Friday, 28 August 2026
LITE

เพลงพระราชนิพนธ์ ในมุมมอง ‘3 ลุง เฉลียง’ พบกับความงดงาม!! ที่มากกว่า ‘เสียงดนตรี’

(13 ต.ค. 68) 🎶 เปิดรายการตอนแรกอย่างอบอุ่นใจ... กับ “ถูกทุกข้อ”
ชวนคุณมานั่งฟังเรื่องราวสุดพิเศษจาก ‘3 ลุงเฉลียง’

พี่แต๋ง พี่เจี๊ยบ และพี่ดี้ ที่จะพาเราย้อนรำลึกถึง

‘เพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๙’

ผ่านสายตา...และหัวใจของคนทำดนตรีมืออาชีพ
🎹✨
เรื่องราวของพระราชอัจฉริยภาพทางดนตรีที่ไม่ได้แค่ ‘ไพเราะ’ 
แต่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจที่ไม่รู้จบ

📌 พรุ่งนี้ (14 ตุลาคม) | เวลา 19.00 น.
อย่าพลาด! รายการ “ถูกทุกข้อ” ตอนแรก
รับชมพร้อมกัน ที่ ‘เฉลียง 3 ลุง’ ตามลิงก์ข้างล่างนี้  

https://www.youtube.com/@Chaliang3Lung  

๑๓ ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

13 ตุลาคม ถือเป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 พระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในประเทศไทย โดยสำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES ร่วมกับคณะผู้บริหารและพนักงาน น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตลอดรัชสมัยกว่า 70 ปี พระองค์ได้ดำเนินพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรกว่า 4,000 โครงการ และได้รับการยกย่องด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในและต่างประเทศ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับ รางวัลเกียรติยศ UNDP Human Development Lifetime Achievement Award จากเลขาธิการสหประชาชาติ นายโคฟี่ อันนัน เมื่อปี พ.ศ. 2549 เพื่อเทิดพระเกียรติพระปรีชาสามารถและพระราชกรณียกิจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตพสกนิกรไทย

ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 พระองค์ทรงแปรพระราชฐานเข้ารับการรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช จนถึงวันสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลา 15.52 น. สิริพระชนมพรรษา 88 พรรษา 313 วัน ทรงเป็นที่จดจำและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์

‘อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า’ เปิดตัว!! คอนเสิร์ตใหญ่ รวมศิลปิน เพื่อนพ้อง จุดไฟ!! กลางขุนเขา อีกครั้ง

เมื่อวันที่ (8 ต.ค. 68)  ที่ร้าน “กระเทียมพริกไทยดำ” เลียบคลองสอง กรุงเทพฯ ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวคอนเสิร์ตใหญ่ “คืนสู่ไร่ แคมป์ไฟดนตรีมาลีฮวนน่า: พี่ เพื่อน น้อง ร้องเพลงรัก” โดย อาจารย์ไข่ – คฑาวุธ ทองไทย หัวหน้าวงมาลีฮวนน่า นำทีมศิลปินรุ่นใหญ่และศิลปินรับเชิญ มาร่วมพูดคุยถึงความตั้งใจในการจัดงานดนตรีครั้งนี้

ภายในงานแถลงข่าวเป็นไปอย่างคึกคัก มีสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมรับฟังแนวคิดจากศิลปินที่ร่วมเวที ไม่ว่าจะเป็น จิระนันท์ พิตรปรีชา, โอ้–โอฬาร พรหมใจ จาก The Olarn Project, ติ๊ก ชิโร่ และ คุณมะลิ น้องสาวของอาจารย์ไข่ ที่มาร่วมเล่าถึงความหมายของ “คืนสู่ไร่” ในครั้งนี้ ซึ่งไม่ใช่เพียงคอนเสิร์ตกลางแจ้งธรรมดา แต่คือกิจกรรมที่ต้องการใช้พลังของเสียงเพลงและบรรยากาศธรรมชาติ เยียวยาหัวใจผู้คน

คอนเสิร์ต “คืนสู่ไร่” ครั้งนี้ ยังถือเป็นการกลับมาจัดงานกลางแจ้งในรูปแบบ “แคมป์ไฟดนตรี” อีกครั้งของมาลีฮวนน่า โดยรวมเอาศิลปินจากหลากหลายแนว ทั้งป๊อปร็อก เพื่อชีวิต และกวีร่วมสมัย มาร่วมแสดงอย่างอบอุ่นท่ามกลางสายลมหนาว ขุนเขา และบทเพลงที่คุ้นหูของแฟน ๆ ตลอดหลายทศวรรษ

แฟนเพลงเพื่อชีวิตและผู้รักเสียงดนตรีเตรียมสะพายกีตาร์ขึ้นรถ แล้วเดินทาง “คืนสู่ไร่” เพื่อพบกันอีกครั้งท่ามกลางไฟแคมป์ กลิ่นไอของมิตรภาพ และเสียงเพลงที่ไม่เคยลืม

🎤 รายละเอียดคอนเสิร์ต
📅 วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2568
📍 ไร่หุบกะพง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
⏰ ตั้งแต่หกโมงเย็นยันหกโมงเช้า — เต็มอิ่มทั้งคืนไม่มีพัก!

ร่วมขับกล่อมเสียงเพลงกับศิลปินเพื่อชีวิตขวัญใจมหาชน
✨ มาลีฮวนน่า
✨ The Olarn Project
✨ ติ๊ก ชิโร่
✨ ไก่ กะละมังส์
✨ วงพริกไทย

🎟️ บัตรราคา 1,900 บาท (พร้อมเก้าอี้สนาม Limited Edition!)
จำกัดเพียง 1,500 ใบเท่านั้น! อย่าช้า...!!

📌 ช่องทางจำหน่ายบัตร
เพจ Maleehuana Official
ร้าน ครัวกระเทียมพริกไทยดำ (เลียบคลองสอง) ☎️ 090-015-8243
ร้าน ครัวกระเทียมพริกไทยดำ (ไร่หุบกะพง ชะอำ) ☎️ 094-407-1440

📞 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท มาลีฮวนน่า อาร์ตเร็คคอร์ด
โทร. 094-407-1440, 032-427-557, 095-340-0035

🌙 เสียงกีตาร์จะดังขึ้นอีกครั้งกลางไร่หุบกะพง
“คืนสู่ไร่” ครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่เพลง...แต่มีความทรงจำของเพื่อชีวิตทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ที่จะกลับมาจุดไฟหัวใจให้ลุกโชนอีกครั้ง

11 ตุลาคม พ.ศ. 2540 ในหลวง ร.๙ ทรงลงพระปรมาภิไธย รัฐธรรมนูญ 2540 ฉบับที่ได้รับการขนานนามว่า ‘รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน’

วันนี้ในอดีต 11 ตุลาคม พ.ศ. 2540 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงลงพระปรมาภิไธยใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” เพราะเป็นครั้งแรกที่ประชาชนมีส่วนร่วม ผ่านการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) และการรับฟังความคิดเห็นจากสังคมทั่วประเทศ

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการเมืองไทย โดยเพิ่มสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนมากขึ้น เช่น สิทธิชุมชน เสรีภาพทางวิชาการ การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และยังวางหลักการให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง รวมถึงกำหนดให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด พร้อมจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อคานอำนาจและตรวจสอบรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนมีอายุไม่ถึง 9 ปี ก็ถูกยกเลิก หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองฯ ที่โค่นรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้ “รัฐธรรมนูญ 2540” กลายเป็นเพียงความทรงจำของความพยายามครั้งสำคัญในการสร้างประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

6 หนุ่ม CIR*CRL แซม เลออน พาย พี ติวเตอร์ เบ็น ส่งซิงเกิ้ลแรก 'WANT IT NOW' ให้ฟังแล้วทุกแพลตฟอร์ม

เพลง 'WANT IT NOW' พร้อมทีมสร้าง MV ระดับ South East Asia*
เปิดตัวเดบิวต์อย่างเป็นทางการสำหรับ 6 หนุ่ม แซม - พฤฒิชัย รวยฟูพันธ์ ,เลออน -เลออน เซ็ค , พาย - ฐิติกร วัฒนะบวรพัฒน์ , พี - พีรดนย์ ชื่นอารมย์ ,ติวเตอร์ - วีรฤทธิ์ มานะประเสริฐศักดิ์ และ เบ็น - ภัทรกิจ ตั้งมงคลกิจการ ในนาม CIR*CRL(เซอร์-เคิ่ล) เป็นศิลปิน T-POP น้องใหม่ตัวจริงภายใต้คอนเซ็ปต์ DIFFERENT STANDS , SAME GOAL การถือกำเนิด การเกิดใหม่ของพวกเขาทั้ง 6 คน พร้อมส่ง SINGLE DEBUT เพลงแรกกับเพลง “WANT IT NOW“ มาให้ทุกคนได้ฟังเพลงได้แล้ววันนี้ทุก สตรีมมิ่ง แพลตฟอร์ม ออนไลน์ ทุกช่องทาง พร้อมชมมิวสิควิดีโอ เพลง “WANT IT NOW“ ได้แล้วทาง YouTube  MchoiceMusic

โดยเพลง 'WANT IT NOW' นี้ได้มีการทำงานร่วมกันจากทีมงานหลากหลายประเทศ ที่เรียกได้ว่ารวมตัวท็อปของ South East Asia เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น เกาหลี ในส่วนของเพลง และ ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ และ ฮ่องกง ในส่วนของ MUSIC VIDEO ซึ่งเนื้อหาจะพูดถึงเรื่องราวของเด็กหนุ่ม 6 คนที่มีพลังวิเศษที่ได้แรงบันดาลใจตัวละคร maneto ในเรื่อง x-men ที่แต่ละครจะมีเรื่องราวและ SYMBOLIC ตามพลังวิเศษที่แตกต่างกัน และ มารวมตัวกันจึงถือกำเกิดขึ้นเป็น CIR*CRL ที่พร้อมจะสร้างโลกใหม่พร้อมปรากฏการณ์ใหม่ให้กลับโลกใบนี้  ถ้าใครที่ได้เข้าไปดู MV แล้วจะเข้าใจถึงเนื้อหาเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว 

และในส่วนมิวสิควิดีโอ ยังได้ผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงที่เรียกได้ว่ากวาดเรียบแทบจะทั้งวงการ T-POP อย่าง คุณจีน คำขวัญ ดวงมณี (DIRECTOR & PRODUCED BY BIRKIN VISUAL) ที่จับมือกับ ผู้กำกับตัวท็อปฝั่งเวียดนาม คุณ PHUONG VU (ANTIANTIART) และสุดยอด DIRECTOR OF PHOTOGRAPHY คุณKELVIN CHEW WEI ZHONG ที่เคยร่วมงานกับศิลปินชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น billie eilish , Jackson Wang รวมถึง Jisoo BLACKPINK และ คุณMatthew ที่เป็นผู้ทำ COLORIST ให้กับ MV 'WANT IT NOW' ก็เคยผ่านงานการทำสี MUSIC VIDEO ให้ศิลปินอย่าง Fujii Kaze และศิลปินท่านอื่นๆอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็น MEGA PROJECT ของทาง MCHOICE และ MCHOICE MUSICE ที่ได้รวบรวมคนมากฝีมือในฝั่ง South East Asia มาร่วมกันช่วยทำ SINGLE DEBUT เปิดตัวเพลง WANT IT NOW ให้กับวงน้องใหม่อย่าง CIR*CRL แบบยิ่งใหญ่ ไม่แพ้เมืองนอกกันเลยทีเดียว และในส่วนของ ART WORK โลโก้วง และ ตัว SYMBOLIC ต่างๆ ก็ได้สุดยอด  CREATIVE & ART DIRECTOR  ชื่อดังของเมืองไทยอย่าง คุณอ๊อด สุพิชาน โรจน์วณิชย์ ที่เคยทำให้กับศิลปินดังๆ ต่างๆ มากมาย มาร่วมรังสรรค์ผลงานชิ้นเอกชิ้นนี้ด้วย 

สามารถเป็นกำลังใจและ ติดตามความเคลื่อนไหวอัปเดตข่าวสาร บอยกรุ๊ป วง CIR*CRL (เซอร์-เคิ่ล) ผ่านทาง โซเชียลมีเดีย ของ MCHOICE ได้ทุกช่องทาง  พร้อมชมมิวสิควิดีโอ เพลง 'WANT IT NOW' ได้แล้วทาง YouTube  MchoiceMusic และฟังเพลงได้แล้ววันนี้ทุก สตรีมมิ่ง แพลตฟอร์ม ออนไลน์ ทุกช่องทาง

ช่องทางติดตาม
Youtube (Official Channel) MchoiceMusic
Instagram: cir.crl
TikTok: @cir.crl
X (Twitter): @CIRCRL
linktree: https://linktr.ee/cir.crl

10 ตุลาคม พ.ศ. 2468 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชหัตถเลขา พระราชนาม ‘อานันทมหิดล’ พระนามแห่งเจ้าฟ้ารัชกาลที่ ๘

วันนี้ในอดีต 10 ตุลาคม พ.ศ. 2468 เป็นวันที่ “หม่อมเจ้าอานันทมหิดล มหิดล” พระโอรสในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (เจ้าฟ้ามหิดล) และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้รับพระราชทานพระนามจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ว่า “อานันทมหิดล” (Ananda Mahidol) ซึ่งต่อมาพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็น พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี

พระราชหัตถเลขาซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในเหตุการณ์ครั้งนั้น มาจาก สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ที่มีไปถึง หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ (ต่อมาคือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์) ปลัดทูลฉลองกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น เพื่อแจ้งให้ทราบว่าพระนัดดา “ได้รับพระราชทานนามแล้ว” พร้อมระบุการสะกดชื่ออย่างถูกต้องว่า Ananda Mahidol

พระราชหัตถเลขาตอนหนึ่งระบุว่า “เจ้าวรรณไวทยากร เธอโทรเลขไปยังลูกแดงด้วยว่า เดี๋ยวนี้ลูกของลูกแดงได้รับพระราชทานชื่อแล้วว่า ‘อานันทมหิดล’ เขียนเป็นอักษรโรมันว่า ‘Ananda Mahidol’ ดังนี้ ให้โทรเลขเป็นคำตรงกับชื่อที่สะกดมานี้ มิฉะนั้นจะผิดไป โทรเลขส่งไปวันจันทร์...” โดย “ลูกแดง” ในที่นี้หมายถึง สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก 

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา แม้จะทรงครองราชย์ในวัยเยาว์ แต่ทรงได้รับความรักและเคารพจากพสกนิกรทั่วแผ่นดินในฐานะ “พระมหากษัตริย์ผู้ทรงงานหนักเพื่อแผ่นดินไทย”

9 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ‘ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช’ นายกรัฐมนตรี คนที่ 13 ของไทย ถึงแก่อสัญกรรม สิริรวมอายุ 84 ปี

วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ศาสตราจารย์ พลตรี หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของประเทศไทย ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ สิริรวมอายุ 84 ปี ท่านเป็นบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิรอบด้าน ทั้งนักเขียน นักคิด นักการเมือง และศิลปิน ผู้ฝากผลงานระดับตำนานไว้ให้คนไทยมากมาย อาทิ สี่แผ่นดิน, หลายชีวิต, ไผ่แดง, มอม และ สามก๊กฉบับนายทุน

หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2454 ในเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นโอรสของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ และหม่อมแดง บุนนาค ทรงได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ด้วยเหตุที่ร้องไห้เสียงดังในวัยทารก จึงได้ชื่อว่า “คึกฤทธิ์” ท่านเป็นผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ สยามรัฐ และพรรคกิจสังคม ซึ่งต่อมาได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2518

ชีวิตของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์เต็มไปด้วยสีสัน ท่านเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์ The Ugly American (1963) คู่กับมาร์ลอน แบรนโด (Marlon Brando) และเป็นที่รู้จักในฉายา “ซือแป๋ซอยสวนพลู” หรือ “เสาหลักประชาธิปไตย” ด้วยความกล้าพูด กล้าวิจารณ์ และยืนหยัดเพื่อบ้านเมือง หลังถึงแก่อสัญกรรมในปี 2538 กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอชื่อท่านต่อองค์การยูเนสโกในปี 2550 ให้เป็น “บุคคลสำคัญของโลก” เพื่อเชิดชูเกียรติผลงานอันเป็นคุณูปการต่อประเทศไทยและวงวรรณกรรมโลก

8 ตุลาคม พ.ศ. 2483 นิสิตนักศึกษา 8,000 คนรวมพลังเดินขบวน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ เรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ฝรั่งเศสได้เข้ามาคุกคามสยาม (ประเทศไทยในปัจจุบัน) และยึดดินแดนไปถึง 5 ครั้ง รวมพื้นที่กว่า 467,500 ตารางกิโลเมตร ซึ่งต่อมากลายเป็นประเทศลาวและกัมพูชาในปัจจุบัน ทำให้ไทยต้องสูญเสียดินแดนไปกว่าครึ่งประเทศ เหตุการณ์นี้ฝังใจคนไทยมาหลายยุคสมัย จนเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 1940 (พ.ศ. 2483) นิสิตนักศึกษาจากจุฬาฯ และธรรมศาสตร์กว่า 8,000 คน ได้เดินขบวนสนับสนุนรัฐบาลพลตรีหลวงพิบูลสงครามให้เรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส ซึ่งต่อมาในวันที่ 12 ตุลาคม ประชาชนกว่า 50,000 คนก็รวมตัวกันที่ท้องสนามหลวง แสดงพลังสนับสนุนแนวคิด “เอาดินแดนคืน” อย่างล้นหลาม

รัฐบาลไทยได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ฝรั่งเศสคืนดินแดน แต่ถูกปฏิเสธและถูกยิงปืนใหญ่ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาในไทย รวมถึงการรุกล้ำน่านฟ้า กองทัพไทยจึงเตรียมพร้อมตอบโต้และเริ่มเคลื่อนกำลังเข้าสู่ดินแดนเดิมในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2483 การสู้รบดำเนินไปในหลายสมรภูมิ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ โดยเฉพาะยุทธนาวีเกาะช้างซึ่งไทยมีชัยเหนือฝรั่งเศส และสามารถยึดพื้นที่สำคัญหลายแห่ง เช่น หลวงพระบาง จัมปาศักดิ์ พระตะบอง และเสียมราฐ

ต่อมา ญี่ปุ่นเข้ามาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย จนมีการลงนามสัญญาพักรบที่ไซ่ง่อน และการเจรจาสันติภาพที่กรุงโตเกียวในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2484 ซึ่งผลสุดท้าย ฝรั่งเศสยอมคืนดินแดนบางส่วนให้ไทย รวมพื้นที่ราว 90,000 ตารางกิโลเมตร โดยจัดตั้งเป็น 4 จังหวัดใหม่ ได้แก่ พระตะบอง พิบูลสงคราม นครจัมปาศักดิ์ และลานช้าง ถือเป็นชัยชนะทางทหารและการทูตครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย

เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญของทหารไทยที่เสียชีวิตในการรบ รัฐบาลได้สร้าง “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” ณ กรุงเทพมหานคร เปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2485 เพื่อเชิดชูวีรชน 160 นาย ที่สละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินและเกียรติยศของชาติ กลายเป็นสัญลักษณ์แห่ง “ชัยชนะในการกู้เอกราชคืน” และจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยตราบจนทุกวันนี้

7 ตุลาคม พ.ศ. 2495 วันเกิด ‘วลาดิเมียร์ ปูติน’ ประธานาธิบดีรัสเซีย จากอดีตสายลับโซเวียต…สู่ผู้ทรงอิทธิพลของโลก

วันนี้ในอดีต เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2495 (ค.ศ. 1952) เป็นวันถือกำเนิดของ วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ณ เมืองเลนินกราด สหภาพโซเวียต (ปัจจุบันคือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) ผู้นำที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทและอิทธิพลอย่างสูงต่อเวทีการเมืองโลกมาอย่างยาวนาน

ปูตินเป็นบุตรคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องสามคน เขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการทำงานใน เคจีบี (KGB) หน่วยข่าวกรองของสหภาพโซเวียต ก่อนจะเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่การเมือง ในช่วงแรกเขาเป็นที่ปรึกษาด้านกิจการต่างประเทศให้กับนายกเทศมนตรีอนาโตลี ช็อบจัก (Anatoly Sobchak) และค่อย ๆ ไต่เต้าในตำแหน่งทางการเมืองขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของเขาเกิดขึ้นเมื่อได้รับตำแหน่งเป็น รักษาการประธานาธิบดี หลังจากที่ประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน (Boris Yeltsin) ประกาศลาออกอย่างกะทันหันในปลายปี พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) ส่งผลให้ต่อมาปูตินก็ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งและได้เข้าพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000)

ภายใต้บุคลิกที่ดูสุขุมนิ่งเรียบของปูตินนั้น เป็นที่รับรู้กันว่าแฝงไว้ด้วยความ เด็ดขาด และ หนักแน่น ในการบริหารประเทศ ทำให้เขากลายเป็นผู้นำที่อยู่ในสปอตไลต์ของโลกอยู่เสมอ 

12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 ‘โรงเรียนประณีตศิลปกรรม’ ยกฐานะเป็น ‘มหาวิทยาลัยศิลปากร’ สถาบันอุดมศึกษาด้านศิลปะแห่งแรกของประเทศไทย

วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 โรงเรียนประณีตศิลปกรรมได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น “มหาวิทยาลัยศิลปากร” โดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี (Corrado Feroci) ชาวอิตาเลียนผู้ก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้เมื่อปี 2476 เพื่อสอนวิชาจิตรกรรมและประติมากรรมแก่ข้าราชการและนักเรียนไทยโดยไม่คิดค่าเล่าเรียน ก่อนพัฒนาเป็นสถาบันการศึกษาด้านศิลปกรรมเต็มรูปแบบ

ในปี 2478 โรงเรียนได้รวมกับโรงเรียนนาฏยดุริยางคศาสตร์ และเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนศิลปากร” โดยมีผลงานของนักเรียนถูกนำไปจัดแสดงในงานฉลองรัฐธรรมนูญ จนได้รับความสนใจจากรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงมอบหมายให้ศาสตราจารย์ศิลป์ และลูกศิษย์สร้างผลงานประติมากรรมประดับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งกลายเป็นผลงานศิลปะสำคัญของชาติ

ต่อมา รัฐบาลประกาศ “พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยศิลปากร พุทธศักราช 2486” ให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นเพื่อฟื้นฟูศิลปกรรมของชาติ และเพาะศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิในแขนงต่าง ๆ อาทิ จิตรกรรม ประติมากรรม ดุริยางคศิลป์ นาฏศิลป์ และโบราณคดี โดยพระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2486 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ

การยกฐานะครั้งนั้นไม่เพียงสะท้อนการเติบโตของวงการศิลปะไทย แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่รัฐบาลให้การยอมรับว่า “ศิลปะคือศาสตร์แห่งชาติ” ที่มีคุณค่าทัดเทียมกับวิชาการระดับอุดมศึกษา ปัจจุบันมหาวิทยาลัยศิลปากรมีชื่อเสียงในด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และโบราณคดี และขยายการเรียนการสอนครอบคลุมทุกสาขาวิชาใน 3 วิทยาเขตทั่วประเทศ

6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ครบรอบ 49 ปี เหตุสังหารหมู่นักศึกษาธรรมศาสตร์ หนึ่งในบาดแผลทางประวัติศาสตร์ของไทยที่ยากจะลืมเลือน

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 เกิดเหตุการณ์ล้อมปราบและสังหารหมู่นิสิตนักศึกษาและประชาชนภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งรวมตัวชุมนุมขับไล่จอมพล ถนอม กิตติขจร ให้กลับออกนอกประเทศ ฝ่ายต่อต้านกล่าวหาว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการก่อการโดยคอมมิวนิสต์ที่ต้องการล้มล้างสถาบัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาเข้าปราบปรามอย่างรุนแรง

รัฐบาลรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 39 ศพ แต่บางองค์กรระบุว่ามีผู้ตายจริงหลายร้อยถึงกว่าพันคน บาดเจ็บ สูญหายอีกจำนวนมาก และมีผู้ถูกจับกุมกว่า 3,000 คนในข้อหากบฏ เหตุการณ์โหดร้ายนี้ถูกจดจำว่าเป็นหนึ่งในความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ในวันเดียวกัน พลเรือเอก สงัด ชะลออยู่ และคณะทหารได้ทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาล ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช และแต่งตั้งนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมามีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสังหารและการปราบปรามครั้งนั้นไม่ถูกลงโทษ

5 ตุลาคม พ.ศ. 2420 ‘หัวหน้าโจเซฟ’ ชนพื้นเมืองแห่งเผ่าเนซ เพอร์ซ ประกาศยุติการต่อสู้ ยอมจำนนต่อกองทัพสหรัฐฯ

5 ตุลาคม พ.ศ. 2420 (ค.ศ.1877) หัวหน้าโจเซฟ (Chief Joseph) ผู้นำเผ่าเนซ เพอร์ซ ได้ประกาศยอมจำนนต่อพล.อ. เนลสัน เอ. ไมล์ส แห่งกองทัพบกสหรัฐ หลังการต่อสู้ยืดเยื้อระหว่างชาวเนซ เพอร์ซกับกองทัพอเมริกัน เหตุการณ์นี้เป็นจุดสิ้นสุดของการถอยร่นที่เจ็บปวดของชนพื้นเมืองในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ

เบื้องต้น สาเหตุสำคัญมาจากคำสั่งให้อพยพชาวเนซ เพอร์ซจากหุบเขาวอลโลว่า (Wallowa Valley) ในรัฐโอเรกอน ไปยังเขตสงวนแลปไว (Lapwai) ในรัฐไอดาโฮ ระหว่างทางมีการปะทะบ่อยครั้ง โดยเฉพาะกรณีคนขาวลักขโมยวัวของชาวอินเดียน ทำให้สถานการณ์บานปลายและกองทัพส่งกำลังกดปราบอย่างรุนแรงจนชาวเนซ เพอร์ซทนไม่ไหว

เมื่อยอมจำนน หัวหน้าโจเซฟกล่าวสุนทรพจน์อันโด่งดังแสดงความสิ้นหวังและห่วงใยประชาชนของตน ท่อนหนึ่งที่ถูกอ้างถึงคือ “ข้าเหนื่อยที่จะสู้รบต่อไป… ข้าต้องการเวลาที่จะค้นหาเด็ก ๆ ของข้า และนับดูว่าเหลือรอดกี่คน…หัวใจข้าอ่อนล้าและโศกเศร้า…ข้าจะไม่สู้รบอีกต่อไป” 

4 ตุลาคม พ.ศ. 2447 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ทรงเปิดสำนักงาน ‘บุคคลัภย์’ สู่การจัดตั้งแบงค์สยามกัมมาจล

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2447 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ทรงประกอบพิธีเปิด “บุคคลัภย์” (Book Club) สำนักงานทดลองดำเนินกิจการแบบธนาคารพาณิชย์แห่งแรก ณ ตึกแถวสองชั้นของกรมพระคลังข้างที่ ตำบลบ้านหม้อ พระนคร โดยทรงออกหนังสือแจ้งว่ากิจการเป็นห้องสมุดสาธารณะ แต่การดำเนินงานจริงคือธุรกิจธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าการทดลองจะสำเร็จหรือไม่

ต่อมาเมื่อกิจการประสบความสำเร็จ ได้มีการก่อตั้งธนาคารในรูปแบบบริษัทจำกัดครั้งแรกชื่อ “บริษัทแบงก์สยามกัมมาจลทุน จำกัด” เมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2449 โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระบรมราชานุญาตจากรัชกาลที่ 5 ให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์อย่างเป็นทางการ นับเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของคนไทย พร้อมได้รับพระราชทานตราอาร์มแผ่นดินเป็นตราประจำธนาคาร

ในปี พ.ศ. 2482 ธนาคารเปลี่ยนชื่อเป็น “ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด” มีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2518 และเปลี่ยนชื่อเป็น “ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)” ชื่อที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก ใกล้สี่แยกรัชโยธิน

3 ตุลาคม พ.ศ. 2436 กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ลงนามสงบศึกกับฝรั่งเศส ไทยยอมเสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เพื่อรักษาเอกราช

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2436 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศ ทรงลงนามใน “สนธิสัญญาสันติภาพ” กับฝรั่งเศส ภายหลังเหตุปะทะกันที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ “วิกฤติการณ์ ร.ศ. 112” ในรัชกาลที่ 5

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2436 เมื่อเรือรบฝรั่งเศส 2 ลำ พร้อมเรือสินค้านำร่อง ฝ่าปากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามา และถูกปืนใหญ่ไทยยิงสกัดจนเกิดการปะทะ ไทยสูญเสียทหาร 8 นาย บาดเจ็บ 40 นาย ขณะที่ฝรั่งเศสเสียทหาร 3 นาย และบาดเจ็บ 3 นาย ก่อนที่เรือรบฝรั่งเศสจะแล่นเข้ามาถึงกงสุลฝรั่งเศสในกรุงเทพฯ

ผลจากสงครามนี้ ไทยต้องลงนามในสนธิสัญญาที่บังคับให้สยามชดใช้ค่าเสียหาย 3 ล้านฟรังก์ (ราว 1.56 ล้านบาทในสมัยนั้น) และยอมสละดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงรวมกว่า 143,000 ตารางกิโลเมตร พร้อมทั้งถูกฝรั่งเศสยึดเมืองจันทบุรีไว้นานกว่า 10 ปี จนกว่าจะชำระค่าเสียหายครบถ้วน

2 ตุลาคม พ.ศ. 2509 ในหลวง ร.๙ เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐออสเตรีย ครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ สร้างมิตรภาพยั่งยืน

วันนี้ในอดีต 2 ตุลาคม พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยือน สาธารณรัฐออสเตรีย อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 2 ตุลาคม ซึ่งนับเป็นการเสด็จเยือนครั้งที่สอง หลังจากในทศวรรษ 2500 พระองค์ได้ทรงเริ่มภารกิจเสด็จเยือนนานาประเทศทั้งในยุโรป อเมริกา และเอเชีย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นกับนานาชาติ

ความสัมพันธ์ไทย–ออสเตรียนับว่ามีความใกล้ชิดและเป็นมิตรภาพที่ยาวนาน ไฮไลต์สำคัญของการเยือนเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกในปี 2507 เมื่อพระราชนิพนธ์เพลงของพระองค์ อาทิ Kinari Suite, Falling Rain, Love at Sundown, March Rajanavikayothin และ March Rajavallop ได้รับการบรรเลงโดยวง N.O. Tonkunstier Orchestra ที่กรุงเวียนนา และถ่ายทอดสดทางวิทยุไปทั่วประเทศ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวางจากผู้ฟัง ทั้งยังมีการบรรเลงผลงานของโยฮัน สตรอสส์เหมือนที่เคยจัดถวายสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จฯ เยือนเวียนนาในปี 2440 อีกด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2507 สถาบันดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนา (Institute of Music and Arts of Vienna) ได้ถวายเกียรติคุณสมาชิกกิตติมศักดิ์ลำดับที่ 23 แด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งนับเป็นพระมหากษัตริย์เอเชียพระองค์แรกที่ได้รับการยกย่องในฐานะนักประพันธ์เพลงระดับนานาชาติ

การเสด็จฯ เยือนออสเตรียของรัชกาลที่ 9 จึงไม่เพียงสะท้อนพระราชภารกิจด้านการทูต แต่ยังเป็นการเผยแพร่พระปรีชาด้านดนตรีไปทั่วโลก สร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักและชื่นชมในเวทีนานาชาติ ตอกย้ำบทบาทพระองค์ในฐานะผู้นำที่ทรงทั้งวิสัยทัศน์และพรสวรรค์รอบด้าน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top