Wednesday, 29 July 2026
NEWS

ปีใหม่นี้ เตือนสายแว้น โชว์ยกล้อ ขับขี่ประมาทหวาดเสียว บิ๊กไบค์ยกล้อชลบุรี โดนแล้ว! ศาลสั่งริบรถ จำคุก 1 เดือน

วันนี้ (27 ธ.ค.66) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร ในฐานะคณะทำงานศูนย์ป้องกันและปราบปราบการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องของ ตร. เปิดเผยถึงกรณี จับกุมดำเนินคดี “โต้ง เมืองไทย” ขับขี่บิ๊กไบค์โชว์ยกล้อ เป็นกระแสในโซเซียลมิเดีย ถูกศาลพิพากษาสั่งริบรถบิ๊กไบค์ของกลาง จำคุก 1 เดือน โทษจำรอ 2 ปี

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้ปรากฎภาพจากเพจเฟซบุ๊คของ “โต้ง เมืองไทย” ต่อมาคณะทำงานได้สืบสวนข้อมูลพิสูจน์ทราบได้ว่า คือ นายอิศรายุทธ สงวนนามสกุล ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ยี่ห้อ Yamaha รุ่น R7 ในลักษณะยกล้อ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 มุ่งหน้า จว.ชลบุรี พร้อมข้อความ “ใกล้ถึงวันแล้ว เอาหน่อยๆ” เชิญชวนชาวแก๊งค์สองล้อออกมารวมตัวในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2567 คณะทำงานฯ จึงได้มีการบูรณาการร่วมกับ ภ.จว.ชลบุรี โดย พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ พ.ต.อ.อรรถพล อิทธโยภาสกุล ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ ท้องที่เกิดเหตุสืบสวนสอบสวนจนสามารถติดตามนำตัว นายอิศรายุทธฯ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ค และเป็นเจ้าของรถบิ๊กไบค์ในคลิปวีดีโอดังกล่าว ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่งฟ้องต่อศาลพัทยา ต่อมาศาลมีคำพิพากษาลงโทษปรับ 2,400 บาท จำคุก 1 เดือน โทษจำรอ 2 ปี และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง  

พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฯ กล่าวว่า ในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน มีพี่น้องประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนากันมาก ทำให้อาจมีการรวมตัวกันเพื่อแข่งรถ หรือขับขี่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในวงกว้าง คณะทำงานป้องกันและปราบปราบการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ได้ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยทั้งการโพสชักชวน เชิญชวน บนสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆก็ดี ทั้งการรวมตัวบนท้องถนนก็ดี จึงอยากประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร ให้กับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงการป้องปรามไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุ โดยจะปฏิบัติงานตลอดช่วงเทศกาลไม่มีวันหยุด ประชาชนสามารถแจ้งเหตุร้ายที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘LINE TODAY’ เผยโพลรวมประเด็นฮอตฮิตแห่งปี 2023 กระแส ‘แด๊ดดี้พิธา’ แรง!! ครอง ‘ข่าว-นักการเมืองแห่งปี’

(27 ธ.ค. 66) LINE TODAY เผยผลสำรวจ ‘LINE TODAY POLL OF THE YEAR 2023’ ซึ่งถือเป็นโพลแห่งปีที่รวมแง่มุมและประเด็นฮิต ให้เหล่ามหาชนออนไลน์ร่วมโหวตเมื่อวันที่ 4 - 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ประกอบด้วยหัวข้อน่าสนใจมากมายดังนี้ 

1. สังคมจับตาข่าวพิธาหลุดนายกฯ มาแรงอันดับ 1 ‘ข่าวแห่งปี 2023’

ยกให้เป็นข่าวเด่นประเด็นร้อนที่สุดของปี โหวตข่าวพิธาถือหุ้น ITV หลุดตำแหน่งนายกฯ และโดนสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ หลังจากชนะเลือกตั้งปี 66 ที่ผ่านมา ด้วยผลโหวต 28.03% รองลงมาเป็นข่าวสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส 10.18% และอันดับสาม ข่าวเยาวชนวัย 14 กราดยิงศูนย์การค้า 10.1%

นอกจากนี้ โพลอื่น ๆ ที่ผ่านมา ยังเผยผลสำรวจจากเหตุการณ์กราดยิงนี้ พบว่า การแจ้งเตือนฉุกเฉินที่ชัดเจน เข้าใจง่ายทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เป็นเรื่องที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนถึง 40.77% ขณะที่มองว่า ‘เกม’ ส่งผลร่วมกับปัจจัยอื่น ก่อให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว ที่ 63.3%

2. ปีทองวอลเลย์บอลหญิงไทย โดนใจ ‘ข่าวกีฬา’ แห่งปี

ถือเป็นปีทองของเหล่านักตบลูกยางหญิงไทย ที่สร้างชื่อเสียงและความสำเร็จในเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติหลายรายการ อาทิ เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ 2023, แชมป์เอเชีย 2023 สมัยที่ 3 และเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ จนได้รับการโหวตให้เป็นที่สุดแห่งปีด้านเหตุการณ์ข่าวกีฬาถึง 29.15%

รองลงมาเป็นเหตุการณ์ชวนลุ้นเพราะคะแนนคู่แข่งขึ้นผิดปกติจากระบบผิดพลาด ทำเอานักเทควันโดสาว ‘เทนนิส พานิภัค’ เกือบชวดเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 17.48% และวิว-กุลวุฒิ แบดมินตันชายเดี่ยวที่คว้าแชมป์แบดมินตันโลก 13.76%

3. พิธา-เศรษฐา-วราวุธ ‘นักการเมือง’ แห่งปี

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้รับการโหวตจากผู้ใช้ LINE TODAY ขึ้นแท่นที่สุดนักการเมืองแห่งปีที่ 36.35% อันดับ 2 เศรษฐา ทวีสิน 16.5% และอันดับ 3 วราวุธ ศิลปอาชา 13.4% สอดคล้องกับผลโหวตคะแนนนิยมทางการเมืองในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาที่นายพิธา ได้อันดับหนึ่ง 31.73%

ขณะที่โพลในอดีตในประเด็นคุณสมบัติของประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็พบว่า ‘มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ ประสบการณ์การเมือง’ เป็นข้อที่ถูกโหวตมากที่สุดถึง 54.06% ตามมาด้วย ‘มาจากพรรคเสียงข้างมาก’ 17.27%

4. แฟชั่นกางเกงช้าง ที่สุดของ ‘ซอฟต์ พาวเวอร์’ ไทย ครองใจทั้งไทยและเทศ

จากกระแสนโยบายการผลักดันซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft Power) ที่เข้มข้น ทำให้กางเกงลายช้างกลายเป็นซอฟต์ พาวเวอร์ไทยที่มาแรงที่สุดแห่งปี ด้วยผลโหวตกว่า 26.94% ขณะที่ข้าวเหนียวมะม่วงยังคงได้รับอิทธิพลอย่างต่อเนื่องกว่า 17.96% ส่วนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไทย โดยเฉพาะพระพรหมและพระแม่ลักษมีก็ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในซอฟต์ พาวเวอร์มาแรงถึง 8.84%

5. ด้อมนางงาม-การเมือง สุดคึกคัก คว้า ‘แฮชแท็กแห่งปี’ แบบขาดลอย

นอกจากคอมมูนิตี้นางงามที่เติบโตไม่มีแผ่วในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ ยังพบว่า #อิงฟ้ามหาชน ของด้อมอิงฟ้า วราหะ ยังเป็นถูกโหวตให้เป็นแฮชแท็กแห่งปีด้วยคะแนนนำโด่งถึง 43.32% จากแรงเชียร์และแรงสนับสนุนที่เหนียวแน่น

ตามมาด้วยอันดับ 2 อย่าง #นายกคนที่30 ที่ 11.02% จากสถานการณ์เลือกตั้งปี 66 ที่คึกคักนานหลายเดือน ตามมาอันดับ 3 ด้วย #เลือกตั้ง66 ที่ 8.80%

6. แอนโทเนียชนะใจคนไทย สวมมงเบอร์หนึ่ง ‘ข่าวบันเทิง’ แห่งปี

สำหรับฝั่งบันเทิง ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ ผู้สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยในช่วงปลายปี สามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 Miss Universe ชนะใจคนไทย ได้รับการโหวตให้เป็นที่หนึ่งข่าวบันเทิงแห่งปีด้วยผลโหวต 40.17% ปาดมงทุกข่าวบันเทิงขาดลอย

ตามด้วยข่าวเปิดใจคุยกันของนนกุล-แอฟ ทักษอร 14.84% และข่าวต้องเต ผู้กำกับหนัง ‘สัปเหร่อ’ ที่พาหนังไทยม้ามืดกวาดรายได้หลายร้อยล้าน ปลุกกระแสให้คนไทยกลับมาดูหนังไทยในปีที่ผ่านมา 19.34%

7. พีพี-บิวกิ้นตีคู่ ‘ศิลปินยอดนิยม’ แห่งปี

พีพี กฤษฏ์ ครองใจแฟนคลับเหนียวแน่น คว้าอันดับหนึ่งศิลปินยอดนิยมแห่งปีด้วยผลโหวต 39.81% ตามมาติดๆ ด้วย บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ที่ 36.13% และวง BUS - BECAUSE OF YOU I SHINE บอยแบนด์สุดปังจากรายการ 789 Survival 5.76% ซึ่งที่ผ่านมา พีพี ก็เคยได้รับการโหวตให้เป็นศิลปินยอดนิยมประจำเดือนกุมภาพันธ์กับผลงานเพลงลังเล ด้วยคะแนนขาดลอยเกินครึ่ง 54.37%

8. เจฟ ซาเตอร์ ‘ศิลปิน POPCORNER’ แห่งปีครองโหวตเกือบครึ่ง

เจฟ ซาเตอร์ นักร้องหนุ่มสุดฮอต ที่เคยมาเล่าเรื่องราวและเช็กอินในรายการ ‘POPCORNER’ บน LINE TODAY ติดอันดับหนึ่งศิลปินสุดเลิฟที่ชาวด้อมเทคะแนนโหวตให้มากที่สุด 42.03% รองลงมาเป็น ไลแคน (LYKN) วงบอยแบนด์ T-POP หน้าใหม่มาแรง 14.02% และตามมาติด ๆ กับอีกหนึ่งวงบอยแบนด์ไทยสุดฮอต พร็อกซี (PROXIE) เจ้าของเพลงฮิต ‘คนไม่คุย’ 13.67%

นอกจากนี้ ยังมีโพลในหัวข้อประเด็นต่างๆ ในสังคมที่มหาชนออนไลน์อยากส่งเสียงบอก โดยในหัวข้อปัญหาสังคมที่ควรแก้ไขด่วนที่สุด เรื่องปากท้อง-ค่าครองชีพนำมาเป็นอันดับ 1 (25.85%) ในหัวข้อสิ่งที่อยากให้หมดไปจากการเมืองไทย มหาชนทุ่มโหวตให้เรื่องคอรัปชัน (43.95%) และ ในหัวข้อค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด เป็นเรื่องค่าน้ำมัน (44.93%)

สปข.6 จัดงาน '63 ปี สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6' ภายใต้แนวคิด “PRD 6 Generate D ทันโลกดิจิทัล” บนพื้นฐานความถูกต้อง รวดเร็ว เชื่อถือได้ ยืนหยัดสู่มิติใหม่ของการสื่อสารอย่างมุ่งมั่น

เมื่อวันที่ (25 ธ.ค. 66) ที่อาคารห้องส่งสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายเศวต เพชรนุ้ย ปลัดจังหวัดสงขลา เป็นประธาน “งาน 63 ปี สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6“ โดยมี ดร.ธีรพงศ์ เพชรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 ร่วมให้การต้อนรับ

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “PRD 6 Generate D ทันโลกดิจิทัล” ด้วย 3 D ที่หมายถึง D ตัวแรก (Digital) = การปฏิรูปจากสื่อเดิมสู่สื่อดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยไม่ทิ้งสื่อหลัก โดยสื่อดิจิทัล จะซับพอร์ทงานหลักอย่างเต็มประสิทธิภาพ D ตัวที่ 2 D Idol =  การสร้างตัวตนให้บุคลากรสำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 เป็นนักสร้างสรรค์สื่อ ที่พร้อมจะเป็นต้นแบบในช่องทางสื่อออนไลน์ทุกเเพลตฟอร์ม และ D ตัวสุดท้าย คือ D-Prompt = ที่จะแสดงถึงประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว ฉับไว เริ่มต้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้อย่างทันทีทันใด บนพื้นฐานความถูกต้อง รวดเร็ว เชื่อถือได้ ยืนหยัดสู่มิติใหม่ของการสื่อสารอย่างมุ่งมั่น 

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 กรมประชาสัมพันธ์ มีภารกิจในเรื่องของการสื่อสารการประชาสัมพันธ์ เป็นสื่อกลางสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนกับภาครัฐ และภาครัฐกับประชาชน โดยมีสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ในสังกัดพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง จำนวน 9 สถานี สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จำนวน 2 สถานี และยังมีสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอีก 7 จังหวัด ซึ่งปัจจุบันเราอยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่านการผสมผสานที่เราจะต้องมีการพัฒนาทั้งสื่อวิทยุและสื่อโทรทัศน์ ควบคู่กับการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น TikTok YouTube Facebook ฯลฯ ให้เอื้อซึ่งกันและกันในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว เชื่อถือได้ ภายใต้คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของสื่อ มีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง สามารถสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตได้

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย พิธีทางศาสนา ทั้งศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม การมอบรางวัลประชาสัมพันธ์จังหวัดดีเด่น และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยดีเด่นของสำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 ประจำปี 2565 การจัดการแข่งขันกีฬาที่เน้นความสนุกสนานความรักความสามัคคี และงานสังสรรค์ในช่วงค่ำ

พิษณุโลก แม่ทัพภาคที่ 3 เปิด Open House หน่วยฝึกทหารใหม่ รุ่นปี 2566 ผลัดที่ 2 คืนความสุขให้น้อง คนเล็ก และครอบครัว

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00 น. พลโท ประสาน  แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมตรวจเยี่ยมกิจกรรม “เปิดบ้านทหารใหม่” ของทหารใหม่ รุ่นปี 2566 ผลัดที่ 2 เพื่อเชิญชวนให้ครอบครัวทหารใหม่ เข้าเยี่ยมหน่วยในวันเสร็จสิ้นการฝึก และมีการปล่อยพักบ้าน ของหน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 4 และหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 4 ในพื้นที่ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 

กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรม “เปิดบ้านทหารใหม่” ของทหารใหม่รุ่นปี 2566 ผลัดที่ 2 ให้ครอบครัวน้องๆทหารใหม่เข้าเยี่ยมชมหน่วยในวันเสร็จสิ้นการฝึก และร่วมแสดงความยินดีกับน้องๆทหารใหม่ในโอกาสสำเร็จการฝึกหลักสูตรการฝึกทหารใหม่ โดยมีผู้ปกครองร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความภาคภูมิใจในครั้งนี้ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองน้องๆทหารใหม่ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมหน่วยทหารเพื่อเสริมสร้างสายใยความสัมพันธ์อันดี ระหว่างหน่วยทหารกับครอบครัวน้องๆทหารใหม่ ร่วมแสดงความยินดีกับน้องๆทหารใหม่ที่ผ่านการฝึกหลักสูตรตลอด 6 สัปดาห์ พร้อมกับให้ทหารใหม่ ได้แสดงมุทิตาจิตต่อผู้ปกครอง และจัดการแสดงทางทหารของทหารใหม่ ก่อนจะปล่อยลาพักกลับบ้านหลังจากฝึกจบหลักสูตร และยังเป็นการประชาสัมพันธ์การสมัครเป็นทหารกองประจำการในผลัดต่อๆ ไปด้วย นอกจากนี้ กิจกรรม“Open House” ภายในงานมีการแสดงขีดความสามารถของน้อง ๆ ทหารใหม่ด้วย

ในการนี้ พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ให้การต้อนรับและพบปะพูดคุยกับครอบครัวของน้องๆทหารใหม่ สร้างสายใยความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยทหารกับครอบครัวของทหารใหม่ พร้อมแนะแนวทางการรับราชการเป็นทหารอาชีพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญของกองทัพบก ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความภาคภูมิใจ และรอยน้ำตาแห่งความสุข

สัมภาษณ์
1. คุณ จำเนียร คลองตะเคียน มารดา พลฯ ธงขัย ชำนาญ ร.4พัน.3
2. คุณ เปรมมิกา วิโรจน์ไพศาล มารดา พลฯ นครินทร์ วิโรจน์ไพศาล ร.4 พัน.3

‘กรณ์’ ชี้ ‘ผังเมืองใหม่กรุงเทพฯ’ เอื้อทุนอสังหาริมทรัพย์ วอนชาวกรุงตื่นรู้สู้ไปด้วยกัน ไม่ต้องหวังผู้มีอำนาจมาช่วย

(27 ธ.ค.66) ว่าด้วยผังเมืองกรุงเทพฯ…ในยุคที่ผู้มีอำนาจทั้งสองล้วนมาจากอาชีพสร้างคอนโด และท่านผู้ว่าฯ ยังได้แต่งตั้งนักพัฒนาอสังหาฯ มาเป็นทั้งรองผู้ว่าฯ และที่ปรึกษาที่ยังสามารถสลับร่างไปมาในการบริหารจัดการ ทำธุรกิจอสังหาฯ ควบคู่หน้าที่ทางราชการไปได้อย่างน่าฉงน  

ทั้งนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij’ โดยมีเนื้อหาดังนี้…

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทางกทม.ได้จัดการประชุมรับฟังความเห็นประชาชน เรื่อง การร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯ (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ในส่วนพื้นที่กรุงเทพฯใต้ ณ สำนักงานเขตคลองเตย 

ประชาชนชาวกรุงเทพฯ รู้เรื่องนี้กันน้อยมาก และถึงรู้ว่ามีงานนี้ก็อาจจะไม่เข้าใจว่ามีความสำคัญต่ออนาคตความเป็นอยู่ของเราอย่างไร

ซึ่งคำตอบคือสำคัญมาก!!

ยกตัวอย่างเช่น อาจจะมีการเปลี่ยนโซนการใช้พื้นที่รอบข้างบ้านคุณ จากโซนอยู่อาศัยเป็นโซนพาณิชย์ก็ได้

ซึ่งจากที่ได้รับฟังและติดตามที่คณะผู้จัดทำได้บรรยายมา ผมมีความเห็นว่าแทบทุกการปรับเปลี่ยนที่สำคัญที่ทางกทม.เสนอ ล้วนมีเจตนาปรับเพื่อช่วยสนับสนุนกิจการของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิ้น!! 

ผมขอยกตัวอย่าง 2 ข้อเสนอ ของทาง กทม.ดังนี้

1. กทม. จะเพิ่มขนาดถนนรอง โดยอ้างว่าเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงระบบรถไฟฟ้า และช่วยแก้ไขปัญหาการจราจร ซึ่งฟังไม่ขึ้น เพราะจากพิกัดบริเวณที่กำหนดให้ถนนแทรกขยาย ผ่าชุมชนเข้าไปบางพื้นที่นั้น ทำให้ผมเชื่อว่าวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อกำจัดอุปสรรคในการสร้างตึกสูงเพิ่มเติมเข้าไปในย่านชุมชนที่มีถนนเล็กซอยแคบ (ปัจจุบันหลายโครงการติดเงื่อนไขระยะความกว้างของซอย) 

กทม. ได้ขีดเส้นวางแนวการตัดขยายถนนไว้ถึง 148 สาย ความยาวกว่า 600 กม. หากตรงนี้ผ่านได้ จะนำไปสู่การรุกคืบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เข้าไปในหลายชุมชน หลายซอย ทั่วเมือง (โดยที่การขยายให้ถนนกว้างกว่า 10 ม. ซึ่งมีผลมากต่อการสร้างตึกสูง จะไม่ต้องมาจากการเวนคืนด้วยซ้ำ แต่จะเป็นการให้เอกชนร่นพื้นที่ตนเอง พูดง่ายๆ คือประโยชน์สาธารณะแทบไม่มี)

2. กทม. เสนอมาตรการ ‘FAR. Bonus’ คือ การเพิ่มสิทธิก่อสร้างอาคารให้สามารถเพิ่ม ‘อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน’ (FAR.-Floor Area Ratio) ได้ถึง 20% จากเดิม แลกกับการอุทิศบางสิ่งที่ กทม. กำหนดว่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชนทั่วไป เช่น สวนหย่อมบนหลังคาตึก, สวนแนวตั้ง, การจัดให้มีพื้นที่ว่าง หรือเจียดพื้นที่เสมือนสาธารณะบางส่วนของโครงการ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะ ฯลฯ ที่ล้วนเป็นมาตรการที่ประโยชน์สาธารณะน้อย แต่ประโยชน์ของผู้ประกอบการมีมูลค่ามหาศาล ที่สุดมาตรการนี้จะทำให้เกิดโครงการลูบหน้าปะจมูกเพื่อเป็นข้ออ้างสิทธิสร้างตึกให้ใหญ่ขึ้น จะเปิดช่องการใช้วิจารณญาณของเจ้าหน้าที่ และการทุจริตคอร์รัปชั่นมากมาย ที่จะควบคู่ตามมาจากวิถีปฏิบัติที่เห็นกันต่อเนื่องมาในเรื่องการขาดการกำกับ ตรวจสอบ การบังคับใช้กม.ไปจนถึงการลงโทษในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง

เรื่องทั้งหมดนี้คนกรุงเทพฯ ต้องสู้เองนะครับ อย่าหวังผู้มีอำนาจมาช่วย เพราะไม่ว่าจะเป็นท่านผู้ว่าฯ หรือแม้แต่ท่านนายกฯ ทั้งสองท่านจะเก่งจะดีอย่างไรก็ตาม ผมก็ยังกังวลว่า ที่สุดแล้วท่านจะเข้าข้างบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (ผมหวังจากใจว่าประเมินทั้งสองท่านผิดในกรณีนี้) 

ท่านทั้งสอง ล้วนมาจากอาชีพสร้างคอนโด และท่านผู้ว่าฯ ยังได้แต่งตั้งนักพัฒนาอสังหาฯ มาเป็นทั้งรองผู้ว่าฯ และที่ปรึกษา ที่ยังสามารถสลับร่างไปมาในการบริหารจัดการ ทำธุรกิจอสังหาฯ ควบคู่หน้าที่ทางราชการไปได้อย่างน่าฉงน  

ผมจึงคิดว่าชาวกรุงเทพฯ วางใจไม่ได้ ต้องสู้ร่วมกันครับ

บทสรุป!! 'รางจ่ายไฟฟ้า' รถไฟฟ้าสายสีชมพู ร่วง!! เหตุรถก่อสร้างจากด้านล่าง ยกของขึ้นไปชนรางหลุด

(27 ธ.ค.66) เพจ 'โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure' ได้เปิดเผยบทสรุป รางจ่ายไฟฟ้า รถไฟฟ้าสายสีชมพู ร่วง เพราะเกิดจากรถก่อสร้างจากด้านล่าง ยกของขึ้นไปชนรางหลุดจากอุปกรณ์ยึดราง ขบวนรถไฟฟ้าแล่นมาเกี่ยว ทำรางหลุดยาวกว่า 5 กิโลเมตร ไว้ว่า...

เพื่อนๆ คงทราบเรื่อง ปัญหา รางจ่ายไฟฟ้า หลุดจากคานทางวิ่ง (Guide Way Beam) ของรถไฟฟ้า Monorail สายสีชมพูกันแล้ว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข่าวช๊อกวงการ ของคนที่ติดตามโครงสร้างพื้นฐานกันมาก เพราะเหตุการณ์แบบนี้มันไม่เคยเกิดขึ้น และมีคนผูกเรื่องว่าเป็นปัญหาจากรถจีน หรือ การก่อสร้าง ไม่ได้คุณภาพ ต่างๆ นาๆ 

ซึ่งส่วนตัวผม พอเห็นครั้งแรกก็คิดว่ามันไม่น่าจะเกิดเหตุจากการติดตั้ง หรือการให้บริการตามปรกติแน่ๆ เพราะมันหลุดระยะกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งมันต้องมีแรงกระทำที่ผิดปรกติมากๆ

>> เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

- รางจ่ายกระแสไฟฟ้าขับเคลื่อนสะดุดที่ระหว่างสถานีแยกปากเกร็ดถึงสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี (PK06-PK01) ของรถไฟฟ้าตรวจสอบเส้นทาง (Inspection Train) ขบวนหมายเลข PM40 

บริเวณระหว่างสถานีสนามบินน้ำ (PK03) กับสถานีแคราย (PK02) มุ่งหน้าศูนย์ราชการนนทบุรี เจ้าหน้าที่ประจำขบวนรถไฟฟ้า จึงทำการหยุดขบวนรถฉุกเฉิน 

- นายสถานีที่สถานีสามัคคี (PK04) แจ้งศูนย์ควบคุมการเดินรถว่า พบรางจ่ายกระแสไฟฟ้า (Conductor Rail ด้าน Positive Rail ที่อยู่ด้านข้างคานทางวิ่งด้านนอก) หลุดร่วงจากคานทางวิ่ง (Guideway Beam) ร่วงลงพื้นถนนบริเวณหน้าตลาดชลประทาน โดนรถทื่จอดอยู่ระดับดิน และเกี่ยวเสาไฟฟ้าบริเวณดังกล่าวเอนเข้าหาเส้นทางวิ่งของรถไฟฟ้า ระยะประมาณ 500 เมตร

- ผู้ควบคุมด้านวิศวกรรม (EC) ตัดกระแสไฟฟ้ารางตัวนำไฟฟ้าระหว่างสถานีแยกปากเกร็ด (PK06) ถึงสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี (PK01) และ ศูนย์ควบคุมการเดินรถไฟฟ้า (CCR) แจ้งดับเพลิงปากเกร็ด

>> การวิเคราะห์สาเหตุของเหตุการณ์

ปัญหาเกิดจาก 'การกระทำภายนอกไปกระทบกับตัวรางจ่ายไฟฟ้า' ซึ่งเกิดจากผู้รับเหมาก่อสร้างงานสาธารณูปโภค ทำกำแพงกันดินชั่วคราว โดยใช้ Sheet Pile ที่อยู่ใต้คานทางวิ่ง (Guide Way Beam) ได้ทำการถอด Sheet Pile ออกจากดิน ในรูปแบบ ยกขึ้นสูงจากดิน 

ซึ่งยกสูงโดยไม่ได้ระวังด้านบน จนมีบางส่วนยกขึ้นไปชนชุดรางจ่ายไฟฟ้า จนทำให้หลุดออกจากตัวยึด และเสียรูป (ดูจากรูป ประกายไฟไหม้ที่ติดอยู่ที่คานทางวิ่ง) แต่ไม่มีใครทราบ (ทำงานกลางคืน) ซึ่งไปโดนตรงจุดเชื่อมต่อราง (Expansion Joint) เอาซะด้วย 

>> เหตุมาเกิด เมื่อรถไฟฟ้าขบวนตรวจสอบรางมาถึง 

พอวิ่งมาถึงจุดที่หลุด ทำให้รถไฟฟ้า Monorail ซึ่งมีชุด ขารับไฟฟ้า (Collector Shoe) ไปเกี่ยวกับอุปกรณ์ Expansion Joint แล้วลาก ทำให้รางในส่วนอื่น หลุดออกจากตัวยึดกับคานทางวิ่ง และส่วนด้านหน้า ก็ถูกดันให้หลุดเช่นกัน

แล้วพอรถเกี่ยวแล้ว รถก็ยังวิ่งต่อไป โดยลากเอาชิ้นส่วนฉนวนครอบราง ติดไปกับตัวรถด้วย แล้วก็ติดคาอยู่ตามรูป

>> สรุปเหตุการณ์

รถก่อสร้างด้านล่าง ยกของขึ้นไปกระแทก รางจ่ายไฟฟ้าที่ติดอยู่บนคานทางวิ่ง ทำให้หลุดออกจากจุดยึด

รถไฟฟ้า Monorail วิ่งมาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไปเกี่ยวรางที่ลุด แล้วลาก รางด้านหลัง และดันรางด้านหน้า ของขบวนรถ จนหลุดออกจากอุปกรณ์ยึดเกาะ ระยะกว่า 5 กิโลเมตร

- การซ่อมแซม และกลับมาเปิดให้บริการ 

ตามข้อมูลของ NBM และ กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม แจ้งว่าจะซ่อมแซมในจุดนี้ให้กลับมาใช้งานได้ปรกติ ภายใน 7 วัน และจะทดสอบ เพื่อความมั่นใจ ก่อนให้บริการจริงอีกครั้ง

ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องข้อสงสัยการติดตั้งรางจ่ายไฟฟ้า ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู

กองสารนิเทศปล่อยคลิปเตือนภัยเพื่อความปลอดภัย ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ได้ “เนค นฤพล” หรือ “อ้ายเจิด” จากภาพยนตร์ “สัปเหร่อ” ร่วมเตือนภัยฯ

พล.ต.ต.หญิง สมพร พูลเกษม ผู้บังคับการกองสารนิเทศ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ตลอดจนเสริมสร้างวินัยการใช้รถใช้ถนน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ประชาชนเดินทางท่องเที่ยว และกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้มีการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือน้อยที่สุด จากข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจำนวนมาก สาเหตุเกิดจากเมาแล้วขับ ขับรถในขณะที่ร่างกายไม่มีความพร้อมในการขับขี่ ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ไม่ชำนาญเส้นทาง ขาดวินัยในการขับขี่ และขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด   

กองสารนิเทศจึงได้จัดทำโครงการผลิตสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ รณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำปี 2567 เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการตระหนักรู้ ปลุกจิตสำนึกให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจร และรณรงค์ส่งเสริมให้เพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงถนนเส้นทางหลักมาใช้เส้นทางเลี่ยง หรือเส้นทางลัด พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ขับขี่ด้วยการปลูกฝังพฤติกรรมการขับขี่และการใช้รถใช้ถนนร่วมกันอย่างถูกต้อง เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่จะเดินทางออกไปต่างจังหวัด ก่อนกำหนดวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยได้ผลิตคลิปสปอตประชาสัมพันธ์รณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ชุด “สัปเหร่อ” ความยาว 1 นาที โดยมี “เนค นฤพล” นักแสดงนำผู้รับบท “อ้ายเจิด” จากภาพยนตร์ “สัปเหร่อ” เป็นผู้ออกมาเตือนสติให้กับประชาชนในการใช้รถใช้ถนนเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือเดินทางท่องเที่ยว ผ่านสอปตประชาสัมพันธ์ชิ้นนี้ โดยผ่านช่องทางสื่อสารมวลชน สื่อโซเชียล สื่อประชาสัมพันธ์ภายในสถานีรถไฟกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สถานีรถไฟฟ้า และภายในขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จออัจฉริยะบริเวณทางแยก และป้อมจราจร  

ผู้บังคับการกองสารนิเทศ กล่าวว่า จากเนื้อหาที่นักแสดงสื่อออกไปตามบทของสปอตนี้ ทางกองสารนิเทศเชื่อว่า จะเป็นช่องทางหรือสื่อหนึ่งที่จะสามารถเตือนสติให้กับพี่น้องประชาชนในการเดินทาง หรือสังสรรค์ฉลองปีใหม่ 2567 นี้ ได้

‘หมอธีระวัฒน์’ ชี้!! ‘แสงแดด’ มีคุณประโยชน์นานัปการ เปรียบเสมือน ‘ยาอายุวัฒนะ’ ทำให้ชีวิตยืนยาว-ป้องกันโรคภัย

(26 ธ.ค.66) นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ‘ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha’ ระบุข้อความว่า…

แดดช่วยชีวิตได้จริงๆ…แสงแดดและรังสี อัลตราไวโอเลตหรือยูวี ในสมัยก่อน ตั้งแต่ปี 1928 ที่พบว่า รังสี ยูวี ทำให้เกิดมะเร็งของผิวหนังได้เลยทำให้มีการหลีกเลี่ยงแสงแดดกันมาตลอด ตราบจนกระทั่งประมาณปี 1980 เป็นต้นมา เป็นที่ประจักษ์ว่าแสงแดดมีคุณประโยชน์นานัปการ

แสงแดด เปรียบเสมือนกับเป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีชีวิตยืนยาวขึ้นและยังสามารถป้องกันโรคหัวใจและเส้นเลือดทั้งร่างกาย รวมกระทั่งถึงสาเหตุการตายต่างๆ จนถึงมะเร็ง

ทั้งนี้ยังปรับสมดุลย์การทำงานของตับทำให้ต้านพิษ ได้เก่งขึ้นและทำให้โรคที่เรียกว่าโรคเมตาบอลิค อ้วน ลงพุง เบาหวาน ไขมันความดันสามารถชะลอหรือควบคุมได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ แสงแดดกับสุขภาพที่ดีนั้นไม่สามารถอธิบายได้จากการที่แสงแดดทำให้เกิดการสังเคราะห์วิตามินดี เนื่องจากพิสูจน์แล้วว่าการเสริมวิตามินดี ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงในการตายและการป้องกันการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดต่างๆรวมกระทั่งถึงมะเร็ง

ผิวหนังเป็นอวัยวะที่เชื่อมโยงกับระบบต่อมไร้ท่อ ทั้งนี้ โดยที่มีเซลล์ที่เป็นตัวรับฮอร์โมนหลายชนิด และยังมีการสร้างสารเอนโดฟิน วิตามินดี และฮอร์โมน เอสโตรเจน เป็นตัน

รวมทั้ง ฮอร์โมน Ghrelin โดยตัวที่ผลิตฮอร์โมนนี้มาจากเซลล์ Adipocytes ที่ผิวหนัง เมื่อกระทบกับแสงยูวีบี โดยผ่านกลไกของ p53 หรือ ที่เราเรียกว่า เป็นโปรตีนที่เป็นเทวดาอารักษ์ของจีโนม (Guardian Of Genome)

ทั้งนี้ หน้าที่โดยสังเขป คือควบคุมวงจรชีวิตของเซลล์ให้มีการซ่อมแซม ดีเอ็นเอ เมื่อเจอกับอันตราย และที่จะก่อมะเร็ง รวมทั้งความแก่ชราและในความสั้น ยาวของเส้นทีโลเมียร์ (telomere) ที่เกี่ยวกับอายุ และควบคุมความเสถียรของยีน (genomic stability)

และถ้ามีความเสียหายเกินที่จะเยียวยาได้ ก็จะกำหนดให้เซลล์ตาย (programmed cell death) และยังเกี่ยวพันกับ ระบบการควบคุม การคลี่และบิดเกลียวของโปรตีน ที่จะเป็นพิษทำให้เซลล์ตาย (unfolded protein response และ ubiquitinylation) 

Ghrelin ถูกสร้างจากกระเพาะ แต่ก็เป็นเพียงในจำนวน 60% เท่านั้น

ปัจจุบันมี ความกระจ่างชัด ขึ้นว่า p53 จะปฏิบัติตัวเป็นฟัลครัม หรือ เหมือนจุดคานงัดไม้กระดก และไม่เพียงแต่เป็นเทวดาอารักขาการอยู่หรือตายของเซลล์ และการป้องกันการเกิดเนื้องอกหรือมะเร็งเท่านั้น ยังมีตัว Ghrelin เป็นตัวกระตุ้นให้มีการซ่อมแซมดีเอ็นเอที่เสียหายไป ในส่วนของสมดุลในระดับเซลล์นี้ยังเกี่ยวพันกับฮอร์โมน Leptin ซึ่งออกฤทธิ์ตรงข้ามกับ Ghrelin

วงจรของผิวหนังฮอร์โมนยังเชื่อมโยงประสานกับสมองผ่านทางกลูตาเมท ซึ่งกระตุ้นการเรียนรู้ของสมอง และ Ghrelin ยังมีการเชื่อมกับระบบที่ทำให้ผ่อนคลายความวิตกกังวล รวมกระทั่งปกป้องสมองจากภยันตรายต่างๆ มีฤทธิ์ในการต่อต้านการอักเสบช่วยปกป้องหัวใจและควบคุมความดันทำให้ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคทางหัวใจและเส้นเลือด รวมกระทั่งบรรเทาภาวะดื้ออินซูลิน ในโรค เมตตาบอลิค ซินโดรมต่างๆ และระบบภูมิคุ้มกัน

ความสำคัญของแสงแดดที่ผ่านกระทบมาถึงระบบผิวหนังและส่งต่อในการสร้างสมดุลการทำงานของทุกระบบของร่างกาย รวมกระทั่งถึง สมอง หัวใจ เส้นเลือดและระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ให้ไม่เกิดความวิปริตแปรปรวน

และเราคงจะได้คำขวัญของ ”แสงแดด เดินวันละ 10,000 ก้าว และเข้าใกล้มังสวิรัติ” ก็จะอายุยืน สุขภาพดี ไม่มีโรค ไปทั้งหมดนะครับ

’มาดามแป้ง‘ ปิดฉากประธานสโมสรหญิงคนแรกแห่ง ‘การท่าเรือ’ เผย!! ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง พร้อมย้ำ!! ไม่ไปทำทีมอื่นแน่นอน

(26 ธ.ค.66) หลังจากที่ ‘มาดามแป้ง’ นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประกาศลงจากตำแหน่งประธานสโมสร ‘สิงห์เจ้าท่า’ การท่าเรือ เอฟซี ต่อหน้าแฟนบอลในเกม ‘รีโว่ ไทยลีก 2023/24’ ส่งท้ายเลกแรกที่เอาชนะราชันมังกร ราชบุรี เอฟซี 3-0 เมื่อคืนวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ซึ่ง ‘มาดามแป้ง’ เปิดใจหลังอำลาตำแหน่งว่า รู้สึกโชคดีมากที่ได้เข้ามาเป็นประธานสโมสรการท่าเรือ หนึ่งในสโมสรที่เก่าแก่ที่สุดของฟุตบอลไทย และไม่เคยเสียใจแม้แต่คำเดียว หรือแม้แต่นาทีเดียวที่มีโอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ ไม่ว่าเราจะเจออะไร ตนรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่แค่สนามฟุตบอลหรือสโมสรฟุตบอล แต่เป็นเหมือนทุกสิ่งของคนที่นี่ ไม่ใช่แค่พื้นที่คลองเตย แต่ยังรวมถึงแฟนบอลของการท่าเรือที่มีอยู่ทั่วประเทศ เพราะเชื่อว่าทีมการท่าเรืออยู่ในใจของใครอีกหลายคน

“ยอมรับว่าใจหายเพราะผูกพันมาก ไม่มีทางเลยที่แป้งจะไปทำทีมอื่นได้นอกจากการท่าเรือ ซึ่งแม้ว่าแป้งจะไม่ได้เป็นเจ้าของสโมสรโดยตรง และได้สิทธิ์เข้ามาทำโดย MOU แต่ตลอด 8 ปี แป้งก็รักทุกอย่างที่เกี่ยวกับที่นี่ และไม่มีทางเลยที่จะไปหาความพิเศษ และบรรยากาศแบบที่ ท่าเรือได้จากที่อื่น”

“สุดท้ายแป้งอยากบอกว่า แป้งมีความภาคภูมิใจมากที่เป็นประธานสโมสรหญิงคนแรกของที่นี่ เราผ่านร้อนผ่านหนาวอะไรมาด้วยกันมากมาย และมีครบทุกรสชาติ ตั้งแต่วันที่ดึงตาข่าย เดินกราบ เดินไหว้ ขอถอดออกจากสนาม ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ทุกคนไม่เคยทำให้ผิดหวัง และบ้านของเราเป็นที่ที่พิเศษและหายากจริงๆ แป้งเชื่อว่าถ้าใครได้มาสัมผัส แพท สเตเดียม หรือที่เราเรียกกันว่า นรกทีมเยือน แล้ว คงไม่สามารถละเป็นการแฟนบอลของเราได้ เช่นเดียวกับแป้งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นครอบครัวแสด-น้ำเงิน แล้วก็จะเป็นแสด-น้ำเงินตลอดไป และแป้งหวังว่าสโมสรแห่งนี้จะประสบความสำเร็จ อยู่เคียงข้างวงการฟุตบอลไทยและก้าวอย่างมั่นคงต่อไป” มาดามแป้ง ปิดท้าย

ทั้งนี้ มาดามแป้ง ได้ทำการแต่งตั้ง นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) น้องชายมาดามแป้ง เป็นประธานกิตติมศักดิ์ของสโมสรการท่าเรือ เอฟซี เพื่อทำงานร่วมกับ นายเฉลิมโชค ล่ำซำ ลูกพี่ลูกน้อง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ขึ้นเป็นประธานสโมสรคนใหม่แทน

สำหรับ ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ เปิดตัวเข้ามาเป็นประธานสโมสร การท่าเรือ เอฟซี เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 ก่อนก้าวลงจากตำแหน่ง วันที่ 25 ธันวาคม 2566 รวมเวลา 8 ปี 10 เดือน 9 ฤดูกาล และ 3,238 วัน มีผลงานสำคัญ คือการพา สิงห์เจ้าท่า คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ครั้งแรกในรอบ 10 ปี เมื่อฤดูกาล 2019 และได้สิทธิ์ลงเล่นในศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ในช่วง 4 ฤดูกาลหลังสุด

‘สมเด็จพระสังฆราช’ ทรงผ่อนพระกรณียกิจลง ตามคำแนะนำของแพทย์ หลังรักษาพระปิตตะอักเสบ

(26 ธ.ค.66) สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ออกประกาศเรื่อง แนวปฏิบัติในการขอประทานพระกรุณา ลงวันที่ 25 ธันวาคม ความว่า ด้วย เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้เสด็จไปประทับที่โรงพยาบาลศิริราช ตามคำกราบทูลอาราธนาของคณะแพทย์ผู้ถวายอภิบาล เนื่องจากมีพระอาการพระปิตตะ (ถุงน้ำดี) อักเสบ คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาตามพระอาการและสมุฏฐานเป็นผลสำเร็จ และเสด็จกลับวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ธันวาคม 2566

การนี้ คณะแพทย์กราบทูลขอประทานให้ทรงผ่อนพระกรณียกิจลง โดยลดจำนวนและระยะเวลาในการประทานพระวโรกาสให้คณะบุคคลเฝ้า อันเนื่องมาจากพระชนมายุสูง กอปรกับพระศาสนกิจเพิ่มพูนขึ้นเป็นอันมาก สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช โดยอนุวัตตามคำแนะนำของคณะแพทย์ จึงประกาศแนวปฏิบัติในการขอประทานพระกรุณา ดังนี้

1.การขอประทานพระกรุณาทุกกรณี ให้เสนอเรื่องเป็นหนังสือถึงเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช พร้อมแนบผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติของผู้ขอประทานพระกรุณา ในการดังกล่าว สำนักงานจะพิจารณาเหตุผลความจำเป็น ความเหมาะสม และสวัสดิภาพแห่งพระอนามัยเป็นสำคัญ โดยสำนักงานจะขอประทานพระวโรกาสให้เฝ้าถวายสักการะไม่เกิน 3 วันต่อสัปดาห์ และจำนวนคณะไม่เกิน 5 คณะต่อวัน

2.การขอรับประทานน้ำพระพุทธมนต์ในโอกาสต่างๆ เช่น การมงคลสมรส เมื่อเสนอเรื่องตามขั้นตอนแล้ว สำนักงานจะจัดให้เข้ารับประทานน้ำพระพุทธมนต์ที่หน้าพระรูป หรือพระเถระที่โปรดให้เชิญมา แล้วแต่กรณี

3.ให้ผู้ถวายงานและผู้ที่ได้รับประทานพระกรุณาปฏิบัติตามประกาศนี้อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากพบการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามประกาศนี้ สามารถแจ้งกลุ่มงานกิจการพิเศษ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected]

4.ให้ใช้บังคับแนวปฏิบัติตามประกาศนี้ตั้งแต่วันประกาศ ยกเว้นกรณีที่ได้รับประทานพระกรุณาตามหลักเกณฑ์เดิมไว้ก่อนประกาศนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ สำนักงานงดการพิจารณาการขอเฝ้าถวายสักการะตามแนวทางนี้จนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อให้เป็นไปตามคำแนะนำของคณะแพทย์

หมู่บ้านดัง ร้องโรงเรียนเลิกใช้นกหวีดจัดจราจร อ้างเสียสุขภาพจิต  ทั้งที่ รร.มาก่อนหมู่บ้าน 30 ปี แถมตอนสร้างก็ไม่มีใครออกมาบ่น

เมื่อวานนี้ (25 ธ.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Theeraphat Sirirat โพสต์ถึงกรณีปัญหาการปรับตัวระหว่างโรงเรียนกับชุมชนใกล้เคียง โดยระบุว่า…

“โรงเรียนแห่งหนึ่งตั้งมาก่อนหมู่บ้านเกือบ 30 ปี

แต่พอมีหมู่บ้านแล้วผู้คนเริ่มเข้ามาพักอาศัย กลับถูกผู้พักอาศัยบางกลุ่มร้องเรียนเรื่องการจราจร
(เสียงนกหวีด) ที่ว่าทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต ให้เปลี่ยนไปใช้สัญญาณไฟแทน

อย่าลืมว่า มันคือเขตโรงเรียน ความปลอดภัยหน้าโรงเรียนต้องมีเป็นอันดับแรก ยังไงก็ขอให้ปรับสภาพและหาพื้นที่ตรงกลางกันให้ได้นะครับ จะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข”

ขณะที่มีผู้มาคอมเมนต์ ระบุว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการก่อสร้างโรงเรียนได้รับผลกระทบเรื่องรถบรรทุกที่เข้ามาถมดินในโครงการในช่วงเวลาที่นักเรียนต้องมาโรงเรียน ครูก็อำนวยความสะดวกให้ต่างๆ ทำไมโรงเรียนไม่เคยร้องเรียนคุณเลย นั้นเพราะเรามองเห็นการเปลี่ยนแปลงและโรงเรียนต้องปรับตัวเหมือนที่ครูได้เล่าให้ฟังทุกอย่าง ที่โรงเรียนมีกิจกรรมเราถูกร้องเรียนหมดครับ แต่เราเลือกที่จะเงียบแค่นั้นเอง

และระบุว่า เสียงนกหวีดจะหายไป ปิดถนนข้างโรงเรียนกลับไปใช้เส้นทางเดิมเหมือนเมื่อก่อน วนขวาไปไม่มีถนนตรงนี้เราก็อยู่ได้ นักเรียนข้ามถนนได้ปลอดภัยครูไม่ต้องเป่านกหวีด นักเรียนครูปลอดภัย…เพื่อลดแรงกระแทกของผู้พักอาศัยเพียงคนเดียว…แต่เขาต้องตอบสังคมให้ได้ครับ…ว่าต้องการเช่นนั้นไหม

ในฐานะครูเป็นหัวหน้างานจราจรของโรงเรียน ครูปรับเปลี่ยนการเดินรถของครูและบุคลากรของโรงเรียนให้วนเข้าประตูด้านหลังเข้าประตู 2 ข้างห้องพลศึกษา เพื่อที่จะไม่ขวางรถที่จะต้องวิ่งผ่านทางตรงหน้าโรงเรียนและเข้าซอยหมู่บ้าน ทุกคนปรับเปลี่ยนเวลาที่ปริมาณรถที่มาจากไทยรามัญจำนวนมาก เราก็จะปล่อยในปริมาณมาก เราทำแบบนี้ทุกวัน รถจำนวนมาก คนจำนวนมาก เราจึงจำเป็นต้องใช้สัญญาณนกหวีดเพื่อเป็นการออกคำสั่งระยะไกล เสียงนกหวีดยาวคือหยุด สั้นๆ สลับกันคือให้เคลื่อนที่ และเราเป่าเฉพาะทิศทางหน้าโรงเรียนให้หยุดทางทิศทางรถที่มาจากไทยรามัญเท่านั้น นอกนั้นกรรมการนักเรียนจะมีธงสีแดงกั้นรถ แค่ช่วงเวลา 06.30-07.30 น. หลังจากนั้นจะปล่อยรถวิ่งสวนกันสลับกันเองตามปกติ แค่นั้น

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าโรงเรียนดังกล่าวอยู่ในย่าน ถนนไทยรามัญ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

‘ร.ฟ.ท.’ นำทัพนักแสดงดัง แต่งตัวเป็นซานตาคลอส มอบของขวัญ ส่งสุขให้ ‘ผู้ใช้บริการสายสีแดง’ เนื่องในวันคริสต์มาส-ปีใหม่ 2567

เมื่อวานนี้ (25 ธ.ค. 66) นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ได้นำทัพนักแสดงช่อง 7 แต่งตัวเป็นซานตาคลอส ร่วมมอบของขวัญ เช่น น้ำอัดลมและกาแฟกระป๋อง ให้แก่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง เนื่องในวันคริสต์มาส และปีใหม่ 2567

สำหรับนักแสดงช่อง 7 ที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ ได้แก่ แอนดรูว์ โคร์นิน, แอมป์ พีรวัศ, หมู ภูษณะ รวมถึง ตี๋ บุญเกียรติ วงค์ษาแจ่ม ผู้รักษาประตูจาก UTFC

เรียกได้ว่า บรรยากาศกิจกรรมอบอวลไปด้วยความสุข ความสนุกสนาน ทั้งผู้ให้และผู้รับ และหากใครอยากติดตามกิจกรรมดีๆ แบบนี้ จากรถไฟฟ้าสายสีแดง ก็สามารถติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/REDLineSRTET/ ได้เลย

ผบช.สตม. จับมือผู้ว่า , นายก อบจ.ภูเก็ต เปิดประชุมสภากาแฟจังหวัดภูเก็ต ระดมความคิดสร้างเมืองภูเก็ตให้เข้มแข็ง พร้อมรับนักท่องเที่ยวอย่างประทับใจ ลั่นต้องช่วยกันควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้เสียภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

วันนี้ (26 ธ.ค.66) เวลา 08.00 น. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. เป็นประธานในการประชุมสภากาแฟสัญจร จว.ภูเก็ต โดยมี นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต , นายเรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต,​ พล.ร.ท.สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 , นายประสิทธิ์ สินเสาวภาคย์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต , ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภูเก็ต, แรงงานจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานราชการและภาคเอกชน ทุกภาคส่วน เข้าร่วมในการประชุม ณ ตม.จว.ภูเก็ต

พล.ต.ท.อิทธิพล ฯ กล่าวว่า ที่เชิญทุกภาคส่วนมาประชุมสภากาแฟในวันนี้ เนื่องจากภูเก็ตเป็นจังหวัดที่สำคัญที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีนโยบายเปิด Visa Free ดึงนักท่องเที่ยวจากหลายๆ ประเทศ เช่น จีน รัสเซีย อินเดีย เป็นต้น จึงอยากมารับฟังปัญหาจากทุกภาคส่วน เพื่อบูรณาการกันแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วครบวงจร

ด้าน นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร ประธานหอการค้า จ.ภูเก็ต กล่าวว่า เรามีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพำนักระยะยาว และมาต่อวีซ่า ขอให้ทำอย่างรวดเร็ว ประทับใจ อย่าให้เกิดปัญหาความล่าช้า อยากให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดเรื่องการป้องกันความปลอดภัย โดยเฉพาะพวกที่เข้ามาทำงานสีเทา เป็นมาเฟีย อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยกวดขัน นอกจากนี้เรื่อง Big Data การแชร์ข้อมูลกันระหว่างหน่วยงาน เช่น การแจ้งที่พักของชาวต่างชาติ จะทำให้มีข้อมูลของชาวต่างชาติทั้งหมด ภาคเอกชนจะได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง จากการรวบรวมข้อมูลของเจ้าหน้าที่

ผบช.สตม.ฯ กล่าวต่อว่า ในด้านความมั่นคงของจังหวัด อยากให้จังหวัดภูเก็ตมีคณะทำงานเพื่อคัดชาวต่างชาติหรือคนต่างด้าว เพื่อผู้ที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม สามารถสนับสนุนข้อมูลให้ ตม.พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้  นอกจากนี้เราต้องช่วยกันดึงนักลงทุนชาวต่างชาติที่มีศักยภาพเข้ามาลงทุนในไทยให้มากๆ เพื่อช่วยรัฐบาล และเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยว

นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า อบจ.ภูเก็ต สนับสนุนรายได้ไปยังสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว ลูกค้าบางรายกว่าจะเข้ามาประเทศไทยเพื่อลงทุนได้ ค่อนข้างยากลำบาก เพราะฉะนั้นเข้ามาแล้ว เราต้องดูแลเขาเป็นอย่างดี ในเอเชียของเรามี 10 ประเทศที่เป็นคู่แข่งเกาะภูเก็ต เราต้องแข่งขันอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันรักษาภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต

นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช กงสุลกิตติมศักดิ์ ฮังการี กล่าวว่า เรามีนักลงทุนที่ยังไม่ได้รับการส่งเสริม คือนักลงทุนที่มาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเศรษฐกิจแรก 4 แสนล้าน มาจากการท่องเที่ยว แต่อีกด้านมาจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ บ้านจัดสรร คอนโด วิลล่า ภูเก็ตกำลังจะเป็นแบรนด์ดิ้งระดับโลก ใกล้ฮาวาย คนที่มาซื้ออสังหา มองอนาคตอีก 5-10 ปีข้างหน้า ส่วนใหญ่เป็นยุโรปตะวันออก จึงอยากให้ภาครัฐ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ช่วยสนับสนุนและผลักดันด้วย 

ด้าน นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากนี้จะไปตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองการอยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าว เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อน ควบคุมและคัดกรองชาวต่างชาติที่มาก่อความวุ่นวาย กระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และขอบคุณ ผบช.สตม.ที่มาแนะนำสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับชาวภูเก็ต 

(สุรินทร์) มทบ.25 จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบปีที่ 55 'ค่ายวีรวัฒน์โยธิน' เพื่อ ระลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของ พลตรีหลวงวีรวัฒน์โยธิน

วันที่ 26 ธันวาคม 2566 เวลา 07.09 น. ที่ อนุสาวรีย์ พลตรีหลวงวีรวัฒน์โยธิน พลตรีชินวิช เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พร้อมด้วยคุณอุไรวรรณ เจริญพิบูลย์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 25 จัดพิธีบวงสรวงสักการะอนุสาวรีย์ พลตรีหลวงวีรวัฒน์โยธิน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนามณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน ครบรอบปีที่ 55 เพื่ออุทิศบุญกุศล และเพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของพลตรีหลวงวีรวัฒน์โยธิน และกำลังพลที่ได้เสียสละชีวิต ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วย 

โดยจัดให้มีพิธีสงฆ์ และตักบาตร บริเวณหน้ากองบังคับการมณฑลทหารบกที่ 25 โดยมี พันเอก จิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี นายสัดทัด แสนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พันตำรวจเอก วรายุส์  จันทร์เยี่ยม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และกำลังพล มณฑลทหารบกที่ 25 รวมทั้งครอบครัว ร่วมพิธีฯ มณฑลทหารบกที่ 25 เดิมคือ “ค่ายวีรวัฒน์โยธิน” จังหวัดทหารบกสุรินทร์ ซึ่งวีรกรรมอันกล้าหาญของ พลตรีหลวงวีรวัฒน์โยธิน กองทัพบกจึงได้ขอพระราชทานนามค่ายแห่งนี้ว่า “ค่ายวีรวัฒน์โยธิน” เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2511 เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังระลึกถึงคุณงามความดีอันยิ่งใหญ่ของท่าน ในการปฏิบัติการรบในสงครามมหาเอเชียบูรพา

บริษัท อุบลราชธานี ดีเวลลอปเม้นท์ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการจัดทำร่างรายงานและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ประชุมรับฟังความคิดเห็น ประชาชนครั้งที่ 2

วันนี้ (26 ธ.ค. 66) เวลา 08:30 น.-12:00 น. ณ.วัดบ้านทุ่งเทิง ต.ทุ่งเทิง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานีบริษัท  อุบลราชธานี ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ต่อการจัดทำร่างรายงานและมาตรการ โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม อุบลราชธานี ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงานกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) ตั้งอยู่ที่ ตำบล นากะแซง และตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งดำเนินการโดย บริษัทโฟร์เทียร์คอนซัลแตนต์ จำกัด ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาโครงการ โดยมี นายสุริยา บุตรจินดา หัวหน้าส่วนสำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดการประชุม

ทั้งนี้มีประชาชนในพื้นที่ตั้งโครงการฯ และพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตรโดยรอบ โครงการฯ จาก 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เดชอุดม อ.ทุ่งศรีอุดม 5 ตำบล ได้แก่ต.นากระแซง ต.สมสะอาด ต.ทุ่งเทิง ต.นาห่อม และต.หนองอ้ม จ.อุบลราชธานี รวมกว่า 1,200 คน มาร่วมรับฟังการประชุม บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายสุริยา บุตรจินดา กล่าวว่า การจัดการประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีเปิดเวทีให้ทุกคนได้แสดงความเห็น และข้อเสนอแนะที่มีการจัดตั้ง นิคมอุตสาหกรรมอุบลราชธานี ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนและบ้านของเราขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ มีเหตุผลในการพูดคุย เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนจังหวัดอุบลราชธานีของเราให้เดินหน้าต่อไปได้ 

ด้านคุณณัฐวัฒน์ เลิศสุรวิทย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ นิคมอุตสาหกรรมอุบลราชธานี กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการนำเสนอข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอุบลราชธานี โดยในวันนี้ได้มีการจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนเป็นครั้งที่ 2 เพื่อนำเสนอผลงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกันและแก้ไข ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ ให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบ และขอขอบคุณทุกความเห็น ทุกข้อเสนอแนะจากผู้นำชุมชน ประชาชน รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ซึ่งทางโครงการฯ จะนำความเห็นเหล่านี้ ไปกำหนดเป็นมาตรการในการดูแลโครงการ ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและยั่งยืนตลอดไป

ด้าน น.ส. นันยา ฮูมเมลิงค์ วิศวกร จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า กนอ. จะนำรายงานและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ผ่านความเห็นชอบไปกำกับดูแลโครงการ รวมทั้งบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมภายใต้กรอบการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) คือ การพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของพื้นที่ ให้เจริญเติบโตไปพร้อมกับความเจริญของ ชุมชนและการรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีอย่างสมดุลเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย ความร่วมมือกันของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top