Monday, 29 June 2026
NEWS FEED

รมว.พิพัฒน์ ตรวจเยี่ยมท่าเรือซุปเปอร์ยอร์ช เร่งอัพสกิลแรงงานฝีมือป้อนอู่ซ่อมเรือ เพื่อส่งเสริม จ.ภูเก็ต เป็นศูนย์กลางด้านซ่อมบำรุงเรือยอร์ชอย่างครบวงจร

วันที่ 21 ตุลาคม 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าเรือซุปเปอร์ยอร์ช พอร์ต มัจฉานุ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับโครงการท่าเรือและแผนพัฒนาในระยะยาว พร้อมสำรวจพื้นที่โครงการท่าเรือยอร์ช และ อู่ซ่อมเรือยอร์ช พร้อมผู้บริหารกระทรวงแรงงาน, ผู้บริหารโครงการฯ, หัวหน้าส่วนราชการ และ ผู้ประกอบการในพื้นที่ ณ บริเวณท่าเทียบเรือพอร์ตมัจฉานุ ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในวันนี้ผมพร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ได้ลงพื้นที่มาเยี่ยมชมโครงการท่าเรือซุปเปอร์ยอร์ช “พอร์ต มัจฉานุ”
 
และ เป็นที่น่ายินดีมากที่ จ.ภูเก็ต ที่จะมีท่าเรือยอร์ช และ อู่ซ่อมเรือยอร์ช ที่ได้มาตรฐานในระดับนานาชาติ ซึ่งโครงการนี้จะมีส่วนร่วมในการกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต และ สร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนในอุตสาหกรรมทั้งระบบ รวมถึง การสร้างอัตราการจ้างงานของแรงงานฝีมือทั้งในระดับพื้นที่และระดับภูมิภาค

จากที่หารือกับ ผู้บริหารโครงการฯ เราได้ทราบถึงความต้องการการแรงงานทักษะฝีมือสูง จำนวนกว่า 1,500 คน โดยเฉพาะในส่วนของช่างเชื่อม และ ช่างเชื่อมใต้น้ำ ที่ Up Skill เพิ่มมาตรฐาน เทคนิคการเชื่อม 4G ถึง 6G เป็นเทคนิคการเชื่อมอลูมิเนียมขั้นสูงของอุตสาหกรรมการซ่อมเรือยอร์ช ทั่วโลก

ดังนั้น กระทรวงแรงงาน โดย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่มีนโยบาย ในส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดยการพัฒนาฝีมือแรงงานที่ตอบสนองความต้องการแรงงานในพื้นที่ เพื่อการสร้างการจ้างงาน และ รายได้ตามทักษะฝีมือแรงงาน สำหรับแรงงานภายหลังจากการเข้ารับการอบรม รวมถึงการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมในระดับพื้นที่อย่างยั่งยืน และ ในขั้นต้น ผมได้มอบหมาย กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการเร่งอบรมอัพสกิล "ช่างเชื่อมและช่างเชื่อมใต้น้ำ" จำนวน 300 คน เพื่อรองร้บการจ้างงาน ณ โครงการแห่งนี้ ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมจะมีงานรองรับเลยทันที มีรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากทักษะฝีมือแรงงาน ซึ่งทำให้แรงงานกลุ่มนี้หลุดพ้น จากค่าแรงขั้นต่ำ
 
กระทรวงแรงงาน พร้อมเสมอในการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมในทุกภาคส่วน หากอุตสาหกรรม หรือ ผู้ประกอบการใด ที่มีความต้องการแรงงานฝีมือ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศไทย โดยทางกระทรวงแรงงานจะพยายามอย่างเต็มที่ ในการเร่ง UPSKILL ฝีมือแรงงานที่ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรม และ ตลาดแรงงาน ทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ เพื่อทำให้พี่น้องแรงงานไทยหลุดพ้นจากค่าแรงขั้นต่ำ ” นายพิพัฒน์ กล่าวท้ายสุด

นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ด้านแรงงานจังหวัดภูเก็ต พบว่า ปัจจุบันมีกำลังแรงงาน 342,568 คน เป็นผู้มีงานทำ 340,433 คน ผู้ว่างงาน 2,135 คน มีผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม 229,588 คน มีสถานประกอบการ 12,570 แห่ง โรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม 5 แห่ง มีแรงงานต่างด้าว 70,749 คน
 
โดยจังหวัดภูเก็ต มีความต้องการแรงงานคุณภาพที่ตอบสนองความต้องการในระดับพื้นที่จำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคท่องเที่ยวและบริการ อาทิ พนักงานนวดและสปา พนักงานบริการอาหาร พนักงานต้อนรับส่วนหน้า แม่บ้านโรงแรม พนักงานขับรถบริการ และมัคคุเทศก์ เป็นต้น ดังนั้น กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้รับนโยบาย ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในการเร่งพัฒนาทักษะแรงงานด้านภาคท่องเที่ยวและบริการจำนวนกว่า 40,000 คน พร้อมมุ่งเน้นในการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน, ภาษาญี่ปุ่น และ ภาษาเกาหลี เพื่อการบริการนักท่องเที่ยว และ สร้างความประทับใจแด่นักท่องเที่ยว เพื่อการทำให้ประเทศไทย เป็นหนึ่งในจุดหมายท่องเที่ยวในใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกตลอดไป

ผบ.ตร.ร่วมกับ อาจารย์เฉลิมชัย ศิลปินแห่งชาติ จัดสร้าง 'พระพุทธราชสวัสดิ์มงคล' มอบเป็นพระพุทธรูปประจำหน่วยปฏิบัติการพิเศษ(คอมมานโด) เพื่อเป็นศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจ สร้างขวัญกำลังใจ มีหลักธรรมในการปฏิบัติหน้าที่รับใช้สังคม

วันนี้ (21 ต.ค. 2566 ) เวลา 14.00 น. ณ อาคารประชุมสัมมนาและฝึกอบรม ตร. (เมืองทองธานี) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.พร้อม อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ และอาจารย์ทรงเดช ทิพย์ทอง ศิลปินเชียงราย ร่วมแถลงข่าวจัดสร้าง 'พระพุทธราชสวัสดิ์มงคล' เพื่อมอบประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปประจำกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมจัดหารายได้ให้สวัสดิการตำรวจ จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ และทุนการศึกษา 

สำหรับแนวคิดการจัดสร้าง 'พระพุทธราชสวัสดิ์มงคล' สืบเนื่องมาจาก กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ซึ่ง พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการคนแรก ยังไม่มีศูนย์ร่วมจิตใจของข้าราชการตำรวจ ผบ.ตร. จึงมีดำริให้จัดสร้างพระพุทธประจำกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งเป็นเครื่องเตือนใจ ให้ข้าราชการตำรวจสังกัดกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ น้อมนำหลักธรรม คำสอนมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ สร้างขวัญและกำลังใจ พลังความเข้มแข็งให้แก่ข้าราชการตำรวจในการรับใช้สังคม และประชาชนด้วยความเสียสละ โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ได้ให้เกียรติสร้างพระพุทธรูปปางประทานพร ขนาดหน้าตักกว้าง 19 นิ้ว และกำหนดนามให้ว่า 'พระพุทธราชสวัสดิ์มงคล' มอบให้กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง อีกทั้งออกแบบซุ้มหอพระให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ตั้งอยู่หน้าอาคารกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ รายได้จากการสร้างพระจะมอบให้กับ กองทุนสวัสดิการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อนำไปจัดสวัสดิการด้านต่างๆ ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด  จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ นำเข้าสนับสนุนสมาคมขัวศิลปะ เพื่อสมทบการจัดสร้างหอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย

สำหรับการจัดสร้างพระพุทธราชสวัสดิ์มงคล จะมีพระพุทธรูปขนาดหน้าตัก 19 นิ้ว 1 องค์ ประดิษฐาน ไว้ ณ ซุ้มหอพระ บริเวณกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ลาดพร้าว โชคชัย 4  พระพุทธรูปขนาดหน้าตัก 10 นิ้ว มอบไว้บูชาประจำหน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และหน่วยงานอื่นๆ จำนวน 14 องค์  พระพุทธรูปและพระกริ่ง จัดสร้างเพื่อมอบไว้แก่ผู้ร่วมบริจาคหรือผู้ร่วมสั่งจอง พระพุทธรูปขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว จัดสร้าง 610 องค์  เอพี. (Artist Proof) 10 องค์  เปิดบูชา 600 องค์ เป็นสีพิเศษ 1 จำนวน  99 องค์ , สีพิเศษ 2 จำนวน 199 องค์ , ทั่วไป จำนวน 302 องค์ และพระกริ่งขนาดหน้าตัก 2 เซนติเมตร เนื้อทองคำ, เนื้อเงิน, เนื้อ นวะโลหะ จัดสร้าง 99 ชุด , เนื้อเงิน จัดสร้าง 910 องค์ เนื้อนวะโลหะพิเศษ จัดสร้าง 7,910 องค์ เนื้อนวะโลหะ จัดสร้าง 20,000 องค์    

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้กล่าวขอบคุณ ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ที่กรุณารังสรรค์ผลงานที่งดงาม เป็นพลังศรัทธาอันเป็นเกียรติสูงยิ่งของข้าราชการตำรวจ เป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจของข้าราชการตำรวจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเราหวงแหน เป็นสิ่งล้ำค่า มีคุณค่าทางจิตใจ คุณค่าทางศิลปะ และคุณค่าทางพุทธคุณ เพื่อย้ำเตือนสติตำรวจให้ยึดมั่นทำความดี รับใช้สังคม พร้อมจะบำบัดทุกข์ บำรุงสุข รับใช้พี่น้องประชาชน ยึดมั่นในหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของตำรวจ เพื่อสนองตอบนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นพลังศรัทธาในการต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคต่างๆอย่างมีสติและปัญญา ในการจัดสร้างยังมีพระเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นทองคำพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก เงินพิมพ์ใหญ่และเนื้อนวโลหะ เป็นพระกริ่งลอยองค์ที่ ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย กรุณาสร้างสรรค์ผลงาน ศาสตร์แห่งศิลปะ ควบคุมการสร้าง การผลิต การดำเนินการต่างๆ อย่างละเอียดในทุกขั้นตอน ต้องถือโอกาสขอบพระคุณพี่น้องประชาชน และข้าราชการตำรวจที่มีจิตใจศรัทธาร่วมกันบริจาค ทุนทรัพย์ที่ได้ไม่ไปไหน จะใช้พัฒนาตำรวจนำเข้ากองทุนสวัสดิการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จัดซื้อเครื่องมือแพทย์มอบให้โรงพยาบาลตำรวจ และสนับสนุนสมาคมขัวศิลปะ เพื่อสมทบการจัดสร้างหอศิลป์ร่วมสมัยเมืองเชียงราย เพื่อส่งเสริมให้แก่ผู้ที่มีความสนใจศึกษาด้านศิลปะ เผยแพร่ผลงานศิลปะให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ 

ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า ในการการสร้าง 'พระพุทธราชสวัสดิ์มงคล' อยากให้เป็นพระที่วิเศษที่สุด สิ่งหนึ่งที่ยอมรับทำพระครั้งนี้ ไม่ใช่ทำเพื่อขาย ไม่ใช่ทำเพื่อไปอยู่บ้านเศรษฐี หรือไปอยู่บ้านคนเล่นพระ ทำเพื่อบ้านเพื่อเมือง เพราะพระที่ไปประจำที่ตำรวจนั้น เป็นสมบัติของชาติ เป็นของแผ่นดิน จึงอยากให้พระองค์นี้ งดงามในรูปแบบของตน เป็นงานศิลปะที่ถือว่าเป็นพระพุทธรูปองค์เดียวที่มีลักษณะเฉพาะตัว ไม่ลอกใคร มีความงดงามในแบบแผนของเฉลิมชัย และสิ่งสำคัญมากอีกอย่างนั้นคือความศักดิ์สิทธิ์ ศิลปินเขาสร้างด้วยหัวใจที่เสียสละอันบริสุทธิ์ ตั้งมั่นในการที่จะสร้างพระให้สวยงาม เราจึงได้เห็นได้กราบพระที่ทรงคุณค่าทางสุนทรียภาพ เพราะมาจากหัวใจของศิลปีนผู้ปั้นผู้สร้างสรรค์อันบริสุทธิ์ แล้วในขณะเดียวกันก็มาจากพิธีกรรมทางพุทธศาสนาที่เข้มขลังเพื่อนำไปสู่ยังการทำให้พระบูชานั้นศักดิ์สิทธิ์และสวยงามด้วย พระของเรานี้จึงพร้อมทุกด้าน

รองผู้ว่ากระบี่เปิดงานโครงการ Roadshow and Consumer Fair Andaman สินค้าชุมชนและบริการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับประเทศ

วันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 18.00 น.ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ Roadshow and Consumer Fair Andaman สินค้าชุมชนและบริการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับประเทศ (ภูเก็ต ระนอง กระบี่ พังงา ตรัง และสตูล) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ครั้งที่ 2 โดยมี ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา พร้อมด้วย ดร.วนิดา พันธ์สะอาด รองอธิบดีกรมพลศึกษา ,นายจรูญ แก้วมุกดากุล รองอธิบดีกรมพลศึกษา และคณะผู้บริหาร พร้อมทั้งนายสุรัตน์ จรณโยธิน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ และยังได้รับเกียรติจาก นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) นางสาวสมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางปุณณานันท์ ทองหยู ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล นางณัฏฐิรา แพงคุณท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนนทบุรี , ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร และผู้ประกอบการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ร่วมในพิธี

สำหรับกิจกรรมในวันนี้นับว่าเป็นการจัดงานครั้งที่ 2 ที่มุ่งหมายประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และเปิดตลาดสินค้าด้านการท่องเที่ยว สินค้าชุมชนของกลุ่มจังหวัดอันดามันสู่สายตาประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลาง โดยผลการจัดงานครั้งแรกในพื้นที่ภาคเหนือ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 - 8 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมานั้น ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี มียอดผู้เข้าร่วมงานทั้ง 4 วัน มากถึง 35,362 คน และยอดการจำหน่ายสินค้าและบริการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน จำนวน 2,214,874 บาท นับเป็นความสำเร็จที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้เติบโตและยั่งยืน  และนำนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคต่าง ๆ เดินทางมาท่องเที่ยวสู่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ต่อยอดการสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ทั้งนี้งานมหกรรม "Roadshow and Consumer Fair Andaman สินค้าชุมชนและบริการท่องเที่ยวของเครือข่ายการท่องเที่ยวระดับประเทศ" ครั้งถัดไปจะถูกจัดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 9 - 12 พฤศจิกายน 2566 ณ เซ็นทรัลอุดร จังหวัดอุดรธานี และภาคใต้ ระหว่างวันที่ 23 - 26 พฤศจิกายน 2566 ณ เซ็นทรัลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามลำดับ ต่อไป

'กรณ์' ยกเคส!! ไทอิน Soft Power ไทยในไวรัลคลิปเด็กอเมริกัน การประชาสัมพันธ์ประเทศขั้นเทพที่ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณ

(21 ต.ค.66) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij' ในหัวข้อ 'พลังของ Soft Power ไทย' ระบุว่า...

เด็กอเมริกันคนหนึ่งได้โพสต์ video ตัวเองใน Instagram พร้อมสัญญาว่า ‘ถ้ามีคนติดตามผมถึง 2 แสนคน ผมจะยอมปฏิบัติตามคอมเมนต์ที่ได้รับการกดไลก์มากที่สุด’ 

ปรากฏว่าคลิปนี้กลายเป็นไวรัล โดยมีคอมเมนต์หนึ่ง บอกให้เด็กน้อยผู้นี้บินมาเมืองไทย และให้ไปฝึกมวยไทยในค่ายในเมืองเล็กๆ เมืองใดเมืองหนึ่ง และให้หัดพูดไทยให้ได้ และทำตัวให้เป็นที่ยอมรับโดยคนไทย…ฯลฯ

ซึ่งคอมเมนต์นี้มีคนกดไลก์ไป 2,537,952 คน!! มีรายงานว่าเป็นสถิติการกดไลก์คอมเมนต์ที่สูงที่สุดที่เคยมีมาใน Instagram … >> https://www.instagram.com/reel/Cxtm57rPdE7/?igshid=MzRlODBiNWFlZA== 

ส่วนน้องคนนี้มีผู้ติดตามทะลุ 3 แสนคนแล้ว

ดังนั้นเราเตรียมต้อนรับน้องเขาด้วยนะครับ!!

เรื่องขำๆ นี้ทำให้เห็นว่าไทยเรามีเอกลักษณ์ มีเสน่ห์ และยังมีความ exotic อยู่ในสายตาของชาวโลก 

ไวรัลแบบนี้ คือ การประชาสัมพันธ์ประเทศที่ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณ และถึงใช้ก็คงทำไม่ได้ถึงขนาดนี้

ทร.จัดแข่งขันกีฬาฟันดาบนานาชาติ ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศและเงินรางวัล

กองทัพเรือ จัดแข่งขันกีฬาฟันดาบ “The 20th and 10th Veteran: Navy Open Fencing Championships 2023” ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในประเภทบุคคลและทีมทั่วไป และรุ่นอาวุโสอายุ 40 ปีขึ้นไป เพื่อชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศผู้บัญชาการทหารเรือ และเงินรางวัล ระหว่างวันที่ 3 ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องไดมอนด์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต จังหวัดปทุมธานี 

โดยในปีนี้ ถือได้ว่าเป็นการจัดแข่งขันอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 และเป็นรายการแข่งขันฟันดาบ ที่มีนักกีฬาจากทั่วประเทศและต่างประเทศ เข้าร่วมการแข่งขันในรายการนี้ มากกว่า 300 คน ซึ่งถือเป็นการแข่งขันฟันดาบระดับนานาชาติ ที่สมาคมกีฬาฟันดาบแห่งประเทศไทยฯ ให้การรับรองผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

สำหรับประเภทการแข่งขัน แบ่งออกเป็นประเภทบุคคลและทีมทั่วไป และประเภทอาวุโส 40 ปี ขึ้นไป ทั้งเอเป้ ฟอยล์ เซเบอร์ และประเภทพิเศษ EPEE-1-POINT CHALLENGE ไม่จำกัดเพศและอายุ โดยรางวัลการแข่งขัน สำหรับ       

1) ประเภทบุคคลทั่วไป อันดับที่ 1–3 จะได้รับเหรียญรางวัลและประกาศนียบัตร อันดับที่ 5–8 ได้รับประกาศนียบัตร 
2) ประเภททีมทั่วไป อันดับที่ 1–3 เหรียญรางวัลและประกาศนียบัตร 
3) คะแนนรวมสูงสุด ได้ครองถ้วยรางวัลเกียรติยศ เป็นเวลา 1 ปี พร้อมประกาศเกียรติคุณ แบ่งเป็น 
3.1) ชนะเลิศคะแนนรวม ประเภทชาย สูงสุดได้ครองถ้วยรางวัลเกียรติยศของผู้บัญชาการทหารเรือ 
3.2) ชนะเลิศคะแนนรวม ประเภทหญิง สูงสุดได้ครองถ้วยรางวัลเกียรติยศของรองผู้บัญชาการทหารเรือ 
3.3) รางวัลผู้ชนะแข่งขัน EPEE–1-POINT CHALLENGE จะได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท 

สนใจเข้าร่วมและชมการแข่งขันฟันดาบในช่วงวันดังกล่าว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นาวาโท ภาคภูมิ ไพโรจนานันท์หมายเลขโทรศัพท์ 092-256-9008 Email: [email protected] หรือ Facebook: navyfencing หรือเว็บไซต์ http://www.navy.mi.th/fencing

รพ.สมด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดเสวนา 'การเตรียมความพร้อมผู้สูงวัย ดูแลสุขภาพช่องปาก' ในวันพยาบาลแห่งชาติ ปี 2566

ด้วยใน วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เป็นวันสำคัญแห่งชาติ คือ "วันพยาบาลแห่งชาติ" เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่มีต่อวิชาชีพการพยาบาลและต่อพสกนิกรชาวไทย

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดย พลเรือตรี ดนัย ปานแดง ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้จัดให้มีพิธี ถวายราชสักการะกล่าวอาเศียรวาทราชสดุดี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพิธีมอบรางวัลด้านคุณธรรม จริยธรรม "คนดีศรีดอกปีบ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ" ให้กับบุคคลากรและพนักงาน ที่ให้บริการด้านสุขภาพ ของ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เนื่องในวันพยาบาลแห่งชาติแล้ว ยังได้จัดให้มีการเสวนาเรื่อง 'การเตรียมความพร้อมผู้สูงวัย ดูแลสุขภาพช่องปาก' โดยได้เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญที่ควรดูแลสุขภาพช่องปาก เนื่องจากเป็นวัยที่มักพบปัญหาในช่องปาก เช่น โรคปริทันต์ โรคฟันผุ ฟันสึก รวมถึงผู้สูงอายุที่ดูแลตนเองได้น้อยและไม่ได้ ควรจำเป็นต้องมีความรู้ รวมทั้งทักษะที่ถูกต้องอย่างเหมาะสม ต่อไป

จึงได้จัดการเสวนาขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับผู้สูงวัยในการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยได้รับเกียรติจาก เรือเอก วจน กีฬา ทันตแพทย์ คุณแม่ จิราภรณ์ เรืองรักเรียน บุคคลต้นแบบ โดยมี น.ต.หญิง เพชรรัตน์ เขตกระโทก เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมฟังการเสวนา ในวันนี้เป็นอย่างยิ่ง

‘ไทยสมายล์บัส’ ประกาศ ‘เพิ่มรถ-เพิ่มรอบ’ 5 เส้นทางที่วิ่งทับซ้อน เพื่อรองรับความต้องการของผู้โดยสาร หลัง ‘ขสมก.’ ยุติเดินรถ

เมื่อวานนี้ (20 ต.ค.66) จากกรณีที่ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ผู้ให้บริการเดินรถในเส้นทางทับซ้อน ได้ถอนการเดินรถออกจากการให้บริการตามนโยบายกรมการขนส่งทางบก ใน 5 เส้นทาง นั้น

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เปิดเผยว่า ตามนโยบายปฏิรูปของภาครัฐ ที่อาจส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงใน 5 เส้นทางเดิมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

ทางบริษัท ไทย สมายล์ บัส ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ขอให้ความมั่นใจว่า ได้มีการวางแผนรองรับความต้องการเดินทางของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีการเพิ่มจำนวนรถ เพิ่มเที่ยว เพิ่มรอบ เช่น เส้นทาง 140 หรือเส้นทางปฏิรูป 4-23E จากผู้ประกอบการรายเดิม รวมกันมีเที่ยวรถวิ่งอยู่ที่ 150 เที่ยวต่อวัน

หลังจากมีการยุติเดินรถในเส้นทางดังกล่าว ทางไทยสมายล์บัสได้เพิ่มจำนวนรอบวิ่งเป็น 164 เที่ยว ซึ่งหากเทียบกับเที่ยววิ่งขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 44 เที่ยว จะคิดเป็นสัดส่วนรถให้บริการเพิ่มขึ้นถึง 373% พร้อมนำร่องเพิ่มเที่ยวรถตลอดคืนในบางเส้นทางอีกด้วย

สำหรับ 5 เส้นทางหลักที่ทางบริษัทได้ทำการเพิ่มเที่ยวรถ เพิ่มรอบ มีดังนี้

1. สาย 8 หมายเลขปฏิรูป 2-38 : แฮปปี้แลนด์ – ท่าเรือสะพานพุทธ)
2. สาย 34 จะแบ่งสองเส้นทาง
- สาย 34 หมายเลขปฏิรูป 1-3 : บางเขน – ถนนพหลโยธิน – หัวลําโพง
- สาย 34 หมายเลขปฏิรูป 1-2E : รังสิต – หัวลําโพง (ทางด่วน)
3. สาย 39 แบ่งเป็นสองเส้นทาง
- สาย 39 หมายเลขปฏิรูป1-4 : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) – บางเขน
- สาย 39 หมายเลขปฏิรูป 1-5 : รังสิต – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เส้นทาง ม.ศูนย์รังสิต – อนุสาวรีย์ฯ
4. สาย 140 หมายเลขปฏิรูป 4-23E : แสมดำ – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ทางด่วน)
5. สาย 517 หมายเลขปฏิรูป 1-56 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง – อนุสาวรีย์ฯ

นางสาวกุลพรภัสร์ เปิดเผยอีกว่า ส่วนการให้บริการในทุกเส้นทางที่มีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายเส้นทางปฏิรูป ซึ่งประชาชนอาจต้องเดินทางต่อรถในบางเส้นทางนั้น ทางบริษัทได้คำนึงถึงข้อจำกัดดังกล่าว จึงได้จัดโปรโมชันลดค่าครองชีพพี่น้องประชาชนด้วย ‘Daily Max Fare’ จากบัตรโดยสาร HOP Card ให้สามารถเดินทางได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว ไม่จำกัดสาย จ่ายสูงสุดไม่เกิน 40 บาทต่อวัน และรถต่อเรือจ่ายสูงสุดไม่เกิน 50 บาทเท่านั้น

ส่วนบัตรโดยสารฯ HOP Card สามารถหาซื้อได้จากบัสโฮสเตสบนรถ และพนักงานบริการบนท่าเรือโดยสารทุกแห่ง รวมถึงช่องทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน ‘Shopee’

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดงานวันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2566 เทิดพระเกียรติสมเด็จย่า

พลเรือตรี ดนัย ปานแดง ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ นำคณะผู้บริหาร และหัวหน้ากลุ่มงานพยาบาล โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ วางพวงมาลัยหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระศรีนครินทร์ทราบรมราชนนี ณ บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

จากนั้น ได้ประกอบพิธีถวายราชสักการะ กล่าวอาเศียรวาทราชสดุดี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ อาคารพิเคราะห์และบำบัดโรค โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ โดยนาวาเอกหญิง รัญญา เชยดี รอง ผอ.รพ.ฯ ฝ่ายการพยาบาล และในนามของคณะกรรมการจัดกิจกรรม วันพยาบาลแห่งชาติ ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นวันคล้ายวัน พระราชสมภพของพระองค์ โดยถือเป็น "วันพยาบาลแห่งชาติ" ซึ่งตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม ของทุกปี เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ได้ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระราชภารกิจ ในการพัฒนาสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา นำสิริสุขแก่ประชา และเพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการปฏิบัติดี สร้างสรรค์คุณปะโยชน์ ตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ วิชาชีพพยาบาล 

โดย พลเรือตรี ดนัย ปานแดง ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กล่าวว่า เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ อันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ขอให้เราร่วมใจกันตั้งปณิธานที่จะดำเนินตามรอยพระยุคลบาท ปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความกล้าหาญ อดทน ซื่อสัตย์และมีเมตตากรุณา เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน

พร้อมกับเป็นประธานมอบรางวัลด้านคุณธรรม จริยธรรม "คนดีศรีดอกปีบ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ" ให้กับบุคคลากรและพนักงานที่ให้บริการด้านสุขภาพ ประกอบด้วย โล่รางวัล พยาบาลผู้มีคุณงามความดี บำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม สาขาเกียรติคุณพิเศษ ได้แก่ พล.ร.ต.หญิง อำไพวัลย์ สวยสม โล่รางวัล พยาบาลผู้มีคุณูปการ แก่องค์กรพยาบาล รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สาขาเกียรติคุณ ได้แก่ น.อ.หญิง เรืองรอง วิยาภรณ์ เกียรติบัตรพยาบาล ผู้ปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น สาขาสนับสนุนบริการทางการพยาบาลพิเศษ ได้แก่ น.อ.หญิง กมลลักษณ์ โสธนะ กลุ่มงานสนับสนุนสายแพทย์ 1 มอบโล่รางวัลสาขาสนับสนุนบริการทางการพยาบาล 2 รางวัล มอบโล่รางวัลสาขาบริการทางการพยาบาล 3 รางวัล และมอบเกียรติบัตร จำนวน 23 รางวัล โดย ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้กล่าวชื่นชม และยินดีกับบุคลากรพยาบาล และพนักงานทุกคนที่ได้รับรางวัลด้านคุณธรรม จริยธรรม "คนดี ศรีดอกปีบ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ" และหวังว่าทุกท่านจะเป็นแบบอย่างที่ดี ในการประพฤติตน สร้างสรรค์คุณประโยชน์ ตามหลักคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพพยาบาล ต่อไป 

วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เป็นวันสำคัญแห่งชาติ คือ "วันพยาบาลแห่งชาติ" เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่มีต่อวิชาชีพการพยาบาลและต่อพสกนิกรชาวไทย

‘เศรษฐา’ เข้าเฝ้า ‘มกุฎราชกุมารซาอุฯ’ กระชับความสัมพันธ์สองชาติ ด้าน ซาอุฯ รับปากจะช่วย ‘ตัวประกันไทย’ ในสงครามอย่างเต็มที่

เมื่อวานนี้ (20 ต.ค.66) ณ โรงแรม Ritz Carlton กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าเฝ้าฯ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด (His Royal Highness Prince Mohammed bin Salman bin Abdulaziz Al Saud) มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ในโอกาสการหารือทวิภาคี ระหว่างการเข้าร่วมการประชุม ASEAN – GCC Summit โดยนายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีและมกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีซาอุดีฯ ต่างยืนยันความตั้งใจร่วมกันในการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว รวมถึงพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนไทยและซาอุดีฯ ให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในวิสัยทัศน์ของพระราชาธิบดี รวมถึงมกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีซาอุดีฯ ที่ทรงวางรากฐาน นำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ โดยไทยยืนยันมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือด้าน ต่าง ๆ ให้พัฒนายิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนไทยและซาอุดีฯ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและ มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีฯ หารือประเด็นความร่วมมือดังนี้

ด้านความสัมพันธ์ ทั้งสองฝ่ายหารือถึงการดำเนินความสัมพันธ์ในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา โดยเฉพาะควรส่งเสริมการค้าและการลงทุนซึ่ง นายกฯ เสนอการจัดทำ Thai-GCC FTA รวมทั้งแสดงการสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพ Expo 2030 จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2034 ของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงแนวทางความร่วมมือและประเด็นที่คั่งค้างในด้าน 1) การเมืองและการกงสุล 2) การลงทุน 3) ความมั่นคงและการทหาร 4) วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และ 5) เศรษฐกิจและการค้า โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาความร่วมมือซาอุดี - ไทย (Saudi – Thai Coordination Council: STCC) ครั้งที่ 1 เพื่อทบทวนการดำเนินความสัมพันธ์ และกำหนดแนวทางความร่วมมือทั้ง 5 ด้าน

ด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายพร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง เพื่อเข้าร่วมงานนิทรรศการด้านการป้องกันประเทศของทั้งสองฝ่ายแล้วในงาน Defense and Security ของไทย และงาน World Defense Show ของซาอุดีฯ ซึ่งทำให้ไทยและซาอุดีฯ มีโอกาสขยายความร่วมมือในด้านความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ซึ่งไทยจะให้ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เร่งรัดความร่วมมือให้เป็นรูปธรรมต่อไป

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณรัฐบาลซาอุดีอาระเบียที่ดูแลคนไทยกว่า 6,000 คน ที่อยู่ในซาอุดีอาระเบีย และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ซึ่งมีคนไทยเสียชีวิต บาดเจ็บ และถูกลักพาตัว ซึ่งซาอุดีอาระเบียรับที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ในการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับกุมตัว

ผบ.ทบ.รุดช่วยอดีตพลทหาร เก็บของเก่าต้องพลัดถิ่นเกิด คืนสู่อ้อมอกแม่ผู้ให้กำเนิด จากกรณี

เมื่อวันที่ 18 ต.ค.66 สื่อมวลชน ได้มีการนำเสนอเปิดเผยเรื่องราวชีวิต นายอนุชา ชื่นวงค์ หรือน้อย อายุ 42 ปี ชาวอำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก อดีตพลทหารดีเด่น ผลัด 2/2545 สังกัด กองทัพบก เข้าประจำการ กองพันทหารราบ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก ผู้เคยรับใช้ประเทศชาติ สร้างคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดิน หลังปลดประจำการได้กลับคืนสู่ภูมิลำเนาเกิด อำลาชีวิตจากกองทัพบกมายาวนานถึง 20 ปี ก่อนจะมาพบอยู่ในสภาพ นอนหลับใต้ท้องรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จอดริมถนนสุขุมวิท ชุมชนบางเสร่ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เหลือเงินติดตัวเพียง 2 บาท โดยยึดอาชีพเก็บของเก่าข้างถนนขาย สร้างรายได้หล่อเลี้ยงชีวิต ซึ่งภาพที่ปรากฏ ได้สร้างความเวทนาใจให้กับผู้พบเห็น และชื่นชมในหัวใจยอดนักสู้ ที่ไม่เคยย่อท้อต่อความยากลำบาก แม้ร่างกายที่ประสบอุบัติเหตุ ไม่สามารถกลับมาดำเนินชีวิตเป็นปกติ

คืบหน้าล่าสุด วันที่ 20 ต.ค.66 พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการเร่งด่วนให้ พลโท ชิษณุพงศ์ รอดศิริ แม่ทัพภาคที่ 1 พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพน้อยที่ 1 พลโท ไกรภพ ไชยพันธุ์ ผู้บัญชาการ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า นำกำลังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จังหวัดชลบุรี และมณฑลทหารบกที่ 14 ร่วมกับ น.ส.วลีพร อินอนงค์ ผู้ใหญ่บ้านบางเสร่หมู่ 4 เข้าให้การช่วยเหลือ นายอนุชา ชื่นวงค์ อดีตพลทหารผู้รับใช้ชาติ ในสังกัด กองทัพบก ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนเก็บขยะขายในอำเภอสัตหีบ อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นขวัญกำลังใจ ที่จะเป็นแรงพลังให้ก้าวเดินต่อไป

ในการนี้ กองทัพบก ได้มอบหมายให้ พันเอก จักรพงศ์ พันธุ์มงคล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 และรอง ผอ.รมน.จว.ชลบุรี เป็นตัวแทนมอบเงินช่วยเหลือรวมกว่า 10,000 บาท มอบถุงยังชีพ และนำรถยนต์ มาทำการเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง พร้อมนำตัว นายอนุชา เดินทางกลับสู่บ้านเกิด ส่งมอบคืนสู่อ้อมอก นางบุญช่วย ชื่นวงค์ อายุ 65 ปี มารดาผู้ให้กำเนิด หลังได้พลัดพรากขาดการติดต่อมานานนับปี

นายอนุชา ได้กล่าวแสดงการขอบคุณกองทัพบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตนเองไม่คิดว่าจะมีวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนฝันไป รู้สึกภูมิใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้เกิดมาเป็นชายชาติทหาร แม้วันนี้ได้จากกองทัพบกมายาวนานถึง 20 ปี เมื่อหน่วยที่เคยประจำการ รับรู้ถึงความยากลำบาก ก็ยังติดตามมาให้การช่วยเหลือในทุกด้าน ที่สำคัญ คำสอนของผู้บังคับบัญชา เป็นสติเตือนใจให้ตัวเองคิดถึงครอบครัว และคิดถึงแม่ที่จากมานานร่วม 3 ปี ได้แวะเวียนกลับไปปีละครั้ง แต่ไม่มีโทรศัพท์ติดต่อหากัน 

และกล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเดินทางออกจากบ้านเกิด มายึดอาชีพเก็บของเก่าขายในพื้นที่ห่างไกล เพราะไม่อยากให้แม่เห็นตนเองอยู่ในสภาพเช่นนี้ และไม่อยากให้แม่ต้องอับอายผู้คน จึงต้องจำใจจากแม่มา ส่วนพ่อเสียชีวิตแล้ว ในวันนี้ รู้สึกผิดที่คิดเช่นนั้น ห่วงแต่อนาคตตนเองจนมารู้ว่า ทุกนาทีที่จากมา แม่เป็นห่วงและคิดถึงตนเองมาก ซึ่งตนเองขอสัญญา จะทำหน้าที่ความเป็นลูก ดูแลแม่ให้ดีที่สุด ไม่ทิ้งแม่ให้ต้องอยู่เพียงลำพังอีกแล้ว

พันเอก จักรพงศ์ พันธุ์มงคล รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 กล่าวว่า หลังทราบข่าวเรื่องราวชีวิตของอดีตพลทหาร ที่ผจญชะตาชีวิตอย่างยากลำบาก ผู้บัญชาการทหารบก ได้มีความห่วงใย สั่งการในทันที ให้หน่วยงานเร่งออกตามหาตัวให้พบ เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 วัน ได้ลงพื้นที่ตามหากันอย่างไม่หยุดหย่อน จนมาพบตัวในที่สุด 

และกล่าวว่า อดีตพลทหาร อนุชา ชื่นวงค์ แม้จะปลดประจำการมายาวนานถึง 20 ปี แต่ถือเป็นชายชาตินักรบ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้เคยเสียสละเข้ามารับใช้ประเทศชาติ และสร้างคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดิน คุณงามความดีที่ได้กระทำนั้น ถูกจารึกเป็นเกียรติประวัติ ยังตราตรึง และยังคงเป็นที่จดจำ ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะพลทหาร หรือข้าราชการคนใดก็ตาม ที่เคยรับใช้ประเทศชาติ รวมถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน กองทัพบก ไม่เคยทอดทิ้ง พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือ และอยู่เคียงข้างตลอดไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top