Wednesday, 4 November 2026
NEWS

'บอร์ด กทท.' จี้งานก่อสร้างและพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 พร้อมเร่งปรับยุทธศาสตร์และ Master ของการท่าเรือ/ท่าเรือแหลมฉบังใหม่ ให้เป็นไปตามเป้าสอดรับนโยบายของรัฐบาล มุ่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค (Logistic Hub) โดยเร็ว

นายชยธรรม์ พรหมศร ประธานกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ได้นำคณะกรรมการและที่ปรึกษาบอร์ด พร้อมด้วยนายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการและผู้บริหาร กทท. ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) และลงพื้นที่ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อรับทราบปัญหาและติดตามความคืบหน้า โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ส่วนที่ 1 งานก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน ส่วนการถมทะเล เพื่อเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหาในการดำเนินงาน ให้ โครงการสามารถแล้วเสร็จตรงเวลา เป็นไปตามกรอบระยะเวลาของสัญญาที่ได้ทำไว้ พร้อมทั้งได้เดินทางไปตรวจการดำเนินงาน รับทราบปัญหาเพื่อแก้ไขให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการให้บริการขนส่งตู้สินค้าเชื่อมต่อทางเรือเข้ากับทางรถไฟของ Single Rail Transfer Operator : SRTO ซึ่งหากการดำเนินการมีประสิทธิภาพ ในการให้บริการจะช่วยให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องทางนี้มากขึ้น เป็นการลด ปริมาณการขนส่งทางถนนลง ซึ่งจะเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการ บรรลุวัตถุประสงค์ในการ ลดต้นทุนการขนส่ง logistics ในระบบการขนส่งสินค้าของประเทศโดยรวม ด้วยการบูรณาการเพิ่มประสิทธิภาพ การขนส่งทางน้ำกับทางรางที่มีต้นทุนถูกกว่า ให้ไร้รอยต่อแบบ Seamless Multimodal Transport ให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเร็ว

นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้เข้าเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของ บริษัท ฮัทชิสัน เทอร์มินัล จำกัด ณ ท่าเทียบเรือชุด D รวมถึงรับทราบการนำระบบรถบรรทุกไร้คนขับ autonomous truck ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาปรับใช้ในการปฏิบัติการ เพื่อยกระดับศักยภาพความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามนโยบาย Green Transport ตลอดถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การอำนวยความสะดวก ให้แก่ผู้รับบริการของท่าเรือดังกล่าวในปัจจุบันและมีแผนที่จะขยายการให้บริการเพิ่มขึ้นในอนาคต

สำหรับการลงพื้นที่ติดตาม งานก่อสร้างในส่วนของงานถมทะเล ในโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟสที่ 3 ผู้แทน กลุ่มผู้รับเหมางาน ในกลุ่มกิจการร่วมค้า CNNC ได้รายงานความคืบหน้าของการดำเนินงาน ที่ปัจจุบันได้มีการเร่งรัดเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยได้เพิ่มแรงงาน เครื่องจักร และเรือขุด Grab Dredger เข้ามาใช้ในการปฏิบัติงานทำให้ ปัจจุบัน มีขีดความ สามารถในการขุดดินได้วันละ 2.3 ล้านลูกบาศก์เมตร และคาดว่าจะสามารถส่งมอบงานก่อสร้างถมทะเลที่แล้วเสร็จในพื้นที่ F1 ของโครงการฯ ให้แก่ กทท. ได้ทันภายในเดือน กรกฎาคมนี้

นายชยธรรม์ฯ กล่าวว่า  แม้ว่าตัวแทนผู้รับเหมาจะรายงานว่า ได้ดำเนินการเร่งรัดงานขุดและถมทะเลด้วยการเพิ่ม เครื่องจักรและแรงงานแล้ว แต่จาก รายงานของผู้ควบคุมงานพบว่า ปัจจุบันผลงานก่อสร้างของผู้รับจ้างในแต่ละสัปดาห์ ยังมีความล่าช้าจากแผนฯ อยู่ จึงได้กำชับให้ผู้บริหาร กทท. ใส่ใจติดตามคุณภาพการก่อสร้าง ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ระบุในสัญญาจ้าง ควบคู่ไปกับการเร่งรัดแก้ปัญหาในรายละเอียดกับกลุ่มผู้รับเหมากิจการร่วมค้าฯ เพื่อให้งานแล้วเสร็จเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งเป้าหมายสำคัญต่อไปคือ งานก่อสร้างถมทะเลต้องแล้วเสร็จพร้อมส่งมอบพื้นที่ F และพื้นที่ถมทะเลพื้นที่ 3 ทั้งหมดให้กทท. ได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่ระบุในสัญญา เพื่อให้ กทท.สามารถส่งมอบพื้นที่ถมทะเลที่แล้วเสร็จดังกล่าว ให้กับผู้รับสัมปทานได้ตามสัญญาสัมปทานที่ กทท. ได้เซ็นไว้กับผู้รับสัมปทาน เพื่อทำการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ได้ แล้วเสร็จตามแผนฯ ต่อไป

นอกจากนี้ นายชยธรรม์ ยังได้กล่าวว่า การพัฒนาระบบโลจิสติกส์และการขนส่งหลากหลายรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการขนส่งทางน้ำ ที่มีความสำคัญและถือเป็น gateway ในการขนส่ง นำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ เป็นส่วนช่วยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งเป็นรากฐานในการสร้างให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการขนส่ง Logistics Hub ของภูมิภาคตามนโยบายของรัฐบาล อีกด้วย

“ที่สำคัญในการลงพื้นที่และประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ครั้งนี้ได้พบว่า แผนยุทธศาสตร์แผนแม่บทการพัฒนาและแผนปฏิบัติการของการท่าเรือฯ รวมถึงแผนแม่บทการพัฒนาของท่าเรือแหลมฉบัง จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย โดยกำหนดโจทก์ให้กับผู้บริหารการท่าเรือฯ ไปเร่งรัดดำเนินการร่วมกับพันธมิตรท่าเรือชั้นนำ ในต่างประเทศของ กทท. เพื่อให้สามารถกำหนดเป็นแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการที่ทันสมัย สอดรับกับเป้าหมาย นโยบาย และยุทธศาสตร์ของรัฐบาล นำเสนอบอร์ดคณะกรรมการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นชอบนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค (Logistic Hub) ได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว” นายชยธรรม์ กล่าว

'เพจคนไทยในซิดนีย์' เทียบราคาไข่ไก่ 'ไทย' VS 'ออสเตรเลีย' ลั่น!! ราคาพอกัน แต่ค่าแรงขั้นต่ำที่ออสฯ 550 บาทต่อชั่วโมง

ไม่นานมานี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Travelroute in Sydney' คนไทยในออสเตรเลีย ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพราคาไข่ไก่ไทยเทียบกับไข่ออสเตรเลีย ระบุว่า...

"ไข่ไก่ราคาแทบจะพอกันแล้ว !! แต่ที่นึงค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท อีกที่นึงค่าแรงขั้นต่ำชั่วโมงละ 550 บาท"

หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ ก็มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่อยากให้เปรียบเทียบกับค่าครองชีพด้านอื่นๆ ด้วย เช่น ค่าเช่าบ้าน ซึ่งบางคนจ่ายค่าเช่าบ้านที่นั่นรายสัปดาห์ ก็ 2 หมื่นกว่าบาทแล้ว เดือนๆ หนึ่ง ก็แตะแสนบาท

นอกจากนี้ เวลาที่คิดจะเปรียบเทียบราคาของ ควรนำเอา Brand Name มาเทียบ อย่าเอา House Brand มาเทียบ แล้วจะเห็นว่าราคาแท้จริงที่ต่างกันลิบลับ

ขณะเดียวกัน ก็มีผู้เข้ามาให้มุมมองว่า ไข่ออสตามในรูปคือ เกรดต่ำสุด ส่วนไข่ตามในรูปของ CP คือกินดิบได้ คนเอาไปทำไข่ดองซีอิ๊วกัน มันเลยมีราคาที่สูง เป็นต้น

'หมออั้ม' เผย!! ควรกวาดล้าง 'กลุ่มตลาดฯ' พฤติกรรมปลุกปั่นชัด ชี้!! ไม่ใช่กลุ่มเห็นต่าง แค่ผู้เกลียดชังที่ชอบนั่งเทียน ให้ร้ายผู้อื่น

ไม่นานมานี้ 'หมออั้ม' อิราวัต อารีกิจ อดีตนักร้องชื่อดังและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ออกมาวิจารณ์ 'กลุ่มตลาดฯ' ที่คาดว่าน่าจะหมายถึง 'รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส' ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักมีการแชร์และเผยแพร่ข้อความหมิ่นสถาบันฯ โดยมีนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นแอดมิน ไว้ว่า...

"กลุ่มตลาดฯ อะไรเนี่ย ควรกวาดล้างเอาผิดนะครับ เพราะมันไม่ใช่แค่การเห็นต่าง หรือวิจารณ์ด้วยความชอบ แต่มันเป็นการนั่งเทียน ปลุกปั่นให้ร้ายผู้อื่น ด้วยความเกลียดชัง"

อีกทั้งยังเขียนข้อความระบุว่า "คิดเอาเองละกัน แอดมินมันยังเอาตัวไม่รอด"

ขณะที่ คุณโบว์ ณัฏฐา มหัทธนา ผู้ดำเนินรายการ Ringside การเมือง ก็ได้เข้ามาร่วมความคิดเห็นด้วยว่า "ควรถูกปิดนานแล้ว เปิดไว้ล่อแมลงเม่า พอมีคดีก็ปั่นต่อวนไป เลวจริง"

หนุ่มโพสต์ขาย บ้านสุดชิค 4 ชั้น 8 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ ติดห้างดัง  ชาวเน็ต ชี้!! นี่คือทำเลทอง เหมาะเปิด ‘คาเฟ่-ร้านอาหาร-ผับ-บาร์’ 

(3 มิ.ย.67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ ‘Aood Narongrit’ ได้โพสต์ประกาศขายตึก สูง 4 ชั้น 8 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ ทำเลติดห้างดัง ราคา 18 ล้านบาท ผ่านเพจ ‘บ้านมือสอง ราคาดี กรุงเทพฯและปริมณฑล ลงประกาศขายและรับซื้อฟรี’ ระบุข้อความว่า

ขายตึก 4 ชั้น 14 ตารางวา 8 ห้องนอน 8 ห้องน้ำในตัว ลาดพร้าวซอย 1 เข้าไป 300 เมตร ติดลานจอดรถ ห้างยูเนี่ยนมอลล์ ตรงข้าม เซ็นทรัลลาดพร้าว

ราคา 18,000,000 บาท (ต่อรองได้ครับ) ซื้อขาย หรือทำสัญญาฯรีโนเวทได้หมด พร้อมรับข้อเสนอครับ

หลังจากโพสต์เผยแพร่ออกไป มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น หลากหลายแนวคิดแตกต่างกันไป ทั้งคนที่บอกว่า ราคาไม่คุ้มกับสภาพตึก

แต่ขณะเดียวกัน ก็มีอีกจำนวนหนึ่งเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ทำเลนี้ ราคาเท่านี้ถือว่าปกติ อาทิ

น่าจะราคาที่ดิน ไม่ใช่ราคาตึก เพราะตึกน่าจะต้องทุบ ถ้าจะรีโนเวทต้องให้วิศวกรมาตรวจ ดูจากชั้น 4 คือ ต่อเติมใหม่อีก เอาอิฐมาก่อเอง โดยไม่ได้คำนึงถึงโหลด

ลาดพร้าว ซอย 1 ราคานี้ คือปกติครับ ไม่นับเรื่องสิ่งปลูกสร้าง ซอย 1 เป็นตลาด ตั้งแต่ปากซอยยันกลางซอย แถมปากซอย มีห้าง ติด MRT ด้วย ทำเลดี

ซื้อมารีโนเวททำคอนโดไม่น่าได้ เต็มที่อาจเหมาะมารีโนเวททำแนว box hostel เกร๋ๆ ทำเลดูจะเวิร์กอยู่ ไม่จำเป็นต้องมีที่จอด เน้นลูกค้าแบ๊กแพคเกอร์

ที่ตรงนี้ราคาประเมินไม่เท่าไร แต่ราคาซื้อ-ขาย สูงมาก มีแต่ราคาจะสูงขึ้น คนมาลงทุนเขาย่อมมองการณ์ไกล มากกว่าเห็นตึกตามภาพ

ถ้าพูดถึงทำเล ลาดพร้าว ซอย 1 ทำเลดีนะคะ ราคาไม่แพงเลย เราว่าถูกมากด้วย ติดยูเนี่ยน เซ็นลาด คอนโดเยอะมาก ทำคาเฟ่สวยๆได้เลย หรือจะเปิดเป็นร้านเหล้า ผับ บาร์ ก็ยังได้เลย

เดินเข้าไม่ไกลเท่าไหร่ด้วย แต่ค่ารีโนเวทก็น่าจะเท่ากับราคาซื้อเหมือนกัน แต่ถ้าคิดว่ามันจะได้ทุนคืนก็ซื้อน่าจะปัง แต่น่าจะขายแค่ที่ดินดีกว่าค่ะ สภาพตึกมันโทรมมาก

‘มาดามแป้ง’ เผย ‘นักเตะทีมชาติไทย’ ไร้ปัญหาการปรับตัวที่ ‘จีน’ ดูแลอย่างดี!! ‘ที่พัก-อาหาร-การเดินทาง’ เพื่อพร้อมลุยบอลโลก

(3 มิ.ย.67) ‘มาดามแป้ง’ นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดเผยว่าในส่วนของเรื่องนอกสนาม ทีมชาติไทย มีความพร้อมเต็มที่ โดยไม่มีปัญหาต้องปรับตัวที่ประเทศจีน ทั้งในแง่สภาพอากาศ และ อาหารการกิน เพราะมีเชฟคนไทยคอยประจำทุกวัน ก่อนเกมสำคัญ เตรียมพบกับ ทีมชาติจีน ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดที่ 5

มาดามแป้ง นายกสมาคมฯ มีนโยบายให้ความสำคัญเรื่องนอกสนามเต็มที่ โดยก่อนหน้านี้ ก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทีมชาติ เดินทางมาตรวจเช็คความพร้อม ที่พัก , สนามซ้อม และ สนามแข่งขัน ล่วงหน้า ส่วนการบินมาที่ เมืองเสิ่นหยาง ครั้งนี้ ยังได้ประสานกับทาง TOA ช่วยอำนวยความสะดวก เดินทางแบบเช่าเหมาลำ ทั้งไปและกลับด้วย

มาดามแป้ง กล่าวว่า เรื่องนอกสนาม เป็นสิ่งที่ พูดอยู่เสมอว่าเราให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะเชื่อว่าถ้านอกสนามเราพร้อมเต็มที่ ก็จะส่งผลดีต่อฟอร์มการเล่นในสนาม และ ช่วยให้ทีมโค้ชอิชิอิ เค้นศักยภาพ และ ทำงานร่วมกับนักเตะได้ง่ายขึ้น
 
“ทีมชาติไทย เดินทางถึงเมืองเสิ่นหยาง เป็นที่เรียบร้อย ในฐานะนายกสมาคมฯ ต้องขอบคุณ TOA อีกครั้ง ที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ ส่วนในแง่การปรับตัวด้านอื่น ๆ เท่าที่ แป้ง พูดคุยกับโค้ชอิชิอิ ก็ไม่มีปัญหา เพราะสภาพอากาศ ไม่ต่างจากที่ไทย , เวลาต่างกันแค่ 1 ชั่วโมง และ สนามซ้อมก็อยู่ในสภาพที่ดี รวมถึง ที่พัก ก็มีเชฟไทยคอยประจำทุกวัน ทั้งหมดนี้ เป็นเพราะเราส่งเจ้าหน้าที่ มาเช็คล่วงหน้า ยืนยันว่าทุกคนแฮปปี้ กินอิ่มหลับนอนได้เต็มที่ ก่อนเกมสำคัญ ในวันที่ 6 มิถุนายนนี้“ มาดามแป้ง กล่าวปิดท้าย

สำหรับ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ มีโปรแกรมต้องทำการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดที่ 5 พบกับ ทีมชาติจีน ที่ เสิ่นหยาง โอลิมปิก เซ็นเตอร์ สเตเดียม ประเทศจีน วันที่ 6 มิถุนายน 2567 เวลา 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ต่อด้วยเปิดบ้านพบกับทีมชาติสิงคโปร์ ที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 11 มิถุนายน เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสด ไทยรัฐ ทีวี ทั้งสองนัด

‘ไทย’ ติดอันดับ 2 ประเทศที่มีสถาปัตยกรรม สวยที่สุดในเอเชีย ชี้!! ‘บ้านจิม ทอมป์สัน-ปราสาทสัจธรรม’ เป็นสถานที่ยอดนิยม

(3 มิ.ย.67) ประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยว ตึกรามบ้านช่อง และสถาปัตยกรรมสวยๆ มากมาย ทั้งคนไทยและต่างชาติต่างก็อยากเดินทางเข้ามาชมด้วยตัวเอง ซึ่งความสวยงามของสถาปัตยกรรมในไทยนี้ ล่าสุดก็เพิ่งได้รับการจัดอันดับให้ติดอยู่ในรายชื่อ 10 อันดับประเทศที่มีสถาปัตยกรรมสวยที่สุดในเอเชีย

InsidersMonkey เว็บไซต์ด้านการเงินของสหรัฐอเมริกา มีการจัดอันดับประเทศที่มีสถาปัตยกรรมสวยที่สุดในทวีปเอเชียประจำปี 2024 โดยสถาปัตยกรรมในเอเชียนั้นมีชื่อเสียงเป็นพิเศษในด้านการผสมผสานระหว่างการออกแบบร่วมสมัย และเทคนิคของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม จากการมอบรางวัลด้านสถาปัตยกรรมในหลายๆ รางวัล ก็ปรากฏว่ามีสถาปนิกชาวเอเชียได้รับรางวัลเป็นจำนวนมากในแต่ละปี รวมถึงอาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในเอเชีย ก็ได้รับรางวัลด้วยเช่นกัน

โดยการคัดเลือกและจัดอันดับประเทศที่มีสถาปัตยกรรมสวยที่สุดในทวีปเอเชียประจำปี 2024 ทางเว็บไซต์ InsidersMonkey มีการเก็บรวบรวมข้อมูล งานวิจัย การจัดอันดับต่างๆ รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2023 ของแต่ละประเทศ จากสมมติฐานคือประเทศที่มีสถาปัตยกรรมที่ดีจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก ซึ่ง 10 อันดับประเทศที่มีสถาปัตยกรรมสวยที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2024 มีดังนี้

1. จีน - Wang Shu สถาปนิกชาวจีน ได้รับรางวัล Pritzker Prize ในปี 2012 นอกจากนี้ จีนยังได้รับการยอมรับอย่างล้นหลามใน International Architecture Awards ประจำปี 2023 โดยกวาดรางวัลมาแล้วกว่า 19 รางวัล สถานที่ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ Guangzhou Julong Bay Civic Center, Radisson Collection Resort Hotel และ Zhuji Historical Memorial Hall รวมถึง พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งพระราชวังต้องห้ามเป็นอาคารสถาปัตยกรรมจีนที่ได้รับคะแนนสูงสุดใน Trip Advisor

2. ไทย - หนึ่งในประเทศในเอเชียที่มีสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุด Trip Advisor มีสถานที่ติดอันดับยอดนิยมหลายแห่งในประเทศ เช่น บ้านจิม ทอมป์สัน และปราสาทสัจธรรม นอกจากนี้ พัทยา ยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 7 ของ Trip Advisor ในปี 2567

3. ญี่ปุ่น - ตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2024 สถาปนิกชาวญี่ปุ่นได้รับรางวัล Pritzker Prize เป็นเวลา 5 ปี นอกจากนี้ โตเกียวยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมประจำปี 2024 ใน Trip Advisor เมืองนี้ยังติดอันดับจุดหมายปลายทางด้านวัฒนธรรมสิบอันดับแรกที่จัดอันดับโดยบริษัทในญี่ปุ่น

4. มาเลเซีย - ตึกแฝดปิโตรนาสในกัวลาลัมเปอร์ มีรีวิวมากกว่า 30,000 รายการใน Trip Advisor

5. อินเดีย - ทัชมาฮาลในอินเดียเป็นหนึ่งในอาคารทางสถาปัตยกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาคารสถาปัตยกรรมอันดับหนึ่งในเอเชียโดย Trip Advisor จากรีวิวและการให้คะแนน

6. ฮ่องกง - Trip Advisor ให้คะแนนพระใหญ่เทียนถาน เป็นอาคารทางสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุดอันดับที่ 6 ในเอเชีย จัดอันดับตามรีวิวของนักท่องเที่ยว และยังได้รับรางวัล Travellers Choice Award ในปี 2023 อีกด้วย

7. มาเก๊า - สถาปัตยกรรมของมาเก๊าได้รับอิทธิพลจากจีนและโปรตุเกส สถานที่สำคัญทางสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียง เช่น ซากโบสถ์เซนต์ปอล มาเก๊าทาวเวอร์ และแกรนด์ลิสบัว

8. เวียดนาม - ได้รับการกล่าวถึงหลายครั้งในงานประกาศรางวัลสถาปัตยกรรมนานาชาติประจำปี 2023 สถานที่ชนะเลิศ ได้แก่ บ้านชุมชน Calm Casamia พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา Bat Trang และโรงเรียน Lung Vai

9. เกาหลีใต้ - เป็นจุดหมายปลายทางมาแรงดันอับสองของ Trip Advisor ในปี 2024 สถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกกล่าวถึง ได้แก่ หอคอย N Seoul พิพิธภัณฑ์พระราชวังเคียงบกกุง และพระราชวังชังด็อกกุง ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก

10. ไต้หวัน - มีตึกที่โดดเด่นคือ ตึกไทเป 101 ซึ่งเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในไต้หวัน ได้รับรางวัล Travellers' Choice Award จาก Trip Advisor ในปี 2023

‘การรถไฟฯ’ จัดเดินขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยว ‘กรุงเทพ – ฉะเชิงเทรา’ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมฯ

(3 มิ.ย.67) การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดเดินขบวนรถจักรไอน้ำพิเศษนำเที่ยว เส้นทางกรุงเทพ – ชุมทางฉะเชิงเทรา - กรุงเทพ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระราชินี 3 มิถุนายน 2567 โดยมีนายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยว พร้อมด้วยผู้บริหารฯ เจ้าหน้าที่ ประชาชน และนักท่องเที่ยวเข้าร่วมภายในงาน ณ สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)

นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ หัวหน้าสำนักงานผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัดเดินขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยวเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจด้วยพระราชหฤทัยมุ่งมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ 

ทั้งนี้ ในการจัดเดินขบวนพิเศษรถจักรไอน้ำนำเที่ยวครั้งนี้ ยังได้เปิดโอกาสให้ประชาชน ได้ร่วมเดินทางในเส้นทางรถไฟประวัติศาสตร์ กรุงเทพ – ชุมทางฉะเชิงเทรา – กรุงเทพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางครั้งสำคัญโดยรถไฟ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 6 โอกาสพิเศษที่การรถไฟฯ ได้นำหัวรถจักรไอน้ำ รุ่นแปซิฟิก หมายเลข 824  และ 850 รุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผลิตโดยบริษัท นิปปอน ชาร์เรียว จำกัด  มาเปิดให้บริการแก่ประชาชนในวันสำคัญของทุกปี ประกอบด้วย

1. วันที่ 26 มีนาคม วันคล้ายวันสถาปนากิจการรถไฟ เส้นทางกรุงเทพ – อยุธยา – กรุงเทพ

2. วันที่ 3 มิถุนายน วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เส้นทางกรุงเทพ – ชุมทางฉะเชิงเทรา – กรุงเทพ

3. วันที่ 28 กรกฎาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เส้นทางกรุงเทพ – อยุธยา – กรุงเทพ

4. วันที่ 12 สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เส้นทางกรุงเทพ – ชุมทางฉะเชิงเทรา – กรุงเทพ

5. วันที่ 23 ตุลาคม วันปิยมหาราช เส้นทางกรุงเทพ – อยุธยา – กรุงเทพ

6. วันที่ 5 ธันวาคม วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เส้นทางกรุงเทพ – ชุมทางฉะเชิงเทรา – กรุงเทพ

สำหรับผู้ที่พลาดโอกาสร่วมเดินทางในครั้งนี้ การรถไฟฯ ได้เตรียมจัดกิจกรรมนั่งรถจักรไอน้ำท่องเที่ยวขบวนประวัติศาสตร์ ทริปถัดไป ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 เส้นทางกรุงเทพ -  อยุธยา - กรุงเทพ โดยจะเริ่มเปิดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2567 เป็นต้นไป ผู้โดยสารสามารถติดตามข่าวสาร และโปรแกรมท่องเที่ยวต่าง ๆ แบบเช้าไปเย็น หรือพักค้างคืนได้ที่เพจเฟซบุ๊กแฟนเพจทีมพีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย และสามารถติดต่อซื้อตั๋วและสำรองที่นั่งล่วงหน้าด้วยระบบ D-Ticket หรือสถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง 

‘โยมแม่’ เจอหน้า ‘เจ้าอาวาส’ หลังพลัดพรากกันมา 37 ปี สุดตื้นตัน!! ต่างคนต่างก้มกราบ สร้างความประทับใจ

(3 มิ.ย.67) เป็นอีกเหตุการณ์ที่สร้างความตื้นตันใจและสร้างความประทับใจ เมื่อผู้ใช้ติ๊กต็อก ‘siriskyblue’ โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่โยมแม่ที่พลัดพรากจากลูกชายถึง 37 ปี ก่อนมีโอกาสได้เจอหน้าลูกชายอีกครั้ง พบบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง

ความประทับใจและโมเมนต์ดีๆ ครั้งนี้ โดยคลิปดังกล่าวโยมแม่ที่ตามหาลูกชายที่พลัดพรากกันถึง 37 ปี ก่อนทราบมาบวชเป็นพระและเป็นถึงเจ้าอาวาส ทำให้โยมแม่และญาติเมื่อทราบข่าว จึงเดินทางนั่งรถมาหาที่วัด

นาทีแรกที่โยมแม่และพระเจอหน้ากันอีกครั้งในรอบ 37 ปี หลวงพี่ได้ลุกไปหาโยมแม่ ก่อนจะลุกเข่าแล้วก้มกราบโยมแม่ไปที่พื้น

จังหวะนั้นโยมแม่ที่อยู่ในอารมณ์ตื้นตันใจถึงกับทำตัวไม่ถูก ก่อนโยมแม่จะลุกเข่ากับพื้นเช่นกันและยกมือไหว้พระที่เป็นลูกชาย พร้อมกราบลูกชายที่เป็นพระ ถือเป็นอีกภาพความประทับใจและบีบหัวใจอย่างมาก ทำให้ญาติๆ ที่เห็นภาพนี้ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

นอกจากนี้ผู้ใช้ติ๊กต็อก siriskyblue ยังโพสต์อีกคลิป เป็นนาทีที่โยมแม่ร่ำลาพระที่เป็นลูก และขึ้นรถกลับบ้าน โดยมีพระที่เป็นลูกมายืนส่งที่รถ แต่จังหวะที่ยืนส่งโยมแม่นั้น พระที่เป็นลูกได้ยืนกอดเสา พร้อมพูดคุยร่ำลากับโยมแม่ เป็นอีกภาพความประทับใจของคนที่พลักพรากจากกันถึง 37 ปี

‘ทวี’ แจงใช้งบ 6 แสน นำตัว ‘แป้ง นาโหนด’ กลับไทย ยัน!! เป็นแนวทางที่ดีที่สุด ถูกกว่าใช้เครื่องบินพาณิชย์

(3 มิ.ย.67) ที่ท้องสนามหลวง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการรับตัว นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ผู้ต้องหาที่หลบหนีการจับกุมกลับประเทศไทย ว่า การประสานงานในการรับตัวนายเชาวลิตกับประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งประเทศอินโดนีเซียแจ้งว่าสามารถรับตัวได้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว แต่บังเอิญขาดเรื่องเอกสาร ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นความเข้มแข็งขององค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โปล) นอกจากนี้ ประเทศอินโดนีเซียแจ้งว่าสามารถนำตัวนายชวลิต มาส่งให้ประเทศไทยได้ตามระบบกฎหมายของอินโดนีเซีย ดังนั้นวันที่ 3 มิ.ย. ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะมีการประชุมว่าจะใช้ช่องทางไหนได้ แต่ในหลักการคือวันที่ 4 มิ.ย.นี้ นายเชาวลิตควรจะมาถึงเมืองไทยแล้ว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นกรณีแรกที่หนีการควบคุมจากเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ดังนั้นโดยหลักการเมื่อตำรวจสอบสวนเสร็จ และแจ้งข้อหาแล้วจะต้องนำไปขัง ณ ศาลที่เกิดเหตุ เพราะขณะนี้สำนวนยังไม่ได้โอนมา และหลังจากนั้นจะเป็นเรื่องของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ จะพิจารณาว่าจะนำตัวนายเชาวลิตควบคุมตัวไว้ ณ ที่ใด จึงขอให้ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมราชทัณฑ์ไปประชุมกัน เพื่อให้มีประสิทธิภาพและไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาอีก

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่หากนายเชาวลิตกลับไป จ.นครศรีธรรมราช แล้วจะเกิดปัญหาอะไรตามมาหรือไม่ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ประเมินดู ซึ่งจากที่ลงพื้นที่ไป จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทราบว่าเจ้าหน้าที่มีการประชุมกันว่าเมื่อนายเชาวลิตเดินทางมาถึงประเทศไทยจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง เพื่อให้การดำเนินการตามกฎหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งเป็นเรื่องของการนำตัวคนผิดมาฟ้องและลงโทษ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ ที่จะนำตัวนายเชาวลิตมาดำเนินคดีในกรุงเทพมหานคร โดยไม่ไปที่ จ.นครศรีธรรมราช ตามที่นายเชาวลิตขอร้อง พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตอนนี้คดียังไม่ได้โอนมาที่ส่วนกลาง ดังนั้นจะต้องมีการสอบสวนที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.พัทลุง ก่อน ซึ่งที่ จ.พัทลุง จะต้องมีการอายัดตัว แต่จากการฝากขังครั้งที่ 1 ครบ 48 ชั่วโมงแล้ว เมื่อศาลอนุมัติฝากขัง ศาลฎีกามีระเบียบว่าสามารถฝากขังครั้งต่อไปให้สามารถปรากฎตัวทางออนไลน์ได้ ก็อาจจะนำไปขังที่อื่น

เมื่อถามย้ำว่า ประเด็นที่จะนำตัวมาส่วนกลางที่กรุงเทพฯ มีความเป็นไปได้มากกว่าใช่หรือไม่ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เดิมเป็นความคิดของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่อยากนำตัวมาไว้ที่กรุงเทพฯ แต่ตนก็บอกว่าต้องประชุมกันให้ดี ทั้งนี้อยากจะบอกว่าการนำตัวนายเชาวลิตกลับมาประเทศไทย มีบางกระแสที่บอกว่ามีการใช้งบประมาณที่ฟุ่มเฟือย ซึ่งขอชี้แจงว่าทางเรามีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพราะถ้ามาเครื่องบินพาณิชย์ ในเงื่อนไขเดิมจะแพงกว่าการที่มากับเครื่องบินของกองทัพอากาศ เพราะคณะของอินโดนีเซียที่มาส่งก็หลายคน

ส่วนตัวเลขค่าใช้จ่ายในครั้งนี้นั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เท่าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ประมาณไว้ 600,000 บาท ทั้งค่าน้ำมันและค่าจอดเครื่องบิน อย่างไรก็ตามย้ำว่าเราพิจารณาแนวทางที่ดีที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยนำตัวผู้กระทำความผิดมาฟ้องร้องและลงโทษ ซึ่งเรื่องนี้ความจริงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องน่าดีใจ มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิด แต่เมื่อมันเกิดแล้วเราก็ต้องไปตรวจสอบว่ามันเป็นอย่างไร หนีไปอย่างไร หรือมีความเกี่ยวข้องกับใคร มีผู้บงการ ผู้ใช้ หรือผู้ช่วยเหลืออย่างไร และกรณีที่นายชวลิตออกมา ร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากสื่อแม้ว่าจะไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่ แต่บุคคลที่เขาอ้างอิงถ้าเราไปสอบสวนแล้วมีความผิดก็จะเป็นหลักฐานใหม่ ฉะนั้นก็ขอให้ทำหน้าที่ตรงนี้ก็แล้วกัน

เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการหารือถึงสถานที่ที่จะนำตัวนายชวลิตไปคุมขังหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ไปถามอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในการไปรับตัวนายเชาวลิต จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกระทรวงยุติธรรม จัดทีมไปรับตัว

ร้านสุดแสบ นำเนื้อปลาย้อมสี ขายเป็น ‘แซลมอน-ทูน่าดองซีอิ๊ว’ ชาวเน็ต ชี้!! ‘ปลาดอลลี่’ ไม่สามารถรับประทานสดๆ ได้

(3 มิ.ย.67) เป็นอีกเรื่องร้อน สำหรับคนที่ชอบรับประทานปลาดิบ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพในกลุ่ม ‘พวกเราคือผู้บริโภค’ ระบุข้อความว่า

ผู้บริโภครายหนึ่งแจ้งว่า มีร้านๆ หนึ่งในปราจีนบุรีย้อมปลาดอลลี่ เป็นสีแดงคล้ายทูน่า เพื่อดองขายให้กับผู้บริโภค

พร้อมแนบภาพปลาที่มีแดงคล้ายทูน่า แต่เมื่อดูเนื้อด้านในของปลาพบเป็นเนื้อปลาสีขาว คล้ายเนื้อปลาดอลลี่อย่างมาก ซึ่งเป็นปลาที่ไม่สามารถรับประทานสดๆ ได้

นอกจากนี้โพสต์ดังกล่าวยังแนบคอมเมนต์จากเพจ ‘กินไรดี ปราจีนบุรี’ ที่มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์รูปดังกล่าว ที่มีย้อมปลาดอลลี่ เป็นสีแดงคล้ายทูน่า พร้อมระบุว่า 

เตือนภัย ร้านนี้เลยแฟนเราซื้อมา ย้อมแมวขาย เอาปลาดอลลี่มาชุบสีเป็นปลาทูน่ากับแซลมอน เอาเอ็นหอยจอบมาดองแทนโฮตาเตะ

ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย

‘ทวี’ นั่งคุย ‘แป้ง นาโหนด’ ก่อนนำตัวกลับไทย 4 มิ.ย.นี้ เพื่อรับโทษ  เจ้าตัวยอมรับผิด ชมทีมงานเก่งจริง ตามจับตัวได้ แม้หนีไปหลายประเทศ 

(2 มิ.ย.67) ที่เมืองจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะ ได้พบกับ นายเชาวลิต ทองด้วน หรือ “แป้ง นาโหนด” ซึ่งสวมชุดนักโทษของประเทศอินโดนีเซีย ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมา โดย พ.ต.อ.ทวี เผยว่า เตรียมพานายเชาวลิตกลับประเทศไทย ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ แต่ทางกฎหมายก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม

ด้าน นายเชาวลิต ระบุสั้นๆ ว่า ขอยอมรับผิดทั้งหมดและอยากให้ส่งศาลอาญากรุงเทพ เรื่องยาเสพติดนั้นไม่เกี่ยวกับตนแน่นอน ส่วนปลอมบัตรเป็นคนอาเจะห์มีเจ้าของห้องเช่าเป็นคนทำให้ 

“ต้องยอมรับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและคณะ ทำงานเก่งจริงตามจับผมได้ แม้จะมาบาหลี ก่อนหน้านี้เคยบินไปหลายประเทศมาแล้ว” นายเชาวลิต กล่าวต่อหน้า รมว.ยุติธรรม และคณะทีมงาน

‘อัครเดช’ ชี้เป็นเรื่องดี ที่ตำรวจจับ ‘ผู้บริหารโรงงานกากอุตสาหกรรม’ ได้ แต่ยังห่วงอีกโกดังใน ‘อ.อุทัย’ จะเกิดเหตุซ้ำรอย หากมีการอายัด ‘กากสารเคมี’

(2 มิ.ย.67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม และ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาโรงงานกากอุตสาหกรรมที่เกิดเหตุไฟไหม้ที่โกดังเก็บสารเคมี จ.ระยอง และ จ.อยุธยา ได้แล้วและนำตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา และ สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ว่า เป็นเรื่องดีที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในกรณีนี้ ทำให้ประชาชนมีความสบายใจ

ประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม ระบุอีกว่า สิ่งที่ประชาชนและกรรมาธิการอุตสาหกรรมยังมีความเป็นห่วง คือโรงงานเก็บกากสารเคมีอีกแห่งใน อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจากการประชุมร่วมกัน ของทางเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรรมาธิการอุตสาหกรรม ได้ทราบว่าที่โรงงานใน อ.อุทัย มีจำนวนกากสารเคมีอันตรายในปริมาณที่มากกว่าใน อ.ภาชีเสียอีก ซึ่งหากเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมไปดำเนินการอายัดก็อาจจะเกิดเหตุไฟไหม้เหมือนกับอีก2โรงงานที่ผ่านมาได้อีก ดังนั้นเมื่อได้มีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการและรัฐมนตรีอุตสาหกรรมกำกับดูแลก็ทำให้ประชาชนอุ่นใจก็ถือเป็นเรื่องที่ดี และสิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการต่อไปคือนอกจากให้มีการดำเนินคดีแล้ว ก็ต้องเฝ้าระวังที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยาต่อไปด้วย รวมถึงควบคุมไม่ให้เกิดเหตุเพลิงไหม้กากเคมีอุตสาหกรรมที่มีลักษณะคล้ายกับจังหวัดระยองและอยุธยา

นายอัครเดช กล่าวต่อว่า จากการที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้มีการสำรวจโรงงานหรือโกดังที่มีการกองเก็บกากเคมีอุตสาหกรรมอันตรายทั่วประเทศนั้น ทำให้หน่วยงานราชการทุกส่วนมีความตื่นตัวในเรื่องนี้ ซึ่งถือว่าข้อสังการของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ นี้จะเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก และถือว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ ก็ต้องติดตามต่อไปว่าจะมีโรงงานในลักษณะนี้อีกมากน้อยเพียงใด

‘ชูชัย’ ไม่เข็ด ขนเครื่องเพชรหลายร้อยล้าน ร่วมเดินพาเหรด สนับสนุน ‘ความเท่าเทียม’ ย้ำ!! ไม่ได้เรียกร้องอะไรที่เกินไปกว่า ‘ชายจริง-หญิงแท้’ ขอแค่ ‘ความเสมอภาค’ เท่านั้น

(2 มิ.ย.67) ไฮโซชูชัย ชัยฤทธิเลิศ เจ้าของธุรกิจเพชรชื่อดัง ได้รับเชิญให้มาร่วมเดินพาเหรดแสดงพลังในงาน 𝐂𝐄𝐍𝐓𝐑𝐀𝐋 𝐖𝐎𝐑𝐋𝐃 𝐑𝐇𝐘𝐓𝐇𝐌 𝐎𝐅 𝐏𝐑𝐈𝐃𝐄 𝟐𝟎𝟐𝟒 กับ LGBTQ+ ที่ลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งงานนี้มีคนดังมาร่วมเดินพาเหรดเยอะมากมาย อาทิ ลูกเกด เมทินี, หยิ่นวอร์, ดร.โก้ ธีรศักดิ์, ดีเจ มะตูม เตชินท์, มิวกี้ ไปรยา, ซิลวี่ ภาวิดา มอริจจิ, ทารีน่า โบเทส, เฟิร์ส หวัง ฯลฯ

งานนี้ ไฮโซชูชัย มาในชุดสุดสะพรึงสาดสีสัน ปักตาแตกวิบวับได้อีก กับผ้าคลุมที่ประดับด้วยเครื่องเพชรชุดใหญ่มูลค่ามากกว่าร้อยล้านบาท พร้อมทีมเชียร์ลีดเดอร์ดัง โชว์ดีด เด้ง ตีลังกา ม้วนตัวสูงเสียดฟ้า พร้อมยกไฮโซชูชัยประดุจลอยฟ้ามา เรียกเสียงฮือฮาได้สุดฤทธิ์สุดเดช!!

ไฮโซชูชัย เผยว่า เกินคาดมากๆ กับงานปาร์ตี้เพชรวันเกิดของพี่ที่ผ่านมา ไม่คิดว่าจะเป็นกระแสแรงนานได้ขนาดนี้ คนยังพูดถึงไม่หยุด ปีหน้าจัดอีกแน่นอน พี่จะจัดให้ใหญ่กว่าเดิม สปอนเซอร์หลายรายก็มีคุยๆ มีจองข้ามปีกันแล้ว อยากจะมาร่วมงานกับเราด้วย ศิวลึงค์ที่พี่ทำเช่าคนก็สั่งๆ เยอะขึ้นๆ และโรงแรมของพี่ ชูชัยบุรีศรีอัมพวา ที่ใกล้ตลาดน้ำอัมพวา ยอดจองก็เพิ่มขึ้นๆ ด้วย หลังจัดงานวันเกิดปาร์ตี้เพชรไป

ส่วนเครื่องเพชรที่ขนมาใส่วันนี้ ไม่เข็ดนะ เพราะเชื่อว่าจะไม่หล่นหายอีกแน่นอน พี่เชื่อในความดีที่พี่ทำมา ส่วนครั้งนั้นถือว่าฟาดเคราะห์ไปแล้ว ต่อจากนี้จะมีแต่เรื่องเฮงๆ เรื่องดีๆ เข้ามาตลอดไป

พวกเราชาว LGBTQ ที่มาเดินพาเหรด 𝐂𝐄𝐍𝐓𝐑𝐀𝐋 𝐖𝐎𝐑𝐋𝐃 𝐑𝐇𝐘𝐓𝐇𝐌 𝐎𝐅 𝐏𝐑𝐈𝐃𝐄 𝟐𝟎𝟐𝟒 เพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่า สิทธิความเท่าเทียมความเสมอภาคของชาวเราเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เราไม่ได้เรียกร้องขออะไรที่เกินกว่าชายจริงหญิงแท้ เป็นเรื่องสิทธิมนุษย์ที่หลายๆ ประเทศก็ยอมรับกันแล้ว ซึ่งประเทศไทยพี่ก็นับวันรออยู่ กับเรื่องสิทธิที่เท่าเทียม เรื่องสมรสเท่าเทียม ฯลฯ ของชาว LGBTQ ก็เป็นสิ่งที่พี่อยากจะช่วยผลักดันด้วย

พี่อยากบอกว่า ไม่ว่าเราจะเป็นเพศไหน สิทธิของทุกคนต้องเท่ากัน ไม่ถูกจำกัดกีดกันเพราะความแตกต่างใดๆ ทั้งเรื่องสิทธิสมรส สิทธิการเลือกคำนำหน้านาม ฯลฯ การทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ยินดีเปิดรับความหลากหลาย ไม่บูลลี่กัน จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้น ส่งผลดีมากๆ ต่อการท่องเที่ยวระดับโลกและเศรษฐกิจด้วย มาร่วมผลักดันความเท่าเทียมทางเพศในสังคมไทยในหลายมิติไปด้วยกัน

‘เกรท วอลล์ มอเตอร์’ ออกแถลง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คนไทย ย้ำ!! เป็น ‘ค่ายเดียวจากจีน’ ที่ตั้งโรงงานผลิตเต็มรูปแบบที่ระยอง 

(2 มิ.ย.67) จากสภาวการณ์ทั่วโลกและสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ทำให้เกิดข่าวลือด้านลบกับการดำเนินงานของบริษัทค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับเกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เราขอเรียนยืนยันว่า การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยของเรายังคงดำเนินไปด้วยความมั่นคงและแข็งแกร่ง ทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย รวมถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าชาวไทย ทั้งลูกค้าในปัจจุบันและลูกค้าในอนาคตของเราอย่างเต็มกำลังความสามารถ เราเป็นแบรนด์จากประเทศจีนเพียงรายเดียวในปัจจุบันที่มีโรงงานผลิตแบบเต็มรูปแบบที่จังหวัดระยองและดำเนินการผลิตมาเป็นเวลามากกว่า 3 ปี รวมถึงนำพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น SVOLT, HYCET, NOBO, MIND และ Exquisite สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนไทยหลายพันคน รวมถึงมีรถยนต์พลังงานใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้าง และครอบคลุมในหลากหลายเซ็กเมนต์ ที่เป็นโอกาสทางการขายใหักับพาร์ทเนอร์ สโตร์ของเรา ทั้งไฮบริด ปลั๊กอิน-ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า 100% รวมถึงยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการใช้และการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับภูมิภาคอีกด้วย 

สุดท้ายนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอขอบพระคุณสื่อมวลชน พันธมิตรทางธุรกิจ และลูกค้าทุกท่านที่ได้มอบความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ด้วยดีเสมอมา เรามุ่งมั่นที่จะเติบโตไปพร้อมกับคนไทยและประเทศไทยในระยะยาวอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

GWM Thailand

‘รมว.ดีอี’ นำทีมตำรวจไซเบอร์ ลุย ‘กทม.- ระยอง’ ทลายเครือข่ายโจรออนไลน์ข้ามชาติ ยึดทรัพย์ 220 ล้านบาท

วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 นำทีมเปิดปฏิบัติการ The Purge EP.2 กวาดล้างเครือข่ายอาชญากรออนไลน์ข้ามชาติ ทำการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 7 จุด ในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดระยอง

นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดีอี  ได้ร่วมกับ สอท. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เข้ากำลังเปิดปฏิบัติการ The Purge EP.2 เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด 6 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 1 จุดในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นปฏิบัติการสืบเนื่องจากการขยายผลต่อเนื่องกรณีกลุ่มอาชญากรออนไลน์ข้ามชาติในคดีหลอกลงทุนสกุลเงินดิจิทัล (Hybrid Scam) หรือ ไฮบริด สแกม โดยก่อนหน้านี้ได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยึดทรัพย์เครือข่ายกว่า 220 ล้านบาท 

ทั้งนี้เครือข่ายอาชญากรข้ามชาติดังกล่าว ได้ใช้วิธีชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุนสกุลเงินดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มปลอม โดยให้ผู้เสียหายซื้อเงินสกุล USDT และโอนไปตามเลขกระเป๋าเงินดิจิทัลตามที่คนร้ายระบุ ก่อนที่จะถูกโอนเข้าบัญชีของแพลตฟอร์มเทรดเงินดิจิทัล แล้วนำมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ และทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งถือเป็นวิธีการฟอกเงินรูปแบบหนึ่ง

สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องการซี่งทำหน้าที่เป็นผู้บริหารบัญชีเงินที่ได้จากการกระทำความผิด และนำเงินดังกล่าวมาฟอกแปรสภาพเป็นอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ และทรัพย์สินมีค่า โดยสามารถยึดอายัดบ้านและคอนโดหรูที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายดังกล่าวได้ พร้อมกับการอายัดบัญชีธนาคารผู้ต้องหา และบริษัทที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจยึดทรัพย์สิน ได้แก่ เงินสด รถยนต์หรู 3 คัน นาฬิกาหรูกว่า 10 เรือน กระเป๋าแบรนเนมด์ โทรศัพท์มือถือ ได้หลายรายการ ยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 220 ล้านบาท 

นายประเสริฐ กล่าวว่า ปฏิบัติการ The Purge EP.2 เป็นปฏิบัติการตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อเร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ให้เกิดเป็นรูปธรรม ในระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการขยายผลการจับกุมต่อเนื่องจากปฏิบัติการรอบแรกในเดือน เม.ย.67 เพื่อจับกุมเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ที่ใช้วิธีการหลอกลวงให้ลงทุน พร้อมกับนำเงินที่ได้จากการกระทำผิดมาฟอกเงินเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินต่างๆ ทั้ง บ้าน รถยนต์หรู และของมีค่าอื่นๆ โดยหลังจากนี้จะทำการขยายผลเส้นทางการเงินที่พบว่าเป็นบัญชีม้าของคนต่างชาติ และในบัญชีต่างประเทศ ซึ่งหมุนเวียนเข้ามาในประเทศไทย 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top