Thursday, 2 July 2026
NEWS FEED

ผิดที่ไว้ใจ!! ‘รัตนพันธ์’ แฉพฤติกรรม 'SC-หญิงอ้อ-ลูกเขย' แค่ผู้ดีลวงโลก พร้อมฝากถึง 'อุ๊งอิ๊ง' อย่าอาสาดูแลชาติ ถ้าเรื่องแค่นี้ยังดูแลไม่ได้

ครอบครัว ‘รัตนพันธ์’ ร้องสื่อมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากถูก บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ASSET  โดยคุณหญิงพจมาน ชินวัตร และ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้เป็นลูกเขย หลอกลวง ฉ้อฉล โดยหลอกเอาเปรียบว่าจะช่วยเหลือ มอบเงินให้ 20 ล้าน สุดท้ายเป็นหลุมพราง กลายเป็นสัญญาเงินกู้ ที่หลอกให้เด็กแค่ 23 ปี เซ็น ด้วยคำพูดที่หวาน อ่อนโยน เห็นอกเห็นใจ และท่าทีที่ดูเป็นมิตร น่าเชื่อถือ กับคำพูดที่ว่า “คนไทยด้วยกัน” จึงทำให้ ทางครอบครัว 'รัตนพันธ์' หลงเชื่ออย่างสนิทใจ 

ซึ่งต่อมาก็ต้องประสบเคราะห์กรรม มีทั้งการสูญเสียบ้านและที่ดินมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ตามบันทึกข้อตกลงที่ SC ASSET ทำร่วมกับ ดร.ศรายุทธ ฉบับลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 โดยหลังจากเสียบ้านและที่ดินไป ครอบครัวรัตนพันธ์ก็บ้านแตกสาแหรกขาด ต่างคนต่างต้องแยกย้ายกันหาที่เช่าอยู่ ขาดรายได้ และไม่มีแม้กระทั่งเงินจะส่งลูกชายเรียนต่อระดับชั้นมหาวิทยาลัย ครอบครัวได้ติดตามให้ SC ASSET รับผิดชอบโดยการชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด จากการทำหนังสือลงทะเบียนตอบรับเป็นทางการ ถึงผู้บริหารและผู้ถือหุ้นกว่า 100 ฉบับ แต่ SC ASSET เลือกให้ผู้บริหารฝ่ายกฎหมายมาเจรจา โดยไม่แสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจังต่อครอบครัว น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง

ด้านนางสาวฐานิตา รัตนพันธ์, ดร.ศรายุทธ รัตนพันธ์ และ นายลัดฟ้า รัตนพันธ์ จึงต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมจากสังคม ผ่านสื่อมวลชน โดยหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือ 

ซึ่งประเด็นสำคัญ คือ ซีอีโอ SC ASSET หรือ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เป็นผู้รับปากในที่ประชุม เองว่าไม่ต้องเป็นห่วง จะดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเองจนจบ ครอบครัวก็โล่งใจเพราะปัญหาได้คลี่คลาย แต่ปรากฏว่าภายหลังออกจากห้องประชุม เนื้อความในสัญญาที่ SC ASSET ทำขึ้นกลับไม่ตรงกับสิ่งที่ตกลงร่วมกันในที่ประชุมหลายข้อ และเมื่อติดต่อให้แก้ไข ทางนายอรรถพล ยืนยันว่าแก้ไขไม่ได้ แต่อ้างกับเราว่านี่คือวิธีการที่ดีที่สุดในแก้ปัญหา เพราะต้องทำตามแบบบริษัทมหาชน แต่จะยึดตามเจตนารมณ์ที่คุยร่วมกันในที่ประชุม และต้องเซ็นในบันทึกที่ SC ASSET ทำขึ้นเท่านั้น และด้วยความรู้ไม่เท่าทัน รวมถึงครอบครัวรัตนพันธ์ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากการเซ็นเพื่อให้ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดตามตกลง เราเลยลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวไป

‘ยูทูบเบอร์ชาวเกาหลี’ รีวิวการกิน ‘สุกี้ตี๋น้อย’ ถึงขั้นพูด “อยากให้เงินเพิ่ม กินเยอะจนอยากขอโทษ”

มาไทยร้องว้าวทุกคน! ล่าสุดนัดท่องเที่ยวชาวเกาหลีรีวิวกินบุฟเฟต์ชาบู ราคาแสนถูก กินเยอะไม่อั้น จนอยากไปขอโทษเจ้าของร้านก่อนกลับบ้าน

ไม่เฉพาะศิลปินโด่งดัง ที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ไทยเท่านั้น แต่เหล่าไอดอล นักแสดง รวมถึงยูทูบเบอร์ ต่างก็ได้เดินทางมาพักผ่อน ลิ้มลองอาหารกันจนติดอกติดใจ จนมาเปิดโลกฮิต เมนูอาหารไทยที่โปรดปราน

ล่าสุดกลายเป็นไวรัล เมื่อช่อง “뱅콕무비 BKKMOVIE” ยูทูบเบอร์ชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โพสต์คลิปรีวิวการกินบุฟเฟ่ต์ชาบูไทยในร้านแห่งหนึ่ง โดยมีข้อความ “วันนี้ขอพักหมูปิ้งมากินหมูต้มบ้าง บุฟเฟต์ สุกี้ตี๋น้อย!!”

รีวิวกินแบบจัดเต็ม การันตีโดยเหล่ายูทูบเบอร์ ที่ออกปากเองว่า อยากให้เงินเพิ่ม กินเยอะจนอยากไปขอโทษเจ้าของร้านเลยทีเดียว เพราะชาบูรสชาติอร่อย แถมราคาถูกอีกด้วย เรียกว่าอาหารไทยอร่อยไม่แพ้ใครจริง ๆ
 

บิ๊กทหารสหรัฐฯ ปลื้ม 'มวยไทย-บัวขาว' ขอเชิญไปสอนมวยที่อเมริกา

ยังคงเป็นประเด็นอย่างต่อเนื่องสำหรับ ร.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว บัญชาเมฆ สังกัดศูนย์การกำลังสำรอง ทบ. / ช่วยราชการ ศูนย์ประสานงานสารนิเทศ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมทหารไทยระดับครูมวย และนักกีฬามวยไทย มีกำหนดจะสาธิตศิลปะแม่ไม้มวยไทยแก่ทหารจากสหรัฐอเมริกาที่มาร่วมในการฝึก Cobra Gold 2023 ในอาทิตย์วันที่ 5 มีนาคม เวลา 13.30- 17.00 น. ณ กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จ.ลพบุรี

นอกจากนี้ล่าสุดยังมีการเปิดเผยจากแฟนเพจ "บัญชาเมฆยิม" ว่า บัวขาว ยอดมวยชาวไทย ยังได้รับเชิญจากบิ๊กทหารสหรัฐฯ ไปสอนศิลปะ 'มวยไทย' ที่ประเทศสหรัฐฯ อีกด้วย

ล่าคนโกงตัวแม่!! สืบนครบาล IDMB ตามรวบ 'นภาพร หรือหวาน'ลำปลาทิว ผู้เสียหายรวมตัวกว่า 600 คน ตั้งกลุ่มไล่ล่า

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหายว่าถูกคนร้ายชื่อ “ นภาพร หรือหวานก่อเหตุโดยสร้างเฟซบุ๊กชื่อบัญชีต่างๆ หลอกให้โอนเงินค่าสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ถึงขนาดมีการรวมตัวกันกว่าหกร้อยคน ตั้งกลุ่มเฟซบุ๊ก ชื่อ “ จับคนโกง นภาพร-แสงจันทร์-ปนัดา-ปภัสสร-สุขใจ - napaporn sangjan ” เพื่อรวมตัวกันแชร์ประสบการณ์ แนะวิธีการเก็บข้อมูลพยานหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดีเมื่อถูกก่อเหตุ ตลอดจนหาวิธีการช่องทางเพื่อประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในการล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้เสียหายที่รวมกลุ่มได้มีการประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. เพื่อให้เร่งสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาคนดังกล่าวซึ่งยังหลบหนีก่อเหตุต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2558   คนร้ายมีความคิดว่าถ้าโกงผู้เสียหายในจำนวนยอดเงินโกงไม่เกิน 2,000 บาท น่าจะไม่ค่อยมีผู้เสียหายติดตามดำเนินคดี มูลค่าความเสียหาย 2 ล้านบาท ประวัติอาชญากรรมสะอาด

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 เวลาประมาณ 19.30 น. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ,พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.บช.น. , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ , พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.
ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว 
น.ส.นภาพร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 148 ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง จังหวัดกรุงเทพมหานคร 
ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 95/2564 ลงวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2564

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ฉ้อโกงประชาชน , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ”

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณข้างร้านสะดวกซื้อ ถนนประชาพัฒนา แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

'พระพยอม' ชื่นชมพระกระโดดกำแพงช่วยโยม ชี้ มีเจตนาดีไม่อาบัติ แม้ดูไม่เหมาะสมแก่สมณสารูป

จากกรณีพระสงฆ์ 2 รูปใจเด็ด กระโดดข้ามกำแพงวัด ช่วยหญิงร้านขายของชำถูกคนร้าย ใช้มีดพร้าจ่อคอ ภายในร้านขายของชำใน ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งกล้องวงจรปิดบันทึกภาพชายอายุประมาณ 60 ปี พกมีดพร้าเดินเข้าไปในร้านขายของชำ ซึ่งขณะนั้นนางสา (นามสมมุติ) อายุ 59 ปี กำลังยืนจัดสิ่งของอยู่ภายในร้าน จากนั้นคนร้ายได้เดินตรงเข้าไปใช้มือล็อกคอนางสา ทำให้นางสาเสียหลักล้มลงกับพื้น จากนั้นคนร้ายจึงใช้มีดพร้าจ่อลำคอนางสา พร้อมกับส่งเสียงตะโกนว่า “มึงทำกู กูจะฆ่ามึง” นางสาจึงดิ้นรนต่อสู้ ขณะที่คนร้ายกำลังก่อเหตุ บุตรสาวของนางสา ซึ่งอยู่หลังร้าน ได้ยินเสียง จึงวิ่งออกมาหน้าร้าน และพบแม่ถูกคนร้ายกำลังจะใช้มีดพร้าปาดคอ จึงส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ 

ระหว่างนั้น พระขวัญเมือง สิริธัมโม พระลูกวัดโขดหิน พร้อมกับพระลูกวัดอีกรูปหนึ่ง กำลังต่อท่อน้ำ อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ และได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงพากันกระโดดข้ามกำแพงวัด เข้าไปช่วยเหลือนางสา และเมื่อคนร้ายเห็นพระเข้ามาช่วย จึงวิ่งออกจากร้านชำ และขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

'ออแกไนซ์' สยบดราม่า 'ดาราแย่งซีน' เผยเหตุสุดวิสัยที่ ‘เบลล่า’ ต้องเปลี่ยนชุด

ออแกไนซ์ จัดงาน ออกมาเคลียร์ประเด็น ดาราแย่งซีน เผยสาเหตุที่ ‘เบลล่า’ ต้องเปลี่ยนชุด ยืนยันไม่มีใครแย่งซีนกัน

จากประเด็นดราม่าแย่งซีน ก็ทำเอาชาวเน็ตขุดคลิปออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก จนทำให้นางเอกสาว เบลล่า ราณี แคมเปน ถูกโยงถึงเรื่องนี้ด้วย เกี่ยวกับเรื่องนี้ ออแกไนซ์ ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงเป็นข้อ ๆ ถึงเบื้องหลังที่เบลล่าจำเป็นต้องเปลี่ยนชุด โดยยืนยันว่าไม่มีการแบ่งซีนกันเกิดขึ้นตามกระแสดราม่าแต่อย่างใด

โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Somkeat Chaitika ระบุข้อความว่า “มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายๆ คน ทักอินบล๊อกเข้ามาถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานนี้ ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งผมพึ่งได้เปิดอ่านเมื่อคืนที่ผ่านมา หลายท่านอาจจะเข้าใจผิดไปต่างๆ นานา กับเหตุการณ์ในวันนั้นที่เกิดขึ้น เอาเป็นว่าผมขอใช้พื้นที่ตรงนี้ในการบอกกล่าวข้อเท็จจริง ในวันนั้นในฐานะ ออกาไนซ์ในการจัดงาน ทางผมได้รับมอบหมายให้จัดงานในการประกาศผลรางวัล การประกวดออกแบบเครื่องประดับจากสถาบันหนึ่ง

ซึ่งในวันงานประกาศผลรางวัล ได้มีการดีลดารานักแสดงทั้งหมด 6 ท่าน คือ น้องเก้า สุภัสรา, น้องแพทริเซีย, น้องมิว นิษฐา, น้องมิ้นต์ ชาลิดา, น้องเบลล่า และน้องใหม่ ดาวิกา เพื่อมาสวมเครื่องประดับแล้วเดินแบบ จากประเด็นที่เกิดขึ้นขอชี้แจงเป็นข้อๆ นะครับ

1. ทำไมน้องเบลล่าถึงต้องเปลี่ยนชุด จากสีเทาเป็นสีดำ คือทางเราได้วางสีชุดไว้หมดเรียบร้อยแล้วครับ น้อง ๆ ทุกคนจะเห็นชุดในห้องแต่งตัวและลองฟิตติ้งกันหมดละครับ หลายคนคิดว่าน้องเบลเปลี่ยนชุดเอง อันนี้ไม่จริงครับ ถ้าน้องอยากเปลี่ยนชุดอันนี้ตอบได้เลยว่าไม่ครับ จริงๆ แล้วเพราะก่อนหน้าที่จะเดินแฟชั่นจะมีน้อง 2 คนที่ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนงานเริ่มคือน้องมิ้นต์และน้องเบลและหลังจากสัมภาษณ์เสร็จ ก็กลับเข้าไปด้านหลังเวทีเพื่อเตรียมตัว

‘ชาวป่าแป๋’ สืบสานประเพณี ‘หาบข้าวขึ้นหลอง’ รำลึกธนาคารข้าวแห่งแรก จากทรัพย์ส่วนพระองค์ ร.9

ชาวป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง สืบสานประเพณีหาบข้าวขึ้นหลอง น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ก่อตั้งธนาคารข้าวแห่งแรกของโลก แก้ปัญหาขาดแคลนข้าว 

องค์การบริหารส่วนตำบลป่าแป๋ พร้อมราษฎรบ้านป่าแป๋ ต.ป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน น้อมสำนึกพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชการที่ 9 ทรงแก้ไขปัญหาการขาดแคลนข้าวของราษฎรให้อยู่ดีกินดี โดยได้รับเกียรติจาก นายประเสริฐ จิตพลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เดินทางเป็นประธานในพิธีหาบข้าวขึ้นหลอง ตามโครงการจัดงานวันรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์แก้ไขปัญหาการขาดแคลนข้าวของราษฎร

ทั้งนี้ นายทวีวัฒน์ วิสิฏสิริ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าแป๋ ได้นำราษฎร บ้านป่าแป๋ ซึ่งเป็นชนเผ่าละว้า และพี่น้องชนเผ่ากะเหรี่ยงหมู่บ้านใกล้เคียง ร่วมพิธีทำขวัญข้าวและขนเข้าขึ้นยุงฉาง หรือ ธนาคารข้าว เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชการที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ เป็นการเผยแพร่และขยายผลแนวพระราชดำริการดำเนินงานของธนาคารข้าว แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อยอดการดำเนินงานของธนาคารข้าว ส่งเสริมให้หมู่บ้านป่าแป๋ เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

รัฐบาลเปิด ‘ปฏิบัติการฝนหลวง’ แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ใน ‘เชียงใหม่-แม่สอด’

(3 มี.ค. 66) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ติดตามความพร้อมของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ใน 5 ภูมิภาค 7 ศูนย์ เพื่อเข้าแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่มีค่าเกินมาตรฐาน รวมถึงเข้าช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้ง สร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าไม้ การป้องกันการเกิดไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน ซึ่งทุกหน่วยมีความพร้อมขั้นสูงสุด และสามารถออกปฏิบัติการในทุกโอกาสเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม โดยเมื่อ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้รับเรื่องขอรับบริการจากพื้นที่ภาคเหนือ จังหวัดกําแพงเพชร ตาก ลําปาง อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ และภาคตะวันออก จังหวัดฉะเชิงเทรา และระยอง แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถออกปฏิบัติการได้ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เหมาะสม เช่น ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยระดับปฏิบัติการมีค่าต่ำกว่า 60% อากาศมีเสถียรภาพส่งผลให้เมฆไม่ก่อตัวในพื้นที่เป้าหมาย หรือกลุ่มเมฆในพื้นที่เป้าหมายไม่เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการ

'หมอยง' ชี้ บทสรุป 'วัคซีนทุกตัว' ประสิทธิภาพไม่ต่างกัน ฉีดกี่เข็มก็ไม่กันการติดเชื้อ ได้แค่ลดความรุนแรงของโรค

(3 มี.ค. 66) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเรื่อง โควิด 19 วัคซีน ความต้องการที่น้อยลง ระบุว่า...

ในปีแรกที่เริ่มมีวัคซีน ทุกคนแย่งกันมาก เมื่อมีวัคซีนมากขึ้น เรียกร้อง mRNA เป็นวัคซีนเทพ เมื่อกาลเวลาผ่านไป จะเห็นได้ว่าวัคซีนทุกตัวประสิทธิภาพไม่ต่างกันเลย

มาถึงปัจจุบัน จะฉีดวัคซีนกี่เข็มก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้เพียงแต่ลดความรุนแรงของโรคลง

ในวันนี้ ประชากรทั่วโลกส่วนใหญ่ได้ติดเชื้อไปแล้ว น่าจะถึง 5 พันล้านคน แม้กระทั่งประเทศไทยก็น่าจะติดเชื้อไปแล้วมากกว่า 50 ล้านคน

ตำรวจไซเบอร์ ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินคดีหลอกลงทุน Forex TRB พบผู้เสียหายมากกว่า 300 ราย ความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. ขอเรียนชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นายเตคุณ กับพวก รวม 5 ราย ที่ได้ร่วมกันหลอกลวงชักชวนผู้เสียหายหลายรายให้ร่วมลงทุนเก็งกำไรในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา (Forex) ผ่านนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ FXTRB ดังต่อไปนี้

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อประชาชนจากภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุน อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง และจริงจัง    

เพื่อเป็นการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล และแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบในด้านงานป้องกันปราบปราม ได้กำชับไปยัง พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดทำการสืบสวนสอบสวน ขยายผลหาความเชื่อมโยงในดดี ปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

คดีดังกล่าวเมื่อประมาณเดือน มี.ค.64 จนถึงปัจจุบัน ผู้เสียหายหลายรายถูกผู้ต้องหากับพวกชักชวนหลอกลวงให้ลงทุนเก็งกำไรในอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินสกุลต่างๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือเว็บไซต์ secure.elitefundgroup.com โดยมีนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ FXTRB เป็นผู้ดำเนินการนำเงินของที่ผู้เสียหายไปลงทุนเก็งกำไรค่าเงินสกุลต่างๆ มีการแอบอ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ซึ่งหากมีการซื้อขายได้กำไร หรือขาดทุน ผู้เสียหายสามารถตรวจสอบผ่านบัญชีผู้ใช้ของตนได้ ในช่วงแรกผู้เสียหายสามารถถอนเงินได้ตามปกติ ต่อมาเมื่อประมาณเดือน ส.ค.65 ไม่สามารถถอนเงินได้ จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวงและได้รับความเสียหาย จึงแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ thaipoliceonline.com ให้ดำเนินดดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมาย

ต่อมาจากการสืบสวนสอบสวนพบว่า บัญชีธนาคารที่รับโอนเงินของผู้เสียหายมีการโอนเงินเข้าออกเป็นจำนวนมากผิดปกติวิสัย โดยผู้ต้องหากับพวกไม่ได้มีการนำเงินไปลงทุนตามที่กล่าวแต่อย่างใด กลับนำไปใช้จ่ายส่วนตัว และมีการนำเงินลงทุนของผู้เสียหายรายใหม่ หมุนเวียนไปให้กับผู้เสียหายรายเก่า ทำให้เชื่อว่าลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนจริง พงส.บก.สอท.1 จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ยื่นคำร้องต่อศาลขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย ในข้อหา “ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ” ต่อมาเมื่อ 17 ม.ค. 66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. สามารถทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ ส่ง พงส.ดำเนินคดีตามกฎหมายในเวลาต่อมา

กระทั่งเมื่อปลายเดือน ก.พ.66 ที่ผ่านมา พงส.บก.สอท.1 ได้สรุปสำนวนการสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาดังกล่าวไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีเศรษฐกิจ และทรัพยากร เพื่อพิจารณาดำเนินในส่วนที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไปแล้ว

โฆษก บช.สอท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอฝากเตือนประชาชนถึงแนวทางการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top