Thursday, 25 June 2026
NEWS FEED

‘รถไฟฟ้าสายสีเหลือง’ บอกต่อ!! จัดโปรโมชันเดินทางสุดคุ้ม ชูแพ็กเกจ 25 บาทตลอดสาย แบบรายสัปดาห์ 7 วัน 10 เที่ยว

รถไฟฟ้าสายสีเหลืองยกขบวน บอกต่อแพ็กเกจสุดคุ้ม ‘นั่งไปไหนก็ 25 บาท ตลอดสาย’ 
พร้อมเดิน Troop แจกน้ำเก๊กฮวย มอบความสดชื่นให้กับประชาชนตลอดเส้นทาง

(13 ก.พ.67) บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (EBM) ผู้รับสัมปทาน รถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง ยกขบวนโปรโมท โปรโมชันสุดคุ้ม ‘นั่งไปไหนก็ 25 บาท ตลอดสาย’ กับแพ็กเกจเที่ยวเดินทางรายสัปดาห์ 7 วัน 10 เที่ยว 250 บาท พร้อมจัดกิจกรรมเดิน Troop มอบความสดชื่นแจกน้ำเก๊กฮวยให้กับประชาชน ในแหล่งชุมชนใกล้สถานีรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง ตลอดสาย ลาดพร้าว-สำโรง อาทิ ตลาด, ห้างสรรพสินค้าและโรงเรียน ในวันที่ 12-13, 17-18 กุมภาพันธ์ และ 1-2 มีนาคม 2567 

พิเศษ!! สุดสำหรับกิจกรรมนี้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแรบบิท รีวอร์ดส และโชว์หน้าแอปพลิเคชันในกิจกรรมวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ และ 2 มีนาคม 2567 จะได้รับ 250 แรบบิท พอยท์ไว้แลกสิทธิพิเศษ ส่วนลดต่าง ๆ ในช่องทางแอปพลิเคชัน

สำหรับผู้โดยสารและประชาชนที่สนใจกิจกรรมดี ๆ ในการมอบความสดชื่น ตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ Facebook Page : MRTYellowLine

'เอ็ดดี้' แนะ!! วิธีปกป้อง 'กรมสมเด็จพระเทพฯ' อย่างผู้มีอริยะ ด้าน 'สว.สมชาย' รวมแบนเนอร์ #เรารักกรมสมเด็จพระเทพ

(13 ก.พ. 67) เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ เราควรแสดงการปกป้องกรมสมเด็จพระเทพฯ อย่างไร? มีรายละเอียดดังนี้...

ผมได้คุยกับ อ.ป้อมเมื่อคืน ซึ่งเราเห็นตรงกันว่า พวกมันต้องการใช้ตะวันเป็นเครื่องมือ เพื่อสร้างความโกรธแค้น เราจะได้ใช้ความรุนแรงแก้แค้น เพราะการคุกคามกรมสมเด็จพระเทพฯ จะทำให้เราโกรธหนัก เพราะเรารักและบูชาพระองค์ เนื่องจากพระองค์เสียสละความสะดวกสบายส่วนพระองค์เพื่อคนไทยมาทั้งพระชนมชีพ

ซึ่งถ้าเราใช้ความรุนแรง ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ในการจัดการ ก็จะเข้าทางพวกมัน แล้วมันก็อาศัยเรื่องนี้ไปหากินต่อได้อีก

เพราะฉะนั้น อย่าหลงกลพวกมัน

แต่เราควรเอาชนะมันด้วยการแสดงพลังแห่งความรักและบูชากรมสมเด็จพระเทพฯ ให้กระหึ่มทั่วประเทศ

เราจะปกป้องกรมสมเด็จพระเทพฯ และสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยพลังแห่งความรักและบูชา เป็นกระแสปราบมาร

ตัวอย่างดี ๆ เช่น การจัดกิจกรรมถวายพระกำลังใจของโรงเรียนนายร้อย จปร.

ผมและ อ.ป้อม ในฐานะที่เราเป็นเพียงประชาชนตัวเล็ก ๆ ไม่มีกำลังอะไร ก็จะเขียนจดหมายถวายพระและถวายกำลังใจ โดย อ.ป้อม จะใช้ความสามารถจากความเป็นอาจารย์ศิลปะ วาดภาพถวายด้วย

ส่วนองค์กรต่าง ๆ หน่วยงานราชการและเอกชน ที่มีกำลังมากพอ ก็ควรจัดกิจกรรมถวายพระและถวายกำลังใจ โดยพร้อมเพรียงกัน

ใครอยากร่วมกิจกรรมนี้กับเรา สามารถทำได้ด้วยตัวเองเลยคร้บ

IN LIFE, WE CANNOT CHOOSE WHAT HAPPENS TO US.

BUT THE ONLY THING THAT WE CAN CHOOSE IS HOW TO RESPOND TO WHAT HAPPENS TO US.

SO CHOOSE TO POSITIVELY TO EVERY SITUATION.

ในชีวิตของคนเรานั้น เราไม่สามารถเลือกได้ว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับเรา สิ่งเดียวที่เราเลือกได้ คือเราจะจัดการอย่างไรกับมัน จงเลือกที่จะจัดการในทางบวกเสมอ ในทุกสถานการณ์

นะโมพุทธายะ

ในวิกฤตย่อมมีโอกาสดีๆ เสมอ

เพราะฉะนั้น นี่จะเป็นโอกาสทองของเรา

ขอเชิญชวนพี่น้องไทย จงร่วมแสดงพลังแห่งความดี ความสามัคคี และแสดงให้เห็นว่า เรารักกรมสมเด็จพระเทพฯ และสถาบันพระมหากษัตริย์มากแค่ไหน

ร่วมปกป้องกรมสมเด็จพระเทพฯ และสถาบันพระมหากษัตริย์ในทางที่ดี

ขณะที่ด้าน นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์แบนเนอร์ #เรารักกรมสมเด็จพระเทพ หลายภาพ โดยมีการแชร์กันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หลังเกิดเหตุการณ์ ตะวัน ทะลุวัง สร้างคอนเทนต์ ป่วนขบวนเสด็จฯ

รองโฆษก ตร. ชี้แจงการเสพยาเสพติด การครอบครองยาเสพติดไม่เกิน 5 เม็ด ยังคงมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับ !!!

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2567) พ.ต.อ.อุเทพ นุ้ยพิน รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ถึงประเด็นเรื่อง กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ผู้เสพ หรือผู้ครอบครองยาเสพติดไม่เกิน 5 เม็ด ไม่มีโทษอีกต่อไปนั้น เป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน 

รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุข ได้ออกกฎกระทรวง กำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ.2567 ลงวันที่ 31 มกราคม 2567 โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 นั้น กฎกระทรวงดังกล่าวได้ประกาศออกมาตามความในมาตรา 24 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 และ มาตรา 107 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด เป็นข้อสันนิษฐานว่า การครอบครองยาเสพติดในปริมาณเล็กน้อยตามที่กำหนด ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ถือว่าผู้นั้นเป็นป่วย ต้องได้รับการการบำบัดรักษาเพื่อให้หายจากการติดยาเสพติดและกลับเข้าสู่สังคมต่อไป 

การเสพยาเสพติดยังคงมีโทษอยู่ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 104 , 162  มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000  บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากผู้เสพสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด และดำเนินการเข้ารับการบำบัดจนครบถ้วน ก็จะไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 113  ทั้งนี้ บทลงโทษทางกฎหมายยังคงมีอยู่ ซึ่งกฎหมายนี้มีเจตนารมย์ที่จะช่วยเหลือให้เข้ารับบำบัดโดยไม่เอาผิดทางอาญา หรือการลดการเป็นอาชญากรรมของผู้เสพ (decriminalization) “มองผู้เสพ เป็นผู้ป่วย” ใช้กระบวนการทางสาธารณสุขและสุขภาพในการแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติด 

ส่วนการครอบครองยาเสพติดในปริมาณเล็กน้อยไว้พื่อเสพ เช่น ยาบ้า ไม่เกิน 5 เม็ด หรือยาไอซ์      ไม่เกิน 100 มิลลิกรัม หรือยาเค มีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน 500 มิลลิกรัม  ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2567  ยังคงเป็นความผิดฐาน "ครอบครองเพื่อเสพ" ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา  107 , 164 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ แต่หากผู้ครอบครองยาเสพติดไว้เพื่อเสพ สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา และดำเนินการเข้ารับการบำบัดจนครบถ้วน ก็จะไม่มีความผิด ตาม ม.113  เช่นกัน โดยการครอบครองยาเสพติดไว้เพื่อเสพ แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้ 

กรณีที่ 1 การครอบครองยาเสพติดไว้เพื่อเสพตามพฤติกรรมอันแท้จริง เช่น มียาบ้า 10 เม็ด แม้จะมีปริมาณเกินกว่าที่กฏกระทรวงกำหนด แต่หากข้อเท็จจริง พยานหลักฐานต่างๆ ยืนยันได้ว่า ยาบ้าจำนวน 10 เม็ดนั้น มีไว้เพื่อเสพจริง ไม่มีพฤติการณ์หรือประวัติในการจำหน่ายยาเสพติด มีผลตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ เช่นนี้ มีความผิดฐาน ครอบครองเพื่อเสพ  

กรณีที่ 2 การครอบครองยาเสพติดไว้เพื่อเสพปริมาณเล้กน้อยไม่เกินที่กำหนด เช่น ยาบ้า ไม่เกิน 5 เม็ด หรือ ยาไอซ์ ไม่เกิน 100 มิลลิกรัม หรือยาเค มีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน 500 มิลลิกรัม  ตาม ประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2567 หากไม่มีพฤติการณ์หรือประวัติในการจำหน่ายยาเสพติด เช่นนี้ มีความผิดฐาน ครอบครองเพื่อเสพ  

ทั้งนี้ พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รองโฆษก ตร. ขอเรียนประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชนได้รับทราบว่า การเสพยาเสพติดทุกชนิดประเภท  การครอบครองยาเสพติดทุกชนิดประเภท ไม่ว่าจำนวนเท่าใดยังคงเป็นความผิดตามกฎหมาย ถูกจับกุม ดำเนินคดีได้

‘ชาวพิษณุโลก’ จัด!! ออเดอร์สุดแปลกรับ ‘วันวาเลนไทน์’  ชุด 'บายศรีบูชาผัว-ช่อดอกบัวบูชาเมีย' สื่อถึงความเคารพรัก

(12 ก.พ.67) ผู้สื่อข่าวจังหวัดพิษณุโลกได้รับแจ้งร้านจัดดอกไม้รับออเดอร์สุดแปลกจากลูกค้าต้อนรับวันวาเลนไทน์ที่ร้านดอกไม้ ลาเฟลอร์ เลขที่ 43/11 ถ.บรมไตรโลกนาถ ต.ในเมือง จ.พิษณุโลก โดยมีนางสาวภัทรวิภา สุดเกตุ อายุ 44 ปี เป็นเจ้าของร้าน

นางสาวภัทรวิภา สุดเกตุ กล่าวว่า วันวาเลนไทน์ปีนี้ทางร้านได้รับออเดอร์จากลูกค้า โดยลูกค้ามีโจทย์ว่า ให้หาดอกไม้ที่มีคุณค่าที่สุด เพื่อให้สามีและภรรยา ซึ่งสองช่อนี้ที่ทางร้านได้ทำเป็นสองออเดอร์ ออเดอร์แรกเป็นภรรยาสั่งเพื่อมอบให้สามี อีกหนึ่งออเดอร์เป็นของสามีเพื่อจะมอบให้ภรรยา ในวันแห่งความรัก

นายนฤเบส กลิ่นเกษร อายุ 34 ปี ผู้ออกแบบตามโจทย์ที่ได้รับจากลูกค้า กล่าวว่า การทำช่อดอกไม้ครั้งนี้เน้นความแปลก แต่มีคุณค่าในการแสดงออกเพื่อเคารพรัก ช่อดอกไม้บายศรีบูชาผัว เปรียบเทียบเป็นหัวหน้าครอบครัว ที่ทำงานดูแลภรรยาเป็นอย่างดี ภรรยากราบไหว้สามีแล้วจะมีความเจริญก้าวหน้า ส่วนช่อดอกบัวบูชาเมีย ภรรยาเปรียบเสมือนเป็นแม่ทัพ ดูแลครอบครัวให้กำลังใจสามี ทำงานบ้านให้สามี ก็สมควรนำดอกไม้มากราบไหว้ แต่เปลี่ยนจากดอกกุหลาบเป็นดอกบัว

นางสาวภัทรวิภา สุดเกตุ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันวันวาเลนไทน์ลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่เน้นมอบดอกกุหลาบ จะเน้นดอกไม้ชนิดอื่น ๆ ที่มีความแปลกใหม่ และสุดเซอร์ไพรส์ที่ให้ผู้รับไม่คาดคิด ซึ่งทางร้านทำตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง โดยแค่มอบโจทย์ทางร้านจะออกแบบให้ไม่ซ้ำใคร

วันวาเลนไทน์ปีนี้ ร้านดอกไม้ ลาเฟลอร์ จำหน่ายช่อดอกกุหลาบเริ่มต้นที่ 100 บาท ขึ้นไปดอกไม้มีทั้งจากในประเทศไทย และสั่งจากต่างประเทศ นอกจากกุหลาบ ยังมีดอกไม้หลากหลายรูปแบบ ทิวลิป ไฮเดรนเยีย ยิปโซ ยิปซี ทานตะวัน และชนิดอี่น ๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งช่อดอกไม้ที่ร้าน ดอกไม้ ลาเฟลอร์  ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0817121652

ตร. “ไม่ยืนยัน” แค่คุย 2 นาที เงินหายจากบัญชี ชี้ยังไม่พบผู้เสียหาย หากมีให้รีบแจ้งความ พร้อมนำโทรศัพท์มาด้วย

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2567) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อ กรณี อดีต “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ออกมาเผยแพร่กับสื่อมวลชน ว่ากลุ่มมิจฉาชีพมีเทคโนโลยีใหม่ในการดูดเงินจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย เพียงการหลอกล่อให้ผู้เสียหายคุยโทรศัพท์ด้วย 2 นาทีขึ้นไป โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้เสียหายกดลิงก์ หรือติดตั้งแอปพลิเคชันใด ๆ นั้น

จากการตรวจสอบข้อมูลการรับแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ยังไม่พบว่ามีแจ้งความร้องทุกข์ในกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด โดยกรณีของการถูกดูดเงินออกจากบัญชีธนาคารที่พบนั้น มีสาเหตุมาจากการถูกหลอกให้ส่งข้อมูลบัญชีผู้ใช้ รหัสผ่าน และ OTP หรือถูกหลอกให้กดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมเครื่องระยะไกล หรือแอปดูดเงิน เพื่อควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อแล้วถอนเงินออกจากบัญชีธนาคารผ่านแอปธนาคารในโทรศัพท์จนเงินหมดบัญชี

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเรียนมายังพี่น้องประชาชน ว่าอย่าตื่นตระหนกและวิตกกังวลกับกรณีดังกล่าว เพราะจากการตรวจสอบจากหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยังไม่พบข้อมูลว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพที่มีเทคโนโลยีในลักษณะดังกล่าว ประกอบกับยังไม่มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ กรณีถูกดูดเงินจากบัญชีธนาคาร จากการคุยโทรศัพท์กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกิน 2 นาที ตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจาก การคุยโทรศัพท์กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกิน 2 นาที โดยไม่ได้มีการกดลิงก์กรอกข้อมูลส่วนบุคคลหรือรหัสผ่าน และไม่ได้ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมเครื่องระยะไกล แล้วถูกดูดเงินออกจากบัญชีธนาคาร ให้รีบมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็ว พร้อมกับนำโทรศัพท์มือถือเครื่องที่ท่านใช้งานมาด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจพิสูจน์ว่าคนร้ายใช้เทคโนโลยีใดในการก่อเหตุ เพื่อหาแนวทางการป้องกันต่อไป

สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลตรุษจีน (ชิวสี่) ประจำปี 2567 สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) เฮง เฮง เฮง ตลอดปีมังกรทอง

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2567) เวลา 09.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการ ดร.สุทัศน์ เตชะวิบูลย์ รองประธานกรรมการ นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ  คณะกรรมการฯ ผู้ช่วยกรรมการฯ และผู้บริหารมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีจุดเทียนเปิดงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2567 ในวันชิวสี่ หรือวันที่สี่ของเทศกาลตรุษจีน  ซึ่งเป็นวันที่ประกอบพิธีอัญเชิญ (รับ) เทพเจ้าลงจากสวรรค์ และเริ่มประกอบพิธีสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา (พะเก่ง) สะเดาะเคราะห์ แก้ปีชง เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา โดยคณะสงฆ์ฝ่ายอนัมนิกาย ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่  9 - 18 กุมภาพันธ์ 2567 โดยขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์ และสาธุชนทุกท่าน  “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี พร้อมรับประทาน สาคูสิริมงคล  เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข  รับฮู้ (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง  ติดหน้าบ้าน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง  เคาะระฆังทอง ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล และร่วมขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ)  ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 17 ก.พ. 2567 ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้หลวงปู่ไต้ฮง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ  ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 9 และ 17กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง)

เทศกาลตรุษจีน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เฮง ๆ ๆ  ต้อนรับปีมังกรทอง  มูลนิธิฯ เปิดให้มีการทำบุญพะเก่งออนไลน์ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung

** เนื่องจากขณะนี้ ประเทศไทย เกิดสถานการณ์ค่าฝุ่น P.M 2.5 เกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งยังคงมีอยู่ในขณะนี้ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใย และเพื่อความปลอดภัยของผู้มีจิตศรัทธา มูลนิธิฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร คอยอำนวยความสะดวกผู้มีจิตศรัทธา รวมทั้งจัดตั้งหน่วยพยาบาลสำหรับการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน และจัดให้มีป้ายประชาสัมพันธ์ค่าฝุ่นละออง P.M 2.5 แบบ Realtime เพื่อเป็นข้อมูลแก่ผู้มีจิตศรัทธาอีกทางหนึ่ง รวมถึงจัดให้มีมาตรการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสทุกวันหลังปิดทำการในแต่ละวัน รวมทั้ง ขอความร่วมมือประชาชนผู้มีจิตศรัทธาสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และใช้บริการเจลแอลกอฮอล์ที่มูลนิธิฯ ที่จัดบริการแก่ทุกท่านทั่วทุกบริเวณงาน รวมทั้งจัดให้มีบูธปฐมพยาบาลเพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีจิตศรัทธาที่มาร่วมงาน **

ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.pohtecktung.org และเฟชบุ๊ก แฟนเพจ facebook.com/atpohtecktung หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

### ซินเจียยู่อี่   ซินนี้ฮวดไช้.. เฮง เฮง เฮง ต้อนรับปีมังกรทอง 
## ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต ##
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418
#ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
****

ตม.สงขลา ผนึกกำลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ สกัดจับเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ ลักลอบเข้าประเทศช่วงเทศกาลตรุษจีน

วันนี้ (13 ก.พ. 67) พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ ผกก.ตม.สงขลา เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. ให้อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวซึ่งมีการเดินทางเป็นจำนวนมากในช่วงเทศกาลตรุษจีน พร้อมทั้งเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลเดินทางเข้า-ออก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดลักลอบเข้าประเทศ อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา ประสานข้อมูลบุคคลตามหมายจับเฝ้าระวังของกรมสอบสวนคดีพิเศษ สืบทราบว่าจะมีบุคคลในขบวนการค้ามนุษย์ลักลอบเข้าเมืองทางช่องทางชายแดนมาเลเซีย จึงได้เฝ้าระวัง ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ก.พ.2567 เวลาประมาณ 20.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา ได้ตรวจพบบุคคลตามหมายจับ ศาลอาญา ความผิดฐาน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 1 ราย คือ นางสาวพิมพา กำลังเดินทางผ่านช่องทางด่าน ตม.สะเดา จึงได้ทำการจับกุมตัวพร้อมประสานไปทางเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้ออกหมายจับ ให้มารับตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ฯ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ เป็นนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล  ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.ที่มีนโยบายเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลในการผ่านเข้าออกประเทศ โดยการตัดไฟแต่ต้นลม ในการให้ด่านชายแดนเป็นพื้นที่คัดกรองตรวจสอบประวัติบุคคล  ไม่ให้มีผู้กระทำความผิดกฎหมาย  เข้ามาสร้างความเสียหายแก่ประเทศไทยได้  จึงขอฝากข้อมูลถึงประชาชน หากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สตม.1178

'จิ๊บ ศศิกานต์' แนะ!! ‘แก๊งทะลุวัง’ ป่วนขบวนเสด็จฯ คนรุ่นใหม่ไม่จำเป็นต้องก้าวร้าว-สร้างความขัดแย้ง

(13 ก.พ.67) น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ หรือ ‘จิ๊บ’ อดีตผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตบางแค ภาษีเจริญ พรรครวมไทยสร้างชาติ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

ถึง น้องที่ทำการใด ๆ ลงไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

พี่เห็นข่าวที่น้องมีการพยายามขับรถจี้เข้ามาที่รถคันปิดท้ายในขบวนเสด็จกรมสมเด็จพระเทพฯ รวมทั้งบีบแตรยาวใส่ จนพี่ ๆ ตำรวจต้องเข้ามาปราม โดยที่น้องอ้างสิทธิเสรีภาพของตนเองนั้น 

พี่ดูคลิปของน้องและฟังน้องพูดคำว่า "ขบวนเสด็จฯ ปิดถนนทำไมๆๆ" หลายรอบมาก ๆ จนอดสงสัยไม่ได้ว่า ชุดความคิดนี้อาจอยู่ในสมองของน้องจนเห็นเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าอย่างบิดเบือนไป หรือเพราะเหตุใดน้องจึงพยายามพูดคำนี้ออกมา ทั้ง ๆ ที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ น้องและเพื่อนขับรถเข้าไปจี้รถในขบวนเสด็จฯ เอง 

ถ้ามองในแง่ลบ พี่ก็นึกเผิน ๆ ว่าน้องพยายามอัดคลิปทำคอนเทนต์ อ้างว่าขบวนเสด็จปิดถนน แล้วนำไปขยายผลต่อในโลกโซเชียลมีเดีย เพื่อประโยชน์ทางการเมือง หรือเพื่อความสนุกสนาน หรือเพื่อส่งการบ้านให้ใคร พี่ไม่อาจทราบได้ 

พี่อ่านเฟซบุ๊กของน้อง ที่พยายามแก้ต่างให้ตัวเอง บิดเบือนประเด็นเป็นเรื่องของการออกมาขอโทษที่ขับรถเร็ว ด้วยแววตาที่ไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย

พี่ขอบอกว่าผ่านสื่อตรงนี้ ในฐานะพี่สาวร่วมประเทศคนนึงค่ะว่า น้องอาจเกิดไม่ทัน หรือเกิดทัน แต่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ถึงสิ่งที่กรมสมเด็จพระเทพฯ ได้ทรงอุทิศพระวรกายในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับประชาชน...ซึ่งก็ไม่เป็นไร 

ชุดความคิด และความเชื่อในสมองของเรา ไม่เหมือนกัน 

แต่น้องจ๋า...การแสดงออกว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ไม่จำเป็นต้องก้าวร้าว หรือก้าวล่วงนะคะ ไม่ว่าจะกับใคร ๆ ก็ตาม..การเป็นคนรุ่นใหม่ที่น่ารัก กล้าคิด กล้าทำและแสดงออกแบบให้เกียรติซึ่งกันและกัน และทำตัวให้เป็นที่รักของคนทุก ๆ คน น่าจะดีกว่าการพยายามสร้างความขัดแย้งและความเกลียดชังในสังคมนะ พี่ว่า…

พี่จิ๊บ ศศิกานต์

บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เปิดตัว ‘Super S Series’ UTP CAT 6A และ FTTR สินค้าเรือธงรุ่นไฮไลท์แห่งปี 2024 พลิกโฉมวงการระบบโครงข่ายสายสัญญาณ ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศไทย เพราะอนาคตมาเร็วกว่าที่คิด

(12 ก.พ. 67) บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์ เปิดตัว ‘Super S Series’ UTP CAT 6A และ FTTR สินค้าเรือธงรุ่นไฮไลท์แห่งปี 2024 โดยเปิดเผยว่า…เหนือกว่าที่เคยมี! กับนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่แห่งยุคดิจิทัลที่เจ๋งกว่าเดิมกับงานเปิดตัวสินค้า ‘Super S Series’ UTP CAT 6A และ Fiber Optic To The Room Solution ในโรงภาพยนตร์ 270 องศา ที่สะเทือนวงการระบบโครงข่ายสายสัญญาณอย่าง ‘Super S Series’ กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นเรือธงแห่งปี 2024 ของกลุ่ม ‘บมจ.อินเตอร์ลิ้งค์’ จากความตั้งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศไทย โดยได้จับมือร่วมกับ LINK ASIA และยังเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวที่ได้รับอนุญาต ร่วมคิดค้น และพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อมาตอบโจทย์แก่เทคโนโลยีแห่งยุค เป็นการออกแบบภายใต้แนวคิด 3 ด้าน ‘Smart Small & Save’ (Smart: ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย และผลิตจากเทคโนโลยีขั้นสูง) (Small: มีขนาดเล็ก และให้ประสิทธิภาพสูงเหนือกว่ามาตรฐานกำหนด) (Save: ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย รวมถึงประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง หรือ Pathway และประหยัดค่าใช้จ่ายในการ Maintenance) เน้นย้ำชัดคุณภาพเยี่ยม การันตีด้วยมาตรฐานโลก เตรียมพร้อมสร้างสแตนดาร์ดใหม่แห่งวงการที่เป็นกุญแจสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จ ตอกย้ำภาพผู้นำด้านผลิตภัณฑ์สายสัญญาณด้วยวิวัฒนาการที่ดีที่สุด 

อีกทั้งยังได้รับการันตีจากทุกภาคส่วนที่ให้ความไว้วางใจ เชื่อมั่นในสินค้า LINK AMERICAN อีกด้วย เพราะเราเชื่อมั่นว่าสินค้า Super S Series คือ อนาคตสำหรับทุกที่ พร้อมย้ำชัดเป็นสินค้าเรือธงที่จะสามารถกระตุ้นยอดขาย ทำรายได้ให้กลุ่มบริษัทฯ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืนแบบมีคุณภาพแน่นอน และวันนี้พร้อมแล้วที่จะมาพลิกโฉมวงการระบบโครงสร้างพื้นฐานด้วยวัตกรรมใหม่ที่ดีที่สุด

“อลงกรณ์”วิพากษ์พรรคประชาธิปัตย์ในมุมที่มองไม่เห็น(Unseen Democrat Party)กับปัญหาภัยคุกคามของโลกและโอกาสของไทย

วันนี้(13 ก.พ.) นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตเลขาธิการCALDได้โพสต์ข้อเขียนวิพากษ์พรรคประชาธิปัตย์กับปัญหาภัยคุกคามของโลกและโอกาสของไทยในหัวข้อเรื่อง “พรรคประชาธิปัตย์ :มุมที่มองไม่เห็น Unseen Democrat Party”ในเฟสบุ๊คซึ่งเป็นเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับบทบาทระหว่างประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ที่ควรค่าต่อการรับรู้ของสังคมไทยในฐานะพรรคการเมืองเก่าแก่ของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนายอลงกรณ์เขียนข้อความดังต่อไปนี้

“พรรคประชาธิปัตย์ :มุมที่มองไม่เห็น Unseen Democrat Party”

พรรคประชาธิปัตย์มีหลายมุมที่มองเห็นและมีหลายมุมที่มองไม่เห็นหรือหลายคนไม่เคยรู้

ความเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศมีอายุกว่าเจ็ดทศวรรษเป็นสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยในฐานะพรรคการเมืองของประเทศไทยได้มีบทบาทในความร่วมมือกับองค์กรทางการเมืองระหว่างประเทศหลายองค์กร

ตัวอย่างเช่นการเป็นพรรคการเมืองที่ร่วมก่อตั้งและเป็นสมาชิกของสภาพรรคการเมืองเสรีนิยมและประชาธิปไตยแห่งเอเชีย (CALD) หรือการเป็นสมาชิกขององค์กรเสรีนิยมนานาชาติ(LI: Liberal international) โดยพรรคประชาธิปัตย์มีบทบาทอย่างสำคัญในการสนับสนุนและส่งเสริมอุดมการณ์ประชาธิปไตยในแนวทางเสรีนิยมทั้งในมิติของอุดมการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจรวมถึงประเด็นความท้าทายใหม่ๆของโลกเช่น ปัญหาภาวะโลกร้อนปัญหาความมั่นคงทางอาหารปัญหาความยากจน ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่ทุกประเทศจะต้องร่วมมือกันในการรับมือและร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะในระดับนโยบายทางการเมืองซึ่งแต่ละพรรคการเมืองในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ล้วนแล้วแต่มีหน้าที่ไม่ว่าในฐานะรัฐบาลหรือฝ่ายค้านในการตอบโจทย์ประเด็นสำคัญๆเหล่านี้ 
สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำขององค์กรพรรคการเมืองระหว่างประเทศในฐานะประธานและเลขาธิการCALD เช่นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ นาย อลงกรณ์พลบุตร นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และนายเกียรติ สิทธิอมร รองประธานองค์กรเสรีนิยมนานาชาติ เป็นต้น

ดังนั้นความร่วมมือภายใต้องค์กรทางการเมืองนานาชาติจะช่วยให้เกิดพลังอย่างมีพลวัตมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วง 30 กว่าปีที่ผ่านมา คนของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในระดับนโยบายผ่านกิจกรรมต่างๆกับพรรคการเมืองในทวีปอเมริกาทวีปยุโรปและทวีปเอเชียทั้งที่มีแนวคิดและปรัชญาทางการเมืองสอดคล้องกันและแตกต่างกันอย่างไร้พรมแดน

โลกวันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า จากปัญหาสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี รวมทั้งปัญหาประชากรที่เพิ่มขึ้น ปัญหาความขัดแย้งและสงครามในภูมิภาคต่างๆรวมถึงภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและโรคระบาดที่เกิดขึ้นเช่น โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตและทุกประเทศ

ดังนั้นความร่วมมือไม่ว่าในระดับรัฐต่อรัฐ ประชาชนต่อประชาชนและพรรคการเมืองต่อพรรคการเมืองจึงเป็นแพลตฟอร์มที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปีที่ผ่านมาโดยส่งผ่านภารกิจจากหัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์จนถึงนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ด้วยความเชื่อมั่นว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องมีบทบาทสำคัญและความรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาและรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ที่เป็นทั้งภัยคุกคามและโอกาสประการสำคัญคือ เราไม่สามารถอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเราไม่อาจที่จะละทิ้งความรับผิดชอบที่มีต่อประเทศและโลกของเรา ทั้งรุ่นนี้และรุ่นต่อไปในอนาคต.

อลงกรณ์ พลบุตร
อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
อดีตเลขาธิการCALD
จาการ์ตา , อินโดนีเซีย
13 กุมภาพันธ์ 2567
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top