Tuesday, 30 June 2026
NEWS FEED

 ผบ.ตร.สั่งการชุด PCT รวบแก๊งแขกดำตุ๋นขายเพชรเก๊ 16 ล้าน

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ (3 พ.ย. 65) มีผู้เสียหาย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสน.บางขุนนนท์ ว่าประมานวันที่ ฝ15 มิ.ย. 65 ถึง 20 ต.ค. 65 ได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวง โดยเอาเพชรปลอมมาจำนำครั้งละ 1-2 เม็ด ตามร้านสาขาต่าง ๆ รวม  21 ครั้ง ทำให้ได้รับความเสียหายเป็นเงินกว่า 16 ล้านบาท          

จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ มีผู้ร่วมขบวนการเป็นชาวต่างชาติ และแหล่งผลิตทำเพชรปลอมนำเข้ามาจากต่างประเทศ พร้อมทั้งมีการทำใบรับรอง หรือที่เรียกว่า 'ใบเซอร์' ตบตาทางร้านได้อย่างแนบเนียนจนทางร้านผู้เสียหายหลงเชื่อ รับจำนำเพชรในราคาที่สูง แต่ได้ 'เพชรปลอม' สูญเงินจำนวนมาก จากแผนประทุษกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างยิ่ง     

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.
ศปอส.ตร (PCT) ให้ปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในทุกรูปแบบที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก จึงเร่งรัดสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./หน.ชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5 ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว

เมื่อวันที่ (3 พ.ย. 65) เวลาประมาณ 15.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ได้นำกำลัง เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5  พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง , พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ จงเจริญ , พ.ต.ต.สุริยะ น้อยภักดี , พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ เสวกวัง , ร.ต.อ.ปรมา ปราณี, ร.ต.ท.พุฒิพงศ์ กองแก้ว , จ.ส.ต.สรศักดิ์ ด้วงชู, ส.ต.ท.จิรวัฒน์ ศรีมั่นมีชัย ร่วมกันจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ผู้ต้องหาจำนวน 2 รายเป็นชาวต่างชาติ 1 และชาวไทย 1 ราย คือ

1. Mr.Sajan Dilpkumar Shah หรือ นายซาจัน ดิบคูมาร์ อายุ 32 ปี สัญชาติ อินเดีย ผู้ต้องหา
ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.549/2565 ลงวันที่ 3 พ.ย. 65 
2. นายธนะสิทธิ์ สถิตมงคลไพศาล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/436 ซ.ศาลธนบุรี 29/2 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ จ.กรุงเทพฯ ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.548/2565 ลงวันที่ 3 พ.ย. 65 

โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันฉ้อโกง , ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม พร้อมตรวจยึด 
1. ตั๋วรับจำนำจำนวน 10 ฉบับ 
2. วัตถุคล้ายเพชรอีกเป็นจำนวน 18 รายการ 
3. ใบรับรองเพชร จำนวน 19 ฉบับ 
4. โทรศัพท์มือถือ Sumsang Galaxy S22 Ultra สีชมพู จำนวน 1 เครื่อง 
5. สมุดบัญชีธนาคารชื่อบัญชี Mr.Sajan Dilipkumar จำนวน 1 เล่ม 
6. นามบัตรของ Mr.Sajan Shah (Sajji) S.D.Diamond จำนวน 4 ใบ
7. นาฬิกาข้อมือโลหะสีเงิน จำนวน 1 เรือน
8. โทรศัพท์มือถือ Sumsung Galaxy F62 สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง
9. เอกสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจเกี่ยวกับเพชรจำนวน 7 ฉบับ

จับกุมตัว Mr.Sajan Dilpkumar Shah ได้ที่ ถนนในซอยอินทรพิทักษ์ 1 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร พฤติการณ์กล่าวคือ ภายหลังผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางขุนนนท์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด PCT ชุดที่ 5 ได้วิเคราะห์แผนประทุษกรรมโดยละเอียดของกลุ่มคนร้ายจะใช้การลบแก้ไขข้อความบางส่วน โดยทำลายบริเวณของคำว่า 'LABGROWN' คือเพชรที่ทำสังเคราะห์ขึ้นในห้องปฎิบัติการ โดยลบให้เหลือแค่คำว่า “BGROW” ซึ่งยังมองเห็นด้วยกล่องที่ส่องกำลังขยาย และจะมีการยิงเลเซอร์ที่ขอบเพชร ให้ตรงกับหมายเลขประจำใบรับรอง หรือ 'ใบเซอร์' ซึ่งทั้งตัวเพชรและใบเซอร์ต่างถูกปลอมขึ้นทั้งสิ้น เมื่อผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบโดยละเอียด ตามขนาดของเพชรที่นำมาจำนำมีความแตกต่างของขนาดไปจากข้อมูลบนใบรับรอง , บริเวณขอบเพชรพบว่ามีการทำลายบริเวณของคำว่า “LABGROWN” ให้เหลือเพียง “BGROW” , ตำหนิภายในของเพชรที่นำมาจำนำพบว่าไม่ตรงกับข้อมูลบนใบรับรอง , ลักษณะของใบรับรองปลอมแปลงที่แตกต่างไปจากใบรับรองตัวจริงจากสถาบัน GIA  ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น./หน.ชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ PCT ชุดที่ 5 ลงพื้นที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด จนสามารถพิสูจน์ทราบผู้ร่วมขบวนการทั้ง 2 คน ได้คือ Mr.Sajan Dilpkumar Shah หรือ นายซาจัน ดิบคูมาร์ อายุ 32 ปี สัญชาติ อินเดีย และ นายธนะสิทธิ์ สถิตมงคลไพศาล อายุ 45 ปี สัญชาติไทย  ผู้ต้องหาทั้ง 2 จะเดินทางมาก่อเหตุหลอกจำนำเพชรที่ร้านรับจำนำพร้อมกันทุกครั้ง และจากข้อมูลการสืบสวนทราบว่า Mr.Sajan จะเดินทางไปมาระหว่างประเทศไทย – อินเดีย เป็นจำนวน 4 ครั้ง ในช่วงเดือน ต.ค. 65 ที่ผ่านมา  เพื่อลักลอบนำเพชรปลอมเหล่านี้มาจากต่างประเทศ  

‘คอนโดปะการัง’ ระบบนิเวศแห่งใหม่ใต้แท่นขุดน้ำมัน ที่พี่ไทยคิดไว้แล้ว ผ่านแนวคิด 'ทะเลเพื่อชีวิต'

(4 พ.ย. 65) เพจ Open Up ได้โพสต์เรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับ ‘บ้านหลังใหม่ของเหล่าสัตว์ทะเล’ ที่สร้างระบบนิเวศแห่งใหม่ด้วยการเปลี่ยนแท่นขุดน้ำมันเป็นปะการังเทียมให้เหล่าน้อง ๆ ไว้ว่า...

ส่วนใหญ่คนมักจะคิดว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันเป็นเหมือนกับปราสาทของเหล่าตัวร้ายจากในการ์ตูนหรือหนัง เพราะคนยังติดภาพจำที่ว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันเหล่านี้อาจจะไปสร้างทับบ้านของเหล่าน้อง ๆ สัตว์ทะเลหรือไม่ก็ทำให้ระบบนิเวศในบริเวณนั้นเกิดความเสียหาย 

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ถ้าจะบอกว่าแท่นขุดน้ำมันเหล่านี้มันถูก ‘คิดค้น’ มาเพื่อเป็นบ้านของสิ่งมีชีวิตทางทะเลด้วยนะ 

เรื่องมันเป็นอย่างนี้ เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนผมได้ไปเจอเข้ากับวิดีโอตัวหนึ่งในยูทูป เขาเล่าเกี่ยวกับเรื่องของโครงการ 'Rigs-to-Reef' หรือการเปลี่ยนแท่นขุดเจาะที่ปลดประจำการแล้วให้กลายเป็นปะการังเทียมเพื่อให้สิ่งมีชีวิตทางทะเลได้เข้ามาตั้งรกรากใต้แท่นขุดเจาะ 

แล้วมันมีข้อดีอะไรหลาย ๆ คนอาจจะสงสัย เพราะถ้าพูดถึงของเทียมมันก็ต้องดีไม่เท่าของแท้อยู่แล้ว แต่ผมบอกเลยว่าไม่ใช่แบบนั้นถึงจะขึ้นชื่อว่าปะการังเทียมแต่จริง ๆ แล้วมันมีข้อดีมากกว่าปะการังแท้ ๆ อีกนะ ก็อย่างเช่น ...

รมว.สุชาติ เร่งขับเคลื่อนระบบประกันสังคมให้ทันสมัย ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ประกันตน

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการจัดงานประชุมวิชาการประกันสังคม 5 ภาค ประจำปี 2565 (ภาคกลาง) Modernizing SSO 2022 : ก้าวสู่ระบบประกันสังคมที่ทันสมัย พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง 'นโยบายการพัฒนา และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงาน' โดยมี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงานให้การต้อนรับ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

นายสุชาติ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจความสำคัญของงานประกันสังคมแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อรับฟังความคิดเห็นในการพัฒนางานประกันสังคมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสำนักงานประกันสังคมสามารถนำไปใช้ขยายผลได้ในอนาคต โดยรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยเร็ว ภายหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการช่วยเหลือนายจ้าง และผู้ประกันตนมาโดยการลดอัตราเงินสมทบ การนำส่งเงินสมทบผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ การปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน ตลอดจนสิทธิประโยชน์และการให้บริการทางการแพทย์กรณีโรคโควิด-19 

'หมอยง' เตือน 'ไข้ปวดข้อยุงลาย' กำลังระบาดหนักใน กทม.

‘หมอยง’ เตือน ไข้ปวดข้อยุงลาย กำลังระบาดหนักในกรุงเทพมหานคร แนะทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ระวังไม่ให้โดนยุงกัด

(4 พ.ย. 65) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคที่นำโดยยุงกำลังระบาดมาก

โรคไข้ปวดข้อยุงลาย chikungunya กำลังระบาดมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

เดิมโรคนี้ เมื่อกว่า 10 ปีก่อน จะนำโดยยุงลายสวน (Aedes albopictus) ระบาดมากในสวนยางและทางปักษ์ใต้ แต่ตั้งแต่มี 2561 เป็นต้นมา การเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของไวรัส ปรับตัวให้เหมาะสมข้าวกับยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) เป็นยุงชนิดเดียวกันที่นำโรคไข้เลือดออก ไข้ไวรัสซิกา ทำให้การระบาดเข้าสู่ในเมืองรวมทั้งกรุงเทพฯ การระบาดเกิดขึ้นมากในปี 2561 จนถึง 2562 หลังจากการระบาดของ covid 19 โรคอยู่เหมือนลดลง แต่ก็ยังพบได้ตลอด จนมาถึงเดือนที่แล้วและเดือนนี้ พบผู้ป่วยไข้ปวดข้อยุงลาย ไข้ไวรัส zika และไข้เลือดออกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แม้ในกรุงเทพฯ

ไข้ปวดข้อยุงลาย เป็นได้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่และสูงอายุ จะมีอาการไข้และปวดข้อ มีผื่นตาแดง บางครั้งรักษาอาการก็แยกกันยากกับไวรัสซิก้า และ ไข้เลือดออก การระบาดมักจะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในกรุงเทพฯ เอง

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดแถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาส 3 ปี 2565

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ที่ ห้องปัญญาวิจิตรธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ธปท.สภอ.) ริมบึงแก่นนครเขตเทศบาลนครขอนแก่น นายศรัณย์  ธำรงรัตน์  ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นประธานการแถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีโดยมี นางรวิวรรณ์  ศิริเกษมทรัพย์  ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ,นายนพดล  บูรณะธนัง รองผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ,นายสุวัฒน์  วิเชียรศิริ รองผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ,นายวิศลย์  ปรีชา รองผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ,นางกาญจนา  ภาพพิมาย ผู้จัดการศูนย์ ศูนย์จัดการธนบัตรขอนแก่น และสื่อมวลชนทุกแขนงร่วมให้ความสนใจการแถลงข่าวในครั้งนี้

นายศรัณย์ ธำรงรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือกล่าวว่าเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาส 3 ปรับดีขึ้นจาก ไตรมาสก่อน ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ทยอยฟื้นตัว โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวต่อเนื่อง จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและรายได้เกษตรที่ยังขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดี ขณะที่การผลิตหดตัวมากขึ้น จากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ (supply disruption) ที่ยังมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพที่อยู่ใน ระดับสูงยังเป็นแรงกดดันต่อการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน 1.การอุปโภคบริโภคขยายตัวต่อเนื่อง ตามการใช้จ่ายในหมวดบริการ สินค้าคงทน และสินค้าอุปโภคบริโภคเป็นสำคัญ 2.การลงทุนภาคเอกชน หดตัวเล็กน้อยตามการลงทุนด้านการก่อสร้างที่หดตัวต่อเนื่อง และการลงทุนด้านเครื่องจักรที่ชะลอตัวลง 3.การใข้จ่ายภาครัฐ หดตัวต่อเนื่อง ตามรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน
4.การค้าผ่านด่านศุลกากร หดตัวน้อยลงทั้งการส่งออกและนำเข้าจากจีนเป็นสำคัญ5.รายได้เกษตรกร ขยายตัวต่อเนื่อง จากด้านราคาเป็นสำคัญ ตามราคาปศุสัตว์และมันสำปะหลัง ขณะที่ผลผลิตชะลอลง 6.ภาคอุตสาหกรรม หดตัวมากขึ้น ตามการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ลดลงจากปัญหา Supply Disruption ในจีนที่เพิ่มขึ้น 7. การจ้างงานเพิ่มขึ้น ตามจำนวนผู้มีงานทำในระบบที่เพิ่มขึ้น (ม.33) และจำนวนผู้ว่างงานใหม่ในระบบที่ลดลง (ม.38) 8.อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นร้อยละ 6.89 ตามราคาอาหารสด ได้แก่ เนื้อสัตว์ และผักสดเป็นสำคัญ ขณะที่ราคาพลังงานชะลง 9. ภาคการเงิน ฝากเงินชะลอตัว ทั้งเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน ส่วนสินเชื่อขยายตัวเล็กน้อย ตามความต้องการเงินทุนของธุรกิจที่เริ่มฟื้นตัว หลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย

วธ.เชิญประชาชน-นักท่องเที่ยว ร่วมงานประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช ๒๕๖๕ 'ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสาน ประเพณีไทย สู่ความยั่งยืน'

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับเครือข่ายทางวัฒนธรรม จัดงานประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช ๒๕๖๕ 'ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสาน ประเพณีไทย สู่ความยั่งยืน' เน้นคุณค่า สาระ เพื่อแพร่ความงดงามของประเพณีสู่สายตานักท่องเที่ยว คุมเข้มงานปลอดโควิด ๑๙ รักษามาตรการความปลอดภัยทางบก-ทางน้ำ ชวนรักษาสิ่งแวดล้อม ลดขยะ มาด้วยกันใช้กระทงร่วมกัน งดจำหน่าย-งดดื่มของมึนเมา งดเล่นประทัดพลุดอกไม้เพลิง ชวนนุ่งผ้าไทย-ผ้าท้องถิ่น เชิญประชาชนนักท่องเที่ยวร่วมงานในวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กทม. 

(๓ พ.ย. ๖๕ โถงชั้น ๑ วธ.) นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่สำคัญของคนไทยในฤดูน้ำหลาก เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะสายน้ำที่ใช้ในการดำรงชีวิต เช่น แม่น้ำลำคลอง ประเพณีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา วิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยอันงดงาม ที่ปรากฏในรูปแบบของพิธีกรรม การประดิษฐ์กระทง การประดับประทีปโคมไฟในยามค่ำคืน การแสดงมหรสพ และการละเล่นรื่นเริงต่าง ๆ ในปี ๒๕๖๕ นี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้จัดทำแนวทางปฏิบัติในงานลอยกระทง พุทธศักราช ๒๕๖๕ ภายใต้แนวคิด 'ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสาน ประเพณีไทย สู่ความยั่งยืน' 

ดังนี้ ขอความร่วมมือองค์กร หน่วยงานต่าง ๆ จัดกิจกรรมตามแบบประเพณีนิยมของแต่ละท้องถิ่น ให้ใช้กระทงที่ย่อยสลายง่ายเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม รณรงค์ให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือน้ำสะอาด สบู่เหลว ก่อนหรือหลังทำกิจกรรม เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด ๑๙ 

นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า ในด้านสถานที่จัดงานควรปรับพื้นที่ให้เหมาะสม กว้างขวาง ไม่แออัด รักษามาตรการเรื่องความปลอดภัย ทั้งการจราจรทางบกและทางน้ำ ดูแลบริเวณท่าน้ำให้มีความมั่นคง สะดวก และปลอดภัย ควรงดการจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มมึนเมา และห้ามการดื่มกินในบริเวณงานหรือใกล้เคียง งดการเล่นดอกไม้ไฟ พลุ หรือวัสดุที่ก่อให้เกิดอันตรายในที่สาธารณะหรือชุมชน ในส่วนมหรสพความรื่นเริง จัดการแสดงต่าง ๆ ทำได้ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะการจัดแสดงวัฒนธรรมของท้องถิ่น การแสดงพื้นบ้าน การละเล่นพื้นบ้าน ที่จะทำให้เด็ก เยาวชน ประชาชนได้เห็นถึงมรดกภูมิปัญญาของไทย เพื่อเป็นการสร้างรายได้สู่ชุมชน และขอเชิญชวนให้ประชาชน 'แต่งไทย ไปลอยกระทง' เพื่อร่วมกันส่งเสริมการใช้ผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น เป็นการแสดงถึงเอกลักษณ์การแต่งกายของแต่ละท้องถิ่น อันจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ อีกด้วย

และขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชน รวมถึงทักท่องเที่ยว เข้าร่วมงานประเพณีลอยกระทง ที่กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสาน ประเพณีไทย สู่ความยั่งยืน” ตลาดวัฒนธรรมงานวัดย้อนยุค ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ในวันอังคารที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การแสดงทางวัฒนธรรม การประกวดกระทงประเภทสวยงามและสร้างสรรค์(รางวัลรวม ๑๕๐,๐๐๐ บาท) การสาธิตอาหารคาวหวาน การออกร้านสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม การจัดแสดงนิทรรศการข้อมูลองค์ความรู้คุณค่าสาระของประเพณีลอยกระทง และร่วมลอยกระทงอย่างปลอดภัยผ่านสไรเดอร์บริเวณท่าน้ำวัดอรุณฯ  

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ เปิดตัวหนังสือ 'แนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 3' THAI TEXTILES TREND BOOK SPRING/SUMMER 2023 

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดงานเปิดตัว หนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 3 (Thai Textiles Trend Book Spring / Summer 2023) และ การเสวนาวิชาการ 'การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2565' พร้อมจัดแสดงนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย ระหว่างวันที่ 3-6 พฤศจิกายน 2565 ณ ICON Art and Cultural Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นองค์ประธานในงานเปิดตัวหนังสือ และการเสวนาวิชาการฯ โดยมีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมผู้บริหารวธ. เฝ้ารับเสด็จฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน 2565   

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงตั้งพระทัยที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรให้สามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตนเองและคนในครอบครัว ควบคู่ไปกับการถนอมรักษาสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะศิลปหัตถกรรมผ้าทอในแต่ละท้องถิ่น จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดทำ THAI TEXTILES TREND BOOK Spring / Summer 2022 เล่มแรกขึ้น โดยทรงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร (Editor in Chief) ด้วยพระองค์เอง ต่อเนื่องมาถึงเล่มล่าสุด THAI TEXTILES TREND BOOK Spring/Summer 2023 เป็นเล่มที่ 3    

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดทำหนังสือ Thai Textiles Trend Book เป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานผ้าไทยและเทรนด์แฟชั่นระดับโลก เพื่อเสนอแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักออกแบบ ช่างทอผ้า ชุมชน และผู้ประกอบอาชีพทุกสาขา โดยหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring / Summer 2023 เล่มล่าสุด นำเสนอแนวคิด 'วัฒนธรรมอันเคลื่อนคล้อย' (Moving Culture) การเคลื่อนที่ทางวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนเอกลักษณ์ ของแต่ละถิ่นฐานบนผืนผ้า ซึ่งได้แรงบันดาลใจของบรรยากาศฤดูร้อนของไทย 

โดยทำการศึกษาควบคู่ไปกับงานภูมิปัญญา และงานหัตถศิลป์ สะท้อนแนวคิด ผ้าไทยหลายชนิด ที่มีที่มาจากวัฒนธรรมอื่นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงธรรมชาติของวัฒนธรรมที่ไม่ตายตัว แต่มีการปรับตัวและแลกเปลี่ยนของอัตลักษณประจำถิ่นเกิดขึ้นอย่างช้าๆ และต่อเนื่อง โดยมีผ้าไทยประจำฤดูกาลนี้อย่าง 'ผ้าขาวม้า' และ 'ผ้าบาติก' เป็นตัวอย่างของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นทั้งในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  

‘หัวรถจักรรถไฟ EV’ ตัวต้นแบบมาแน่ พ.ย.นี้ เปลี่ยนโลกขนส่ง ‘ลดใช้พลังงาน - ประหยัดค่าโดยสาร’

ไม่เพียงแค่ รถยนต์ EV, รถเมล์ EV และ เรือ EV ที่กำลังช่วยขับเคลื่อนพลังสะอาดให้สังคมไทยอยู่ในตอนนี้เท่านั้น ในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยก็กำลังจะเปิดตัว ‘หัวรถจักรรถไฟ EV’ ตัวต้นแบบภายในเดือนพ.ย. นี้ด้วย

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เคยเปิดเผยไว้เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางราง (ขร.) เร่งดำเนินการศึกษาการใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสำหรับการขนส่งสาธารณะ กรณีรถไฟขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า (EV on Train) เพื่อให้สามารถลดต้นทุนในการดำเนินการต่าง ๆ ลงได้ อันจะส่งผลให้ภาระที่ผลักถึงประชาชน โดยเฉพาะค่าโดยสารลดลงตามไปด้วย 

โดยรายงานเบื้องต้น เผยว่า ขณะนี้ ภาคเอกชน ได้ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และอยู่ระหว่างการพัฒนา ‘หัวรถจักรรถไฟ EV’ ต้นแบบ ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนการใช้พลังงานได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับหัวรถจักรดีเซล โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย. 65 และจะมีการทดสอบเดินรถในระยะสั้น ๆ ภายในปลายปี 65 อีกด้วย 

นายศักดิ์สยาม ยังระบุต่ออีกว่า ตอนนี้ประเทศไทยสามารถประกอบติดตั้งระบบแบตเตอรี่สำหรับรถไฟที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้เองแล้ว สอดคล้องกับหลากหลายประเทศที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และกำลังดำเนินการกันอยู่ 

สำหรับ EV on Train ตัวต้นแบบของไทยนั้น เมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อย จะต้องมาพิจารณาผลว่าเป็นอย่างไร หากได้ผลดี อาจต้องทบทวนแผนการจัดซื้อหัวรถจักร และรถโดยสารของ รฟท. ให้เป็นแบบ EV ต่อไป

ททท. เชียงใหม่ แถลงแผนปฏิบัติการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ประจำปี 2566

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ณ ท้องฟ้าจำลอง อุทยานวิทยาศาสตร์สิรินธรฯ (NARIT) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประธานแถลงแผนปฏิบัติการส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยว ประจำปี 2566 นำเสนอแผนการปฏิบัติงานและทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาคเหนือและจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2566

นางสาวภัทรองนงค์ ณ เชียงใหม่ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. กล่าวว่า ทิศทางการท่องเที่ยวของภาคเหนือมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการที่รัฐบาลประกาศให้โรคโควิด-19 เป็นโรคเฝ้าระวังที่ไม่อันตรายทำให้ประชาชนมีความผ่อนคลายในการใช้ชีวิตและการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ประกอบกับประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวของภาคเหนือ ทั้งนี้ในปี 2566 ททท. ได้วางทิศทางในการส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวภาคเหนือ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างสรรค์เมนูประสบการณ์ท่องเที่ยวภาคเหนือภายใต้แนวคิด 'เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ' ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มวัยทำงาน กลุ่ม Active Senior และกลุ่ม Multi Generation Family เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยการส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวผ่านสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวต่างๆ ที่สามารถตอบโจทก์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ อาทิ โครงการ North X Clusive นำเสนองานคราฟท์ชุมชน/กิจกรรมชุมชน โครงการ North Experience Festival นำเสนอเส้นทางสายมู/เส้นทางย้อนวันวานเมืองเหนือ โครงการเสน่ห์กินริมน้ำ นำเสนออาหารถิ่น, มิชลินไกด์, ภิรมย์เวียงพิงค์ และโครงการ Amazing Northern Road Trip นำเสนองานเทศกาลประเพณี, เส้นทางขับรถเที่ยว Unseen New Series - วิ่ง เดิน Trail เป็นต้น

นางสาวเบญรัตน์ มรรยาทอ่อน ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรม ททท. ได้กล่าวถึงเทรนด์การท่องเที่ยว ปี 2023 โลกหลังสถานการณ์โควิด-19 กับอนาคตสดใสของท่องเที่ยวเชิงอาหาร, Sustain to Regain ความยั่งยืนกลายเป็นทั้งเทรนด์ พร้อมกล่าวถึงทัศนคติของผู้บริโภคชาวไทยต่อ 'ความยั่งยืน' และเทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ Work from Anywhere & Digital Nomad ทำงานไปเที่ยว ...เรื่องเดียวกัน มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นถึง 376% การท่องเที่ยว Health & Wellness สำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 15 ของโลก และ Innovation for a Betterment ปี 2023 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเริ่มมีนวัตกรรมใหม่ๆ ถูกนำมาทดลองใช้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยจากสัญญาณบวกของเศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ปี 2565 ที่มีการฟื้นตัวในอัตราร้อยละ 2.8 ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวถึงร้อยละ 3.5 ในปี 2566 และจำนวนผู้เยี่ยมเยือนที่คาดว่าจะมีการขยายตัวร้อยละ 52.3 (ข้อมูลจากรายงานประมาณการศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ ไตรมาส 3/2565, สำนักงานคลังจังหวัดเชียงใหม่) เนื่องจากการผ่อนคลายทางการท่องเที่ยวมากขึ้น และสายการบินต่างๆ ทั้งเส้นทางในและต่างประเทศเริ่มกลับมาทำการบินอย่างเต็มรูปแบบ และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นอีกในช่วงปลายปีนี้เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับฤดูท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึง 

โดยปัจจุบันมีสายการบินที่เปิดให้บริการเส้นทางบินในประเทศ จำนวน 6 สายการบิน 11 เส้นทาง และสายการบินที่เปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศ จำนวน 7 สายการบิน 10 เส้นทาง ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวยังจังหวัดเชียงใหม่เพื่อสัมผัสอากาศหนาวกันอย่างคึกคัก

ททท. สำนักงานเชียงใหม่ ได้กำหนดแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประจำปี 2566 มีวัตถุประสงค์ เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการเดินทางของนักท่องเที่ยวกระแสหลักและกลุ่มศักยภาพ และเพิ่มการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวผ่านการส่งมอบประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและสอดคล้องกับทิศทางการส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวของภูมิภาคภาคเหนือ ได้แก่

'อลงกรณ์' แปลกใจ 'ยุทธพล' คัดค้านโครงการแก้ปัญหาลิงแสมจังหวัดเพชรบุรี แนะทบทวนท่าที อย่าขวางความร่วมมือของ 2 กระทรวง เผยกรมปศุสัตว์ร่วมหารือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าฯ พร้อมทำงานร่วมกัน 

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยวันนี้ว่า รู้สึกแปลกใจต่อท่าทีของนายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ออกมาคัดค้านโครงการแก้ปัญหาลิงแสมจังหวัดเพชรบุรีทำให้เกิดความสับสนงุนงงของหลายฝ่ายต่อท่าทีของนายยุทธพล ทั้งที่ก่อนหน้านี้กรมปศุสัตว์ได้หารือกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าฯ เกี่ยวกับโครงการดังกล่าวและพร้อมร่วมมือทำงานร่วมกัน จึงขอให้นายยุทธพลทบทวนท่าทีเสียใหม่อย่าขวางความร่วมมือระหว่าง 2 กระทรวงและการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและจังหวัดเพชรบุรี

สำหรับกรมปศุสัตว์รับผิดชอบกฎหมายหลายฉบับครอบคลุมงานด้านสวัสดิภาพสัตว์ โรคระบาดสัตว์และการทารุณกรรมสัตว์มีสัตว์แพทย์และงบประมาณที่พร้อมสนับสนุนจังหวัดเพชรบุรีร่วมมือกันแก้ไขปัญหาลิงแสมด้วยการใช้หลากหลายวิธีการโดยระดมความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคีภาคส่วนรวมทั้งมหาวิทยาลัย 13 แห่งที่มีคณะสัตว์แพทย์และเครือข่ายองค์กรเอกชนมูลนิธิด้านอนุรักษ์สัตว์ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยและในต่างประเทศรวมทั้งอดีตสัตว์แพทย์ที่เกษียณอายุก็พร้อมที่จะมาช่วยสนับสนุนจังหวัดเพชรบุรีโดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์ุพืชซึ่งรับผิดชอบกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าได้ทุ่มเททำงานหนักในการแก้ไขปัญหาลิงแสมโดยทำหมันลิงแต่ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณและกำลังคนทำให้การลดประชากรลิงไม่สามารถบรรลุเป้าประสงค์ดังปรากฎปัญหาให้เห็นในทุกวันนี้

“การทำหมันหลายปีที่ผ่านมาเพียง 500 กว่าตัวหรือเฉลี่ยปีละ 100-200 ตัวจากฝูงลิง 2-3 พันตัวด้วยสัดส่วนการทำหมันลิงต่อจำนวนลิงทั้งหมด 5-10% จึงไม่ทันต่อการแพร่ขยายพันธ์ุของลิงและฝูงลิงซึ่งโดยธรรมชาติลิงเพศผู้สามารถสืบพันธ์ได้วันละ 10 ครั้งและเพศเมียมีลูกได้ 2 ตัวต่อปี นอกจากนี้โดยพฤติกรรมของลิงที่อยู่เป็นฝูงเมื่อลิงเพศผู้เข้าสู่วัยหนุ่มจะถูกขับออกจากฝูงเดิมและไปสร้างฝูงใหม่เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆในส่วนการดำรงชีพของลิงที่แย่งที่อยู่ที่กินในพื้นที่จำกัดก็มีการต่อสู้กัดทำร้ายกันบาดเจ็บระหว่างฝูงไม่เว้นแต่ละวันเป็นปัญหาสวัสดิภาพสัตว์ที่ต้องเร่งแก้ไขดูแลโดยเร็วเช่นกันอีกทั้งปัญหาการทำร้ายนักเรียนและนักท่องเที่ยวจนบาดเจ็บก็ยังมีให้เห็นและอาจติดโรคร้ายจากลิงมีอันตรายถึงชีวิต การเอาลิงกังไปไล่ลิงแสมเป็นครั้งเป็นคราวเฉพาะจุดแต่ก็ไม่ทั่วถึงและต่อเนื่อง ทุกคนยังอยู่ในภาวะเสี่ยงตลอดเวลา หากเกิดเหตุเป็นข่าวก็กระทบต่อภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและภาพลักษณ์โดยรวมของจังหวัดเพชรบุรี ในหลายประเทศจะไม่ใช้วิธีการทำหมันเพียงอย่างเดียวในการควบคุมและลดประชากรลิงให้อยู่ได้กับชุมชนและไม่ก่อผลกระทบทั้งด้านคุณภาพชีวิตและสุขภาพอนามัยความปลอดภัยและการประกอบอาชีพของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคระบาดจากสัตว์สู่คนจะประมาทไม่ได้บทเรียนกรณีวิกฤติโควิด19เป็นการแพร่ระบาดโรคจากสัตว์สู่คนที่ไม่เคยมีใครคิดว่าจะเกิดขึ้นและรุนแรงขยายผลกระทบไปทั่วโลก เราจะอยู่ในความประมาทอีกต่อไปไม่ได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top