Saturday, 6 June 2026
NEWS FEED

‘รถถัง’ ชั่งน้ำหนักทีเดียวผ่านฉลุย ‘น้องโอ๋’ ค่าน้ำไม่ผ่าน ตกตาชั่ง คู่ชกชิงเข็มขัดมวยไทย ศึก ONE:173 ที่ญี่ปุ่น รอลุ้น ONE ตัดสินใจจะให้ชกกันในรูปแบบใด

ความเคลื่อนไหวศึกมวย ONE:173 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ที่ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โดยเมื่อ 15 พ.ย. 68 มีการชั่งน้ำหนักของนักชกที่จะขึ้นสังเวียนดังกล่าว ซึ่งคู่ชกในรุ่นฟลายเวต ชิงเข็มขัด ONE มวยไทยที่ว่างอยู่ ระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ดวลหมัด น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.)

ปรากฏว่าในการชั่งน้ำหนัก นักชกจอมเก๋าวัย 39 ปี ขึ้นชั่งรอบแรกน้ำหนักผ่าน แต่ค่าน้ำไม่ผ่าน ก่อนจะมาขึ้นรอบสองปรากฏว่าค่าน้ำยังไม่ผ่านเช่นเคย

ในขณะที่ รถถัง สามารถทำทั้งน้ำหนักและค่าน้ำผ่านฉลุย หลังมานั่งน้ำหนักในช่วง 4 นาทีสุดท้าย ผ่าน พิกัดฟลายเวต ที่ 133.8 ปอนด์

โดยไฟต์นี้ ต้องรอการเจรจาระหว่าง รถถัง และ น้องโอ๋ รวมถึงทีมงานของ ONE ว่าทั้งคู่จะชกกันในรูปแบบใด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เฟซบุ๊ก ‘บังยา มวยละหมาย’ เทรนเนอร์ที่ช่วยดูแล รถถัง จิตรเมืองนนท์ โพสต์คลิป แจ้งว่า รถถัง หลังจากทำน้ำหนัก และค่าน้ำผ่าน มีอาการตะคริวขึ้นหลายรอบ ต้องส่งโรงพยาบาล ซึ่ง ONE ได้ประกาศยกเลิกไฟต์ไปแล้ว

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.22 ย้ำผู้บังคับบัญชาดูแลทหารใหม่ทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ ครอบครัว พร้อมเร่งเสริมทักษะอาชีพ กำชับฝึกเข้มทหารใหม่ ปลอดภัย ไม่ละเมิดสิทธิ

(15 พ.ย. 68) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 โดยมีทหารใหม่ผลัดล่าสุดจำนวน 432 นาย พร้อมรับฟังการรายงานด้านการบริหารการฝึก การเตรียมกำลังป้องกันชายแดน และแผนเผชิญเหตุของกองทัพบกในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงร่วมให้การต้อนรับ ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้รับฟังข้อมูลด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพทหารใหม่จากโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นดูแลทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านสภาพร่างกาย จิตใจ ความเป็นอยู่ และบริบทครอบครัว เพื่อให้ทหาร กองประจำการได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่

ต่อจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และคณะได้ลงพื้นที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 6 ตรวจการฝึกทฤษฎี การปฏิบัติในท่าอาวุธ รวมถึงตรวจโรงนอน อาคารสถานที่ที่ใช้ในการฝึก พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการฝึกตามหลักเกณฑ์ของกองทัพบกและกรมยุทธศึกษาทหารบกอย่างเคร่งครัด  ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ย้ำชัดว่า การฝึกต้องมีมาตรฐาน มีความปลอดภัย และต้องไม่มีการลงโทษผิดระเบียบทุกรูปแบบ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องบทบาททหารอาชีพในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ต้องมีความอดทน เสียสละ มีวินัย และพร้อมทำงานเพื่อประชาชน

ไทยยกขบวนซีเกมส์ขึ้นจอ ครอบคลุม 31 ชนิดกีฬา ตอกย้ำศักยภาพเจ้าภาพดิจิทัล ประเดิมบอลชายดวลติมอร์ฯ 3 ธ.ค.

(15 พ.ย. 68) ประเทศไทยประกาศพร้อมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในปี 2568 โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ที่กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และสงขลา พร้อมทั้งเตรียมถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาถึง 31 ชนิด ซึ่งถือเป็นจำนวนมากที่สุดในประวัติการณ์ของซีเกมส์ ชูคุณภาพระดับ HD 1080i เพื่อให้แฟนกีฬาทั่วประเทศและภูมิภาคได้รับชมแบบเต็มอรรถรส

ฝ่ายเทคนิคด้านการถ่ายทอดสดเผยว่า "การเตรียมงานครั้งนี้ถูกวางแผนมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งด้าน งบประมาณ บุคลากร และมาตรฐานภาพเสียง" โดยช่องทางรับชมภายในประเทศประกอบด้วยสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ในฐานะแม่ข่ายหลัก ร่วมกับ T Sports 7 และพันธมิตร ขณะที่แพลตฟอร์มดิจิทัล OTT คือ TrueVisions NOW จัดเต็มการถ่ายทอดออนไลน์ เพื่อให้แฟนกีฬาสามารถเลือกชมได้หลายสนามพร้อมกัน

ฟุตบอลชายเป็นชนิดกีฬาแรกที่เริ่มถ่ายทอดสด ในแมตช์เปิดสนามระหว่างทีมชาติไทยและติมอร์ เลสเต วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น. ณ จังหวัดสงขลา ซึ่งทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่ม A ร่วมกับกัมพูชาและติมอร์ เลสเต ฝ่ายจัดการแข่งขันยืนยันว่าทุกนัดการแข่งขันฟุตบอลชายจะถ่ายทอดสดครบทั้งรอบแบ่งกลุ่มและรอบน็อกเอาต์

การยิงสด 31 ชนิดกีฬามีความหมายเชิงยุทธศาสตร์อย่างมากต่อภาพลักษณ์เจ้าภาพไทย ทั้งยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและการถ่ายทอด เปลี่ยนกีฬาที่เคยเป็น "กีฬารายการรอง" ให้ได้รับโอกาสสร้างฐานแฟนใหม่ อีกทั้งขยายบรรยากาศการเชียร์สู่คนทั้งประเทศ และปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางสื่อกีฬาภูมิภาคอย่างมั่นคง

ซีเกมส์ 2025 จึงถือเป็นเวทีสำคัญที่มากกว่าการแข่งขันกีฬา เพราะยังเป็นการแสดงศักยภาพทางเทคโนโลยีและการบริหารจัดการระดับนานาชาติของไทย ที่พร้อมให้แฟนกีฬาทั่วประเทศและอาเซียน "เห็นทุกโมเมนต์สำคัญแบบสด ๆ" ที่คาดว่าจะกระตุ้นให้เกิดความสนใจและเชียร์ข้างสนามในวงกว้างอย่างมีประสิทธิภาพ

อุบลราชธานี-ผบ.ทบ. เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย กำชับดูแลสิทธิสวัสดิการอย่างเต็มที่ พร้อมตรวจหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์  

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 16 ที่บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งปัจจุบันกำลังพลทั้ง 4 นาย ได้เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย

1. จ่าสิบเอก เทอดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวาท่อนล่างขาด รวมถึงมีแผลฉีกขาดที่ขาซ้ายและมือขวา แพทย์ได้ทำการผ่าตัดแล้ว 3 ครั้ง และยังคงทำแผลเป็นประจำทุกวัน ควบคู่กับการให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาแก้ปวดบรรเทาอาการอย่างต่อเนื่อง
2. พลทหาร อภิรักษ์ ศรีชมไชย มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลฉีกขาดที่ขาขวา ปัจจุบันได้รับการทำแผล  ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
3. พลทหาร วชิระ พันธะนา มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลจากการถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย และที่ตาซ้าย ปัจจุบันได้รับการทำแผล ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
4. พลทหาร อนุชา สุจารี มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด และมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาทั้งสองข้าง ปัจจุบันได้รับการล้างตา หยอดตาเป็นประจำ และยาบรรเทาอาการปวด

กำลังพลทั้ง 4 นายยังคงอยู่ในกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีอาการดีขึ้นตามลำดับ โดยแพทย์ยังคงเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ในการเข้าเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้กำลังใจและยกย่องในความเสียสละของทุกนายที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมให้ผู้บังคับหน่วยดูแลสิทธิสวัสดิการและครอบครัวของกำลังพลอย่างดีที่สุด 

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกพร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ได้เข้าตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์  อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี  ทั้งยังได้ตรวจสภาพความเป็นอยู่ในโรงนอน พื้นที่การฝึก ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ในหน่วยฝึก ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้พบปะพูดคุยพร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญกับทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/68 โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 และคณะผู้บังคับบัญชาให้การต้อนรับ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามระเบียบการฝึกของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจตลอดห้วงระยะเวลาการฝึก

วธ. - ซีคอนสแควร์ - มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือฯ สร้างสรรค์ “ดอกไม้แห่งความดี ถวายพระพันปีหลวง“ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแม่ของแผ่นดิน

วันศุกร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๔.๐๐ น. กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย และศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ จัดโครงการ “ดอกไม้แห่งความดีถวายพระพันปีหลวง” ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ณ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินและทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย โดยนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี และมี ดร. อาทร จันทวิมล ประธานมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมด้วยผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ และสื่อมวลชนเข้าร่วม

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า โครงการ “ดอกไม้แห่งความดี ถวายพระพันปีหลวง” เป็นกิจกรรมที่สะท้อนพลังแห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยที่พร้อมใจทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระพันปีหลวง เป็นการแสดงออกในการผสานคุณค่าทางจิตใจ ศิลปวัฒนธรรม และจิตอาสาให้เป็นหนึ่งเดียว ที่สำคัญสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานแห่งความดีงามต่อไป

อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมนี้ยังถือเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคีและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยอย่างแท้จริง สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมในการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความดี และสร้างสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน

“ขอเชิญคนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล ประกอบด้วย (๑) ประดิษฐ์ดอกไม้ “ควีนสิริกิติ์” จำลองจากดอกไม้ในพระนามหลวง ได้แก่ กล้วยไม้แคทลียา ควีนสิริกิติ์ กุหลาบควีนสิริกิติ์ ดอนญ่า ควีนสิริกิติ์ และมหาพรหมราชินี โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติและงานหัตถศิลป์ เช่น เปลือกข้าวโพด ไม้จันทน์หอมใบเตย กระดาษสา ผ้าไหม ทองแดง และทองคำ (๒) บำเพ็ญความดี อาทิ บริจาคอวัยวะ (หัวใจ ไต ดวงตา) ปลูกต้นไม้แห่งความดี สนับสนุนสินค้าศิลปาชีพ ให้บริการประชาชน หรือช่วยเหลือผู้ประสบภัย และ (๓) ร่วมอบรมการประดิษฐ์ดอกไม้ “ควีนสิริกิติ์” ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. ณ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์” นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา กล่าว

- - - English Version - - -
Ministry of Culture - Seacon Square - Thai Scouts Promotion Foundation create “Flowers of Virtue in Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother”, honoring the boundless benevolence of the Mother of the Land.

Friday, 14th November 2025, at 2:00 p.m.(Thailand Standard Time, GMT+7), Ministry of Culture, in collaboration with Thai Scouts Promotion Foundation and Seacon Square shopping mall, organized the project “Flowers of Virtue in Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother”. The event takes place from 14 - 23 November 2025 at Seacon Square Srinakarin (Bangkok) to commemorate the boundless benevolence of Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother who is revered as the Mother of the Land for her lifelong dedication to the well-being and happiness of the Thai people. By assignment from Mr. Prasop Riang-ngern, Permanent Secretary for Culture, the Ministry of Culture, Mrs. Yuthika Isarangkura, Director-General of the Department of Cultural Promotion, presided over the opening ceremony. Dr. Artorn Chandavimol, Chairman of the Thai Scouts Promotion Foundation, delivered a report outlining the project’s objectives. The ceremony was also attended by executives from Seacon Square and members of the media.

Mrs. Yuthika Isarangkura, Director-General of the Department of Cultural Promotion, stated that the “Flowers of Virtue in Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother” project reflects the profound loyalty and devotion of the Thai people, who unite in performing good deeds as a tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother. The initiative embodies the harmonious integration of spiritual values, art and culture, and volunteer spirit into one. Most importantly, it serves as an inspiration for all Thais to carry on Her Majesty’s gracious legacy of virtue and goodness for generations to come.

The Director-General of the Department of Cultural Promotion added that this event also serves as a true expression of love, unity, and pride in Thai identity. It aligns with the Ministry of Culture’s policies to promote a culture of virtue and foster a sustainable moral society. 

“I would like to invite Thai people both in Thailand and abroad to participate in activities dedicated as a royal merit to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother, which include: (1) Creating “Queen Sirikit” flowers - replicas of flowers named in Her Majesty’s honor, namely Cattleya “Queen Sirikit”, Queen Sirikit rose, Dona “Queen Sirikit”, and Mahaprom Rachini (Mitrephora sirikitiae Weerasooriya) - crafted from natural and artisanal materials including corn husks, sandalwood, pandan leaves, mulberry paper, silk, copper, and gold. (2) Performing good deeds, such as organ donation (heart, kidneys, eyes), planting “Trees of Virtue”, supporting arts and crafts products under the Royal Initiative, providing public services, or assisting disaster victims. (3) Joining flower-making workshops for the “Queen Sirikit” flowers, held from 14 - 23 November 2025, from 10:00 a.m. to 8:00 p.m. (Thailand Standard Time, GMT+7) at Seacon Square Srinakarin (Bangkok). “These activities are open to everyone wishing to express gratitude and loyalty through good deeds and creativity”, Mrs. Yuthika said.

ทัพเรือภาคที่ 1 แสดงกำลังพร้อมรักษาอธิปไตยของชาติแนวเขตทะเลไทย-กัมพูชา

เมื่อวานนี้ (14 พ.ย. 68) พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 นำกำลังทางเรือ ประกอบด้วย เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ เรือหลวงเทพา และเฮลิคอปเตอร์ ลาดตระเวน ตรวจการณ์ รักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ตามแนวเส้นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ไทย-กัมพูชา มิให้กำลังทางเรือต่างชาติ รุกล้ำอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทย 

ทั้งนี้ กำลังทางเรือของทัพเรือภาคที่ 1 มีความพร้อมใช้กำลังตลอดเวลา ในการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล จากภัยคุกคามทุกรูปแบบ

“AI Energy Smart Hospital “แห่งแรกประเทศไทย โรงพยาบาลมหาราช (เชียงใหม่) ห่วงใย : อนุรักษ์พลังงาน 

ด้วย “ AI Transformer Low Carbon “ นวัตกรรม 5 AI “AI Saving +AI Maintenance+AI Sustainable Energy +AI Solar Energy +AI Energy Smart Building “ โรงพยาบาล มหาราช เชียงใหม่ ล้ำนำ : นำ นวัตกรรม AI อนุรักษ์ พลังงาน และ ความเสถียรภาพ ลดค่าใช้จ่ายทางไฟฟ้า พร้อมสร้างความเสถียรภาพ ทางไฟฟ้า กับ อุปกรณ์ ทางการแพทย์ และ จัดเก็บคุณภาพยาราคาสูงทางการแพทย์ พร้อมเข้าสู่ ” Zero Energy Building “ตาม นโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในปี 2032

✨อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโครงการ “แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลังงานผ่านหม้อแปลงไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและอนุรักษ์พลังงานสำหรับโรงพยาบาล” ภายใต้แผนงานของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีผู้แทนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน เข้าร่วมแสดงเจตจำนงความร่วมมืออย่างพร้อมเพรียง

ในการนี้ รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานฯ ได้เข้าร่วมการประชุมหารือดังกล่าว พร้อมกล่าวถึงบทบาทของ STeP ในการบริหารจัดการและประสานความร่วมมือกับแหล่งทุน เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่าง STeP ร่วมกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ERDI) ซึ่งมี รศ.ดร. ยศธนา คุณาทร ทำหน้าที่หัวหน้าโครงการ ร่วมด้วย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย ผศ.ดร.นพ.ธวัชชัย มั่นอ่ำ รองคณบดีด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อม คุณประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ได้แก่ บริษัท เจริญชัยเอ็มแอนด์อี จำกัด และ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด เพื่อร่วมกันพัฒนาและติดตั้งระบบหม้อแปลงไฟฟ้าอัจฉริยะต้นแบบ ณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งจะเป็น โรงพยาบาลแห่งแรกของประเทศไทย ที่บริหารจัดการพลังงานด้วยระบบอัจฉริยะครบวงจร นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนเทคโนโลยีด้านพลังงานเพื่อสังคม และเป็นต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และเอกชน สู่การพัฒนา “Smart Hospital” ที่ยั่งยืนในอนาคต

รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ จัดกิจกรรม "วันเบาหวานโลก 2025"

เนื่องในวันเบาหวานโลก 14 พฤศจิกายน ของทุกปี โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้จัดกิจกรรมวันเบาหวานโลก 2025 โดยมีกิจกรรม ได้แก่ การตรวจคัดกรองเบาหวานให้กับประชาชนทั่วไป อายุ 35-59 ปี ทุกสิทธิการรักษา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 

กิจกรรม ขยับกายซักนิด พิชิตเบาหวาน กิจกรรมส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลด ละ เลิกสูบบุหรี่ โดยคลินิกฟ้าใสเพื่อเลิกสูบบุหรี กิจกรรมสร้างการรับรู้สุขภาพให้กับผู้รับบริการ 

โดยเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และลดภาวะแทรกซ้อน โดยได้จัดกิจกรรม ณ บริเวณส่วนตรวจโรคผู้ป่วยนอก รพ.อาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

‘ในหลวง–ราชินี’ เสด็จเยือนจีน ฉลองสัมพันธ์ 50 ปี ‘สี จิ้นผิง’ ถวายการต้อนรับสมพระเกียรติ ธงชาติไทย โบกสะบัดกลางกรุงปักกิ่ง เพลงสรรเสริญพระบารมี ดังกึกก้อง

(14 พ.ย. 68) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และมาดามเผิง ลี่หยวน จัดพิธีต้อนรับถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และพระราชินี ในการเสด็จเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการครั้งประวัติศาสตร์ เยือนกรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 13-17 พ.ย. 2568 ทรงพระเจริญ

ธงชาติไทย โบกสะบัดกลางกรุงปักกิ่ง เพลงสรรเสริญพระบารมี ดังกึกก้องจัตุรัสเทียนอันเหมิน 

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ได้ถวายการต้อนรับ ในหลวง-พระราชินี อย่างเป็นทางการ ณ มหาศาลาประชาคม ซึ่งอยู่ในบริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง 

เมื่อในหลวงเสด็จฯ ถึงมหาศาลาประชาคม กองทหารเกียรติยศได้จัดแถวถวายความเคารพ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง พร้อมด้วยในหลวงของเราได้เสด็จขึ้นสู่แท่นตรวจพล วงดุริยางค์ทหารบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีของไทย และเพลงชาติจีนพร้อมกันนั้น มีการยิงปืนใหญ่เกียรติยศ 21 นัด ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน 

ในการนี้ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้กล่าวถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง และชี้ว่าราชวงศ์ไทยมีความผูกพันใกล้ชิดกับจีนมายาวนาน และมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างสองประเทศ ซึ่งจีนขอยกย่องและชื่นชมอย่างสูง 

ปีนี้เป็นปีครบรอบ 50 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย หรือที่เรียกว่า "ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย 50 ปี" ตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา แม้จะเผชิญกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง แต่จีนและไทยก็ยังคงยืนเคียงข้างกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันตลอดมา

ในหลวง ได้ตรัสว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังจากไม่ได้มาหลายปี พบว่าจีนมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ใหม่ของจีนที่ทันสมัยและสวยงาม ขอแสดงความยินดีต่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของจีนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม”

พระองค์ทรงชี้ว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนนั้นใกล้ชิดและเป็นมิตร มีการติดต่อสัมพันธ์ระหว่างประชาชนอย่างใกล้ชิด และความร่วมมือที่ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันในหลากหลายด้านมีความลึกซึ้ง การร่วมมือระหว่างไทยกับจีนเปรียบเสมือนความร่วมมือระหว่างพี่น้อง ฝ่ายไทยพร้อมที่จะศึกษาและเรียนรู้ประสบการณ์การพัฒนาของจีนอย่างแข็งขัน เสริมสร้างความร่วมมือกับจีนในทุกด้าน เพิ่มการแลกเปลี่ยนด้านมนุษยธรรม เพื่อให้มิตรภาพไทย-จีนแผ่ไพศาลและประทับลึกในใจประชาชนมากยิ่งขึ้น”

‘ดร.หิมาลัย’ เดือด!! ซัด ‘กัมพูชา’ สร้างสถานการณ์บิดเบือน หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดขาขาด แต่ไร้คำขอโทษ ซ้ำยังใส่ร้ายไม่หยุด ลั่น "สู้กับคนพาล อย่าใช้วิถีของบัณฑิต"

‘ดร. หิมาลัย’ ซัด กัมพูชา สร้างสถานการณ์บิดเบือน หลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด แม้ขาขาด!! ก็ยังไม่สำนึกและขอโทษ ซ้ำยังใส่ร้ายไทยไม่หยุดหย่อน ลั่น "สู้กับคนพาล อย่าใช้วิถีของบัณฑิต"

(14 พ.ย. 68) "เสธ.หิ" หิมาลัย ผิวพรรณ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ในที่สุดเราก็ได้เห็นเล่ห์เหลี่ยม ความกลิ้งกลอกของกัมพูชา หลังจากทหารไทยเหยียบกับระเบิด จนขาขาด แทนที่จะสำนึกและขอโทษตามมารยาทของเพื่อนบ้านที่ดี และแสดงความจริงใจในการร่วมกันแก้ปัญหา 

กลับสร้างสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยให้ทหารของตนเองยิงใส่ทหารไทย เมื่อทหารไทยตอบโต้ก็เก็บหลักฐานว่าเราโจมตีก่อน ทหารเจ็บก็เอาไปใส่ชุดพลเรือน แล้วอ้างว่าเรายิงพลเรือน ทั้ง ๆ ที่วิธีการของฝั่ง “ตระกูลฮุน” ล้วนเป็นวิธีการของคนขี้ขลาด มีภาพหลักฐานชัดเจน ไม่ว่าจะตั้งฐานยิงจรวดในหมู่บ้าน ในชุมชน ในกลุ่มประชาชน หรือแม้แต่ใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งอาวุธ เพื่อใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ ในขณะเดียวกัน เมื่อโจมตีมายังฝั่งไทย ไม่เคยกำหนดเป้าหมาย หรือจำกัดวงให้อยู่ในพื้นที่สู้รบหรือพื้นที่ทางทหาร กลับโจมตีพื้นที่พลเรือน เพื่อมุ่งสร้างความเสียหายให้มากที่สุด 

อาจจะถึงเวลา ที่เราจะเลิกทำตัวเป็นบัณฑิตหรือผู้ดี เพราะเรารบกับกองโจรที่มุดใต้กระโปรงของสตรีและเด็ก กองโจรที่แอบยิงเราอยู่หลังประชาชน กองโจรที่ลอบกัดวางกับระเบิดโดยไม่สนใจข้อตกลงสากลใดๆ ทั้งสิ้น ที่เรียกเช่นนี้เพราะพฤติกรรมไร้มนุษยธรรมที่ผ่านมาของคนพวกนี้ ไม่อาจเรียกว่าเป็นทหารหรือนักรบได้ ถึงเวลาหรือยังครับ ที่เราจะต้องกำราบความกำแหงของลูกหลานพระยาละแวกพวกนี้ ให้เข็ดหลาบ 

เมื่อมันละเมิดข้อตกลง ก็ถือว่าข้อตกลงไม่มี เมื่อมันอยากจะรบ ก็รบให้รู้กันไปเลย ที่ผ่านมาทำตัวเจ้าเล่ห์ เจรจาต่อหน้าเวทีโลก แต่ลับหลังกลับเสริมกำลัง อาวุธหนักและทันสมัยตลอดเวลา วิธีการกำราบเด็กเกเรบางที่ครูแนะแนวพูดไม่ได้ผลนะครับ ต้องใช้ไม้เรียวของครูฝ่ายปกครอง รบเถอะครับ การเจรจาครั้งต่อไป กำหนดแบ่งเขตประเทศกันใหม่ที่บ้านตระกูลฮุนในพนมเปญดีไหมครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top