Thursday, 16 July 2026
NEWS

อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมวิเคราะห์เคส!! ดรามา ‘ไข่เจียวปู’ ชี้ขาย!! ‘หน้าตา-ความสุข-ความพอใจ’ ให้ลูกค้า

(23 ส.ค. 68) ผศ.ดร.สมชาย หาญหิรัญ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ...

จบกัน .. เพิ่งบรรยายไปว่า การตั้งราคาเป็นไปตามกลยุทธ์ของเราที่มองเงื่อนไขของระบบตลาด ลูกค้า และคู่แข่ง และที่สำคัญที่สุดคือ ..และยิ่งในตลาดที่แข่งขันและลูกค้ามีทางเลือกมาก ..."ราคาจะกำหนดต้นทุน ไม่ใช่ต้นทุนกำหนดราคา" แต่ถ้าไม่ต้องการสู้เรื่องต้นทุน เพื่อหลีกข้อจำกัดการแข่งด้านราคา กลยุทธ์ของเราควรเป็นเรื่องการสร้างความแตกต่าง ...แตกต่างจากอะไรก็ตาม ไม่ว่าชื่อเสียง ออกแบบ รสชาติ การเป็นเจ้าแรก รสดั่งเดิม อายุร้อยปี หรือสารพัด รวมถึงชื่อเสียงเชฟ ชื่อร้าน ตรามิชิลิน ..ชวมชิม ชวนลอง ... ซึ่งเราก็สามารถตั้งราคาตามกลยุทธ์ของตามความปรารถนาเต็มใจที่จะจ่ายของลูกค้า (Customer's Willingness to Pay) ... คนที่ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็มองว่าแพง คนกินไม่โง่ก็บ้า ..เหมือนที่คนที่วิจารณ์คนใช้กระเป๋าแบรนด์เนมใบละหลายแสน หรือเป็นล้านบาทว่า "รวยอย่างเดียวไม่พอ ..." แต่ก็เป็นแบรนด์ที่มีคนใช้ทั่วโลก ออกรุ่นใหม่มาไม่หยุดหย่อน แถมราคาสุดๆ แต่ก็มีคนจองข้ามปี ผมละกลัวใจว่าจะมีใครไปบ้าให้เขาแจงต้นทุนการผลิตนะครับ เพราะเขาไม่ได้ขายของ .... เขาขาย "หน้าตา ความสุข ความพอใจ" ให้ลูกค้า ในราคาที่ลูกค้าเต็มใจจ่าย ..เราไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเขาก็ว่ากันไป ..... ผมละสงสารนายกรัฐมนตรีผมเลยครับ อุตส่าห์ลงทุนปั้น Soft Power ของไทยซะเหงื่อตก เราก็ยังเวียนอยู่ตรงต้นทุน ... 

ถ้างี้ผมมีให้แจ้งเยอะวันก่อนก๋วยเตี๋ยวชามสองร้อยกว่า รสชาติงั้นๆ แต่เขาติดป้ายราคาชัดเจน ผมสั่งเพราะเต็มใจจ่าย แม้ว่ากินแล้วบอกว่าเราทำบุญร่วมกันมาแค่นี้ ...พอกัน แต่ก็ถือว่านะนาทีที่ตัดสินใจสั่งมาลองนั่น ผมตัดสินใจแบบ Economic rational man แล้ว คือคำนวณความสุขที่คาดว่าได้รับ (Satisfaction) จากก๋วยเตี๋ยวชามที่จะสั่ง โดยคำนวณจากข้อมูลที่ได้รับจากคำยืนยันจากสารพัดแหล่ง เทียบกับระดับความใจหาย (Expected Dis-satisfaction) ที่เงินออกจากกระเป๋าสองร้อยกว่าบาท ... ผมคิดว่าไม่แค่คุ้ม ... แต่มี Consumer's Surplus ด้วย ผมเลยสั่ง ... แม้ว่าหลังจากนั้นจาก loss ก็ตาม แต่ผมถือว่าตอนตัดสินใจนั้นเป็นไปอย่างมีเหตุมีผลแล้ว และสิ่งที่ได้คือข้อมูลใหม่ในเรื่องนี้ เพื่อที่จะนำมาตัดสินใจอีกครั้งในอนาคตเกี่ยวกับเรื่องนี้ ... ซึ่งก็ไม่ไปอีกเลย ถือว่าเป็นส่วนของการซื้อประสบการณ์ แถมได้ประโยชน์มีเรื่องเล่าให้คนอื่นที่ถาม หรือให้คอมเม้นท์กับเรื่องนี้ .... นึกอีกทีผมน่าจะนำมาลงโซเชียลมีเดีย สร้าง content มันส์ๆ ใส่พริก ใส่เกลือ ผงปรุงรสหน่อยให้ถูกรสนิยมคนไทย แม้ว่า ผมจะมี loss ใน Satisfaction จากรสชาติอาหารเมือเทียบกีบราคาแล้ว แต่ก็น่าจะได้ความสุขคืนมาเยอะจากไลท์และเม้นท์ที่มากมายในช่องของเรา ..ลืมนึกไป 555

เดี๋ยวออกข้อสอบถามเด็กให้วิจารณ์เรื่องนี้ดีก่า ได้ข้อสอบละ หุหุ …

รมช. สธ. นำทีมลุยสอบ รพ.เอกชน ออกใบตรวจโรคต่างด้าวปลอม

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำทีมลงตรวจโรงพยาบาลเอกชน ย่านบางน้ำจืด สมุทรสาคร หลังได้รับเบาะแสการออกใบอนุญาตตรวจสุขภาพให้แรงงานต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต

นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากกรณี ที่กระทรวงสาธารณสุข ได้รับข้อมูลว่ามีสถานพยาบาลเอกชนบางแห่ง ออกใบตรวจสุขภาพให้กับแรงงานต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่มีการตรวจสุขภาพจริง เพื่อให้แรงงานเหล่านั้นสามารถขึ้นทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย ในวันนี้ตน พร้อมด้วยทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงนำทีมพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ โรงพยาบาลเอกชนขนาดเล็ก ย่านบางน้ำจืด จังหวัดสมุทรสาคร โดยจากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่าโรงพยาบาลดังกล่าว มีการขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลที่มีรายชื่อตามหลักเกณฑ์ของสถานพยาบาลเอกชนที่จะตรวจสุขภาพต่างด้าว ตามประกาศกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน  

โดยจัดให้มีบริการตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว แต่ไม่ได้ดำเนินการยื่นขออนุญาตให้บริการเพิ่มเติมในการตรวจสุขภาพคนต่างด้าว กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สมุทรสาคร แต่อย่างใด จึงถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 35 (4) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกับมีคำสั่งให้ระงับการให้บริการตรวจสุขภาพคนต่างด้าว จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครต่อไป

“การตรวจคัดกรองสุขภาพแรงงานต่างด้าว เป็นขั้นตอนสำคัญในการคุ้มครองความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชน การที่สถานพยาบาลขาดการควบคุมมาตรฐาน หรือออกเอกสารใบรับรองแพทย์เท็จนั้น ย่อมก่อให้เกิดความสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคติดต่ออันตราย อันจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ไปจนถึงเศรษฐกิจของประเทศ ตนจึงขอให้ผู้ประกอบกิจการทุกท่าน ยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ อย่าเห็นแก่ทรัพย์สินจนถึงขั้นเอาสุขภาพของคนส่วนมากมาเสี่ยง” นายชัยชนะ กล่าว

ด้านทันตแพทย์อาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีสถานพยาบาลเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้ตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าวทั่วประเทศ ทั้งสิ้น 41 แห่ง แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร 17 แห่ง ส่วนภูมิภาค 24 แห่ง และอยู่ระหว่างการขออนุญาตอีก 9 แห่ง โดยสถานพยาบาลที่ประสงค์จะให้บริการตรวจสุขภาพคนต่างด้าว จะต้องขออนุญาตให้บริการเพิ่มเติม จากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่  และจะต้องจัดบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง มาตรฐานการให้บริการตรวจสุขภาพคนต่างด้าว พ.ศ. 2567 กำหนด อีกทั้ง หากจะออกตรวจสุขภาพคนต่างด้าวนอกสถานที่ จะต้องแจ้งรายละเอียดต่อผู้อนุญาต ก่อนวันออกให้บริการไม่น้อยกว่าสิบวัน หากผลตรวจสุขภาพปรากฏเป็นโรคต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ จะต้องรายงานผลการตรวจไปยังหน่วยงานของรัฐตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ด้วย หากฝ่าฝืนจะถือว่ากระทำผิดพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ และอาจมีมาตรการทางปกครอง สั่งปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราวอีกด้วย

อว. จับมือ สตม. คุมเข้มวีซ่านักศึกษา อาศัยช่องโหว่ ‘วีซ่า’ เข้าไทยเพื่อทำงานเถื่อน

(22 ส.ค. 68) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้เพิกถอนการตรวจลงตราและการอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติอยู่ในไทยชั่วคราว (Visa) ไปแล้วเกือบ 10,000 ราย หลังพบว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงกำหนด หวังป้องกันการใช้วีซ่านักศึกษาเป็นช่องทางเข้ามาทำงานอย่างไม่ถูกต้อง

น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.อว. ระบุว่า ได้มอบหมายให้ผู้บริหารกระทรวงประชุมร่วมกับ สตม. เพื่อเดินหน้าจัดระเบียบหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree) ของนักศึกษาต่างชาติ โดยให้ทุกมหาวิทยาลัยต้องส่งรายชื่อนักศึกษาต่างชาติที่สมัครเรียนเข้ามาในระบบฐานข้อมูลกลาง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาออกวีซ่า

ที่ประชุมเห็นชอบให้สถาบันอุดมศึกษาจัดส่งรายงานผลการเรียนและความก้าวหน้าของนักศึกษาต่างชาติเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่ามีการเข้าเรียนจริง ป้องกันการสวมสิทธิ์เรียนหนังสือเพื่อทำงาน โดยระบบฐานข้อมูลดังกล่าวเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา

ด้าน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี ผู้ช่วยปลัด อว. ระบุว่า อว. และ สตม. จะจัดประชุมชี้แจงกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในเดือนกันยายนนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันและกำหนดขั้นตอนปฏิบัติอย่างชัดเจน ย้ำว่ามาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อคุมเข้มวีซ่านักศึกษาและรักษาความถูกต้องของระบบการศึกษาไทย

'ริว ภาสกร' จากดาราซีรีส์วายสู่ทหารชายแดน ทำหน้าที่รับใช้ชาติปกป้องอธิปไตยของไทย

(22 ส.ค.68) เพจเฟซบุ๊ก Army Military Force โพสต์ข้อความเผยเรื่องราวของ 'ริว ภาสกร' นักแสดงหนุ่มจากซีรีส์วายชื่อดัง OUR DAYS รักได้ไหมนายไม่ยิ้ม ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้ตัดสินใจเข้าสมัครรับราชการทหาร และขณะนี้ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้าที่ชายแดนไทย

โดยข้อความในโพสต์ระบุว่า “หลายคนคงจำไม่ได้ น้องริว ภาสกร ดาราซีรีส์ดังจาก OUR DAYS รักได้ไหมนายไม่ยิ้ม ตัดสินใจสมัครทหาร ล่าสุดตอนนี้ เป็นทหารอยู่แนวหน้าที่ชายแดน รับใช้ชาติ ปกป้องแผ่นดินอธิปไตยของประเทศไทย”

งานนี้สร้างความชื่นชมในโลกออนไลน์ โดยแฟน ๆ ต่างร่วมให้กำลังใจและแสดงความภาคภูมิใจที่มีความมุ่งมั่นในการรับใช้ประเทศ

‘เลิฟ ริยา’ แม่ค้าออนไลน์คนดังงานเข้าไม่หยุด ล่าสุดกษัตริย์เขมรสั่งเพิกถอนตำแหน่ง 'ออกญา' แล้ว

สมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชา มีพระบรมราชโองการให้เพิกถอนตำแหน่ง ออกญา จาก เลิฟ ริยา หลังถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหายุยงปลุกปั่นและทำลายขวัญกำลังใจทหาร กรณีไลฟ์สดแฉปัญหาภายในทหารกัมพูชาและประกาศจะยังขายสินค้าไทย

(22 ส.ค.68) สื่อมวลชนกัมพูชาเผยแพร่ประกาศพระบรมราชโองการของกษัตริย์กัมพูชาให้เพิกถอนตำแหน่ง 'ออกญา' ของนางเชง ศรีรัตน์ หรือ 'เลิฟ ริยา' แม่ค้าโลชั่นออนไลน์ชื่อดังพระบรมราชโองการมีใจความว่า “สมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชา มีพระบรมราชโองการ ให้เพิกถอนตำแหน่ง ออกญา จาก นางออกญา เชง ศรีรัตน์ (หรือเลิฟ ริยา) ตามคำร้องขอของ ฯพณฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา

ประกาศ ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2568”

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. สื่อมวลชนกัมพูชาได้เผยแพร่คำสั่งศาลจังหวัดกันดาล ฟ้องนางเชง ศรีรัตน์ หรือ 'เลิฟ ริยา' แม่ค้าขายโลชั่นออนไลน์ชื่อดังของกัมพูชาในข้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดการเลือกปฏิบัติและทำลายขวัญกำลังใจของกองทัพ เป็นความผิดตามมาตรา 472 และ 496 แห่งประมวลกฎหมายอาญากัมพูชา พร้อมให้ควบคุมตัวไว้ในเรือนจำ ก่อนมีคำพิพากษา

'เลิฟ ริยา' ถูกจับกุมเมื่อเช้าวันที่ 14 สิงหาคม 2568 โดยกองบัญชาการตำรวจจังหวัดกันดาล ในบ้านพักทหาร ค่ายโบเรย์ เอ็มแอล หมู่บ้านกัมปงสมนันห์ 1 ตำบลกัมปงสมนันห์ เมืองตาเขมา จังหวัดกันดาล หลังจากเธอไลฟ์สดทางโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 6 และ 13 สิงหาคม 2568 ซึ่งมีข้อความที่ทางการกัมพูชาเห็นว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ในเอกสารเผยแพร่ของโฆษกศาลและสำนักงานอัยการจังหวัดกันดาลระบุว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ณ บ้านพักทหาร โบเรย์ เอ็มแอล ในหมู่บ้านกัมปงสมนันห์ 1 ตำบลกัมปงสมนันห์ เมืองตาเขมา จังหวัดกันดาล นางเชง ศรีรัตน์ หรือที่รู้จักในชื่อ 'เลิฟ ริยา' ได้ใช้บัญชีติ๊กต็อก Oknha Chheng Sreyrath loverya999 เพื่ออัปโหลดวิดีโอที่มีเนื้อหาดังนี้ :

“ในฐานะพลเมืองกัมพูชา ดิฉันได้ทำหน้าที่เพื่อชาติมาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์ ดิฉันได้บอกเล่ากับประเทศชาติ มาตุภูมิ และกองทัพกัมพูชาของเราในทุกภูมิภาค ทุกมุม ไม่ว่าจะเป็นแนวหน้า ทหารหรือพื้นที่อื่นๆ ได้แก่ วัดตาเมือนโต๊ด วัดตาเมือนธม และทั้งสามพื้นที่ เพราะ "เมื่อกำลังพลออกไปทำหน้าที่ พ่อแม่ของพวกเขาจึงออกไปปกป้อง แล้วก็เกิดการต่อสู้ขึ้นภายใน เมื่อเขาสู้เขารู้ทุกอย่าง รู้การกระทำทั้งหมดของพ่อแม่ เห็นทุกอย่าง แต่เขาไม่สามารถบอกพ่อแม่ของเขาได้ ซึ่งเป็นชาวกัมพูชาที่ไม่รู้หรือไม่เข้าใจ มีแต่การดูหมิ่นและใส่ร้ายป้ายสีไปทั่วโซเชียลมีเดีย ตอนนี้เวลาใกล้เข้ามาแล้ว เสียงของเขาเริ่มดังขึ้นและบอกทุกอย่าง และวันต่อมาเขาจะบอกมากกว่านี้"

ต่อมา วันที่ 13 สิงหาคม 2568 นางเชง ศรีรัตน์ หรือที่รู้จักในชื่อ 'เลิฟ ริยา' ได้ใช้บัญชี Facebook อย่างเป็นทางการของตนเองชื่อ Love Riya เพื่อถ่ายทอดสดและกล่าวว่า "ดิฉันเอามาขาย ดิฉันก็ยังเอามาขาย และคุณมีสิทธิ์ที่จะซื้อหรือไม่ซื้อ ดิฉันไม่รู้จะล้วงเอาเงินในกระเป๋าคุณยังไง และไม่จำเป็นต้องให้ใครมาสั่งให้ดิฉันเลิกใช้สินค้าจากบ้านเลขที่ 2-3-4-5 ดิฉันไม่สนใจ”

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 กองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดกันดาลได้จับกุมผู้ต้องหาข้างต้นและส่งตัวไปยังศาลจังหวัดกันดาลเพื่อดำเนินคดี

หลังจากตรวจสอบเอกสารและพยานหลักฐานในคดีแล้ว ศาลจังหวัดกันดาลพบว่าข้อความข้างต้นเป็นการเลือกปฏิบัติและส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทหารที่อยู่แนวหน้า และความไม่พอใจของประชาชนชาวกัมพูชาที่ร่วมแรงร่วมใจสนับสนุนรัฐบาลและทหารผู้กล้าหาญเพื่อปกป้องบูรณภาพแห่งมาตุภูมิเพื่อชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด

ตามคำสั่งสรุปคดีให้ส่งสำนวนการสอบสวนที่ศาลจังหวัดกันดาลมีคำสั่งศาลฎีกาที่ 1359 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ให้ตั้งข้อหานางเชง ศรีรัตน์ หรือ เลิฟ ริยา หญิงอายุ 40 ปี สัญชาติกัมพูชา มีอัตลักษณ์เขมร ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดการเลือกปฏิบัติและทำลายขวัญกำลังใจของกองทัพ เหตุเกิด ณ หมู่บ้านกัมปงสมนันห์ 1 ตำบลกัมปงสมนันห์ เมืองตาเขมา จังหวัดกันดาล เมื่อวันที่ 6 และ 13 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นความผิดอาญาที่มีโทษตามมาตรา 472 และ 496 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

‘กองทัพบก’ เปิดรับสมัครพลทหารแบบออนไลน์ ปี 69 ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา เริ่ม 1 ก.ย. 68 – 25 ม.ค. 69

กองทัพบก ประกาศรับสมัคร 'พลทหารแบบออนไลน์ ประจำปี 2569' ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 68-25 ม.ค. 69 ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา

กองทัพบกไทย ประกาศเปิดรับสมัคร 'พลทหารแบบออนไลน์ ประจำปี 2569' ผ่าน เฟซบุ๊ก 'กองทัพบก Royal Thai Army' โดยเปิดรับพลทหาร ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568-25 มกราคม 2569 โดยสามารถสมัครได้ทั้งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กองทัพบก และสมัครได้ด้วยตัวเองที่หน่วยทหารใกล้บ้าน

ช่องทางการสมัคร
ระบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์
สมัครด้วยตนเองที่หน่วยทหาร หรือหน่วยสัสดี
คุณสมบัติผู้สนใจสมัครพลทหาร ปี’69
1. ทหารกองเกินที่มีอายุ 18-20 ปีบริบูรณ์ (เปิดปี พ.ศ. 2549-2551)
2. ทหารกองเกินที่มีอายุ 22-29 ปีบริบูรณ์ (เกิดปี พ.ศ. 2547-2540) ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการตรวจเลือกแล้ว แต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ
3. ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา

สถาบันพระปกเกล้า มอบรางวัล 'พระปกเกล้า' ด้านสำนึกพลเมือง ประจำปี 2568

เมื่อวานนี้ (21 ส.ค. 68) สถาบันพระปกเกล้า โดยสำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง จัดพิธีมอบ รางวัลพระปกเกล้า ด้านสำนึกพลเมือง ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 5-6 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อเชิดชูศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง องค์กร และพลเมืองต้นแบบที่ทำคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติด้วยสำนึกพลเมืองที่มีธรรมาภิบาล

ผลการพิจารณารางวัล
• ระดับดีเด่น: ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง 5 แห่ง (เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช เพชรบุรี สกลนคร สุพรรณบุรี), องค์กร 3 แห่ง (เทศบาลนครเชียงราย, ไปรษณีย์ไทย, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่), และพลเมืองต้นแบบ 6 ราย อาทิ พระไพศาลประชาทร วิ. และ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี• ระดับดี: องค์กร 20 แห่ง อาทิ กรุงเทพมหานคร กปน. กฟภ. รฟม. ธนาคารกรุงไทย–ออมสิน บริษัทเครือซีพี–บุญรอด และ อบจ.หลายจังหวัด รวมถึงพลเมืองต้นแบบอีก 10 คน

นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวย้ำว่า รางวัลนี้สะท้อนพลังของพลเมืองที่มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ มีวินัย และใช้เหตุผล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน

พิษณุโลก ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 3 รับมอบเครื่องอุปโภค–บริโภคจากโรงเรียนจ่านกร้อง เพื่อมอบให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

(22 ส.ค. 68) เวลา 07.30 น. ณ โรงเรียนจ่านกร้อง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พันเอก กิตติพัท คงเวทย์ หัวหน้ากองกิจการพลเรือน มณฑลทหารบกที่ 35 ปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการ กองกำลังพล กองทัพภาคที่ 3 ได้เป็นผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 3 เข้ารับมอบเครื่องอุปโภค–บริโภคจากคณะผู้บริหารโรงเรียนจ่านกร้อง นำโดย นายเสกสันต์ ทองม่วง ผู้อำนวยการโรงเรียนจ่านกร้อง พร้อมด้วยคณะครูและนักเรียน

การรับมอบในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำสิ่งของไปมอบแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของชาติในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็ง ในการนี้ พันเอก กิตติพัท คงเวทย์ ได้กล่าวที่หน้าแถวนักเรียนซึ่งจำนวนกว่าพันคนว่า ขอขอบคุณแทนพี่ๆทหารตามแนวชายแดนที่ทุกท่านร่วมแรงร่วมใจรวบรวมและนำสิ่งของมาส่งให้พี่ๆทหาร ขอให้นักเรียนทำหน้าที่ของตนคือการเรียนให้เต็มที่ ให้สุดความสามารถ ส่วนเรื่องการป้องกันชายแดนปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่ๆทหาร และพี่ๆทหารก็จะทำให้สุดความสามารถเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและปลูกฝังค่านิยมด้านความรักชาติ ความเสียสละ และความหวงแหนในอธิปไตยของประเทศให้แก่นักเรียนและเยาวชน อันเป็นการบ่มเพาะจิตสำนึกด้านความมั่นคง และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลประเทศชาติอย่างยั่งยืน

‘กัมพูชา’ ตอบรับแล้ว ‘เก็บกู้ทุ่นระเบิด - ปราบสแกมเมอร์’ แต่ไม่ตอบรับแก้ปัญหาละเมิด MOU 43 ชี้ ไม่อยู่ในอำนาจ

ด่วน! ‘ไทย-กัมพูชา’ ลงนามข้อตกลงในที่ประชุม RBC พื้นที่กองทัพภาค 1 ไทย-ภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชา เห็นพ้อง 13 ข้อตกลงหยุดยิงจาก GBC โดยฝ่าย ‘กัมพูชา’ ตอบรับ ‘3 ข้อเสนอเพิ่ม’ ของไทย “เก็บกู้ทุ่นระเบิด-ปราบสแกมเมอร์-ตั้งชุดประสานงานร่วม” แต่ไม่ตอบรับแก้ปัญหาละเมิด MOU 43 ชี้ ไม่อยู่ในอำนาจ RBC โยนถกวง JBC

(22 ส.ค.68) พลโทอมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 นำแถลงสรุปผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) ในระดับแม่ทัพ พื้นที่กองทัพภาค 1 ไทย-ภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชาโดยทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงด้วยดี ตอบรับ 13 ข้อตกลงหยุดยิง จากการประชุม GBC ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ที่ประชุม ได้เห็นชอบเพิ่มเติม 3 ประเด็น จากที่ไทยเสนอ 4 ประเด็น คือ
1. ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ดำเนินการร่วมมือกำจัดทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมโดยพิจารณาให้หารือร่วมกันในการประชุม GBC  ครั้งต่อไป

2.ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน ร่วมมือประสานงานกันแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยให้ใช้เวทีมหาดไทยกัมพูชา หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย และเห็นควรให้เสนอหารือร่วมกัน GBC ครั้งต่อไป

3.ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ ให้มีกลไกแก้ปัญหา ด้วยการจัดตั้งชุดประสานงาน Coordination Group (CG) และคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น เพื่อเป็นกลไกรองรับคณะ RBC ในการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่

4.ในการแก้ไขปัญหาการละเมิด MOU43 ฝ่ายกัมพูชา ขอให้ใช้กลไกอื่นในการหารือ เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจของ RBC โดยฝ่ายไทยยืนยัน เสนอให้ฝ่ายกัมพูชาได้ทราบว่าเป็นพื้นที่ที่สำคัญ และได้แจ้งเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ของฝ่ายไทยในการแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 1 ย้ำว่า เรื่องนี้ กัมพูชา ขอไปใช้กลไก JBC หรือคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทยกัมพูชา แทน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ต้องเสนอผ่านกลไก GBC

ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมการฝึกซ้อมแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำจากน้ำมัน (Rayong Oil Spill Exercise 2025 : ROSE’25)

พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1 เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำจากน้ำมัน ภายใต้รหัสการฝึก “Rayong Oil Spill Exercise 2025 (ROSE’25)” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2568 ณ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สาขา 6 และพื้นที่อ่าวมาบตาพุด จังหวัดระยอง

การฝึกครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกรมควบคุมมลพิษ กองทัพเรือ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อทดสอบแผนเผชิญเหตุและการตอบสนองต่อสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเล ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถของหน่วยงานต่าง ๆ ในการบูรณาการกำลังและทรัพยากรด้านการป้องกันและขจัดคราบน้ำมัน

ทั้งนี้ ทัพเรือภาคที่ 1 ได้จัดกำลังพล หน่วยเรือ และยุทโธปกรณ์ เข้าร่วมสนับสนุนการฝึก เช่น การจัดเรือสนับสนุนการขจัดคราบน้ำมัน การใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงน้ำ (Heli Bucket) รวมถึงการจัดกำลังเฉพาะกิจเพื่อประสานงานร่วมกับคณะอนุกรรมการฯ และศูนย์อำนวยการฯ ในพื้นที่ โดยมีการฝึกซ้อมทั้งในส่วนของการวางแผนสั่งการ การปฏิบัติจริงในทะเล และการขจัดคราบน้ำมัน

การเข้าร่วมการฝึก ROSE’25 นับเป็นการแสดงศักยภาพของทัพเรือภาคที่ 1 ในการสนับสนุนการป้องกันและขจัดมลพิษทางทะเล ซึ่งเป็นพันธกิจสำคัญที่กองทัพเรือให้ความสำคัญมาโดยตลอด อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลให้ยั่งยืน

เชียงใหม่-เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ได้รับรางวัล Trip.Best GLOBAL 100 Family-friendly Attractions 2025 ซึ่งเป็น 1 ใน 100 สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวที่ดีที่สุดในโลก

เมื่อวานนี้ (21 ส.ค. 68) สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เข้ารับรางวัล Trip.Best GLOBAL 100 Family-friendly Attractions 2025 จาก Trip.Best โดย Trip.com Group นำโดย พลเอกโกศล ประทุมชาติ กรรมการบริหาร ทำหน้าที่ ประธานกรรมการบริหารการพัฒนาพิงคนคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร รับมอบรางวัล Trip.Best GLOBAL 100 Family-friendly Attractions 2025 โดยมี Mr. JIM Ji CEO of Ticket & Event Business และ Mr. Allen Peng Business Development Manager - South East Asia​ เป็นผู้มอบ พร้อมร่วมเจรจาธุรกิจและประชุมหารือแนวทางความร่วมมือในการเพิ่มยอดขายในอนาคต แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านกลยุทธ์การตลาดท่องเที่ยวเชิงรุกทั้งภายในและต่างประเทศ ตลอดจนกำหนดกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ท่องเที่ยวในปัจจุบัน ณ สำนักงาน Trip.com (Thailand) กรุงเทพมหานคร 

สำหรับรางวัลนี้นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เนื่องจากรางวัลนี้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้รับการจัดอันดับให้เป็น “Top 100 แหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดระดับโลก” จากการจัดอันดับแข่งขันกับสถานที่ท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก และถือว่าเป็นตัวแทนจากประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับสากลและนักท่องเที่ยวทั่วโลก สะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่ดีว่าเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย และมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่ผู้เข้าชมทุกเพศทุกวัยจากทั่วโลก       

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้รับรางวัล Trip.Best GLOBAL 100 Family-friendly Attractions ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 โดยที่ผ่านมาในปี พ.ศ.2567 เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้รับรางวัล Trip.Best GLOBAL 100 Family-friendly Attractions 2024 ถือเป็นการเน้นย้ำว่าเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้รับมาตรฐานการท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ระดับโลกสองปีต่อเนื่อง

พิธีลงนาม MOU สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจพลังงานสะอาด และธุรกิจศูนย์ข้อมูล

(22 ส.ค.68) บริษัท ไอดับบลิวอาร์เอ็ม จำกัด ผู้ให้บริการน้ำเพื่ออุตสาหกรรมรายใหญ่ในพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำด้านนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานอัจฉริยะ กลุ่ม ปตท.

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังเพื่อเสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและไฟฟ้าให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพสูง รองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) ในประเทศไทย โดยครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาน้ำดิบ การผลิตและจำหน่ายน้ำอุตสาหกรรม การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ไปจนถึงการออกแบบระบบสำรองเพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง

นาย ธนวัฒน์ สันตินรนนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอดับบลิวอาร์เอ็ม จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมความพร้อมด้านสาธารณูปโภคให้แก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ EEC เพิ่มความเชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาว

ด้านนาย ชาญศักดิ์ ชื่นชม ผู้จัดการใหญ่ GPSC กล่าวว่า ในฐานะองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมพลังงาน บริษัทมุ่งมั่นเติบโตบนเส้นทางพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยความเชี่ยวชาญทั้งด้านเทคโนโลยีและการให้บริการโซลูชันครบวงจร พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการพลังงานสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในด้านอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

พิธีลงนามจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในบรรยากาศแห่งความร่วมมือ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองบริษัท และแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

เพจ ‘อานนท์ นำภา’ แชร์ความเห็นเทียบ ‘เสก โลโซ’ หวังได้เดินสายอ่านบทกวีนอกคุกบ้างคงจะดีไม่น้อย

เพจอานนท์ นำภา แชร์ความเห็นเทียบ เสก โลโซ หากเดินสายอ่านกวีคงดีไม่น้อย

เมื่อวานนี้ (21 ส.ค.68) เพจเฟซบุ๊ก ‘อานนท์ นำภา’ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างจำคุกในฐานความผิดมาตรา 112 ได้แชร์ข้อความจาก ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Te Neti ที่ได้โพสต์ถึงกรณีงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ 2568 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ทำให้ เสก โลโซ ผู้ต้องขังในเรือนจำได้ออกไปทำการแสดงทุกวัน โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คอยให้กำลังใจ นอกจากนี้ ยังเดินสายพาไปโชว์ที่ต่างจังหวัด ร้องเพลงให้กำลังใจผู้อพยพจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชา ตามจุดต่างๆ ต่างจากผู้ต้องขังรายอื่น เช่น นายอานนท์ นำภา ที่ไม่มีโอกาสได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Te Neti เผยว่า เสก โลโซ ติดคุกไม่นาน พอดีกรมราชทัณฑ์มีงานนิทรรศการผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ จัดที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี 5 วัน เสก โลโซ เลยได้ออกมาเล่นคอนเสิร์ตทุกวัน วันแรกมีเต้น ณัฐวุฒิ ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ร่วมให้กำลังใจ และทุกวันมีเพื่อนฝูงในวงการและเมียเสก ไปเยี่ยมถ่ายรูปโชว์ลงโซเชียลมากมาย

เสร็จจากคอนเสิร์ตที่เมืองทองธานี ทวี สอดส่อง ยังนำกรมราชทัณฑ์เดินสายจัดมินิคอนเสิร์ต เสก โลโซ ให้ขวัญกำลังใจทหารและผู้อพยพที่ชายแดน

ก็น่าดีใจกับ เสก โลโซ ที่ในขณะที่ติดคุกอยู่ยังได้มีโอกาสทำสิ่งที่ตัวเองรัก ได้ออกมาเล่นดนตรี ได้ถ่ายรูปพบปะคนรัก เมีย และเพื่อนฝูง แม้รัฐมนตรียังได้ร่วมถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดีย

ไม่เหมือน อานนท์ นำภา ทนายความผู้รักความยุติธรรม โอกาสที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก คือการแสวงหาความยุติธรรมให้ลูกความของตัวเองในขณะตัวเองถูกคุมขังอยู่ กลับถูกศาลตั้งแง่ ไม่ให้ใส่ชุดครุย ไม่ให้ใส่ชุดนักโทษว่าความ

ล่าสุดแม้รูปถ่ายจากซุ้มถ่ายรูป ที่กรมราชทัณฑ์จัดให้นักโทษถ่ายร่วมกับญาติเองแท้ ๆ เมื่อโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย กลับถูกบังคับให้ลบรูปออก

ว่าไปจริง ๆ อานนท์ นำภา ก็มีความสามารถในเรื่องดนตรีไม่เบา ผมเคยเห็นเขาร้องเพลงลูกทุ่ง เคยเห็นเขาเป่าขลุ่ยอย่างไพเราะ และหลายคนคงเห็นความสามารถในการเขียน บทกวี

นี่ถ้า อานนท์ นำภา ได้มีโอกาส เดินสายอ่านบทกวี เป่าขลุ่ย ร้องเพลง นอกคุกแบบ เสก โลโซ คงจะดีไม่น้อย เพื่อนฝูงและคนรักจะได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน ร่วมถ่ายรูปกับ อานนท์ นำภา มาลงโซเชียลมีเดีย แบบ เสก โลโซ 
บ้าง... 

‘ช่อ พรรณิการ์’ ตอบ 'ทหารชายแดน' ปมสงครามไทย-กัมพูชา ใครกันแน่ไม่อยากให้จบ?

จากกรณีที่ ‘ช่อ’ พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า เคยระบุเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย กัมพูชา ตอนหนึ่งว่า "มีคนไม่อยากให้สงครามจบ เพราะช่วงเวลาที่เกิดสงคราม คือเวลาที่ตนเป็นฮีโร่หรือไม่" ทำให้มีทหารไทยนายหนึ่ง ได้อัดคลิปส่งสารถึง ‘ช่อ พรรณิการ์’ ว่า  ไม่มีใครอยากเป็นฮีโร่ต้องพลัดจากครอบครัว ลั่นปกป้องแผ่นดิน จนกลายเป็นไวรัลไปก่อนหน้านี้ 

ล่าสุด เมื่อคืนที่ผ่าน (20 ส.ค.68) 'ช่อ พรรณิการ์' โพสต์คลิปผ่านติ๊กต็อกส่วนตัว @pannika.chor โดยระบุว่า...

ตอบคำถามพี่ทหาร ตกลงใครอยากเป็นฮีโร่ ไม่อยากให้สงครามจบ

โดยในคลิป 'ช่อ พรรณิการ์' ได้ชี้แจงประเด็นที่ทหารนาวิกโยธินสองท่าน เข้าใจว่า น่าจะเป็นแนวหน้าที่ปฏิบัติการอยู่ที่ชายแดนอัดคลิปถึงช่อ พรรณิการ์ จากประเด็นที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นของเธอในรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนอื่นต้องยืนยันว่า เน้นย้ำถึงความสำคัญของทหารแนวหน้า และอธิบายว่าเหตุผลหลักที่เธอต้องการให้สงครามยุติโดยเร็วที่สุดนั้น เพื่อปกป้องชีวิตของทหารและพลเรือน 

เธอยังระบุถึงกลุ่มคนที่อาจไม่ต้องการให้สงครามยุติ  ข้อที่ 1 คือ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน และกลุ่มสุดท้าย คือ 'ทหารการเมือง' ที่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวจากการขัดแย้ง ตรงกันข้ามกับทหารอาชีพที่อยู่แนวหน้า ซึ่งต้องการความสงบสุข 

ท้ายที่สุด เธอกล่าวถึงสามกลุ่มที่ต้องการให้สงครามยุติโดยเร็วที่สุด ได้แก่ ทหารแนวหน้าและครอบครัว ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน และ ผู้ประกอบการที่ต้องพึ่งพาแรงงานกัมพูชา

‘ไทย’ เตรียมลดนักกีฬาซีเกมส์ของ ‘กัมพูชา’ เหลือไม่เกิน 200 คน เพื่อความปลอดภัย และบรรยากาศงาน

(22 ส.ค. 68) จากสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างไทย-กัมพูชาที่ตึงเครียดในช่วงที่ผ่านมา โดยไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคมนี้ 

ล่าสุด นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ซีอีโอสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ เปิดเผยว่า ได้ขอให้กัมพูชาลดจำนวนนักกีฬาที่เข้าร่วมลงเหลือไม่เกิน 200 คน จากเดิมที่ส่งรายชื่อมากว่า 600 คน พร้อมเจ้าหน้าที่อีกกว่า 100 คน โดยให้เหตุผลว่าเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา และบรรยากาศของงาน จึงจำเป็นต้องควบคุมจำนวนผู้เข้าร่วมเพื่อให้สามารถดูแลได้ทั่วถึง 

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่ากัมพูชาเคยส่งเอนทรีฟอร์มบายนัมเบอร์มาถึง 1,515 คน แต่ภายหลังมีข่าวว่าจะลดเหลือเพียง 57 คน ท่ามกลางสถานการณ์ปะทะบริเวณชายแดน ซึ่งต่อมา นายวัธ จำเริญ เลขาธิการโอลิมปิกกัมพูชา ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว โดยกำหนดการส่งรายชื่อนักกีฬาฉบับสมบูรณ์ (เอนทรีฟอร์มบายเนม) จะปิดรับในวันที่ 15 กันยายนนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top