Monday, 29 June 2026
NEWS FEED

'สำนักพุทธฯ' ประสาน 'ตร.ไซเบอร์' จัดการเพจดัง ใช้ AI ทำภาพพระ 'เล่นกีตาร์-แข่งจยย.' ไม่เหมาะสม

(7 พ.ย. 66) นายสุพัฒน์ เมืองมัจฉา ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ในฐานะโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า พศ.ทำหนังสือถึงตำรวจไซเบอร์ เพื่อขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบข้อมูล หลังจากที่ พศ.ตรวจพบมีเพจเฟซบุ๊กนำเสนอรูปภาพที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ที่สร้างขึ้นมาจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นภาพพระภิกษุกำลังเล่นดนตรี 9 ภาพ โดยอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ภาพลักษณ์ของทางคณะสงฆ์ และอาจทำให้พุทธศาสนิกชนเกิดความไม่สบายใจเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

นายสุพัฒน์ กล่าวว่า พศ.จึงขอความอนุเคราะห์ในการตรวจสอบข้อมูล เพื่อดำเนินการนำภาพที่ไม่เหมาะสมออกไป พร้อมกันนี้พศ.กำลังตรวจสอบแหล่งที่มาของภาพเอไอ พระสงฆ์แข่งจักรยานยนต์ เพื่อประสานตำรวจไซเบอร์ดำเนินการต่อไปด้วย

โฆษกพศ. กล่าวต่อว่า ขณะนี้พบว่ามีผู้ใช้เอไอไปสร้างภาพที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อคณะสงฆ์เพิ่มมากขึ้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อผู้ที่พบเห็นภาพดังกล่าวได้ และถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่มีการนำเอไอมาใช้สร้างภาพของพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมเสื่อมเสียแล้วนำส่งต่อในโลกออนไลน์ หากพบภาพที่สงสัยว่าเป็นพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมเสื่อมเสียจริงหรือไม่ สามารถแจ้งมาได้ที่เบอร์โทร 0-2441-7992

‘แพทย์’ เตือน!! ไถฟีด ‘TikTok-Reels’ อาจกระตุ้นโรคจิตแฝง แนะ!! เล่นมากๆ จนเห็นภาพหลอน-สับสน ให้รีบพบจิตแพทย์

เมื่อวานนี้ (6 พ.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช’ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท โพสต์ข้อความผ่านเพจ “สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์” ระบุว่า

“เจอ case เล่น TikTok และ Reel กระตุ้นโรคจิตแฝง

เร็ว ๆ นี้ เจอคนไข้ผู้หญิงราชการ อายุ ราว 40 ปี เล่น TikTok ติดงอมแงมต่อมาเห็นภาพหลอน

คือปกติคนไข้หูแว่วประสาทหลอนนี่เป็นคนไข้จิตเวช แต่นี่รับปรึกษาอายุรกรรมสมอง เพราะเป็นเร็ว เป็นแปลก ๆ

คนนี้เล่น TikTok Reel มา 4 เดือน post ทุกวัน ดู video วน ๆ ไปมา กดทั้ง Like ทั้ง Share มันสนุกรู้ใจ หัวเราะไป หลุดโลกความจริง เขาว่างั้น จนผลิตคอนเทนต์เอง วิ่งตาม Like Share คือมีคนกด Like Share Comment มีความสุขโดพามีนหลั่ง

คนไข้คนนี้ 5 วัน บอกว่ามีคนกระซิบให้ทำ video อย่างนั้น อย่างนี้ บอกเทคนิค เริ่มหลอนเห็นคนคุยด้วยไปนั่น ‘เค้ามาแล้ว มากระซิบด้วย เห็นไหม มีผู้ชายใส่ชุดดำมาตาม’ จนญาติเอามาส่ง รพ.

เรื่องแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเจอ เพราะเดือนก่อนก็เจอ ป้าคนนึงนั่งเล่น TikTok วนไป โลกหลุดไปอยู่ใน TikTok จนวนหาทางออกไม่เจอ พอมาในชีวิตจริงก็มีชีวิตหลอน TikTok หลุดออกมาอยู่ด้วย มีคนบอกให้ทำนั่นนี่

Video วน Loop และความหลอน เราก็สงสัย เราเล่นวนไป สนุกดีหัวเราะก๊าก ๆ ไม่เห็นเป็นไรเลย ไถไปเรื่อย ๆ เป็นวัน ลืมวันลืมคืนก็หนุกดี แต่คนที่มีโรคจิตแฝง หรือภาวะทางอารมณ์ไม่มั่นคงอาจไม่ใช่

คนเป็นจิตเภท Schizophrenia นี่บางทีแยกโรคจริง โรคไม่จริงไม่ออก และมักเสพคอนเทนต์หลุดจากความจริง ตัวอัลกอริทึ่มก็จับสิ คราวนี้ feed ใส่หนัก ๆ หลอนหนักไปอีก

Tammy Qiu จาก Stanford University Human-Centered Artificial Intelligence ได้กล่าวถึงความเห็นของนักจิตวิทยาที่มีต่อ social media ที่มีอัลกอริทึ่มสำหรับ feed ให้คนติดหนึบว่า

‘การออกแบบ video หรือ content และการไถฟีดแบบไม่สิ้นสุด แบบนี้เป็นออกแบบ แบบเหยื่อล่อสมอง หรือที่เรียกว่า Hook นั่นเอง โดยการออกแบบหวังเอาชนะการยับยั้งชั่งใจในสมอง โดยการกระตุ้นให้สมองหลั่งสารโดพามีน (dopamine) ซึ่งเหมือนการเสพติดยาเสพติด’

และเราก็ทราบว่า เจ้า Dopamine นี้แหละ ที่ทำให้เกิดโรคจิตได้ด้วย คือมันแชร์จุดกำเนิดเดียวกัน ยาต้านโรคจิตจึงใช้ยาที่ต้านสาร Dopamine ไง เช่น Haloperidol

ในปี 2021 นักวิจัย Ghosh และคณะตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Recent Scientific Research ก็รายงานคนไข้ที่ติด video TikTok นี่แหละ แล้วก็เกิดอาการหลอนโรคจิตกำเริบแบบนี้เหมือนกัน บางคนหลอนมีคนสั่งนุ่นนี่

ส่วนตัวคิดว่า เหตุที่ทำให้หลอน ๆ จาก video platform แบบ TikTok Reel แบบนี้ เป็นได้หลายประการ การเล่นจนติดนาน ๆ กระตุ้น Dopamine สูงขึ้น นั่นก็เป็นสาเหตุของจิตหลอน ส่วนใหญ่คนปกติทั่วไปไม่น่าจะเป็นไร แต่ใครเป็น trait คือโรคจิตแฝงที่รอการกระตุ้นก็อาจแสดงอาการได้ง่ายขึ้น

Video ที่มีลักษณะหลอน ๆ มีเยอะ ทั้งที่แบบสาวจีนร้องเต้น ภาษาอะไรก็ไม่รู้วนไป วนมา นี่ก็หลอน คนทำเสียงดัง ๆ กรี๊ด ๆ ก็มี นี่ก็หลอน ที่ทำแบบ Live แล้วเจอกับคนที่ทำท่าแปลก ๆ พูดจาเหมือนหุ่นยนต์ แถมทำแบบนี้วนซ้ำ ๆ ที่เรียกว่า NPC Live หรือการแสดงเป็นบอต (bot) อันนี้ อาจารย์ว่าคนโรคจิตอาจดูหลอน ๆ ก็ได้นะ

อัลกอริทึ่มที่มันจะฟีดแต่เรื่อง ๆ ที่เราดู ก็จะทำให้คนที่ชอบดูอะไรแปลก ๆ หลอน ๆ ได้รับ ฟีดอยู่นั่นแหละนะ ไม่หลุดไปสักที อยู่ในโลกที่หลุดจากความจริง

ในทางกลับกัน คนที่เป็นโรคจิตเวช บางทีก็ไม่กล้า หรือไม่อยากออกไปสังคม ก็ใช้ TikTok Reel หรือ social media อื่น ๆ นี่แหละเป็นช่องทาง

อาจารย์แนะนำว่า ดูแลบุตรหลาน หรือคุณแม่ที่แก่เฒ่าหน่อย ว่าเล่นมากไปไหม เล่นแล้วมีสับสนใน social media กับความจริงไหม หรือดูแล้วหลอนไหม หากมีก็ชวนกันไปเจอจิตแพทย์ครับ

อาจารย์สุรัตน์

ป.ล.คือ ข้อดีมันก็มีนะครับ คลิปการสอนสุขภาพ คลิปสอนการเรียน คลิปกลุ่มอ่านหนังสือ ครับ เสพอย่างมีสติครับ”

'หมีหมา' บุกห้องครัวแก่งกระจานกลางดึก ชาวเน็ตแซว!! หิวเก่ง จนท.เผยชื่อ 'ทุเรียน'

(7 พ.ย.66) กลางดึกวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เฟซบุ๊กเขาพะเนินทุ่ง อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้โพสต์ภาพหมีหมา ชื่อเจ้าทุเรียน ได้บุกเข้ามาในครัวของที่พักเจ้าหน้าที่อุทยานฯ

โดยเพจได้โพสต์แซวว่า “แม่ครัวครับ…เอาผัดกะเพราไข่ดาว 1 จานครับขอแบบพิเศษนะครับ มุมน่ารักของเจ้าหมีที่ชื่อทุเรียน555 #หมีหมาหรือหมีคน #เจ้าทุเรียนตัวแสบ555”

ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะความน่ารัก อีกทั้งยังแซวกันให้พรึบว่า… 

“สงสัยหิว หิวเก่ง หิวบ่อย หรือหิวตลอดเวลา”
“นี่แหละเชฟหมีตัวจริง”
“จะโดนแม่ครัวกินไหมคะ”
“น้อนนน”
“น่ารักอะ”
“นั่งคอยเรียบร้อยมากๆๆ”
“นั่งรอแป๊บนะพี่ เดี๋ยวทำให้”
“55 ความพยายามสูงครับ มาทุกคืน”

ทั้งนี้ ยังมีผู้เผยด้วยว่านอกจากมีหมีที่ชื่อทุเรียนแล้ว ก็ยังมีอีกตัวที่ชื่อขนุนด้วย

และล่าสุด นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า ตามที่มีภาพข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ถ่ายภาพหมีในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานโพสต์ใน Tiktok ภาพดังกล่าวเป็น หมีหมาหรือหมีคน (Malayan Sun Bear) ชื่อวิทยาศาสตร์ Helarctos malayanus พบได้ที่หน่วย กจ.4 บ้านกร่าง ซึ่งนักท่องเที่ยวพบเห็น และสามารถถ่ายภาพได้ทุกวัน เจ้าหน้าที่ตั้งชื่อให้ว่า ‘น้องขนุน’ มีตำหนิรูปพรรณที่บริเวณหน้าจะมีรอยแผลเป็นค่อนข้างเยอะ และจุดสีดำบริเวณสัญลักษณ์ตัวยูที่หน้าอกด้านขวา

ส่วนภาพหมีหมาที่พบว่ากำลังนั่งบนโต๊ะกินข้าว เจ้าหน้าที่ตั้งชื่อให้ว่า ‘น้องทุเรียน’ เป็นหมีที่พบประจำที่หน่วย กจ.19 เขาพะเนินทุ่ง ตำหนิรูปพรรณที่บริเวณหน้าจะมีรอยแผลเป็นค่อนข้างเยอะ และจุดสีดำบริเวณสัญลักษณ์ตัวยูที่หน้าอกด้านขวา

หมีทั้งสองตัว มีความคุ้นเคยกับการกางเต็นท์ของนักท่องเที่ยวและเป็นหมีนิสัยดี ไม่ดุร้าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้นำอาหารไปไว้ในเต็นท์ และเฝ้าระวังไม่ให้หมีมารบกวนเต็นท์พัก และตักเตือนนักท่องเที่ยวให้อยู่ในระยะปลอดภัยขณะถ่ายภาพ และไม่ควรให้อาหารสัตว์ป่า อันจะทำให้สัตว์ป่าเสียสัญชาตญาณการดำรงชีวิตในธรรมชาติ

สำหรับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีข้อมูลการศึกษาวิจัยพบการกระจายพันธุ์ของหมีทั้งสองชนิดคือ หมีหมา (Helarctos malayanus) และหมีควาย (Ursus thibetanus) หรือที่เรียกว่า ‘หมีคอวี’ ซึ่งมาจากลักษณะทางกายภาพที่หมีควายมีขนสีขาวบริเวณหน้าอกเป็นรูปตัววี

ส่วนหมีหมา เป็นหมีที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ลำตัวยาวประมาณ 1 เมตร ขนตามตัวสั้นสีดำปนสีน้ำตาล ขนบริเวณอกโค้งเป็นรูปตัว U สีขาวนวล บริเวณหน้าตั้งแต่ตาไปถึงปลายจมูกสีค่อนข้างขาว หรือน้ำตาลอ่อน ปกติหมีหมาหากินกลางคืน บางครั้งก็ออกหากินกลางวัน มักหากินเป็นคู่ อยู่ในป่าทึบ ไม่ชอบอยู่ตามเขา ดุร้ายและขึ้นต้นไม้เก่งกว่าหมีควาย มีอุปนิสัยโมโหง่าย ชอบนอนบนต้นไม้หรือตามโพรงไม้สูงๆ ไม่ชอบนอนพื้นดิน บางครั้งร้องคล้ายเสียงสุนัขเห่ากระโชก จึงเรียกว่า หมีหมา เมื่อยืน 2 ขา จะยืนตัวตรง จึงเรียกอีกชื่อว่า หมีคน 

(สุรินทร์) มทบ.25 ร่วมบริจาค “วันรวมน้ำใจหลั่งไหลสู่กาชาดสุรินทร์ ประจำปี 2566” เพื่อสนับสนุนภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ 

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10.00 น. พลตรี ชินวิช  เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 มอบหมายให้ พันเอก รัตนศักดิ์ สิงห์สนั่น เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 25  ร่วมบริจาคเงินและสิ่งของ “วันรวมน้ำใจหลั่งไหลสู่กาชาดสุรินทร์ ประจำปี 2566” เพื่อสนับสนุนภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์  ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายพิจิตร  บุญทัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พร้อม นางนุชจรินทร์  บุญทัน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์/ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทย คณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ ร่วมรับบริจาคเงินและสิ่งของ จาก พันเอก จิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พันตำรวจเอก สุคนธ์ ศรีอรุณ รักษาราชการแทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ พันเอก สุดใจ แพงพรมมา สัสดีจังหวัดสุรินทร์ พันเอก จิตรกร  จันทร์สว่าง รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์(ท) นายอำเภอทุกอำเภอ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน บริษัท ห้างร้านต่างๆ ตลอดจนประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ที่มีจิตใจอันเป็นกุศล ร่วมบริจาคให้กับเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ ร่วมบริจาค ในงาน “วันรวมน้ำใจหลั่งไหลสู่กาชาดสุรินทร์ ประจำปี 2566“

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้สนับสนุนภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ อาทิ การดำเนินกิจกรรมสาธารณกุศล การดำเนินโครงการในพระราชดำริ การช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย การสังคมสงเคราะห์ราษฎรผู้ยากไร้ และด้อยโอกาสในสังคม  การสนับสนุนกิจการยุวกาชาด อาสากาชาด จิตอาสากาชาด และกิจการอื่นๆ ของสภากาชาดไทย เป็นต้น ซึ่งการปฏิบัติภารกิจไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากสภากาชาดไทยแต่อย่างใด จึงจำเป็นต้องหารายได้สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจเหล่านี้ ซึ่งงานวันรวมน้ำใจหลั่งไหลสู่กาชาดสุรินทร์ 2566 มีหน่วยงานเข้าร่วมและบริจาคเป็นจำนวนเงินข้างต้นในวันงาน ยอดบริจาคกาชาด จำนวน 2,080,002 บาท  (สองล้านแปดหมื่นสองบาทถ้วน)

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ

พม. จับมือ ศูนย์พึ่งได้ รพ.ตำรวจ และเครือข่าย ปลุกกระแสสังคม เดินรณรงค์ใจกลางกรุง ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว 

วันนี้ (7 พ.ย. 66) เวลา 13.30 น. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ เพจ Because We Care และ ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ จัดกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว โดย นางสุดา สุหลง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และ พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ และที่ปรึกษาปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด้านสื่อสารสังคม พร้อมด้วยนางสาวนดา บินร่อหีม ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ร่วมติดเข็มกลัดริบบิ้นสีขาวให้กับ พลตำรวจโท ทวีศิลป์  เวชวิทารณ์ รักษาราชการเเทน นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ และคณะผู้บริหาร อีกทั้งมอบเข็มกลัดริบบิ้นสีขาวและสื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อร่วมรณรงค์ยุติความรุนแรงในสังคมในทุกรูปแบบ ณ ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจ  

นางสุดา กล่าวว่า กิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว จัดขึ้นเนื่องในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็น "เดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว" เพื่อมุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทั้งต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว รวมไปถึงความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบ โดยให้สังคมได้ตระหนักและมีส่วนร่วมในการป้องกันและขจัดความรุนแรง ด้วยการติดริบบิ้นสีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ใช้ในการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ด้วยการไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย และไม่กระทำรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ในทุกรูปแบบ 

พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กล่าวว่า วันนี้ ผู้แทนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจเอกชน และประชาสังคม ประกอบด้วย กระทรวง พม. ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300  สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ทีมประชาสัมพันธ์ พม. มูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) และบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จํากัด (มหาชน) (TTA) ร่วมเดินรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว เริ่มจากโรงพยาบาลตำรวจไปยังบริเวณลานน้ำพุ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยร่วมติดเข็มกลัดริบบิ้นสีขาวให้กับ นายสุทรรศชัย พลายแก้ว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และคณะผู้บริหาร พร้อมทั้งมอบเข็มกลัดริบบิ้นสีขาว เพื่อร่วมรณรงค์ยุติความรุนแรงในสังคมทุกรูปแบบ

พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ มีการเยี่ยมศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นศูนย์บริการแบบครบวงจรที่ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง โดยทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างบูรณาการแบบครบวงจรในรูปแบบศูนย์บริการแบบครบวงจร (One Stop Crisis Center) หรือ OSCC

หากพบเห็นการกระทำความรุนแรงในสังคมไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับใครก็ตาม  สามารถแจ้งเหตุได้ที่ 1) ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. 1300 2) ศูนย์พึ่งได้ โรงพยาบาลตำรวจ 3) เพจ FACEBOOK "Because We Care" และ 4) Line OA "ESS Help me" เพียงกดเพิ่มเพื่อน @esshelpme 

#ช่วย24ชั่วโมง #พม24ชม #ข่าวพม #esshelpme #วราวุธรับฟังทำจริง #พมพอใจให้ทุกวัยพึงพอใจในพม #กระทรวงพม #รมวพม #รับฟังทำจริง #ศรส #ศูนย์พึ่งได้ #becausewecare

"รองฯต่าย ควง รรท.ผู้ช่วยฯอ้อ"ตรวจเยี่ยมมอบนโยบาย บช.ก.เร่งรัดติดตามความคืบหน้าโครงการ Big Data พร้อมสั่งกำชับ เพิ่มขีดความสามารถบูรณาการร่วมกับหน่วยปฎิบัติของพื้นที่ 

วันนี้ (7 พ.ย.66) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.(ปป) และ พล.ต.ท.อัคราเดช  พิมลศรี ผบช.ภ.6 รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป 5) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม รับฟัง และมอบนโยบายการดำเนินการของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เรื่อง ความคืบหน้าและแนวทางดำเนินการโครงการระบบวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), แนวทางการจัดทำข้อมูลผู้มีอิทธิพลการควบคุมและปราบปราม, แผนมาตรการแนวคิดในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องกันและปราบปรามของหน่วย ตลอดจนการบูรณาการกับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ โดยมี รอง ผบช.ก. และ ผบก. ในสังกัด และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมและบรรยายสรุป

โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้กำชับให้จัดทำมาตรฐานและรูปแบบในการจัดทำฐานข้อมูลสำหรับงานป้องกันปราบปรามพร้อมจัดทำแผนการทำงาน แบบบูรณาการร่วมกันระหว่างกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและหน่วยพื้นที่

ด้าน พล.ต.ท.อัคราเดช  ได้สั่งการในที่ประชุมว่า ขอให้ บช.ก.ใช้ศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และเครื่องมือพิเศษที่มี สนับสนุนการทำงานของตำรวจพื้นที่ พร้อมทุกอย่างเป็นผลงานขององค์กรเหมือนกัน

พิษณุโลก  กองทัพภาคที่ 3 รับมอบผ้าห่มกันหนาว จาก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร จาก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 ในโอกาสมอบผ้าห่มกันหนาว ให้กับกองทัพภาคที่ 3 ณ บริเวณหน้าห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง  จ.พิษณุโลก 

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 โดยคุณ อนันต์  อมรประภาวัฒน์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ โครงการผลิตบนฝั่ง (ประเทศไทย) และคณะ ได้เข้ามอบผ้าห่มกันหนาว จำนวน 3,000 ผืน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งที่ผ่านมากองทัพภาคที่ 3 ได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 มาด้วยดีโดยตลอด พร้อมกันนี้ แม่ทัพภาคที่ 3 ยังได้มอบหนังสือขอบคุณและของที่ระลึกให้กับ คณะผู้บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 เพื่อเป็นการขอบคุณอีกด้วย

กองทัพภาคที่ 3 เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางภูมิประเทศ และสภาพอากาศ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากการเกิดภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในทุกฤดู ทางกองทัพภาคที่ 3 จะได้นำผ้าห่มกันหนาวที่ได้รับมอบนี้ ไปมอบให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและประสบภัยในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป

ปรีชา นุตจัรส รายงานข่าวพิษณุโลก

สงขลา-แม่ทัพภาค 4 ร่วมกับวัดนาทวี จัดงานดำนา ที่ นาทวี

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566  ที่ ศูนย์การเรียนรู้พระอาจารย์ภัตร อริโย  ตำบลนาหมอศรี  อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา พลโท ศานติ ศกุนตนาค  แม่ทัพภาค 4  เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรม "พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์ " ปีที่ 6  โดยมีนายไพเจน มากสุวรรณ์  นายก อบจ.สงขลา พร้อมด้วย พล.ต.ต.เชาวลิต เลี้ยงสุพงศ์ ผบก.ภ.จว.สงขลา, พล.ต. อภินันท์ แจ่มแจ้ง ผบ.พล.ร.5, นายวุฒิศักดิ์ เพชรมีศรี เกษตรจังหวัดสงขลา, นายเชิดพงศ์ ใจตรง นายอำเภอนาทวี, นายธนิศร์ ทองสุข ส.อบจ.เขตอำเภอนาทวี  ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และพี่น้องประชาชน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดกิจกรรมด้วยการดำนาสาธิต และร่วมกิจกรรมดำนา เยี่ยมชมนิทรรศการของรัฐวิสาหกิจชุมชนของชาวบ้าน และชมการแสดงของนักเรียน จากโรงเรียนนาทวีวิทยาคม และกลุ่มสตรีอำเภอนาทวี  ซึ่งได้ร่วมแสดงให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดำนาได้รับชม ในโอกาสนี้ได้รับเกียรติเป็นอย่างสูงจากพระครูสุวัฒนาภรณ์  รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา/เจ้าอาวาสวัดนาทวี และชมรมโต๊ะอิหม่ามจังหวัดสงขลา ได้กล่าวปาฐกะถา ให้กับผู้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ 

สำหรับกิจกรรมการดำนา สืบสานประเพณีวัฒนธรรม "พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์ ปีที่ 6  มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในชุมชน ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม ได้ร่วมกันฟื้นฟูนาข้าวที่ถูกทิ้งร้างให้กลับมาทำนาข้าวได้อีกครั้ง ขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักทางศาสนา "ขยายผลสู่ หมู่บ้านศีลธรรม" และ โครงการหมู่บ้านยั่งยืน (sustainable village) "ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและจัดการสิ่งแวดล้อมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง"

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความกตัญญูกตเวทิตาและสำนึกในพระคุณ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความกตัญญูกตเวทิตาและสำนึกในพระคุณ  ให้การสนับสนุนหีบบรรจุร่าง ถุงซิป และผ้าดิบ พร้อมกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย ในพิธีเคลื่อนย้ายร่าง “อาจารย์ใหญ่” ผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา เพื่อรอประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ)

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายนพพร ปัญญาวีราภรณ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมด้วย นายวรพจน์ จรัสเศรษฐสิริ รักษาการหัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย นำกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับคณะอาจารย์และนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ให้การสนับสนุน ประกอบพิธีเคลื่อนย้ายร่างผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษา (อาจารย์ใหญ่) ประจำปีการศึกษา 2565 จำนวน 400 ร่าง เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตา และสำนึกในพระคุณของอาจารย์ใหญ่ โดยมูลนิธิฯ ให้การสนับสนุนหีบบรรจุร่างอาจารย์ใหญ่ จำนวน 360 ใบ พร้อม ถุงซิปสำหรับบรรจุร่าง และผ้าดิบ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 579,546 บาท (ห้าแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันห้าร้อยสี่สิบหกบาทถ้วน) พร้อมทั้งจัดกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย ทั้งเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ดำเนินการบรรจุและเคลื่อนย้ายร่างอาจารย์ใหญ่ เพื่อรอประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) โดยได้ดำเนินการบรรจุร่างและทยอยเคลื่อนย้ายร่างอาจารย์ใหญ่ไปยังวัดต่างๆ เรื่อยมา นับตั้งแต่ได้รับการประสานงาน

อาจารย์ใหญ่ เป็นชื่อที่แพทย์ทุกคนใช้เรียกผู้อุทิศร่างกายเพื่อการศึกษาด้านการแพทย์ เพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติที่อุทิศร่างเพื่อเป็นครูสอนนิสิตแพทย์ เพื่อนำความรู้นั้นไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยให้หายจากอาการเจ็บป่วย และสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขได้อีก ตราบชั่วชีวิตของการเป็นแพทย์ จึงนับว่าการอุทิศร่างกาย เพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่ เป็นการทำกุศลครั้งสุดท้ายแห่งชีวิต  ที่สร้างคุณประโยชน์ให้วงการแพทย์เป็นอย่างมาก โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ให้การสนับสนุนคณะแพทยศาสตร์จากสถาบันต่างๆ อาทิ หีบบรรจุร่างอาจารย์ใหญ่ พร้อมถุงซิป และกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัยในการบรรจุและเคลื่อนย้ายร่างอาจารย์ใหญ่เพื่อประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ (เป็นกรณีพิเศษ) 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขอขอบพระคุณ อาจารย์ใหญ่ทุกท่านที่เสียสละอุทิศร่างกาย เพื่อการศึกษาของนิสิตแพทย์ และเพื่อให้นิสิตแพทย์เหล่านี้เติบใหญ่เป็นแพทย์ที่ดีมีคุณธรรมต่อไปในอนาคต

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

สภ.เมืองสมุทรปราการ “ปล่อยแถวภารกิจดูแลรักษาความปลอดภัยงานเจดีย์และงานกาชาด 2566”

ลงพื้นที่คุมเข้มด้านความปลอดภัย พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานการชาดประจำปีเจดีย์ปากน้ำ กำชับ! เจ้าหน้าตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบลงพื้นที่กว่า 200 นายทุกวัน
เมื่อวันที่ 6 พ.ย.66 เวลา 20.00 น. ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ พ.ต.อ.นพดล ช่างเรือน ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ,พ.ต.ท.ไมตรี บูรณทอง รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสมุทรปราการ, พ.ต.ท.ยอดรัก กิตติลัภนะรัตน์ สว.สส.สภ.เมืองสมุทรปราการ ร่วมกันปล่อยแถวระดมข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัย ภายในงานองค์พระสมุทรเจดีย์และกาชาด 2566 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-14 พ.ย.66 

ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ยังได้กำชับการปฏิบัติเพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นภายในพื้นที่
จัดงานดังกล่าว โดยเน้นย้ำการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบราม ตามนโยบายของ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ซึ่งรายละเอียด ดังนี้

1.กำชับ เร่งรัดกวดขันการกระทำความผิดเกี่ยวกับสถานบริการในพื้นที่ ไม่ให้มีเยาวชนเข้าไปใช้บริการ ยาเสพติด เปิดเกินเวลา อย่าให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด ทำการเชิญผู้ประกอบร่วมประชุมทำความเข้าใจ กำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย
2.กวดขัน จับกุม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอบายมุข การพนัน ทุกรูปแบบ ทุกพื้นที่ต้องไม่มีโดยเด็ดขาด
3.ให้มีการปิดล้อมตรวจค้นประจำสัปดาห์ กก.สส.ฯ กำหนดเป้าหมายให้แต่ละสภ.ฯ และต้องดำเนินการขอหมายค้นทุกเป้าหมาย การเข้าปฏิบัติต้องวางแผนก่อนทุกครั้งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไม่มีการสูญเสีย
4.งานจราจร เจ้าหน้าที่ต้องออกมายืนปฏิบัติหน้าที่บนถนนตามจุดที่มีปัญหา ในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อให้บริการพี่น้องประชาชน แก้ปัญหาจราจร ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผู้บังคับบัญชาควบคุมการปฏิบัติ
5.การป้องกันเหตุธนาคาร ร้านค้าทองในพื้นที่ ออกแผนให้ครอบคลุม รัดกุม กวดขันตรวจตราอย่าให้มีเหตุเกิดในพื้นที่
6.เหตุ นร. ทะวิวาทในพื้นที่ให้เชิญสถาบันมาร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกัน และตรวจจุดเสี่ยงอย่าให้มีเหตุเกิด
7.กำชับความประพฤติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย การเรียกรับ หรือ แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการปฏิบัติหน้าที่ทุกช่องทาง ต้องไม่เกิดขึ้น ผู้บังคับบัญชาต้องสอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งนี้ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ ยังได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย

โดยมีการปล่อยแถวข้าราชการตำรวจเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยของวันระหว่างการจัดงาน รวมถึงการจัดตั้งจุดตรวจทุกช่องทางเข้าออกงาน ตรวจอาวุธกลุ่มผู้มาร่วมงานที่มีลักษณะต้องสงสัยเพื่อสกัดกั้นการเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ในการเฝ้าระวังกลุ่มวัยรุ่นทั้งคนไทย และต่างด้าวก่อเหตุทะเลาะวิวาท, เหตุล้วงกระเป๋า,เหตุเด็กหลงกับผู้ปกครอง โดยบูรณาการกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและดูแลความสงบเรียบร้อย ภายในงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์  สำหรับในส่วนด้านการจราจร ทั้งภายในงานและส่วนการจรจรรอบนอกงาน ซึ่ง สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้มีการจัดทำช่องทางการเดินเท้าให้เหมาะต่อการเคลื่อนย้าย ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินและเกิดความวุ่นวายขึ้น   พร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนที่ต้องการมาร่วมงาน ใช้ขนส่งสาธารณะในการเดินทาง เพื่อลดความแออัดการจราจรบริเวณการจัดงานและพื้นที่ใกล้เคียง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top