Tuesday, 30 June 2026
NEWS FEED

ผบ.ตร. ผนึกกำลัง ผู้ว่าฯกทม. ดูแลความปลอดภัยในการประชุม APEC 2022 เตรียมเพิ่มกล้อง CCTV ดึงเทศกิจ พร้อมบูรณาการแก้ปัญหายาเสพติด และการจราจรร่วมกันอย่างจริงจัง

วันนี้ (2 พ.ย. 65) เวลา 09.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รอง ผบ.ตร., รองผู้ว่าฯ กทม. และข้าราชการระดับสูงในสังกัดทั้งสองหน่วยงาน เข้าร่วมประชุมเพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่าง กรุงเทพมหานคร (กทม.) และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในการร่วมมือกันดูแลรักษาความปลอดภัยและการจราจร เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค ปี พ.ศ.2565 รวมทั้งหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด และการจราจรติดขัด

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจรฯ มีดำริให้แสวงหาความร่วมือจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และทุกภาคส่วน เพื่อมีส่วนร่วมในการดูแลความปลอดภัยให้แก่การจัดการประชุมเอเปค วันนี้จึงได้เชิญท่านผู้ว่า กทม. และผู้บริหารระดับสูง มาหารือ เพื่อบูรณาการความร่วมมือกันระหว่าง ตร.​และ กทม. ซึ่งมีเรื่องเร่งด่วน 3 เรื่องที่ต้องหารือร่วมกัน คือ

1. การจัดการประชุมเอเปค 2022 
ซึ่งตร. จะมีการจัดอบรม แนะนำให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่เทศกิจ และพนักงานรักษาความสะอาด พ่อค้าแม่ค้า คนขับรถสาธารณะ เพื่อช่วยให้การสอดส่องดูแลป้องกันเหตุ และเป็นเครือข่ายในการแจ้งเหตุแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะมีรางวัลให้กับผู้แจ้งเหตุจนนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อความไม่สงบ นอกจากนั้น ทาง กทม.จะสนับสนุนติดตั้งกล้อง CCTV เพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมทั้งเส้นทาง สถานที่ประชุม ตลอดจนสถานที่พักของผู้นำประเทศ และผู้เข้าร่วมประชุมด้วย 
2. การแก้ไขปัญหาการจราจร
จะมีการตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในระดับ บช.น. กับ กทม. และ คณะทำงานย่อย ในระดับพื้นที่ สง.เขต กับ บก. และ สน.พื้นที่ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาได้ทันที ใช้ข้อมูลอุบัติเหตุจากระบบ อบถ. มาวิเคราะห์หาจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อย เพื่อทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงในการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้ตั้งป้าย และปรับปรุงแก้ไขลักษณะทางกายภาพได้ถูกต้อง เทศกิจ กับ ตำรวจจราจร จะร่วมมือในการกวดขันรถจอดในที่ห้าม มีการอบรมอาสาจราจรให้กับเทศกิจ  เพื่อจะสามารถช่วยจัดการจราจร การบริหารสัญญาณไฟจราจร โดยใช้ระบบ AI การแก้ปัญหารถบรรทุกฝ่าฝืนวิ่งในเวลาห้ามและขึ้นสะพานที่ห้ามรถบรรทุกขึ้น น้ำหนักรถบรรทุกเกินส่งผลต่อผิวการจราจร และเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือรถจอดเสียส่งผลกระทบการจราจรอย่างมาก รวมทั้งให้ กทม. สามารถเชื่อมฐานข้อมูลจาก อบถ. เพื่อนำไปใช้ในการป้องกันอุบัติเหตุ 

3. การอบรมนักเรียนป้องกันตนเองจากเหตุกราดยิง หรือ Active shooter  
ตร. ได้จัดทำหลักสูตร การอบรมเด็กและเยาวชนในโรงเรียน ทั้งเขต กทม. และทั่วประเทศ เพื่อให้รู้วิธีในการเอาตัวรอดจาก Active shooter เหมือนเหตุการณ์ Terminal 21 และ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.อุทัยสวรรค์ จ.หนองบัวลำภู นอกจากนี้ยังได้มีการหารือแนวทางการป้องกันกรณีคนเหยียบกันเช่น เหตุการณ์โศกนาฏกรรม อิแทวอน ประเทศเกาหลี ซึ่งท่านผู้ว่า กทม. จะเชิญวิทยากรของตำรวจไปอบรมให้กับเด็กนักเรียนครบทุกโรงเรียนใน 50 เขต รวมถึงบริษัทเอกชนด้วย 

ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกัน 4 ด้าน คือ
1. คณะทำงาน Smart safty zone : ซึ่ง ตร.​ ได้นำโครงการ SMART SAFETY ZONE 4.0 มาใช้เพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยจะมีเชื่อมต่อระบบกล้อง CCTV ของ กทม. ,ตร. และ ทุกภาคส่วน 

2. คณะทำงานเรื่องยาเสพติด : ตร.​ได้ขอพื้นที่ในศูนย์คัดกรอง ของ กทม.เป็นสถานที่ดูแลชั่วคราว 24 ชม.ตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 115 ทั้งนี้เพื่อไม่ต้องนำผู้เสพที่สมัครใจบำบัดไปเข้า สน. หรือที่อื่น เนื่องจากเมื่อซักถามแล้วก็ต้องส่งศูนย์คัดกรอง และขอขยายสถานที่การบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด โดยเฉพาะที่มีอาการทางจิตเพิ่มขึ้น เช่น ทุ่งสีกัน กับ ดอนเมือง ในสังกัด ทอ.กห. และร้องขอให้กรมการแพทย์(สบยช.) สนับสนุนและเป็นพี่เลี้ยง ก็จะสามารถรับคนป่วยจิตเวชในพื้นที่ กทม.ที่ผ่านการบำบัดแล้วได้ อันเป็นการเพิ่มจำนวนเตียงให้กับ กทม.ด้วย

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือกรณีตำรวจค้นหาผู้ใช้ ผู้เสพ ผู้ติดที่สมัครใจบำบัด ได้แล้วส่งศูนย์คัดกรอง ให้ กทม.ใช้กระบวนการบำบัดรักษาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน CBTx โดย ตำรวจจะสนับสนุนการปฏิบัติเพื่อคืนคนดีสู่สังคม

หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ส่งชุดครูฝึกค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (USAR TEAM) พร้อมอุปกรณ์ เดินทางและมอบอุปกรณ์ให้กับชุด USAR TEAM

วันนี้ (2 พ.ย. 2565) กองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งและกองพันรักษาฝั่งที่ 11 และกรมรักษาฝังที่ 1 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พล.ร.ท.อาภากร อยู่คงแก้วผบ.ทรภ.3 ,นาวาโทศักรินทร์ ซื่อสงวน ผู้บังคับกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 นาวาโท กัณฑภณ ศุกระรงคะ ผู้บังคับกองพันรักษาฝั่งที่ 11 กรมรักษาฝั่งที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ชุดครูฝึกค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง(USAR TEAM)ได้ฝึกการอบรมทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติฝึกทบทวนและมอบอุปกรณ์ให้กับชุด USAR TEAMเป็นการพัฒนาศักยภาพการกู้ชีพและแนะนำอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยโดยระบบเชือกขั้นพื้นฐาน และการบำรุงรักษาอุปกรณ์,ระบบบัญชาการณ์เหตุการณ์ และการปฏิบัติงานค้นหาและกู้ภัย,การใช้เปลตะกร้าและเปลSked, การค้นหาและกู้ภัยอย่างรวดเร็ว ( ASR3 ) การค้นหาทางกายภาพ,เทคนิคการตัดเจาะ, เทคนิคการเคลื่อนย้ายวัตถุหนักออกจากผู้ประสบภัยและการทำระบบเชือกในแบบต่างๆผู้เข้าฝึกในครั้งนี้จำนวน 36 นาย การอบรมครั้งนี้อบรมตั้งแต่วันที่ (28 ต.ค. 65 ถึง 1 พ.ย.65) รวมเป็นระยะเวลา 5 วันและวันนี้มีการตรวจเยี่ยม ชมการสาธิตต่าง ๆ และมอบอุปกรณ์ การกู้ภัยให้กับ ชุด USAR TEAM ของกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 และมีนายโชคชัย เมืองสง หัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามประมงทะเลจังหวัดพังาและมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าชม การสาธิตครั้งนี้ด้วย

นาวาโทศักรินทร์ ซื่อสงวน ผู้บังคับกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กล่าวว่า การจัดตั้งทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search and Rescue: USAR) มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาขีดความสามารถสำหรับเป็นทรัพยากรส่วนหนึ่งของโครงสร้างการสนับสนุนในภาวะฉุกเฉิน (สปฉ.) ในส่วนงานด้านการค้นหาและกู้ภัยหรือ สปฉ.9โดยมีกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ซึ่งจะถูกสถาปนาขึ้นเพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการค้นหาและกู้ภัยของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเมื่อเกิดสาธารณภัยระดับ 3 และ 4 และ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด สำหรับสาธารณภัยระดับ 1 และ 2 ดังที่ระบุไว้ในแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ผบ.ทร. และหน่วยควบคุมทางยุทธการโดย ผบ.ทรภ.3 ที่ต้องการมีหน่วยที่จะใช้งานในการค้นหาและช่วยชีวิตในเขตเมืองในภาวะวิกฤติ นอกจากกำลังพลของ ทร.ปกติที่ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนทุกครั้งเมื่อเกิดความเดือดร้อนต่าง ๆ ที่กระทำในทันทีที่มีภัย 

ผบ.ทบ. สั่งคุมเข้มเข้าออกชายแดน หนุนการประชุมเอเปค สร้างเชื่อมั่นระดับสากล

เอเปคปลอดภัย.!! ทบ.สนับสนุน การจัดประชุมเอเปคตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เข้มเข้าออกชายแดน

เมื่อวันที่ (2 พ.ย. 65) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกประจำเดือนพฤศจิกายน โดยนำข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในเรื่องและให้เหล่าทัพสนับสนุนการจัดประชุม APEC2022 ตามมาตรการรักษาความปลอดภัยด้านต่าง ๆ อย่างรัดกุม เน้นการรักษาความปลอดภัยดูแล การเข้าออกในพื้นที่ชายแดน ด้วยมาตรการที่เหมาะสม และทุกหน่วยต้องให้การสนับสนุนและพร้อมที่จะช่วยกันดูแลให้การจัดประชุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ทั้งในด้านการพัฒนา ระบบเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล ซึ่งกองทัพบกจะสนับสนุนทรัพยากรในทุกด้านอย่างเต็มที่

'กองสลากฯ' ยัน ผลการออกรางวัลโปร่งใส ชี้!! ทุกหมายเลขมีโอกาสออกได้หมด

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวภายหลังการออกรางวัลงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ว่า สลากดิจิทัลงวดที่ผ่านมา มีรางวัลที่ 1 จำนวน 14 ใบ รวมเป็นเงิน 84 ล้านบาท โดยผู้ถูกรางวัลที่ 1 รายเดียว 10 ใบ ได้รับเงินรางวัล 60 ล้านบาท ส่วนอีก 4 ใบ เป็นของผู้โชคดี 2 ราย ถูกรางวัลรายละ 2 ใบ คนละ 12 ล้านบาท 

สำหรับสลากดิจิทัล งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 มีจำนวน 14,929,000 ใบ โดยสลากทั้งหมด เป็นของตัวแทนจำหน่าย 29,858 ราย จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 เวลา 06.00 - 23.00 น. ทุกวัน จนกว่าสลากจะหมด

สำหรับการอำนวยความสะดวก ในการรับเงินให้เป็นไปด้วยความสะดวก ง่าย ไม่ยุ่งยาก ด้วยการโอนเงินรางวัล ผ่าน G-Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง ได้ภายใน 2 ชั่วโมง ซึ่งผู้ถูกรางวัลสามารถโอนต่อไปยังบัญชีของธนาคารอะไรก็ได้ จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในเดือนมกราคม 2566 อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ทางสำนักงานสลากฯ ยังได้แจงถึงการออกรางวัลของสำนักงานฯ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ว่า เป็นไปด้วยความโปร่งใส และถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ 

นักเรียนเฮ !! ดีใจที่ได้ใช้บริการ รถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า ไทยสมายล์บัส สาย 4-34 วงกลมเคหะธนบุรี-พระประแดง

วันนี้ (1 พฤศจิกายน 65) นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด ได้ร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์ การให้บริการเส้นทางใหม่ ของรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า ไทย สมายล์ บัส สาย 4-34 เส้นทางวงกลมเคหะธนบุรี - พระประแดง ณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี  โดยมี  ดร.ศรายุทธ รัตนปัญญา ผู้อำนวยการสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี   นายพิศณุ สีพล นายกสมาคม ครู ผู้ปกครองและศิษย์เก่า  โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี และ ดร.นิวัตร นาคะเวช นายกสมาคมครูผู้ปกครอง แห่งประเทศไทย ได้ให้การต้อนรับ 

ดร.นิวัตร นาคะเวช นายกสภาผู้ปกครองและครูแห่งประเทศไทย อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  เปิดเผยว่า ในช่วงปีพุทธศักราชที่ 2553-2563 สมาคมผู้ปกครอง ครูและศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี และเครือข่ายผู้ปกครองฯ ได้ผลักดันเรียกร้องให้ส่วนราชการและผู้ประกอบการรถเมล์ประจำทางให้จัดรถประจำทางสาธารณะมาวิ่งผ่านหน้าโรงเรียน ซึ่งรอคอยมาถึง 13 ปี และวันนี้ นับเป็นข่าวที่น่ายินดีสำหรับนักเรียนและผู้ปกครองตลอดจนประชาชนทั่วไปที่จะได้เดินทางสัญจรด้วยรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า สาย 4-34 ที่ให้บริการผ่านหน้าโรงเรียนและบริเวณใกล้เคียง ด้วยความสะดวก ประหยัดและปลอดภัย เพราะการมีรถเมล์ไฟฟ้า ผ่านโรงเรียน จะเพิ่มโอกาส ให้กับ ผู้ปกครองและ นักเรียนที่ไม่มีรถส่วนตัว หรือผู้ปกครองมีรถส่วนตัวที่ไม่สามารถมาส่งลูกได้ ได้มีโอกาสเข้าถึงยังโรงเรียนที่มีคุณภาพดีได้   

ดร.นิวัตร ยังกล่าวว่า ทั้งนีัรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า สามารถลดความเหลื่อมล้ำ ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการได้ในระดับหนึ่ง

'บิ๊กป้อม' ยืนยันในที่ประชุม ครม. คนไทยได้ดูบอลโลกแน่นอน ใช้งบ กสทช.

(1 พ.ย. 65) ในช่วงท้ายการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้การันตีกับที่ประชุม ครม.ว่า คนไทยจะได้ชมฟุตบอลโลกแน่นอน ส่วนงบประมาณหลักในการถ่ายทอดสดจะใช้งบจาก กสทช. ไม่ต้องกวนเอกชน โดยจะถ่ายทอดสดระหว่างวันที่ 21 พ.ย. – 18 ธ.ค.65

กระทรวงเกษตรฯ ผนึกจังหวัดเพชรบุรีเดินหน้าโครงการแก้ไขปัญหาลิงแสมพระนครคีรีเป็นตัวอย่างต้นแบบ

'อลงกรณ์' นำทีมกรมปศุสัตว์สำรวจเขาวังและเกาะลิงแก่งกระจานพร้อมดึงมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าร่วมทีม หวังฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเพชรบุรีโดยเร็ว

รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แจ้งวันนี้ว่า นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานการประชุมและลงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อม 'โครงการแก้ไขปัญหาลิงแสมบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) จังหวัดเพชรบุรี' โดยประชุมหารือร่วมกับ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธีระวุฒิ สุวัฒน์เชาว์ ที่ปรึกษากรมปศุสัตว์ด้านการจัดสวัสดิภาพสัตว์ นายสมเกียรติ พันธ์ศรี ผู้อำนวยการกองสวัสดิภาพสัตว์และสัตว์แพทย์บริการ กรมปศุสัตว์ นางสาวศิริวรรณ เครือเล็ก เกษตรและสหกรณ์จังหวัด นายกรรัตน์ คุ้มกระ ปศุสัตว์จังหวัด Mr.Edwin Wiek ประธานมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้ผู้แทนกรมปศุสัตว์แจ้งต่อที่ประชุมว่าดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายให้กรมปศุสัตว์เร่งแก้ไขปัญหาประชากรลิงแสมที่เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วในชุมชนเมืองของหลายจังหวัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคฝีดาษลิงและโรคอื่น ๆ ที่ลิงเป็นพาหะสู่คน โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) จังหวัดเพชรบุรีซึ่งจะเป็นโครงการนำร่องภายใต้เพชรบุรีโมเดล จึงได้จัดทำโครงการทั้งแผนงานและงบประมาณเสร็จแล้วและเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการแก้ไขปัญหาลิงแสมบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) จังหวัดเพชรบุรีโดยมี นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นรองประธาน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเพชรบุรี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พระนครคีรีหน่วยงานภายใต้กรมปศุสัตว์และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช หน่วยราชการในจังหวัดเพชรบุรีองค์กรภาคประชาชนและองค์กรภาคประชาชนในจังหวัดเพชรบุรี เป็นกรรมการ โดยมีรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นกรรมการและเลขานุการ บูรณาการทำงานร่วมกันให้บรรลุเป้าหมายโดยเร็วที่สุด

นายอลงกรณ์ได้กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่สนับสนุนและให้ความร่วมมือในโครงการนี้ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดโรคต่างๆที่ลิงเป็นพาหะสู่คน ยังช่วยฟื้นฟูธุรกิจการค้าและพระนครคีรีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเพชรบุรีที่ซบเซามาหลายปีรวมทั้งทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนและชุมชนดีขึ้นมีรายได้และอาชีพเพิ่มขึ้น

จากนั้น ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ ได้นำคณะลงพื้นที่สำรวจลิงแสมที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เขาวังและร้านค้าตลอดจนบ้านเรือนชุมชนและวัดจากนั้นเดินทางไปขึ้นเรือกรมประมงสำรวจเกาะลิงซึ่งอยู่ในเขื่อนแก่งกระจาน เพื่อดูสภาพความเป็นอยู่ของลิงแสมโดยมีรองนายกอบต.แก่งกระจานร่วมสำรวจพื้นที่เกาะต่างๆที่มีความเหมาะสมสำหรับการจัดตั้งเป็นเขตอนุรักษ์ลิงแสมเพื่อการเรียนรู้กรณีมีความจำเป็นต้องย้ายลิงแสมจากเขาวังออกจากพื้นที่เดิม นอกจากนี้นายอลงกรณ์และคณะได้เยี่ยมชมศูนย์ช่วยเหลือและอนุรักษ์สัตว์ป่าของมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า (Wildlife Friends Foundation)ที่อำเภอท่ายางและหารือถึงความร่วมมือในการดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ ประสบการณ์การย้ายลิงออกจากพื้นที่ เทคนิคการทำหมันลิง ซึ่งในพื้นที่กว่า500ไร่ของมูลนิธิมีโรงพยาบาลสัตว์ พื้นที่พักฟื้นและพักพิงสัตว์ต่างๆกว่า800ตัวรวมทั้งลิงกว่า 300 ตัว โดยมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเกือบ100 คนที่มีความรู้ความสามารถพร้อมที่จะให้การสนับสนุนโครงการ

‘ปลัดแรงงาน’ ลงพื้นที่นครสวรรค์ กำชับเจ้าหน้าที่ให้ความร่วมมือกับจังหวัด ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 เวลา 15.30 น. นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงานด้านแรงงานตามนโยบายของรัฐบาล และรับฟังประเด็นปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน สำนักงานแรงงานจังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครสวรรค์ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครสวรรค์ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์ และศูนย์ความปลอดภัยในการทำงาน เขต 6 ในการให้ความช่วยเหลือสถานประกอบการและลูกจ้างที่ประสบภัยในพื้นที่ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์ 

ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในสิ่งที่สามารถทำได้ โดยไม่ยึดติดกับหน้าที่หลักของกระทรวงแรงงาน และให้ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยรับฟังข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหลัก รวมถึงใช้สถานที่ของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์ และอุปกรณ์ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนสูงสุด

'ตรีนุช' ตั้งเป้าสิ้นปีการศึกษา 2565 เด็กออกกลางคันเป็นศูนย์ พร้อมเน้นให้ครูเข้าใจนักเรียนเป็นรายบุคคล

(1 พ.ย. 65) ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ให้แก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนทั่วประเทศ ผ่าน OBEC Channel ว่า ขอบคุณทุกคนที่ได้นำนโยบายของกระทรวงไปปฏิบัติให้มีผลสำเร็จมีความคืบหน้าตามลำดับ ซึ่งในโอกาสเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ขอเน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาที่สำคัญในการดูแลพัฒนาการของนักเรียนอย่างเป็นองค์รวม ได้แก่ ความปลอดภัยในสถานศึกษา ทั้งด้านการเดินทางไป-กลับของนักเรียน การจัดสภาพแวดล้อมสถานศึกษาให้ปลอดภัย การให้บริการดูแลด้านโภชนาการ และสุขภาพ การป้องกันภัยธรรมชาติ และที่สำคัญ คือ การป้องกันภัยจากยาเสพติด และภัยจากอาวุธปืน ซึ่งต้องไม่เกิดขึ้นในสถานศึกษาอย่างเด็ดขาด และต้องปฏิบัติอย่างเข้มข้น ตามหลัก 3 ป. ได้แก่ ป้องกัน, ปลูกฝัง และ ปราบปราม ภายใต้โครงการ MOE Safety Center เพื่อสร้างความปลอดภัยให้นักศึกษา ครู และบุคลากรทุกคน

“ในการเปิดภาคเรียนที่ 2/2565 นี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้มุ่งเน้นให้ครูกระชับความสัมพันธ์กับนักเรียนและผู้ปกครองมากขึ้น เพื่อทำให้เข้าใจนักเรียนเป็นรายบุคคล ทั้งนิสัยและชีวิตความเป็นอยู่ ได้พูดคุยกับผู้ปกครองโดยตรง เพื่อร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องเหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายผู้ปกครองและชุมชนให้ช่วยกันเฝ้าระวัง และมีส่วนร่วมในการแจ้งเหตุความไม่ปลอดภัย ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองไว้วางใจในการนำผู้เรียนมาอยู่ภายใต้การดูแลของเราผ่านการเยี่ยมบ้านนักเรียน” นางสาวตรีนุช กล่าว

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า เราจะสร้างความเข้มแข็งให้แก่นักเรียน ผ่านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ‘Screening Learning Loss’ ครอบคลุม 4 มิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ดำเนินการแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอย ด้วยการนำข้อมูลนักเรียนมาใช้ในการออกแบบการเรียนการสอนที่เหมาะสม และป้องกันเด็กนักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งโครงการพาน้องกลับมาเรียน ยังเป็นนโยบายสำคัญที่เดินหน้าต่อเนื่อง โดยติดตามเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาครบ 100% และ ทำให้การออกกลางคันเป็นศูนย์ (zero drop out) ในปีการศึกษา 2565 นี้ นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์ม School Mental Health ระบบดูแลนักเรียนและครูในสถานศึกษา ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อตรวจสภาพจิตใจของเด็กและครู ซึ่งสถานศึกษาสามารถประสานกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อขอรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือเกี่ยวกับสุขภาพจิตได้

รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า การยกระดับคุณภาพทางการศึกษา และการแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ที่ถดถอยนั้น ให้โรงเรียนจัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริม ชดเชย หรือ กิจกรรมเสริมทักษะเพิ่มเติมตามความถนัด ความสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน โดยนำการเรียนการสอนรูปแบบ Active Learning มาใช้ช่วยให้ผู้เรียน เรียนอย่างมีความสุข สนุก และมีทักษะการคิด ซึ่งจะทำให้เรียนรู้ได้เร็วและนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ และขอให้เพิ่มความสำคัญในวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง เพื่อสร้างสำนึกของความเป็นไทย รักในการเป็นชาติของเรา โดยจัดการเรียนรู้ตามความพร้อม และเหมาะสมในแต่ละบริบทพื้นที่

นางสาวตรีนุช กล่าวด้วยว่า สำหรับนักเรียนที่จะจบชั้น ม. 3 สถานศึกษาควรสำรวจความต้องการในการศึกษาต่อสายอาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อม ให้คำแนะนำและส่งต่อเข้าสู่โครงการ ‘อาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ’ ในปีการศึกษา 2566 โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ครอบครัวประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่าย สำหรับหลักสูตรทวิศึกษา ซึ่งเป็นการเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย เมื่อสำเร็จการศึกษาผู้เรียนจะได้รับวุฒิการศึกษาทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) นั้น ตนได้มอบหมายให้ สพฐ. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดทำแผนระดับจังหวัดว่า ควรจัดทวิศึกษารายวิชาใด ในโรงเรียนไหน โดยให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ทั้งแก้ไขปัญหา และข้อจำกัดจากการดำเนินงานในอดีต โดยเป้าหมายระยะสั้น เน้นการเรียนการสอนทวิศึกษาในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์, โรงเรียนตามโครงการพระราชดำริ และโรงเรียนที่มีความพร้อม

DSI จับมือ ปปง. ประสานความร่วมมือในการป้องกันและปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน 'เน้นยึดทรัพย์อาชญากรข้ามชาติ'

ตามที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการตัดวงจรการกระทำผิดโดยมุ่งเน้นให้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของกลุ่มเครือข่ายผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และอาชญากรรมที่เป็นภัยร้ายแรง มิให้มีศักยภาพในการกระทำผิดอีก ตามความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันการแพร่กระจายยาเสพติด อันเป็นหลักประกันให้กับประชาคมโลก และสร้างความเชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายให้ครอบคลุมทุกด้านอย่างยั่งยืน นั้น

วานนี้ (วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2565) ที่สำนักงาน ปปง. นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะ เข้าพบ นายเทพสุ บวรโชติดารา รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และคณะ เพื่อหารือในความร่วมมือการปฏิบัติการเชิงบูรณาในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 3 ด้าน คือ ด้านการป้องกัน ด้านปราบปราม และด้านการพัฒนา ภายใต้ภารกิจหลัก ดังนี้ 

1. ภารกิจด้านการตรวจสอบ วิเคราะห์เส้นทางการเงิน สำนักงาน ปปง. จะสนับสนุนข้อมูล เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในการสืบสวน สอบสวน หรือสืบสวนขยายผลเครือข่ายการกระทำผิดตาม พรบ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 โดยจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรเฉพาะสำหรับการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานทั้งสองด้วย
2. ภารกิจด้านการสอบสวน ด้านสำนักงาน ปปง. จะดำเนินการนำข้อมูลสำนวนคดีที่มีหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่มีมูลค่าตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไป และ ที่ส่งเรื่องให้อัยการพิจารณาเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือชดใช้คืนแก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน และที่ปรากฎพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน ที่มีลักษณะตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) (ก)-(จ) แห่ง พรบ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 โดยทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะส่งมอบสำนวนคดีพิเศษ ทรัพย์สิน (หากมี) ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินการตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 
3. ภารกิจด้านการสืบสวนหาข้อมูล และทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะให้การสนับสนุนด้านการสืบสวนหาข้อมูล ข่าวสาร และของบุคคลหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐาน หรือความผิดฐานฟอกเงิน ตามที่ได้รับแจ้งจากสำนักงาน ปปง.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top