Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

กองทัพไทย ประณาม 'เขมร' ป่าเถื่อน ทิ้งศพทหารเน่าคาพื้นที่การรบ ไร้ซึ่งมนุษยธรรม ละเมิดกม.ระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

(5 ส.ค. 68) เพจ ‘กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force’ โพสต์ข้อความระบุว่า กองทัพไทย ประณาม กัมพูชาปล่อยทิ้งศพทหารเน่าคาพื้นที่การรบ ไร้ซึ่งมนุษยธรรมและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ศพของผู้กล้าที่ควรได้รับเกียรติกลับถูกทอดทิ้งอย่างน่าเวทนา – ครอบครัวต้องเผชิญความเจ็บปวด โดยไร้แม้แต่โอกาสกล่าวอำลาครั้งสุดท้าย

“เกียรติศักดิ์ของทหาร คือเกียรติยศ และความภูมิใจของชาติและแผ่นดิน” เราจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกองทัพกัมพูชาตระหนักถึงหน้าที่ตามหลักสากล และแสดงความรับผิดชอบต่อทหารของตนเอง อย่าคิดแค่ผลประโยชน์เฉพาะหน้าของผู้นำมากกว่าทหารผู้ยอมพลีชีพในสนามรบ

The Royal Thai Armed Forces strongly condemn the Cambodian authorities for abandoning the bodies of their fallen soldiers on the battlefield. Such an inhumane act constitutes a grave violation of international law. Those who have fallen in combat deserve to be treated with honor and dignity — not left to decay in the open. Their families are forced to endure profound sorrow, having been denied even the final opportunity to say farewell.

“The honor of a soldier is the pride and dignity of the nation.” We therefore call upon the Cambodian government and armed forces to fulfill their obligations under international law and demonstrate accountability toward their own service members. The pursuit of short-term political advantage must never come at the expense of those who have made the ultimate sacrifice on the battlefield

กัมพูชาส่งนักกีฬาซีเกมส์แค่ 57 คน จากเดิมแจ้งไว้ 1,500 คน ไทยยืนยันไม่ห้ามเขมรเข้าร่วม เพราะขัดกฎโอลิมปิก

(5 ส.ค. 68) ที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกนักกีฬาไทยเปิดเผยข้อมูลล่าสุดจากชาติอาเซียนสำหรับการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพปลายปี 2568 โดยพบว่า กัมพูชา ซึ่งเคยแจ้งไว้ว่าจะส่งนักกีฬากว่า 1,500 คน กลับเหลือเพียง 57 คนเท่านั้น สร้างความประหลาดใจและข้อสงสัยต่อท่าทีและความพร้อมของฝ่ายกัมพูชา

ขณะที่ชาติอื่นต่างยืนยันตัวเลขนักกีฬาแล้ว เช่น ไทยส่ง 2,134 คน, สิงคโปร์ 1,973 คน, มาเลเซีย 1,824 คน และเวียดนาม 863 คน ส่วนอินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, บรูไน และติมอร์ เลสเต ขอขยายเวลาส่งรายชื่อออกไปถึงวันที่ 1 กันยายนนี้

ทั้งนี้ มีข่าวลือว่าไทยอาจพิจารณา “บอยคอต” กัมพูชา แต่คณะกรรมการโอลิมปิกไทยยืนยันว่าไม่มีอำนาจห้ามชาติใดเข้าร่วม เพราะจะขัดกับกฎบัตรโอลิมปิกที่เน้นเสรีภาพและความเสมอภาคในวงการกีฬา

ด้านกัมพูชายืนยันยังคงเข้าร่วมการแข่งขันแน่นอน พร้อมขอให้แยกการเมืองออกจากกีฬา และย้ำว่าความร่วมมือด้านกีฬาระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ควรถูกกระทบจากประเด็นอื่นใดทั้งสิ้น 

‘แซน ชยิกา’ หลาน ‘ทักษิณ’ แจ้งจับคนปล่อยข่าวไส้ศึกเขมร ลั่นไม่เคยมีผัวเขมร มีเพียงลูกพี่ลูกน้องเคยแต่งงานลูกนักการเมืองใกล้ชิดฮุนเซน หย่าไปแล้วกว่า 5 ปี

เมื่อวันที่ (4 ส.ค. 68) น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นหลานสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวขณะเข้าแจ้งความต่อตำรวจ โดยระบุว่า วันนี้เดินทางมาแจ้งความ ที่ สน. คลองตัน ในกรณีที่มีบุคคลนำภาพดิฉันไปโพสต์และพิมพ์ข้อความประกอบภาพที่เป็นการใส่ร้ายดิฉัน ด้วยข้อความที่เป็นเท็จ กล่าวหาว่าดิฉันเป็นไส้ศึกเขมร โดยมีการโพสต์ ในเฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ พร้อมแชร์และส่งต่อกันในโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลายต่อสาธารณะ 

ทั้งที่ความจริง ดิฉันไม่เคยมีความเกี่ยวข้อง หรือเกี่ยวดองใดๆ กับชาวเขมรค่ะ ดิฉันมีสถานะโสด เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมา 5 ปี ไม่เคยมีสามีเป็นชาวเขมร และเมื่อก่อนเคยมีลูกพี่ลูกน้องแต่งงานกับคนกัมพูชา แต่หย่าขาดมาแล้วกว่า 5 ปี วันนี้จึงขอยืนยันเพิ่มเติมแทนทุกคนในครอบครัวว่า ไม่มีใครในครอบครัวเกี่ยวดองกับชาวเขมรอย่างที่พยายามเชื่อมโยงกล่าวหาเช่นกันค่ะ 

จึงขอใช้สิทธิตามกฎหมายในฐานะประชาชนคนหนึ่ง แจ้งความร้องทุกข์ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้สอบสวนดำเนินคดีในความผิดที่เกี่ยวกับการกระทำดังกล่าวกับบุคคลที่โพสต์ภาพและข้อความใส่ร้ายดิฉันและเครือญาติ อันทำให้ดิฉันและครอบครัวได้รับความเสียหายจนถึงที่สุดรวมถึงผู้ที่แชร์หรือส่งต่อโพสต์และข้อความหรือร่วมแสดงความเห็นในโพสต์ดังกล่าวด้วย 

สุดท้ายนี้ ขอย้ำว่าดิฉันและเครือญาติ เป็นคนไทยที่มีความรักในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะความรักชาติไม่ควรถูกกีดกันเป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นดิฉันก็อยากจะขอความเป็นธรรมจากสังคมด้วยค่ะ

‘ภูมิธรรม’ เซ็นปลดล็อกโป๊กเกอร์ หวังดันสู่เวทีกีฬาสากล ย้ำเปิดแค่เฉพาะกรณี-ยังไม่ถาวร

(4 ส.ค. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ เผยได้ลงนามคำสั่งยกเลิกประกาศปี 2501 เพื่อปลดล็อก “โป๊กเกอร์” ให้ถูกกฎหมาย เปิดทางจัดการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติ แต่ย้ำว่าเป็นการเปิดเฉพาะกรณี ยังไม่ใช่การปลดล็อกถาวร

นายภูมิธรรมระบุว่า โป๊กเกอร์ได้รับการยอมรับว่าเป็นกีฬาในระดับสากล แต่การเปิดให้เล่นในไทยต้องมีการควบคุมเข้มและต้องมีกฎหมายรองรับ จึงตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้กฎหมายให้รอบด้าน พร้อมให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาเพิ่มเติมเพื่อป้องกันปัญหาการมอมเมา

คำสั่งปลดล็อกนี้ มีผลยกเลิกประกาศเดิมของกระทรวงมหาดไทยที่ห้ามเล่นโป๊กเกอร์มาตั้งแต่ปี 2501 โดยใช้มาตรา 17 ของ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 เป็นฐานอำนาจ และจะมีผลตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม การเล่นโป๊กเกอร์ในไทยยังไม่ถือว่าเสรี ต้องทำผ่านกระบวนการขออนุญาตและควบคุมอย่างเคร่งครัด โดยรัฐบาลคาดหวังจะใช้โอกาสนี้พัฒนาไปสู่การแข่งขันกีฬาระดับโลกในอนาคต

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม โพสต์เตือนสติกัมพูชา…อย่าลืมบุญคุณคนไทย เปิดบ้าน-ตั้งค่ายช่วยผู้ลี้ภัยนับแสนยุคเขมรแดง!! แต่วันนี้หันปากกระบอกปืนใส่

(4 ส.ค. 68) สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหมโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ย้อนเหตุการณ์ช่วงปี 1979-1980 ที่ไทยเคยเปิดรับผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชาหลายแสนคนที่หลบหนีจากเขมรแดง โดยระบุว่า “จากคนที่หนีตาย สู่คนที่หันปากกระบอกปืนกลับมา” พร้อมย้ำว่าไทยเคยเป็นที่พึ่งสุดท้ายและไม่ลังเลที่จะช่วย

ในโพสต์ยังเล่าว่า รัฐบาลไทย องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชนคนไทย ได้ช่วยเหลือทั้งอาหาร ที่พักพิง และการรักษาพยาบาล มีการตั้งค่ายผู้ลี้ภัยตามแนวชายแดนหลายแห่ง เช่น ค่ายคลองลึก ค่ายเขาอีด่าง และค่าย Site Two ซึ่งต้อนรับผู้หนีภัยหลายแสนคน แม้ขณะนั้นสถานการณ์จะยังตึงเครียด

หลายครอบครัวเริ่มต้นชีวิตใหม่จากค่ายในไทย บางคนได้ไปอยู่ประเทศที่สาม ขณะที่บางคนกลับบ้านเกิดพร้อมโอกาสใหม่ แต่ไทยกลับถูกตอบแทนด้วยความไม่เป็นมิตรในปัจจุบัน ทางสำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม จึงโพสต์ข้อความนี้เพื่อเตือนให้กัมพูชาทบทวนประวัติศาสตร์ และย้ำว่าไทยเคย “ยื่นมือช่วยอย่างไม่มีเงื่อนไข”

“บางคนเรียนหนังสือที่ครูไทยสอน บางคนรอดชีวิตจากวัณโรค เพราะหมอไทยรักษา บางครอบครัวเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ ก่อนย้ายไปแคนาดา อเมริกา หรือกลับเขมรในเวลาต่อมา แต่ใครจะคิดว่า…เพียงไม่กี่สิบปีต่อมา เขมรกลับลืมทุกอย่าง!!”  สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม โพสต์ทิ้งท้าย

พลังงาน – คปภ. เร่งช่วยเจ้าของปั๊มน้ำมัน อ.กันทรลักษ์ ชี้ เป็นเหตุปะทะไม่ใช่ภัยสงคราม บ.ประกันต้องจ่าย

กระทรวงพลังงาน ร่วมหารือกับ คปภ. เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ต.บ้านผือ อ.กันทรลักษ์ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการยิงลูกระเบิด BM21 จากทางฝั่งกัมพูชา 

(4 ส.ค. 68) พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพลังงาน ได้รับมอบหมายจาก นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายคณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้รับหนังสือขอความอนุเคราะห์และขอความเป็นธรรม จากนางกมลรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ตำบลบ้านผือ อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการยิงลูกระเบิด BM21 ที่ถูกยิงจากฝั่งกัมพูชา เป็นผลให้ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก

โดยพันเอก เฟื่องวิชชุ์ กล่าวว่า แม้ กระทรวงพลังงาน จะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรง แต่กระทรวงพลังงาน โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้ดูแลและเป็นตัวกลางในการประสานงานและหารือกับทาง คปภ. และผู้บริหารของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ (OR) ในการหาแนวทางแก้ไขและช่วยเหลือเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน 

ด้านนายคณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ คปภ. กล่าวว่า จากการตรวจสอบกรมธรรม์ที่ทางเจ้าของสถานีบริการได้ทำไว้กับบริษัทประกันนั้น แม้ในกรมธรรม์จะระบุว่าไม่คุ้มครองภัยจากภัยสงครามหรือการรุกราน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ยังไม่ใช่ภัยจากสงคราม เป็นเพียงการปะทะเท่านั้น จึงถือว่ากรมธรรม์ยังต้องคุ้มครองและจ่ายค่าสินไหมให้กับผู้ได้รับความเสียหาย

ในส่วนของนางกมลรัตน์ พลเศรษฐเลิศ เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ แต่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะสถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อของตนได้รับผลกระทบอย่างมาก ต้องปิดสถานีบริการมากกว่า 3 เดือน มูลค่าความเสียหายกว่า 21 ล้านบาท ซึ่งสถานีบริการน้ำมันดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระเงินกู้กับธนาคาร 

“ผมของแสดงความเสียใจกับเจ้าของสถานีบริการน้ำมันและผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด หลังจากที่ได้ลงพื้นที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งผมก็ได้รับมอบหมายจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้ติดตามช่วยเหลือประชาชน ซึ่งในส่วนของสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับผลกระทบนั้น ผมได้หารือกับทาง คปภ. ซึ่งในเบื้องต้นทาง คปภ. ได้ยืนยันว่า บริษัทประกันต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการปะทะ ไม่ใช่ภัยสงคราม รวมทั้งจะประสานกับทาง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ (OR)ในการหาแนวทางการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว” พันเอก เฟื่องวิชชุ์ กล่าว

สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นแบนเนอร์ #TruthFromThailand พร้อมธงชาติไทย ประกาศให้ทั่วโลกรับรู้ความจริงจากไทย ในนัดอุ่นเกือกฟิออเรนติน่า

(4 ส.ค. 68) ทีมฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรชื่อดังในอังกฤษ ซึ่งบริหารโดยกลุ่มทุนไทย “คิง เพาเวอร์” แสดงจุดยืนช่วยเผยความจริงให้ชาวโลกรับรู้สถานการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ด้วยการขึ้นแบนเนอร์คำว่า #TruthFromThailand พร้อมธงชาติไทย บนข้างสนามและสกอร์บอร์ด ระหว่างเกมอุ่นเครื่องที่เอาชนะ ฟิออเรนตินา ทีมแกร่งจากอิตาลี 2-0 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา

การแสดงออกครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความพยายามของกัมพูชาในการบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มความรุนแรง ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่ากัมพูชาใช้จรวด BM-21 โจมตีใส่พื้นที่พลเรือนฝั่งไทยก่อน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่รุนแรงและละเมิดหลักมนุษยธรรมอย่างยิ่ง

สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังคงตึงเครียดต่อเนื่อง แม้จะมีความพยายามเจรจาหยุดยิงแล้วก็ตาม แต่ยังไม่มีสัญญาณที่แน่ชัดว่าจะยุติความรุนแรงได้ในเร็ววัน ขณะที่ฝ่ายไทยยังยืนยันจุดยืนในการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเข้มแข็ง

สำหรับเลสเตอร์ ซิตี้ เตรียมเปิดฤดูกาลใหม่ในศึกแชมเปียนชิพ อังกฤษ วันที่ 10 สิงหาคม 2568 โดยจะพบกับทีมเชฟฟีลด์ เวนส์เดย์ เวลา 22.30 น. ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นอีกเวทีสำคัญที่สายตาชาวโลกรอจับตา ทั้งในเรื่องกีฬาและท่าทีของสโมสรต่อเหตุการณ์ระหว่างประเทศครั้งนี้

‘บิ๊กเล็ก’ วอนกัมพูชามาเก็บศพทหาร หวั่นโรคระบาด!! อย่าปฏิเสธว่าไม่ใช่ ถ้าวิญญาณทหารเขมรรู้คงเสียใจ

(4 ส.ค. 68) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดน โดยระบุว่า กัมพูชายังไม่มาเก็บศพทหารของตนที่เสียชีวิตหน้าแนวไทย จึงขอให้รีบดำเนินการ เพราะหากทิ้งไว้นานอาจเกิดโรคระบาด และขัดต่อศักดิ์ศรีความเป็นทหาร

“ทหารกัมพูชาเสียชีวิตในพื้นที่กัมพูชาบริเวณหน้าแนวเราเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่เรา เราได้ส่งกลับอย่างสมเกียรติ แต่ก็เสียใจแทนทหารกัมพูชาที่เสียชีวิต เพราะรัฐบาลเขาปฏิเสธว่าไม่ใช่ ถ้าวิญญาณทหารเขารับรู้ได้คงจะเสียใจ ถึงแม้จะเป็นคู่กรณีกันก็ตาม แต่มองว่าเมื่อเสียชีวิตแล้วก็ควรให้เกียรติ” พล.อ.ณัฐพล กล่าว

พล.อ.ณัฐพล ยืนยันว่าไทยดูแลเชลยศึกกัมพูชา 18 นายตามอนุสัญญาเจนีวา และเปิดให้ ICRC เข้าตรวจสอบ พร้อมตั้งเป้าการประชุม GBC รอบนี้ให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจน โดยคณะไทยประกอบด้วยตัวแทนเหล่าทัพ, กระทรวงต่างประเทศ และมหาดไทย ซึ่งจะหารือต่อเนื่องถึงวันที่ 6 ส.ค. ก่อนสรุปผลและนำกลับเข้าพิจารณาในที่ประชุมความมั่นคงฯ

ส่วนข่าวปลอมเรื่องทหารไทยเตรียมบุกกัมพูชานั้น พล.อ.ณัฐพลระบุว่าไม่เป็นความจริง และทำให้สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดโดยไม่จำเป็น พร้อมขอให้ทุกฝ่ายติดตามข้อมูลจาก ศบ.ทก. เท่านั้น เพราะเป็นแหล่งข่าวที่ผ่านการตรวจสอบ ไม่ทำให้ไทยเสียเครดิตในเวทีระหว่างประเทศ

สำหรับกรณีโดรน พล.อ.ณัฐพลระบุว่า ส่วนใหญ่ที่ล้ำแดนมาจากฝั่งกัมพูชา และฝ่ายไทยมีข้อมูลพร้อมตอบโต้ในที่ประชุม ขณะเดียวกันยอมรับว่า คู่เจรจากัมพูชารับมือยาก มักพูดอย่างทำอีกอย่าง ทำให้ไทยต้องประเมินความจริงใจต่อการคืนสู่สันติภาพแบบก้าวต่อก้าว พร้อมย้ำว่าไม่ได้โยนภาระให้กองทัพ แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือและเคารพผลของ GBC อย่างแท้จริง

จเรตำรวจแห่งชาติประชุมวอร์รูม IAC เปิดปฏิบัติการ “ปิดประตูทุบหม้อข้าว” ตั้งเป้า 3 เดือน ล้างบางคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะฐานใหญ่ของโลก

(4 ส.ค. 68) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) /International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (IAC) เป็นประธานการประชุมเปิดปฏิบัติการศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ โดยมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.)/ที่ปรึกษา ศกค. , นายสุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 สำนักงานอัยการสูงสุด/ที่ปรึกษา ศกค. , พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท./รอง ผบ.เหตุการณ์ (1)  , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว/รอง ผบ.เหตุการณ์ (2) , พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 2 , ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมปฏิบัติการในวอร์รูม IAC ร่วมประชุม อาทิ ผู้แทน บช.สอท. , กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง , ตำรวจภูธรภาค 2 , ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ , กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม , ธนาคารแห่งประเทศไทย , สำนักงาน กสทช. , สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ , สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ , สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลบุคคล , สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสถาบันการเงินต่างๆ 

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า “วอร์รูม ศกค.” หรือ IAC นี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศ และนานาประเทศ รวมทั้ง UNODC , FBI , Interpol ร่วมปฏิบัติการ ซึ่งจะทำให้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขทันทีได้ในทุกๆ วัน ขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งระบบ ทุกมิติ ทั้งการปราบปราม การระงับบัญชี การติดตามเส้นเงิน ฯลฯ 

ปัจจุบันพบว่า ประเทศกัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญของเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระดับโลก ซึ่งมีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนในหลายประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการปราบปรามให้หมดสิ้นโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อให้การกวาดล้างฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ “วอร์รูม IAC” ได้กำหนดมาตรการเชิงรุกภายใต้แนวคิด “ปิดประตูทุบหม้อข้าว” พร้อมจัดวางกลไกการทำงานอย่างเป็นระบบ มุ่งปฏิบัติการอย่างเข้มข้น โดยตั้งเป้าให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 3 เดือน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า  ขณะนี้ยังพบว่ามีคนไทยลักลอบข้ามแดนไปทำงานให้กับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชา ซึ่งถือเป็นการกระทำที่เข้าข่าย “ขายชาติ” โดยตำรวจจะเร่งติดตามจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกรายอย่างเด็ดขาด เนื่องจากขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวใช้วิธีการหลอกลวงประชาชนไทย เพื่อนำเงินไปสนับสนุนการจัดหาอาวุธ และก่อความไม่สงบที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ด้วยเหตุนี้ การปราบปรามจึงต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นการตัดเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา และยุติวงจรการหลอกลวงที่สร้างความเสียหายแก่ประชาชนไทยและทั่วโลก
 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจผู้มีจิตศรัทธา มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ให้แก่ผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ รวมมูลค่า 1.5 ล้านบาท

(4 ส.ค. 68) ระหว่างวันที่ 1-3 สิงหาคม พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ห่วงใยประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา มอบหมายให้ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายไปรเทพ ซอโสตถิกุล ผู้ช่วยกรรมการ นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และ นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ มอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ที่นอน เสื่อ ถุงยังชีพ อาหารแห้ง ของเล่นเด็กเล็ก ขนม ฯลฯ ให้แก่พี่น้องประชาชนผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมมูลค่า 1.5 ล้านบาท โดยมี นายจำเริญ แหวนเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายสมบูรณ์ สุธีระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย คณะมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถาน จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์  และ นายวสันต์ ชิงชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย คณะมูลนิธิสุรินทร์สามัคคีกุศลสถานสงเคราะห์ (จิบเต็กเซี่ยงตึ๊ง) เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และ นางสาวชนมณัฐ รอดบุญธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีษะเกษ เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย คณะมูลนิธิศรีสะเกษสงเคราะห์ เป็นผู้ประสานงานและร่วมดำเนินการ ณ ศาลากลางจังหวัด และศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี อาสาสมัครกิตติมศักดิ์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร โอภาสวงศ์ และ นางศิริวรรณ โอภาสวงศ์ ร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายสิ่งของ

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่-อาสาสมัครทุกท่าน ทุกหน่วย ที่ปฏิบัติภารกิจ รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สามารถดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

#ป่อเต็กตึ๊ง #ช่วยชีวิต #รักษาชีวิต #สร้างชีวิต 
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
#ป่อเต็กตึ๊ง #ยึดมั่นอุดมการณ์ #อยู่เคียงข้างทุกวิกฤต
#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top