Monday, 22 June 2026
NEWS FEED

เครือ MASTER จัดงาน Job Fair สุดปัง รับ Pride Month MASTER Job Fair: LGBTQ+ Friends 2024 เปิดพื้นที่สร้างโอกาสในการทำงานอย่างเท่าเทียม

คุณดาว  ลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช Specialty Hospital ของไทยและเอเชีย นำทัพจัดเต็ม งาน MASTER Job Fair: LGBTQ+ Friends 2024 เปิดรับสมัครงาน 150 อัตรา 80 ตำแหน่ง จาก บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ MASTER นับเป็นครั้งแรกของไทยกับการสร้างโอกาสในการทำงานอย่างเท่าเทียม แบบไม่ระบุเพศ พร้อมยินดีต้อนรับผู้สมัคร LGBTQ+ ทุกตำแหน่งงาน ร่วมเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาล Pride Month

“ในช่วง Pride Month มักคู่กับกิจกรรมร่วมเดินขบวนรณรงค์แสดงจุดยืนและเฉลิมฉลองในเดือนแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียม ซึ่ง MASTER เองก็เข้าร่วมต่อเนื่องมา 2 ปี นอกจากนั้นเราต้องการสร้างโอกาสและคุณค่าผ่านกิจกรรมในงาน MASTER Job Fair: LGBTQ+ Friends 2024 จึงเกิดขึ้นค่ะ

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา บุคลากรทุกเพศ ทุกวัย ในทุกตำแหน่ง ล้วนมีส่วนร่วมในการเติบโต ของ บมจ. มาสเตอร์ สไตล์ บุคลากร LGBTQ+ มีทักษะ ความสามารถ ไม่ต่างจากพนักงานหญิงชาย ทุกคนที่ทำงานกับ MASTER ล้วนมีศักยภาพ รวมถึงมีใจรักในการให้บริการและเสน่ห์เหลือล้น”

จากเป้าหมายก้าวสู่การเป็น Specialty Hospital ของ รพ.มาสเตอร์พีช และการขยายศักยภาพทางธุรกิจร่วมกับพันธมิตร กลุ่ม MASTER จึงจัดงานแฟร์เปิดโอกาสในการรับบุคลากรเข้าร่วมงานในเครือ ร่วมด้วย S45 Clinic, Dr Chen Surgery International Hospital, Rattinan Medical Center, Kin Corporation และ WIND Clinic รวมถึงพันธมิตรด้านสุขภาพทางจิตใจ Me Center เข้าร่วมให้สัมภาษณ์ในงานดังกล่าว เพื่อเสริมความเข้าใจต่อสังคมในเรื่อง LGBTQ+ ท่ามกลางความหลากหลายในโลก มีความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในโลกของการทำงาน

สำหรับพันธมิตรของ MASTER อย่าง Me Center ศูนย์ดูแลสุขภาพจิตใจครบวงจรมาร่วมให้ความรู้ใน งานแฟร์ MASTER Job Fair: LGBTQ+ Friends 2024 ในมุมสุขภาพจิต เพื่อเพิ่มเติมความเข้าใจต่อเพศสภาพและจิตใจ ของ LGBTQ+ ที่ส่งผลต่อการทำงานและอยู่ร่วมกันในสังคม

“เมื่อก่อน LGBTQ+ ที่เคยถูกเรียกกันในชื่อต่างๆนั้น ในอดีตถูกแบ่งแยกด้วยความแตกต่างและมีการจำกัดคุณค่าคนด้วยรสนิยมทางเพศ อย่างเช่นถ้าผู้ชายไม่ชอบกับผู้หญิง เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติ หรือบางยุค บางสังคมมองว่ามันเป็นเรื่องผิดศีลธรรม ผิดกฎหมาย หรือเป็นการเจ็บป่วยเสียอย่างนั้น
“ในปัจจุบันเพศกำเนิดที่เกิดมาพร้อมโครโมโซม XX และ XY กับเรื่องรสนิยมทางเพศจะเป็นคนละเรื่องกัน เพราะฉะนั้นเรื่องของเพศจึงมีความหลากหลาย ปัจจุบันทั้งในทางการแพทย์และจิตวิทยา รสนิยมทางเพศที่แตกต่างหลากหลายนั้น ไม่ได้มีความผิดปกติ ผิดธรรมชาติแต่ประการใด เพราะธรรมชาติสร้างให้มนุษย์สามารถเลือกรสนิยมทางเพศ และความชื่นชอบทางเพศที่มีความหลากหลายได้อยู่แล้ว ที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ได้เป็นตัวแปรที่ลดความสามารถในการทำงาน ไม่ได้เป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดปัญหาทางศีลธรรม หรือกฎหมาย ตลอดจนการดำรงชีวิตของประชากรคนหนึ่ง

“ในฟากของตัวตนของผู้เป็น LGBTQ+ เอง จำเป็นต้องเชื่อมั่น และมีความเคารพในตัวเอง เรียนรู้ที่เข้าใจว่าการที่เรามีความหลากหลายทางเพศไม่ใช่เรื่องผิด คนรอบข้าง ครอบครัว เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงานก็เช่นกัน ทุกคนควรให้เกียรติตัวเอง ให้เกียรติคนอื่น สังคมถึงจะน่าอยู่ การเหยียดหยาม กดขี่ ทำไม่ดีกับผู้อื่น เป็นสิ่งที่น่าละอาย กลับเป็นพฤติกรรมที่น่าต่อต้านมากกว่าเรื่องของคนชอบเพศอะไร รสนิยมแบบไหนเสียอีก” นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ โฆษกกรมสุขภาพจิต ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการฝ่ายปฏิบัติการ Me Center  กล่าว

“บรรทัดฐานของสังคมในวันนี้เปลี่ยนไปจากเดิม การยอมรับในความแตกต่างหลากหลายได้รับการยกระดับ ฉะนั้นผู้ที่เจริญแล้วจะหันมาจดจ่อและให้ความสำคัญกับเรื่องอื่นๆ มากกว่า เช่น เรื่องของทักษะ ความสามารถในการทำงาน การใช้ชีวิต หรือสิ่งต่างๆ ที่เขาสามารถทำให้สังคมได้
“สังคมเราแบ่งแยกกันมากมายหลายเรื่องแล้วครับ และทุกวันนี้เราอยู่กันแบบผสมกลมกลืนกันได้ จะเห็นได้จากสินค้าต่างๆปัจจุบันถูกออกแบบในรูปแบบ Unisex กันอย่างแพร่หลาย ตัวอย่างเช่น กลิ่นน้ำหอม สีชมพูก็ไม่ใช่สีของผู้หญิงเพศเดียว เสื้อผ้า กระเป๋า ฯลฯ ฉะนั้นบรรทัดฐานในอดีตไม่ใช่ประเด็น สาระสำคัญคือ

เราสร้าง Productivity หรือไม่ เราทำงานออกมาได้ผลสำเร็จตามคาดหรือไม่ สิ่งเหล่านั้นมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศแต่อย่างใด” คุณเอกลักษณ์ วงศ์อภัยผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายจิตวิทยาคลินิก Me Center  เพิ่มเติม

สำหรับเป้าหมายและความคาดหวังของ MASTER และพันธมิตรทางธุรกิจ ต่อการคัดสรรผู้สมัครเข้าร่วมทำงาน ยึดการพิจารณาตามกฎ กติกาของฝ่าย Talent Acquisition และ Human Resource ตามคุณสมบัติของแต่ละตำแหน่งงาน และนัดสัมภาษณ์ต่อไปตามลำดับ โดยสาระสำคัญของงานแฟร์ครั้งนี้ คือการได้คนคุณภาพมาร่วมงานกับ MASTER และพันธมิตร

“สิ่งที่มาสเตอร์รณรงค์ส่งเสริมการแสดงออกถึงคุณค่าของความเท่าเทียมในโอกาสนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุดก็คือ “การที่ได้คุณมาร่วมงานกับเรา” และบริษัทในเครือ MASTER ที่ร่วมเปิดรับตำแหน่งงาน โดยก้าวข้ามเรื่องรสนิยม เพศสภาพ หรือมุมมองและการตัดสินที่จะแยกเราและคุณออกจากกันค่ะ” คุณดาว ลภัสรดา เลิศภานุโรจ CEO ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ กล่าวปิดท้าย
 

หนุ่มหน้าเหมือน ‘จอห์น วิค’ โผล่ล้างจานริมทาง แฟนคลับขอถ่ายรูปแน่น เจ้าของร้านเปิดใจ เป็นคนอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ไม่สามารถพูดไทยได้

(26 พ.ค.67) คุณมาร์ค เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว ย่านประชาชื่น เผยหลังจากเจอชาวต่างชาติหน้าหน้าเหมือน จอห์น วิค หรือดาราดัง คีอานู รีฟส์ เดินผ่านหน้าร้าน พร้อมใจดีมาช่วยล้างจาน

โดยกล่าวว่า ตนกำลังเก็บร้านอยู่ ซึ่งในจังหวะนั้นเงยหน้าขึ้นมาเห็นคนหน้าเหมือนจอห์น วิค ใส่สูทสีดำ เดินผ่านหน้าร้าน ตอนนั้นทั้งตนและน้องพนักงานก็ตกใจมาก เพราะเขาเหมือนจอห์น วิค หรือคีอานู รีฟส์ ดาราฮอลลีวูดมากๆ ทั้งความสูง ใบหน้าและการแต่งกาย ซึ่งตนตื่นเต้นมาก เพราะเคยเห็นเขาแต่ในโลกออนไลน์ ไม่คิดว่าจะมาเจอคนหน้าเหมือนจอห์น วิค แบบนี้

เมื่อภรรยาของคนหน้าเหมือนจอห์น วิค เห็นว่าผมกับน้องน้องตื่นเต้น และขอเดินไปถ่ายรูป ภรรยาของเขาเลยให้จอห์น วิคไปช่วยตนล้างจาน ซึ่งเขาก็อัธยาศัยดีมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนที่จะถอดสูท แล้วก็มานั่งล้างจานด้วยกันด้วยกัน

คุณมาร์ค กล่าวว่า ตนการันตีได้ว่าคนที่เห็นนั้น เป็นคนหน้าเหมือนจอห์น วิค แต่ไม่ใช่จอห์น วิคแน่นอน ซึ่งพี่คนนี้มีภรรยาเป็นคนไทย แต่ไม่สามารถพูดไทยได้ โดยตนไม่ได้ถามข้อมูลอะไรมาก เพราะมัวแต่ตื่นเต้นอยู่

‘วราวุธ’ ทดลองนั่งวีลแชร์ขึ้นเครื่องบิน เพื่อสัมผัสความรู้สึกของ ‘คนพิการ’ ลั่น!! พร้อมเสริม อารยสถาปัตย์ วอนผู้โดยสารทั่วไป ‘เข้าใจ-เห็นใจ’ เพื่อนร่วมทาง

(26 พ.ค.67) ที่จ.ร้อยเอ็ด นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ทดลองนั่งรถวีลแชร์เพื่อทำความเข้าใจและรับรู้ถึงความรู้สึกอย่างแท้จริงของคนพิการที่ใช้บริการสายการบินและสนามบิน พร้อมได้พบปะพูดคุยกับกลุ่มคนพิการจังหวัดร้อยเอ็ดที่สนามบินจังหวัดร้อยเอ็ด ทั้งนี้กลุ่มคนพิการฯ ได้เสนอแนะขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพิ่มอารยสถาปัตย์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนพิการภายในสนามบิน อาทิ ที่จอดรถ และการอำนวยความสะดวกคนพิการที่ใช้รถวีลแชร์ในการใช้บริการสายการบินและสนามบิน 

นายวราวุธ กล่าวว่า ตนมีความเห็นใจคนพิการถึงความยากลำบากในการเดินทาง แต่ขณะเดียวกัน ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วย ซึ่งการทดลองนั่งรถวีลแชร์ในครั้งนี้เพื่อที่ตนและกระทรวง พม. จะได้หาจุดตรงกลางที่พอรับได้ของทุกฝ่ายระหว่างคนพิการ สายการบิน และสนามบิน จึงได้กำชับนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พม. และนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยตนรับฟังทุกข้อเสนอแนะที่กระทรวง พม. จะนำไปปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมในการอำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการในการเดินทางด้วยเครื่องบิน 

นายวราวุธ กล่าวว่า จากการที่ตนเดินทางมาลงพื้นที่นั้น ได้เห็นการอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการในส่วนของสายการบินและสนามบินเป็นอย่างไร จึงทำให้ตนอยากรู้ด้วยตัวเองว่าหากเป็นคนพิการมาใช้บริการจะเป็นอย่างไร จึงอยากรู้และเข้าใจถึงการอำนวยความสะดวกที่แท้จริงให้กับคนพิการว่า มีทางลาด มีบันไดขึ้นเครื่องบินอำนวยความสะดวกอย่างไร และที่สำคัญคือหัวใจของคนพิการ เวลาเดินทางนั้น มีความยากลำบาก มีอุปสรรคอย่างไรทำให้อยากรู้ว่า การขึ้นแลมป์ ทางลาดในการขึ้นเครื่องบินจะยากง่ายอย่างไร  ความลาดชันเป็นอย่างไรเพื่อนำมาเป็นกำลังใจให้กับสายการบินและสนามบิน

"ผมมาทดลองในวันนี้ อยากรู้ว่าพี่น้องคนพิการใช้รถวีลแชร์ขึ้นเครื่องบินจะยากลำบากแค่ไหน แต่ขณะเดียวกันเราต้องเข้าใจสายการบินและสนามบินด้วย กระทรวง พม. จะได้ดูว่ามีปัญหาอุปสรรคใดที่เราจะช่วยกันแก้ไข เพื่อให้มาพบเจอกันคนละครึ่งทางและลงตัว และวันนี้ได้ความรู้หลายอย่าง และเราจะกลับไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องคนพิการ ซึ่งจะทำให้สายการบินและสนามบินไม่ลำบาก และผมขอให้ผู้โดยสารคนปกติทั่วไปได้เข้าใจและเห็นใจถึงความยากลำบากของคนพิการที่อาจจะต้องใช้เวลามากกว่าปกติ ในฐานะเพื่อนร่วมทางด้วย" นายวราวุธ กล่าว 

แม้ GDP 'ไทย' ไม่ได้โตต่ำสุดในกลุ่มประเทศผู้นำอาเซียน  แต่การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ อาจไหลเข้าน้อยที่สุด

(26 พ.ค.67) จากเพจ 'ทันโลกกับ Trader KP' ได้สรุปประเด็นสำคัญจากข่าวเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2567 และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ไว้ว่า...

- เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2567 เติบโต 1.5% ต่ำกว่าคาดการณ์

- สศช. ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2567 ลงจาก 2.7% เหลือ 2.5%

- ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน และต่ำกว่าศักยภาพเศรษฐกิจของไทย

- เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2566 ที่โต 1.9% แต่ยังไม่น่าพอใจ

- นายกรัฐมนตรีสั่งประชุม ครม.เศรษฐกิจ

- ประชุมครั้งแรกในวันจันทร์ที่ 27 พ.ค. 2567

- ประชุมทุกวันจันทร์เพื่อติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ

- รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง มองว่าเศรษฐกิจไทยยังต่ำกว่าหลายประเทศ

- จุดโฟกัสคือการปรับโครงสร้างการผลิต มุ่งสู่สินค้าไฮเทค มูลค่าสูง ส่งออก

- ไทยพยายามดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

- กำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมาย โรดโชว์ต่างประเทศ เขตเศรษฐกิจพิเศษ มาตรการจูงใจ

- ตัวเลขขอส่งเสริมการลงทุนกับบีโอไอ 6 - 8 แสนล้านบาท

- การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI (Foreign Direct Investment) ของไทยยังต่ำสุดในกลุ่มประเทศสำคัญในอาเซียน

- ตัวเลข FDI ของประเทศในอาเซียน ปี 2566
...อินโดนีเซีย 21,701 ล้านดอลลาร์
...มาเลเซีย 18,500 ล้านดอลลาร์
...เวียดนาม 8,255 ล้านดอลลาร์
...ไทย 2,969 ล้านดอลลาร์

หมูกระทะร้านดัง เกาะกระแส ‘แชมป์ FA Cup’ ใส่เสื้อ ‘แมนยู’ ฤดูกาลไหนก็ได้ กินฟรี แถมลาบเป็ด

(26 พ.ค.67) จากกรณีร้านหมูกระทะชื่อดัง ได้ออกมาประกาศผ่านทางเฟซบุ๊กระบุว่า...

การแข่งขันฟุตบอลเอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศครั้งที่ 143 หากสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถคว้าแชมป์ได้ ในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค.67 ทางร้านจะเปิดให้ลูกค้ารับประทานฟรีนั้น

ภายหลังจบเกม ที่สนาม เวมบลีย์ ประเทศอังกฤษ ในการแข่งขันฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันที่ 25 พ.ค.67 ระหว่างทีม ‘แมนเชสเตอร์ ซิตี้’ พบกับทีม ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’ ผล แมนยู ปราบ แมนซิตี้ 2-1 คว้าแชมป์ "เอฟเอ คัพ" ไปครองเป็นสมัยที่ 13 

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก "มันส์นัวร์ หมูกระทะบุฟเฟ่ต์ ขอนแก่น" ร้านหมูกระทะชื่อดังก็ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า 

จบเกม แมนซิตี้ 1-2 แมนยู แมนยูแชมป์ Fa Cup!! มาฉลองแชมป์ด้วยกัน 26 พ.ค.แฟนผีกินบุฟเฟ่ต์ฟรี แถมลาบเป็ดแซ่บ ๆ แค่ใส่เสื้อแมนยู ฤดูกาลไหนก็ได้ กินฟรีได้เลย

‘มาสด้า’ ประชุมใหญ่ ภายใต้ธีม ‘Mazda Mirai 2024’ ประกาศนโยบาย ‘เอาใจใส่ ดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด’

(26 พ.ค.67) การประชุมผู้จำหน่ายประจำปี หรือ Mazda Mirai 2024 มาสด้าได้นำเสนอนโยบายและแผนธุรกิจระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ทำให้ผู้จำหน่ายเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สร้างความเชื่อมั่นและเกิดความร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมุ่งสู่เป้าหมายร่วมกัน ภายใต้แนวคิด Reinvent for a Sustainable Future ผ่าน 3 คีย์เวิร์ดสำคัญ คือ Reinvention หมายถึงการปรับและเปลี่ยนวิธีคิดการทำงานเพื่อให้ทันกับสถานการณ์โลกธุรกิจในปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว Sustainability คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ไม่เพียงในแง่ของการดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่รวมถึงผู้คนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โลกของเรายังคงสวยงาม เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น และ Future คืออนาคตที่พวกเราจะก้าวเดินไปพร้อมกัน ระหว่าง มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และผู้จำหน่าย ประสานมือสร้างพันธกิจร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการส่งมอบความสุขให้กับลูกค้ามาสด้าตลอดไป

มร. ทาดาชิ มิอุระ ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2567 มาสด้ายังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืนในระยะยาว สิ่งสำคัญที่จะทำให้มาสด้าเกิดความแข็งแกร่งจึงไม่ใช่การขายรถใหม่เพียงอย่างเดียว ทุกภาคส่วนต้องสร้างความรัก ความผูกพัน ให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ที่ดี จนเกิดเป็นความประทับใจ กลับมาซื้อซ้ำ และเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าได้ทุกรุ่น ทุกช่วงเวลาของชีวิต กลายมาเป็น “มาสด้า แฟมิลี่” นั่นคือแก่นแท้ของการดำเนินธุรกิจในรูปแบบของ Retention Business คือการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าให้ดีที่สุด รวมถึงการแนะนำจุดเด่นของรถมาสด้าให้กับคนอื่นๆ ต่อไป มาสด้าเชื่อว่าแนวทางการทำธุรกิจด้วยวิถีนี้จะนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าอย่างเต็มกำลัง และให้ความสำคัญสูงสุดต่อการสร้างแบรนด์ Brand Value Management โดยเฉพาะการบริการหลังการขายให้ถือเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ตามกลยุทธ์ Retention Business Model ตั้งเป้าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ลูกค้าเลือก Top Customer Retention และเป็นอันดับหนึ่งด้านการบริการ Top Service Retention เพื่อส่งมอบรอยยิ้มและความสุขให้ลูกค้า Joy Drives Lives โดยเฉพาะผลประกอบการของผู้จำหน่ายต้องแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ก้าวต่อไปของมาสด้าคือการสร้างธุรกิจให้เติบโตแบบยั่งยืน โดยเฉพาะนโยบายด้านการขายและการบริการ รวมถึงการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับแฟนมาสด้า เนื่องจากเป็นกลยุทธ์สำคัญที่มาสด้าได้ดำเนินการมาตลอด 2-3 ปีนี้ และกำลังเห็นผลเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาลูกค้าให้อยู่กับมาสด้าตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถมาสด้า ถึงแม้ว่าวันนี้ลูกค้าจะมีทางเลือกที่หลากหลาย แต่เราก็ยังยืนหยัดที่จะเน้นนโยบาย เพื่อรักษาและดูแลฐานลูกค้าเก่าเป็นอันดับแรก นี่คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญต่อการดำรงอยู่อย่างมั่นคงของมาสด้าที่ประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลกและกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ด้วยแผนการดำเนินธุรกิจ Retention Business Model ซึ่งเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้ แต่เพิ่มเติมเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายยิ่งขึ้น คือเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งด้าน Customer Retention เป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเลือกเป็นอันดับแรก และให้บริการลูกค้าจนเกิดความพึงพอใจ นำเสนอคุณค่าของแบรนด์ผ่านประสบการณ์และสร้างความพึงพอใจสูงสุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานระยะกลาง Mid-Term Plan หัวใจหลักสำคัญคือการสร้างมูลค่าแบรนด์สู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการขายรถใหม่เพียงด้านเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจเกิดความแข็งแกร่งได้ แต่การเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้ครบทุกองค์ประกอบ คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของผู้จำหน่ายเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนเคียงข้างลูกค้าตลอดไป สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไปตามแนวทางการบริหารคุณค่าหลักของแบรนด์มาสด้า หรือ PPV ประกอบด้วย Purpose การสร้างคุณค่าและเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับผู้คนที่ได้สัมผัสกับแบรนด์มาสด้าในทุกประสบการณ์ และทุกช่วงเวลาของชีวิต ตามด้วย Promise คำมั่นสัญญาจากมาสด้า คือการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ครบทุกมิติได้อย่างสมดุล ทั้งทางด้านอารมณ์ความรู้สึกและกายภาพ รวมถึงชุมชนและสังคม และคุณค่าหลักที่สำคัญอย่างยิ่งที่บุคลากรมาสด้าทุกคนยึดมั่น คือ Values หรือ คุณค่า ทัศนคติ แนวคิด และพฤติกรรม ให้ความสำคัญกับมนุษย์อย่างแท้จริง มีจิตวิญญาณนักสู้ ส่งมอบประสบการณ์ความประทับใจด้วยความใส่ใจและเป็นมิตรโดยไม่คาดหวังรางวัลตอบแทน โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท

นี่คือแนวทางในการสร้างแบรนด์มาสด้าให้แข็งแกร่งและยั่งยืนตลอดไป เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในด้าน Customer Retention และ Service Retention เพื่อแทนคำมั่นสัญญาว่ามาสด้าจะเป็นแบรนด์ที่มอบความสุขและสร้างรอยยิ้มให้กับลูกค้า Joy Drives Lives แทนคำขอบคุณที่ลูกค้าไว้วางใจและเลือกใช้รถมาสด้าให้เป็นรถคู่ใจไปตลอดการเดินทาง

‘ค่ายมวยไทยปารีส’ สุดคึกคัก ‘ชาวเมืองน้ำหอม’ ทุกเพศทุกวัยแห่มาเรียน  ‘ลุมพินี’ เล็งค่ายไหนเจ๋ง รับรองคุณภาพให้ เพื่อความมั่นใจในคุณภาพ

(26 พ.ค. 67) ตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา จัดทำโครงการ ‘มวยไทยซอฟต์พาวเวอร์’ เพื่อสนับสนุนให้ผู้สอนมวยไทยหรือครูมวยไทยได้ทำหน้าที่สอนมวยไทยให้กับเด็กเยาวชนและประชาชนที่สนใจ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการส่งเสริมพัฒนาเผยแพร่และอนุรักษ์กีฬามวยไทยที่เป็นมรดกของชาวไทยและของประเทศชาติ นั้น

ล่าสุด นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย นำคณะทีมงาน ซึ่งประกอบไปด้วย พลตรีทวีศักดิ์ จันทราสินธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒกองทัพบก และครูมวยระดับ C-License ของกกท. 3 คน ได้แก่ ร้อยตรีนิธิโรจน์ บัวศรีธรานนท์, จ่าสิบตรีศุภชัย พันธุ์สุวรรณ, สิบเอกณัฐทัญ กลางคาร เดินทางไปเยี่ยมชมค่ายมวย NSM BOXING ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการเดินทางเผยแพร่โครงการ "มวยไทยซอฟต์พาวเวอร์" ของรัฐบาล ในงานเทศกาลไทย "Tout a falt thai" ซึ่งจัดโดยสถานทูตไทย ในประเทศฝรั่งเศส ณ วัดพระเชตุพน ปารีส เมือง Breux-Jouy

สำหรับค่ามวย NSM BOXING ถือเป็นค่ายมวยไทย ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักในปารีส และมีคนสนใจเข้ามาเรียนรู้ศิลปะมวยไทยมากมายตลอดระยะเวลาที่เปิดดำเนินการมา ซึ่งเจ้าของค่าย และครูมวยที่เป็นคนริเริ่มเปิดคือ มร.ทาเร็ค มอนเทียล เปิดเผยว่าตนเองสนใจมวยไทยมานาน คิดว่ามวยไทยมีทั้งความแข็งแกร่ง และสวยงามจึงอยากเผยแพร่ให้คนอื่นได้มาเรียน โดยคนที่มีเรียนมีทุกเพศทุกวัย เด็กอายุน้อยที่สุดคือแค่ 12 ปี ขณะที่มากที่สุดมีถึง 46 ปี

อย่างไรก็ตาม มร.ทาเร็ค ยอมรับว่าการสอนของเขายังเป็นแค่พื้นฐาน ไม่ได้ลึกซึ้ง และถูกต้องแบบต้นตำรับของคนไทย จึงอยากให้ทางประเทศไทยมีโครงการสนับสนุน เช่นส่งโค้ชหรือครูมวยไทยมาช่วยสอนมากขึ้น รวมถึงจัดอบรมครูมวยให้มีวิชาความรู้ ความเชี่ยวชาญ เพื่อไปเผยแพร่ต่อแก่ต่างชาติ เพราะมวยไทยได้รับความสนใจอย่างสูงในต่างประเทศ เช่นในฝรั่งเศส มีค่ายมวยไทยเกือบ 500 ค่าย อีกทั้งยังมีการจัดแข่งขันชกมวยไทยเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งคนที่ฝีมือดียังมีโอกาสไปชกที่ไทยด้วย

ด้าน นายปรีชา กล่าวว่า สาเหตุที่มาเยี่ยมครั้งนี้ เป็นเพราะอยากมาดูว่าค่ายมวยไทยในปารีสเป็นอย่างไรบ้าง คึกคักแค่ไหน มีคนสนใจเข้ามาเรียนเยอะหรือไม่ ซึ่งเท่าที่เห็นถือว่าน่าพอใจ เพราะคนสนใจเรียนเยอะ และมีค่ายมวยไทยหลายร้อยค่าย ทำให้ทางสำนักงายมวยจะนำไปเป็นข้อมูล และหาวิธีการช่วยเหลือต่อไป โดยเบื้องต้นที่วางแผนไว้ก็คือการเปิดอบรมครูมวยในต่างแดน นำเอาครูมวยไทยมาสอน แล้วออกใบรับรองให้ สามารถนำไปสอนต่อได้อย่างถูกต้อง เพื่อกระตุ้นให้มวยไทยได้รับความนิยมมากขึ้นในต่างประเทศ ตามนโยบาย "มวยไทยซอฟต์พาวเวอร์" ของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา

ด้าน พลตรีทวีศักดิ์ จันทราสินธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒกองทัพบก ในฐานะรองนายสนามมวยลุมพินี เปิดเผยว่า เป็นเรื่องน่าพอใจมากที่มีค่ายมวยไทยในฝรั่งเศสหลายร้อยค่าย และมีคนสนใจมาเรียนมากมาย ซึ่งเท่าที่ดูการสอนจะเน้นที่ความแข็งแรง การออกหมัด และการเตะเป็นหลัก ยังไม่ได้เข้าถึงแม่ไม้มวยไทยมากนัก จึงอยากช่วยสนับสนุน และพร้อมเข้ามาสอนหรือนำครูมวยไทยมาตรฐานมาอบรมให้เข้าถึงแก่นของมวยไทยมากขึ้น และอาจจะมีการร่วมมือกันในอนาคต เช่นค่ายไหนที่ได้มาตรฐานก็จะได้รับใบรับรองการันตีจากเวทีลุมพินีว่าเป็นค่ายมวยไทยระดับสากลเพื่อยืนยันให้คนมั่นใจว่าค่ายนี้มาคุณภาพระดับต้นตำรับมาการันตีให้ ซึ่งน่าจะทำให้คนสนใจเข้ามาเรียนกันมากขึ้น

‘แพนด้าสุกี้’ ร้านอาหารบุฟเฟต์ชื่อดัง ประกาศปิดกิจการ ชาวโซเชียลบ่นเสียดาย เปิดถึงวันสุดท้าย 9 มิ.ย.นี้

(25 พ.ค.67) เป็นอีกข่าวเศร้าของคนวงการบุฟเฟต์ เมื่อเพจ 'แพนด้า สุกี้ เรสเทอรอง Panda Suki Restaurant' ประกาศปิดกิจการ โดยจะเปิดให้บริการวันสุดท้าย 9 มิ.ย.2567

โดยในเพจ แพนด้า สุกี้ เรสเทอรอง Panda Suki Restaurant ระบุว่า ประกาศปิดกิจการ เปิดให้บริการวันสุดท้าย 9 มิถุนายน 2567 กราบเรียนคุณลูกค้าทุกท่าน แพนด้าสุกี้ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีตลอดมา ทางร้านขอเปิดให้บริการถึง วันที่ 9 มิถุนายน 2567 เป็นวันสุดท้าย

สำหรับแพนด้า สุกี้ เรสเทอรอง เป็นร้านบุฟเฟต์ อิ่มไม่อั้น กว่า 40 เมนู เพียง 218+ น้ำซุปรสชาติในตำนาน ขวัญใจใครหลายๆคน ฟินกับ กุ้งแกะมาให้แล้ว พร้อมทาน ของหวานไอติม อร่อยทุกรสชาติ

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่มีลูกค้าเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเสียใจจำนวนมาก อาทิ

เป็นลูกค้ามาตั้งแต่สมัยเด็กน้อย จนล่วงเลยผ่านวัยกลางคน ขอบคุณที่ตั้งใจทำอาหารอร่อยๆ แบบนี้ ให้ได้ทานนะครับ

เสียดายมาก เป็นร้านที่ทานบ่อยสุดในครึ่งปีมาเลย เพิ่งทำร้านใหม่แท้ๆ ผมว่า ทำเลไม่ดี เลยขาดลูกค้าขาจร ต้องอาศัยปากต่อปาก ให้กำลังใจนะครับ ถ้ากลับมาเมื่อไหร่ก็จะไปทานเหมือนเดิม

เสียใจจังเลยยังไม่ได้ไปลองกินเลย ดูแต่รีวิวน่ากินมากๆ ขอให้กิจการกลับมาฟื้นตัวและเสิร์ฟความอร่อยใหม่อีกครั้งนะคะ

หนุ่มร้องซื้อ ‘บ้านหรู 25 ล้าน’ เจอหลังคารั่ว ทางโครงการโยนให้คุย ‘ผู้รับเหมา’ ระบุ!! เป็นปัญหาจากซัพพลายเออร์ที่ทำหลังคา ให้ ‘เจ้าของบ้าน’ จ่ายค่าซ่อมเอง

(25 พ.ค.67) คุณปาล์ม (นามสมมติ) เจ้าของบ้านหรู ระบุว่า ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จากการซื้อบ้านหรู ราคาหลังละ 25.9 ล้านบาท จากโครงการดังแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 9 -รามคำแหง แต่กลับเผชิญปัญหาหลังคารั่วตั้งแต่ปีแรกที่เข้าอยู่ จนตอนนี้เข้าปีที่ 3 ทุกครั้งที่ฝนตก ก็ยังเจอปัญหาหลังคารั่ว ลงมาบนฝ้า บางครั้งเหมือนมีน้ำตกในบ้าน

คุณปาล์ม กล่าวว่า เมื่อติดต่อกับทางประชาสัมพันธ์เจ้าของโครงการ ระบุว่าเป็นปัญหาจากซัพพลายเออร์ ที่ทำหลังคา จะติดต่อมาพบ เพื่อแก้ไข แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่เจ้าของบ้านต้องรับผิดชอบเอง เนื่องจากหลังคาจะรับประกันแค่ 1 ปี มีเพียงโครงสร้างบ้านเท่านั้นที่รับประกัน

จึงกลายเป็นคำถามว่า ตอนที่สร้างบ้านโครงการไปจ้างผู้รับเหมามาทำ โดยที่ลูกค้าไม่ได้รู้เรื่องด้วย แต่พอมีปัญหา กลับโยนมาให้ลูกบ้านที่เป็นลูกค้ารับผิดชอบเอง มันถูกต้องหรือไม่อย่างไร

“บ้านหลังนี้มีเนื้อที่ 112 ตารางวา ราคา 25.9 ล้านบาท แต่แค่ความปลอดภัยเรื่องหลังคาที่ควรจะกันน้ำยังทำไม่ได้ เข้ามาอยู่ปีแรก ก็รั่ว ห้องน้ำข้างบนมีทั้งหมด 4 ห้องรั่วหมด เรียกช่างมาดูบอกลืมทากันซึม แก้ไขแล้ว ก็ไม่จบ หน้าฝนปีที่ 2 ก็รั่วอีก แก้ไข บอกกาวที่ใช้หมดอายุ มาปีนี้ ที่ห้องน้ำห้องนอนใหญ่ ก็รั่วจนฝ้าเละไปหมด โทรศัพท์ไปถามก็บ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบ บอกต้องดูแลตัวเอง จะช่วยแค่ประสานงานให้ เลยสงสัยว่าเราลงทุนซื้อบ้านราคานี้ ต้องมาเจอกับเรื่องพวกนี้ตลอดเหรอ แล้วบ้านหลังอื่นเขาไม่มีปัญหา หรือมีแต่เราเท่านั้นที่โชคร้าย” เจ้าของบ้านหรูกล่าว

คุณปาล์ม กล่าวว่า ที่ต้องออกมาร้องเรียน ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความรับผิดชอบ เราลงทุนซื้อบ้านราคาหลังละ 20 กว่าล้าน ก็ต้องการทำเลที่ดี ผู้คนที่ดี สังคมแวดล้อมที่ดี ไม่ใช่ว่าอยู่บ้าน ฝนตกก็ต้องผวา ไม่อยู่บ้าน กลับมามีน้ำตกในบ้าน น้ำเจิ่งนอง ก็อยากให้โครงการคิดถึงใจเขาใจเราบ้าง ไม่ใช่ขายแล้วก็ขายไป ไม่ต้องติดต่อไม่สนใจกันอีก ที่เหลือให้ลูกบ้านไปดูแลตัวเอง จะเสียหายถึงแบรนด์และความน่าเชื่อถือของโครงการ

'วิทยุการบินฯ' เผยความพร้อมบริการในสถานการณ์ 'ปกติ-ฉุกเฉิน' ตัวแปรสำคัญผลักดันไทยก้าวสู่ศูนย์กลางการบินในภูมิภาค

(25 พ.ค.67) นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่าได้รับรายงานกรณีเหตุการณ์เครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ SQ 321 ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์และขอลงฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งประสานหน่วยงานภาคพื้นให้เข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว จนได้รับคำชื่นชมจากหน่วยงานการบินทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงคำชื่นชมจากรัฐบาลสิงคโปร์และอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก แสดงให้เห็นว่า บวท. มีความพร้อมในการให้บริการจราจรทางอากาศได้เป็นอย่างดี ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน 

นอกจากนั้นเรื่องความพร้อมในการศูนย์กลางการบินในภูมิภาคตามนโยบายรัฐบาล บวท. ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพในการให้บริการการเดินอากาศ เพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินให้ได้สูงสุด และเป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมบูรณาการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนโยบายเรื่องการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค โดยการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีอันทันสมัย พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรขององค์กรให้มีความรู้ความสามารถ เพื่อผลักดันการขนส่งทางอากาศของประเทศให้เป็นที่ยอมรับ โดยมุ่งมั่นรักษามาตรฐานการบริการการเดินอากาศของประเทศให้อยู่ในระดับสากล 

นอกจากนี้ ได้เตรียมพร้อมรองรับการให้บริการการเดินอากาศและเพิ่มศักยภาพการให้บริการตามนโยบายของรัฐบาล เรื่องการเปิดดำเนินงาน 24 ชั่วโมง ของสนามบิน เชียงใหม่, เชียงราย และหาดใหญ่ อีกทั้งยังมีแผนการขยายขีดความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบิน ได้แก่ การจัดสร้างเส้นทางบินใหม่ ให้เป็นแบบเส้นทางบินคู่ขนาน หรือ Parallel Route เพิ่มเติมขึ้นจากในปัจจุบันที่เป็นแบบเส้นทางบินเดียว หรือ One way route รวมทั้งการออกแบบและพัฒนาโครงสร้างห้วงอากาศและเส้นทางบิน เข้า-ออก สำหรับกลุ่มสนามบินที่มีความซับซ้อนของการจราจรทางอากาศสูง หรือ Metroplex จำนวน 3 กลุ่มสนามบินหลักของประเทศ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา กลุ่มที่ 2 สนามบินภูเก็ต กระบี่ อันดามัน (พังงา) และ กลุ่มที่ 3 สนามบินเชียงใหม่ ลำปาง ล้านนา (ลำพูน) ซึ่งจะทำให้โครงสร้างพื้นฐานการเดินอากาศของประเทศไทย มีศักยภาพสูงมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีแผนการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในขณะนี้เข้ามาใช้งาน เช่น ระบบหอบังคับ การบินอัจฉริยะ ระบบเชื่อมต่อข้อมูล การบริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ และระบบการเดินอากาศด้วยดาวเทียม เป็นต้น 

ในขณะเดียวกัน บวท. ยังได้มีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทหารและพลเรือน เพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้งานห้วงอากาศของประเทศร่วมกัน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้ง ยังบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทางการบินต่าง ๆ เพื่อยกระดับภาคการบินของประเทศ พร้อมรองรับการขับเคลื่อนไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top