Wednesday, 15 July 2026
NEWS

‘ชัยวุฒิ-ดร.เจษฎ์’ กังขา ประชาธิปัตย์ ลืมจุดยืน ร่วมส้ม-แดง ขัดใจคนใต้ - คนกรุง 

[สงขลา] 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น. -นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8), นายณภัทร ชุ่มจิตตรี (คิง ก่อนบ่าย) ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 11, นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค และนายณภัทร นวเครือสุนทร รองเลขาธิการพรรค ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา พบปะพี่น้องประชาชน เพื่อแนะนำพรรครักชาติ (เบอร์ 35) และนำเสนอนโยบาย 

โดยทีมพรรครักชาติ เริ่มต้นหาเสียงช่วงบ่ายด้วยการ เข้าสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสงขลา โดยมีลักษณะเป็นศาลเจ้าแบบเก๋งจีน สร้างสมัยพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง ณ สงขลา) เป็นผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลา ภายในศาลเป็นที่ประดิษฐานหลักเมืองทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้ประจำเมือง 

ทั้งนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ และคิง ก่อนบ่าย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ได้เป็นตัวแทนทีมพรรครักชาติ เชิดสิงโตแบบจีน ต่อหน้าศาลฯ ซึ่งสื่อความหมายถึงความมั่งคั่ง สมปรารถนา ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง หลังจากนั้นทีมพรรครักชาติได้เดินพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ทั้งนี้ระหว่างทีมพรรครักชาติ แวะพักบริเวณร้านอาหารที่เกาะยอ ได้พบกับทีมหาเสียงพรรคโอกาสใหม่ ซึ่งมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคนำทีม จึงได้เข้าไปทักทายอย่างเป็นกันเอง

ขณะที่ FC อาจารย์ต่างตื่นเต้น เข้ามาขอถ่ายรูป และประชาชนบางส่วน สะท้อนมุมมองทางการเมือง ถึงพรรคการเมืองเดิม ๆ โดยเฉพาะพรรคเก่าแก่ อย่างประชาธิปัตย์ ว่า เริ่มทำให้พี่น้องชาวใต้สับสนกับแนวคิด และจุดยื่นของพรรค

ซึ่ง รศ.ดร.เจษฎ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์อย่างดุเดือด ระบุว่า จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องชาวใต้ เสียงสะท้อนส่วนใหญ่ต้องการพรรคการเมืองที่ยึดมั่นในการธำรงรักษาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แต่เมื่อชาวบ้านพูดถึงพรรคเดิมที่เคยเลือกอย่าง ‘ประชาธิปัตย์’ กลับเต็มไปด้วยความสับสนและไม่เข้าใจในทิศทางของพรรค โดยเฉพาะสโลแกน ‘ฟ้าจะกลับใต้’ ซึ่งขัดแย้งกับความรู้สึกของคนในพื้นที่ที่ประกาศชัดว่า ไม่เอาพรรคที่จะทำร้ายสถาบันหลัก หรือสร้างปัญหาชายแดน แต่ประชาธิปัตย์กลับแสดงท่าทีว่าสามารถพูดคุยกับพรรคประชาชนได้ แม้จะมีประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 หรือแม้แต่การระบุว่าสามารถร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยได้หากไม่มีนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เพราะนายทักษิณยังคงมีอิทธิพลอยู่

รศ.ดร.เจษฎ์ ยังได้ตั้งคำถามถึงวาทกรรม “สมบัติพ่อเฒ่า” ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า มีความหมายที่แท้จริงอย่างไร โดยเชื่อมโยงไปถึง พันตรีควง อภัยวงศ์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าพรรคคนแรกของ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะราษฎร ผู้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 และเคยร่วมมือกับนายปรีดี พนมยงค์ ฉีกรัฐธรรมนูญปี 2489 จึงตั้งข้อสังเกตว่า การที่ประชาธิปัตย์ประกาศจะกลับไปหาสมบัติพ่อเฒ่า หมายถึงการจะจับมือกับกลุ่มคนที่ต้องการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง เพื่อย้อนกลับไปสู่ยุคคณะราษฎร 2475 ใช่หรือไม่ จึงขอให้ชี้แจงให้ชัดเจนเพราะคนใต้ฝากคำถามมา

มจธ. ขยายผลโครงการโมเดลการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการ มจธ. ระยะที่ 2 ผนึก 8 มหาวิทยาลัย ร่วมพัฒนาศักยภาพคนพิการเพื่อการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน

กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และเครือข่ายมหาวิทยาลัย รวม 9 แห่ง เปิดตัวโครงการการขยายผลเครือข่ายอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาศักยภาพคนพิการเพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านโมเดลการฝึกอบรม–ฝึกงานคนพิการ มจธ. ระยะที่ 2 

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวต่อยอดจากความสำเร็จของโครงการฯ ระยะที่ 1 (เมษายน 2567 – มีนาคม 2568) ซึ่งสามารถพัฒนาศักยภาพคนพิการให้เข้าสู่การทำงานจริงและมีรายได้ คิดเป็นร้อยละ 85 ของผู้เข้าร่วมโครงการ สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิผลของโมเดลการฝึกอบรม–ฝึกงานคนพิการ มจธ. ที่เชื่อมโยงการพัฒนาทักษะกับตลาดแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม

จากความสำเร็จดังกล่าว นำไปสู่การดำเนินโครงการในระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการขยายผลในระดับประเทศ ภายใต้ความร่วมมือเชิงนโยบายระหว่าง กระทรวง พม. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ถือเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการภาครัฐในการยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างเป็นระบบ

ในระยะที่ 2 โครงการได้ขยายเครือข่ายความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง ครอบคลุมพื้นที่ทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมจาก 300 คน เป็น 370 คนต่อปี และเพิ่มจำนวนหลักสูตรจาก 6 หลักสูตร เป็น 12 หลักสูตร เน้นทั้งการทำงานในสถานประกอบการและการประกอบอาชีพอิสระ โดยมีมหาวิทยาลัยเครือข่ายเข้าร่วมดำเนินโครงการ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ศูนย์การศึกษาอู่ทองทวารวดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

‘บิ๊กกุ้ง’ ตอบชัด! ทหารมีไว้ปกป้องคนไทย รวมถึงคนถาม “มีทหารไว้ทำไม?” ไม่งั้นเขมรอาจบุกถึงโคราช

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2569 พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ร่วมกับสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เขตพิษณุโลก และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมเชิดชูเกียรติ “นักรบผู้กล้าทหารผ่านศึก” เพื่อสดุดีทหารกล้าที่สละชีพเพื่อชาติ ทั้ง 42 นาย ในสมรภูมิชายแดนไทย - กัมพูชา เนื่องในวันทหารผ่านศึก ที่เวทีกลาง สวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ จ.พิษณุโลกโดยมีหน่วยงานราชการ สมาคม ชมรม สื่อมวลชน นักศึกษาประชาชนม อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 และอดีตทหารร่วมกิจกรรมสดุดีวีรกรรมทหารกล้า

บรรยากาศในงานมีการนำรูปวีรชนนายทหารกล้า จำนวน 42 นาย มาตั้งเอาไว้ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้วางดอกไม้ไว้อาลัยให้กับทหารกล้าทุกนาย เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความเคารพในความเป็นวีระบุรุษ ที่ยอมสละชีวิตและเลือดเนื้อปกป้องอธิปไตยชาติไทยเอาไว้ ส่วนบนเวทีมีการแสดงร้องเพลงปลุกใจของวงดนตรี หมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 39 ร่วมกับวงดนตรีโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ มีการแสดงโขน ของโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยนเรศวร และการแสดงขับร้องประสานเสียง โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม

และมีการ Video conference กับ พล.อ.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่2 (แม่ทัพกุ้ง)ผ่านจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่บนเวที พร้อมได้พูดคุยกับผู้ที่มาร่วมในบริเวณดังกล่าว

โอกาสนี้แม่ทัพกุ้ง -พล.อ.บุญสิน ได้เล่าเรื่องราว ช่วงที่ยังคงดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 เกี่ยวกับการทำงานชายแดนว่า อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ดูแลทหารและครอบครัวทหารด้วย

‘ผอ. จิสด้า’ ได้รับเลือกนั่งประธาน ‘STSC’ แห่งสหประชาชาติ ชาติที่ 15 ของโลก ถือธงนำ ‘จัดระเบียบอวกาศ’ ท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เพจเฟซบุ๊ก “GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)” ได้โพสต์ข้อความว่า ประเทศไทยได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวทีการทูตและวิทยาศาสตร์ระดับโลกอีกครั้ง หลังคณะอนุกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิค (STSC) ภายใต้ คณะกรรมการว่าด้วยการใช้อวกาศส่วนนอกในทางสันติแห่งสหประชาชาติ (UN COPUOS) เวทีสูงสุดของสหประชาชาติในการกำหนดทิศทางและธรรมาภิบาลด้านกิจการอวกาศ ได้แต่งตั้ง ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า-GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  ให้ทำหน้าที่ประธาน STSC อย่างเป็นทางการ ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ถือเป็นความภาคภูมิใจครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในระดับสากล 

ตำแหน่งดังกล่าวไม่ใช่เพียงตำแหน่งทางพิธีการ แต่ STSC เปรียบเสมือน "มันสมองของโลก" ที่มีหน้าที่กำกับดูแลและกำหนดทิศทางกิจการอวกาศของมนุษยชาติ ซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ขยะอวกาศ (Space Debris), สภาพอวกาศ (Space Weather), ความยั่งยืนในระยะยาว (Long-term Sustainability) รวมถึง การจัดการจราจรอวกาศ (Space Traffic Management)

ชวนมาเที่ยว ชิม ช้อป ของดีสมุทรสาคร!

ชวนมาเที่ยว ชิม ช้อป ของดีสมุทรสาคร!

มหกรรมสินค้าเกษตรคุณภาพและของดีจังหวัดสมุทรสาครของเกษตรกร องค์กรเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และเครือข่าย

ยกทัพความสด ความอร่อย มาให้เลือกช้อปแบบจุใจ 

สมุทรสาคร Farm & Flavor Fair

พร้อมชมนิทรรศการพิเศษ

“ของดี 3 อำเภอ The Best of Samut Sakhon”

3 อำเภอ 3 อัตลักษณ์

ที่สุดแห่งรสชาติและเสน่ห์ของสมุทรสาคร 

 

30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569

10.00 – 21.00 น.

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลานกิจกรรม ชั้น 1

 

กิจกรรมไฮไลต์ ห้ามพลาด!

 

Flash Sale & The Forest of TRY

ช้อปนาทีทอง + สนุกกับการทายน้ำหนักสินค้าเด่น

13.00 – 13.30 น. / 19.00 – 19.30 น.

 

ช้อปเพลิน ลุ้นโชค สมุทรสาคร

ซื้อครบ 300 บาทขึ้นไป / ร้าน ลุ้นของรางวัลทันที

ร่วมสนุกได้ทั้งวัน 11.00 – 20.00 น.

 

แชะ & แชร์ – แชร์ความสุขสมุทรสาคร

ถ่ายภาพในงาน โพสต์ลงโซเชียล

ติดแฮชแท็ก

#เกษตรสมุทรสาคร

#สมุทรสาครFarmAndFlavorFair2025

รับของรางวัลจากผู้ประกอบการ (มีจำนวนจำกัด)

 

กิจกรรมพิเศษ

เสาร์ที่ 31 ม.ค. เวลา 15.00 น.

กินให้สุด สนุกกับของเด่นสมุทรสาคร

 

อาทิตย์ที่ 1 ก.พ. เวลา 15.00 น.

Cooking Show

“ครัวรสดี วิถีสมุทรสาคร จัดจ้านทุกคำ”

โดย เชฟจ้อน นฤพนธ์ กรประเสริฐ

 

เพลิดเพลินกับดนตรีสดตลอดงาน

มาเดิน มาเลือก มาอุดหนุน

เพราะทุกการซื้อของคุณ คือพลังใจให้เกษตรกรและชุมชนสมุทรสาคร

 

แล้วพบกันในงาน สมุทรสาคร Farm & Flavor Fair 

เสียงจากเยาวชนรักษ์โลก! ‘อิน-เอม Below the Tides’ ร่วมเวที ‘Youth After COP30 Forum’

สองพี่น้อง "อิน-เอม" กลุ่ม “Below the Tides” ร่วมเวที “Youth After COP30 Forum” กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวสรุปผลงาน หลังเป็นตัวแทนเยาวชนไทย ร่วมประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ณ กรุงเบแล็ม บราซิล ย้ำความสำคัญ "เสียงเยาวชน"

เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) พญาไท กรุงเทพฯ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) เป็นประธานเปิดงาน “Youth After COP30 Forum” เพื่อรับฟังรายงานสรุปผลการดำเนินงานของเครือข่ายเยาวชนไทยที่ได้เดินทางไปร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 หรือ COP30 ณ กรุงเบแล็ม สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เมื่อช่วง ปลายปี 2568 ที่ผ่านมา

ภายในงาน นายกลย์ธัช คาโต้ซาโนะ และ นายชัยรัตน์ ดีผอ ตัวแทนเยาวชนจากกลุ่ม Thailand Youth Climate Action ได้ขึ้นรายงานสรุปผลงานพร้อมมอบรายงาน “Thai Youths Report At COP30” เพื่อเป็นข้อมูลเชิงนโยบายให้แก่ภาครัฐ นอกจากนี้ยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้แทนเยาวชนหลากสาขา

โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการนำเสนอประสบการณ์ของ นายอริณชย์ หรืออิน ทองแตง และ น.ส.อริสา หรือเอม ทองแตง สองพี่น้องเยาวชนไทยที่ได้รับการคัดเลือกจากโครงการ Thailand Youth Climate Action 2025 ให้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วม COP30 ระหว่างวันที่ 16–20 พฤศจิกายน 2568 ณ เมืองเบแล็ม บราซิล ซึ่งถือเป็นเวทีระดับโลกที่เปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ

โดยทั้งสองเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มเยาวชนด้านการอนุรักษ์ทะเล “Below the Tides” องค์กรเยาวชนที่ทำงานขับเคลื่อนการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมรณรงค์ สื่อสารสาธารณะ และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมุ่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาขยะทะเล ความหลากหลายทางชีวภาพ และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อระบบนิเวศชายฝั่ง ในฐานะตัวอย่างของพลังเยาวชนที่ลุกขึ้นมาขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ของจริงระดับโลก!! “ฉี ยู่ฉี” ลั่นชม “กุลวุฒิ” แนวหน้าของโลก หลังเสียแชมป์มาเลย์ โอเพ่น ไทยคุมเกมแรกอยู่หมัดก่อนปิดงาน สัญญาณชัด “วิว” พร้อมล่าแชมป์ต่อทั้งฤดูกาล

(12 ม.ค. 69) "วิว" กุลวุฒิ วิทิตศานต์ สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ Malaysia Open 2026 ซึ่งเป็นรายการระดับ BWF World Tour Super 1000 ที่กัวลาลัมเปอร์ หลังเอาชนะมือ 1 โลก "ฉี ยู่ฉี" จากจีน ในรอบชิงชนะเลิศ โดยเกมแรก "วิว" ชนะอย่างดุเดือด 23-21 และเกมสอง "ฉี ยู่ฉี" มีอาการบาดเจ็บจนต้องขอยอมแพ้ที่สกอร์ 6-1

หลังการแข่งขัน "ฉี ยู่ฉี" ยอมรับความสามารถของ "วิว" ว่าเป็นนักแบดมินตันระดับท็อปและคู่ต่อสู้ที่เล่นด้วยยากทุกครั้ง พร้อมชื่นชมว่า "กุลวุฒิแข็งแกร่งมาก" และการเจอกันกับเขาเป็น "งานยากเสมอ" ซึ่งคำชมนั้นสะท้อนถึงคุณภาพและความน่าเกรงขามของนักตบชาวไทย

ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายพิเศษ เพราะรายการ Super 1000 เป็นสนามแข่งขันที่รวมท็อปโลกไว้มากมาย และต้องผ่านแรงกดดันสูง "วิว" แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาทักษะการควบคุมเกมและการวางแผนที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้คู่แข่งระดับโลกยอมรับ

แม้ว่าผลการแข่งขันรอบสองจะจบด้วยการถอนตัวของคู่แข่งจากอาการบาดเจ็บ แต่ "วิว" ก็ทำเต็มที่ในเกมแรกจนสร้างแรงกดดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และชัยชนะนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเขาในการล่าแชมป์ระดับโลกในปี 2026

สถานะใหม่ของ "วิว" คือหนึ่งในนักแบดมินตันชายเดี่ยวชั้นนำที่โลกไม่อาจมองข้าม เป็นการเปิดฤดูกาลใหม่ด้วยความหวังและความท้าทายที่จะต้องจับตาต่อไปในปีนี้

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1629780/

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องใน วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็กแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ ได้เผยแพร่ข้อความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็กแห่งชาติ พุทธศักราช 2569

กกท. ยืนยัน!! โป๊กเกอร์ได้รับการรับรองเป็นกีฬาแล้ว แต่ห้ามเล่นในลักษณะการพนันเด็ดขาด กกท.ย้ำต้องมีสมาคมกีฬาโปร่งใส จังหวะเดินหน้าอาจต้องรอสัญญาณการเมือง

(9 ม.ค. 69) ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยืนยันว่าโป๊กเกอร์ได้รับการรับรองให้เป็นชนิดกีฬาที่ประเทศไทยแล้ว แต่เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าห้ามเล่นในลักษณะการพนันโดยเด็ดขาด พร้อมเผยว่าชี้แจงแนวทางดังกล่าวกับกระทรวงมหาดไทยไปแล้ว และบางเรื่องยังต้องรอความชัดเจนในรายละเอียดหลักการ เช่น การตั้งสมาคมกีฬาและการเลือกตั้งกรรมการ

กกท. ให้เหตุผลว่าการรับรองโป๊กเกอร์เป็นกีฬานั้นอยู่บนพื้นฐานการพัฒนาเกมที่ใช้ทักษะ วิเคราะห์ และจิตวิทยา แยกขาดจากการพนันที่ยังอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 และนโยบายของกระทรวงมหาดไทย แม้จะได้รับการยอมรับเป็นกีฬาแล้ว แต่หากมีกิจกรรมรูปแบบการเดิมพันก็ยังเสี่ยงผิดกฎหมายพนันได้

ตลอดปี 2568 มีการเคลื่อนไหวของหน่วยงานรัฐหลายครั้ง โดย กกท. รับรองโป๊กเกอร์เป็นชนิดกีฬาในเดือนกรกฎาคม แต่กระทรวงมหาดไทยเคยเปิดช่องให้พิจารณาในบางกรณีพิเศษ ก่อนจะกลับมาคุมเข้มและสั่งงดอนุญาตการพนันโป๊กเกอร์ "โดยเด็ดขาด" เพื่อป้องกันการพนันในคราบกีฬา

นอกจากนี้ การเดินหน้าโป๊กเกอร์ในระบบกีฬายังติดปัญหาเรื่องโครงสร้างสมาคมกีฬาและการเลือกตั้งกรรมการซึ่งต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับกฎหมาย กกท. ผู้ว่าฯ กกท. ระบุว่า "โป๊กเกอร์กีฬา" ต้องมีองค์กรกีฬาอย่างเป็นทางการที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องเอื้อประโยชน์หรือพนันแฝง

ภาพรวมสะท้อนความขัดแย้งระหว่างกฎหมายที่มุ่งสนับสนุนกีฬา กับนโยบายปราบปรามการพนันที่คุมเข้ม การทำให้โป๊กเกอร์ก้าวเป็นกีฬาจริงจังในไทยจึงต้องผ่านกระบวนการป้องกันพนันที่เข้มงวดและการตั้งองค์กรกีฬาที่เป็นมาตรฐานโปร่งใสเท่านั้นเท่านั้นที่จะสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคมอย่างแท้จริง

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10090685

เก็บไว้ฝุ่นเกาะ!! 'ไรอัน ล็อกต์' โละเหรียญ ตำนานว่ายน้ำสหรัฐฯ ขายเหรียญทองโอลิมปิก เปลี่ยนตำนานเป็นเงิน 13 ล้าน

(8 ม.ค. 69) 'ไรอัน ล็อกต์' อดีตนักว่ายน้ำทีมสหรัฐฯ โละเหรียญทองโอลิมปิก 3 เหรียญ ออกประมูลออนไลน์ที่ Goldin ทำเงินรวมกว่า 385,520 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12-13 ล้านบาท

เหรียญที่ขายประกอบด้วยเหรียญทองประเภททีมผลัด 4x200 เมตร ฟรีสไตล์ 3 เหรียญจากโอลิมปิก 3 สมัย คือ ปักกิ่ง 2008, เอเธนส์ 2004 และริโอ 2016 ราคาปิดสูงสุดที่ 183,000 ดอลลาร์ และต่ำสุดที่ 80,520 ดอลลาร์

'ล็อกต์' ชี้ผ่านโซเชียลมีเดียว่า "ไม่เคยว่ายเพื่อเหรียญทอง" แต่เหรียญคือ "ส่วนเติมเต็ม" ของการเดินทางในอาชีพ ขณะที่เหรียญเหล่านี้ถูกเก็บมานานจนฝุ่นเกาะก่อนจะนำมาขายเป็นครั้งที่สองตั้งแต่ปี 2022

ครั้งนี้เป็นช่วงที่ 'ล็อกต์' กำลังเผชิญเปลี่ยนผ่านชีวิตทั้งเรื่องครอบครัวและการบำบัด โดยเขาระบุว่าต้องการเดินหน้าต่อและโฟกัสพัฒนาตัวเอง พร้อมขอพื้นที่เพื่อปกป้องลูก ๆ

'ล็อกต์' ถือเป็นตำนานว่ายน้ำที่คว้าเหรียญรวม 12 เหรียญจากโอลิมปิก โดยเหรียญของเขามีมูลค่าสูงเพราะชื่อเสียงและประวัติความสำเร็จที่สร้างความต้องการของนักสะสมที่พร้อมสู้ราคา

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10088881

นับถอยหลังสู่โคราช!! บอคเซียทีมชาติไทยลับคมเต็มสูบ ก่อนลุยอาเซียนพาราเกมส์ 13 “เจ้าภาพโคราช” 20–26 ม.ค. 69 ตั้งเป้าคว้าผลงานต่อหน้าแฟนกีฬาไทยในโคราช

(7 ม.ค. 69) ทัพนักกีฬาบอคเซียทีมชาติไทย เดินหน้าเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นที่ Boccia Training Center ภายในราชมังคลากีฬาสถาน เตรียมพร้อมสำหรับมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 20–26 มกราคม 2569 โดยตั้งเป้าสร้างผลงานระดับสูงต่อหน้าแฟนกีฬาชาวไทย

การซ้อมครั้งนี้เน้นความละเอียดทุกจังหวะ ทั้งการคุมทิศทางน้ำหนักลูก การวางตำแหน่ง และการตัดสินใจในจังหวะสำคัญ เช่น ลูกเปิดเอนด์ และการแก้เกมในสถานการณ์กดดัน โดยผู้ฝึกสอนจัดโปรแกรมให้เหมือนกับการแข่งขันจริงมากที่สุด เพื่อเพิ่มความมั่นใจและสมาธิของนักกีฬา

ทีมได้จำลองสถานการณ์แข่งขันอย่างใกล้เคียงทัวร์นาเมนต์จริง เพื่อช่วยลดความตื่นสนาม และฝึกตัดสินใจในแต้มต่อแต้ม รวมถึงการประเมินความพร้อมของนักกีฬาเป็นรายบุคคลเพื่อกำหนดภาระฝึกที่เหมาะสม ราชมังคลากีฬาสถานเป็นฐานซ้อมหลักที่เอื้อต่อการพัฒนามาตรฐานและรายละเอียดการเล่น

การเป็นเจ้าภาพที่นครราชสีมาเพิ่มแรงผลักดันให้นักกีฬาไทยออกแรงเต็มที่ พร้อมกับมุ่งหวังสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับกีฬาคนพิการในประเทศ โดยเน้นการเตรียมพร้อมเชิงแท็กติกและจิตใจจนถึงวันแข่งขัน

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/other-sports/sports-world/97688/?tbref=hp

อโมริม ขอพักยาว ไม่รับงานคุมทีมทั้งฤดูกาลนี้ หลังถูก ‘แมนยู’ ปลดฟ้าผ่า รอคืนสนามฤดูกาลหน้า

(6 ม.ค. 69) รูเบน อโมริม กุนซือชาวโปรตุเกสวัย 40 ปี ตัดสินใจไม่รับคุมทีมใดๆ ตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ หลังถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดปลดจากตำแหน่งแบบกะทันหันเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่นอังกฤษ

แม้จะมีความสนใจจากทีมในตะวันออกกลางและบราซิล แต่ ‘รูดี้ กาเล็ตติ’ นักข่าวสายตลาดนักเตะ ระบุว่า อโมริมเลือกพักฟื้นสภาพจิตใจและใช้เวลากับครอบครัวก่อนจะกลับมารับงานอีกครั้งในฤดูกาลหน้า พร้อมกล่าวว่า "เขาต้องการเวลาเพื่อฟื้นฟูและคิดทบทวนก่อนเริ่มใหม่"

ก่อนหน้านี้ แมนฯ ยูไนเต็ดตัดสินใจปลดอโมริมหลังผลงานไม่เป็นไปตามคาดและบรรยากาศในทีมสั่นคลอน โดยมีรายงานว่าเกิดความตึงเครียดเรื่องอำนาจการทำทีมและนโยบายเสริมทัพ อโมริมเคยย้ำว่าเข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมไม่ใช่แค่โค้ชที่ทำตามคำสั่ง

สำหรับอนาคต ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ได้รับบทกุนซือขัดตาทัพ ขณะที่สโมสรเริ่มมองหาเฮดโค้ชคนใหม่ หวังฟื้นฟูฟอร์มและสถานะบนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้
 

เมื่อ Gen Y ทำป้ายบอกทาง ชาวเน็ตโพสต์คลิปป้ายข้างทาง พบข้อความอ่านแล้วถึงกับ “อมยิ้ม”

(5 ม.ค. 69 ) ผู้ใช้ Tiktok ชื่อบัญชี ‘noorungkra รุ้งกินน้ำเกิดทางทิศเหนือ’ โพสต์คลิปที่มีป้ายข้อความข้างทางที่กำลังก่อสร้างถนน โดยตั้งชื่อคลิปว่า “เมื่อให้ Gen Y มาทำป้ายบอกทาง”พร้อมข้อความว่า เมื่อเส้นสุพรรณบุรี-บางบัวทองทำถนน ไอ้เราก็นั่งอ่านป้ายเพลินๆ เสียดายถ่ายตอนช่วงแรกไม่ทัน 

พร้อมกับถ่ายภาพป้ายที่มีข้อความต่าง ๆ อาทิ
- ครึ่งทางแล้วนะ เห็นไหมไม่ไกล
- อีก 8 กม. พ้นหน้างานก่อสร้าง ไปกันต่อ
- ทางชีวิตยังต้องซ่อม ถนนเช่นกัน ไปกันต่อ...(โถ มาway เปรียบเปรยสะและ ไปกันต่อ)
- อีก 6 กม. พ้นหน้าก่อสร้าง อีกอึดใจเดียว (ฮีบไว้ๆ อีกอึดใจว่าซ่าน)
- เสาร์-อาทิตย์ รถติดเยอะ ฝากบอกเพื่อนด้วยนะจ๊ะ (เค้าฝากให้ชั้นมาบอกพวกแกอ่ะ)
- อีก 4 กม. พ้นหน้างานก่อสร้างแล้วนะจ๊ะ (นะจ๊ะ.....สะด้วย แหมมมม)
- อีก 2 กม. พ้นหน้างานก่อสร้าง ใกล้แล้วที่รัก (เอ้าโสดอยู่ดีๆ มีคนเรียกที่รักเฉยยย)
- เดินทางโดยสวัสดิภาพ ด้วยความปรารถนาดีจาก แขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 1 (ว๊า หมดสะแระ ขับขี่ด้วยความปลอดภัยทุกท่านนะคะ)

และยังระบุข้อความในคลิปด้วยว่า ถนนซ่อม รถติด ขับตามกันมา เห็นป้ายพวกนี้มันน่ารักจัง 

ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของหน่วยงานรัฐที่ต้องการลดความตึงเครียดให้กับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนที่ต้องเจอกับสภาพรถติดจากเหตุซ่อมถนน รวมถึงผู้นำคลิปมาเผยแพร่ที่มีอารมณ์ขัน สามารถนำป้ายข้างทางมาร้อยเรียงทำให้บรรยากาศมีความผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

“เมย์ รัชนก” เปิดภาพเหรียญซีเกมส์ 2025 สภาพเปลี่ยนเร็ว ผ่านแค่ 2 สัปดาห์แต่ผิวทองมีรอย ชวนสงสัยเป็นปัญหาบางล็อตหรือการเก็บรักษา โซเชียลแห่ตั้งคำถามคุณภาพเหรียญ

(5 ม.ค. 69) 'เมย์' รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย โพสต์ภาพเหรียญทองซีเกมส์ 2025 ที่เธอได้รับในมหกรรมซีเกมส์ครั้งที่ 33 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ แต่พบสภาพเหรียญมีรอยด่างและสีทองเริ่มลอก แม้จะผ่านการแข่งขันเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น

'เมย์' เขียนแคปชั่นเล่นๆ ว่า "อ้าวววววว!! อย่าบอกนะว่าข้างในคือ ช็อกโกแลต เหมือนตอนเด็กๆ" โพสต์นี้จึงถูกแชร์และส่งผลให้แฟนกีฬาแสดงความเห็นและเรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงคุณภาพเหรียญรางวัล

ประเด็นที่เพิ่มความสนใจ คือ 'เมย์' คว้าเหรียญทองจาก 2 รายการคือ ทีมหญิง และหญิงเดี่ยว แต่ไม่ระบุชัดว่าเหรียญที่เสียหายเป็นของรายการใด ขณะที่ข้อมูลทางการประกาศว่าเหรียญผลิตด้วยวัสดุแข็งแรงและชุบสีที่ไม่หลุดลอก

จนทำให้เกิดคำถามว่า รอยด่างและลอกเป็นผลจากการใช้งาน หรือมีปัญหาในกระบวนการผลิต ขณะเดียวกันยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากฝ่ายจัดหรือผู้ผลิตเหรียญ

การดูแลเหรียญควรเช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ หลีกเลี่ยงความชื้นและการเสียดสี เพื่อรักษาคุณภาพเหรียญให้คงสภาพดี และยังรอคำอธิบายอย่างเป็นทางการจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

42 วีรชนแห่งสมรภูมิไทย-กัมพูชา: สดุดีความกล้าหาญและหัวใจที่พลีเพื่อแผ่นดิน

ท่ามกลางวิกฤตการณ์และความผันผวนของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตลอดปีพุทธศักราช 2568 (2025) สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นเครื่องเตือนใจถึงราคาของอธิปไตยและความสงบสุขคือ การเสียสละของ 42 นายทหารหาญ ที่ยอมสละชีพในหน้าที่เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยจากการปะทะและความขัดแย้งที่ดุเดือดที่สุดครั้งหนึ่งในรอบทศวรรษ
.
สมรภูมิที่ต้องแลกด้วยชีวิต
เหตุการณ์ความสูญเสียตลอดปี 2568 เกิดขึ้นจากหลายระลอกของความตึงเครียดตามแนวชายแดน:
.
เหตุการณ์ทุ่นระเบิด (กรกฎาคม 2568): เริ่มต้นจากการถูกลอบวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ลาดตระเวน นำไปสู่การสูญเสียกำลังพลและสร้างบาดแผลทางใจให้แก่กองทัพ
.
การปะทะครั้งใหญ่ (ธันวาคม 2568): ในช่วงปลายปีที่สถานการณ์พุ่งสู่จุดเดือด ทหารไทยได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในพื้นที่ทับซ้อน เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต
.
รวมพลังใจ 42 นาย: ทุกรายชื่อที่ปรากฏในทำเนียบผู้สูญเสีย คือนายทหารที่มีครอบครัว มีความฝัน แต่ยอมเลือกหน้าที่ในการเป็นรั้วของชาติเหนือสิ่งอื่นใด
.
โดยรอบแรกเดือนกรกฎาคม สูญเสีย 15 นาย ประกอบด้วย
1. พลทหาร วรัญชิต ยวงสุวรรณ (เสียชีวิตวันที่ 24 ก.ค.)
2. จ.ส.อ. ธวัชชัย บุสภา (เสียชีวิตวันที่ 25 ก.ค.)
3. ส.อ. จิรายุ สิงห์อ้น (เสียชีวิตวันที่ 25 ก.ค.)
4. ส.อ. นพดล บุญเลิศ (เสียชีวิตวันที่ 25 ก.ค.)
5. ส.อ. กฤษฎา น้อยโคตร(เสียชีวิตวันที่ 25 ก.ค.)
6. ส.ท. ศราวุฒิ นามสวัสดิ์ (เสียชีวิตวันที่ 25 ก.ค.)
7. ส.อ. จิรายุส อินทุมาน (เสียชีวิตวันที่ 25 ก.ค.)
8. พลทหาร ณาณพัฒน์ โคตรสาขา (เสียชีวิตวันที่ 26 ก.ค.)
9. ส.อ. อัมรินทร์ ผาสุข (เสียชีวิตวันที่ 28 ก.ค.)
10. พลทหาร สิรวิชญ์ ภิญโญสุข (เสียชีวิตวันที่ 28 ก.ค.)
11. จ่าสิบเอก อโณทัย ป้องแก้ว (เสียชีวิตวันที่ 28 ก.ค.)
12. จ.ส.อ.ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารทหารราบที่ 3 (เสียชีวิต 28 ก.ค.)
13. จ.ส.อ.อภิรมย์ ทรงพุฒิ สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารทหารราบที่ 8 (เสียชีวิต 28 ก.ค.)
14.พลทหาร ธีรยุทธ กระจ่างทอง สังกัด กองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 13 (เสียชีวิต 28 ก.ค.)
15.ส.ท.ต่อพงษ์ พันดวง สังกัดกองพันกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารทหารราบที่ 16 (เสียชีวิต 28 ก.ค.)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top