Tuesday, 9 June 2026
NEWS FEED

“ผู้กองธร” คว้าโล่ฮีโร่แนวหน้า! สร้างวัดปลอดภัย–ไล่บี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

(7 ก.ค. 68) ณ ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 3 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.3 กอ.รมน.) พลโท ชนินทร์ สิงหนาทนิติรักษ์ ผู้อำนวยการ ศปป.3 มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ ร้อยตำรวจเอก นิติธร ประชันกาญจนา หรือ “ผู้กองธร วัดไร่ขิง” เจ้าของฉายาตำรวจจิตอาสา ผู้มีบทบาทโดดเด่นในภารกิจด้านความมั่นคงและศาสนา

“ผู้กองธร” เป็นฟันเฟืองสำคัญในการผลักดันโครงการ “เขตปลอดภัยทางศาสนา” ปกป้องวัดและศาสนสถานจากกลุ่มแสวงหาผลประโยชน์ พร้อมยืนหยัดรักษาความบริสุทธิ์ของศาสนาด้วยแนวทางนุ่มนวลแต่ชัดเจน

ในอีกบทบาทหนึ่ง เขายังจับมือ ศปป.3 เดินหน้า ปฏิบัติการข่าวสารเชิงรุก ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ และเครือข่ายฟอกเงิน โดยเน้นการเฝ้าระวัง รวบรวมข้อมูล และเชื่อมโยงการข่าวอย่างเป็นระบบ

การมอบโล่ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการยกย่องตำรวจแนวหน้า ผู้กล้าทำในสิ่งที่ “ต้องทำ” ไม่เพียงเพื่อความสงบสุขของวัดวาอาราม แต่เพื่อความมั่นคงของประเทศในโลกจริงและไซเบอร์

‘๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ’ ติดโผ 1 ใน 6 เข้ารอบสุดท้ายหนังสือดีเด่น ‘รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด’

(8 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘เซเว่นบุ๊คอวอร์ด’ ได้โพสต์ข้อความว่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยสำนักกิจการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผู้ดำเนินโครงการเซเว่นบุ๊คอวอร์ดครั้งที่ 22 ประกาศรายชื่อผลงานเข้ารอบสุดท้าย (Shortlist) ประเภทการ์ตูน ทั้งสิ้น 6 เล่ม (ไม่เรียงลำดับคะแนน) ได้แก่

1. ขอโทษที่ไม่มีอะไรดีเท่าไอ้หมอนั่น โดย แบกบอย
2. เจ้ามึนจะอายุ 65 ปีอย่างมีความสุข โดย PPONG 4KOMA
3. ๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ โดย วิวัธน์ จิโรจน์กุล
4. Joke หมายเหตุ โดย รวมนักเขียน ขายหัวเราะ
5. Leave the Past, in the Past โดย คัจฉกุล แก้วเกต
6. Monster Steak โดย ADISAK DAS PONGSAMPAN

ทั้งนี้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) จะประกาศผลการตัดสินโครงการประกวดหนังสือดีเด่น รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน ศกนี้

ตร.ไซเบอร์ ปูพรมค้น 19 จุด ล่าตัว ‘ก๊กอาน’ สมุน ‘ฮุนเซน’ พัวพันขบวนการคอลเซนเตอร์-ฟอกเงินข้ามชาติ

(8 ก.ค. 68) ตำรวจไซเบอร์ระดมกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 19 จุดในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และชลบุรี ตามยุทธการ “ปิดตึกบัญชีม้า ล่านายทุนเขมร” โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการบุกค้นบ้านพักย่านบางนา พร้อมหมายค้นและหมายจับนาย “ก๊กอาน” สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

“ก๊กอาน” ถูกระบุว่าเป็นคนใกล้ชิดสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และเป็นเจ้าของเครือ Crown Casino ที่เมืองปอยเปต ซึ่งถูกใช้เป็นฐานใหญ่ของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ อาทิ Hybrid Scam และแก๊งคอลเซนเตอร์ โดยมีการใช้คนไทยเป็นบัญชีม้าและถูกกักขังในต่างแดน

ผลการตรวจค้นเบื้องต้นพบรถหรูหลายคัน และเงินสดรวมกว่า 27 ล้านบาท นอกจากนี้ตำรวจยังคงติดตามขยายผลต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน โดยปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการสืบสวนหลายคดีที่เกี่ยวข้องกันในลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติขนาดใหญ่

ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันมีหลักฐานชัดเจนว่า “ก๊กอาน” รู้เห็น และให้การสนับสนุนการกระทำผิดขององค์กรอาชญากรรม โดยศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับลงวันที่ 7 ก.ค.2568 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เชียงใหม่-กองบิน 41 จัดพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณบุคคลดีเด่น ประจำปี 2568

เมื่อวันที่ (7 ก.ค.68) นาวาอากาศเอก ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่กำลังพลดีเด่นของกองบิน 41 ประจำปี 2568 ณ หอประชุมเดชะตุงคะกองบิน 41 โดยมีหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงร่วมเป็นเกียรติพิธี

พิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติกำลังพลที่มีความประพฤติดี มีผลงานดีเด่น และได้สร้างคุณประโยชน์ให้กับกองบิน 41 และประเทศชาติ

ผู้บังคับการกองบิน 41 ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมกำลังพลผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เปี่ยมด้วยความรับผิดชอบ และมีจิตสำนึกที่ดีในการเป็นข้าราชการที่ดี พร้อมเน้นย้ำว่าการมอบรางวัลในครั้งนี้ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงานและเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาตนเองและหน่วยงานให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

ยธส.16 ลุยชายแดนไทย-ลาว ศึกษาแนวทางปราบยาเสพติด-ยกระดับความร่วมมือข้ามแดน

(7 ก.ค. 68) คณะนักศึกษาหลักสูตรการบริหารงานยุติธรรมระดับสูง รุ่นที่ 16 (ยธส.16) ลงพื้นที่ชายแดนไทย–ลาว ศึกษางานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมหารือความร่วมมือระดับประเทศและภูมิภาค เพื่อยกระดับมาตรการสกัดกั้นยาเสพติดข้ามแดน

การลงพื้นที่นำโดย นายนิทัศน์ แสงวัฒนะ รองผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เริ่มต้นที่จังหวัดอุดรธานี ศึกษาภาพรวมการพัฒนาเมือง ศักยภาพเศรษฐกิจ และแนวทางบริหารเรือนจำแบบฟื้นฟูผู้ต้องขังภายใต้นโยบาย “ขับเคลื่อน 8 มิติ” ก่อนเดินทางไปยังด่านศุลกากรหนองคาย ศึกษาเทคโนโลยีและมาตรการสกัดยาเสพติด เช่น เครื่องเอ็กซ์เรย์ สุนัขดมกลิ่น และชุดตรวจสารพกพา 

จากนั้น นางสาวอรวรรณ ปานคง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม และ นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 อดีตอัครราชทูตที่ปรึกษาด้านควบคุมยาเสพติดประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ นำคณะยธส.16 สัมมนาร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงของ สปป.ลาว ณ กรุงเวียงจันทน์ เพื่อหารือแนวทางบังคับใช้กฎหมาย ปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ด้านกฎหมาย และความร่วมมือด้านยาเสพติด โดยมีนายคำพร สีประเสิด หัวหน้ากรมร่วมมือสากล และนายชนกานต์ ธรรมมงกุฏ เลขานุการเอกอัครราชทูตไทย ให้การต้อนรับ

ต่อเนื่องด้วยการลงพื้นที่กระทรวงป้องกันความสงบ สปป.ลาว เพื่อหารือเชิงลึกด้านนโยบายควบคุมยาเสพติดกับ พ.ท.ดาลิน สุดาจัน ซึ่งเน้น 3 มาตรการหลัก ได้แก่ การป้องกันเชิงรุก การปราบปรามเข้มข้น และการฟื้นฟูผู้เสพให้กลับคืนสู่สังคม

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ ด่านบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา จุดเชื่อมยุทธศาสตร์ลุ่มน้ำโขง ซึ่งมีระบบศุลกากรที่ทันสมัยรองรับการค้าข้ามแดน ไทย-ลาว-จีน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากลาวร่วมบรรยายแนวทางตรวจสอบสินค้าและการสกัดสิ่งผิดกฎหมาย

นอกจากภารกิจวิชาการ คณะ ยธส.16 ยังแสดงพลังจิตอาสา นำโดย พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ประธานรุ่น มอบเงินบริจาค 20,000 บาทจากกิจกรรม “มวยการกุศล” แก่สภากาชาดอุดรธานี เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่

‘เติร์ด ทิลลี่เบิร์ด' โพสต์ขอโทษแทน ‘พ่อ’ ปมพูดจาไม่ดีต่อหมอ-พยาบาลที่กำลังยื้อชีวิตแม่

เมื่อวันที่ (6 ก.ค. 68) นายอนุโรจน์ เกตุเลขา หรือ ‘เติร์ด ทิลลี่เบิร์ด' นักร้องนำวงทิลลี่เบิร์ด โพสต์เฟซบุ๊กว่า สวัสดีครับ ผมเติร์ด อนุโรจน์ เกตุเลขา

จากกรณีที่ผมได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งมีเนื้อหาที่สื่อสารไม่ครบถ้วนและอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด รวมถึงส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบุคลากรทางการแพทย์โดยไม่เจตนา ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงและขออภัยมา ณ โอกาสนี้ครับ

ในเบื้องต้น คุณแม่ของผมป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดระยะที่ 4 และได้รับการวินิจฉัยเมื่อโรคได้ลุกลามไปมากแล้ว ทำให้ครอบครัวของผม โดยเฉพาะคุณพ่อ รู้สึกเสียใจและสะเทือนใจอย่างยิ่ง

ต่อมา คุณแม่มีอาการสำลักขณะกลืนยาและเข้าสู่ภาวะช็อค ทีมแพทย์ได้ทำการปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต แต่เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนนานเกินไป ทำให้คุณแม่ถึงแม้จะฟื้นขึ้นมา แต่ไม่มีสติ และต้องเข้ารับการรักษาอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) เมื่อผมเดินทางไปถึงโรงพยาบาล ขณะนั้นบุคลากรทางการแพทย์กำลังดำเนินการใส่ท่อช่วยหายใจและให้สารน้ำหลายตำแหน่งที่ร่างกายคุณแม่

ในส่วนที่ผมระบุในโพสต์ว่าเป็นพยาบาลที่ดำเนินการในขั้นตอนดังกล่าว ขอเรียนชี้แจงว่าข้อมูลในส่วนนั้นไม่ถูกต้อง ผมขออภัยในความคลาดเคลื่อนนี้ด้วยครับ

ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผมและคุณพ่อตกใจและมีอารมณ์สับสนอย่างมาก คุณพ่อเผลอพูดจาไม่เหมาะสมต่อบุคลากรที่กำลังให้การช่วยเหลือคุณแม่ ซึ่งผมทราบดีว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้น หลังเหตุการณ์วันนั้น ผมคิดว่าตนเองได้เรียนรู้ที่จะเติบโตขึ้น แต่จากผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการโพสต์ของผม ผมได้ตระหนักว่า ผมยังต้องเรียนรู้และรับผิดชอบต่อการสื่อสารของตนเองให้ดียิ่งขึ้น

ผมขอใช้โอกาสนี้ กราบขออภัยบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน รวมถึงโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง และขออภัยต่อสาธารณชนทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากโพสต์ของผม ผมสำนึกผิดอย่างจริงใจ และจะระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคตครับ

‘รถไฟทางคู่ เด่นชัย เชียงราย เชียงของ’ คืบหน้า เจาะทะลุ ‘อุโมงค์ดอยหลวง’ ก่อสร้างเร็วกว่าแผน 19 เดือน

(7 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก รถไฟทางคู่ เด่นชัย เชียงราย เชียงของ ได้โพสต์ความคืบหน้าการก่อสร้าง โดยระบุว่า

“แสงแรกแห่งความสำเร็จ”
“แสงแรกแห่งล้านนา”

ทะลุแล้วนะคะ…อีกหนึ่งความก้าวหน้า อีกขั้นของความสำเร็จ ก้าวข้ามความท้าทาย…การเจาะทะลุ (Break though) ของอุโมงค์ดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ความก้าวหน้าการก่อสร้างเร็วกว่าแผน 19 เดือน

อุโมงค์ดอยหลวง เป็นหนึ่งใน 4 อุโมงค์ของโครงการฯ ความยาว 3,400 เมตร มีการเสริมกำแพงโครงเหล็กและผนังคอนกรีต พร้อมติดตั้งแผ่นกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม มีการจัดการระบบระบายน้ำ การป้องกันน้ำท่วมทั้งภายในและภายนอก พร้อมศึกษาแนวการไหลของน้ำเพื่อรองรับน้ำป่าในฤดูฝน มีทางเชื่อมฉุกเฉิน (cross passages) 14 จุด สำหรับอพยพตามมาตรฐานสากล ในทุก ๆ ระยะ 240 ม. การเจาะอุโมงค์ดอยหลวงที่มีภูมิศาสตร์พื้นผิวและธรณีวิทยาเป็นหินภูเขาไฟ ใช้วิธีการเจาะผ่านหินและดินเหนียว ด้วยวิธี Drill & Blast เจาะและระเบิดร่วมกับงานขุดด้วยเครื่องจักร (Excavator) 

แผนการดำเนินงานขุดเจาะอุโมงค์ รวมทั้งงานคอนกรีตภายในอุโมงค์ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 40 เดือน (3 ปี 4 เดือน) ซึ่งตอนนี้จากการดำเนินงาน สามารถขุดเจาะได้เร็วกว่าแผนประมาณ 19 เดือน ภายหลังจากงานขุดเจาะอุโมงค์แล้ว จะมีการดำเนินงานในส่วนของงานคอนกรีตผนังอุโมงค์ ตามลำดับและตามขั้นตอนต่อไป ความคืบหน้าโดยรวมทั้งหมดของงานก่อสร้างอุโมงค์ดอยหลวง (มิ.ย.68) ประมาณ 54%  เร็วกว่าแผน 7% จาก 100% ของงานก่อสร้างอุโมงค์ทั้งหมด

การก่อสร้างอุโมงค์ดอยหลวงนับเป็นความสำเร็จที่สำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง การเจาะทะลุอุโมงค์เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีและทีมงานผู้เชี่ยวชาญของไทยในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูง เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การบริหารจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โครงการนี้เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและความร่วมมือของคนไทยในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

‘จิราพร’ นำทีมไทยร่วมประชุม BRICS ที่บราซิล ดันความร่วมมือ AI ต้านฟอกเงิน–อาชญากรรมข้ามชาติ

(7 ก.ค. 68) การประชุมผู้นำ BRICS ครั้งที่ 17 เปิดฉากแล้วที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 โดยนางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมในฐานะประเทศหุ้นส่วนเป็นครั้งแรก ร่วมเวทีกับผู้นำจากกว่า 27 ประเทศและองค์การระหว่างประเทศ อาทิ สหประชาชาติ และองค์การการค้าโลก

ไทยเสนอแนวทางเสริมสร้างระบบพหุภาคีที่ตอบโจทย์ประเทศกำลังพัฒนา พร้อมเสนอแนวคิดการระดมทุนเพื่อการพัฒนา การปฏิรูปโครงสร้างการเงินโลก และการใช้ปัญญาประดิษฐ์ร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การฟอกเงิน และภัยไซเบอร์

สำหรับในวันที่ 7 กรกฎาคม น.ส.จิราพร จะกล่าวถ้อยแถลงในหัวข้อ “การขับเคลื่อนสุขภาพโลกและการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านพหุภาคีนิยมแบบมีส่วนร่วม” ต่อที่ประชุมผู้นำ

ทั้งนี้ กลุ่ม BRICS มีประชากรรวมกันเกือบครึ่งโลก และมี GDP รวมคิดเป็น 27.1% ของโลก โดย IMF คาดว่าเศรษฐกิจกลุ่มจะขยายตัว 4.2% ในปี 2568 สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มในระบบเศรษฐกิจโลก

‘สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ’ ทรงขับเคลื่อนยารักษามะเร็งในไทย ประสบความสำเร็จผลิตยามะเร็งชนิดมุ่งเป้า ‘อิมครานิบ 100’

(7 ก.ค. 68) ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนายารักษาโรคมะเร็งชนิดมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ชื่อว่า “อิมครานิบ 100 (IMCRANIB 100)” ซึ่งเป็นยารูปแบบเม็ดตำรับแรกที่ผลิตในประเทศ โดยใช้ตัวยาสำคัญ “อิมาทินิบ” (IMATINIB) ขนาด 100 มิลลิกรัม ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย. เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 พร้อมให้บริการผู้ป่วยที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ในเดือนกรกฎาคมนี้

ยานี้ใช้กลไกยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส ทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะ ช่วยลดผลข้างเคียงและควบคุมการลุกลามของโรค มีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดซีเอ็มแอล มะเร็งเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร และมะเร็งผิวหนังหายาก

ความสำเร็จนี้เกิดจากพระวิริยะอุตสาหะและพระปณิธานอันแน่วแน่ของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงก่อตั้งโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ ณ พระตำหนักพิมานมาศ จังหวัดชลบุรี เพื่อให้คนไทยเข้าถึงยารักษามะเร็งคุณภาพสูง ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

โรงงานแห่งนี้ยังได้รับการรับรองมาตรฐานสากล GMDP PIC/s และมีศักยภาพในการวิจัยและพัฒนายาระดับอุตสาหกรรม พร้อมถ่ายทอดความรู้แก่บุคลากรไทย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านยาและพัฒนาขีดความสามารถด้านเภสัชกรรมของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนายาชีววัตถุ “HERDARA” ซึ่งเป็นทราสทูซูแมบ (Trastuzumab) เวอร์ชันไทย สำหรับรักษามะเร็งเต้านม ภายใต้โครงการ “ศูนย์วิจัยและพัฒนาชีววัตถุ” โดยนักวิจัยไทยทั้งหมด

‘สุชาติ’ ปัดฝุ่นแนวคิดตั้ง ‘ธนาคารพุทธศาสนา’ ดูแลทรัพย์สินวงการสงฆ์ แยกเงินพระ - วัดให้ชัด

(7 ก.ค. 68) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าในส่วนของการแบ่งงานตนจะได้หารือกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี แต่ส่วนตัวทำได้ทุกเรื่อง เพราะอยู่การเมืองมาเกือบ 40 ปี เป็นรัฐมนตรีหลายครั้ง และเคยเป็นรองประธานสภาฯ

เมื่อถามว่า ถ้าต้องดูสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะมีความหนักใจหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่าขณะนี้เกิดวิกฤตวงการสงฆ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้พุทธศาสนิกชนมีความไม่สบายใจ มีความเศร้าหมอง เกี่ยวกับความศรัทธา เพราะฉะนั้น คงต้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยดูว่าปัญหามาจากตรงไหน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องทรัพย์สินของวัด การประพฤติของเจ้าอาวาสหรือพระผู้ใหญ่ ที่ได้รับการบริจาคจำนวนมากจึงต้องไปจัดการที่ต้นตอ

นายสุชาติ กล่าวว่า นโยบายของตนคือจะดำเนินการจัดการทรัพย์สินของวัดให้เป็นระบบ เช่น ควรจำแนกว่าทรัพย์สินของวัดนี้มีจำนวนเท่าไหร่ เป็นของวัดเท่าไหร่ เป็นของพระเท่าไหร่ ซึ่งควรแยกออกจากกันให้ชัดเจน และดำเนินการให้ถูกต้อง และมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ โดยไม่ปล่อยปละละเลย อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาจนเกิดวิกฤตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่าเป็นขบวนการด้วยหรือไม่ เพราะมีเรื่องเกิดขึ้นต่อเนื่อง วิกฤตศรัทธาตรงนี้ต้องรีบแก้ไข บ้านเราประชาชนนับถือศาสนาพุทธเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดวิกฤตแบบนี้ก็เกิดความไม่สบายใจ

นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า จะต้องหารือกับมหาเถรสมาคม และอาจมีการตั้งธนาคารพระพุทธศาสนาขึ้นมาเพื่อดูแลทรัพย์สินของศาสนาโดยเฉพาะ ซึ่งเรื่องนี้ต้องออกกฎหมาย และต้องดูระเบียบทุกอย่างให้ชัดเจน เพราะที่ผ่านมามีระเบียบกฎหมายแต่ทำไมยังมีการฝ่าฝืน ซึ่งตนจะเร่งดำเนินการ และรายงานให้สังคมทราบเป็นระยะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 09.09 น. นายสุชาติ ได้สักการะพระภูมิเจ้าที่ และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล หลังจากเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top