะพานจันทร์โอชาแล้ว คือกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยกรมทางหลวงจะรับผิดชอบสร้างถนนเชื่อมกับสะพานฝั่ง อ.ขนอม กรมทางหลวงชนบทจะสร้างถนนเชื่อมกับสะพานฝั่งเกาะสมัย และการทางพิเศษจะสร้างในส่วนของตัวสะพาน ซึ่งน่าจะใช้งบประมาณปี 2577

ดร.นิว ซัด ‘ลัทธิสามนิ้ว’ อ้างปชต.พร่ำเพรื่อ ที่ไหนได้ กลายเป็นด้อยค่าประชาธิปไตยเสียเอง!

(7 พ.ย. 65) - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ 'ดร.นิว' นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Suphanat Aphinyan โดยมีเนื้อหาดังนี้

การแอบอ้างคำว่าประชาธิปไตยอย่างพร่ำเพรื่อและฟุ่มเฟือยของลัทธิสามนิ้ว กลับกลายเป็นการด้อยค่าประชาธิปไตยเสียเองด้วยความมักง่าย คำว่าประชาธิปไตยจึงถูกลดทอนกลายเป็นเพียงแค่คำพูดดาษดื่นแบบกลวง ๆ ตามแฟชั่น

บ้างก็หลงผิดว่าการใช้สิทธิเสรีภาพตามอำเภอใจแบบอนาธิปไตยเป็นประชาธิปไตย ทั้ง ๆ ที่การใช้สิทธิเสรีภาพตามแบบประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องรับผิดชอบต่อสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น เคารพต่อกฎหมายและประโยชน์สุขของสังคม

'ชัยวุฒิ' เตรียมปั้น 'เด็กติดเกม' สู่ 'นักกีฬาอีสปอร์ต' ชี้!! คนสนใจเยอะ แถมสร้าง 'เงิน-อาชีพ' ได้ด้วย

'รมว.ชัยวุฒิ' ปั้นเด็กติดเกมเป็น 'นักกีฬาอีสปอร์ต' นำร่องโรงเรียนต้นแบบยกระดับโครงการอีสปอร์ต จ.ตาก 

วันนี้ (6 พ.ย. 65) เวลา 10.20 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย ได้เข้าสักการะพระบรมธาตุ และหลวงพ่อทันใจ ณ วัดพระบรมธาตุ (หลวงพ่อทันใจ) ต.เกาะตะเภา อ.บ้านตาก จ.ตาก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดตากเคารพบูชา 

โดยทันทีที่นายชัยวุฒิมาถึง ได้รับการต้อนรับจากประธานนายกเทศบาลบ้านตาก, กรมการปกครองท้องถิ่น อ.บ้านตาก, ข้าราชการท้องถิ่นพร้อมทั้งประชาชน จากนั้นได้เข้าไปยังวิหารหลวงพ่อทันใจ ถวายเครื่องสักการะหลวงพ่อทันใจ และหลวงพ่อทองอยู่ พร้อมจุดเทียนสะเดาะเคราะห์ล้านนา ซึ่งเป็นประเพณีพื้นบ้านของภาคเหนือ จึงลงมาเวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุ แล้วถวายสังฆทานกราบนมัสการพระครูพิทักษ์บรมธาตุ เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ พร้อมรับพรจากท่านเจ้าอาวาส 

หลังถวายสังฆทานเรียบร้อยแล้ว ก่อนเดินทางต่อในภารกิจต่อไปก็ได้มีตัวแทนจากต.เกาะตะเภา และชาวบ้านประมาณ 50 คน ยื่นหนังสือรายงานเรื่องโรงงานแป้งมันสำปะหลัง ก่อมลพิษทางกลิ่น สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน รมว.ชัยวุฒิหลังได้รับหนังสือร้องเรียนได้กล่าวกับชาวบ้านว่า จะช่วยเร่งแก้ไขปัญหาและดำเนินการอย่างเต็มที่ 

จากนั้นจึงรุดไปยังโรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร อ.เมือง จ.ตาก เพื่อฟังบรรยายสรุปโครงการ เมืองตาก e-sport ของโรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร โดยมีรำกองยาวจากนักเรียนให้การต้อนรับพร้อมคณะครูประมาณ 50 คนตั้งแถวรอต้อนรับและเข้าห้องประชุมเครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อตรวจสอบความพร้อมโครงการเมืองตาก e-sport 

รมว.ชัยวุฒิกล่าวว่า ดีใจที่ได้มาเยี่ยมโรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร โดยเห็นหลักสูตรแล้วรู้สึกดีใจ ที่โรงเรียนแห่งนี้ทันสมัย มีหลักสูตรดี ๆ ให้กับนักเรียนได้ศึกษา กีฬา e-sport เป็นกีฬาถูกที่ต้องตามกฎหมาย เป็นรายการแข่งขันที่มีคนรับชมเยอะที่สุดมากกว่ากีฬาอื่น ๆ เป็นกีฬาที่สามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับเด็กไทยได้

'รมว.เฮ้ง' พบปะลูกจ้างสหภาพเด็นโซ่ โชว์แผนวางรากฐาน-พัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติและกล่าวปาฐกถาในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 44/2565 สหภาพแรงงานเด็นโซ่ ประเทศไทย โดยมี นายกิตติศักดิ์ อธิสกุลทรัพย์ ประธานสหภาพแรงงาน เด็นโซ่ ประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน หัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดชลบุรี และผู้นำแรงงาน ให้การต้อนรับ ณ อาคารศาลาประชาคม เทศบาลเมืองบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี 

นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสําคัญกับการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องผู้ใช้แรงงานเพราะทุกท่านมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ ช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ทุกท่านถือเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนและผนึกกำลังกันเพื่อก้าวข้ามจนมาถึงวันนี้ 

ซึ่งในห้วงดังกล่าว รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานได้มีมาตรการต่างๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือนายจ้างและพี่น้องแรงงานในหลาย ๆ ด้าน เช่น ในปี 2564 เปิดจุดตรวจโควิดแบบประจำจุดและตรวจเชิงรุกในโรงงาน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกจ้างเพื่อให้ภาคเอกชนยังคงดำเนินธุรกิจต่อไป ผลตรวจโควิด 409,972 คน แรงงานไม่ได้รับการฉีดวัคซีน จึงขอรับการสนับสนุนวัคซีนให้แก่ผู้ใช้แรงงานกว่า 11 ล้านคน และได้ฉีดวัคซีนให้แรงงานแล้ว 3,962,206 โดส โรงงานปิดตัวลงจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ในโรงงาน กระทรวงแรงงานจัดโครงการแฟคทอรี่ แซนบ๊อก บนฐานแนวคิดเศรษฐศาสตร์และสาธารณสุข มุ่งเป้าภาคการผลิตส่งออกสำคัญ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาหาร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ในพื้นที่ 12 จังหวัด 730 โรงงาน แรงงานเข้าร่วม 407,770 คน ตรวจ RT- PCR พบผู้ติดเชื้อ 11,298 คน โดยทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการรักษา และได้ฉีดวัคซีนให้ทุกคน 

ผลสัมฤทธิ์จากโครงการทำให้โรงงานไม่มีการปิดตัวลง ภาคการผลิตส่งออกสูงสุดในรอบ 30 ปี  จัดหาโรงพยาบาล Hospitel ในเครือข่ายประกันสังคม รองรับผู้ป่วย 61,046 คน ลดเงินสมทบให้นายจ้างและผู้ประกันตนรวมกว่า 6 ครั้ง เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 146,448 ล้านบาท 

โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ในพื้นที่ 29 จังหวัด นายจ้าง จำนวน 192,951 ราย ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 3.75 ล้านราย รวมเป็นเงิน 32,542.27 ล้านบาท 

โครงการเยียวยาผู้ประกันตน ม.39 และ ม. 40 ม.39 จำนวน 1.37 ล้านราย ม. 40 จำนวน 7.21 ล้านราย รวมเป็นเงิน 71,214.63 ล้านบาท 

โครงการเยียวยาผู้ประกันตนในกิจการสถานบันเทิงฯ ม.33 ม.39 และ ม.40 จำนวน 147,720 ราย รวมเป็นเงิน 738.60 ล้านบาท 

การให้ความช่วยเหลือ SMEs เพื่อรักษาการจ้างงานให้ยังคงอยู่ โดยรัฐบาลอุดหนุนจำนวน 235,933 แห่ง ส่งเสริมการจ้างงานใหม่ของนายจ้าง 66,201 แห่ง ลูกจ้างได้รับการจ้างงาน มากกว่า 3.2 ล้านคน รวมเงินอุดหนุน มากกว่า 27 ล้านบาท ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคสูงขึ้น ให้พี่น้องแรงงานสามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งได้ประกาศใช้แล้วเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยการอนุญาตให้ทำงานกว่า 174,179 คน 

นายสุชาติ ยังกล่าวถึงภารกิจที่กระทรวงแรงงานจะดำเนินการในอนาคตว่าผมยังได้วางรากฐานเพื่อความมั่นคงให้แก่พี่น้องแรงงานในอนาคต ดังนี้ 

เร่งผลักดันแก้ไขกฎหมายประกันสังคม 3 ขอ 'ขอเลือก ขอคืน ขอกู้' ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาร่างกฎหมายแล้ว และอยู่ระหว่างตรวจพิจารณาในวาระ 2 

'ชนินทร์' จวก 'รบ.ประยุทธ' ไร้น้ำยาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ชี้!! จนมุมถึงขั้นขายที่ดินของชาติแลกการลงทุนไม่กี่ล้าน

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้แม้จะมีกระแสสังคมต้านทานถึงการออกกฎกระทรวงว่าด้วยการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติ ที่มีมติการประชุม ครม.ออกมาเมื่อช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะล้มเลิกความตั้งใจในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ 

ส่วนตัวมองว่าเวลานี้พล.อ.ประยุทธ์ต้องเลิกห่วงเสียหน้าหันมาห่วงเสียแผ่นดินบ้าง เพราะแนวคิดการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเอาที่ดินของชาติไปแลก ได้รับฉันทามติคัดค้านต่อต้านจากพี่น้องประชาชนคนไทยแล้ว แม้กระทั่งจากกลุ่มที่เคยเป็นผู้นิยมตัวพล.อ.ประยุทธ์เองก็ไม่เห็นด้วย

นายชนินทร์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลที่นำโดยไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย มีแนวทางปฏิบัติหลากหลายรูปแบบ แต่ยังไม่เคยเห็นรัฐบาลใดสิ้นไร้ไม้ตอก ขนาดต้องผ่อนปรนกฎหมายขายที่ดินกับต่างชาติ แลกกับการลงทุนในรูปแบบของการให้กู้เงินความเสี่ยงต่ำระยะสั้นแค่ 3 ปี เปิดช่องให้ชาวต่างชาติสามารถเข้ามาจับจองถือกรรมสิทธิ์ถาวรที่ดินในประเทศไทย ในระหว่างที่คนไทยในเมืองจำนวนมากยังถูกละเลยให้ไร้กรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย ไม่มีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ ส่วนประชาชนในต่างจังหวัดจำนวนมากก็ยังเข้าไม่ถึงสิทธิในที่ดินทำกิน จึงอยากเสนอว่าสิ่งที่รัฐบาลควรมุ่งทำมากกว่าในเวลานี้ คือ

1.) จัดสรรที่ดินรกร้างว่างเปล่าของรัฐในเมือง เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาประหยัดเป็นสวัสดิการให้แก่ประชาชน ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเมือง

2.) จัดสรรกรรมสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์บนที่ดินของรัฐ ให้แก่ประชาชน ที่ยังเข้าไม่ถึงที่ดินทำกินได้เข้าไปประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ สร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ

นายชนินทร์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลคงยังไม่เข้าใจว่าการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติที่มั่นคงและส่งผลบวกระยะยาว ต้องแก้ปัญหาที่ข้อจำกัดของกฎหมายที่วุ่นวายยุ่งยาก และการขาดข้อตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ที่จะช่วยขยายขนาดของตลาดผู้ซื้อจากการผลิตในประเทศไทย ให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการส่งออกของภูมิภาคที่แท้จริง แต่การกระตุ้นในแบบที่พล.อ.ประยุทธ์อยากทำ เป็นการเอาทรัพย์สินถาวรของชาติไปแลกเงินกู้เงินลงทุนระยะสั้น ไม่ก่อให้เกิดการสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top