Tuesday, 9 June 2026
NEWS FEED

กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา เชิญนายกฯ ชี้แจงปัญหาทางทหารและความมั่นคงชายแดนไทย

(7 ก.ค. 68) เวลา 10.30 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง สส.) คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการคณะกรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการฯ แถลงข่าวเรื่อง “การเชิญหรือเรียกนายกรัฐมนตรีมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ กรณีปัญหาพื้นที่ชายแดนประเทศไทย” โดยระบุว่า จากข้อพิพาทบริเวณแนวชายแดนไทยเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และผลประโยชน์ของประเทศไทยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และกฎหมายบัญญัติไว้ และยังส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และสภาพจิตใจขอพี่น้องประชาชนคนไทย อีกทั้งฝ่ายกัมพูชาได้ดำเนินการทุกวิถีทางอันไร้ความจริงใจและความพยายามเพื่อให้ได้เปรียบประเทศไทยมากที่สุด ดังนั้น คณะกรรมาธิการฯ จึงมีความจำเป็นและเหตุในการเรียกนายกรัฐมนตรีมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นในประเด็นข้อซักถาม ดังนี้ 1. จุดยืนและแนวทางปฏิบัติข้อพิพาทบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา (กรณีเร่งด่วน) จำนวน 12 ข้อ อาทิ จุดยืน MOU พ.ศ. 2543 และ MOU พ.ศ. 2544 หรือการละเมิด MOU อย่างต่อเนื่องจากฝ่ายกัมพูชา การแก้ไขปัญหาและยุติการรุกล้ำขยายชุมชนของชาวกัมพูชาในพื้นที่ชายแดนไทยอย่างเด็ดขาด เป็นต้น 2. สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 5 ข้อ อาทิ การแก้ไขหรือปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมให้การปฏิบัติการในพื้นที่มีประสิทธิภาพ มีความยุติธรรม และคุ้มครองการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หรือการปกป้องและดูแลประชาชนชาวไทยทุกกลุ่มในพื้นที่ โดยเฉพาะชาวไทยพุทธที่ยังอยู่ในพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ 3 ความปลอดภัยไซเบอร์และการต่อต้านการฟอกเงิน จำนวน 2 ข้อ คือ การขจัดธุรกรรมผิดกฎหมายหรือที่ต้องสงสัยเพื่อป้องกันหรือปราบปรามและช่วยเหลือคนไทยให้ปลอดภัยจากฉ้อโกงออนไลน์ และการฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติด้วยระบบ AI และ Machine Learning อย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ ยังได้มีกำหนดจัดการเสวนาเรื่อง “ความมั่นคงกับอนาคตประเทศไทย” ขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.00 – 16.30 นาฬิกา ณ ห้องประชุม หมายเลข 406 - 407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง สว.) เพื่อให้วุฒิสภาเป็นเวทีในการรับฟัง รับรู้ ถกแถลงแนวคิดและแลกเปลี่ยนมุมมองในหลายมิติ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคง และมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของประเทศไทยที่มั่นคง และเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีความขัดแย้งด้านพรมแดนบริเวณรอบปราสาทและพื้นที่อ้างสิทธิ์ตลอดแนวชายแดน

พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 3 รับมอบถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่ม  จาก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

(7 ก.ค. 68) เวลา 14.00 น. พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับคณะผู้บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 เพื่อมอบถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่ม, และงบประมาณสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ทางวิทยุกระจายเสียงกองทัพบกที่ 3 ณ บริเวณห้องโถง หน้าห้องรับรอง 2 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 โดยมี คุณดนุวัศ ลัมพสาระ รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ โครงการผลิตบนฝั่ง (ประเทศไทย) และคณะ เป็นผู้แทนส่งมอบ ถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่ม จำนวน 3,200 ชุด ให้กับ กองทัพภาคที่ 3 เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่รับผิดชอบ 17 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมกันนี้ยังได้มอบงบประมาณสนับสนุนกิจการสำนักงานคณะกรรมการบริหารกิจการวิทยุกระจายเสียง กองทัพบกที่ 3 ซึ่งที่ผ่านมาทางกองทัพภาคที่ 3 ได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1มาด้วยดีโดยตลอด ในโอกาสนี้ พลโท กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3  ได้มอบหนังสือขอบคุณและของที่ระลึกให้กับ คณะผู้บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 

ด้วยกองทัพภาคที่ 3 เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางภูมิประเทศ และสภาพอากาศ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากการเกิดภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในทุกฤดู ทางกองทัพภาคที่ 3 จะได้นำถุงยังชีพที่ได้รับมอบนี้ ไปมอบให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและประสบภัยพิบัติต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป.ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าว พิษณุโลก

ไทยผนึกกำลังตำรวจสากล “บิ๊กหวานลุย” ยื่นหนังสือถึง Interpol กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา

เมื่อวันที่ (2 ก.ค. 68) ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ผอ.ฉก.88)  และ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ UNODC ได้เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่องค์การตำรวจสากล (Interpol) ณ เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส 
เพื่อบรรยายและแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์อาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับสมาชิกขององค์การตำรวจสากล (Interpol) รวมทั้งได้ยื่นหนังสือและหารือกับนาย Cyril GOUT ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายกิจการตำรวจ และ นาย Abdulaziz OBAIDALLA ผู้อำนวยการฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการสนับสนุนส่วนภูมิภาค เพื่อนำเสนอข้อมูลและสถานการณ์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ซึ่งมีฐานที่มั่นในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกัมพูชา ที่ได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจของไทยและนานาชาติ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยรายได้จากอาชญากรรมเหล่านี้มีมูลค่าสูงกว่า 60% 
ของรายได้ประเทศกัมพูชา (แหล่งที่มา: UNODC) Interpol ตอบรับตั้ง "War Room" ในไทยเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการ

ผลจากการหารือเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง โดยองค์การตำรวจสากล (Interpol) ได้ยืนยันที่จะร่วมมือกับทางการไทยอย่างเต็มศักยภาพ โดยจะสนับสนุนทั้งเครื่องมือ, ข้อมูลเชิงลึก, การวิเคราะห์ และการวางแผนปฏิบัติการ เพื่อเปิดฉากกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ นอกจากนี้ จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของ Interpol มาประจำการ
ที่ "ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ของประเทศไทย (War Room)" ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการนำองค์กรระหว่างประเทศและประเทศต่างๆ เข้ามาร่วมในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของไทย

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า องค์การตำรวจสากล (Interpol) ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2466 และมีสมาชิกรวม 196 ประเทศทั่วโลก มีประเทศไทยและกัมพูชาเป็นสมาชิกอยู่ด้วย รวมทั้งประเทศต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ ซึ่งองค์การตำรวจสากล (Interpol) จะทำหน้าที่ในการ เป็นศูนย์กลางประสานงานความร่วมมือระหว่างตำรวจนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายในประเทศสมาชิก แลกเปลี่ยนข้อมูลคนร้ายและข้อมูลอาชญากรรม ทำให้การขับเคลื่อนการปราบปรามผ่านกลไกของ องค์การตำรวจสากล (Interpol)  จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติ โดยมีประเทศไทยเป็นผู้นำ ในการขับเคลื่อนและสามารถปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ได้อย่างเด็ดขาด 

เป้าหมายชัดเจน: ลดอาชญากรรม 50% ใน 3 เดือน สกัดไทยเป็นทางผ่าน พล.ต.อ.ธัชชัยฯ มั่นใจว่า การจัดตั้ง "ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ของประเทศไทย (War Room)"  ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และจะเป็นกลไกทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่มีความสัมพันธ์กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกัมพูชา ซึ่งจะทำให้การติดตามจับกุมคนร้ายและการอายัดเงินที่ถูกหลอกลวงสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและทันต่อรูปแบบการกระทำความผิดที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยรัฐบาลไทยได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่า ภายใน 3 เดือนนับจากนี้ ปัญหาอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ในประเทศไทยต้องลดลงมากกว่า 50% และที่สำคัญคือ ต้องไม่ให้กลุ่มคนร้ายใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเด็ดขาดอีกต่อไป

ไทย – สหรัฐฯ จัดพิธีเปิดการฝึกผสม “CARAT 2025” เสริมความมั่นคงทางทะเล

(7 ก.ค.68) พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ประธานฝ่ายไทย พร้อมด้วย พลเรือตรีหญิง เคธี่ เอฟ เชลดอล รองผู้บัญชาการกองเรือที่ 7 กองทัพเรือสหรัฐฯ ประธานร่วมฝ่ายสหรัฐฯ ร่วมเป็นประธานเปิดการฝึกผสม CARAT 2025 โดยมี กำลังพลทหารทั้ง 2 ชาติ รวม 1,000 นาย เข้าร่วม ณ ท่าเรือแหลมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

การฝึกผสม CARAT เป็นการฝึกผสมทวิภาคี ระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา นับเป็นการฝึกผสมที่ใหญ่ที่สุดระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ ซึ่งได้ดำเนินการฝึกตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งกองทัพเรือได้มอบหมายให้กองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ เป็นหน่วยรับผิดชอบการฝึก โดยมี พลเรือตรี อนุรักษ์ พรหมงาม ผู้บัญชาการกองเรือฟริเกตที่ 2 กองเรือยุทธการ เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม CARAT 2025 ทั้งนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือไทย และกองทัพเรือสหรัฐฯ และร่วมกันพัฒนาความสามารถของกำลังพลทั้ง 2 ประเทศ ในการปฏิบัติภารกิจทางทะเลการร่วมกันในทุกระดับ  เสริมสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจอันดีในการปฏิบัติการ ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถภาพสถานการณ์ทางทะเลให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน   

สำหรับการฝึกแบ่งเป็น 3 ห้วง ได้แก่ การฝึกในท่า การฝึกในภาคทะเล และการสรุปผลการฝึก โดยกองทัพเรือไทยได้ส่งเรือรบเข้าร่วมการฝึก 3 ลำ ประกอบด้วย เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงสายบุรีและเรือรัตนโกสินทร์ อากาศยาน 5 ประเภท และอากาศยานไร้คนขับ ในส่วนกองทัพเรือสหรัฐฯ ส่งเรือรบเข้าร่วมการฝึก 1 ลำ คือ เรือรบ USS ซานต้า บาบาร่า อากาศยาน 3 ประเภท และเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ ซีฮอร์ค ซึ่งมีห้วงการฝึกระหว่าง ระหว่างวันที่ 7 - 18 กรกฎาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 12 วันดำเนินการฝึกในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง และพื้นที่ทางทะเลอ่าวไทยตอนบน 

จับผู้ต้องสงสัย วางเพลิงเผารถ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ตำรวจเร่งขยายผล ถึงผู้จ้างวาน ที่อยู่เบื้องหลัง

(6 ก.ค. 68) ความคืบหน้า กรณีไฟไหม้รถยนต์ส่วนตัวของ นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หลายสมัย โดยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานประสานให้ทางพนักงานรถยก นำรถยนต์ที่ถูกไฟไหม้นำท่อนไม้ซุงมาสอดใต้ท้องรถยนต์เพื่อดำเนินการตรวจสอบใต้ท้องรถยนต์เพื่อหาสาเหตุเกิดเหตุเพลิง

ปรากฏว่าพบล้อยางรถยนต์จำนวนหลายเส้นและจากหลังคา (ทำมาจากใบจากนำมามุ่งหลังคา) ถูกเผาพร้อมกับยางล้อรถยนต์ซึ่งอยู่ใต้ท้องรถยนต์ คาดว่าสาเหตุของไฟไหม้มาจากมีคนประสงค์ร้าย นายศิริโชค หวังจะเผาขู่ให้กลัว เนื่องจากก่อนหน้าวันเกิดเหตุประมาณ 2-3 วัน นายศิริโชค ได้พูดประชดถึงนักการเมืองคนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าอาจจะทำให้ทีมงานนักการเมืองคนนั้นที่อยู่ในพื้นที่ไม่พอใจ

ล่าสุดนายศิริโชค โสภา ได้เปิดเผยความคืบหน้าผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุข้อความว่า 

อัปเดตล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัย วางเพลิง รถ Haval PHEV ได้แล้ว บริเวณตำบลฉาง อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลว่าเป็นการกระทำโดยลำพัง หรือมีผู้จ้างวานอยู่เบื้องหลัง

ขอขอบคุณทุกกำลังใจจากพี่น้องประชาชน และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็วและไม่หวั่นเกรงต่ออิทธิพลใดๆผมขอยืนยันตรงนี้

ผมไม่กลัวอิทธิพลมืด ไม่หวั่นไหวต่อการข่มขู่ หรือแรงกดดันใดๆ ที่ต้องการให้ผมถอย หรือหลีกทางออกจากพื้นที่ที่ผมรับใช้และผูกพันมาทั้งชีวิต

ผมจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างประชาชน และจะร่วมผลักดันให้กระบวนการยุติธรรมตามหาความจริงให้ถึงที่สุด ไม่ว่าผู้อยู่เบื้องหลังจะเป็นใคร หรือมีอำนาจมากแค่ไหน ความยุติธรรมต้องไม่แพ้ และแผ่นดินของเรา ต้องไม่ถูกปกครองด้วยความกลัว

‘Aun Theeraphat’ โพสต์!! เล่าความประทับใจ ช่วยน้องให้เรียนหนังสือ เห็นรอยยิ้มแล้วมีความสุข

(6 ก.ค. 68) ‘Aun Theeraphat’ โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

มาตรวจ OPD ที่โรงพยาบาลเอกชนแถวบ้าน กำลังข้ามถนนหลังกลับจาก 7-11
"หมออออออ หมอจำหนูได้หรือเปล่า" เสียงดังไปถึงอีกฝั่งของถนนเลย
เราก็หันไปดู "ใครฟระ" นึกตั้งนาน นึกไม่ออก

น้องบอก "ที่หมอเจอหนูที่ร้านขายทุเรียนไง"

อ๋อออออ เมื่อ 2 ปีก่อน ไปซื้อทุเรียนที่ร้านหน้าปากซอย เดินขายของ ผ่านมาพอดี อยากกินทุเรียน ตอนนั้นซื้อให้น้องกิน แล้วก็ให้ตังค์ไปซื้อกระเป๋านักเรียน

วันนี้ดีใจนะที่ได้เจอกันอีก น้องโตขึ้นเยอะจำแทบไม่ได้

"แล้วมานั่งทำอะไรตากแดดตรงนี้เนี่ย" (ตอนบ่ายโมงตรง แดดจ้าเลย) 
น้องบอก "หนูเอาหมูมาขาย หาเงินค่าเรียน ต้องเรียนเอง แม่เขาก็ต้องเลี้ยงน้อง"

ผมบอก "ไม่เป็นไร เดี๋ยวเหมาหมดเลย เอาทั้งตะกร้านี่แหละ รอแป๊บนะ เดี๋ยวไปกดเงินให้ จะได้รีบกลับบ้านไปอ่านหนังสือ"

ให้เงินไปนิดหน่อยบอก "ไม่ต้องทอนนะ"

น้องน่ารักมากเลย น้องร้องไห้เลย บอก "ไม่เอา ๆ มันเยอะไป เปลี่ยนเป็นเอาพอดีกับค่าหมูนี่ได้มั็ย

ผมบอก "ไม่เป็นไร เอาไปเถอะ ไว้เรียนหนังสือ"

น้องยกมือไหว้ขอบคุณ มีการจะขนทั้งตะกร้ามาส่งในโรงพยาบาลอีกตะหาก

ซื้อเสร็จเอาไปแจกเจ้าหน้าที่กินต่อ ได้บุญสองต่อ

หนึ่งวัน เราทำให้หนึ่งคนรู้สึกเซอร์ไพร์ส แล้วเห็นรอยยิ้มของคนหนึ่งคน แค่นี้ชีวิตก็มีความหมายและมีความสุขอย่างมากแล้วนะ

รัฐบาล เชิญร่วมงาน!! มหกรรม Soft Power ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ SPLASH – Soft Power Forum 2025 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 8-11 ก.ค.

(6 ก.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือยกระดับซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม จัดงาน Soft Power  ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “SPLASH – Soft Power Forum 2025” ระหว่างวันที่ 8-11 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. Hall 1-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ คณะกรรมการพัฒนาและอนุกรรมการทุกสาขา โดยประสานพลังภาครัฐ เอกชน ชุมชน และเครือข่ายนานาชาติ ร่วมจัดงานขึ้น

ฃรัฐบาลเชิญชวนประชาชนมาร่วมสัมผัสปรากฏการณ์ซอฟต์พาวเวอร์ไทยแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “โอกาสประเทศไทยในอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์” ซึ่งเปรียบเสมือน “สายน้ำแห่งโอกาส” ที่กำลังหล่อเลี้ยงทุนวัฒนธรรมไทยให้เติบโตสู่เศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน ผ่านการผนึกกำลังของ 14 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ ต่อยอดสู่ตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งอีกหนึ่งหัวใจของงานอยู่ที่ Visionary Stage ซึ่งรวบรวม "ผู้รู้จริง" แนวหน้าจากไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแบ่งปันประสบการณ์สร้าง “มูลค่าทางวัฒนธรรม” ให้ทรงพลัง รวมถึง "ผู้นำ" ที่ร่วมขึ้นเวทีแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นอย่างคับคั่ง อาทิ ในวันที่ 8 ก.ค. 14.00-15.30 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.วัฒนธรรม จะกล่าวเปิดงานในหัวข้อ “Thailand Rising: Tourism, Education and the New Soft Power Frontier” วันที่ 9 ก.ค. 13.00-14.00 น. ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Crafting the Future: From OTOP to ThaiWORKS and Beyond” วันที่ 10 ก.ค. 12.45-13.45 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ร่วมเสวนากับ “บัวขาว” บัญชาเมฆ และ “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ในหัวข้อ “Rethinking Thai Sports in a Disruptive Era”

ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนศักยภาพซอฟต์พาวเวอร์ไทยอย่างรอบด้าน งานยังแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซนหลัก ได้แก่ 1. Creative Culture Village - โชว์เคส 14 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย ตั้งแต่อาหาร ภาพยนตร์ ดนตรี แฟชั่น จนถึงการท่องเที่ยว ในรูปแบบอินเทอร์แอ็กทีฟที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ 2. THACCA Pavilion - ศูนย์รวมองค์ความรู้ ยุทธศาสตร์ และเครื่องมือการสร้างแบรนด์ไทยด้วยซอฟต์พาวเวอร์ พร้อมคำแนะนำเชิงลึกสำหรับผู้ประกอบการ 3. Glo-Cal Networking - พื้นที่จับคู่ธุรกิจ เชื่อมโยงนักลงทุนกับผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติ สร้างเครือข่ายระดับโลก 4. Workshop & Masterclass - หลักสูตรอบรมภายใต้โครงการ “One Family One Soft Power (OFOS)” เปิดโอกาสให้เยาวชน นักศึกษา และผู้ประกอบการเรียนรู้กับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง 5. Experiential Zone - นิทรรศการเทคโนโลยี “Multisensory Mindfulness Experiences” กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ถ่ายทอดประสบการณ์ซอฟต์พาวเวอร์ไทยแนวใหม่ และ 6. Visionary Stage - เวทีเสวนาระดับโลกที่รวมนักคิดและนักสร้างสรรค์ตัวจริง ก่อเกิดแรงบันดาลใจสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

“สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี เพียงลงทะเบียนล่วงหน้าที่ splash.thacca.go.th ซึ่งภายในงานจะได้รับความรู้ นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยถึง 3 ท่าน พร้อมกับร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย ที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างมูลค่า สร้างอาชีพ สร้างรายได้ จากซอฟต์พาวเวอร์ไทยแบบครบวงจร” นายจิรายุ กล่าวทิ้งท้าย

เผย!! หลุมฝังศพ ‘พระยามโนปกรณ์ นิติธาดา’ นายกฯ คนแรกของไทย หลังมีเรื่องขัดแย้ง ‘คณะราษฎร์’ ลี้ภัย!! ไปสิ้นลมหายใจ ในเกาะปีนัง

(6 ก.ค. 68) หลุมฝังศพที่สงบเงียบ เรียบง่ายของอดีตผู้ยิ่งใหญ่ พระยามโนปกรณ์ นิติธาดา อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของไทย หลังลี้ภัยอยู่ปีนัง อันเกิดจากแนวคิดแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ขัดแย้งกับคณะราษฎร์

พระยามโนปกรณ์ไม่เห็นด้วย แต่ไม่โต้แย้ง เพียงแค่สงบนิ่ง แต่เป็นการสงบนิ่งในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่อำนาจที่ร้ายแรงกว่า พระยามโนปกรณ์ก็ต้องหลบลี้หนีภัยไปอยู่ปีนังจนวาระสุดท้ายของชีวิต

หลุมฝังศพในกลางดงต้นไม้ในเกาะปีนัง ไม่มีคำประกาศสรรเสริญ วันฝังศพ ไม่มีบริวารแวดล้อม

นี่คือชีวิตในบั้นปลาย และสุดท้ายของ ‘อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของไทย’ หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475

สมุทรปราการ-เริ่มแล้ว!! เทศบาลตำบลแพรกษา รับ 9 จังหวัด เจ้าภาพมหกรรมการแข่งขันทักษะวิชาการระดับภาคตะวันออก ครั้งที่ 30 

(6 ก.ค. 68) เเพรกษาวิชาการ ระดับภาคตะวันออก ภายใต้แนวคิด EDUCATION COME FIRST ท้องถิ่นสร้างคน เยาวชนเก่งดี เวทีพหุปัญญา โดยเทศบาลตำบลแพรกษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ภายใต้การกำกับดูแลของ นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา และ ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ สมัยที่ 25 และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีฯ 

โดยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดงานการเเข่งขันทักษะวิชาการ ครั้งที่ 30 เเพรกษาวิชาการ ระดับภาคตะวันออก

ณ สนามกีฬาโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา (สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา โดยได้รับเกียรติจาก นายประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ประธานในพิธี โดยมี ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 จังหวัดสมุทรปราการ (สมัยที่ 25) และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ 

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก นายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร รวมทั้งคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ นาวาเอกอนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง โรงเรียนในสังกัด (อปท.) หน่วยงานต่างๆ ระดับภาคตะวันออก  คณะผู้บริหารครูโรงเรียน ข้าราชการตำรวจ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดครั้งนี้

ภายในงานได้รับชมวิดิทัศน์ “แพรกษาวิชาการ” และชมการแสดงของนักเรียนจากทางโรงเรียนต่างๆ ทั้งนี้ นายประทีป นทีทวีวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ให้เกียรติมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับทางเจ้าภาพจัดงาน และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนการจัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการในครั้งนี้

โดยการแข่งขันทักษะวิชาการยังได้รับเกียรติจากทางคณะกรรมการตัดสินการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง อาทิ นางณัฐปภัสร์ พรธนพงศ์เกษม (ผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการตัดสิน) นางสาวภัสสร หมั่นตะคุ (โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า) นายปวิชญา เนียมคำ (โรงเรียนโยธินบูรณะ) 

ด้าน ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร กล่าวว่า วันนี้เทศบาลตำบลแพรกษา ได้เป็นตัวแทนของกระทรวงมหาดไทย เป็นตัวแทนของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดการแข่งขันทางวิชาการ โดยใช้ชื่อว่า แพรกษาวิชาการ ในภาคตะวันออก 9 จังหวัด โดยมีนักเรียนในสังกัดของทางเทศบาล มารวมกันเพื่อแข่งขันวิชาการเพื่อคัดเลือกไปแข่งขันระดับประเทศที่จังหวัดสกลนคร ในวันที่ 24-25 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ วันนี้เราได้จัดการแข่งขั้นตั้งแต่วันที่ 5-6-7 กรกฏาคม ซึ่งวันนี้เป็นวันเปิดการแข่งขัน นักเรียนแต่ละจังหวัดในภาคตะวันออกก็มา 79 โรงเรียน รวมแล้วก็ประมาณ 1 หมื่นคน มาร่วมแข่งขันกันในเรื่องของวิชาการ 

และรู้สึกยินดีที่คนในภาคตะวันออก 9 จังหวัด ได้มารวมกันอยู่ที่นี่ และได้มาเที่ยวในจังหวัดสมุทรปราการเมืองเราพร้อมที่จะเปิดนำ และเป็นเจ้าภาพที่ดีในการที่เขามาเยือนที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยวันนี้เราได้ใช้สถานที่ของทางโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา ของเทศบาลตำบลแพรกษาเป็นผู้จัดการแข่งขันทั้งหมด

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

‘กระทรวงวัฒนธรรมเขมร’ แถลงโต้!! ‘แพทองธาร’ ยัน!! กลุ่มปราสาทตาเมือน อยู่ในเขตอธิปไตยกัมพูชา

(5 ก.ค. 68) เว็บไซต์ข่าว Khmer Times อ้างคำแถลงจากกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมแห่งกัมพูชาวานนี้ (4 ก.ค.) ซึ่งระบุว่า กระทรวงฯ ขอปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อคำกล่าวอ้างของ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของไทย เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่ระบุว่ากลุ่มปราสาทตาเมือน อยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศไทย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505

กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมแห่งกัมพูชาได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เมื่อคืนวันศุกร์ (4) ว่า การที่ไทยอ้างกรรมสิทธิ์เหนือกลุ่มปราสาทตาเมือนเพียงฝ่ายเดียว โดยอาศัยแผนที่ที่ร่างขึ้นฝ่ายเดียวนั้น 'ไม่มีน้ำหนักทางกฎหมาย' หรือความชอบธรรมใดๆ และยังขัดแย้งกับเนื้อหาในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ปี 2543 ระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเคารพและใช้แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ตามเจตนารมณ์ของสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ปี ค.ศ. 1907 ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้อยู่

กระทรวงฯ ยังยืนยันด้วยว่า จากสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยามในปี ค.ศ. 1904 และ 1907 รวมถึงแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ดังกล่าวข้างต้น กลุ่มปราสาทตาเมือนตั้งอยู่ในเขตอธิปไตยของราชอาณาจักรกัมพูชาโดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ กลุ่มปราสาทตาเมือนยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอุดรมีชัย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกแห่งชาติกัมพูชาแล้ว

กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมกัมพูชาเรียกร้องให้กระทรวงวัฒนธรรมแห่งราชอาณาจักรไทยเคารพหลักการสากล เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและความเป็นมืออาชีพที่ถูกคาดหวังจากสถาบันทางวัฒนธรรมในทุก ๆ ประเทศ

“ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น เราขอแจ้งให้ผู้ชมทั้งในประเทศและต่างประเทศทราบด้วยความเคารพ”

ท่าทีของฝ่ายกัมพูชามีขึ้นหลังจากที่ น.ส. แพทองธาร ชินวัตรนายกรัฐมนตรี และ รมว.วัฒนธรรม ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมเมื่อวันศุกร์ (4) และมีการอ้างถึงมติ ครม.สมัยนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ที่เห็นชอบให้ส่งมอบโบราณวัตถุ 20 รายการแก่กัมพูชาตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ หลังจากกรมศิลปากรและคณะผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าวัตถุโบราณมีต้นกำเนิดในกัมพูชา และปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการจัดสรรงบประมาณของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ในการจัดส่งคืน ซึ่งได้รับรายงานว่า งบประมาณในปีปัจจุบันไม่เพียงพอในการขนส่ง และไม่เป็นเรื่องเร่งด่วนในการของบกลาง จึงอาจจะทบทวนเรื่องนี้ ต้องส่งเรื่องเพื่อขอตั้งงบประมาณของกระทรวงและรายงานต่อครม.เพื่อทราบ ในการหาหน่วยงาน หรือที่มาของงบประมาณที่จะจัดสรรงบประมาณต่อไปในการส่งคืน

“ที่สำคัญเนื่องด้วยสถานการณ์ไทยกัมพูชา ทางกระทรวงวัฒนธรรม จึงมีความเห็นในการทบทวนเรื่องดังกล่าวตามความเหมาะสมต่อไป บทสรุปคือ ทบทวนก่อนแล้วค่อยว่ากันเรื่องตั้งงบ ที่เหลืออยู่ยังไม่ส่งคืนก่อน"

น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวด้วยว่า ประเด็นเรื่องโบราณสถานในกลุ่มปราสาทตาเมือน กระทรวงวัฒนธรรมขอยืนยันว่ากลุ่มปราสาทตาเมือนเป็นโบราณสถานที่อยู่ในอำนาจอธิปไตยของไทย และมีการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน พ.ศ. 2505 แล้ว ในส่วนพื้นที่พิพาทอื่นได้รับรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศว่า จะเร่งดำเนินการในการรักษาไว้ซึ่งดินแดนและอำนาจอธิปไตยของไทยเช่นกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top