Monday, 22 June 2026
NEWS FEED

ตำรวจภาค 4 ทลายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดเฮโรอีน 139 กก. ก่อนส่งออกต่างประเทศ เร่งขยายผลจับกุมผู้สั่งการ

ที่ตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น : เมื่อวันที่ 28 พ.ค.67 เวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.สส.ภ.4 ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ยึดเฮโรอีน 139 กก. ภายใต้แผนปฏิบัติการไล่ล่า(เด็ดปีก)นักค้า อีสานเหนือ 252  “No Place for Drug : NPD.P4” ตำรวจ บก.สส.ภ.4 และ ภ.จว.บึงกาฬ ได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติด ทราบว่า จะมีการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่ จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทยและจะลำเลียงเข้าไปพื้นที่ตอนใน ปลายทางท่าเรือแห่งหนึ่ง จึงวางกำลังตามแนวชายแดน ในพื้นที่ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ  ต่อเนื่อง  อ.บ้านแพง จ.นครพนม  ซึ่งคาดว่าจะมีการลำเลียง ยาเสพติดผ่าน กระทั่งช่วงสายของวันที่ 25 พ.ค.67 ตำรวจชุดจับกุมได้ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย ซึ่งเป็นรถกระบะ ยี่ห้อเชฟโรเลต สีขาว หมายเลขทะเบียน ขอ-90xx ชลบุรี ตรงตามข้อมูลที่ได้จากการสืบสวน ขับขี่อยู่บนถนนสาย 212 อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ และเลี้ยวเข้าถนนสาย 2026 จึงเข้าสกัดจับกุมไว้ได้ บริเวณถนนสาย 2026 บ้านดงชมพู ต.โพธิ์หมากแข้ง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ทราบภายหลังว่าผู้ขับขี่คือนายณัฐพล ตรวจค้นรถพบกระสอบห่อหุ้มด้วยพลาสติกสีดำ 3 กระสอบ ถูกวางอยู่ภายในห้องโดยสาร ตรวจสอบเป็นเฮโรอีนจำนวน 380 แท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 139 กก. จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนขยายผลต่อที่ สภ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ซึ่งผู้ต้องหา รับสารภาพว่า เพิ่งพ้นโทษจำคุกในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และมีนายทุนติดต่อมาจ้างให้ลำเลียงยาเสพติดจำนวนดังกล่าวจริง เพื่อไปส่งมอบในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ โดยจะได้ค่าจ้าง 100,000 บาท ทั้งนี้หากเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวหลุดลอดออกไปยังประเทศที่สาม จะมีมูลค่าถึง 280 ล้านบาท จากนี้จะทำการขยายผลถึงเครือข่ายและนายทุนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ท.สรายุทธ กล่าวว่า ตำรวจภาค 4 ได้ปราบปรามยาเสพติดเชิงรุกตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  โดยเปิดปฏิบัติการไล่ล่านักค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และสืบสวนขยายผลการจับกุมเพื่อดำเนินคดีและยึดทรัพย์ผู้สั่งการ รวมทั้งผู้ร่วมขบวนการทุกคดี นอกจากนี้ยังได้จัดฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพของตำรวจที่ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด โดยได้จัดฝึกอบรม“นักสืบ 5 G P4+1 รุ่นการสืบสวนเฉพาะทางด้านยาเสพติด” ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างเขี้ยวเล็บให้นักสืบยาเสพติดของภาค 4 พร้อมรับมือกับสถานการณ์ยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ  พล.ต.ท.สรายุทธ กล่าวในที่สุด

คณะนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ..)เดินทางดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศที่จังหวัดสุโขทัย

นักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 1 นำโดย พลโท ศักดิ์สิทธิ์ แสงชนินทร์ ผู้อำนวยการหลักสูตร การป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ รองประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพจิตเวชแห่งชาติ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศ ณ จังหวัดสุโขทัย เมื่อเดินทางถึงหอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย นายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย  ดร.มนู พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

โอกาสนี้ ดร.มนู พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย กล่าวต้อนรับคณะนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 1 จากนั้นนายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัยแนะนำภาพรวมของจังหวัดสุโขทัย ต่อด้วยการบรรยายสรุปจากหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เรื่อง "การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ปัญหา อุปสรรค และโอกาส"
หลังจากนั้น คณะได้เยี่ยมชมนิทรรศการ ชมการสาธิตการทำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น พบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกิจกรรม "Connect to the Futre" (Moving Forward Together) กิจกรรมพิมพ์พระ , เครื่องสังคโลกลายปลา , เครื่องเงิน/ทอง ผ้าทอ ณ อาคารอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย และเดินทางไปสักการะพระพุทธรัตนสิริสุโขทัย ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

และในช่วงเวลา 18.50 น. ของวันที่ (27 พค.) คณะนักศึกษาฯเดินทางไปอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เพื่อสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ดำเนินกิจกรรม CSR ทำ บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการของจังหวัดสุโขทัย ไปสู่เวทีโลกภายใต้แนวคิด Connect to the future:Moving forward togetherโดยผู้ร่วมลงนามประกอบด้วย นายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ดร.มนู พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย นายศักดิ์เกษม ตันติยวรงค์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุโขทัยและประธานบริษัทสุโขทัยพัฒนาเมือง นายชัชชัย ชุ่มชื่น นายกสมาคมท่องเที่ยวโดยชุมชนสุโขทัย นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ประธานคณะกรรมการฝ่ายพัฒนาสังคม CSR นักศึกษาหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต รุ่นที่ 1 โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษานักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต รุ่นที่ 1 และพันเอก เอกรักษ์ สิงหพงษ์ ประธานคณะกรรมการนักศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรสำหรับผู้บริหารแห่งอนาคต รุ่นที่ 1  ร่วมเป็นพยาน ในการนี้ มีหน่วยงานความร่วมมืออื่นๆร่วมเป็นพยานสำหรับการทำ MOU ในครั้งนี้ด้วย

'แม่น้องไนซ์' วิ่งวุ่น!! ตามหาทนายดังๆ มาสู้คดี หลังหลากคู่กรณี เข้าแจ้งความเอาผิด ‘สำนักเชื่อมจิต’

(28 พ.ค.67) ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง สำหรับดรามาน้องไนซ์ ที่อ้างตัวเป็นลูกของพระพุทธเจ้า สอนธรรมะด้วยวิธีการเชื่อมจิต ซึ่งทางสำนักพระพุทธศาสนาเอง ก็ออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้มีระบุไว้ในพระไตรปิฎก

ขณะเดียวกัน ประเด็นที่สืบเนื่องมาจากข้อกังขาในลัทธิเชื่อมจิต ก็เรียกว่ามีสตอรี่ใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งทางครอบครัวของน้องไนซ์เอง ก็ไม่ยอมลดลาวาศอกเลยแม้แต่น้อย ทั้งออกมาตอบโต้เองทางโซเชียลมีเดีย แถมยังให้ทนายธรรมราช ดำเนินคดีทางกฎหมาย กับคนที่เกี่ยวข้องควบคู่กันไปอีกต่างหาก

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เหล่าตัวแทนองค์กรต่าง ๆ นำโดยทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ในฐานะประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ก็ได้บุกแจ้งความจับแบบกราวรูดทั้งสำนัก เนื่องจากเห็นว่าลัทธิดังกล่าว บ่อนทำลายพระพุทธศาสนา ขณะที่หนุ่ม กรรชัย พิธีกรชื่อดัง ได้ประกาศด้วยว่า ส่งทนายไปแจ้งความกับลัทธิเชื่อมจิตแล้ว พร้อมยืนยันว่า พ่อแม่กับน้องไนซ์มีความผิดตาม พรบ.คุ้มครองเด็ก

ไม่เพียงเท่านั้น ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็เดินเครื่องถล่มเชื่อมจิตแล้วเช่นกัน โดยนายอินทพร จั่นเอี่ยม ผอ.สำนักพุทธฯ ได้มอบหมายให้ทางผู้อำนวยการนิติกร ของสำนักพุทธฯ รวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อ 2 วันก่อน ซึ่งก็ได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีหลักฐาน ที่ส่อว่าการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าว เข้าข่ายนำข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยคณะทำงานได้เร่งถอดเทปย้อนหลัง รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนแจ้งความดำเนินคดี ต่อ สภ.พุทธมณฑล ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ภายในสัปดาห์หน้า นอกจากแจ้งดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการลัทธิเชื่อมจิตแล้ว ยังเตรียมแจ้งเบาะแสประเด็นเดียวกันนี้ ไปยังตำรวจไซเบอร์ เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดอีกช่องทางหนึ่งด้วย

และต้องบอกว่า งานงอกอย่างต่อเนื่อง เมื่อนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ เปิดเผยว่า ทางกระทรวง พม. โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ขออุทธรณ์กรณีที่เกิดขึ้น อยากให้ทางศาลรับเคสน้องไนซ์เป็นกรณีเร่งด่วน ซึ่งหากการอุทธรณ์ของกระทรวง พม.ได้ผล ศาลก็จะนัดไต่สวนทันที

ที่ผ่านมาแม้คณะสหวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวง พม. จะเจอตัวน้องไนซ์ แต่การที่จะพูดคุยเพื่อประเมินสภาพจิตใจของตัวน้อง ยังไม่สามารถทำได้ ซึ่งหากศาลไต่สวนฉุกเฉิน เราจะดำเนินการคุ้มครองได้สองกรณี คือ 

1.ขอให้ผู้ปกครองของน้องไนซ์ หยุดหาประโยชน์จากตัวน้องไนซ์ 

และ 2.ให้ผู้ปกครองเข้าร่วมวางแผนกับทีมงาน และเจ้าหน้าที่ในการเลี้ยงดูน้องไนซ์ 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตอนนี้ ศาลจะไม่ได้รับเรื่องไว้เป็นกรณีฉุกเฉิน แต่ภายในสัปดาห์นี้ทาง จะมีการยื่นคำร้องไต่สวนฉุกเฉินอีกครั้ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของกระทรวง พม. ที่อยากจะให้มีการไต่สวนเป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน

งานนี้บอกเลยว่าหนักมากสำหรับคนที่เป็นทนายความให้ฝั่งเชื่อมจิต เพราะยิ่งกว่าพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ซึ่ง ‘เพจอีซ้อขยี้ข่าว’ ได้โพสต์แชตหลุด 2 หน้า อ้างว่าเป็นแชตของทางกลุ่มเชื่อมจิตทักหาทนายความคนหนึ่ง โดยเป็นการติดต่อไปหาเพื่ออยากให้ว่าความให้ พร้อมบอกด้วยว่า พวกเราอยากมีทนายเก่ง ๆ ขณะที่ทางเพจเขียนแคปชันประกอบว่า “แชทหลุด…ลัทธิเชื่อมจิตติดต่อหาทนายชื่อดังระดับประเทศมาดูแลแทนทนายคนเดิมเพราะกลัวจะแพ้คดีเหมือนที่ผ่านๆ มา” / “แฉต่อ วิ่งวุ่นเปลี่ยนทนาย แต่คนเดิมก็เก่งนะโดยเฉพาะปาก”

นอกจากนี้ทางเพจยังได้โพสต์ข้อความในคอมเมนต์ด้วยว่า…

-ทนายคนนี้ดังนะคะ เอ่ยชื่อมาทุกคนรู้จัก สื่อทุกสำนักเอาไปตีข่าวได้ค่ะ ของแทร่

-ไม่ต้องมาสตอ ว่าเป็นแชทปลอมนะคะ เพราะมีแชทฉบับเต็ม 10 หน้าจ้า

-ลืมบอกค่ะ พี่ทนายเค้าไม่เอาด้วยค่ะ ไม่ต้องมาจีบ ไม่ต้องมาถาม ถึงคิวว่างก็บอกไม่ว่าง เค้าไม่เอาค่ะ

-ประเด็นคือ สังเกตนะคะว่าแชทมาจากทางไหน ฉันอ่ะวงในของแทร่ ปล.แอดมินเทอมีหนอนค่ะ ไปเสาะเอาเอง รู้หน้าไม่รู้ใจ ต่อหน้าดีลับหลังส่งข้อมูลให้เพจ น้องบอกเรื่องนี้ป่ะคะแม่

งานนี้ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าทางเชื่อมจิตต้องออกมาเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน

กิจการร่วมค้าฟิวเจอร์สกาย จัดอบรมพนักงานให้บริการผลิตใบอนุญาตทำงานและให้บริการคำขอ สำหรับแรงงานต่างด้าว

วันนี้ 28 พฤษภาคม 2567 นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมพนักงานในโครงการผลิตใบอนุญาตทำงานและให้บริการรับคำขอและการแจ้งการทำงานของคนต่าวด้าว ณ โรงแรม เจซี เควิน สาทร กรุงเทพ โดยมี ดร.ศรัณญู สอนกำเนิด ผู้จัดการฝ่ายปฎิบัติการ กิจการร่วมค้า ฟิวเจอร์ สกาย พร้อมผู้บริหารและพนักงานให้การต้อนรับ 

นายสมชาย กล่าวว่า ในวันนี้ รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานเปิด การอบรมพนักงาน ในโครงการผลิตใบอนุญาตทำงานและให้คำบริการคำขอและการแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว โดยโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้บริการระบบสารสนเทศแด่แรงงานต่างด้าวอย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส โดยมีการอบรมตั้งแต่การทำความรู้จักการทำงานด้านต่าง ๆ ทั้งทางด้านการทำงานศูนย์แรกรัย  ศูนย์บริการ ศูนย์โมบายยูนิต ศูนย์ออกบัตร เป้นระยะเวลา 5 วัน เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม ได้เรียนรู้ขั้นตอนการดำเนินงาน และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวได้ 

ทั้งนี้ นายสมชาย ยังเปิดเผยว่า ในช่วงเดือนต้นสิงหาคม 67 จะมีการเปิดให้บริการศูนย์ เพื่อรองรับการเข้ามาทำงานของคนต่างด้าว กว่า 46 ศูนย์และมีหน่วยให้บริการเคลื่อนที่อีก 8 คัน เพื่อตอบสนองความต้องการของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย 

ส่วน นายจำรัส สว่างสมุทร  ผู้อำนวยการสายงานปฎิบัติงาน ของกิจการร่วมค้า ฟิวเจอร์ สกาย ได้กล่าวว่า โครงการนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทย เพราะจะใช้ระบบออนไลน์ ในการขับเคลื่อนการระบบการทำงาน

'ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์' ประกาศรับสมัครให้ทุนการศึกษา ปี 67  ระดับปริญญาเอก และหลังปริญญาเอก รวมจำนวน 126 ทุน

เมื่อไม่นานมานี้ เพจเฟซบุ๊ก 'สำนักงาน ก.พ.' ได้เผยแพร่ประกาศจาก ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่รับสมัครให้ทุนการศึกษา ตามโครงการทุนเฉลิมพระเกียรติเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระชนมายุ 60 พรรษา เพื่อพัฒนาผู้มีอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ด้านภัยพิบัติ ไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 (ครั้งที่ 2)

โดยเป็นทุนการศึกษาระดับปริญญาเอก และหลังปริญญาเอก รวมจำนวน 126 ทุน สามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเอง หรือส่งไปรษณีย์ไปที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ตั้งแต่วันนี้ - วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2567 มีรายละเอียดของทุน ดังนี้...

>> ประเภท และจํานวนทุน

1. ระดับปริญญาเอก
- เพื่อพัฒนาอาจารย์ แพทย์นักวิจัย และอาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม จํานวน 15 ทุน
- เพื่อพัฒนาอาจารย์ สาขาพยาบาลศาสตร์ จํานวน 42 ทุน
- เพื่อพัฒนาอาจารย์ด้านภัยพิบัติ/ฉุกเฉินการแพทย์ จํานวน 19 ทุน

2. หลังปริญญาเอก (Postdoc)
- เพื่อส่งเสริมการวิจัวิยด้านวิทยาศาสต์การแพทย์ จำนวน 50 ทุน

>> สำหรับงบประมาณ และระยะเวลาศึกษา กําหนดให้ทุนการศึกษาในแต่ละปีงบประมาณ ดังนี้…

1. ระดับปริญญาเอก 
- เพื่อพัฒนาอาจารย์ แพทย์นักวิจัย และอาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม งบประมาณทุนละ 2,500,000 บาท/คน/ปี ระยะเวลาศึกษาไม่เกิน 5 ปี
- เพื่อพัฒนาอาจารย์ สาขาพยาบาลศาสตร์ งบประมาณทุนละ 2,500,000 บาท/คน/ปี ระยะเวลาศึกษาไม่เกิน 5 ปี
- เพื่อพัฒนาอาจารย์ด้านภัยพิบัติ/ฉุกเฉินการแพทย์ 2,500,000 บาท/คน/ปี ระยะเวลาศึกษาไม่เกิน 5 ปี

2. หลังปริญญาเอก (Postdoc)
- เพื่อส่งเสริมการวิจัยด้านวิทยาศาสต์การแพทย์ งบประมาณทุนละ 1,000,000 บาท/คน/ปี ระยะเวลาศึกษาไม่เกิน 2 ปี

>> ลักษณะการให้ทุน

- เป็นการศึกษาในสาขาวิชาตามที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กําหนด
- เป็นหลักสูตรในสถาบันการศึกษาที่สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนรับรอง และที่ความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาให้ทุนฯ ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-576-6000 ต่อ 8711 (คุณณัชชา) หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ >> https://drive.google.com/drive/folders/1dMcWLaHX100ugssECBwcUNkEQaKwhrb5?usp=sharing

NT ร่วม FIBO มจธ. หารือการพัฒนา 'Robotics-Generative AI' พร้อมชวนนักศึกษาคนเก่ง ร่วมแชร์ไอเดียต่อยอดให้เกิดขึ้นจริง

เมื่อวานนี้ (27 พ.ค. 67) พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน ประชุมร่วมกับ รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม และ ผศ.ดร.สุภชัย วงศ์บุณย์ยง ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (KMUTT) หรือ มจธ.

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ความก้าวหน้า และความเชี่ยวชาญด้านวิทยาการหุ่นยนต์และ Generative AI ตลอดจนสำรวจความเป็นไปได้และโอกาสในการพัฒนางานร่วมกันของทั้ง 2 หน่วยงาน 

นอกจากนี้ NT ยังได้หารือร่วมกับทีมนักศึกษา FIBO มจธ. ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดนวัตกรรมระดับประเทศ เพื่อร่วมผลักดันงานด้านวิทยาการหุ่นยนต์และ Generative AI ในอนาคต

ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมเปิดโครงการขยายความร่วมมือการฝึกอบรมของสำนักงานโครงการ ILEA-Bangkok ไปยังประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก เพื่อเพิ่มศักยภาพในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ

วันนี้ (27 พฤษภาคม 2567) เวลา 08.30 น. นายโรเบิร์ต โกเดค (Robert Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย/ประธานคณะกรรมการกำกับดูแล ฝ่ายสหรัฐอเมริกา และ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลฝ่ายไทย โครงการความร่วมมือฝึกอบรมระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย (ILEA-Bangkok) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการขยายความร่วมมือการฝึกอบรมของสำนักงานโครงการ ILEA-Bangkok ไปยังประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก โดยมีคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการความร่วมมือฝึกอบรมระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายฝ่ายไทยและสหรัฐ เข้าร่วมงาน

พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ฯ กล่าวว่า การรวมเอาประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกเข้ามาในโครงการฝึกอบรมของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. ถือเป็นบทใหม่ในประวัติศาสตร์ของสถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย กรุงเทพมหานคร ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายขอบเขตความร่วมมือออกไปยังประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก และยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ อีกทั้งจะทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะ ศูนย์การฝึกอบรมด้านการบังคับใช้กฎหมายชั้นนำในภูมิภาคอีกด้วย ซึ่งความร่วมมือนี้จะช่วยส่งเสริมเสถียรภาพ
ความมั่นคง และความสำเร็จของทั้งหมู่เกาะแปซิฟิก และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่กว้างขึ้นอย่างแน่นอน

ด้านนายโรเบิร์ตฯ เน้นความสำคัญถึงการยกระดับความร่วมมือดังกล่าวที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และแสดงความขอบคุณในการเป็นหุ้นส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับฝ่ายสหรัฐอเมริกา ในการดำเนินการฝึกอบรมและความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายของสำนักงานโครงการ ILEA-Bangkok ตลอดระยะเวลากว่า 26 ปี ที่มีความแข็งแกร่งและยั่งยืน

ทั้งนี้ หลักสูตร Drug Unit Commanders Course (หลักสูตรผู้นำหน่วยยาเสพติด) เป็นหลักสูตรแรกที่จัดการฝึกอบรมระหว่างวันที่ 27 - 31 พฤษภาคม 2567 ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายระดับสูงจากประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ ได้แก่ หมู่เกาะคุก สาธารณรัฐฟิจิ สาธารณรัฐคีรีบาส สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ สหพันธรัฐไมโครนีเซีย นีวเว ปาเลา รัฐเอกราชปาปัวนิวกินี ซามัว หมู่เกาะโซโลมอน ตองกา ตูวาลู วานูอาตู และไทย รวม 14 ประเทศ 

นราธิวาส-รอง มทภ.4 ตรวจเยี่ยม ฉก.ทพ.49 เน้นย้ำติดตามสถานการณ์ เพิ่มความเข้มงวด ระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (27 พฤษภาคม 2567) เวลา 13.00 น. พลตรี ไพศาล  หนูสังข์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมคณะฯ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ตำบลซากอ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมประชุมและรับฟังปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งมอบแนวทางการปฏิบัติงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมี พันเอก กำธร  ศรีเกตุ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะนราธิวาส, พันเอก ภาณุวัฒน์  สุคชเดช ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49, พันเอก ชาญฤทธิ์  ฮันสราช รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49, ผู้บังคับกองร้อยฯ และกำลังพลร่วมให้การต้อนรับและร่วมประชุม

สำหรับการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ เป็นการติดตามการปฏิบัติงานและรับทราบปัญหาข้อขัดข้อง รวมทั้งหารือแนวทางแก้ไขของห้วงที่ผ่านมาของหน่วย พร้อมกำชับให้ปรับแผนการปฏิบัติให้มีความรัดกุม ทั้งเชิงรุก เชิงรับ และปฏิบัติด้วยความจริงใจ อีกทั้งได้นำนโยบายการปฏิบัติ 5 งานสำคัญตามนโยบาย แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เพื่อยึดถือและปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้  รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้เน้นย้ำพร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่มีความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ และเฝ้าติดตามด้านการข่าวอย่างใกล้ชิด รวมถึงฐานปฏิบัติการทุกฐานเพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ตลอดจนฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลพื้นที่ชุมชน

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส 

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิกิติ์ฯ สนับสนุนนักกีฬาเรือพาย ร่วมแข่งโอลิมปิคเกมส์ 2024 ณ กรุงปารีส

พลเรือตรี ดนัย ปานแดง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ให้การต้อนรับ นายเปรมณัฏฐ์ วัฒนานุสิทธิ์ นักกีฬาเรือพายหนึ่งเดียวของประเทศไทย ที่เดินทางไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และคู่ซ้อม จ่าโทณรงค์ศักดิ์ นาคแสง ที่เข้ารับการฟื้นฟูร่างกาย post training recovery

โดย  Hyperbaric Oxygen Therapy ( HBOT) ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ รวม 10 ครั้ง ในวันทำการ ตั้งแต่ 21-31 พ.ค.67 ก่อนเดินทางเข้าร่วมการแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909535645

‘ครูสาว’ ซี 8 พ้อ!! วันลา-วันสายเกิน 1 ครั้ง โดนประเมินไม่ได้ขึ้นเงินเดือน พร้อมเผยเหตุผลความจำเป็น วอนเห็นใจตนไม่ได้หนีสอน-โกงเงินหลวง

(27 พ.ค. 67) ครูสาวสังกัดสถาบันอาชีวะแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี โพสต์ตัดพ้อ มาสาย 10 ครั้ง ครั้งละ 1-2 นาที ไม่ได้ปรับขึ้นเงินเดือนครู เผยสาเหตุ เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ต้องทำงานเสริมร้องเพลงกลางคืน ซึ่งโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

"ผลของการสาย สาย 10 ครั้ง (เกิน 1 ครั้ง) ลา 8 ครั้ง 9 วัน (ลาเกิน 1 ครั้ง) ตามระเบียบการพิจารณาการขึ้นเงินเดือนของข้าราชการ = 0 ผลที่ได้เหมือนละทิ้งหน้าที่ เหมือนหนีสอน เหมือนไปโกงเงินหลวง ติดแฮชแท็ก #คนไม่ชอบทำอะไรก็ไม่ใช่ #ทำบุญวันวิสาขบูชา"

ทั้งนี้ ล่าสุด เมื่อวานนี้ 26 พ.ค.67 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับครูโอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี เจ้าของโพสต์ดังกล่าว ได้นำหนังสือร้องทุกข์ และขอความเป็นธรรม ที่ส่งถึง ประธานคณะกรรมการ อ.ก.ค.ศ. และนายยศพล เวณุโกเศศ. เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มาให้ผู้สื่อข่าวดู มีเนื้อหาใจความว่า

"ตามเอกสารบันทึกข้อความที่ส่งมาด้วย เมื่อข้าพเจ้าได้มาตรวจสอบเอกสารพบว่าไม่ถูกต้องและไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำให้เกิดการเสียขวัญ และกำลังใจในการทำงาน วันลาจำนวน 8 ครั้ง รวม 8.5 วัน และมาปฏิบัติงานสาย จำนวน 10 ครั้ง ไม่ถูกต้องตามเอกสารสรุปวันลาของบุคลากรวิทยาลัยฯ ซึ่งมีวันลา 8 ครั้ง รวม 8.5 วัน จริง แต่มาปฏิบัติงานสาย 9 วัน

เมื่อพิจารณาจากวันลา และวันปฏิบัติงานสาย วันลาเกิน 1 ครั้ง เนื่องจากครั้งสุดท้าย ในวันที่ 28 มี.ค. 2567 นั้น ข้าพเจ้าเกิดอุบัติเหตุตกบันได มีอาการปวดหลังไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ และเข้ารับการรักษาจริง มีเอกสารใบรับรองแพทย์แนบใบลา ซึ่งก่อนหน้าจะเกิดอุบัติเหตุข้าพเจ้าทราบดีว่าข้าพเจ้าลาไปแล้ว 7 ครั้ง รวม 7.5 วัน

แต่การลาครั้งสุดท้ายเป็นการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ทำให้ข้าพเจ้าลาเกิน ไป 1 ครั้ง ทั้งนี้ผู้บังคับบัญชาไม่ได้มีการให้ข้าพเจ้าทำบันทึกข้อความชี้แจงเหตุผลแต่อย่างใด และมีการพูดโน้มน้าวให้ข้าพเจ้า ลงลายมือชื่อรับทราบให้เป็นผู้ถูกงดการเลื่อนเงินเดือน

ข้าพเจ้าจึงขอร้องทุกข์ ขอความเป็นธรรมและความเมตตา ประธานอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ. การอาชีวศึกษา และเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้พิจารณา อนุโลมเลื่อนเงินเดือนของข้าพเจ้า และไม่เป็นผู้ถูกงดการเลื่อนเงินเดือนในครั้งนี้"

ครูโอ๋ กล่าวอีกว่า ตนเองเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เป็นครูซี 8 รับราชการมา 13 ปี ด้วยภาระที่ต้องดูแลลูกและครอบครัว ลำพังเงินเดือนไม่พอใช้ เพราะไปกู้สมัยอยู่กับสามีคนเก่าแล้วต้องเลิกรากันไป ต้องรับภาระคนเดียว จึงต้องไปหาร้องตามผับ และร้านอาหาร ตอนนี้ไม่สบายใจเพราะไม่ได้ขึ้นเงินเดือนแม้แต่บาทเดียว เพราะทางวิทยาลัยฯ ประเมินออกมาว่า นับวันลาวันสายเกินคือ สาย 1 ครั้ง ลาเกิน 1 ครั้ง จึงประเมินไม่ขึ้นเงินเดือนให้ครั้งนี้ คือเท่ากับ 0

ที่ผ่านมาไม่เคยตั้งใจที่จะให้ขาดงานหรือมาสายเลย มันมีเหตุเพราะต้องไปส่งลูกไปโรงเรียน แล้วต้องขับรถมาวิทยาลัยระยะกว่า 10 กม. แต่ยอมรับลาเกินมา 1 ครั้ง ส่วนสายก็เกิน 1 ครั้ง แต่สายเพียง 1-2 นาทีเท่านั้น ไม่ใช่มาสายเป็นชั่วโมง หรือหลายชั่วโมง

ครูโอ๋ เล่าต่ออีกว่า ในวงดนตรีของตนเองมีครูโรงเรียนอื่น เพื่อน ๆ พี่ ๆ เขาบอกว่าทางโรงเรียนและวิทยาลัยเข้าใจ ไม่เคยปรับขึ้นเงินเดือนเท่ากับ 0 เลย อย่างต่ำก็ 2.4 ตนอยากให้เห็นใจ อะลุ้มอล่วยให้บ้าง กับการลาและมาสายเกิน 1 ครั้ง

ปกติเขาสอนกันไม่เกิน 20 คาบต่อสัปดาห์ แต่ตนเองสอนไปเกือบ 40 คาบ น่าจะเอามาถัวเฉลี่ยให้บ้าง แต่นี่จะเล่นให้กันให้ตาย ไม่ขึ้นเงินเดือนให้เลย ตนไม่ได้ทำอะไรผิด ไปเป็นนักร้องตามผับและร้านอาหาร เรื่องนี้ทางวิทยาลัยได้ส่งหนังสือไปกรุงเทพฯ เรื่องการปรับเงินเดือนเท่ากับ 0 ทางสถาบันอาชีวฯ ก็ทำหนังสือมา ทางผู้บริหารก็ยืนยัน ยังไงก็ไม่ขึ้นเงินเดือนให้

"หรือว่าผู้บริหารไม่ชอบหนู เห็นครูไปร้องเพลง เพราะ ผอ.เคยตำหนิว่า ทำแบบนี้ผิดจรรยาบรรณและจริยธรรม แล้วที่ผู้บริหารไปกินเหล้าด้านหลังวิทยาลัยฯ คืออะไร เหมาะสมไหม อยากให้เห็นใจหนูด้วย หนูไม่ได้ฆ่าคนตาย ไม่ได้หนีสอน ไม่ได้โกงเงินหลวงสักหน่อย" ครูโอ๋ กล่าว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top