Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

‘มิ้นท์’ I Roam Alone ประกาศแยกทางแฟนหนุ่มต่างชาติ ลั่น!! ไม่มีความสุขอีกแล้ว ขอแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตดีกว่า

(14 ก.พ. 67) เพิ่งประกาศข่าวดี หลังถูกแฟนหนุ่มชาวต่างชาติคุกเข่าขอแต่งงานที่ Gateway to Hell ประเทศเติร์กเมนิสถาน พร้อมระบุว่าได้เข้าพิธีวิวาห์กันแล้วแบบแอมะซอนสไตล์ ในป่าแอมะซอนไปเมื่อปีที่ผ่านมา

แต่ล่าสุดทางด้านของ ‘มิ้นท์ มณฑล กสานติกุล’ ยูทูบเบอร์เจ้าของช่องท่องเที่ยว I Roam Alone ก็เผยข่าวเศร้าว่าได้เลิกรากับอีกฝ่ายแล้วโดยระบุข้อความว่า...

สวัสดีค่ะทุกคน

มิ้นท์มีเรื่องจะบอกนะ ตอนนี้มิ้นท์กับโจแยกกันแล้วนะคะ ด้วยปัญหาหลายๆ อย่าง

จริงๆ ไม่มีใครอยากให้จบแบบนี้เลย แต่เราอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุขอีกแล้ว เลยดีกว่าที่ต่างคนต่างแยกไปใช้ชีวิตของตัวเองค่ะ

จริงๆ การเปลี่ยนแปลงมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แค่เราจะรับมือยังไงในวันที่การเปลี่ยนแปลงมาถึง ยังดีน้าที่เรายังมีครอบครัว มีเพื่อน มีพี่ๆ น้องที่ยังอยู่กับมิ้นท์ อยู่ไปด้วยกันนานๆ นะคะ

ไม่ต้องเป็นห่วงน้า มิ้นท์จัดการความรู้สึกได้สะอาดเอี่ยมมากเลยครั้งนี้ เพราะเราเต็มที่แล้ว ไม่มีอะไรติดค้าง และไม่มีอะไรเสียดายเลยค่ะ

โดนหนักทั้งแก็งค์ เด็กแว้นพระสมุทรเจดีย์ ตำรวจส่งฟ้องแล้ว 22 ราย ศาลสั่งปรับหนักคนละ 10,000 บาท จำคุก 3เดือน พร้อมริบรถทุกคัน ทั้งหมด22คัน !!!

วันนี้( 14 ก.พ.67 ) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องของ ตร. เปิดเผยกรณีปิดล้อมเด็กแว้นแข่งรถบนถนนสุขสวัสดิ์ พื้นที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จับกุมผู้ต้องหาได้ 32 ราย ยึดรถ 49 คัน ส่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว 22 ราย ศาลพิพากษาปรับหนักคนละ 10,000 บาท จำคุก 3 เดือน พร้อมริบรถจักรยานยนต์ของกลางทุดคน ทั้งหมด 22คัน ส่วนผู้ต้องหาเด็กเยาวชนอีก 10ราย อยู่ระหว่างทำสำนวนการสอบสวน และจะดำเนินการต่อเนื่องตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ  และเตรียมพิจารณาโทษเอาผิดสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กออกมารวมกลุ่มกันก่อเหตุดังกล่าวนี้

พล.ต.ท.สำราญฯ กล่าวว่า เมื่อเวลา 03.30 น. ของวันที่ 12 ก.พ.67 สภ.พระสมุทรเจดีย์ นำโดย พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้สั่งการให้พ.ต.อ.ทศพล ทองใบ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย วางแผนเข้าปิดล้อมจับกุมกลุ่มเด็กแว้นที่มารวมตัวกันบริเวณ ถ.สุขสวัสดิ์ ฝั่งขาเข้า สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 32 ราย ยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 49 คัน นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ได้แจ้งข้อหา “ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ” ต่อมาเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2567 ส่งฟ้องศาลแขวงสมุทรปราการ ศาลได้พิพากษา ปรับคนละ 10,000 บาท ทำทัณฑ์บนไว้ 1 ปี จำคุก 3 เดือน โทษจำรอลงอาญา 2 ปี ริบรถของกลาง 22 คัน ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอีก 10 ราย อยู่ระหว่างทำสำนวนการสอบสวน และจะดำเนินการต่อเนื่องตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ และพิจารณาดำเนินคดีเอาผิดกับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลยให้ออกมารวมตัวก่อเหตุดังกล่าวนี้

ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า การจับกุมครั้งนี้ เป็นการเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการแก้ปัญหาของเด็กแว้น โดยนำข้อมูลเบาะแสการร้องเรียนผ่านสายด่วน 1599 และ 191 จากคณะทำงานฯ ของ ตร. ที่ประสานส่งข้อมูลไปให้ แล้วนำมาวิเคราะห์ดำเนินการวางแผนระดมกวาดล้างจับกุมในครั้งนี้ ซึ่งตนได้กำชับทุกพื้นที่ให้ประสานและนำข้อมูลต่างๆ ของคณะทำงานฯ ของ ตร.นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับการแก้ปัญหาเด็กแว้นในพื้นที่ของตนเอง ทั้งนี้ การแข่งรถในทาง การขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง และเป็นความผิดทางอาญา ศาลพิพากษาลงโทษหนัก ริบรถของกลาง จึงอยากฝากเตือนพี่น้องประชาชน รวมถึงผู้ปกครองที่มีบุตรหลาน ให้ช่วยกันห้ามปราม อย่าปล่อยปละละเลยบุตรหลานของท่าน และอย่าเลียนแบบหรือกระทำตามในลักษณะนี้เด็ดขาด ซึ่ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ คณะทำงานฯ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รอง ผบ.ตร. ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ทั้งการโพสต์ชักชวน เชิญชวน บนสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆก็ดี ทั้งการรวมตัวบนท้องถนนก็ดี โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุร้ายที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รวมใจร่วมโพสต์ภาพ 'สรรเสริญ-ปกป้อง' พระเกียรติ 'กรมสมเด็จพระเทพฯ' แสดงออกถึงความรัก และพร้อมยืนเคียงข้างพระองค์อย่างมีอริยะ

(14 ก.พ.67) จากกรณีที่คนกลุ่มหนึ่งแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ด้วยการขับรถจี้ท้าย บีบแตรป่วนใส่ขบวนเสด็จ กรมสมเด็จพระเทพฯ จนสร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ของประเทศ และกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เหล่าคนวงการบันเทิงรุ่นต่างๆ ต่างก็ออกมาเคลื่อนไหวไม่ว่าจะเป็น พี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค, เจ เจตริน, เกลือ เป็นต่อ, แพนเค้ก เขมนิจ, ท็อป ดารณีนุช, บอย พิษณุ, ฝ้าย เอเอฟ, น็อต วรฤทธิ์, พิม พิมพ์มาดา, นก สินจัย , นก จริยา แอนโฟเน่, หมอก้อง สรวิชญ์, เบนซ์ พรชิตา, มิค บรมวุฒิ, วี วีรภาพ, กิ๊ฟ ทีสเกิร์ต, ธัญญ่า ธัญญาเรศ, ตั๊ก บงกช, เบนซ์ ปุณยาพร เป็นต้น

โดยได้มีการอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ และพระบรมสาทิสลักษณ์ 'สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี' มาโพสต์ลงในโลกออนไลน์ พร้อมกับการถวายกำลังใจแด่พระองค์ท่านเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ คนไทยที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ต่างก็ออกมาแสดงพลังอย่างมีอริยะในลักษณะเดียวกัน เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความรักและพร้อมยืนเคียงข้างพระองค์โดยพร้อมเพรียง

#น้อมถวายกำลังใจกรมสมเด็จพระเทพฯ
#เรารักกรมสมเด็จพระเทพ

สวนนงนุชพัทยา จัดงานจดทะเบียนสมรสบนหลังช้างรับวันแห่งความรัก 14 กุมภา วันวาเลนไทน์

วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์  2567 เวลา 09.00น. นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา  มอบหมายให้    นางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา จัดกิจกรรมจดทะเบียนสมรสบนหลังช้างโดยมี นายภัควัต ขันธหิรัญ นายอำเภอสัตหีบ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยทางอำเภอสัตหีบ ได้จัดส่งหน่วยเคลื่อนที่อำนวยความสะดวก ในการจดทะเบียนสมรส บริเวณสวนลอยฟ้าซึ่งเป็นสวนแปลกและใหม่ที่สุดของโลก 

ในวันนี้สวนนงนุชพัทยา ได้จัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่อลังการโดยมีขบวนแห่ขันหมากนำคู่สมรส 9 คู่นั่งบนหลังช้าง 9 เชือก และนักแสดงสวนนงนุชพัทยาอีกกว่า 100 คน ร่วมขบวนสร้างความตื่นตา ตื่นใจให้กับคู่บ่าวสาวที่มาร่วมงาน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวได้พบประสบการณ์ใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับวัฒธรรมและประเพณีไทยอันดีงาม มันคือ ซอฟต์พาวเวอร์ ( Soft Power )ที่ทางสวนนงนุชพัทยาจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กิจกรรมสำหรับผู้ที่มาจดทะเบียนสมรสวันนี้ทุกท่าน ได้รับสิทธิ์เที่ยวชมสวนสวยฟรีทุกคู่ โดย50ท่านแรกได้รับบัตรรับประทานอาหารกลางฟรี และทุกคู่ได้ขึ้นหลังช้างเพื่อรับทะเบียนสมรส พร้อมกับรับของที่ระลึกเป็นต้นไม้มงคลทุกคู่ จากสวนนงนุชพัทยา

'เชียงราย' เปิดอยู่ก็จับ!! พ่อเมืองเชียงรายจับต่อ 2 ร้านน้ำกระท่อมพบเด็กต่ำกว่า 18 นั่งดื่มภายในร้าน

(13 ก.พ.67) เวลา 22.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย นายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงรายได้สั่งการให้ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงราย นำโดยนายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วย หน.ศอ.ปส.จ.ชร. สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 นายพิสิษฐ์ สันติวงษ์สกุล ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย เข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายน้ำกระท่อม

1. ร้าน กินยำป่าว 20 บาท (ชื่อเดิม มิตรภาพน้ำท่อม หวานฉ่ำ) โดยภายในร้านมีลักษณะการประกอบกิจการตบตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ทางร้านขึ้นป้ายขายยำ แต่แอบแฝงขายน้ำกระท่อม ปรุงแต่งด้วยน้ำหวาน ซึ่งจะรู้กันในหมู่เด็ก เยาวชน วัยรุ่น ว่าภายในร้านมีการจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุง เป็นหลัก โดยมีเงินหมุนเวียนจากการขายน้ำกระท่อมหลักหลายพันบาท และเปิดโดยไม่มีเวลาปิด ตามแต่ลูกค้าจะนั่ง จากการตรวจสอบพบบางวันเปิดถึงเช้า โดยลักษณะร้าน ตั้งอยู่หลังสถานศึกษา อยู่ใกล้หอพัก และแหล่งชุมชน และจากการตรวจสอบยังพบว่าเมื่อวัยรุ่นนั่งดื่มกินที่ร้านเสร็จแล้ว จะมีการขับรถมอเตอร์ไซค์แต่งเสียงดัง ออกจากร้านในตอนดึก ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญกับคนในละแวกนั้นเป็นอย่างมาก

จากการเข้าตรวจสอบร้านดังกล่าวพบ มีผู้ใช้บริการกว่า 20 คน นั่งดื่มกินน้ำกระท่อมปรุงทุกโต๊ะ มีบางโต๊ะพรางด้วยการดื่มกินในแก้วเยติ และจากการตรวจสอบผู้ใช้บริการภายในร้าน พบมีอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 2 คน และส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 18 - 20 ปี จากการตรวจค้นภายในร้าน ยังพบอุปกรณ์แต่งรถ ทั้ง ท่อ โช๊ค และชิ้นส่วนอื่นที่ใช้ในการแต่งรถอีกเป็นจำนวนมาก และตรวจสอบภายนอกร้านพบรถจักรยานยนต์ที่มีการดัดแปลงอีกกว่า 10 คัน

ร้าน กินยำป่าว 20 บาท (ชื่อเดิม มิตรภาพน้ำท่อม หวานฉ่ำ) ตั้งอยู่ที่อาคารไม่มีเลขที่ บ้านป่าก๊อ หมู่ที่ 6 ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย จากการตรวจสอบภายในร้านพบมีบุคคลแสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน
จำนวน 1 คน 

2. ต่อเนื่องเวลา 23.30 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายน้ำกระท่อม ชื่อเดิม ร้านนั่งยันท่อมกัน By หลังเซ็น ตั้งอยู่เลขที่ 248 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้มีคำสั่งปิดสถานที่ดังกล่าวไม่มีกำหนดระยะเวลา เนื่องจากมีการจับกุมมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ละครั้งมีการปล่อยปละให้เยาวชนเข้าไปนั่งดื่มกินน้ำกระท่อม ซึ่งจากการตรวจสอบอายุต่ำที่สุดมีอายุ 12 ปี โดยมีการจับกุมมาแล้วในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ครั้งที่ 2 ในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 และครั้งที่ 3 ในวันที่ 24 มกราคม 2567 ซึ่งการจับกุมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 

จากการเข้าตรวจสอบ พบร้านยังคงเปิดให้บริการโดยฝ่าฝืนคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และมีผู้ใช้บริการในร้านอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งร้านดังกล่าวยังคงเปิดให้มีการนั่งดื่มกินน้ำกระท่อมปรุงภายในร้านได้ และมีการเพิ่มการให้บริการในการจำหน่ายกลับบ้านโดยบรรจุขวด ในราคาขวดละ 50 บาท และยังตรวจสอบพบยาแก้ไอเด็กอีกเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบภายในร้านพบมีบุคคลแสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน
จำนวน 1 คน

ซึ่งจากการตรวจสอบ ทั้ง 2 ร้านไม่พบใบอนุญาตในทุกประเภทและไม่พบหนังสือรับรองการแจ้งการสะสมอาหาร ตามพรบ.การสาธารณสุข และมีการจำหน่ายน้ำกระท่อม โดยฝ่าฝืน พรบ.อาหารฯ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจร้านดังกล่าวยังไม่มีการตรวจความปลอดภัยของอาหารและไม่ได้ส่งมอบสลากให้สำนักงานอาหารและยาตรวจอนุมัติก่อนนำไปใช้ตามเงื่อนไขของประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาหารใหม่หรือที่ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมภาคีเครือข่าย มอบรางวัลพลเมืองดีส่งคลิปขับขี่ฝ่าฝืนกฎหมาย ตาม 'โครงการอาสาตาจราจร'

(13 ก.พ. 67) เวลา 16.30 น. พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานคณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน , นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ , คุณพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ รักษาการผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) , คุณนิตยา ลีธีระกุล ผู้บริหารสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 และ คุณอัจฉรา บัวสมบูรณ์ ผู้บริหารสถานีวิทยุ จส.100 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัล และเกียรติบัตรโครงการอาสาตาจราจร โดยมอบรางวัลให้กับประชาชนเจ้าของคลิปกล้องหน้ารถที่บันทึกอุบัติเหตุทางถนนหรือการกระทำผิดกฎจราจรที่สำคัญ ประจำเดือนธันวาคม 2566 รวมทั้งสิ้น 20 รางวัล เงินรางวัลสูงสุด 20,000 บาท รวมเงินรางวัลที่มอบในวันนี้ เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาท โดยบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัล

พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า นับแต่เริ่มโครงการมาจนถึงปัจจุบัน สังคมมีความตื่นตัว มีคลิปการกระทำผิดกฎจราจรจากภาคประชาชนส่งมาให้คณะทำงานพิจารณาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเบาะแสเหล่านี้แสดงถึงความสนใจ ใส่ใจกับปัญหาการจราจร และจะเป็นการขับเคลื่อนที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาการจราจร เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนให้กับผู้ใช้ทาง สำหรับผู้กระทำผิดที่ถูกบันทึกคลิปวิดีโอเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำไปตรวจสอบและติดตามมาดำเนินคดี โครงการนี้มุ่งหวังให้ผู้ขับขี่ยับยั้งชั่งใจในการกระทำผิด เพื่อมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรม สามารถส่งคลิปการกระทำผิดกฎจราจรมายังช่องทางที่หลากหลาย ได้แก่ เพจอาสาตาจราจร เพจตำรวจทางหลวง เพจกองบังคับการตำรวจจราจร รวมถึงเพจเครือข่ายที่ร่วมโครงการ ทั้งเพจมูลนิธิเมาไม่ขับ สวพ.91 และ จส.100 คลิปที่มีเนื้อหาน่าสนใจผ่านการคัดเลือก นอกจากได้รับเงินรางวัลแล้ว ยังได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะพลเมืองดี ช่วยส่งพยานหลักฐานเพื่อช่วยคนดีชี้คนผิด เป็นส่วนหนึ่งในการลดอุบัติเหตุทางถนน 

ทางด้าน นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการสร้างการตระหนักรู้ในการขับขี่ปลอดภัย ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร การมีส่วนร่วมดังกล่าวเป็นการสร้างมาตรฐานทางสังคมให้เกิดความยับยั้งชั่งใจในการกระทำผิด

ในการแถลงข่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติฝากย้ำเตือนไปยังผู้ขับขี่รถทุกคน สำหรับรถทุกชนิด ต้องได้รับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมาย เนื่องจากการวิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูลอุบัติเหตุสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(PRS) พบว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 (29 ธ.ค.66 – 4 ม.ค.67) มีผู้ขับขี่ที่ประสบอุบัติเหตุสูงถึง 78 % ที่ไม่มีใบอนุญาตขับรถ อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน เนื่องจากการได้รับใบอนุญาตขับรถถือเป็นมาตรฐานที่แสดงว่าผู้ขับขี่มีความรู้ด้านกฎหมายจราจร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถใช้ทาง รวมถึงทักษะในการขับขี่รถอย่างปลอดภัย ตลอดช่วงที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กวดขันดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในข้อหาขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต และไม่พกพาใบอนุญาตมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีผู้ฝ่าฝืนอยู่ จึงขอรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกคนเข้ารับการทดสอบ จนได้รับใบอนุญาตขับรถก่อนขับรถในทาง สำหรับผู้กระทำผิดฐานขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตนั้นมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 เดือน 

‘วาเลนไทน์’ เริ่มแล้ว!! ‘จ.ตรัง’ จัดงานวิวาห์ใต้สมุทร 2024 บ่าวสาว 11 คู่ เตรียมดำน้ำจดทะเบียนสมรส วันแห่งความรัก

(13 ก.พ.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.ตรัง เริ่มงานพิธีวิวาห์ใต้สมุทร 2024 หรือ งานแต่งงานใต้ทะเล ต้อนรับวันวาเลนไทน์ ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 27 แล้ว

เริ่มด้วยขบวนรถตุ๊กตุ๊กหัวกบจำนวน 12 คัน แห่คู่บ่าวสาวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศรวม 12 คู่ เป็นชาวไทย 9 คู่ ชาวจีน 1 คู่ ชาวมาเลเซีย 1 คู่ และไทย-อินโดนีเซีย 1 คู่ โดยแห่ไปรอบตลาดสดเทศบาลนครตรัง เพื่อให้คู่บ่าวสาวได้ชมวิถีชีวิตชาวเมืองตรัง โดยการนั่งรถตุ๊ก ๆ หัวกบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองตรัง และเป็นรถประจำทางที่ไม่เหมือนใครหนึ่งเดียวในประเทศ

ก่อนเดินทางไปร่วมพิธีแห่ขบวนขันหมาก ที่อนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ในเขตเทศบาลนครตรัง โดยนำสินสอด ทองหมั้น และแหวนเพชรไปสู่ขอเจ้าสาวด้วย จากนั้นจึงมีการให้คู่บ่าวสาวลอดซุ้มประตูวิวาห์และลั่นระฆังรัก ก่อนจะพาคู่บ่าวสาวไปสักการะอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) อดีตเจ้าเมืองตรัง เพื่อความเป็นสิริมงคล

นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการ จ.ตรัง เดินทางมาเป็นประธานในพิธีรดน้ำสังข์ (น้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ 5 แห่ง จ.ตรัง) ให้ คู่บ่าวสาวที่เข้าร่วมพิธีวิวาห์ใต้สมุทรทั้ง 12 คู่

สำหรับพิธีวิวาห์ใต้สมุทรปีนี้ มีคู่บ่าวสาวร่วมดำน้ำจดทะเบียนสมรสใต้ทะเลในวันวาเลนไทน์ ในวันพรุ่งนี้ 14 ก.พ. ที่บริเวณหินก้อนเดียว หน้าเกาะมุกด์ อ.กันตัง จ.ตรังจำนวน 11 คู่ จากทั้งหมด 12 คู่ และมีการจดทะเบียนสมรสจริง ที่เกาะกระดาน อ.กันตัง จ.ตรัง

'วราวุธ' เผย 'พม.' ส่งเสริมคนไทย 'ก้ม-กราบ-กอด' 14 ก.พ.นี้  แสดงความรักต่อผู้ใหญ่ แบบไม่ต้องสนใจสายตาต่างชาติ

(13 ก.พ.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการจัดงานวันวาเลนไทน์ในวันพรุ่งนี้ ว่า กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และสำนักงานเขตบางซื่อ จะร่วมกันจัดกิจกรรมให้คู่รักจดทะเบียบสมรส และจะมีของที่ระลึกมอบให้กับผู้มาร่วม ที่ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเกทเวย์ บางซื่อ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ลดปัญหาความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในสตรีและเด็ก โดยเฉพาะในเด็ก เพราะการที่แต่ละคนจะมีครอบครัวนั้น ต้องมาจากความรักและการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง การใช้หลักในการครองเรือนกัน ในวันนี้เราไม่ได้พูดถึงแค่ชายหญิงแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศสภาพใด การมีหลักคิดที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ พม. จะแนะนำในวันแห่งความรัก ตนขอฝากว่า ไม่ว่าจะรักใครก็แล้วแต่ต้องรักตัวเองก่อน ดูแลตัวเองให้มาก และเอื้อเฟื้อความรักเหล่านั้นให้กับคนรอบข้าง 

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เรายังมีกิจกรรมที่จัดโดยกรมกิจการผู้สูงอายุ ชื่อว่า 'รักที่สื่อสารได้ในทุกวัน ด้วยการก้ม กราบ และกอด' เพราะเมื่อเวลาพูดถึงความรักเราไม่ได้พูดถึงแค่คนสองคน แต่เรายังพูดถึงการมีความรักต่อบุพการีหรือผู้ใหญ่รอบข้าง 

"การก้ม การแสดงตามวิถีไทย เวลาเด็กเดินผ่านผู้ใหญ่ ก็ต้องก้มโค้งตัวลง ซึ่งเป็นประเพณีที่ดีงามของคนไทย ท่ามกลางกระแสที่เปลี่ยนไป ต่างชาติจะเป็นอย่างไร ต้องเรียนว่าผมไม่สนใจ แต่ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย เป็นการแสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่นั้น เป็นสิ่งที่เราควรดำรงคงไว้คือการก้ม" นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า การกราบ เป็นอีกเรื่องที่แสดงความเคารพต่อผู้ใหญ่อย่างดีที่สุด หากวันนี้ ยังมีญาติผู้ใหญ่กล่าวได้ก็อยากให้กราบท่าน เป็นการแสดงความเคารพสูงสุดต่อผู้มีพระคุณ ประเด็นสุดท้ายคือการกอด หากหลายคนยังมีคุณพ่อ คุณแม่ มีผู้ใหญ่ให้กอดได้ ขอให้กอดท่านไว้กล่าวว่าเป็นการแสดงความอบอุ่น รวมทั้งเป็นการดูแลอย่างใกล้ชิด เป็นนโยบายรักที่สื่อสารได้ทุกวัน

'อุ๊งอิ๊ง' ยัน!! เสียงดังโซนวีไอพีคอนเสิร์ต 'เอ็ด ชีแรน' ไม่ใช่เสียงตน  แต่มองเป็นเรื่องปกติ เพราะคนไปดูไม่ใช่ต้องนั่งเงียบเหมือนไปวัด 

(13 ก.พ.67) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์จำนวนมากเกี่ยวกับดรามาคอนเสิร์ต Ed Sheeran นักร้อง นักแต่งเพลงชาวอังกฤษ ที่มาจัดที่ประเทศไทย แต่โซนวีไอพีกลับหัวเราะเสียงดัง ทำให้มีผู้ชมบางคนถึงกับทนไม่ไหว ต้องเดินออกระหว่างคอนเสิร์ตว่า ตนเห็นคลิปเช่นกัน ทุกท่านก็ฟังเสียงตนบ่อย “ซึ่งนั่นไม่ใช่เสียงตน” เสียงตนเป็นเอกลักษณ์ หากตะโกนคงจะจำได้ทันที เพราะตะโกนหาเสียงมาแล้ว ร้องเพลงเพี้ยนมาไม่รู้กี่รอบ

“จริงๆ ไปคอนเสิร์ตก็เป็นสถานที่ที่มีความสุข หลายคนที่ไม่ใช่เฉพาะโซนวีไอพีก็ส่งเสียงหรือร้องเพลงตาม เป็นปกติของคนไปคอนเสิร์ต ไม่ใช่ไปคอนเสิร์ตแล้วต้องนั่งเงียบ ซึ่งหากเราไปวัดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไปคอนเสิร์ตก็อีกเรื่องหนึ่ง มันไม่เหมือนกัน และคิดว่าไม่มีอะไร”

เมื่อถามว่า บรรยากาศขณะนั้นมีชาวต่างชาติโวยขึ้นมาหรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า “ไม่มี” และก่อนที่จะถึงเวลาเริ่มคอนเสิร์ต ตนก็ได้มีโอกาสเดินดูห้องวีไอพีต่างๆ เพื่อฟังแนวทางธุรกิจและแนวทางบริหารของผู้จัดงานว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งตนก็รู้สึกประทับใจในสถานที่และรู้สึกว่ามีห้องรับรองพิเศษ มีเครื่องเสียงที่ดี บรรยากาศก็ดี “ย้ำว่าได้ฟังคลิปแล้วแต่ไม่ใช่ตน”

'อาจารย์จุฬาฯ' ร่างแถลงการณ์ด่วน-ล่ารายชื่อ จี้!! 'ปล่อยนักข่าว-ช่างภาพ' ประชาไท

 

(13 ก.พ. 67) จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง จับกุม นายณัฐพล เมฆโสภณ ผู้สื่อข่าวประชาไท ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้มีการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน กับ พ.ร.บ.ความสะอาด จากการไปรายงานข่าวพ่นกำแพงวัดพระแก้ววันที่ 28 มี.ค.2566 ตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 ขณะเดียวกันยังจับกุม ‘ยา’ นักข่าวอิสระอีก 1 ราย

ล่าสุด 13 ก.พ.67 อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กเผยภาพคำแถลงการณ์ต่อการจับกุมนักข่าวประชาไทและช่างภาพอิสระ รวมถึงแนบลิงก์ให้ผู้ที่เห็นด้วยร่วมกันลงชื่อ ภายในบ่ายสามโมงวันนี้

ทั้งนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยมีการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเพื่อเรียกร้องปล่อยตัวนักข่าว ติดป้ายระบุว่า Journalism is not a crime อีกด้วย ที่ศูนย์อาหารอาคารมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ CMU Food Center มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top