Sunday, 8 November 2026
POLITICS NEWS

'สมชัย' ได้เวลาสางแค้น 'ราเมศ' ชี้ MV พรรคปชป. น่าจะเข้าข่ายผิดระเบียบหาเสียง

‘สมชัย’ ได้เวลาเอาคืน หลังก่อนหน้านี้ ‘ราเมศ’ ติงเป็นอดีต กกต.ที่แย่ที่สุด งัดระเบียบการหาเสียงข้อ 18 ย้อน MV พรรคประชาธิปัตย์ น่าจะเข้าข่ายผิดระเบียบการหาเสียงของ กกต.

จากกรณี นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา ซัด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เป็นอดีต กกต.ที่แย่ที่สุด พร้อมไล่ไปเรียนหลักรัฐธรรมนูญใหม่หลังพาดพิงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา สั่งหยุดถกพระราชกำหนดอุ้มหาย

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 66 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า มีผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า ผมเป็นอดีต กกต.ที่แย่ที่สุด ไม่รู้เรื่องราว กฎหมายใด ๆ แล้วชอบออกมาแสดงความคิดเห็น ให้กลับอ่านกฎหมายเยอะ ๆ

ผมน้อมรับคำแนะนำ เลยกลับไปอ่านกฎหมายให้มากขึ้น พอไปอ่านระเบียบการเลือกตั้ง ของ กกต. ก็เลยพบว่า MV ของพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะเข้าข่ายผิดระเบียบการหาเสียงของ กกต.

ระเบียบการหาเสียงข้อ 18 บอกว่า ห้ามผู้สมัคร ที่เป็นนักร้อง ใช้ความสามารถทางวิชาชีพของตนเพื่อเอื้อประโยชน์หาเสียงให้แก่ผู้สมัครอื่นหรือพรรคการเมือง แต่ยกเว้นให้กรณีไม่มีอุปกรณ์การแสดง

พลังประชารัฐไม่น้อยหน้า ‘บิ๊กป้อม’ เมินเพื่อไทย เปิดตัว ‘เศรษฐา’ นั่งปธ. ที่ปรึกษา ลั่น! "ใครมาก็ช่างเถอะนะ เรามีของเรา"

เมื่อเวลา 16.45 น.วันที่ 1 มีนาคม 2566 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์หลังเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ถึงความมั่นใจหลังเปิดตัวผู้สมัครของพรรค ในขณะที่พรรคการเมืองอื่นก็เปิดตัว สามารถเอาชนะได้หรือไม่ ว่า "ก็ต้องถามพรรคอื่นด้วย ถามทุกพรรค"

เมินใส่แม้โดนสกัดขา  ‘ศุภชัย’ โต้ ‘ชูวิทย์’ เอาข้อมูลเก่า-เท็จ ดิสเครดิต ‘ภูมิใจไทย’ ท้าให้ตรวจสอบ พร้อมเดินหน้าต่อไม่ขอขัดแย้งใคร

ไร้ปี่ไร้ขลุ่ย! ‘ศุภชัย’ โต้ ‘ชูวิทย์’ เอาข้อมูลเก่า-เท็จมาเจาะยาง ‘ภูมิใจไทย’ ขอสังคมตัดสินปม ‘รับงาน’ พรรคใหญ่มาตัดคะแนนนิยมหรือไม่ ยันมุ่งนโยบาย ไม่ขัดแย้งใคร 

1 มีนาคม 2566 นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส. บัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงข้อพาดพิงของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาโจมตีพรรคภูมิใจไทยเรื่องเงินทอนรถไฟฟ้าสายสีส้มและนโยบายกัญชาเสรีว่า ทั้ง 2 เรื่องเป็นเรื่องเก่าที่พรรคเคยชี้แจงสร้างความกระจ่างทั้งในเวทีสภาและนอกสภามาแล้วหลายครั้ง ไม่ได้มีอะไรตื่นเต้นอย่างที่พยายามประโคมข่าวกัน โดยเฉพาะกรณีเรื่องรถไฟสายสีส้ม ตนได้อ่านข้อมูลเก่าของเอกชนที่เคยร้องเรียนไว้ทั้งหมด ไม่ได้มีเรื่องเงินทอนแต่อย่างใด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดนายชูวิทย์ถึงเพิ่งมาสนใจและพยายามกระพือเรื่องเก่าที่พรรคเคยชี้แจงไปแล้วหลายครั้งให้เป็นประเด็นอีก

เพื่อให้ประเทศเดินหน้า!! ‘บิ๊กป้อม’ เผย!! แม้มี ‘สำนึกอนุรักษ์นิยม’  แต่เข้าใจใน ‘ประชาธิปไตยเสรีนิยม’ 

(1 มี.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก ‘พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้โพสต์จดหมายเปิดใจฉบับที่ 4 ซึ่งเป็นฉบับที่มีเนื้อหาต่อจากจดหมายเปิดใจ ‘ทำไมต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง’ ที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาที่เล่าถึงสภาพแวดล้อมในวัยเด็กของ พล.อ.ประวิตร และประวัติการรับราชการทหาร ตั้งแต่สำเร็จการศึกษาโรงเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) จนเติบโตจากกองทัพภาคที่ 1 ในสังกัดกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) หรือคนส่วนใหญ่รู้จักในนาม ‘ทหารเสือราชินี’

พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ชีวิตถูกหล่อหลอมขึ้นมาด้วยความเป็น ‘ทหารอาชีพ’ จาก ‘ทหารชั้นผู้น้อย’ ค่อยๆ เติบโตมาจนเป็น ‘ผู้บัญชาการกองทัพ’ และด้วยการปลูกฝังจากสังคมแวดล้อม ระบบการศึกษา และหน้าที่การงาน ทำให้ตนมีความจงรักภักดีที่มีต่อ ‘ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์’ เป็นสภาวะที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณ

พล.อ.ประวิตร ระบุต่อว่า บ้านของตนเป็นแหล่งรวมการใช้ชีวิตของพี่น้องเพื่อนฝูงมาตั้งแต่สมัยยังเรียนหนังสือ จนกระทั่งทำงานรับใช้ราชการ เป็นที่พบปะ หารือ ช่วยเหลือเกื้อกูล มีอะไรก็แบ่งกันกิน แบ่งกันใช้ ปรึกษาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ชีวิตที่ดำเนินไปเช่นนี้ทำให้รับรู้ว่า ผู้มีความรู้ความสามารถเหล่านี้ มีไม่น้อยเลยที่มีเจตนาดี และมีจิตใจที่พร้อมจะเสียสละมาทำงานเพื่อประเทศชาติ หากรัฐสภาและรัฐบาลได้คนมีความรู้ความสามารถเหล่านี้เข้ามาร่วมงาน จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำพาประเทศพัฒนาสู่ความเจริญรุ่งเรือง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับความเป็นไปของประเทศคือ โอกาสที่คนเหล่านี้จะได้เข้ามาร่วมทำงานให้กับประเทศนั้นมีน้อยมาก หรือแทบไม่มีหนทางเลย ระบอบประชาธิปไตยของประเทศเรา กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ที่ปิดกั้นพวกเขา 

การแข่งขันทางการเมืองที่มุ่งเอาชนะคะคานสูงยิ่ง ทำให้ทุกคนที่คิดจะเข้ามาเสี่ยงกับการเป็นเป้าถูกโจมตี ทำลายล้าง ความคิดที่จะเสียสละมาทำงานเพื่อชาติกลายเป็นเปิดทางให้ตัวเองถูกทำลาย และแม้จะมีบางคนที่กล้าพอจะเข้ามา ทว่าวัฒนธรรมการเลือกตั้ง ไม่เอื้อให้คนมีความสามารถเหล่านี้ได้รับชัยชนะ เนื่องจากไม่มีความสามารถในการหาคะแนนเท่ากับ ‘ผู้มีอาชีพนักการเมือง’ ที่มีความเชี่ยวชาญในการหาวิธีได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งมากกว่า คนมีความรู้ ความสามารถ และมีเจตนาดีต่อการพัฒนาประเทศเหล่านี้ แทบไม่เหลือโอกาสที่จะเข้ามาทำงานให้ประเทศในระบบที่อำนาจต้องผ่านการเลือกตั้ง ตามที่ฝ่าย ‘ประชาธิปไตยเสรีนิยม’ มุ่งมั่น กำหนด

ไม่ยุ่งกับจิ๊กโก๋!! ‘เสี่ยหนู’ เมิน ‘ชูวิทย์’ ดิสเครดิต-ขู่เผารังหนู มั่นใจ พรรคมีผลงานชัดเจน เชื่อ ปชช.รับรู้

(1 มี.ค. 66) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่รณรงค์เลือกตั้งเพื่อชิงเก้าอี้ในกรุงเทพมหานคร ว่า เราไม่ได้บอกว่าจะไปชิงเก้าอี้กับใคร แต่เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าพรรค ภท.สามารถทำนโยบายได้สำเร็จ และเป็นประโยชน์กับประชาชน ถ้าประชาชนเห็นแล้วพวกท่านก็จะเลือกตนและพรรค ภท.

เมื่อถามถึงการลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร เดิมที พรรค ภท.เกิดประหม่ามาก ตอนนี้มีความมั่นใจขึ้นบ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เวลาเราเจอคนเยอะ ๆ เราก็ประหม่าทุกครั้ง แต่การทำงานของเราในช่วงนี้ต้องรณรงค์หาเสียง ตนในฐานะหัวหน้าพรรค จึงมอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแล้ว แต่ถ้ามีกรณีเร่งด่วนก็พร้อมทำงานเต็มที่

“เรื่องการเมืองปล่อยผมไปตามยถากรรม” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามถึงพื้นที่ที่พรรค ภท.จะเจาะเป็นพิเศษ นายอนุทินกล่าวว่า เรานำเสนอนโยบายผ่านผู้แทนราษฎร งานด้านการเมืองสำคัญหมด เพราะประชาชนอยู่ทุกอำเภอ ทุกที่มีโอกาสหมด พรรค ภท.เราเปิดตัวเมื่อสิบปีที่แล้ว ก็มีสมาชิกเข้ามาเพิ่ม และตนเชื่อว่างานของตนใน สธ. ก็สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้

เมื่อถามถึงนโยบายที่จะเปิดตัวเพิ่ม นายอนุทินกล่าวว่า เราเปิดไปหมดแล้วตั้งแต่ 3 เดือนก่อน ไม่มีเพิ่มมากกว่านี้แล้ว เท่าที่มีอยู่ก็ขอให้ได้ทำอย่างเต็มที่ ในการทำประโยชน์ให้ประชาชนและบ้านเมือง

ถามย้ำว่า มีความมั่นใจว่านโยบายตอนนี้จะทำให้ได้เป็นรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า น่าจะโอเค

‘บิ๊กป้อม’ เพิ่มงบสนับสนุนนักกีฬา-นักกีฬาพิการ ย้ำ!! ใช้วิทยาศาสตร์เพิ่มศักยภาพ สู้ศึกซีเกมส์ 2023

(1 มี.ค. 66) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ณ ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

ที่ประชุมได้รับทราบ รายงานผลการให้การสนับสนุนของกองทุน ประจำปี 2566 เพื่อส่งเสริมการพัฒนากีฬาของไทยในภาพรวม วงเงิน 4,070 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวัตถุประสงค์ ของกองทุน

จากนั้น ได้ร่วมกันพิจารณาเห็นชอบ ให้การสนับสนุนเงินรางวัลนักกีฬา และนักกีฬาคนพิการ ตามหลักเกณฑ์กองทุน โดยสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันรายการระดับนานาชาติ และประสบความสำเร็จ โดยสนับสนุนเงินรางวัลจากกองทุนฯ จำนวน 13 รายการ จาก 11 สมาคมกีฬา รวมเป็นเงิน 46,645,000 บาท และเห็นชอบให้การสนับสนุนงบเพิ่มเติมแก่ กกท. เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ในการเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 และกีฬาอาเซี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา

‘บิ๊กตู่' ย้อนสื่อ 'เศรษฐา' เป็นใคร? ลั่น!! ประเทศชาติไม่ใช่ธุรกิจ ของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง

(1 มี.ค. 66) ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมกิจกรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร รสทช.ว่า เป็นบรรยากาศแห่งมิตรไมตรี และในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค ได้มีโอกาสพบปะสมาชิกหลายคนหลายภาคและเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มาสวมเสื้อให้ ถือเป็นเกียรติให้กันและกัน ตนมีความเชื่อมั่นในบรรดาสมาชิกของพรรคที่มีหลากหลาย หลายกลุ่ม หลายวัย เพราะเราต้องการเดินหน้าทำงานให้คนทุกช่วงวัย รวมถึงกลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่มีปัญหาต่าง ๆ เราต้องทำให้ทุกคนได้ประโยชน์สูงสุดจากการทำงานในอนาคต ขอขอบคุณบรรดาสมาชิก ส.ส.และขอบคุณหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค และผู้ใหญ่ทุกคนที่ทำให้มีวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ตนมีความสุข

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคมีความพร้อมในการเลือกตั้งแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคบอกแล้วว่ามีความพร้อม ทันเวลาอย่างแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และ กกต.พรรครวมไทยสร้างชาติส่งให้ครบ

‘ภูมิใจไทย’ ยืนหนึ่งผลโพล ‘ไลน์ ทูเดย์’ พรรคที่คนจะเทคะแนนให้ ในศึกเลือกตั้ง 66

‘ภูมิใจไทย’ ผงาดครองอันดับ 1 ในการทำแบบสำรวจของ ‘ไลน์ ทูเดย์’ ที่เปิดโหวตเลือกตั้งปี 66 จากจำนวนเสียงหนุน 50,267 คะแนน คิดเป็น 35.71 % จากผู้เข้าร่วมทั้งหมด 165,000 โหวต

(1 มี.ค. 66) แอพลิเคชัน Line Today ปิดการทำกิจกรรมแบบสอบถามผ่านแอพพลิเคชั่น ไลน์ทูเดย์ ในห้วข้อ 'เปิดโหวต เลือกตั้งปี 66 คุณจะลงคะแนนให้พรรคการเมืองใด?' โดยระบุว่า ใกล้เลือกตั้งปี 2566 คุณจะเลือกลงคะแนนให้ 'พรรคการเมือง' ใด ? ซึ่งเปิดสำรวจตั้งแต่ 10 กพ. - 28 ก.พ. พบว่าการสำรวจ จนมาถึงวันที่ 28 ก.พ.2566 เวลา 00.00 น. 

ปรากฎผลการสำรวจ อันดับ 1 ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย ด้วยคะแนน 50,267 คะแนน หรือคิดเป็น 35.71 % โดยมีที่ 2 คือ พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้คะแนน 45,436 คะแนน หรือคิดเป็น 27.38 % ลำดับที่ 3 คือพรรคเพื่อไทย ที่ได้มา 21,993 คะแนน หรือ 13.25 % และอันดับ 4 คือพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ 13,642 คะแนน คิดเป็น 8.22 % ส่วนอันดับ 5 ได้แก่พรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนน 3,574 คะแนน คิดเป็น 2.15 %

‘บิ๊กป้อม’ ไฟเขียว ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใต้ 3 เดือน เอื้อ จนท. ดูแล ปชช. - ระงับเหตุในพื้นที่ได้ทันที

(1 มี.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 1/2566 มีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วม

โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับลดพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี ออกจากพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เนื่องจากผ่านเกณฑ์การประเมินผล และให้นำ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรฯ มาบังคับใช้แทน และเห็นชอบ ขยายเวลาการประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงใน 3 จชต. ยกเว้น อ.ศรีสาคร, อ.สุไหงโก-ลก, อ.แว้ง และ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ยกเว้น อ.ยะหริ่ง, อ.มายอ, อ.ไม้แก่น และอ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา ยกเว้น อ.เบตง, อ.กาบัง ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่ 20 มี.ค.-19 มิ.ย.66 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ป้องกันและระงับยับยั้งสถานการณ์ให้ได้ อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลรักษาความสงบ ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ด้วย

'อนุทิน' ชง ครม. เพิ่มค่าตอบแทน อสม. 2,000 บาท ยก เปรียบเป็นหมอคนแรกที่ต้องดูแลทั้ง 'ผู้สูงอายุ-ยาเสพติด'

เมื่อวานนี้ (28 ก.พ.66) ที่ทำเนียบฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมครม.ว่า ตนได้ลงนามเสนอเรื่องให้ที่ประชุมครม. พิจารณาเห็นชอบเพิ่มค่าตอบแทนให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 2,000 บาท 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top