Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

'ปดิพัทธ์' จี้ 'กกต.' แจงให้ชัด กรณีแบ่งเขตเลือกตั้ง ชี้ ขาดความชัดเจน ทำคนไม่ไว้ใจ ย้ำ จัดการเลือกตั้งให้โปร่งใส

(14 ก.พ. 66) นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นกรณีมีรายงานข่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะหารือในวันนี้ ประเด็นการนำจำนวนราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยมาคิดคำนวณจำนวน ส.ส. ที่แต่ละจังหวัดพึงมีและแบ่งเขตเลือกตั้ง เนื่องจากมีหลายฝ่ายในสังคมทักท้วง โดยประเด็นหารือรวมถึงอาจพิจารณายื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเรื่องนี้ด้วย

นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า "ก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลเคยแสดงความกังวล ว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่ชัดเจน อาจนำไปสู่เลือกตั้งโมฆะเช่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต รวมถึงตั้งคำถามว่า การนับรวมราษฎรที่ไม่มีสัญชาติไทยนั้น เป็นสิ่งที่ กกต. เคยทำมาก่อนหรือไม่ หากเคยทำมาก่อน ก็ไม่น่าต้องกังวลว่าจะมีปัญหา แต่หากไม่เคยทำมาก่อน ครั้งนี้ก็ไม่ควรทำเช่นกัน"

หลังจากนั้น กกต. ออกมาชี้แจงว่า การประกาศจำนวนราษฎรในอดีต ก็ทำเป็นประกาศรวมที่นับทั้งคนสัญชาติไทยและคนที่ไม่มีสัญชาติไทย เพิ่งจะมาแยกคน 2 กลุ่มนี้ออกจากกันในประกาศจำนวนราษฎร วันที่ 31 ธันวาคม 2557 แต่ กกต. ยังไม่ได้ตอบคำถามของพรรคก้าวไกล ว่าแล้วการเลือกตั้งที่ผ่านมาเช่นปี 2562 ได้คิดรวมคนที่ไม่มีสัญชาติไทยมาคำนวณด้วยหรือไม่ ดังนั้น ในเมื่อ กกต. จะประชุมวันนี้ ก็ควรมีคำตอบเรื่องนี้ รวมถึงคำตอบว่าถ้า กกต. จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จะกระทบต่อไทม์ไลน์การเลือกตั้งหรือไม่

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า ตามกฎหมาย การเลือกตั้งควรมีขึ้นไม่เกินวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ ทั้งที่ประชาชนมีความหวังให้การเลือกตั้งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แต่จากการทำงานของ กกต. ปัจจุบัน ไม่ได้ทำให้ประชาชนรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งเขตเลือกตั้ง ทั้งที่ทะเบียนราษฎรออกมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 แต่ตอนนี้หลายจังหวัดเริ่มพบกลไกที่ย้ายเขตเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางคะแนน เช่น พิษณุโลกเขต 1 มีความพยายามตัดพื้นที่ที่ตนทำงานอย่างต่อเนื่องออกไป และเอาพื้นที่ของนักการเมืองท้องถิ่นที่เป็นฝ่ายรัฐบาลมาเติมแทน นอกจากนี้ ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับระบบรายงานผลเลือกตั้งแบบ real time ทั้งที่ กกต. ได้รับงบประมาณจัดเลือกตั้งถึงเกือบ 6,000 ล้านบาท

‘ส.ว.’ แนะ 'อุ๊งอิ๊ง' เร่งเสริมกระดูกการเมือง แล้วค่อยกลับมาอีกทีในสถานการณ์โลกแบบนี้

(13 ก.พ. 66) นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ระบุ ส.ว.พร้อมแลนด์สไลด์ไม่โหวตเลือก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ให้ไปรวบรวมเสียงให้เกิน 376 เองว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัว แต่เชื่อว่า ส.ว.ส่วนใหญ่จะเคารพเสียงของประชาชน และทำเพื่อบ้านเมือง ส.ว.จะดูว่าผู้ที่จะมาทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง ต้องเป็นคนมีความรู้ความสามารถ ไม่มีเบื้องหลังทุจริต นำพาบ้านเมืองไปสู่ความสงบเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวถามว่าการความเห็นของนายวันชัย ในเรื่องดังกล่าวจะกระทบภาพลักษณ์ ส.ว.หรือไม่ เพราะขณะนี้ ส.ว.ถูกกระแสตีกลับว่าไม่เคารพเสียงประชาชน นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ขอก้าวล่วง สมาชิกท่านอื่น ให้ไปถามที่เจ้าตัว ส่วนที่มองว่า ส.ว. ไม่เคารพเสียงประชาชนนั้น ยอมรับว่ากังวล ประชาชนและสื่อมวลชนจะเข้าใจผิดว่า ส.ว. คิดแบบเดียวกันทั้งหมด

นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า กรณีพรรคเพื่อไทยจะชู น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรี หากมีเสียงเลือกตั้งจากประชาชนมาเป็นลำดับที่ 1 ส.ว.จะพร้อมโหวตให้หรือไม่นั้น ต้องขอดูก่อน เพื่อไทยชนะแลนด์สไลด์และได้ ส.ส.เกินครึ่งก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ การรวบรวมเสียงในการเลือกนายกรัฐมนตรี 376 เสียงนั้นต้องขอดูก่อน ว่า หากใกล้ ๆ น.ส.แพทองธาร สามารถปรับลุคและมีผลงาน มีนโยบายที่ดีอาจจะพิจารณาอาจจะพิจารณาหน้างานอีกครั้ง

‘บิ๊กป้อม’ ลงพื้นที่ตรวจแผนพัฒนาแหล่งน้ำ - มอบที่ทำกิน ขจัดความยากจน - พา ปชช. ก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำ

(13 ก.พ. 66) เวลา 14.00 น. พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รมว.ดีอีเอส, รมว.ศธ., รมช.คลัง, รมช.กห. และคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการ เพื่อติดตามการพัฒนาทรัพยากรน้ำ และแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี

โดยเมื่อเดินทางถึง ที่ทำการโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ได้ร่วมประชุมหารือและรับฟังการบรรยายสรุป จาก ร.ท.ทศพล ไชยโกมินทร์ ผวจ., รองเลขาฯ สทนช., อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล, กรมชลประทาน ,ผอ.สคทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปภาพรวม จ.กาญจนบุรี อยู่ในพื้นที่ ลุ่มน้ำแม่กลอง และลุ่มน้ำท่าจีน ปัญหาน้ำท่วมมักเกิดจากน้ำหลากจากเทือกเขาต้นน้ำ ลำน้ำระบายได้ช้า เนื่องจากมีสิ่งกีดขวาง และลำน้ำตื้นเขิน ปัญหาภัยแล้งเกิดจากภาวะฝนน้อย และฝนทิ้งช่วง ทำให้ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร และความต้องการจากการเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญและสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ทั้งงบปี 61-65, งบกลางปี 65 และงบบูรณาการปี 66 รวมทั้งอีก 3 โครงการสำคัญ วงเงิน 16,669 ล้านบาท ซึ่งประชาชนจะได้รับประโยชน์ 75,469 ครัวเรือน ได้แก่ โครงการขยายความจุอ่างเก็บน้ำลำอีซู และโครงการผันน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ระยะที่ 1 และโครงการผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ รวมทั้งดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาล และขยายระบบส่งน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะ อ.เลาขวัญ และอ.ห้วยกระเจา ซึ่งประสบภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ถึงขนาดเรียกว่าเป็น ‘อีสาน จ.กาญจนบุรี’

'เพื่อไทย' ขู่!! เตรียมเปิดเวทีนอกสภาฯ แก้เกมรัฐบาลไม่ร่วมองค์ประชุมล้มซักฟอก

‘เพื่อไทย’ แก้เกมรัฐบาล ทำองค์ประชุมล่ม หนีซักฟอก ขู่!! เปิดอภิปรายนอกสภาฯ เตรียม35 ขุนพลรอถล่ม พร้อมแฉ ‘ทุจริต-ธุรกิจสีเทา’ ย้อน!! ส.ว.สายแข็ง เคารพเสียงประชาชน ควรโหวตนายกฯ หากเพื่อไทยได้เสียงเกินครึ่ง

(13 ก.พ. 66) ที่พรรคเพื่อไทย คณะแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่มีบทบาทต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา152 ตามที่มีการบรรจุญัตติกำหนดการอภิปรายวันที่ 15-16 ก.พ. ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการเตรียมความพร้อม

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 โดยไม่มีการลงมติ วันที่ 15-16 ก.พ. ใช้เวลารวม 32 ชั่วโมง การอภิปรายครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายในสมัยอายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 ในญัตติโดยรวมจะสอบถามข้อเท็จจริง เสนอแนะแก้ปัญหาจากการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน 12 ประการ ซึ่งมีข้อเท็จจริงปรากฏว่า ไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน รัฐบาลต้องตอบคำถามให้กับพี่น้องประชาชนในหลายเรื่องที่ไม่มีความชัดเจน เช่น กรณีธุรกิจสีเทา ภัยด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี การทุจริตคอร์รัปชัน จะถูกหยิบยกขึ้นมา ขอตั้งชื่อการอภิปรายครั้งนี้ว่า ยุทธการกระชากหน้ากากคนดี มาจากที่สื่อมวลชนตั้งชื่อรัฐบาลหน้ากากคนดี เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รู้ว่า หน้ากากคนดีที่แท้จริงเป็นอย่างไร

นพ.ชลน่านกล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่ได้รับรู้มาคือจะมีการปิดกั้นไม่ให้อภิปรายจากการที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะไม่เป็นองค์ประชุม ส่วนตัวเชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้น เชื่อว่าฝ่ายนิติบัญญัติที่มีหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนจะไม่กระทำการใดที่เป็นการทำลาย แต่ถ้าเกิดขึ้นจริง พร้อมจะกำหนดวันอภิปรายนอกสภา ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อรัฐบาลที่ไม่มีโอกาสตอบข้อเท็จจริง หากเกิดกรณีดังกล่าวจริงอาจถือเป็นการปิดกั้นไม่ให้มีการตรวจสอบ เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะเตรียมพร้อมไว้ และจะเป็นประเด็นที่นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนได้อย่างดียิ่ง โดยเฉพาะคนที่เสนอตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่กลับไม่ทำตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

‘ดร.เสรี’ แนะ 6 ข้อ ‘FC ลุงตู่’ ต้องรีบทำ หากอยากได้นายกฯ ชื่อ ‘ประยุทธ์ จันทร์โอชา’

(13 ก.พ. 66) ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร ซึ่งมีจุดยืนทางการเมือง สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า ถ้ารักลุงตู่ อยากให้ลุงตู่เป็นนายกฯต่อ Fc ทั้งหลายพึงปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ช่วยกันเผยแพร่ผลงานของลุงตู่ อาจจะ Post อาจจะ share ที่คนอื่น Post มา

2. ช่วยกันเขียน comments เพิ่มเติม เพื่อให้มีการสนทนาเรื่องดี ๆ ของลุงตู่

3. ช่วยกัน repurpose เรื่องดี ๆ ของลุงตู่จาก platform หนึ่ง ไปยัง platforms อื่น ๆ เพื่อให้เข้าถึงคนที่ใช้ platform ที่ต่างกันเป็นจำนวนมากขึ้น

'อนุชา' ปัด 'พปชร.' ล็อบบี้พรรคร่วมฯ ล้มอภิปราย ม.152 ชี้ ที่บรรยากาศเงียบเหงา เพราะทุกคนโฟกัสการหาเสียง

(13 ก.พ. 66) เมื่อเวลา 09.30 น. นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาและคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ล็อบบี้พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ลงชื่อเข้าร่วมการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ในวันที่ 15-16 ก.พ.นี้ ว่า ขอรับประกันว่าไม่มีเรื่องนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่กลัวการตรวจสอบ เนื่องจากเป็นเรื่องการเมืองตามปกติ ดังนั้น ต้องขึ้นอยู่กับสภาฯ แต่ตนเองก็พยายามที่จะดูแลอยู่แล้ว ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง แต่ก็ยอมรับว่า ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมีปัญหาเกิดขึ้น ทำให้สภาฯ ไม่ครบองค์ประชุม และต่างฝ่ายต่างโยนปัญหากันไปมา ซึ่งเรื่องนี้ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ทำให้สภาฯ ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

'ชัยธวัช' ดักคอ 'ส.ส.รัฐบาล' อย่าคิดหนีอภิปราย 152 ลั่น!! 'ก้าวไกล' พร้อมจัดหนัก เช็กบิลรัฐบาลก่อนเลือกตั้ง

(13 ก.พ. 66) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสข่าว ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล อาจไม่อยู่เป็นองค์ประชุมในการอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ระหว่างวันที่ 15-16 ก.พ. ที่จะถึงนี้ เพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านอภิปรายว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ ถ้าทำจริง จะยิ่งเปลือยประจานตนเอง กระแสเสื่อมศรัทธาต่อฝ่ายรัฐบาลจะเพิ่มสูงขึ้นทันที เพราะการอภิปรายเป็นกลไกปกติในการตรวจสอบรัฐบาล

และขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสให้รัฐบาลได้ชี้แจงประเด็นที่สังคมสงสัย โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมามีหลายเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้น หากการอภิปรายมาตรา 152 ครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง กลับไม่ร่วมมือแม้แต่เป็นองค์ประชุม ประชาชนจะยิ่งเห็นว่ารัฐบาลเป็นวัวสันหลังหวะ และข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านเป็นความจริง

'เพื่อไทย' โว!! เตรียมข้อมูลอภิปรายรัฐบาลแน่น!! ท้า 'บิ๊กตู่' หากมั่นใจบริสุทธิ์ มาเจอกันในสภาฯ

(12 ก.พ. 66) นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงความพร้อมในการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 วันที่ 15-16 ก.พ.ว่า เตรียมขุนพลไว้อภิปราย 18 คน อาจจะมีเพิ่มขึ้นหรือลดลงบ้าง หากมีข้อมูลซ้ำซ้อนก็จะถอยออก ยืนยันว่าพร้อมเต็มที่เพราะได้มีการซักซ้อมมาแล้ว และจะอภิปรายตามเวลาที่กำหนด พรรคหวังว่าการอภิปรายครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลทำอะไรไม่ดีบ้าง ปกป้องคนทำผิดอย่างไร เกิดความไม่ชอบมาพากล ทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างไร แต่พี่น้องประชาชนจะอย่างไรก็อยู่ที่ผลการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า นายวิษณุ ระบุว่าหากองค์ประชุมไม่ครบหรือสภาฯล่ม ถือว่าจบการอภิปรายและสิ้นสุดญัตติทันที นายสมคิด กล่าวว่า นายวิษณุ พูดอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ก็มีความใกล้เคียงบ้าง เพราะสภาฯล่มญัตติไม่ได้ตกไปในวันนั้นทันที สมมุติว่าวันที่ 15 ก.พ. องค์ประชุมไม่ครบ แต่ญัตติก็ยังค้างสภาฯอยู่ จากนั้นวันที่ 16 ก.พ. มาประชุมใหม่ก็ใช้ญัตติเดิมเข้ามาอภิปรายต่อ ดังนั้นเมื่อสภาฯล่มเราก็ไม่ได้พูดเท่านั้นเอง แล้วสภาฯปิดสมัยประชุมญัตติก็ตกไปโดยปริยาย รวมทั้งวันที่ 23 ก.พ. เป็นอาทิตย์สุดท้ายของสภาฯชุดนี้ด้วย

'คริส' ยอมรับ!! ก้าวไกลมักจุดประเด็นดีๆ ให้สังคม แต่ถ้าอยากให้พรรคเข้มแข็ง ต้องทําให้เหมือนที่พูดด้วย

หลังจาก ‘คริส โปตระนันทน์’ ประกาศลาขาดกับพรรค ‘ก้าวไกล’ แล้ว เรื่องดรามาต่าง ๆ ก็ตามมามากมายเลยทีเดียว คนในพรรคก้าวไกลก็ออกมาให้ข่าวกันตามสไตล์ของตัวเอง บ้างก็บอกว่าเสียดายคนแบบคริส แต่บางคนกลับบอกว่า ไม่เคยคิดเสียดายคนไม่มีสปิริต 

ล่าสุด ‘คริส โปตระนันทน์’ ได้ไปให้สัมภาษณ์ที่ช่อง Voice TV ในรายการ Talking THAILAND โดยบางช่วงบางตอนในการสัมภาษณ์คริสได้พูดถึงข้อดีที่มีพรรคก้าวไกล ความควาดหวังต่อพรรค และเรื่องนโยบายของพรรค โดยระบุว่า…

“ผมพูดด้วยความสัตย์จริง ผมอยากให้พรรคก้าวไกลดีกว่านี้ แล้วการมีอยู่ของพรรคก้าวไกล มีคุณูปการกับสังคมหลายหลายเรื่อง สร้างให้เกิดการถกเถียงกันในประเด็นหลากหลายที่พรรคการเมืองอาจจะไม่เคยมาคุยเรื่องพวกนี้เลย เมื่อสมัยก่อน ผมสอนกฎหมายป้องกันการผูกขาด ไม่มีใครมานั่งคุยเรื่องการผูกขาดกันนะในประเทศไทย ไม่มีใครเคยสนใจลงวิชานี้เลย พรรคก้าวไกลทําให้ประเด็นเรื่องการผูกขาด มันกลับขึ้นมาเป็นประเด็นฮอตฮิตในสังคม ทําให้ประเด็นเรื่อง LGBT กลับมาคุยกันว่ามันเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ทําให้ประเด็นที่ต้องมาคุยกันเรื่องรัฐสวัสดิการ มันน่าคุย ปรากฏว่า สิ่งที่พรรคก้าวไกลแสดงออกเป็นสิ่งที่ดี แต่วันนี้ผมจะบอกว่าถ้าเราจะทําพรรคให้มันเข้มแข็ง มันต้องมาดูโครงสร้างภายในด้วย ทําให้มันเหมือนกับที่เราพูด แค่นั้นเอง”

ส่วนในเรื่องของนโยบาย คริส ได้กล่าวไว้ว่า “มันมีปัญหามากด้วย เพราะว่าในสายตาผมนะ นโยบายที่ออกมาจากพรรคการเมืองที่จะทําให้ประชาชน ถ้าไม่ใช่นโยบายห้องแอร์ มันควรจะมาจากผู้สมัคร หรือว่านักการเมืองท้องถิ่น ลงพื้นที่คลุกคลีกับประชาชน แล้วได้รับปัญหารับฟังมา ให้รู้สึกด้วยนะ ว่ามันมีปัญหา เอากลับไปบอกที่พรรค ไปบอกนักนโยบายนี่แหละ ไปบอกนักรบห้องแอร์นี่แหละ ให้เขาคิดแผนคิดอะไรออกมา แล้วเมื่อได้นโยบายนั้น ต้องส่งกลับมาที่ท้องถิ่น ก็อย่างน้อยก็ส่งกลับมาที่เขตให้เอาไปคุยกับประชาชนว่า มันใช่หรือไม่ใช่. มีบวกหรือมีลบ แล้วสะท้อน feedback กลับไป แล้วเมื่อสะท้อน feedback กลับไป พรรคก็เอา feedback นั้น ไปร่างเป็นนโยบายชุดสุดท้าย แล้วก่อนที่จะเอามาหาเสียงเลือกตั้ง มันก็ควรจะผ่านคณะกรรมการนโยบาย ที่ได้รับการเลือกจากที่ประชุมใหญ่ในพรรค”

‘สมคิด’ เตือน รบ. อย่าหันหลังหนีอภิปราย 152 ชี้!! ควรใช้โอกาสนี้ชี้แจงข้อเท็จจริงกับ ปชช.

(11 ก.พ.66) นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค จะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมในการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15-16 ก.พ. หากเป็นเช่นนั้นจริงก็เป็นการเล่นเกมการเมืองเพื่อป้องกันตัวเอง และไม่เปิดโอกาสให้พรรคร่วมและฝ่ายค้านอภิปรายรัฐบาลได้ แม้ญัตติอภิปราย 152 จะไม่ตกไป แต่ฝ่ายค้านไม่สามารถเปิดการอภิปรายได้ ดังนั้นหากพรรคร่วมรัฐบาลจะใช้วิธีการนับองค์ประชุมมาเป็นเกมการเมือง เพื่อต้องการให้สภาล่มจากการไม่ครบองค์ประชุม ไม่สามารถประชุมต่อไปได้ ก็จะเลื่อนญัตติออกไปเรื่อย ๆ ในครั้งต่อไป หากยังไม่ครบก็ไม่สามารถเปิดประชุมได้ จนกว่าองค์ประชุมจะครบจึงจะสามารถเปิดการอภิปรายได้ การทำเช่นนั้นไม่ดีกับทุกฝ่าย   


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top