Tuesday, 30 June 2026
NEWS FEED

เลขาธิการ ศอ.บต. พบปะ สื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมแถลงนโยบายแผนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ในห้วงที่ผ่านมาและที่จะดำเนินต่อไปในปี 66 เน้นยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนมีความกินดี อยู่ดี และอยู่ร่วมกันในวิถีพหุวัฒนธรรมที่ โรงแรมริเวอร์ ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสวนาสร้างการรับรู้การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้แก่สื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยมี นายศรัทธา คชพลายุกต์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ตลอดจนสื่อมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วม

ในการนี้ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ได้พบปะเพื่อขอบคุณสื่อมวลชนในการทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการสื่อสารการทำงานของ ศอ.บต. ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนสำคัญมากต่อการทำให้บ้านเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้สงบสุขเพราะพี่น้องสื่อมวลชนถือว่าเป็นกลไกหลักที่สร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจในเรื่องราวที่สำคัญของบ้านเมืองให้กับพี่น้องประชาชนที่จะทำให้เกิดทัศนคติที่ดี พร้อมกันนี้ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ได้แถลงนโยบายแผนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงที่ผ่านมาและที่จะดำเนินต่อไปในปีงบประมาณ 2566 ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนมีความกินดี อยู่ดี และอยู่ร่วมกันในวิถีพหุวัฒนธรรม อาทิ ในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตซึ่งต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนตามฐานข้อมูล TPMAP ทั้ง 5 มิติ ประกอบด้วย มิติด้านสุขภาพ การศึกษา รายได้ ความเป็นอยู่ และการเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐ และยังรวมไปถึงกลุ่มเปราะบาง ซึ่ง ศอ.บต. กำลังเดินหน้าในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของการแก้ไขปัญหาความยากจน ศอ.บต. ได้ขับเคลื่อนโครงการ 1 ข้าราชการ 1 ครัวเรือนยากจน ซึ่งเป็นการจัดเจ้าหน้าที่ข้าราชการประกบครัวเรือนยากจนโดยประสานกับชุดข้าราชการตำบลทุกภาคส่วนโดยข้าราชการจะทำหน้าที่เฝ้า ประกบ ติดตาม รายงาน เพื่อแก้ไขปัญหา ที่ผ่านมาได้มีการนำร่องแล้ว 400 ครัวเรือน ปี 66 จะขยับขึ้นอีก 1,200 ครัวเรือน โดยเลขาธิการ ศอ.บต. เน้นย้ำว่า การแก้ไขปัญหาภาคใต้ต้องตอบโจทย์และต้องยั่งยืน 

นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องของเศรษฐกิจฐานราก ไม่ว่าจะเป็นภาคการเกษตร มีการส่งเสริมการผลิตจากพืชเศรษฐกิจใหม่ ที่สอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่และความต้องการของตลาด เช่น มะพร้าว ข้าว กาแฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมการปลูกกาแฟโรบัสต้าสายพันธุ์พื้นถิ่น ซึ่งเป็นพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้มีพระประสงค์ให้มีการอนุรักษ์พันธุ์กาแฟพื้นถิ่น และพัฒนากระบวนการผลิตให้เป็นกาแฟที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ การส่งเสริมอาชีพปศุสัตว์ ภาคการท่องเที่ยว ส่งเสริมศักยภาพของวิสาหกิจท่องเที่ยวชุมชน ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก โดยเน้นการสร้างอัตลักษณ์เฉพาะของแหล่งท่องเที่ยว

35 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ เข้ายื่นหนังสือขอ รมว.เฮ้ง ช่วยถอนร่าง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. .... 

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นตัวแทนรับยื่นหนังสือจาก นายมานพ เกื้อรัตน์ เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ประธานสหภาพการยางแห่งประเทศไทย เป็นผู้นำยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยยื่นผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจอีกจำนวน 35 แห่ง เข้ายื่นหนังสือด้วย เนื่องจากสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ มีมติไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. .... เพราะจะทำให้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจอ่อนแอลง อาจทำให้เกิดโอกาสทุจริตมากขึ้น จึงเรียกร้องคัดค้านให้รัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวออกมาก่อน เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้มาร่วมกันพิจารณาตามกระบวนการ ณ บริเวณโถงด้านล่างอาคารกระทรวงแรงงาน 

'บิ๊กป้อม' คุมเข้มปราบ 'ขบวนการค้ามนุษย์' ย้ำ!! จนท.รัฐ พัวพัน โดน 'วินัย-อาญา' แน่

พล.อ.ประวิตร คุมเข้มปราบ 'ขบวนการค้ามนุษย์' เน้นทำงานเชิงรุก 'ผู้เสียหาย เป็นศูนย์กลาง' ย้ำเอาผิด จนท.รัฐ ทั้งวินัย/อาญา หากพัวพัน สั่งตั้ง 'รองโจ๊ก' นั่งหน.เฉพาะกิจช่วยเหลือ/เยียวยาเหยื่อ

(3 พ.ย. 65) พล.ท.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ได้เป็นประธานการประชุม 2 คณะ ต่อเนื่องกัน คือ คณะกรรมการประสานและกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และ คณะกรรมการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ณ ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

เวลา 10.00น. เริ่มการประชุม คณะกรรมการประสานและกำกับการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปกค.) ครั้งที่4/2565 ที่ประชุมได้รับทราบ ความก้าวหน้าการจัดตั้งศูนย์คัดแยกฯ ผู้เสียหาย (ดอนเมือง) ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการปรับปรุงอาคารศูนย์ฝึกอบรม สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ดอนเมือง ให้เป็นศูนย์คัดแยกฯ และกำลังดำเนินการพัฒนาระบบศูนย์คัดแยกฯ ซึ่งเป็นกลไกการทำงานที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ และรับทราบความคืบหน้า 8 หน่วยงานหลัก ที่เกี่ยวข้องในการเตรียมการรองรับแผนปฏิบัติการ ว่าด้วยกลไกการส่งต่อระดับชาติ การบริหารจัดการคดี และช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหาย จากการค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงาน หรือบริการ พ.ศ.2565 จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณา แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจกำกับ และติดตามการดำเนินงาน ช่วยเหลือและเยียวยา ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.สตช. เป็นประธาน

'อำนวย บุญริ้ว' นายกเทศมนตรี ลงพื้นที่คุมเข้ม!! ตรวจความพร้อม รับเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2565

นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมเพื่อรับมือเทศกาลวันลอยกระทงที่จะจัดขึ้นในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ในวันที่ 5-8 พฤศจิกายน นี้ 

โดย การลงพื้นที่ตรวจความพร้อมในครั้งนี้ นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ พร้อมด้วย พ.จ.อ.พิรภพ แสงเพชร ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี นายธนสัน วสันต์ กำนันตำบลแพรกษาใหม่ จ.อ.สุทัศ ทับวันนา ผู้อำนวยการกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองเเพรกษาใหม่ ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อตรวจสอบความพร้อมรับมือเทศกาลวันลอยกระทง ประจำปี 2565

โดยทางด้าน นายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมเพื่อรับมือเทศกาลวันลอยกระทงที่ใกล้จะมาถึง พร้อมทั้ง ได้กำชับและได้มีการประชุมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัยเป็นหลัก และกำชับให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจตราดูแลความปลอดภัยทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อสร้างความอุ่นใจและคอยดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานในปีนี้ โดยคาดว่าในปีนี้จะมีพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ต่าง ๆ เดินทางมาร่วมงานลอยกระทงเป็นจำนวนมาก

‘ดีอีเอส’ ผนึก ‘กสทช.-35 ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต’ ระงับแพร่ข้อมูลผิดกฎหมาย ภายใน 24 ชม.

ดีอีเอส ร่วมกับ กสทช. และ 35 หน่วยงานผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หาแนวทางแจ้งเตือน ระงับการเผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมาย ภายใน 24 ชม.

(3 พ.ย. 65) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเชิญผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ จำนวน 35 ราย รับทราบ และชี้แจงประกาศกระทรวงดิจิทัลฯ เรื่อง ขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2565 เพื่อระงับเนื้อหาข้อมูลเท็จ ความมั่นคง ลามกอนาจาร หลังรับแจ้งการกระทำผิด

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ (26 ต.ค. 2565) ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง ขั้นตอนการแจ้งเตือน การระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2565 ซึ่งมีรายละเอียดที่สำคัญโดยสรุป ดังนี้...

1. ปรับปรุงประกาศฉบับเดิม เมื่อปี 2560 ให้รองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน เพื่อคุ้มครองประชาชนมากยิ่งขึ้น และสร้างหลักประกันแก่ผู้ให้บริการ/สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย หากได้ปฏิบัติตามข้อร้องเรียนของประชาชนทั่วไป หรือผู้ใช้บริการ หรือตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประกาศอย่างถูกต้องครบถ้วน จะเข้าข้อยกเว้นความรับผิด (Safe Harbor) ของผู้ให้บริการ/สื่อสังคมออนไลน์ตามมาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ 

2. ขั้นตอนการปฏิบัติของผู้ให้บริการ/สื่อสังคมออนไลน์ คือ ต้องมีช่องทางเพื่อรับแจ้งเนื้อหาที่เป็นความผิด ทั้งข้อมูลเท็จ บิดเบือน ปลอมแปลง กระทบต่อความมั่นคง หรือลามกอนาจาร จากประชาชนทั่วไป หรือผู้ใช้บริการ โดยจัดทำแบบฟอร์มข้อเรื่องร้องเรียน (Complaint Form) และเมื่อได้รับแจ้งแล้ว ให้ระงับหรือนำเนื้อหาที่ผิดกฎหมายออกจากระบบ หรือเมื่อได้รับคำสั่งให้ระงับหรือนำข้อมูลออกจากระบบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ต้องระงับหรือนำข้อมูลฯ ออกจากระบบของตน ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามลักษณะเนื้อหาของข้อมูล ดังนี้…

- เนื้อหาที่เป็นเท็จ บิดเบือน ปลอม ตามมาตรา 14 (1) ให้ระงับ หรือนำข้อมูลออก ทันที ไม่เกิน 7 วัน 
- เนื้อหาที่กระทบต่อความมั่นคง ตามมาตรา 14 (2) และ (3) ให้ระงับ นำข้อมูลออกทันที แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง
- เนื้อหาที่มีลักษณะลามก ตามมาตรา 14 (4) ให้ระงับ นำข้อมูลออกทันที แต่ไม่เกิน 3 วัน สำหรับกรณีภาพลามกอนาจารเด็ก ต้องระงับหรือนำข้อมูลออก ทันที แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง

3. สำหรับประชาชนทั่วไป หรือผู้ใช้บริการต้องมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ หรือต้องมีการลงบันทึกประจำวันไว้กับตำรวจก่อนดำเนินการแจ้งไปยังผู้ให้บริการ/สื่อสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ ประกาศนี้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (วันที่ 25 ธันวาคม 2565) เพื่อให้ผู้ให้บริการ/สื่อสังคมออนไลน์ เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตาม

“ประกาศฉบับนี้ ออกมาเพื่อเร่งระงับข้อมูลผิด กฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขอเตือนว่า อย่าใช้ช่องทางนี้ ในการกลั่นแกล้งผู้อื่น หากดำเนินการ โดยเจตนาไม่สุจริต หรือเป็นเท็จ ผู้แจ้งอาจต้องรับผิดฐานแจ้งความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญาได้” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันการกระทำความผิดเนื่องจากการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ การฉ้อโกงผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงการสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชนผ่านระบบคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ช่วยลดภาระของประชาชนหรือผู้เสียหาย และตกเป็นเหยื่อจากมิจฉาชีพ ดีอีเอส ได้ร่วมกับ 36 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย... 

สภาพก่อน-หลัง บ้านมั่นคงริมคลองเปรมประชากร ชุมชนประชาร่วมใจ1

✨ ดูดีขนาดไหน มาดูด้วยตาเอาเอง!!
สภาพ 'ก่อน' และ 'หลัง' การพัฒนาบ้านมั่นคงริมคลองเปรมประชากร ชุมชนประชาร่วมใจ 1 จตุจักร 

Cr.Thanat Narupornpong

หลังประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกัน 'ซ้อมทรมาน-อุ้มหาย' ช่วยยกระดับ ขจัดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

นายกฯ ยินดี สำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชน UN ชื่นชมไทยที่ประกาศใช้ พ.ร.บ. ป้องกันซ้อมทรมาน-อุ้มหาย ยืนยัน ขจัดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน ยกระดับ การคุ้มครองสิทธิ ตามมาตรฐานสากล

(3 พ.ย. 65) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่สำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Office of the High Commissioner for Human Rights: OHCHR) เห็นถึงความพยายามของรัฐบาล โดยชื่นชมประเทศไทยที่ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565

นายอนุชา กล่าวว่า สำนักงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติมองว่า พระราชบัญญัติฯ ซึ่งประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิบัติตามคำมั่นของไทยเพื่อขจัดการกระทำทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหายให้หมดสิ้น และเป็นการให้ความยุติธรรมกับผู้เสียหายจากการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งพระราชบัญญัติฯ มีเนื้อหาครอบคลุมเรื่องสิทธิในการที่จะไม่ถูกทรมานเป็นสิทธิมนุษยชนที่ไม่อาจระงับชั่วคราวได้ (non-derogation) และหลักการไม่ส่งใครกลับไปเผชิญอันตราย (non-refoulement) ซึ่งป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ขับไล่ เนรเทศ หรือส่งบุคคลใดไปยังอีกประเทศหนึ่งที่อาจเผชิญความเสี่ยงต่อการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี หรือการกระทำให้บุคคลสูญหาย

'แม่ค้าออนไลน์' โอด!! โดนเรียกภาษีย้อนหลัง 4 ล้าน หลังเจอสรรพากรแคปทุกโพสต์ เก็บทุกเม็ด

กำลังเป็นประเด็นในโลกออนไลน์ เมื่อ ปุ๊กกี้ แม่ค้าออนไลน์คนดัง และโค้ชสอนด้านการตลาด อีกทั้งยังเป็นผู้สมัครเข้าประกวดมิสแกรนด์พิษณุโลก ได้ออกมาโพสต์ข้อความหลังถูกสรรพากรเรียกเก็บภาษีย้อนหลังกว่า 4 ล้านบาท 

โดยเพจ 'เชียงใหม่นิวส์ Chiang Mai News ข่าวเชียงใหม่' ได้โพสต์ข้อความ ว่า...

"ตั้งแต่โดนภาษีย้อนหลัง 4 ล้าน ก็ไม่โพสรายได้/สเตทเม้นอีกเลย เข็ด5555555 #ขอใช้ชีวิตเงียบๆ เตรียมวางแผนย้ายไปอยู่ ตปท.ละ เคสกี้โดนจับตามองมา 4 ปี แบบไม่รู้ตัว ตั้งแต่เฟสเก่า ยันเฟสใหม่ นามสกุลใหม่ แคปทุกโพส ทุกความสำเร็จของเรา ซื้อบ้าน รถ ที่ดิน ตามเก็บเหมือนเป็น FC เล๊ยยยย ต้องอธิบายให้ครบเอกสารประมาณ 2 แฟ้มใหญ่ ๆ ที่ทางเขาเก็บไว้🤣 โดนตรวจสอบแบบปวดหัวไปหมด  #หวังดีนะทุกคน จ่ายภาษีก็จริง แต่ถ้ารู้ว่าเราไม่เคลียร์จริงๆ เอกสารไม่ครบ โดนเหมา 60 / 40 +ค่าปรับจุก ๆ อย่าหาทำเลย ภาพลักษณ์ที่ได้ ไม่คุ้มกับเงินที่เสีย"

เจ้าของร้านเหล้า เคลียร์ใจ ‘อิลสลิก’ แล้ว หลังด่า “ไอ้กวีขี้หมา” ชี้!! ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด

(2 พ.ย. 65) เรียกได้ว่ามีกระแสข่าวไม่เว้นช่วงเลย สำหรับหนุ่ม ‘อิลสลิก’ หรือทิฆัมพร เวชไทยสงค์ นักร้องแร็ปเปอร์ชื่อดัง เพราะล่าสุดก็มีประเด็นกระแสดรามากับเจ้าของร้านเหล้าที่ว่าจ้างให้ไปทำการแสดง แต่กลับมีเรื่องให้เข้าใจผิดและถูกโพสต์ด่าว่า “ไอ้กวีขี้หมา”

โดยเมื่อวานนี้ (1 พ.ย. 65) แร็ปเปอร์หนุ่ม ‘อิลสลิก’ หรือทิฆัมพร เวชไทยสงค์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Illslick - Thikhumporn Whetthaisong’ ถึงเรื่องคุณค่าของแฟนคลับ ไม่ได้วัดกันที่เงิน โดยระบุว่า…

“ราคาค่าตั๋วไม่ว่าจะมากหรือน้อย ไม่ได้วัดคุณค่าของคนฟัง ไม่ได้แปลว่าใครรักศิลปินมากกว่าใคร คนที่มีเงินน้อยจองตั๋วได้แค่ด้านหลังก็ไม่ได้แปลว่าไม่รักศิลปิน คนที่มีเงินมากอยู่หน้าสุดก็ไม่ได้แปลว่ารู้จักหรือร้องเพลงได้ทุกเพลง เงินไม่ได้วัดคุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเงินมากหรือน้อยก็เท่าเทียมกัน ผมรักคนที่ฟังผมจริงๆ ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลัง ซื้อตั๋วกี่บาทก็ตาม ฝากไปถึงทุกๆ ที่ที่ผมจะไปแสดงที่เหลือ ไม่ว่าแฟนเพลงคนไหนจะซื้อตั๋วกี่บาท ผมอยากให้ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ใส่ใจไม่ต่างกันไม่ว่าคนพวกนั้นจะยืนที่ไหน ทุกคนคือคนฟังของผมครับ 💜”

หากอ่านแค่โพสต์ของหนุ่ม ‘อิลสลิก’ เฉยๆ ก็คงไม่ได้รู้สึกว่ามีเรื่องดรามาอะไร ซ้ำยังจะรู้สึกว่าหนุ่มอิสลิกแคร์แฟนๆ ที่รักของเขาทุกคน โดยไม่สนเรื่องเงินทองและไม่ได้วัดความรักของแฟนคลับจากเงินที่จ่ายค่าตั๋วชมการแสดง แต่หลังจากที่หนุ่ม ‘อิลสลิก’ โพสต์ข้อความไปแล้ว เจ้าของร้านเหล้าร้านดังก็ได้ออกมาโพสต์ตอบโต้ทันที โดยระบุว่า…

“ผมว่าผมจะไม่พูดถึงละนะแต่คุณเริ่มก่อน การจ้างคุณมาเล่น เป็นงานที่ทุกคนในร้านเหนื่อยทั้งกายและใจกันที่สุด ตั้งแต่เปิดร้านมา 5 ปี ความเห็นส่วนตัวนะครับ คอนเสิร์ตครั้งนี้มีการเซ็นสัญญาก่อนคุณจะมีประเด็นกับนักร้องท่านอื่น จนทำให้ทางผมต้องเลื่อนการโปรโมตการมาเล่นของทางคุณไป ให้กระแสมันลดลงก่อน ส่วนเรื่องราคาตั๋วทำไมต้องราคานี้คุณลืมอะไรเปล่าว่าค่าตัวคุณ 450,000 บาท+ค่าที่พัก+ค่าเอนเตอร์เทนคุณ+ค่าภาษี ที่ต้องจ่ายเป็นเท่าไรละครับ”

สรุปค่าโต๊ะ+ค่าตั๋วทางร้านขายได้เป็นเงิน 200,000-270,000 (วันนี้ผมจะเข้าไปสรุปยอด) ขาดทุนมหาศาล คุณยังมาปากดีอีกนะไอ้กวี การแสดงของคุณ 40-45 นาที กับการแสดงที่ธรรมดาโคตรๆ และนิสัยแบบคุณผมนึกว่าเมื่อคืนผมจ้างเด็ก 3 ขวบ มาเล่นคอนเสิร์ต ทำตัวยังกับตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ไม่สนใจคนอื่น ทางร้านได้ตกลงกับคนดีลงานว่าหลังจากเล่นคอนเสิร์ตเสร็จคุณต้องมาแจกลายเซ็นแฟนคลับ แต่คุณให้แฟนคลับคุณนั่งรอคุณนับ 100 คน 1 ชม. 30 นาที แต่คุณกลับโดยไม่ชี้แจงอะไรทั้งสิ้น บางคนขับรถมาจากนครศรีธรรมราช บางคนมาจากจันทบุรี บางคนมาจากโคราช บางคนเอาเค้กมาให้คุณ รอคุณอยู่ด้วยความรักในตัวคุณ คุณยังทิ้งพวกเค้าเลย อย่ามาพูดเอาหล่อเอาว่าตัวเองดูดีเลยครับ นิสัยแบบคุณถ้าทำบ่อยๆ จากนิสัยจะกลายเป็นสันดาน และจะเป็นสันดานที่ไม่ดีด้วย”

“#10ปากว่าไม่เท่าตาเห็น ผมเห็นสันดานคุณกับตาแล้วครับ หนักกว่าที่เขาพูดกันอีกถุย ไอ้กวีขี้หมา! การค้าขายไม่มีคำว่านรกหรือสวรรค์ มีแต่กำไรหรือขาดทุน ผมขาดทุนผมไม่ว่าเรื่องเล็กแต่สิ่งที่คุณทำกับ FC คุณเอง ทำร้ายความรู้สึกทำร้ายจิตใจทั้งๆ ที่คนเหล่านั้นเขารักคุณ คุณยังทำพวกเขาแบบนี้เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ”

“สุดท้ายนี้ ถ้าคุณว่าเงินไม่ได้สำคัญ ไม่ได้วัดคุณค่าความเป็นมนุษย์ คุณก็มาเล่นฟรีหรือค่าตัวซัก 1 แสนสิผมจะได้ขายตั๋ว 300 ทุกคน ไม่ใช่ค่าตัวขนาดนี้ แต่เล่นได้แค่นี้อ่ะนะ ถ้ารู้ก่อนเอาค่าตัวที่จ้างคุณไปซื้ออาหารแจกหมาจรจัดดีกว่า โอเคนะครับไอ้กวี”

หลังจากที่เจ้าของร้านเหล้าโพสต์ข้อความนี้ออกไป ‘ลิลลี่ ตัณฑ์เอกชน’ แฟนสาวของหนุ่ม ‘อิลสลิก’ ก็ได้ออกมาตอบโต้พร้อมชี้แจงว่า…

“ขอโทษนะคะ ทำไมอยู่ดีๆ มาด่ากันหรอคะ งงมาก ตอนอยู่ที่ร้าน พูดคุยกันปกติ และก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แล้วเรื่องที่พิมพ์มาคืออะไรคะ อยู่ๆ ก็มาว่า ทางเราก็ยังไม่ได้ไปว่าอะไรร้านเลยนะ แค่มีแฟนคลับบางคนมาน้อยใจที่ตัวเองไม่มีเงินมาดู เราไปอ่านเจอแล้วพิมพ์ถึงแฟนคลับ อย่ากังวลเรื่องมีเงินซื้อบัตรมั้ย ราคาเท่าไหร่ก็เหมือนกัน นอกจากนี้น้องๆ บางคนเขาก็ฝากของมาให้ทางร้านให้ศิลปิน แต่ร้านไม่ฝากให้ แล้วเอาของไปให้คนอื่นแทน เราเลยเขียนถึง โดยไม่ได้ว่าอะไรร้านนี่คะ แล้วอันนี้คืออะไร ที่พิมพ์มาก็ไม่ตรงความจริงเลยสักอย่างนะคะ แบบนี้แค่อยากให้คนมาด่ากัน เอากระแสหรอคะ ลี่รบกวนชี้แจงหน่อยค่ะ”

นอกจากนี้ ลิลลี่ได้ชี้แจงประเด็นแจกลายเซ็นว่า “ส่วนเรื่องแจกลายเซ็น จริงๆ แล้วตั้งแต่งานแรกที่เรารับ ทุกงานไม่มีการยืนยันรับปากว่าจะแจกลายเซ็นได้ชัวร์ 100% หรือแจกได้กี่นาที เพราะเราดูสถานการณ์หน้างาน จำนวนคน การ์ด ความปลอดภัย ดูเวลา และสถานที่ บางทีสะดวกพี่อิลแจกเป็นชั่วโมง ตอนเช็กอินไม่ได้แจกเลย เพราะจำนวนคนเยอะมาก มันแจกไม่ได้ จะใช้วิธีเซ็นฝากไป เซ็นเป็นร้อยๆ ชิ้น แค่คนไม่เห็น เพราะไม่ได้พูด และถ้าบอกว่ามีการสัญญาว่าจะตัองไปแจก น่าจะมีการผิดพลาดอะไรรึป่าวคะ มีหลักฐานมั้ยคะ ปกติพี่อิลจะนั่งแจกในรถตู้เอง หรือไม่ก็บางร้านเราก็ไปเกาะรั้วแจก ส่วน ร้านพี่ เราคุยงานอยู่ร้านจนถึงตี 2 ร้านปิด เพราะมีปัญหาเรื่องงานที่ต้องพูดคุยกัน ซีเรียสมาก ทางเจ้าของก็ไม่เข้ามาคุย ไม่ได้มาใส่ใจถามไถ่ด้วยตัวเอง แล้วตอนออกไปจากที่ห้องรับรอง ออกไปพี่อิลไม่เจอใคร ร้านก็ไม่ได้อะไรพี่อิลเลยนะคะ แบบนี้ใครผิดใครถูก พี่อิลมองหาไม่เจอแฟนคลับสักคนเลยกลับ ทำไมไม่เดินเข้าไปแจ้งพี่อิล และทำไมไม่แจ้งไม่ถามก่อนแสดงว่ามีการแจกมั้ย ที่ไหนตอนไหน สะดวกมั้ย ร้านให้เราขึ้นก็เที่ยงคืนแล้ว กว่าจะเล่นเสร็จ ถ้าไม่อยากแจก จะนั่งรอยันร้านปิดทำไมคะ รีบกลับไปนอนไม่ดีกว่าหรอ มีกล้องวงจรมั้ยคะ ว่าพี่อิลกลับตอนไหน”

รมว.สุชาติ ชื่นชมเยาวชนไทย-ผู้สนับสนุน หลังเด็กไทยคว้า 7 เหรียญแข่งขันฝีมือโลก

รมว.แรงงาน มอบรางวัลผู้เข้าแข่งขัน WorldSkills ครั้งที่ 46 พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณผู้สนับสนุนการแข่งขัน ดันเยาวชนไทยคว้า 1 เหรียญเงิน 6 เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ผมขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 46 ที่สามารถคว้าเหรียญรางวัลในเวทีระดับโลกมาได้ นี่คือความสำเร็จในการแสดงความสามารถและศักยภาพของเยาวชนไทย ที่มีทักษะฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้แตกต่างจากการแข่งขันในครั้งที่ผ่านมา โดยแยกสนามแข่งขันถึง 15 ประเทศแข่งขันทั้งหมด 62 สาขา ระหว่างเดือนกันยายน - ตุลาคม 2565  ประเทศไทยส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 12 สาขา รวม 13 คน  มีประเภททีม 1 สาขา 

ผลการแข่งขันในครั้งนี้เป็นที่น่าพอใจ ที่ไทยสามารถคว้ามาได้ 1 เหรียญเงิน 6 เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม เหรียญเงินจากสาขาเครื่องจักรกล CNC (เครื่องกลึง) มีนายณัฐวุฒิ เพ็ชรงาม เป็นตัวแทน เหรียญฝีมือยอดเยี่ยม 6 เหรียญ จากสาขาเครื่องจักรกล CNC (เครื่องกัด) มีนายสุทธิศักดิ์ อู่เล็ก เป็นตัวแทน  สาขาเมคคาทรอนิกส์ (ประเภททีม 2 คน) มีนายณัฐวัสส์ ทองพินิจกุล และ นายชุติเดช ทองพินิจกุล เป็นตัวแทน สาขาการออกแบบเกมเชิงสามมิติ มีนายเจษฎาภรณ์ แก่นนอก เป็นตัวแทน สาขาการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย มีนางสาวศิริพร ทรปราณี เป็นตัวแทน สาขาการประกอบอาหาร มีนายภูริพัฒน์ วุฒิพัฒนานนท์ เป็นตัวแทน และสาขาการบริการอาหารและเครื่องดื่ม มีนางสาวจุฑารัตน์ บุญนาค เป็นตัวแทน 

นายสุชาติ กล่าวต่อไปว่า รางวัลที่ได้รับช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการผลิตแรงงานที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในระดับสากล  สร้างการยอมรับจากนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงเปิดโอกาสให้แรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศได้มากขึ้นด้วย สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และภายใต้การกำกับดูแลของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นให้แรงงานไทยมีทักษะฝีมือได้มาตรฐานสากล ส่งเสริมการมีงานทำและมีรายได้ที่มั่นคง  

ซึ่งการแข่งขันฝีมือแรงงานช่วยยกระดับให้เป็นแรงงานคุณภาพ (Super Worker) นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศบนเวทีโลก และเป็นการสร้างมิตรภาพและความเข้าใจอันดีต่อกันและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานในระดับนานาชาติต่อไป สำหรับเยาวชนที่เข้าแข่งขันในสาขาอื่น ๆ ที่ไม่ได้เหรียญรางวัล ผมขอเป็นกำลังใจให้ด้วยเช่นกัน เพราะการก้าวไปสู่เวทีระดับโลกได้ ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก จึงขอให้นำประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาปรับปรุงทักษะฝีมือของตนเองให้มากขึ้น และนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อวิชาชีพและการทำงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top