Wednesday, 15 July 2026
NEWS

สกอร์ขาดลอย!! ฟุตซอล U-16 ลุยถล่มบรูไน ไทยประเดิมชัยชนะ 20-0 เครื่องติดตั้งแต่นาทีแรกยิงเป็นพายุ เก็บชัยชนะแบบสะใจแฟนไทยทั้งฮอลล์

(24 ธ.ค. 68) ทีมฟุตซอลรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปีของไทย เปิดฉากศึกชิงแชมป์อาเซียน 2025 ด้วยการถล่ม บรูไน ดารุสซาลามไปขาดลอย 20-0 ในฐานะเจ้าภาพที่สนามแข่งขันย่านนนทบุรี เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568

"โค้ชตั้ม" ภัฎ ศรีวิจิตร ส่ง 5 คนแรกลงสนามได้แก่ ธนาธิป สำราญสุข (GK), ธนภพ สุเนตร (กัปตันทีม), นราวิชญ์ ศรีสุวรรณ, บุญฤทธิ์ เพ็ชรเทียม และ ปุณโณ หวังศิลปคุณ ก่อนที่ทีมจะยิงถล่มตั้งแต่ต้นเกมไม่หยุดจนจบครึ่งแรกนำ 10-0

ครึ่งหลังก็ยังคงทำได้อย่างต่อเนื่องโดยยิงเพิ่มอีก 10 ประตูรวมเป็น 20-0 สะท้อนความแข็งแกร่งของทีมไทยในศึกนี้ โดยมีนักเตะแบ่งกันทำประตูหลายราย "ธาวิน ทานเจือ" ซัด 5 ประตู ขณะที่ "ปุณโณ หวังศิลปคุณ" และ "บุญฤทธิ์ เพ็ชรเทียม" ยิงคนละ 4 ประตู

นอกจากนี้ "ธนภพ สุเนตร" กัปตันทีมยังยิงเพิ่ม 2 ประตู ช่วยนำทีมสู่ชัยชนะครั้งใหญ่ในเกมแรก "โค้ชตั้ม" กล่าวถึงความมั่นใจของทีมในโพสต์ผ่าน X ว่า "ทีมเราพร้อมเต็มที่กับทุกเกม"

ทัวร์นาเมนต์นี้มี 5 ทีมแข่งขันแบบพบกันหมดเพื่อคัดเลือก 2 ทีมเข้าชิงแชมป์ โดยวันเดียวกัน อินโดนีเซียก็ประเดิมชัยเหนือเมียนมา 4-2 ทำให้กลุ่มลุ้นแชมป์เริ่มเดือดตั้งแต่นัดแรก

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1628392/

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ ‘พลเอก’ ให้ ‘พล.ท.บุญสิน พาดกลาง’ พร้อม 14 ทหารราชองครักษ์พิเศษ ทั้งเลื่อนยศ - รับพระราชทานเครื่องราชย์ฯ

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “พลเอก” แก่ ‘แม่ทัพกุ้ง - พล.ท.บุญสิน พาดกลาง’ เตรียมเข้าพิธีรับพระราชทานยศ 28 ธ.ค. 68

(23 ธ.ค. 2568) รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ร.อ.วีระศักดิ์ อ๊อกกังวาล ผู้บัญชาการสำนักราชองครักษ์ประจำพระองค์ พระที่นั่งอัมพรสถาน ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงกลาโหม ลงวันที่ 21 ธ.ค. เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหาร และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นกรณีพิเศษ ให้นายทหารองครักษ์พิเศษ

สาระสำคัญระบุว่า ด้วยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานยศทหาร และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นกรณีพิเศษ ให้นายทหารราชองครักษ์พิเศษ จำนวน 15 นาย การนี้ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำนักงานราชองครักษ์ประจำพระองค์ จึงขอแจ้งกำหนดพิธีเข้ารับพระราชทานประดับเครื่องหมายยศ และพิธีเข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ในวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ อาคาร 606 สนามเสือป่า พระราชวังดุสิต

สำหรับบัญชีรายชื่อนายทหารราชองครักษ์พิเศษ สังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แนบท้ายหนังสือฉบับดังกล่าว พบว่าลำดับที่ 15 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ขอรับพระราชทานยศ พล.อ. (พลเอก)

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายทหารสัญญาบัตรและนายตํารวจชั้นสัญญาบัตร แต่งตั้งเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษและนายตํารวจราชองครักษ์พิเศษ จำนวน 38 นาย หนึ่งในนั้นคือ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง

สำหรับ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง เป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา คำแนะนำ และข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับด้านการบริหาร ด้านความมั่นคง ตลอดจนด้านการป้องกันประเทศ และกิจการอื่นๆ ให้แก่ ผบ.ทบ. และปฏิบัติงานเป็นการเฉพาะเรื่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจให้กับ ผบ.ทบ. ตามที่ได้รับมอบหมาย

“ฉี ยู่ฉี” เผยจุดได้เปรียบ คว้าชัยเหนือวิว 2 เกมรวด เผยสภาพร่างกายตัวแปรสำคัญ ชี้ "วิว" ความเร็วตกเพราะล้าสะสม ปัจจัยความล้ารอบแบ่งกลุ่ม ทำเกมเปลี่ยน

(23 ธ.ค. 68) เมื่อวันที่ 20 ที่ผ่านมา ในการแข่งขันแบดมินตัน HSBC BWF World Tour Finals 2025 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน "ฉี ยู่ฉี" มือ 1 โลกชาวจีน เอาชนะ "วิว" กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันไทย ด้วยคะแนน 21-16 และ 21-13 ใช้เวลาประมาณ 51 นาที ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

หลังการแข่งขัน "ฉี" ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจัยชี้ขาดสำคัญคือลักษณะทางกายภาพของคู่แข่งที่ชาวไทยดูเหมือนจะมีความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลง เนื่องจากความล้าสะสมจากการลงสนามหนักในรอบแบ่งกลุ่ม เขากล่าวว่า "การเคลื่อนไหวของ กุลวุฒิ ดูช้าลงไปอย่างเห็นได้ชัดในเกมนี้…อาจเพราะสภาพร่างกายของเขาล้าเนื่องจากใช้พลังมากไปในรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้ความเร็วของเขาลดลงไป"

นอกจากนี้ "ฉี" ยังเผยว่า พยายามควบคุมจังหวะเกมและใจเย็น เพราะเคยเจอสถานการณ์ที่เขานำแต่ถูก "วิว" พลิกเกมกลับมาได้ "เราเคยเจอกันมาแล้วหลายครั้ง…เคยเจอสถานการณ์ที่ผมเป็นฝ่ายนำ แต่สุดท้ายโดนเขาพลิกเกม…ดังนั้นเกมนี้ผมเลยต้องเตือนตัวเองให้ประคองเกม และอดทนก่อนเก็บชัยได้สำเร็จ"

เกมรอบรองชนะเลิศนี้ถูกมองว่าเป็นการควบคุมเกมของ "ฉี ยู่ฉี" ที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน ฝ่ายจีนออกตัวมั่นใจและคุมเกมได้อย่างเด็ดขาด ในขณะที่ฝ่ายไทยพยายามเร่งเกมแต่ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ได้ สื่อไทยชี้ว่า "ฉี" มีความโดดเด่นในการคุมจังหวะหน้าเน็ต ทำให้ "วิว" ต้องทำหน้าที่วิ่งไล่ตามและทำผิดพลาดบ่อยครั้ง

แม้ "วิว กุลวุฒิ" จะจอดแค่รอบรองชนะเลิศ แต่ผลงานครั้งนี้ยังถือเป็นเครื่องยืนยันความแข็งแกร่งในระดับโลกก่อนปิดฤดูกาล ขณะที่ "ฉี" ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแต่พ่ายแพ้ให้กับ 'คริสโต โปปอฟ' มือดังจากฝรั่งเศสซึ่งคว้าแชมป์ชายเดี่ยว เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ ปี 2025

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1627883/

เปิดบัญชีแชมป์!! ‘บิว ภูริพล’ เจ้าของลมกรดทองคำ คว้า 3 ทองซีเกมส์ เงินอัดฉีดรวมหลักล้าน นักกรีฑาวัย 19 ปีทะยานสู่ดาวเด่นกรีฑาไทย

(22 ธ.ค. 68) ‘บิว’ ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาวัย 19 ปี สร้างประวัติศาสตร์ในซีเกมส์ 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ด้วยการคว้า 3 เหรียญทองในวิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร และผลัด 4x100 เมตรชาย ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568

ผลงานลมกรดหนุ่มนี้สะเทือนวงการกีฬาไทย โดยเฉพาะสถิติการวิ่ง 200 เมตรที่ทำสถิติใหม่ของไทยคือ 20.07 วินาที พร้อมคว้าเวลาที่รวดเร็วใน 100 เมตร 9.94 วินาที ในรอบรองฯ และผลัด 4x100 เมตรที่ 38.28 วินาที

ตามรายงานเงินอัดฉีดที่แน่ชัด คือ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) มอบเงินทองละ 300,000 บาท รวม 900,000 บาท จาก 3 ทอง และผู้จัดการทีมกรีฑาเพิ่มอีกเหรียญทองละ 50,000 บาท รวม 150,000 บาท ทำให้ยอดขั้นต่ำที่ได้รับยืนยันได้คือ 1,050,000 บาท

แม้บางกระแสจะระบุเงินอัดฉีดรวมแตะ 1.5 ล้านบาท แต่ข้อมูลจาก NSDF ยืนยันจ่ายตามเกณฑ์เดิม กระแสเงินพิเศษอาจมาจากแหล่งอื่นที่ยังไม่เปิดเผย ทำให้ ‘บิว’ กำลังเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองของวงการกรีฑาไทยและเตรียมก้าวสู่เวทีที่ใหญ่กว่าในอนาคต

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1627877/

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1330704825768425&set=pcb.1330705945768313

 

น้ำใจหลั่งไหล!! ‘วีระศักดิ์’ เผย อาสาเพื่อนพึ่งภาฯ ลุยหาดใหญ่ เร่งสร้างบ้าน 11 หลัง ช่วยผู้ป่วย-คนพิการ คืนที่พักให้คนยากไร้พ้นวิกฤตน้ำท่วม พร้อมชวนผู้มีจิตศรัทธามอบวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง

เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนพึ่งภาฯ เผยทีมงานเร่งปรับพื้นที่เชื่อมโครงเหล็กหวังคืนบ้านให้ผู้ประสบภัยที่ต้องอาศัยบ้านเพื่อนอยู่ เปิดรับบริจาควัสดุซ่อมแซมบ้านโดยตรงเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ 

(22 ธ.ค. 2568) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ทีมอาสาเครือข่ายเพื่อนพึ่งภาฯ จากนครศรีธรรมราช 17 คน ลงพื้นที่ช่วยฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่หลังน้ำท่วม โดยเร่งปรับพื้นที่และก่อสร้างบ้านให้ผู้ประสบภัยที่ชุมชนบ่อนไก่-ท่ายาง จำนวน 11 หลัง

นายวีระศักดิ์กล่าวว่า "วันนี้ทีมเข้าปรับพื้นที่และเชื่อมโครงเหล็กก่อสร้างบ้านได้ 2 หลัง พรุ่งนี้จะเร่งต่ออีก 2 หลัง" โดยเลือกช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางที่ช่วยตัวเองไม่ได้ เน้นคนยากไร้ คนพิการ และผู้ป่วย ที่สำคัญผู้ประสบภัยไม่มีที่อยู่ ต้องไปอาศัยเพื่อนบ้านตั้งแต่น้ำท่วมจนถึงปัจจุบัน

สำหรับผู้ประสงค์ช่วยเหลือ สามารถบริจาคหรือมอบวัสดุก่อสร้าง โดยติดต่อจ่าโท โกเมศ ทองบุญชู หมายเลขโทรศัพท์ 089-444-4312 ทั้งนี้ ไม่ประสงค์รับบริจาคเป็นตัวเงิน แต่หากเป็นวัสดุสำหรับฟื้นฟูบ้านจะยินดีมาก

คืนฟอร์มโหด!! “รัชนก”“เมย์ รัชนก” ล้างตาแบบเนียนกริบ ไล่ต้อน “หาน เยี่ย” 2-0 เกม เข้ารอบรองชนะเลิศศึกเวิลด์ทัวร์ พร้อมประกาศความพร้อมล่าแชมป์

(20 ธ.ค. 68) เช้าวันที่ 19 "เมย์" รัชนก อินทนนท์ สร้างฟอร์มเก่ง ไล่อัด หาน เยี่ย มืออันดับต้นจากจีน 2-0 เกม 21-17, 21-10 เข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึก HSBC BWF World Tour Finals 2025 ที่หางโจว ประเทศจีนได้สำเร็จ

เกมนี้ถือเป็นแมตช์สำคัญที่แฟนแบดมินตันไทยจับตามองอย่างมาก เพราะเกมชิงตั๋วรอบรองชนะเลิศต้องตัดสินกันในกลุ่ม B โดยเมย์ตั้งใจเล่นอย่างใจเย็น ควบคุมบอลและบังคับคู่แข่งให้เสียจังหวะจนชนะเกมแรก 21-17 และยิ่งเล่นเกมสองเธอคืนฟอร์มอย่างสมบูรณ์แบบ ปิดเกม 21-10 อย่างเด็ดขาด "เมย์ล็อกจังหวะตั้งแต่ต้นจนจบ" เป็นคำอธิบายที่ตรงใจแฟน ๆ นักกีฬาและต่อสู้กับคู่แข่งในเวทีโลก

หลังเกม เมย์ส่งสารผ่านผลงานว่าเธอยังเป็นตัวแทนไทยที่พร้อมลุยบนเวทีโลกอีกครั้ง การชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อผ่านรอบแต่เป็นการประกาศตัวตนว่า "เมย์เวอร์ชันนี้พร้อมชนทุกคน" และเธอจะเข้าสู่รอบรองชนะเลิศโดยเป็นรองแชมป์กลุ่มไปรอชิงตั๋วรอบชิงชนะเลิศ

ตารางคะแนนกลุ่ม B ระบุว่า หวัง จื้ออี้ มืออันดับหนึ่งจากจีนครองแชมป์กลุ่ม ขณะที่ เมย์ คว้ารองแชมป์กลุ่มผ่านเข้ารอบไป ส่วนหาน เยี่ย ต้องพลาดตกรอบเร็ว ทั้งนี้กลุ่มนี้ซับซ้อนมากขึ้นเมื่อ "หมิว" พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ นักแบดมินตันไทยชื่อดังถอนตัวเพราะเจ็บน่อง ส่งผลให้ทุกคะแนนมีความหมายในการแข่งชิงตั๋ว

ศึก World Tour Finals เป็นการประชันสุดยอดนักแบดมินตันระดับโลกประจำปี การที่เมย์รักษาฟอร์มเก่งและผ่านเข้ารอบถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับวงการแบดไทยว่าพร้อมสู้ครบทั้งฤดูกาล และแฟนคลับเชื่อว่ายังมีโอกาสทำผลงานโดดเด่นในรอบรองและรอบชิงชนะเลิศ

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/other-sports/badminton/96579/?tbref=hp

ช้างศึกพ่ายเวียดนาม!! เจ้าภาพไทยพลาดทองฟุตบอลชายซีเกมส์ โดนเวียดนามทวงแชมป์ ครั้งแรกในรอบ 50 ปี พลาดทองในบ้าน โค้ชขอโทษ ยันทีมยังต้องลุยต่อ U23

(19 ธ.ค. 68) ฟุตบอลชายซีเกมส์ 2025 รอบชิงชนะเลิศ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติไทย เจ้าภาพและแชมป์ 16 สมัย ขึ้นนำเวียดนาม 2-0 ในครึ่งแรก แต่สุดท้ายพ่ายแพ้ 2-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ตัดสินโดยเวียดนามพลิกเกมกลับมาแซงชนะอย่างน่าตื่นเต้น ทำให้ไทยพลาดแชมป์สมัยที่ 17 ท่ามกลางแฟนบอลเต็มสนามกว่า 17,000 คน

ไทยเข้าสู่รอบชิงจากการเป็นแชมป์กลุ่มเอ ขณะที่เวียดนามเป็นแชมป์กลุ่มบี และมีเป้าหมายชัดเจนในการล้มเจ้าภาพ เกมเริ่มต้นด้วยไทยที่ทำประตูนำ 2 ครั้งจากฟรีคิกของ 'ยศกร บูรพา' และลูกยิงของ 'เสกสรรค์ ราตรี' ก่อนจะถูกตีเสมอจากจุดโทษและลูกโหม่งของเวียดนามในครึ่งหลัง

ในช่วงต่อเวลาพิเศษ นาทีที่ 96 เวียดนามได้ประตูชัยจาก 'เหวียน ทรันห์ นาห์น' จบเกมไทยเสียทองในบ้านครั้งแรกในรอบ 50 ปี นับตั้งแต่ปี 1975 ที่ไทยได้ทองฟุตบอลชายซีเกมส์ทุกครั้งที่เป็นเจ้าภาพ

'โค้ชวัง' ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ขอโทษแฟนบอลและรับผิดชอบผลงาน พร้อมชี้ว่าการเสียประตูเร็วในครึ่งหลังเป็นจุดเปลี่ยนเกม และยืนยันว่าทีมยังต้องเดินหน้าต่อในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีที่ซาอุดีอาระเบียในเดือนม.ค. 2026 นี้

ที่มา : https://www.matichon.co.th/sport/seagames2025/news-seagames2025/news_5511756

‘ชายผ้าถุงแม่’ จากความเชื่อพื้นบ้านไทย สู่เครื่องยึดเหนี่ยวในสมรภูมิสู้รบจริง สะท้อนวัฒนธรรมความกตัญญูผ่านเศษผ้าผืนเล็ก เปี่ยมด้วยพลังเมตตาเพิ่มความอุ่นใจยามเผชิญวิกฤต

ความเชื่อเรื่อง "ชายผ้าถุงแม่" เป็นหนึ่งในคติความเชื่อแบบพุทธ-พื้นบ้านของคนไทยที่ยังคงมีอยู่ในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะในหมู่ผู้ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เสี่ยงหรือภารกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง

ความหมายและที่มา

"ชายผ้าถุงแม่" หมายถึง เศษผ้าหรือชายผ้าที่ตัดมาจากผ้าถุงของแม่ ซึ่งบุคคลนำติดตัวไว้ในรูปแบบต่างๆ เช่น ใส่ไว้ในกระเป๋า เย็บไว้ในหมวก เสื้อ หรือพกเป็นผืนเล็กๆ

ความเชื่อนี้มองว่าชายผ้าถุงแม่เป็น "ของมงคลจากแม่" ที่แทนความรัก ความห่วงใย และคำอวยพรจากผู้ให้กำเนิด ทำหน้าที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจ ให้รู้สึกอุ่นใจและมั่นคงเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงภัย

เหตุผลที่เชื่อว่าช่วยคุ้มครอง

คนไทยเชื่อว่า "ของจากแม่" มีพลังแห่งเมตตาและความบริสุทธิ์ใจ จึงช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตราย นอกจากนี้ ชายผ้าถุงแม่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความกตัญญู การพกติดตัวช่วยเตือนใจให้ทำดี มีสติ และยับยั้งชั่งใจในการตัดสินใจ

อีกมิติหนึ่งที่สำคัญคือ ผลทางจิตวิทยา การมีชายผ้าถุงแม่ติดตัวช่วยลดความกลัวและความกังวล ทำให้ใจนิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการตัดสินใจในภาวะกดดัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงสูง

โอกาสที่นิยมพก

ผู้คนมักจะพกชายผ้าถุงแม่ในโอกาสต่างๆ เช่น:

หนึ่ง เมื่อต้องไปพื้นที่เสี่ยงหรือปฏิบัติภารกิจอันตราย อาทิ การออกรบ ปฏิบัติการสนาม งานอาชีพเสี่ยง หรือการเดินทางไกล

สอง ช่วงเจ็บป่วยหรือเผชิญเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอน เพื่อเสริมกำลังใจให้ตัวเองและครอบครัว

สาม บางคนพกร่วมกับของมงคลอื่นๆ เช่น พระเครื่อง เครื่องราง หรือผ้ายันต์ ตามความศรัทธาส่วนบุคคล

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ การพกชายผ้าถุงแม่ไม่ใช่ข้อบังคับของกองทัพหรือศาสนา และไม่ใช่ทุกคนจะพก ขึ้นอยู่กับความเชื่อและความศรัทธาส่วนบุคคล

ความเชื่อนี้เป็นคติความเชื่อแบบพุทธ-พื้นบ้านมากกว่าหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือผลต่อ "ขวัญกำลังใจ" และสภาพจิตใจของผู้พก มากกว่าการป้องกันอันตรายทางกายภาพโดยตรง

สังคมควรมองด้วยความเคารพต่อความเชื่อของผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการนำไปล้อเลียนหรือเหยียดหยาม เพราะความเชื่อแต่ละอย่างล้วนมีความหมายและคุณค่าทางจิตใจต่อผู้ที่ยึดถือ

ประวัติความเป็นมาของความเชื่อ

เมื่อพูดถึงต้นกำเนิดของความเชื่อเรื่องชายผ้าถุงแม่ ยังไม่มีเอกสารประวัติศาสตร์แบบเป็นทางการที่ระบุชัดเจนว่าเริ่มต้นในสมัยใดหรือรัชกาลใด เนื่องจากเป็นความเชื่อที่ถ่ายทอดกันปากต่อปากมากกว่าเป็นธรรมเนียมที่ถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ

มักมีการอธิบายกันว่าเป็นคติของคนไทยสมัยโบราณที่ใช้ของจากพ่อแม่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวและคุ้มครองภัย ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมความกตัญญูกตเวทีและความผูกพันระหว่างแม่ลูกในสังคมไทย

ในสื่อออนไลน์ พบการกล่าวถึงและอธิบายความเชื่อนี้อย่างน้อยตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 2553 (2010) และถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางมากขึ้นในช่วงทศวรรษ 2560-2568 โดยเฉพาะในบริบทของทหารและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง

ความเชื่อเรื่องชายผ้าถุงแม่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและความเชื่อพื้นบ้านไทยที่สะท้อนถึงความผูกพันระหว่างแม่ลูก และคุณค่าของความกตัญญู แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ถึงพลังคุ้มครองทางกายภาพ แต่คุณค่าทางจิตใจที่ให้กำลังใจ ความมั่นใจ และความสงบในยามเผชิญภัยนั้นเป็นสิ่งที่จับต้องได้จริง

ความเชื่อนี้ยังคงมีบทบาทในสังคมไทยปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องเผชิญความเสี่ยงในการทำงานหรือชีวิต และเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรัก ความห่วงใย และคำอวยพรจากผู้ให้กำเนิดที่อยู่เคียงข้างเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลเพียงใด ดังที่เห็นทหารแนวหน้าที่กำลังสู้รบอยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีทหารจำนวนไม่น้อยยังคงนำชายผ้าถุงของแม่ เพื่อเป็นเครื่องรางยึดเหนี่ยวจิตใจในศึกสงครามครั้งนี้

ดังนั้น การเข้าใจและเคารพต่อความเชื่อของผู้อื่น รวมทั้งการไม่นำไปล้อเลียนหรือดูหมิ่น เป็นส่วนสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายทางความคิดและความเชื่อ

มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ส่งมอบความห่วงใยผู้ประสบภัย ‘วีระศักดิ์‘ นำทีมอัญเชิญถุงยังชีพพระราชทาน 12,600 ชุด ผนึกเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชน-จิตอาสาลงพื้นที่ ตอกย้ำภารกิจบรรเทาทุกข์ยากลำบากของประชาชน

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เชิญถุงยังชีพพระราชทาน 12,600 ถุง มอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดสตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส)

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ณ อาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบถุงยังชีพพระราชทานแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี จิรัสย์ ศิริวัลลภ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และนายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา 
พร้อมด้วยตัวแทนสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยฯ (สนจ.) ตัวแทนเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ชายแดนใต้ ข้าราชการ จิตอาสา ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมในพิธีฯ

เชิญถุงยังชีพพระราชทานถวายแด่คณะสงฆ์ จำนวน 630 ถุง และเชิญถุงยังชีพพระราชทานมอบให้แก่เลขาธิการ ศอ.บต. , ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล , รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส , รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อเป็นตัวแทนในการนำไปมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งสิ้น 11,970 ถุง

ช้างศึกไม่ถอย!! เปิดศึกชิงทองเวียดนาม หลังรอบรองชนะเลิศเฉือนมาเลเซีย 'โค้ชวัง' ตั้งเป้าคืนความยิ่งใหญ่ ทวงเหรียญทองซีเกมส์กลับบ้าน

(18 ธ.ค. 68) ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 33 สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเหรียญทอง หลังเอาชนะมาเลเซีย 1-0 ในรอบรองชนะเลิศ ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ไทยจะพบกับเวียดนาม ทีมคู่ปรับอาเซียนในนัดชิงที่แฟนบอลต่างเฝ้ารอเพื่อทวงแชมป์ซีเกมส์ที่ขาดหายไปกว่า 8 ปี

'โค้ชวัง' ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม ย้ำว่าเป้าหมายตั้งแต่เริ่มแข่งขันคือ "แชมป์เท่านั้น" เนื่องจากไทยเป็นเจ้าภาพและต้องการฟื้นความยิ่งใหญ่ของฟุตบอลชายไทย โดยทีมได้เตรียมความพร้อมในการคัดเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดผ่านเกมอุ่นเครื่องและทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา

การแข่งขันในรอบรองชนะเลิศแม้ไทยได้ประตูเร็วจาก ยศกร บูรพา ตั้งแต่นาที 8 และมาเลเซียเหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่นาที 16 แต่นัดนี้เป็นเกมที่หนักสำหรับทีมไทย เพราะมาเลเซียเล่นด้วยวินัยและสปีดเกมสูง ทำให้ไทยต้องควบคุมเกมอย่างระมัดระวังจนเก็บชัยชนะได้สำเร็จ

'โค้ชวัง' กล่าวหลังเกมชิงว่า "อยากเจอเวียดนาม จะได้พิสูจน์ให้ชัด" พร้อมชี้ว่าการเจอเวียดนามในนัดชิงคือโอกาสแสดงศักยภาพและความพร้อมที่จะกลับมายืนเป็น "เบอร์หนึ่ง" ของอาเซียนอีกครั้ง โดยก่อนถึงนัดชิงทีมต้องเร่งฟื้นฟูสภาพร่างกายและวางกลยุทธ์การควบคุมเกมให้ดีที่สุด

นอกจากนี้ 'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ ได้เพิ่มเงินอัดฉีดให้ทีมอีก 1 ล้านบาท รวมเป็น 1.8 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นขวัญกำลังใจนักเตะให้เต็มที่สำหรับการล่าทองครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญก่อนการแข่งขันนัดชิงเหรียญทองในไม่ช้า

ทีมไทย พบกับ เวียดนาม วันนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.30 น.
 

ที่มา : https://sport.trueid.net/detail/zN3a8ZJE7479

ส่งกำลังใจถึงชายแดน!! วปอ.68 ห่วงใยทหารหาญชายแดน มอบตาข่ายป้องกันโดรนทิ้งระเบิด พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น แก่รองแม่ทัพภาคที่ 2 ส่งต่อทหาร - ประชาชน

(16 ธ.ค. 2568) พลโท ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรสถาบันวิชาการป้องกันประเทศได้นำคณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรหรือ วปอ. รุ่นที่ 68 เข้ารับฟังการบรรยายภารกิจด้านการทหาร ณ ห้องศรีพัชรินทร สโมสรร่วมเริงชัย ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

การศึกษาดูงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของกองทัพ และบริบทด้านความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และการนำไปประยุกต์ใช้ในระดับนโยบายของนักศึกษา วปอ.

พร้อมกันนี้ คณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR เพื่อแสดงพลังความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม

โดยได้ร่วมบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภค ได้แก่ ข้าวสารขนาด 5 กก. จำนวน 54 ถุง นมขนาด 600 ml จำนวน 108 กล่อง น้ำดื่มขนาด 600 ml จำนวน 2,232 ขวด เสื้อยืด จำนวน 367 ตัว ให้กับทหารกองทัพภาคที่ 2 ณ สโมสรร่วมเริงชัย โดยมีรองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้รับมอบ

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมบริจาค ตาข่ายป้องกันโดนทิ้งระเบิด น้ำหนัก 995 กก. จำนวน 125 มัด  (1 มัดกางได้ ประมาณ 26x15 เมตร) ให้กับกองทัพภาคที่ 2 เพื่อเสริมความปลอดภัยในการปฏิบัติภารกิจของกำลังพล

ขณะเดียวกัน คณะนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68 ยังได้จัดสิ่งของเยี่ยมเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้กับทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี

รวมถึงการมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง จังหวัดสุรินทร์

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันปรับปรุงและซ่อมแซมที่พักอาศัย ของนายชัยกฤษ ชูจอหอ บ้านตลาด หมู่ที่ 3 ตำบลตลาด จังหวัดนครราชสีมา โดยได้รับการสนับสนุนแรงงานจากคณะผู้บริหาร พนักงานเทศบาลตำบลตลาด คณะกรรมการชุมชน และผู้นำชุมชนในพื้นที่ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์บางส่วนจากนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68

อีกทั้ง ยังมีการสนับสนุนทุนการศึกษา และค่าอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนบ้านหนองบก จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน

พลโท ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กล่าวว่า การศึกษาดูงานในครั้งนี้ ช่วยให้นักศึกษาเกิดความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของภารกิจด้านการป้องกันประเทศ และบริบทต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปวิเคราะห์ สังเคราะห์ และร่วมขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ชาติในอนคตต่อไป

พร้อมกันนี้ ประธานนักศึกษา หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 พลตรี อนุวัตร เหลืองวิลัย พร้อมตัวแทนนักศึกษา พลตรี สัจจา รักติประกร พลเรือตรี กิตติพงศ์ ทิพย์เสถียรน.อ. ชยศว์ สวรรค์สรรค์ นายมงคล จุลทัศน์ น.ส.พรพินันท์ พิสุทธิ์วัชระกุล นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล น.ส.ฐิตินันท์ เกียรติไพบูลย์ น.ส.ปัญชลีย์ อุดมพิมลพัชญ์ นายสกล ถาวรกาญจน์ ดร.วีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ฯลฯ ได้ร่วมส่งมอบสิ่งของต่างๆ เพื่อส่งกำลังใจ และความห่วงใยแก่พี่น้องทหารหาญทุกท่าน

หัวใจนักสู้!! สาวไทยพลิกสถานการณ์ ชนะเวียดนาม 3-2 เซต ซิวแชมป์วอลเลย์บอลหญิงซีเกมส์ 2025 สมัยที่ 17 อย่างยิ่งใหญ่

 

(16 ธ.ค. 68) วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย พลิกชนะเวียดนาม 3-2 เซต ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก คืนวันที่ 15 ธันวาคม 2568 คว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2025 สมัยที่ 17 ได้สำเร็จในศึกชิงเหรียญทองที่เต็มไปด้วยความดุเดือดและหัวใจนักสู้

.

การแข่งขันผ่าน 5 เซตสุดระทึก ไทยเริ่มต้นไม่ดี เสียเซตแรก 19-25 ก่อนจะเร่งสปีดกลับมาคุมเกมชนะในเซตสองและสาม 25-13, 25-18 ตีตื้นขึ้นนำ 2-1 เซต แต่เวียดนามไม่ยอมง่าย เบียดครองเซตสี่ 25-23 ก่อนจะปะทะกันด้วยความนิ่งในเซตสุดท้าย ช่วงดิวซ์ก่อนไทยเฉือน 25-23 ผงาดครองแชมป์

.

กัปตันทีม 'ชัชชุอร โมกศรี' กล่าวหลังเกมผ่านแพลตฟอร์ม Siam Sport ว่า "เวียดนามทำการบ้านดีมาก แต่ในเซต 5 เราคิดแค่อย่างเดียวว่าเราต้องไม่แพ้" และย้ำว่า "ทุกคนช่วยกันสู้จนถึงที่สุด"

.

เกมนี้ โค้ช 'เกียรติพงษ์ รัชตะเกรียงไกร' ส่งผู้เล่นหลักลงครบทีม ทั้ง 'พิมพิชยา ก๊กรัมย์' และ 'พรพรรณ เกิดปราชญ์' ที่เป็นหัวใจสำคัญของทีม นำทีมฝ่าฟันจนประสบความสำเร็จในบ้าน

.

แม้แมตช์นี้จะไม่ส่งผลต่ออันดับโลก ซึ่งทีมชาติไทยยังอยู่อันดับ 18 เหมือนเดิม แต่ความหมายของเหรียญทองครั้งนี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่นี่คือการพิสูจน์หัวใจทีมชาติที่เข้มแข็งและไม่ยอมแพ้ในทุกเสี้ยววินาที ที่สามารถส่งมอบความสุขให้แฟนวอลเลย์บอลทั่วประเทศ

.

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1623621/

https://www.siamsport.co.th/seagames/96313/#google_vignette

 

ธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนใหม่ สั่งสมประสบการณ์เมืองท่องเที่ยว-ชายฝั่งทั่วภาคใต้ พร้อมผสานหน่วยงาน-ประชาชน เพื่อยกระดับภูเก็ต เสริมเมืองท่องเที่ยวทะเลระดับโลกให้อยู่ดี-ปลอดภัย

การโยกย้ายแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดล็อตปลายปี 2568 ภายใต้คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ทำให้ทีมบริหารจังหวัดสำคัญหลายแห่งขยับปรับตำแหน่งใหม่ หนึ่งในนั้นคือจังหวัดภูเก็ต ที่มีชื่อของนายธีระพงศ์ ช่วยชู ปลัดจังหวัดภูเก็ต ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ในวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ เขาได้เข้าสักการะพระพุทธธำรงมิ่งเมืองและศาลตายาย ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต (หลังใหม่) เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าห้องทำงานรองผู้ว่าราชการจังหวัด ท่ามกลางการต้อนรับจากข้าราชการและเจ้าหน้าที่จังหวัดภูเก็ตอย่างเป็นทางการ

นายธีระพงศ์ ช่วยชู เป็นคนตำบลกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เติบโตจากเมืองชายฝั่งภาคใต้ ก่อนก้าวเข้าสู่เส้นทางราชการในสายงานปกครอง เขาสั่งสมประสบการณ์จากพื้นที่หลากหลาย ทั้งในฐานะนายอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และนายอำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต จากนั้นจึงก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดในที่สุด เส้นทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าเขาคุ้นเคยทั้งเมืองท่องเที่ยวเกาะชื่อดัง เมืองชายฝั่งที่เผชิญภัยธรรมชาติ และเมืองศูนย์กลางท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลกอย่างภูเก็ตเป็นอย่างดี 

ในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่นายอำเภอเกาะสมุย มีการรายงานข่าวว่าเขามีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและการจัดการโควิด-19 ให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว จนเกาะสมุยกลับมามีนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อย้ายมาดำรงตำแหน่งนายอำเภอปากพนัง เขาเดินหน้าทำงานเชิงรุกทั้งด้านการแก้ปัญหาชุมชนและการดูแลทรัพยากรชายฝั่ง ที่เด่นชัดคือการสั่งรื้อถอนเครื่องมือประมงผิดกฎหมายประเภท “ไซตัวหนอน” หรือ “ไอ้โง่” กลางทะเล 155 ตัว เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ถือเป็นภาพของผู้นำท้องถิ่นที่ให้ความสำคัญกับทั้งปากท้องชาวประมงและการอนุรักษ์ทะเลควบคู่กันไป 
.
เมื่อย้ายมารับตำแหน่งนายอำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เขาต้องเผชิญโจทย์ใหม่ในเมืองท่องเที่ยวกลางคืนอย่างหาดป่าตอง ทั้งในมิติการกระตุ้นเศรษฐกิจและการดูแลความเรียบร้อย อำเภอกะทู้ได้จัดเวทีประชาพิจารณ์และรับฟังความคิดเห็นเรื่องการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงในพื้นที่หาดป่าตองถึงตี 4 โดยมีนายธีระพงศ์เป็นประธาน และมีการวางมาตรการควบคู่ ทั้งการจัดโซนนิ่งสถานบันเทิง การเน้นตรวจบัตรประชาชนตัวจริงและแอปพลิเคชันยืนยันตัวตน การใช้กล้องและระบบเทคโนโลยีช่วยดูแลความปลอดภัย ตลอดจนการประเมินผลด้านสิ่งแวดล้อมและขยะจากการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้เมืองท่องเที่ยวเติบโตบนฐานความปลอดภัยและความเป็นระเบียบ 

บทบาทในฐานะปลัดจังหวัดภูเก็ต ยังสะท้อนมุมมองการพัฒนาที่เชื่อมโยง “ท่องเที่ยว-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพประชาชน” เขาเป็นประธานเปิดการประชุมและเปิดตัวโครงการจัดการขยะอาหาร (Food Waste) ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ภายใต้แนวคิด “ลด Food Waste @Phuket กินเกลี้ยง เลี่ยงโลกร้อน” ที่มุ่งจัดการปริมาณขยะจากเศษอาหารในเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการลดก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ยังเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “เร่งรัดมาตรการยุติปัญหาเอดส์ ระดับจังหวัดภูเก็ต (Provincial Model)” ซึ่งเชื่อมหน่วยงานสาธารณสุข ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเพื่อขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพในจังหวัดอย่างบูรณาการ 

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตของนายธีระพงศ์ ช่วยชู จึงไม่ใช่เพียงการเลื่อนตำแหน่งในสายราชการ แต่คือการดึง “คนทำงานภาคสนาม” ที่เข้าใจทั้งเมืองท่องเที่ยวเกาะสมุย เมืองชายฝั่งปากพนัง และเมืองท่องเที่ยวทะเลระดับโลกอย่างภูเก็ต ให้มาดูแลภาพใหญ่ของจังหวัดอย่างมียุทธศาสตร์ ประสบการณ์ด้านการบริหารเมืองท่องเที่ยว การจัดการภัยพิบัติและทรัพยากรทะเล การควบคุมกิจการสถานบันเทิง และการผลักดันโครงการด้านสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ ทำให้คาดหวังได้ว่าเขาจะช่วยขับเคลื่อนภูเก็ตบนสมดุลของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว คุณภาพชีวิตคนเมือง ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยมีฐานคิดมาจากการเห็นทั้ง “หน้างานจริง” และ “ภาพรวมระดับจังหวัด” ในเวลาเดียวกัน

 

กลับมาทวงบัลลังก์ เฉือนเดือดก่อนปิดขาด พลิกแซงชนะศุภนิดาถึง 2-0 เกม ผงาดเหรียญทองซีเกมส์ครั้งแรก

(15 ธ.ค. 68) การแข่งขันแบดมินตันในซีเกมส์ 2025 รอบสุดท้ายที่ยิมเนเซียม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้บทสรุปในประเภทหญิงเดี่ยวเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 โดย "เมย์" รัชนก อินทนนท์ มืออันดับ 8 โลก ชนะ "เม" ศุภนิดา เกตุทอง มืออันดับ 12 โลก 2-0 เกม 21-19 และ 21-7 คว้าเหรียญทองได้เป็นครั้งแรกในชีวิต

เกมแรกเริ่มด้วยการที่ศุภนิดานำห่าง 11-2 แต่รัชนกงัดเกมเก๋า ไล่ตามเก็บแต้มก่อนจะแซงขึ้นนำในช่วงท้ายเกมด้วยความนิ่งและความมั่นใจ ขณะที่เกมที่สองเธอสามารถคุมจังหวะเกมได้ดีและชนะขาด 21-7 ปิดเกม 2-0 อย่างเหนือชั้น

หลังชนะการแข่งขัน รัชนกโพสต์ใน X ว่า "นี่คือการปลดล็อกครั้งสำคัญ" และนับเป็นเหรียญทองประเภทบุคคลซีเกมส์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์อาชีพ เธอเคยได้เหรียญเงินและทองแดงในซีเกมส์ก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ ทัพแบดมินตันไทยยังสามารถกวาดเหรียญทองรวม 3 เหรียญ จากทีมหญิง คู่ผสม และหญิงเดี่ยว รวมถึงเหรียญเงิน 2 เหรียญ และเหรียญทองแดง 1 เหรียญ ซึ่งเป็นความสำเร็จยิ่งใหญ่ของเจ้าภาพ ซีเกมส์ 2025

พิธีมอบเหรียญจัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศแสดงความยินดีจากผู้ใหญ่ในวงการกีฬาและแฟนกีฬาไทย ถือเป็นการปิดฉากผลงานแบดมินตันที่สวยงามในซีเกมส์ครั้งนี้

 

THE STATES TIMES จัดงานใหญ่เมื่อครั้งครบรอบ 4 ปี ดึงบิ๊กเนมร่วมเสวนา "Thailand Outlook" ตอกย้ำการยอมรับสู่สื่อที่มีอิทธิพลทางความคิด

ย้อนกลับไปเมื่อในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567 THE STATES TIMES ได้จัดงานเสวนาครั้งสำคัญในโอกาสครบรอบ 4 ปี ภายใต้ชื่อ "Thailand Outlook: From Global Disruption to Thailand Transformations" งานดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเฉลิมฉลองเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับสำนักข่าวให้เป็น ผู้จัดเวทีแห่งชาติ (National Convener) ที่สามารถรวบรวมบุคคลสำคัญระดับประเทศ ทั้งผู้นำทางการเมือง ผู้บริหารระดับสูง และนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดทิศทางของประเทศ

การจัดงานเสวนาขนาดใหญ่และมีการเชิญบุคคลระดับรองนายกรัฐมนตรี นั่นก็คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (ตำแหน่งในขณะนั้น) รวมทั้งผู้นำภาคธุรกิจเข้าร่วมปาฐกถา ถือเป็นเครื่องบ่งชี้ที่ชัดเจนถึง สถานะทางการเมืองและเศรษฐกิจ ของสำนักข่าว การจัดงานนี้แสดงให้เห็นว่า THE STATES TIMES ได้รับการยอมรับจากชนชั้นนำว่าเป็นสื่อที่มีความน่าเชื่อถือและมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์และเผยแพร่ความคิดเห็นที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ

ในมิติของแบรนด์ งาน "Thailand Outlook" เป็นการรวมพลังของเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและพันธมิตรที่สำนักข่าวได้สร้างสมมาตลอด 4 ปี การดึงดูดสปอนเซอร์และผู้เข้าร่วมงานระดับสูงบ่งบอกถึง มูลค่าทางการตลาด (Market Value) ที่สูงของ THE STATES TIMES ซึ่งกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังสำหรับการสื่อสารทางการตลาดเชิงความคิด (Thought Leadership Marketing) การมีส่วนร่วมกับงานนี้ช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงตนเองเข้ากับประเด็นเชิงยุทธศาสตร์และภาพลักษณ์ขององค์กรที่มีความรู้ความเข้าใจในทิศทางของประเทศ

ความสำเร็จของการจัดงานครบรอบ 4 ปีนี้เป็นบทสรุปของการเดินทางที่ยาวนาน ตั้งแต่การเริ่มต้นจากการเป็นสื่อออนไลน์เล็ก ๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นสำนักข่าวที่มีความสามารถในการสร้างวาระแห่งชาติ (Agenda Setting) และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนในสังคม การจัดงานนี้จึงเป็นหมุดหมายที่ตอกย้ำว่า THE STATES TIMES ได้เปลี่ยนสถานะอย่างสมบูรณ์จาก "สื่อทางเลือก" สู่ "สื่อกระแสหลักที่มีอิทธิพลทางความคิด" ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยในยุคดิจิทัลต่อไป
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top