Monday, 22 June 2026
NEWS FEED

'ศธ.' สั่งลุยเชิงรุก สำรวจเด็กหลุดระบบการศึกษา เร่งแก้ปัญหา ตามนโบาย ‘Thailand Zero Dropout’ 

(29 พ.ค.67) นักข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมประสานภารกิจกระทรวงศึกษาธิการ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ ว่า ที่ประชุมรายงานการขับเคลื่อนการยกระดับการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการขับเคลื่อนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานการนํานักเรียนเข้าสู่ระบบการทดสอบ COMPUTER BASED TEST เพื่อนําผลสู่การพัฒนา และเติมเต็มนักเรียน (Pre-test) ตั้งแต่เดือนมกราคม - พฤษภาคม 2567 กว่า 104,578 ราย พร้อมๆ กับการขยายแกนนำ ที่เป็นครู ศึกษานิเนิทศก์ พี่เลี้ยง และแกนนำ ระดับเขตพื้นที่ฯ 1,400 คน ที่ผ่านหลักสูตร การอบรมการใช้ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ในสถานศึกษา สู่โรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศ 9,214 แห่ง ครู 3 โดเมน 27,397 ราย จนถึงเดือนกันยายน 2568

‘ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำการจัดอบรมฯ PISA ให้ สสวท.ติดตามและรายงานความก้าวหน้า พร้อมมีแผนระยะยาว การจัดทำข้อสอบเพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กๆ ระดับประถมศึกษา เริ่มจากการอ่าน การคิดวิเคราะห์ ส่วนวิธีการทดสอบหรือการออกข้อสอบ ให้เข้ากับเจนเนอเรชั่นของเด็กในยุค 4.0 และมีความทันสมัย ทั้งในเรื่องของภาษา การเลือกใช้คำที่เข้ากับวัยของเด็ก’ รมว.ศธ.กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการติดตามการดำเนินการงบประมาณ โดยได้ติดตามเรื่องเงินอุดหนุน อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจนถึงช่วงเดือนมิถุนายน 2567 และคาดว่าจะเบิกจ่ายได้ตามแผนที่วางไว้ ส่วนงบลงทุน กำลังเร่งทำแอปพลิเคชันโดยมี สพฐ.เป็นเจ้าภาพ เพื่อติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเรียลไทม์ ในส่วนของงบประมาณ ขอให้วิเคราะห์ปัญหา ความเสี่ยง และหาบุคลากรแต่ละพื้นที่ที่มีความชำนาญ ในแต่ละเรื่อง เพื่อช่วยเป็นพี่เลี้ยงในการบริหารจัดการงบประมาณ ส่วนกรณีที่ ศธ.มีหนังสือยกเว้น หรือผ่อนผันการแต่งเครื่องแบบนักเรียนนั้น ขอเน้นย้ำ โดยเฉพาะในสภาวะที่เศรษฐกิจที่เงินเฟ้อ ผู้ที่ขัดสนอาจไม่สามารถจัดหาเครื่องแบบนักเรียนได้ ศธ.จึงออกหนังสือดังกล่าว เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณา ช่วยเหลือนักเรียนให้สามารถมาโรงเรียนได้โดยไม่กดดัน โดยขอให้มีการสำรวจข้อมูล เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอต่อความต้องการ โดยอาจต้องประสานกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และภาคเอกชน ในการเข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงให้มีการจัดทำระบบคลังข้อมูลเพื่อการบริหารการศึกษา (Data Warehouse)

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ สำนักงานปลัด ศธ.พัฒนา พัฒนาระบบรายงานผลการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เรียนดี มีความสุข แบบเรียลไทม์ ทั้งในเรื่องของสุขาวดี มีความสุข และการยกเว้นหรือผ่อนผันการแต่งกายของนักเรียนในสถานศึกษา ไว้สำหรับสำรวจเป็นข้อมูลเพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายลดภาระครู นักเรียน และผู้ปกครอง เป็นหลัก ขณะเดียวกันยังเน้นย้ำเรื่อง การขับเคลื่อนการป้องกันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน พร้อมจัดกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก และขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้พิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ให้เป็นเจ้าพนักงานดูแลเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา เพื่อให้มีอำนาจในการตรวจยึด และขยายผลในการแก้ปัญหาต่อไป

‘ส่วนกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบมาตรการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ หรือ Thailand Zero Dropout นั้น ในส่วนของ ศธ.ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยในเชิงรุกได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) สำรวจตัวเลขเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา และพยายามนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือเข้าเรียนในระบบการศึกษาตามอัธยาศัย โดย ศธ.ก็มีเป้าหมายให้เด็กดร็อปเอาท์เป็นศูนย์เท่านั้น และไม่ใช่แค่เด็กในวัยเรียนเท่านั้น ยังรวมถึงประชาชนทั่วไป ที่ยังได้รับการศึกษาไม่ถึงภาคบังคับ ก็ขอให้ สกร.เข้าไปช่วยเติมเต็ม ให้ความรู้ เพื่อให้ทรัพยากรของประเทศไทยมีความรู้ไม่น้อยกว่าการศึกษาภาคบังคับด้วย’ พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว

‘สาว’ ลาออกงานประจำ พลิกผันมาเพาะ ‘แมลงสาบดูเบีย’ ขาย กระแสตอบรับดี!! จนสร้างรายได้ต่อเดือนมากสุด 40,000 บาท

เมื่อวานนี้ (28 พ.ค. 67) ใครจะไปคิดว่าการเพาะ ‘แมลงสาบดูเบีย’ ขายแล้วจะสามารถขายได้และสร้างรายได้ให้ผู้เลี้ยงได้ถึงเดือนละ 10,000-30,000 บาท พีกสุด 40,000 บาท จากที่ซื้อมาเป็นอาหารให้ปลามังกร ต่อยอดเลี้ยงต่อเพราะปลากินไม่หมด ขยายจนสามารถเป็นฟาร์มขนาดเล็กได้ ลูกค้าสนใจทั้งกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์เอ็กโซติกและพ่อค้าแม่ค้าที่ซื้อต่อไปเพาะเลี้ยงหารายได้เสริม

ด้าน นางสาวภัทราวดี เบ้าจันทึก หรือ จ๋า อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจเลี้ยงแมลงสาบดูเบีย ฟาร์มภัทรา เล่าว่า จริง ๆ แล้วเธอเป็นคนที่กลัวแมลงสาบอย่างมาก แต่พอพี่ชายซื้อแมลงสาบดูเบียมาเป็นอาหารให้กับปลามังกรที่เลี้ยงเอง เนื่องจากได้มีการศึกษามาว่าในต่างประเทศนิยมนำเอาแมลงสาบดูเบียมาเป็นอาหารให้กับสัตว์เลี้ยง เพราะตัวแมลงสาบมีโปรตีนสูง ถ้าหากนำมาให้สัตว์เลี้ยงกินจะทำให้สัตว์เลี้ยงโตเร็วมากขึ้น ทำให้พี่ชายของเธอลองซื้อมาให้ปลามังกรของที่บ้านดูบ้าง ซึ่งเมื่อนำมาเป็นอาหารปลาแล้วแมลงสาบได้มีการขยายพันธุ์อย่างต่อเนื่องและมีจำนวนมากขึ้น ทำให้เกิดไอเดียลองขายขึ้นมา ซึ่งเพราะเหตุนี้เองจึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจเพาะแมลงสาบดูเบียขายจากฟาร์มภัทรานั่นเอง ปัจจุบันเริ่มขายได้ประมาณ 1 ปีครึ่ง

แมลงสาบดูเบียมีถิ่นกำเนิดมาจากทวีปอเมริกาใต้ เป็นแมลงสาบป่าที่ชอบกินผักและผลไม้ บวกกับมีคุณค่าทางโภชนาการที่สูง โปรตีนสูง แคลเซียมสูง ไขมันต่ำ ถ้าหากเปรียบเทียบกับจิ้งหรีดจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่า 3 เท่า เหมาะสำหรับนำมาเป็นอาหารให้กับสัตว์เลี้ยงเอ็กโซติก ในช่วงเริ่มต้นคุณจ๋าซื้อแมลงสาบดูเบียมาประมาณ 1 กิโลกรัม ซึ่งราคาในช่วงนั้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 2,000-3,000 บาท เรียกได้ว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว

การเลี้ยงแมลงสาบดูเบียมีความคล้ายกับการเลี้ยงจิ้งหรีด แต่ที่แตกต่างคือเวลาเพาะพันธุ์จิ้งหรีดจะต้องแยกไข่ออกจากตัว ซึ่งแมลงสาบดูเบียไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น สามารถเลี้ยงรวมได้เลย โดยภาชนะที่เลี้ยงจะใช้เป็นแผงรังไข่กระดาษทั่วไป ให้น้ำให้อาหารได้ตามปกติ แต่ต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดที่จัดเพราะอาจจะทำให้แมลงสาบตายได้ นอกจากนี้คุณจ๋าใช้พื้นที่ข้างบ้านในการเลี้ยง เลี้ยงใส่ในกล่องพลาสติกเจาะรูระบายอากาศ ปัจจุบันมีทั้งหมด 30 ลัง รวมถึงมีเพาะเลี้ยงลังใหญ่อยู่ที่ต่างจังหวัดเพื่อเป็นสต็อกให้กับลูกค้านั่นเอง

จากคนที่กลัวแมลงสาบบ้านแต่ต้องมาเลี้ยงแมลงสาบดูเบีย คุณจ๋าเปิดเผยว่าตอนแรกก็กลัว แต่พอลองเลี้ยงดูแล้วแมลงสาบดูเบียไม่มีกลิ่นเหม็นเหมือนแมลงสาบบ้าน มีปีกแต่ไม่บิน แตกต่างจากแมลงสาบบ้านเป็นอย่างมาก ซึ่งก่อนที่จะตัดสินใจขายออกไปก็ลังเลและกังวลอยู่มากว่าจะขายได้หรือไม่ คุณจ๋าเก็บไปคิดและได้ข้อคิดที่ว่า “ถ้าเราเป็นลูกค้าของคนอื่นได้ แล้วเรามีแมลงอยู่ เราลองขายดีไหม” ซึ่งพอลองขายไปได้ 1 กล่องก็เปิดเพจเฟซบุ๊กและโพสต์ไปว่า “มีแมลงสาบดูเบียขาย ถ้าใครสนใจก็เราแบ่งขายได้นะ” ทำให้ในตอนนั้นมีลูกค้าสนใจและติดต่อเข้ามาขอซื้ออย่างต่อเนื่อง คุณจ๋าจึงคิดได้ว่าถ้าหากมีมากกว่านี้ก็คงขายได้มากขึ้น คุณจ๋าก็เลยตัดสินใจเพาะพันธุ์มาเรื่อย ๆ ขยายจนสามารถเป็นฟาร์มขนาดเล็กในพื้นที่ข้างบ้านได้นั่นเอง

กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาสั่งซื้อส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่มีสัตว์เลี้ยงเอ็กโซติก เช่น เบียสดราก้อน ตุ๊กแกตาหวาน ตุ๊กแกหางอ้วน แมงมุม กิ้งก่า เป็นต้น รวมถึงลูกค้าที่ต้องการนำไปขยายพันธุ์ต่อเพื่อหารายได้อีกหนึ่งช่องทาง นอกจากนี้ในการทำการตลาดของทางร้านจะเน้นโปรโมตจากรีวิวของลูกค้าเพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าที่ต้องการและสนใจ ปัจจุบันช่องทางการขายมีเพียงช่องทางเดียวคือ เพจเฟซบุ๊ก ‘แมลงสาบดูเบีย ฟาร์มภัทรา’

แมลงสาบดูเบียสามารถขายได้ทุกช่วงวัยตั้งแต่ตัวเล็กจนถึงตัวใหญ่ ซึ่งอายุขัยของแมลงโดยรวมจะมีอายุประมาณ 1 ปีครึ่ง ระยะการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ 1-6 เดือน โตเต็มที่ ซึ่งในระยะเวลา 1-6 เดือน ก็สามารถคัดขนาดและนำไปขายได้ แล้วแต่ว่าลูกค้าต้องการขนาดเท่าไหร่ ปัจจุบันทางร้านจัดส่งแบบสดไม่มีแช่แข็งและจัดส่งให้ลูกค้าแบบเดลิเวอรี่และนัดรับสินค้า

สำหรับราคาแมลงสาบดูเบียของทางร้านจะแบ่งขายตั้งแต่ 50 กรัมไปถึงกิโลกรัม เริ่มต้นที่ราคาหลักร้อยแต่ถ้าหากเป็นตัวขนาดเล็กจะมีราคาสูงกว่าขนาดอื่น ซึ่งถ้าซื้อยกกิโลกรัมจะเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 1,000-1,500 บาท โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะนิยมซื้อเป็นขีดมากกว่า ซึ่งถ้าหากคิดเป็นรายได้สำหรับการเพาะเลี้ยงแมลงสาบดูเบียขาย ทางร้านสามารถสร้างรายได้เดือนละ 1,000-30,000 บาท ถ้าช่วงไหนมีจำนวนเยอะก็สามารถขายได้ถึงเดือนละ 40,000 บาท

นอกจากนี้คุณจ๋าให้ข้อมูลว่าในปีนี้มีการวางแผนต่อยอดธุรกิจให้สามารถขยายไปเพิ่มขึ้นเท่าตัว ถ้าเป็นไปได้จะมีการเพิ่มลังเพาะเลี้ยงถึง 60 ลัง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงรองรับสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่สนใจต่อยอดการเลี้ยงแมลงสาบดูเบียเพื่อสร้างรายได้เสริมอีกด้วย ทั้งนี้แมลงสาบดูเบียออกลูกเป็นตัวซึ่งออกลูก 1 ครั้งสามารถได้ลูกประมาณ 20 ตัว ปัจจุบันทางร้านมีการแยกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ออกเพื่อง่ายต่อการเลี้ยงดูและง่ายต่อการคัดขนาดเพื่อนำไปบรรจุกล่องขาย

ขึ้นชื่อว่า ‘แมลงสาบ’ หลายคนอาจจะมีความกลัวหรือไม่ชอบเพราะแมลงสาบบ้านทั่วไปมีความสกปรกกลิ่นเหม็นต่าง ๆ ซึ่งคุณจ๋าเองก็ไม่ชอบแมลงสาบบ้านแต่ผันตัวมาขาย ‘แมลงสาบดูเบีย’ แทน คนรอบตัวก็จะมองว่าเลี้ยงอะไร ทำไมต้องเลี้ยงแมลงสาบ เนื่องจากมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้จักแมลงสาบดูเบียจึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าจะเลี้ยงแมลงสาบไปทำไม ซึ่งหลังจากที่คุณจ๋าได้รู้จักกับแมลงสาบดูเบียก็ทำให้ความคิดเปลี่ยนเพราะรู้คุณค่าของแมลงมากขึ้น บวกกับการเลี้ยงที่สะอาดเลี้ยงด้วยระบบปิด ให้อาหารที่ดี แมลงสาบดูเบียก็สามารถสร้างรายได้ให้เราได้และขายดีจนปัจจุบันเกือบไม่พอขายแล้วนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม คุณจ๋าเป็นคนรุ่นใหม่ที่ออกจากงานประจำมาช่วยกิจการที่บ้านพลิกผันจนได้มาจับธุรกิจเพาะแมลงสาบดูเบียขาย ทำให้มุมมองการทำงานของคุณจ๋าเปลี่ยนไป การทำงานประจำไม่จำเป็นต้องเป็นพนักงานออฟฟิศเสมอไป ถ้าหากสนใจและลงมือทำไปแล้วรู้สึกว่าเป็นตัวของเองและมีความท้าทาย ซึ่งเมื่อคุณจ๋าได้พูดคุยกับลูกค้าที่ซื้อแมลงสาบดูเบียไปให้สัตว์เลี้ยงเอ็กโซติกกินก็ได้เรียนรู้พฤติกรรมของสัตว์นั้น ๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งได้ทั้งความรู้และประสบการณ์หลายมิติจากลูกค้าได้ กลายเป็นว่าการทำงานของคุณจ๋าไม่เพียงแค่สร้างรายได้แต่ยังได้ความสนุกและตื่นเต้นเมื่อได้เรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ต่าง ๆ ด้วยนั่นเอง

ภ.2 ร่วมบริจาคโลหิต เนื่องใน วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี

ตำรวจภูธร ภาค 2 จัดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ดำเนินกิจกรรมจิตอาสาบริจาคโลหิต " เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุธิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่ หอประชุมชั้น 2 ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี  พลตำรวจโท สมประสงค์  เย็นท้วม/ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมข้าราชการตำรวจ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ ดำเนินกิจกรรมจิตอาสาบริจาคโลหิต เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี" โดยมีนายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายเพิ่มสิน คณิตวานนท์ ประธานกต.ตร.สภ.คลองกิ่ว พร้อมด้วย ผกก.สภ.ทุก สภ. ตัวแทนแต่ละ สภ. และแม่บ้านตำรวจ ภ.จว.ชลบุรี เข้าร่วมการจัดกิจกรรม ตำรวจภูธรภาค 2  ได้นำกำลังพลมาร่วมกันบริจาคโลหิต เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี" เนื่องจากสภาวะปัจจุบันโลหิตในคลังสภากาชาดไทย เกิดภาวะขาดแคลน ทางตำรวจภูธรภาค 2 ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งกำลังพลทุกนายที่ร่วมบริจาคโลหิต ล้วนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีความเต็มใจเสียสละและตั้งใจที่จะมาร่วมกันบริจาคโลหิตในครั้งนี้

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

ร้านอาหารญี่ปุ่น ‘ชิคาระ เมชิ’ ประกาศปิดกิจการในไทย เปิดวันสุดท้าย 31 พ.ค.67 ขอบคุณลูกค้าที่อุดหนุนเสมอมา

(29 พ.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านอาหารญี่ปุ่น “ชิคาระ เมชิ” (Chikara Meshi) ซึ่งมีเมนูขึ้นชื่อคือข้าวหน้าเนื้อต่างๆ ที่มาเปิดสาขาในประเทศไทย ณ ตึกธนิยะพลาซ่า ชั้น 4 ประกาศเตรียมปิดกิจการเร็วๆ นี้ โดยเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม เฟซบุ๊ก Chikara Meshi Thailand เผยแพร่ข้อความระบุว่า...

‘ประกาศปิดกิจการ กราบเรียนคุณลูกค้าทุกท่าน ร้านชิคาระ เมชิ ประเทศไทย ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนร้านเราเป็นอย่างดี และขออภัยที่ต้องแจ้งว่าทางร้านจะเปิดให้บริการถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 เป็นวันสุดท้าย’

ซึ่งภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนมากต่างเป็นแฟนๆ ที่เข้าไปแสดงความเสียใจที่เสียร้านโปรดไปอีก 1 ร้าน อาทิ เช่น

-ขอบคุณที่นำเข้ามาในไทยนะครับ นับถือคนนำเข้ามาก คือแค่ชอบทาน ก็เลยขอคุยกับฝั่งญี่ปุ่นมาเปิด ใจพี่มันได้มากกกก

-ข้าวหน้าเนื้อชีสที่อร่อยที่สุด หวังว่าจะได้เจอกันในรูปแบบ Pop-up งานอาหารญี่ปุ่นสักงานก็ยังดี, เป็นร้านโปรดของผมที่ญี่ปุ่นเลยครับ ไปทีไรก็กินทุกที ตอนนี้สาขาที่ญี่ปุ่นก็เหลือน้อยแล้ว ตอนที่ร้านนี้มาเปิดในไทยผมดีใจมากเลยครับ ขอบคุณที่นำเข้ามานะครับ ไว้จะแวะไปอุดหนุนก่อนร้านปิดครับ, คุณเป็นร้านที่ดีนะ อาหารก็อร่อยมาก

-เสียใจมากครับ เป็นร้านโปรดสมัยอยู่ญี่ปุ่น มีโอกาสได้กินที่ไทยแค่ครั้งเดียวเพราะไกลบ้านมาก คิดว่าร้านอาจจะเลือกที่ตั้งผิดไป ไม่งั้นลูกค้าน่าจะเยอะกว่านี้มากๆครับ, เป็นร้านโปรดของลูกชายเลย เพิ่งไปทานเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองค่ะ น่าเสียดายมาก ร้านดีๆอร่อยๆ วันนี้เลยสั่งแกรปมาทานที่บ้านส่งท้าย ถ้าไปเปิดที่ไหนอีกแจ้งนะคะ

พิษณุโลก-แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3 รุ่นที่ 5 (พสบ.ทภ.3 รุ่นที่ 5)

วันที่ 29 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.30 น. ที่  ห้องคอนแวนชั่น 1 ชั้น 5 โรงแรมท็อปแลนด์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก  พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพภาคที่ 3  รุ่นที่ 5 (พสบ.ทภ.3 รุ่นที่ 5) ซึ่งมีผู้เข้ารับการอบรมฯ จำนวน 108 คน  ประกอบด้วย ข้าราชการทหาร 21 คน ตำรวจ 5 คน ข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์กรของรัฐ  23 คน และนักธุรกิจภาคเอกชน จำนวน 59 คน  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์อันจัดส่งผลให้เกิดการสนับสนุนส่งเสริมพลังมวลชนในระดับผู้บริหาร และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของชาติ และการพัฒนาประเทศตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของกองทัพบก พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของเครือข่ายในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ภัยคุกคาม ด้านความมั่นคงของประเทศ โดยมีเนื้อหาวิชาที่สำคัญแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ภาควิชาการ ประกอบด้วย การบรรยายการสร้างอุดมการณ์ความรักชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ ภารกิจ และการดำเนินงานของกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 3 ปัญหาภัยคุกคาม ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ การเดินตามศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาประเทศ และความยั่งยืนรวมทั้งการสื่อสารดิจิทัล ภาคปฏิบัติประกอบด้วย การจัดเวทีเสวนา การเสวนาระดมความคิดเห็น การทัศนศึกษา กิจกรรมพัฒนาสัมพันธ์และการดำเนินงานจิตอาสา ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้ร่วมเป็นเครือข่ายและสนับสนุนงานด้านความมั่นคงของชาติ และร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาอย่างสร้างสรรค์ ในนามของสมาชิก พสบ.ทภ.3 ต่อไป ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

“ผบช.ภาค1” 18 องค์ดีเด่น ผู้ประกาศข่าว นักวิทยุสื่อออนไลน์ เข้ารับรางวัลเทพทองพระราชทาน-โล่เกียรติยศ

วันที่ 28 พ.ย.37 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปมอบรางวัลเทพทอง ครั้งที่ 22 ประกอบด้วย ประเภทองค์กรดีเด่น จำนวน 19 องค์กร, บุคคลดีเด่นด้านโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ดีเด่น จำนวน 11 คน, บุคคลดีเด่นด้านวิทยุกระจายเสียงและสื่อออนไลน์ดีเด่น จำนวน 9 คน และประเภทโล่เกียรติยศ จำนวน 14 คน

สำหรับปีนี้ “องค์กรดีเด่น” ที่ทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง เทิดทูล สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นองค์กรที่มิได้ประกอบกิจการอันขัดต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีงามของบ้านเมือง อาทิ มูลนิธิวัดอินทาราม หลีก โหมดมณี เป็นมูลนิธิฯที่ทำงานสาธารณประโยชน์ด้านสังคมสงเคราะห์การเผยแผ่พุทธศาสนา ผ่านสื่อสาธารณะและสื่อออนไลน์ มุ่งเน้นการทำงานด้านสังคมสงเคราะห์ ให้ความช่วยเหลือสังคมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี

บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน)
เป็นบริษัทที่ยึดหลักการดำเนินงานอย่างยั่งยืน มีเป้าหมายให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค บนพื้นฐานการบริหารจัดการน้ำร่วมกันทุกภาคส่วน

กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1
เป็นองค์กรภาครัฐ ที่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ ให้ประชาชนและสังคมอยู่อย่างปลอดภัยและมีความสงบสุข โดยพลตำรวจโท จิรสันต์ แก้วแสงเอก     ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1

ลิเกทรงเครื่อง คณะทองเจือ โสภิตศิลป์ เป็นคณะลิเกทรงเครื่องที่รักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยด้านศิลปะการแสดง เกิดขึ้นปลายรัชสมัย รัชกาลที่ 5 เป็นต้นกำเนิดของลิเกในปัจจุบัน
ฟาร์ม พลายสยาม 88 เป็นองค์กรผู้นำให้ชาวอำเภออู่ทอง อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง หันมาเลี้ยงควายเผือก ทำทฤษฎีเกษตรเศรฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำรัส รัชกาลที่ 9

สำหรับผู้ประกาศข่าวที่รับรางวัล จากช่อง 7HD คือ นายทิน โชคกมลกิจ ผู้ประกาศข่าวและพิธีกร รายการถกไม่เถียง น.ส.ภานุรัจน์ ศนีบุตร รายการเช้าข่าว 7 สี และ 7 สีช่วยชาวบ้าน และนายเกณฑ์สิทธิ์ กันธจันทร์ ผู้ประกาศข่าว ผู้ดำเนินรายการ และพิธีกร รายการสนามข่าว 7 สี นายเทพกิจ ฉัตรสุริยาวงศ์ ผู้ประกาศข่าวรายการคุยข่าวเช้ารุ่งอรุณ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 นางสาวรินรดา รวีเลิศ ผู้ประกาศข่าวรายการข่าวเช้าเวิร์คพอยท์ นายสมภพ รัตนวล ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวและผู้ประกาศข่าวรายการติ่งข่าว สถานีโทรทัศน์เวิร์คพอยท์ หมายเลข 23

นางสาวธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน ชื่อในวงการ “น้องอลิศ” ศิลปิน นักร้อง นักแสดง ผู้ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องและชัดเจน นายณรงค์ฤทธิ์ คิดเห็น พิธีกรและผู้ดำเนินรายการรายการเปลี่ยนมุมคิด และ Inside รัฐสภา สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา นายณฐพงศ์ รอดกันภัย ผู้ประกาศข่าวรายการข่าวต้นชั่วโมงและข่าวกีฬา นางสาวธนัญญา พิพิธวณิชการ ผู้ประกาศข่าว รายการเที่ยงวันทันข่าว สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 HD

ส่วนผู้ที่ได้รับโล่เกียรติยศ ประกอบด้วย นางจุไรรัตน์ เทพทอง นายแสวง คำก้อน นายก้องเกียรติ สุริเย
ประธานกรรมการ บริษัท จีอาร์ดี จำกัด (สำนักงานใหญ่) พันตำรวจเอก ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก พันตำรวจเอก เชิดศักดิ์  รอดเข็ม ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 6 พันตำรวจเอก ธิติพงษ์ สียา ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 9 นางสาวจรรยาพร เนื่องหล้า นายอธิษฐ์ วีระรังสรรค์ นายไพศาล หงษ์ทอง พันตำรวจโท ธรณ์เทพ ประคองกลาง
รองผู้กำกับการสืบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองสาหร่าย จังหวัดนครราชสีมา นางสาวเยาวลักษณ์  แสงจันทร์ นางสาวนราภรณ์ หาญมนต์

นางสาวชุติพันธุ์ ลิมปะพันธุ์ นายกสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า สำหรับรางวัลเทพทอง สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติ และเป็นขวัญกำลังใจแก่องค์กรดีเด่นทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้มีส่วนสนับสนุนให้บุคลากรในวงการวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ผลิตผลงานที่ดีมีคุณภาพให้ประโยชน์ทั้งด้านการศึกษา การปกครอง สิ่งแวดล้อม และความบันเทิง ตลอดจนบุคคลดีเด่นด้านวิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีต่อเยาวชนของชาติและเป็นการส่งเสริมการใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องชัดเจน

ฉะเชิงเทรา-รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้การต้อนรับ ผบ.ทร./รอง ผอ.ศรชล. ตรวจเยี่ยมหน่วยของ ศรชล.

วันนี้ 29 พฤษภาคม 2567 ที่ ห้องประชุมวิชิตสงคราม (ห้องรับรอง) นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา / ผอ.ศรชล.จังหวัดฉะเชิงเทรา มอบหมายให้นายกำพล สิริรัตตนนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้การต้อนรับ พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) พร้อมด้วยคณะติดตาม เดินทางตรวจเยี่ยม ศรชล.ภาค 1 ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา 

สำหรับการเดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ของผู้บัญชาการทหารเรือ /รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการในพื้นที่ และรับทราบปัญหาอุปสรรค ข้อขัดข้อง และมอบนโยบายในการทำงานของหน่วยงานศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละจังหวัด ทั้งนี้ ศรชล. มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภายใต้การบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศรชล. โดยมุ่งเน้นความมั่นคงทางทะเลแบบองค์รวม จึงมีการบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานหลักของ ศรชล. 7 หน่วยงาน ในการบังคับใช้กฎหมายในทะเล และให้ความคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สำหรับผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ คือ การช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวในทะเล, การส่งกลับผู้เจ็บป่วยสายแพทย์ การบูรณาการหน่วยงานทางทะเลและหน่วยงานความมั่นคงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทางทะเล, การทำลายสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง ,การส่งเสริมการท่องเที่ยว, การสร้างความตระหนักรู้ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เพื่อตอบสนองภารกิจในการจัดการแก้ไขปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานของรัฐในการป้องกัน ปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายที่กระทบต่อผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

ผบ.ทร.รับมอบเงินกว่า 6.4 ล้านบาท จัดซื้อชุดเครื่องมือผ่าตัดหัวใจ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า

พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ รับมอบเงินบริจาคจาก คณะผู้มีจิตศรัทธาโดยพลเรือเอก ประพฤติพร อักษรมัต และคุณพยนต์ ศรีโน้ต จำนวน 6,471,496.99 บาท เพื่อจัดซื้อชุดเครื่องมือผ่าตัดหัวใจส่องกล้องแผลเล็ก (MIS Set) ให้แผนกศัลยกรรมหัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ โดยมี คุณกีรตา พันธุ์เอี่ยม นายกสมาคมภริยาทหารเรือ พลเรือโท ณัฐ อิศรางกูร ณ อยุธยา เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ และพลเรือตรี วสุธา ข่ายแก้ว ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ร่วมพิธีรับมอบฯ ณ สีลมวิลเลจ สีลม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2567

'เจือ ราชสีห์' เสนอจัดกิจกรรมรักษาป่าสนผืนสุดท้ายเมืองสงขลา เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ

'เจือ ราชสีห์' ระดมสมองผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้ - ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หน่วยงานราชการ/ภาคประชาชน วางแผนฟื้นฟูป่าสน แหลมสนอ่อน อ.เมืองสงขลา อย่างเป็นระบบ หลังทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เสนอให้จัดกิจกรรมรักษาป่าสนผืนสุดท้ายของเมืองสงขลาในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อให้ประชาชนชาวสงขลาทุกหมู่เหล่าได้แสดงออกถึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

(29 พ.ค.67) นายเจือ ราชสีห์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายไมตรี สรรพสิน โยธาธิการและผังเมือง จ.สงขลา และนางนำจิตร จันทร์หอม ผอ.ส่วนสิ่งแวดล้อม, นายศุภกฤต เพชรย้อย นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.สงขลา, นายไพโรจน์ นัครา ผู้อำนวยการส่วนจัดการป่าชุมชน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา), นายสุรัตน์ ลายจันทร์ นายอำเภอเมืองสงขลา และตัวแทนภาคประชาชน กำหนดแผนงานและกิจกรรมฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งและป่าชายหาดอย่างเป็นระบบ บริเวณแหลมสนอ่อน ชายหาดสมิหลา ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา 

ซึ่งเป็นป่าสนผืนสุดท้ายของเมืองสงขลา ก่อนที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.สงขลา จะทำโครงการพัฒนาพื้นที่แหลมสนอ่อนฯ โดยการปรับปรุงเส้นทางเดินและปั่นจักรยาน สร้างระบบไฟฟ้าส่องสว่างและพื้นที่พักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยว โดยก่อนหน้านี้ นายเจือ ราชสีห์ ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เสนอให้จัดกิจกรรมรักษาป่าสนผืนสุดท้ายของเมืองสงขลาในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เพื่อให้ประชาชนชาวสงขลาทุกหมู่เหล่าได้แสดงออกถึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

โฉมใหม่สติกเกอร์ใหม่จุดเช็กอินสกายวอล์กแยกปทุมวัน คาด!! หลังจากนี้จะทยอยติดที่จุดอื่นๆ ต่อไปด้วย

(29 พ.ค. 67) จากกรณีสติกเกอร์บนคานรางรถไฟฟ้า จุดบริเวณทางเชื่อมเหนือ Sky Walk แยกปทุมวัน ลอกจาง จากคำว่า ‘Bangkok’ เหลือแต่เพียงคำว่า ‘Bang’ จนเกิดกระแสเรียกร้องให้ปรับปรุงด่วน เนื่องจากจุดดังกล่าวกำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่แห่กันมาถ่ายรูป

จากนั้น ทาง กทม. ได้เร่งเข้าแก้ไขเมื่อวานนี้ (28 พ.ค. 2567) โดย นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร ระบุว่า จะเร่งติดสติกเกอร์ที่มีข้อความและดีไซน์ใหม่สะท้อนอัตลักษณ์ กทม. ที่ได้ออกแบบไว้แล้วทันที เพื่อให้เสร็จเรียบร้อยและสวยงาม เตรียมต้อนรับการเข้าสู่งานเทศกาล Pride Month โดย กทม. เป็นจุดหมายปลายทางที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกที่หลั่งไหลเข้ามาร่วมงานในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจุดนี้ถือเป็นจุดเช็กอินอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกว่าได้มาเยือนกรุงเทพมหานคร ส่วนรูปแบบใหม่จะเป็นอย่างไรนั้น ขอให้ติดตามและเห็นไปพร้อมกันเร็ว ๆ นี้ และหลังจากนี้จะทยอยติดที่จุดอื่น ๆ ต่อไปด้วย

ต่อมาล่าสุดวันนี้ นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร (Chief Sustainability Officer) ได้โพสต์ภาพสติกเกอร์ใหม่ ภายหลังติดตั้งเสร็จ แต่ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งได้วิจารณ์ว่าแบบเดิมดูสวยและคลาสสิก เหมาะกับเป็นจุดเช็กอินมากกว่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top