Monday, 22 June 2026
NEWS FEED

มุกดาหาร​ -​ สถานีเรือมุกดาหาร แถลงผลการตรวจยึดยาบ้า 42,000 เม็ด ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ตำบลนาสีนวน

(30 พ.ค 67) เวลา 10:30 น ที่สถานีเรือมุกดาหาร ตามนโยบายของ พลเรือเอก อะดุง​ พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ในด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยาเสพติดให้โทษ ยาบ้า เพลงเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2561 เวลาประมาณ 13.00 น ภายใต้การอำนวยการของ พลเรือตรีนรินทร์ ขาวเจริญ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง นาวาเอกวรรณะ เกื้อทิพย์​ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตนครพนม โดยนาวาโท ศิริพงษ์ นพไธสง หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับ ฝ้าในห้องวันนี้จะมีกลุ่มบุคคลต้องสงสัย เตรียมการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประชุมวางแผนเตรียมการ 

จากนั้นจึงสั่งการให้ชุดสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สน.เรือมุกดาหาร​ เข้าพื้นที่ซุ่มตรวจ จะได้ประสาน ร้อย​ ทพ.2110 เพื่อบูรณาการปฏิบัติร่วมกัน โดยจัดกำลัง 3 ชุดปฏิบัติการดักซุ่มอยู่ตามบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงบ้านนาสีนวล เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.15 น ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือต้องสงสัย เพิ่งเข้ามาในพื้นที่ริมตลิ่ง ห่างจากชุดซุ้มประมาณ 200 เมตร พร้อมสังเกตเห็นว่ามีการลำเลียงถุงกระสอบขึ้นมาริมตลิ่งแม่น้ำโขง แล้วทำการแล่นเรือออกจากพื้นที่ริมตลิ่งไปในทันที เมื่อเห็นดังนั้นชุดเข้าตรวจและเฝ้าดูในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 20 นาที ไม่พบผู้ต้องสงสัยเข้ามารับถุงกระสอบแต่อย่างใด จึงเข้าทำการตรวจสอบวัตถุสงสัยดังกล่าว ภายในถุงพบห่อกระดาษสีน้ำตาล พันด้วยเทปกาวอย่างหนาแน่นจำนวน 7 มัด ประทับตราตัวอักษร Y 1 คาดว่าเป็นยาบ้า และตรวจสอบโดยรอบบริเวณ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอื่นใด จึงนำมาตรวจสอบโดยละเอียดที่สถานีเรือมุกดาหาร ตรวจนับได้ยาบ้าจำนวนประมาณ 42,000 เม็ด จึงเตรียมนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2567

วันนี้ (30 พฤษภาคม 2567) พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ ตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธี และการฝึกยิงอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA -S ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2567 โดยมี พลเรือตรี ศุภสิทธิ์ บูรณะโอสถ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ให้การต้อนรับ ณ สนามฝึกยิงอาวุธทุ่งโปรง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อทดสอบความพร้อมขององค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี ในการปฏิบัติตามแผนป้องกันประเทศ ทดสอบความพร้อมรบและขีดความสามารถขององค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธีในการฝึกยิงอาวุธประจำหน่วย รวมทั้ง ทดสอบการปฏิบัติทางยุทธวิธี ระหว่างหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กับ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ในการยิงเป้าหมายทางทะเลเป็นการฝึกตามแผนงานประจำปี พ.ศ.2567 ซึ่งหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ได้จัดปืนใหญ่กลางกระสุนวิธีราบ ขนาด 130 มิลลิเมตร ปืนใหญ่รักษาฝั่งกระสุนวิถีโค้ง ขนาด 155 มิลลิเมตร ปืนต่อสู้อากาศยาน ขนาด 37/70 มิลลิเมตร และอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA -S เข้าร่วมการฝึก จะยิง 2 แบบ โดยการยิงจากรถ และการยิงแบบประทับบ่าที่ระยะ 1,800 เมตร

สำหรับอาวุธปล่อยนำวิถี IGLA-S เป็นอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ มีหลักการจับเป้าหมายโดยอาศัยการตรวจจับและรับรังสีอินฟราเรดที่แพร่ออกมาจากแหล่งความร้อนของตัวอากาศยาน อาวุธจะล็อคเป้าหมาย และพร้อมให้พลยิงปล่อยตัวจรวดออกมาเพื่อติดตามและทำลายเป้าหมายต่อไป และเมื่อจรวดแล่นออกจากท่อยิงการทำงานจะเป็นไปในลักษณะ Fire and Forget ซึ่งลูกอาวุธนำวิถีที่ใช้ในการฝึกยิงในครั้งนี้เป็นลูกอาวุธวิถีแบบ 9M342 มีคุณลักษณะที่สำคัญคือมีความเร็วโคจรคงที่โดยเฉลี่ย 600 เมตร/วินาที เส้นผ่านศูนย์กลาง 72.2 มิลลิเมตรน้ำหนัก 16.7 กิโลกรัม

ซึ่งการฝึก ได้กำหนดสถานการณ์ฝึกในการป้องกันพื้นที่สำคัญทางทหารตามที่ทัพเรือภาค 1 มอบหมาย ประกอบกำลังเป็น หน่วยต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่ 1 มีกำลังรบประกอบด้วย กองพันต่อสู้อากาศยาน กองพันรักษาฝั่ง ศูนย์ต่อสู้อากาศยาน และส่วนสนับสนุนส่วนแยก ประกอบกำลังในการป้องกันภัยทางอากาศและป้องกันภัยจากกำลังทางเรือของฝ่ายข้าศึก 

ซึ่งการฝึกครั้งนี้เป็นการฝึกยิงอาวุธปืนทางยุทธวิธีด้วยกระสุนจริง โดยใช้ศูนย์อำนวยการยิงร่วมกัน ของกองพันรักษาฝั่ง (สอ.รฝ) และกองพันทหารปืนใหญ่ (นย.) พร้อมทั้งการฝึกยิงอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA -S ด้วยลูกจรวดจริง และอาวุธนำวิถีต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ IGLA -S การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ประจำพื้นที่ เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกกองทัพเรือประจำปี 2567 สำหรับขั้นการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเลในห้วงเป็นการฝึกสนธิกำลังระหว่างหน่วย ทำการฝึกตามขีดความสามารถการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ ทั้งในระดับยุทธการและยุทธวิธี การฝึกควบคุมบังคับบัญชาและการอำนวยการยุทธ์ของศูนย์ปฏิบัติการ (FTX) โดยมีรายการฝึกสำคัญ ประกอบด้วย การฝึกยุทธวิธีร่วมกองเรือ การฝึกปฏิบัติการร่วมระหว่างกำลังทางเรือและอากาศยาน การฝึกป้องกันพื้นที่ของทัพเรือภาค การฝึกยิงอาวุธทางยุทธวิธีของหน่วยต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งประจำพื้นที่ การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกและส่งผ่านกำลังทางบก รวมทั้ง การฝึกสนธิกำลังดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง โดยเป็นการฝึกตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ คือ “ฝึกฝนให้ชำนาญ เพื่อพร้อมปกป้องอธิปไตยให้น่านน้ำไทย”

‘บุ๋ม’ ขอโทษ ‘รปภ.’ ปมดรามาลูกชายเกิดอุบัติเหตุ ชี้!! เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย หลังรู้สึกไม่ดีมาโดยตลอด

(30 พ.ค.67) จากกรณีดรามาต่อเนื่องหลายวันเรื่องราวอุบัติเหตุ น้องอเล็กซ์ ลูกชาย ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างจะรุนแรง โดย บุ๋ม ออกมาโพสต์ด้วยความตกใจ ก่อนจะกลายเป็นประเด็นร้อนแรงดรามาถล่มทลาย

ล่าสุด ‘บุ๋ม ปนัดดา’ โพสต์ภาพกับ รปภ.ที่อยู่ในเหตุการณ์อุบัติเหตุวันนั้น พร้อมข้อความได้เคลียร์ใจกับ รปภ.เข้าใจกันทั้งสองฝ่ายแล้วว่า

“วันนี้เคลียร์ใจขอโทษพี่ รปภ. เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย รู้สึกไม่ดีมาโดยตลอด พี่ รปภ.ยังกลับมาดูแลกันเหมือนเดิม

ขอบคุณมาก ๆ นะคะ พี่เขาก็เครียดเพราะตอนน้องล้มได้ยินเสียงกระแทกกึกดังมาก และบุ๋มอยากขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงอาการของน้องด้วยนะคะ

ส่วนพี่เลี้ยง จบตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องแล้ว ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ ที่เข้าใจและต่อว่า บุ๋มไม่ว่าอะไรเลยค่ะ ขอบคุณทุกคนอีกครั้งค่ะ”

'ฟ้าคราม' อึ้ง!! ฟังเพื่อนต่างชาติ 'รีวิวประเทศไทย’ ชม 'ทุกอย่าง-ให้คะแนนสูง' แถมชวนชาวโลกมาเที่ยวไทย

ไม่นานมานี้ ช่องติ๊กต๊อก 'ฟ้าคราม' (@fhakram.chavit) โดยคุณชวิศร์ ชูประทุม อินฟลูฯ อาสา ได้นำเสนอคลิปสัมภาษณ์เพื่อนชาวฝรั่งเศสที่ได้มาเมืองไทย ในหัวข้อ ‘รีวิวประเทศไทย’ ที่พอฟังจบแล้ว หลายคนน่าจะอดยิ้มไม่ได้กันเลยทีเดียว โดยสาระสำคัญของบทสนทนาดังกล่าว มีดังนี้... 

ฟ้าคราม : ผมขอถามอะไรพวกคุณได้ไหม?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : ได้เลย

ฟ้าคราม : คิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการเดินทางในประเทศไทย?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : เดินทางง่ายมาก มีทั้งรถไฟและเรือ

ฟ้าคราม : แล้วสัญญาณโทรศัพท์ 5G ในประเทศไทยล่ะ?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : เร็วมาก ครอบคลุมทุกที่เลย เราซื้อซิมที่ 7-11 สำหรับ 1 เดือน มันยอดเยี่ยมมาก และง่ายมากๆ สำหรับเรา

ฟ้าคราม : ถ้าให้บอกความรู้สึกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย ตลอด 1 เดือน ให้กับผู้คนทั่วโลกได้รู้ จะบอกอะไร?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : เป็นประเทศที่ดีมากๆ ราคาสินค้าก็ไม่แพง คุณสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้อย่างสะดวกสบาย / มีกิจกรรมให้ทำมากมาย อาหารก็อร่อยมาก แถมไม่แพงเกินไป ทุกๆ อย่างในเมืองไทยทำให้ง่ายสำหรับการใช้ชีวิตของนักท่องเที่ยว ทุกคนควรมาเที่ยวที่ประเทศไทย

ฟ้าคราม : บอกหน่อยได้ไหม 'อาหารไทย' ที่คุณชอบคืออะไร?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : สำหรับฉัน 'ข้าวซอย' อร่อยมาก 'ผัดไทย' ก็เช่นกัน

ฟ้าคราม : ถ้ามีคนอยากมาเที่ยวประเทศไทย สิ่งที่พวกคุณอยากจะแนะนำเขาคือ?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : ถ้าพวกเขาชอบหรืออยากจะมาปาร์ตี้ เขาต้องไปภาคใต้ของประเทศไทย แต่ถ้าพวกเขาอยากเยี่ยมชม-ศึกษาวัฒนธรรม ฉันคิดว่าเขาควรจะไปทั้งภาคเหนือและภาคใต้เลย แล้วจะให้ดีควรเช่ามอไซต์ด้วย เพราะราคาถูกมาก ต้องเช่าให้ได้เลย

ฟ้าคราม : ให้คะแนนประเทศไทยหน่อย เต็ม 10 ให้เท่าไร?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : ให้ 9 ถึง 10 เลย

ฟ้าคราม : คำถามสุดท้าย บอกมา 1 สิ่ง ที่คุณนึกถึงเกี่ยวกับประเทศไทย?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : สำหรับฉันคือ อิสระ เสรีภาพ 

ฟ้าคราม : ทำไมถึงเป็น อิสระ เสรีภาพ? (ถามเพื่อนคนแรก)
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : มันสะดวกสบายในการใช้ชีวิต มีกฎเกณฑ์น้อยกว่าประเทศอื่น เป็นประเทศที่มีอิสระและเสรีภาพมากๆ 

ฟ้าคราม : แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไรเกี่ยวกับประเทศไทย? (ถามเพื่อนอีกคน)
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : ฉันรักมอไซต์ที่ประเทศไทยมากๆ รักการเดินทางโดยมอเตอร์ไซค์ มันเหมือนกับว่า ในหนึ่งวันเราได้อิสระที่จะสามารถไปได้ทุกที่ได้อย่าง ‘รวดเร็ว’ และ ‘ง่ายดาย’ ที่สำคัญ 7-11 ก็เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมา / เพราะถ้าคุณหิว คุณสามารถไปหาอะไรทานได้ตลอดเวลา ตามที่คุณต้องการ

ฟ้าคราม : แสดงว่านักท่องเที่ยวจะไม่สามารถอยู่ได้ โดยไม่มี 7-11?
เพื่อนชาวฝรั่งเศส : มันน่าจะยากมากๆ ถ้าหากเราต้องอยู่โดยไม่มี 7-11 แต่ตอนนี้มันมีตั้งอยู่ทุกที่บนท้องถนน

โดยสรุปแล้ว มุมมองจากบทสนทนานี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศในหลายด้าน ทั้งการเดินทางที่สะดวกสบาย อาหารแสนอร่อย และราคาไม่แพง / สัญญาณ 5G ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ / 7-11 ที่ง่ายต่อการหาอะไรกินแบบ 24 ชม. / มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย และมีอิสระเสรีภาพ มากๆ 

เรียกได้ว่าเป็นอีกเรื่องที่น่าภูมิใจจริงๆ ที่ชาวต่างชาติมีความสุขกับการมาเยือนไทยและประทับใจในหลายๆ เรื่อง จนให้คะแนนในระดับสูง

ผบ.ทร.ตรวจเยี่ยม รร.ชุมพลทหารเรือ นรจ.แสดงศักยภาพความเป็นทหารเรือ ในภาคสาธารณะ

ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้กำลังใจนักเรียนจ่าชั้นใหม่ ก้าวแรกในรั้วทหารเรือ สู่จ่าตรี ที่ดีของกองทัพเรือ
พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูง เดินทางมา โรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมนักเรียนจ่าทหารเรือในภาคสาธาณะของนักเรียนชั้นใหม่ โดยมี พลเรือโท วสันต์ สาทรกิจ เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ พร้อมด้วย นาวาเอก ยุทธนา ชูธงชัย ผู้บังคับการโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ให้การต้อนรับ

ผู้บัญชาการทหารรเรือ ได้ให้โอวาทแก่ นักเรียนจ่าทั้ง 2 ชั้นปี เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ และดูการความเปลี่ยนแปลงของนักเรียนจ่าชั้นใหม่ ที่ต้องถูกฝึก ระยะเวลา 1 เดือน ปรับเปลี่ยนจากบุคคลพลเรือนมาเป็นชายชาติทหารเรือ  อีกทั้งยังต้องมีการฝึกหัดศึกษาหลังจากจบ ภาคสาธาณะ ตามหลักสูตร 2 ปี ตามสาขาพรรคเหล่าที่เลือก จบแล้วติดยศจ่าตรี บรรจุรับราชการในกองทัพเรือ ต่อไป

ในการนี้ ได้ตรวจเยื่ยม การสาธิตการว่ายน้ำในทะเล ของนักเรียนจ่าชั้นปีที่ 2 และตรวจเยี่ยมการฝึกบุคคลท่ามือเปล่า  บุคคลท่าอาวุธ รวมถึงการสวนสนามด้วยการวิ่ง และ เดิน ของนักเรียนจ่า ซึ่งโดยรวมนักเรียนจ่าได้แสดงความเป็นทหารเรือที่ถูกฝึกเกือบ 1 เดือน ให้ผู้บังคับบัญชาได้เห็นถึงศักยภาพ ทั้งครูฝึกและนักเรียนที่มีความตั้งใจในการฝึกฝน จนมีความเป็นทหารเรือ ที่มีระเบียบวินัย มีความอดทน ซึ่งในอนาคตพวกเขาเหล่านนี้ จะเป็นข้าราชการที่ดีในกองทัพเรือ ต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

แฟนคลับ 'พี่จอง-คัลแลน' ปลื้ม!! ได้เจอตัวจริง แต่ไม่เข้าไปรบกวน สุดท้าย 2 หนุ่มชวนมาถ่ายรูปเอง สร้างความประทับใจแบบสุดๆ

เมื่อวานนี้ (29 พ.ค. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘คัลแลน พี่จอง Fanpage’ ได้แชร์เรื่องราวน่ารัก ๆ ของ FC คุณภาพ ที่เจอ ‘พี่จอง-คัลแลน’ แต่ไม่ได้เข้าไปรบกวนในระหว่างที่ทั้งสองกำลังถ่ายคลิปอยู่ โดยระบุว่า…

เปิดใจ FC คุณภาพ แค่มองตาผ่านหมวกกันน็อค ก็จำได้ ใด ๆ คือน้องถูกที่ ถูกเวลา วางตัวเหมาะสม เป็นตัวอย่างที่ดีมาก ๆ ชื่นชมค่ะ จากน้องซีอิ๊ว Aurora Agust D มาบอกเล่าเรื่องประทับใจในวันนั้น…

”ตอนแรกพวกเราตั้งใจจะไปตั้งแคมป์กันที่อุทยาน แต่พอไปถึง พี่ ๆ ที่อุทยานบอกว่าเขาปิดไม่ให้กางเต็นท์ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม (ด้วยความที่ไม่ได้หาข้อมูลก่อนไป) เลยได้คุยกับพี่ ๆอุทยานสักพักใหญ่เลยค่ะ ระหว่างทางขึ้นไปเจอพี่คัลแลนกับพี่จองอยู่แล้วค่ะ ขับแซงกันไปแซงกันมา เพราะฝนตกถนนลื่นมาก ขับเร็วไม่ได้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเขา

คิดแค่ว่าเป็นนักท่องเที่ยวขับรถเที่ยวเหมือนเรา พอถึงอุทยานคุยกับพี่ที่อุทยานกำลังเครียดเลยค่ะ เพราะไม่ได้จองที่พักใด ๆ ไว้เลย พอ 2 หนุ่มขับรถมาถึงหน้าอุทยาน หนูยังคุยกับแฟนอยู่เลยค่ะ ว่าไม่ใช่พี่สองคนนี้มาตั้งแคมป์เหมือนเรานะ

พอเขาขับรถเข้ามาเท่านั้นแหละ ไม่ได้สังเกตคันหน้าเลยค่ะ แต่พอคันหลังเท่านั้นแหละ เห็นแค่ตาเขานะคะ  (หน้าหนูตามรีแอคที่ทุกคนเห็นเลยค่ะ5555) หนูกรี๊ดไม่ออกเลยค่ะ อึ้งมาก ตกใจมากก ดีใจมาก หนูไม่คิดว่าเป็นเขา หนูไม่ได้เตรียมใจมา55555

พี่จอง : ขับรถเข้ามา "มีห้องน้ำไมคับ"
เจ้าหน้าที่ : ห้ะ?
พี่คัลแลน : "ห้องน้ำมีไหมครับ"
น้อง : หันไปพูดกับพี่เจ้าหน้าที่ "ห้องน้ำค่ะพี่"
เจ้าหน้าที่ : "อ๋ออ... Toilet. นี่ ๆ" ชี้ไปที่ห้องน้ำ
พี่จอง-พี่คัลแลน : "อ๊าา..ขอบคุณมาก ๆ ครับ"

หนูรีบเดินไปบอกพี่เจ้าหน้าที่ว่า เขาพูดภาษาไทยได้นะคะ แต่พี่เขาน่าจะไม่เชื่อหนู5555 เขาบอกหนูด้วยนะคะ ว่า 2 คนนี้น่าจะเป็นคนจีนหรือเกาหลีนี่แหละ หนูทำได้แค่ยิ้ม ๆ แล้วก็บอกเขาว่าหนูรู้จักเขา เป็นแฟนคลับเขาดังมากเป็นยูทูบเบอร์ 

ไม่กล้าเข้าไปใกล้เลยค่ะ เกรงใจเขา พี่เขาสองคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็น fc ในกล้องเป็นยังไง ตัวจริงเป็นอย่างนั้นเลยค่ะ แต่แอบผอมกว่านิดนึง หล่อ เท่ห์ ครบรส มองไม่เบื่อเลยค่ะ5555 รอจนพี่เขาทำธุระกันเสร็จ วินาทีนั้นไม่รู้ว่าต้องทำยังไง สวัสดีก่อนเลยค่ะ กะจะขอเข้าไปถ่ายรูป กล้า ๆ กลัว ๆ เพราะเห็นเขาถ่ายอยู่ กลัวรบกวนเขา จนพี่คัลแลนเก็บกล้องแล้วหันมาบอกว่า "ถ่ายรูปด้วยกันได้ครับ" น้ำตาจะไหล ใจดีที่หนึ่ง เฟรนลี่มาก ประทับใจสุด ๆ

อ้อ..แล้วก็ที่จริงที่อุทยานพี่เจ้าหน้าที่ใจดีมากเขาไม่ได้เก็บค่าเข้านะคะ ทั้งพี่จองพี่คัลแลนแล้วก็พวกหนูอีก 3 คน ให้เข้าฟรีเพราะเขาใกล้ปิดไม่มีคนแล้วค่ะ แต่พี่ ๆ เขาจะจ่ายให้ได้เลย ตามในคลิปเลย แสนดีที่หนึ่ง เป็นทริปที่ลาพักร้อนที่ดีที่สุดในชีวิตเลยค่ะ เหมือนหนูได้ใช้แต้มบุญที่สั่งสมมาจนหมดแล้ว”

ขอให้น้องเก็บความทรงจำดี ๆ ไว้ ความพิเศษในวันธรรมดา แค่เข้าป่า..ก็ได้เจอ ..

ขอบคุณเรื่องราวใจฟูที่แบ่งปันกันนะคะ..
ส่วนแอดมินจะรอวันได้ใช้แต้มบุญใจฟูค่ะ.. รักนะ..รู้ใช่มั้ย

นครราชสีมา-มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ จับมือ หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน เติมกำลังใจ ให้ผู้พิการ

30 พฤษภาคม 2567 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อม แรงงานจังหวัด จัดหางานจังหวัด ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 5 และ ทีมงานมวลชนสัมพันธ์ กลุ่มไทย สมายล์ กรุ๊ป  ลงพื้นที่ ณ จังหวัดนครราชสีมา  นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์  ได้รับการประสานขอรับ บริจาครถเข็นวีลแชร์ จาก น.ส.ปภิญญา ทองสมจิตร แรงงานจังหวัด เพื่อมอบให้ผู้พิการ จำนวน 2 ราย  ได้แก่ นายสาคร นภาสกุล อายุ 71 ปี พำนักอยู่ ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เป็นผู้ป่วยติดเตียงมีโรคประจำตัวหลายโรค และ ด.ช. สมชาย ช่วงสำโรง อายุ 14 ปี พำนักอยู่ หมู่ 3 ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา เป็นผู้พิการโปลิโอตั้งแต่เด็ก  โดยมูลนิธิ ได้รับการบริจาค จาก กลุ่มไทยสมายล์กรุ๊ป (รถและเรือโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า)

การที่มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ได้นำอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ มามอบในครั้งนี้ เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน เติมกำลังใจ ให้แก่ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ และถือเป็นกิจกรรมหลักที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิในด้านการสร้างสาธารณประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และที่สำคัญจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ที่มีความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ต้องการอุปกรณ์ช่วยเหลือดังกล่าวมากกว่าบุคคลทั่วไป  ท่านที่มีความประสงค์จะร่วมบริจาคหรือสมทบทุน ให้แก่ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์  สามารถติดต่อที่ เพจ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ หรือ ติ๊กต๊อก มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์

‘ในหลวง ร.10’ พระราชทานชื่อรถไฟฟ้าสายสีเหลือง นามว่า ‘นัคราพิพัฒน์’ แปลว่า ‘ความเจริญแห่งเมือง’

(30 พ.ค. 67) ตามที่ กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ซึ่งเป็นระบบขนส่งสาธารณะรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อและขยายโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลให้มีความสมบูรณ์ รองรับการเดินทางของประชาชน โดยได้นำระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) มาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ประชาชนแล้วเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2566

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อเส้นทางรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลืองฯ ว่า ‘นัคราพิพัฒน์’ (นัก-คะ-รา-พิ-พัด) Nakkhara Phiphat ซึ่งมีความหมายว่า ‘ความเจริญแห่งเมือง’ นำมาซึ่งความปีติยินดีและสิริมงคลแก่กระทรวงคมนาคม รฟม. และประชาชนผู้ใช้บริการเป็นอย่างยิ่ง

โดย กระทรวงคมนาคม และ รฟม. จะยังมุ่งมั่นพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางรางให้มีความสมบูรณ์ อำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน และเพื่อให้เป็นไปตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนด้านการคมนาคมและการบริการขนส่งสาธารณะต่อไป

สำหรับ รถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์ มีระยะทางรวม 30.4 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างทางวิ่งยกระดับตลอดสาย มีสถานีให้บริการทั้งสิ้น 23 สถานี เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 - 24.00 น. โดยตลอดเส้นทางมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายหลักอีก 4 สาย ได้แก่ สถานีลาดพร้าว เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) สถานีแยกลำสาลี เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) สถานีหัวหมากเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และรถไฟสายตะวันออก และสถานีสำโรง เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ

พร้อมกันนี้ ผู้ใช้รถยนต์ยังสามารถนำรถมาจอดได้ที่อาคารจอดแล้วจรสถานีศรีเอี่ยมและที่อาคารจอดแล้วจรสถานีลาดพร้าว เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00 - 01.00 น.

'นักวิชาการอิสระ' ชี้!! ป้ายแลนด์มาร์กกรุงเทพฯ (เดิม) ยังขลัง นทท.อยากมาถ่าย เหมือนภาพป้ายกูลิโกะที่ริมคลองโดทงโบริ

(30 พ.ค.67) นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

คะแนนเสียงคงเป็นเอกฉันท์แล้วนะครับ ว่าวันนี้คนส่วนมากคิดอะไร กับแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ ที่นักท่องเที่ยวต้องมายืนถ่ายรูปตัวเองที่จุดนี้ 

ไม่ต่างคนไปเที่ยวโอซาก้า กับต้องยืนบนสะพานเอบิสุ ถ่ายภาพป้ายกูลิโกะที่ริมคลองโดทงโบริ หลังจากไปถ่ายภาพกับปูที่ปากซอยมา ผมไปโอซาก้าสามล้านกว่าครั้งแล้ว ถ้าพูดเล่น ๆ แบบเซอร์เรียลิสม์ ก็อดไปยืนยิ้มแล้วถ่ายภาพมุมเดิม ๆ ไม่ได้ ทุกอย่างเหมือนเดิม เพียงแต่คนที่ยืนถ่ายแก่ขึ้นทุกปีเท่านั้นเอง แต่มันคือสิ่งที่นักท่องเที่ยวส่วนมากต้องมาทำก่อนไปเดินต่อในย่านชินไซบาชิยามค่ำเท่านั้นเอง

ภาพกรุงเทพฯ มุมนี้คลาสสิกมาก ทริปแอดไวเซอร์, อาเซียนเบสโฮเทล, แอร์บีเอ็นบี ฯลฯ และเว็บท่องเที่ยวอีกมากมายต้องมีภาพนี้สำหรับเชิญชวนให้คนมาเที่ยวกรุงเทพฯ แล้วจะบอกว่าที่หน้าป้ายนี้ไม่ใช่แลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ ที่ให้นักท่องเที่ยวมายืนถ่ายภาพก็คงไม่ใช่แล้วล่ะครับ 

สำหรับผมเองผมเป็นคนชอบงานแนว ลอฟท์ (Loft) เป็นพื้นอยู่แล้วงาน ผิวปูนดิบ เนื้องานดิบ ดูแล้วเหมือนงานน้อย แต่กลับให้ความรู้สึกที่มาก และถ้าเป็น Contemporary Loft Design หลังยุค 40-50-60-70's มันคือ งานออกแบบได้ไม่ง่ายเหมือนยุคบุกเบิกที่เน้นงานดิบ ต้องเป็นคนที่อิ่มในความรู้สึกศิลป์และมีชั่วโมงบินอยู่พอสมควร เพราะมันไม่เน้นความดิบและว่างเปล่าเหมือนตอนอีกยุคที่ยังเป็น Mid-Modern Loft Design ในช่วงตลอดหลังสี่สิบปีก่อนอีกแล้ว เพราะในความเป็น Contemporary ที่เริ่มมีสีสันและองค์ประกอบที่เปลี่ยนไม่เคยหยุดของตัวมันเอง มันจะบอกตัวเองว่ามันคืองานแนวลอฟท์ที่ถูกดีซายด์ออกมายุคไหน 

มันไม่ต่างกับ น้อยแต่มาก (Less is More) ตามแบบของ มินิมอล (Minimal) หรอกครับ เพียงแต่ลอฟท์มันมีแนวทางของตัวเอง แล้วพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ ด้วยความเป็น Contemporary แต่ละยุคตามกาลเวลาของมันเองบนเนื้อผิวที่ดิบของปูนและคอนกรีต และสีสันที่เพิ่มขึ้นตามยุคของมัน

ป้ายนี้ถูกสร้างในยุค คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ถ้าผมจำไม่ผิด ถ้าผิดก็ขออภัยด้วย มันเรียบง่าย สวยด้วยตัวของมันเอง ฟอนต์สวยงาม ตามแบบของตัวเอง ไม่ใช่ดูทื่อ ๆ แบบฟอนต์ราชการแบบที่สมัยนั้นชอบใช้กัน มีความเป็น Contemporary ของยุคนั้นเป็นเอกลักษณ์ที่ดูสวยข้ามเวลาจนถึงทุกวันนี้

รสนิยมดี ๆ มันซื้อหากันด้วยเงินไม่ได้จริง ๆ มันเกิดจากการบ่มเพาะในความคิดด้วยเวลาชีวิตของคนแต่ละคน 

'ตำรวจ ปส.' ลุยสกัดกั้นไม่เลิก ! สัปดาห์เดียวยึดยาบ้า กว่า 19 ล้านเม็ด และเปิดปฏิบัติการโค่น 'เครือข่าย K2' ยึดทรัพย์กว่า 10 ล้านบาท

ตามนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เน้นใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ประกอบกับนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รรท.ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. มุ่งปราบปรามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ และขยายผลเครือข่ายที่จับกุมได้ทุกระดับอย่างจริงจังทุกพื้นที่รวมทั้งการขยายผลเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ทั้งของผู้ค้า ผู้ช่วยเหลือและสนับสนุนเครือข่ายทั้งหมดมาตรวจสอบ                          

วันนี้ 30 พ.ค.67 เวลา 10.00 น.  พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมเกียรติ  วัฒนพรมงคล, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.ออมสิน ตรารุ่งเรือง ,พล.ต.ต.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ บช.ปส., พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ขส. และพล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.สกส. ร่วมแถลงผลการปราบปรามยาเสพติดที่สำคัญของ บช.ปส. ในห้วงของวันที่ 14 – 22 พ.ค.67 ดังนี้ 

1. บก.ปส.3 คดียาบ้า 7,750,000 เม็ด 
ตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 ได้ทำการสืบสวนเครือข่ายผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจนทราบว่าจะมีการลำเลียง ยาเสพติดจำนวนมากจากพื้นที่ชายแดน จว.เชียงราย เข้าสู้พื้นที่ตอนในโดยใช้รถบรรทุกสิบล้อในการขนยาเสพติด และมีรถยนต์อีกหลายคันคอยขับคุ้มกัน จึงได้วางกำลังสกัดกั้นจน กระทั่งเมื่อวันที่ 20 พ.ค.67 เวลา 13.30 น. พบรถยนต์เป้าหมายขับนำทางกันมาตามเส้นทางจนถึงพื้นที่ อ.วัดโบสถ์ จว.พิษณุโลก จากนั้นรถบรรทุกสิบล้อ ได้ขับไปจอดอยู่ที่ลานค้าพืชผลทางการเกษตรแห่งหนึ่ง ชุดจับกุมจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ และขอตรวจค้น เบื้องต้นกระบะท้ายรถบรรทุกมีแผ่นยางพาราจำนวนมากวางปิดทับไว้ด้านบนเพื่ออำพราง ด้านล่างพบกระสอบต้องสงสัย ภายในมียาบ้าจำนวน 7,750,000 เม็ด ทั้งนี้จับกุมคนขับรถสิบล้อ 1 คน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้เจ้าสกัดจับรถนำและรถคุ้มกันอีก 4 คัน บริเวณจุดตรวจยาเสพติดท่างาม สภ.วัดโบสถ์ ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จว.พิษณุโลก ได้ผู้ต้องหา 5 คน  รวมทั้งหมด 6 คน จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนกลุ่มงานสอบสวนฯ บก.ปส.3 บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดี ยาบ้า 6,000,000 เม็ด 
จากการสืบสวนเครือข่ายผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดของ ตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 พบว่าจะมีการนำยาเสพติด จำนวนมากจากพื้นที่ชายแดน จว.เชียงราย เข้ามาพื้นที่ชั้นใน กระทั่งเมื่อวันที่ 20 พ.ค.67 เวลาประมาณ 02.00 น. พบรถกระบะตู้ทึบ และมีรถยนต์เป้าหมายขับนำทางกันมา และพบรถยนต์ในเครือข่ายแล่นจากชายแดนแม่ฟ้าหลวง มุ่งหน้าเข้า อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย ตำรวจจึงนำกำลังติดตามบนถนนพหลโยธิน ก่อนจะสกัดจับกุมรถที่ซุกซ่อน ยาเสพติดพร้อมผู้ต้องหา 1 ราย ได้บริเวณหน้าตลาดบ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย พบท้ายกระบะตู้ทึบ มีกระสอบพลาสติกสีรุ้งจำนวนมากภายในบรรจุยาบ้ารวมทั้งหมด 6,000,000 เม็ด จากนั้นสามารถติดตาม จับผู้ต้องหาทำหน้าที่ขับรถสำรวจเส้นทางได้อีก 1 ราย ที่ลานจอดรถ โรงแรมนันทชัย อินน์ ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย ก่อนนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

คดี ยาบ้า 2,000,000 เม็ด 
ตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 ได้ขยายผลและติดตามความเคลื่อนไหวเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญซึ่งจะมีการลอบนำยาจากพื้นที่ชายแดน บ้านหนองเต่า ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จว.เชียงใหม่ ไปส่งต่อยังพื้นที่ตอนในของประเทศ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 พ.ค.67 เวลา 23.30 น. ของตำรวจพบรถกระบะเป้าหมายลักษณะติดโครงเหล็ก และพบว่ามีการบรรทุกสิ่งของ มีน้ำหนักมาเต็มท้ายกระบะ ชุดจับกุมจึงประสานตำรวจในพื้นที่เพื่อนตั้งจุดตรวจจุดสกัด บริเวณสถานีตำรวจชุมชนตำบลม่อนปิ่น กระทั่งรถคันดังกล่าวกลับขับฝ่าจุดตรวจออกไป ตำรวจจึงนำกำลังไล่ล่าติดตาม จนสามารถสกัดจับผู้ต้องหาได้  1 ราย ได้บริเวณริมถนนโชตนา ต.แม่สาว อ.แม่อาย จว.เชียงใหม่ ตรวจค้นพบยาบ้า 2,000,000 เม็ด จึงจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนกลุ่มงานสอบสวนฯ บก.ปส.3 บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดี ยาบ้า 900,000 เม็ด 
เมื่อเวลา 00.30 น. ของ วันที่ 14 พ.ค.67 ตำรวจ กก.๒ บก.ปส.๓ ทำการสืบสวนขยายผลและจับกุมเครือข่ายผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่แนวชายแดน อ.เชียงดาว จว.เชียงใหม่ ไปส่งต่อให้กับกลุ่มเครือข่ายในพื้นที่ อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ ขณะพบรถยนต์เป้าหมาย 3 คัน ขับผ่านตู้ยามบ้านห้วยส้าน อ.พร้าว จว.เชียงใหม่ และวิ่งมาตามเส้นทางเดียวกันในลักษณะขับนำ ขับตาม ชุดจับกุมที่ติดตามจึงสกัดกั้นเพื่อหยุดรถกลุ่มเครือข่าย พบผู้ต้องหา 3 ราย บริเวณด่านตรวจยาเสพติดพิทักษ์ธรรม หมู่ 6 ต.โหล่งขอด อ.พร้าว จว.เชียงใหม่ ตรวจค้นรถพบยาบ้า 900,000 เม็ด บรรจุในกระสอบวางซ้อนทับกันอยู่บริเวณห้องโดยสารตอนหลังของรถกระบะ  

เปิดแผนปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น “เครือข่าย K 2”

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๗ ก.ค.๖๕ ที่ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค๑ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ร่วมกันทำการจับกุมนายนเรนทร์ และนายทศพล บุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ในคดีที่มีการจับกุมตรวจยึดยาบ้า 320,000 เม็ด เมื่อ 18 ก.ค.65 ซึ่งจากการขยายผล นายนเรนทร์ ให้การว่ามีนายจักรี หรือไอซ์ หรือ สอ.ลำลูกกา ว่าจ้างให้ตนขนยาเสพติด ไปให้กับลูกค้า สำหรับนายจักรี เป็นผู้สั่งการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล เพื่อกระจายสู่ชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี นอกจากนี้ ยังอยู่ในเครือข่ายของ นายอาร์ต ต่ำเอี่ยว และหนูเฉิน หรือนายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา ที่มีหมายจับคดียาเสพติด ซึ่ง ป.ป.ส. ได้ตั้งเงินรางวัลนำจับนายจักรี สูงถึง 100,000 บาท ซึ่งจากข้อมูลหมายจับพบว่า นายจักรี หรือไอซ์ มีหมายจับจำนวน 7 หมาย เป็นคดียาเสพติด 6 หมาย คดีทำร้ายร่างกาย 1 หมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนีอยู่ที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาร์ จึงได้สืบสวนขยายผลเครือข่ายนี้จนทราบว่ายังมีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งมีกลุ่มที่คอยช่วยเหลือสนับสนุนโดยการถือครองทรัพย์สิน และฟอกเงิน ให้กับ นายจักรี จนนำมาสู่ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น “เครือข่าย K2” ระหว่างวันที่ 15 - 19 พ.ค.67 เพื่อยึดอายัดทรัพย์สิน ที่น่าเชื่อว่าได้มาจากการค้ายาเสพติด ในพื้นที่ จว.นครนายก, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา และ กทม. รวม 5 จุดตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ 1 คน ยึดอายัดทรัพย์สินที่น่าเชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 31 รายการ อาทิ อาวุธปืน 1 กระบอก, กระเป๋า Chanel 1 ใบ, นาฬิกาหรู 5 เรือน, แหวน ๘ วง, พระเลี่ยมทองฝังเพชร ๑ องค์, โทรศัพท์ ไอโฟน 2 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร 12 เล่ม และ รถยนต์ Honda Civic 1 คัน รวมมูลค่า 10,280,000 บาท 

คดีนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่ ราชอาณาจักรไทย 
ตำรวจ บก.ปส.3 ได้ดำเนินการสืบสวนเกี่ยวกับการลักลอบนำยาเสพติดให้โทษเข้ามาในราชอาณาจักรผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อย่างต่อเนื่องและเข้มงวด ภายใต้โครงการความร่วมมือด้านปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าอากาศยาน  Airport Interdiction Task force : AITF ประกอบด้วย บช.ปส., สำนักงาน ป.ป.ส., กรมศุลกากร, และ ศรภ. กระทั่งวันที่ 17 พ.ค.67 ตรวจพบผู้โดยสารหญิงสัญชาติเปรู ชื่อ น.ส.มาร์เซลา ขณะเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย ได้บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นบุคคลตามที่ได้รับแจ้งว่าจะทำการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งระหว่างนำกระเป๋าสัมภาระเข้าเครื่อง X-Ray ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด แต่พบความผิดปกติในร่างกาย ตำรวจจึงนำเข้าเครื่อง X-Ray ร่างกาย เบื้องต้นพบสิ่งแปลกปลอมภายในร่างกายในลักษณะเป็นก้อนรูปวงรีจำนวนมากในลำไส้ จึงให้กินยาถ่าย เพื่อขับถ่ายสิ่งแปลกปลอมออกมาจากร่างกาย จำนวน 192 ก้อน น้ำหนักรวม 1,155 กก. เมื่อตรวจสอบพบเป็นโคเคน ถูกห่อหุ้มพลาสติกใสพันทับด้วยกระดาษคาร์บอนและพันทับด้วยพลาสติกใสอีกชั้น

2.บก.สกส.
คดียาบ้า 2,000,000 เม็ด 
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 23.40 น. เจ้าพนักงานตำรวจ บก.สกส. ร่วมกับ บก.ขส.บช.ปส. และ บช.ภ.5 จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ สืบเนื่องจากวันที่ 3 พ.ค.2567 ได้จับกุม ผู้ต้องหา 4 คน พร้อมยาบ้า 1,250,000 เม็ด ในพื้นที่ ต.แม่สำ อ.ศรีสัชนาลัย จว.สุโขทัย จากการสืบสวนขยายผล พบว่าเครือข่ายรับยาเสพติดมาจากพื้นที่ อ.แม่จัน จว.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษตามนโยบายของรัฐบาล และยังมีกลุ่มบุคคลในเครือข่ายมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ดังกล่าวลงมาส่งในพื้นที่ภาคกลาง และปริมณฑล อย่างต่อเนื่อง จึงเฝ้าติดตามกระทั่งวันที่ 21 พ.ค.67 พบความเคลื่อนไหวของรถในเครือข่าย 2 คัน ในเส้นทางจากพื้นที่ชายแดน อ.แม่จัน จว.เชียงราย - จว.พะเยา - จว.ลำปาง - จว.สุโขทัย - จว.อุตรดิตถ์ จนสามารถจับกุม นายสิทธิชัย คนขับรถตู้โดยสาร HYUNDAI สีดำ หมายเลขทะเบียน 4ขผ 82x


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top