Tuesday, 14 July 2026
LITE

เชียงใหม่ฮือฮา!! “ลลิษา มโนบาล” โผล่วัดเจดีย์หลวง ถ่ายโปรโมตท่องเที่ยวไทยให้ ททท. ร่วมงานคืนสุดท้าย “ยี่เป็ง” เชียงใหม่ กลายเป็นไวรัลทั่วโซเชียล

(7 พ.ย. 68) ลิซ่า แบล็คพิ้งค์ หรือ ลลิษา มโนบาล ซูเปอร์สตาร์ชาวไทยระดับโลก โผล่วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ในคืนสุดท้ายของงานประเพณียี่เป็ง เพื่อถ่ายงานโปรโมตการท่องเที่ยวไทยให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

แฟนคลับและชาวเชียงใหม่ต่างตื่นเต้นและถ่ายภาพเหตุการณ์เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นกระแสไวรัล แต่ไม่นานหลังจากนั้น เพจต่างๆ ที่แชร์ภาพถูกทีมงานติดต่อให้ลบโพสต์ โดยอ้างถึงปัญหากฎหมายลิขสิทธิ์เพื่อป้องกันความขัดแย้ง

ประเพณียี่เป็งถือเป็นงานสำคัญของเชียงใหม่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติอย่างมาก ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่าลิซ่าจะเดินทางมาถ่ายงานโปรโมตกับ ททท.ในช่วงจัดงานจริงตามที่แฟนๆ ตั้งตารอคอย

ดราม่าบอสณวัฒน์!! กลายเป็นระบบการตลาด เป็นเครื่องมือจัดการไลฟ์กระแส ยุทธศาสตร์สื่อสารยุคดิจิทัล ทำให้แบรนด์ และตัวเข้าไปอยู่ในสปอตไลต์ต่อเนื่อง

(7 พ.ย. 68) ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ใช้ไลฟ์สตรีมจุดกระแสดราม่า ผ่านเหตุการณ์สำคัญสองครั้ง ได้แก่ ไลฟ์จากโรงพยาบาลในช่วงโควิด-19 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2564 ที่เล่าว่า "ถูกให้กลับบ้านภายใน 24 ชม." ซึ่งสร้างประเด็นถกเถียงเรื่องการจัดการเตียงผู้ป่วยจนมีหน่วยงานออกมาชี้แจง และไลฟ์พรีอีเวนต์ Miss Universe 2025 เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2568 ที่เกิดข้อขัดแย้งระหว่าง ณวัฒน์กับมิสเม็กซิโก โดยเขายืนยัน "ไม่ได้พูดคำว่า dumb head แต่เป็น damage" พร้อมขอโทษในเวที Welcome Night

เหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ณวัฒน์ใช้ดราม่าเป็นเครื่องมือจัดการกระแส ทำให้แบรนด์และตัวเขาอยู่ในสปอตไลต์ต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็ต้องมีวินัยในการบริหารความเคลื่อนไหว บทเรียนจากเขาคือ ต้องเตรียม Fact Sheet ภายใน 6 ชั่วโมงหลังเกิดดราม่า เพื่อแยกคำพูดตรงและการตีความ พร้อมสร้างเนื้อหาเชิงบวกภายใน 24-72 ชั่วโมง และวางเงื่อนไขทางแบรนด์กับพาร์ตเนอร์อย่างชัดเจน เพื่อให้จัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อถกเถียงและดราม่าที่เกิดขึ้นกับณวัฒน์ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการนางงาม เช่นเคส Miss Iceland 2016 ที่นางงามลาออกกลางคันอ้างโดนบอกให้ลดน้ำหนัก, Vietnam 2022 ที่มีวิจารณ์เรื่องสัดส่วนของผู้เข้าประกวด หรือกรณี Rachel Gupta ในปี 2025 ที่แฉปัญหาสภาพแวดล้อมองค์กรกลั่นแกล้ง แต่ทั้งหมดยังเน้นให้เห็นว่าดราม่าคือ "ตัวเร่ง" ที่ต้องเปลี่ยนเป็นความเชื่อใจและรายได้อย่างมีระบบ ไม่ใช่แค่การแจ้งเกิดผ่านไฟจากไลฟ์เพียงอย่างเดียว

7 พฤศจิกายน 2539 พระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินทางชลมารค ในรัชกาลที่ 9 ณ วัดอรุณราชวราราม หนึ่งในพระราชพิธีกาญจนาภิเษก เฉลิมพระเกียรติครองราชย์ครบ 50 ปี

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 พระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม พระราชพิธีกาญจนาภิเษกจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2539 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพระองค์ทรงครองราชสมบัติ เป็นปีที่ 50 ถือเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชสมบัติเป็นระยะเวลายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีหมายกำหนดการจัดงานพระราชพิธีกาญจนาภิเษก และงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ระหว่างวันที่ 8-10,12,14,23 มิถุนายน ,7พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 รวมทั้งสิ้น 7 วัน

โดย วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2539 เวลา 15.30 น. เป็นพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม

คอนเทนต์ใช้ไฟให้เป็นแสง ขับเคลื่อนการค้นหาการพูดถึง บทเรียนจาก 'บอสณวัฒน์' ในเวที Miss Universe 2025

ดราม่าไม่ใช่อุบัติเหตุของคอนเทนต์อีกต่อไป แต่มันคือ “เครื่องยนต์การตลาด” ที่ขับเคลื่อนการค้นหา การพูดถึง และยอดเข้าถึง—ถ้าคุมกรอบเรื่องและจังหวะได้พอ บทความนี้สรุปเพลย์บุ๊กเชิงธุรกิจ + บทเรียนคมๆ จากเคสจริงของ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล บนเวที Miss Universe 2025

เหตุการณ์สั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น
ระหว่างอีเวนต์ก่อนประกวดที่กรุงเทพฯ เกิดปากเสียงบนไลฟ์สตรีมระหว่าง “ณวัฒน์” กับ “มิสเม็กซิโก Fátima Bosch” ประเด็นการโปรโมตเจ้าภาพ มีคำพูดที่ถูกตีความว่าเรียกผู้เข้าประกวดว่า “dummy/dumb head” จนนำไปสู่การวอล์กเอาต์ของผู้เข้าประกวดหลายชาติ และแรงสะท้อนบนสื่อสากล–ไทยจำนวนมาก ต่อมาประธาน MU “Raúl Rocha Cantú” ออกคลิปแถลง “จำกัดบทบาท” ของณวัฒน์ในการประกวดครั้งนี้ ขณะที่เจ้าตัวออกคำขอโทษ/ชี้แจงต่อสาธารณะในเวลาต่อมา (และปฏิเสธบางถ้อยคำที่ถูกกล่าวหา) หมายเหตุ: ประเด็นนี้ยังมีคำอธิบายที่สวนทางกันในรายละเอียดบางส่วน จึงควรยึดคำพูดตรงจากคลิป/ถ้อยแถลง และเปิดสิทธิ์ชี้แจงให้ทุกฝ่ายเสมอ

ดราม่า = การตลาดแบบหนึ่ง (Drama-as-Marketing)
ตรรกะของแพลตฟอร์มตอนนี้: อารมณ์แรง → คอมเมนต์/แชร์พุ่ง → อัลกอริทึมขยายการมองเห็น → เกิด Discovery ฟรีในวงกว้าง กฎเหล็ก: ต้องรีบ “แปลง” ความสนใจให้เป็นทราฟฟิกของเราเอง/ชุมชน/ยอดขาย และต้องมีทางลง (Normalize) ที่รักษาแบรนด์

• AIDA × Algorithm (ฉบับดราม่า):
• Attention: จุดติดด้วยประเด็นสาธารณะ ไม่ใช่ปะทะส่วนบุคคล
• Interest: เสิร์ฟ Fact vs. Spin ให้คนตามต่อบนฐานข้อมูล
• Desire: แปลงการถกเถียงเป็นความต้องการ “รู้จริง/แก้ปัญหา” (Q&A/Explainer/Live ชี้แจง)
• Action: ดึงเข้าช่องทางของเรา (สมัครชุมชน/จดหมายข่าว/ลงทะเบียนอีเวนต์/ซื้อคอร์ส)

Playbook 24–72 ชั่วโมง (เวอร์ชันธุรกิจล้วน)
0–6 ชม.: ออก Fact Note 5–7 บรรทัด + คลิปสั้น 60–90 วินาที + เปิดกล่องรับคำชี้แจง

6–24 ชม.: แตกคอนเทนต์ 3 แบบ: Q&A / Fact vs. Spin / จุดยืนแบรนด์ + เปิดเกตแปลงผล (สมัครชุมชน/ดาวน์โหลด)

24–48 ชม.: อินโฟ “ไทม์ไลน์ข้อเท็จจริง” + ไลฟ์สั้นชี้แจง → ตัดเป็น Shorts

48–72 ชม.: สรุปบทเรียน + ปล่อยคอนเทนต์ “คุณค่าแกนหลัก” ดึงอุณหภูมิกลับศูนย์

KPI ที่ต้องเฝ้า (รายชั่วโมง → รายวัน): Reach/ผู้ชมใหม่, Watch time/Completion, การค้นหาแบรนด์/เมนชัน, สัดส่วน Sentiment, Conversion (สมัคร/ยอดขาย), EMV คร่าวๆ, การแจ้งเตือนแพลตฟอร์ม

เคสศึกษา “บอสณวัฒน์”: จุดที่พาไปไว และจุดที่พาไปไกล
1) จุดไฟไว: ไลฟ์สตรีมต่อหน้าผู้เข้าประกวด + ถ้อยคำแรง = Hook & Polarize พุ่งระดับโลกใน 24 ชม. (คลิปถูกตัดซ้ำข้ามแพลตฟอร์ม สื่อสากล–ไทยหยิบต่อ)

2) แรงสะท้อนจากพาร์ตเนอร์: ฝั่ง MU ออกแถลงหนุนสิทธิ์และศักดิ์ศรีผู้เข้าประกวด พร้อมจำกัดบทบาทณวัฒน์ชั่วคราว—นี่คือ “ค่าเสียหายเชิงโอกาส (Opportunity Cost)” ของงานร่วม/ลิขสิทธิ์/สปอนเซอร์ในอนาคต

3) พยายามปิดเกม: การออกคำขอโทษ/ชี้แจงในเวลาต่อมา คือความพยายามดึงแบรนด์กลับศูนย์ แต่ก็ทิ้ง “รอยดราม่า” ในบันทึกออนไลน์ ซึ่งภาคสปอนเซอร์ระดับโลกมักอ่อนไหวต่อประเด็นนี้.

4) บทพิสูจน์ของ Drama-as-Marketing: ดราม่า “ป้อน” Earned Media มหาศาล แต่ถ้าไม่รีบแปลงเป็น First-party Data/Community/สินค้าที่มีคุณค่า ก็จะเหลือแค่ “ดังแล้ววืด”.

5) เส้นแดง: เมื่อแตะคุณค่าพื้นฐาน (ศักดิ์ศรี/ความปลอดภัย/ความเป็นมืออาชีพ) — พาร์ตเนอร์จะเข้ามาคุมความเสี่ยงแทนคุณทันที.

กรอบตัดสิน “คุ้มไหม” (ฉบับผู้บริหาร)
EMV คร่าวๆ = Estimated Reach ÷ 1,000 × CPM เฉลี่ย

Drama ROI ≈ EMV + รายได้ตรง (D2C/ตั๋ว/คอร์ส) – ค่าเสียหายภาพลักษณ์ (ดีลสปอนเซอร์ที่หาย + ส่วนลดราคา + เวลาทีมกฎหมาย)

ตั้งเพดานเสี่ยง: ถ้า Sentiment ลบ > 35–40% หรือถูกแจ้งละเมิดเกินเกณฑ์ ⇒ เข้าสู่โหมด Repair/Normalize ทันที

เช็กลิสต์ “เล่นไฟอย่างโปร”
• โจมตี “ประเด็น/ระบบ” แทน “ตัวบุคคล”
• ทำ Fact vs. Spin ทุกครั้ง—แยกคำพูดตรง/หลักฐาน ออกจากความเห็น
• เปิด Right of Reply อย่างเป็นระบบ (ฟอร์ม/อีเมล/หน้ารวมคำชี้แจง)
• ล็อกกฎหมายไทย: หมิ่นประมาท/พ.ร.บ.คอมฯ/PDPA/ลิขสิทธิ์
• Exit Plan ชัดเจน: ใครถือไมค์ 1 เสียงเดียว, ข้อความปิดเกม, คอนเทนต์แกนคุณค่า

สรุปคมๆ
ดราม่าเป็นตัวเร่ง ไม่ใช่ตัวตนของแบรนด์ มันเร่งการค้นพบและการพูดถึง แต่ความยั่งยืนมาจากคุณค่า-ข้อมูลจริง-ความรับผิดชอบ เคส “บอสณวัฒน์” ชี้ชัดว่า—คุณ “ดังได้” ในชั่วข้ามคืน แต่จะ “น่าเชื่อถือ” ไปอีกยาวๆ หรือไม่ ขึ้นกับวินัยในการคุมกรอบเรื่อง แปลงผลเร็ว และรู้จักลงจากเวทีอย่างมืออาชีพ.

หมายเหตุบรรณาธิการ
เหตุการณ์นี้ยังมีข้อมูลอัปเดตต่อเนื่องและถ้อยคำบางช่วงมีข้อโต้แย้งตามคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้อง เมื่อดึงคำพูด/ข้อเท็จจริงเฉพาะเจาะจง ควรอ้างอิงคลิป/ถ้อยแถลงต้นทางและเปิดสิทธิ์ชี้แจงให้ครบถ้วน

ดราม่า Miss Universe ไทย–เม็กซิโก ไทยเจอบทเรียนราคาแพงบนเวทีโลก สะเทือน Soft Power และภาพลักษณ์ ประเทศในสายตาโลก

(6 พ.ย. 68) ดราม่า Miss Universe Thailand 2025 กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้อำนวยการกองประกวดถูกกล่าวหาว่าใช้คำว่า “dumb head” ต่อหน้า Fátima Bosch ผู้เข้าประกวดจากเม็กซิโก คำพูดนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดียนำไปสู่การวอล์กเอาต์ของผู้เข้าประกวดหลายชาติและแถลงการณ์จาก Raúl Rocha Cantú ประธาน Miss Universe Organization (MUO) ที่ย้ำว่า “ความเคารพและศักดิ์ศรีของผู้หญิงทุกคน คือหัวใจของเวทีนี้” ฝ่ายไทยชี้แจงในภายหลังว่าเป็นความเข้าใจผิด คำที่พูดคือ “damage” ไม่ใช่ “dumb head” ท่ามกลางกระแสโซเชียลที่ไม่อาจหยุดยั้ง

เหตุการณ์นี้สะท้อนความเปราะบางของ Soft Power ไทยที่ใช้เวทีนี้เป็นเครื่องมือส่งเสริมศักยภาพระดับโลก แต่กลับต้องเผชิญคำถามถึงความพร้อมในการจัดงานที่สื่อถึงความเท่าเทียมและเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม Fátima Bosch กล่าวว่า “I’m not afraid to make my voice heard. We’re in the 21st century.” แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ที่ผู้หญิงในวงการนางงามกล้าพูดและเรียกร้องศักดิ์ศรี

เบื้องหลังเวทีนี้คือธุรกิจพันล้านบาทที่มีสปอนเซอร์และการลงทุนสูง ดราม่าครั้งนี้อาจทำให้แบรนด์โลกชะลอหรือย้ายการสนับสนุนได้ ทางออกเชิงโครงสร้างจึงเป็นสิ่งจำเป็น รวมถึงต้องมี Charter for Global Pageants in Thailand, การอบรมข้ามวัฒนธรรม, ทีมรับมือวิกฤต และการวัด Soft Power ด้วยข้อมูลจริง เพื่อรักษามาตรฐานและภาพลักษณ์ของชาติ

ดราม่าใน Miss Universe ปีนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า Soft Power ต้องมาพร้อมมาตรฐานการเคารพและความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม มิใช่เพียงการประชาสัมพันธ์ภายนอกแต่เพียงอย่างเดียว

6 พฤศจิกายน 2310 ‘พระเจ้าตาก’ กอบกู้เอกราชไทย ชนะศึกค่ายโพธิ์สามต้น หลังเสียกรุงได้เพียง 7 เดือน เปลี่ยนชะตาประวัติศาสตร์ชาติ

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตีแตกค่ายโพธิ์สามต้นที่กรุงศรีอยุธยา คืนกรุงกลับมา หลังเสียกรุงได้เพียง 7 เดือน ถือเป็นวันกอบกู้เอกราชไทยที่สำคัญและจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์ชาติอย่างแท้จริง บันทึกเวลาบ่ายโมงเศษของเหตุการณ์ในวันดังกล่าวยังได้รับการยืนยันอย่างชัดเจนจากเอกสารราชการและกรมศิลปากร

กรมศิลปากรระบุว่า "เป็นวันกอบกู้เอกราชซึ่งแสดงถึงความทรงจำร่วมของคนไทย" ซึ่งสะท้อนความหมายทางยุทธศาสตร์และอัตลักษณ์รัฐชาติ วันที่ 6 พฤศจิกายน นอกจากเป็นวันชัยชนะทางทหาร ยังเป็นวันสร้างเรื่องเล่าร่วมของสังคมไทยหลังยุคอยุธยาที่เชื่อมโยงกับการฟื้นฟูบ้านเมืองและรวมศูนย์อำนาจใหม่

หลังกรุงศรีอยุธยาแตกในเดือนเมษายน พ.ศ. 2310 พระยาตากสินรวบรวมไพร่พลจากหัวเมืองตะวันออกและจันทบุรี ยกทัพเรือเข้าสู่ปากเจ้าพระยา ตีเมืองธนบุรีคืน แล้วเคลื่อนทัพขึ้นเหนือสู่กรุงศรีอยุธยา จุดหมายค่ายโพธิ์สามต้นซึ่งเป็นฐานทัพพม่าที่ควบคุมเส้นทางน้ำและคมนาคมภาคกลาง ชัยชนะในการตีแตกค่ายโพธิ์สามต้นทำลายกำลังหลักของพม่า เปิดเส้นทางยึดกรุงคืนในวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลาบ่ายโมงเศษ

ค่ายโพธิ์สามต้นตั้งอยู่ในตำบลโพธิ์สามต้น อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันยังคงมีร่องรอยคูค่าย กำแพง รวมทั้งผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าของค่ายฝั่งตะวันตกที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาภาคสนาม เป็นภูมิทัศน์ประวัติศาสตร์ที่เผยให้เห็นบทบาทยุทธศาสตร์ของภูมิประเทศบริเวณนี้ในสงครามยุคอยุธยา

6 พฤศจิกายนจึงไม่ใช่แค่วันชัยชนะทางทหาร หากยังเป็นวันแห่งความทรงจำร่วมและสัญลักษณ์สถาปนาอำนาจใหม่ของชาติไทย หลังจากกอบกู้เอกราชด้วยชัยชนะครั้งสำคัญนี้ การเดินทางไปชมสนามประวัติศาสตร์ค่ายโพธิ์สามต้นในปัจจุบันจึงถือเป็นการสัมผัสกับพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเปลี่ยนทิศทางประวัติศาสตร์ไทยอย่างแท้จริง

‘ณวัฒน์’ แจงนางงามวอล์กเอาต์ จากปมงานสปอนเซอร์กดดัน และศักดิ์ศรีผู้เข้าแข่งขัน Miss Universe 2025

(5 พ.ย. 66) เหตุการณ์วอล์กเอาต์ของผู้เข้าแข่งขัน Miss Universe 2025 ที่จัดขึ้นในประเทศไทยสร้างความสนใจและวิจารณ์ในวงกว้าง เมื่อกลุ่มนางงามบางส่วนเดินออกจากกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง โดยสาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดเกี่ยวกับงานกิจกรรมสปอนเซอร์ที่ถูกมองเป็นแรงกดดันและอาจกระทบต่อศักดิ์ศรีของผู้เข้าแข่งขัน

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ผู้จัดงาน เปิดเผยผ่าน X ว่า "ความตึงเครียดเกิดจากบางประเทศไม่ร่วมทำภารกิจสปอนเซอร์/คอนเทนต์ตามที่กำหนด" พร้อมประกาศแนวทางว่า "จะไม่บังคับ" ให้ผู้เข้าประกวดเข้าร่วมกิจกรรมเชิงพาณิชย์หากไม่ได้สมัครใจ เพื่อรักษาบรรยากาศให้การประกวดเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น

ด้านประธานองค์กรแม่ MUO "ราอูล โรชา" ออกแถลงการณ์ตำหนิพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความอับอายต่อผู้เข้าแข่งขันต่อสาธารณะ และได้จำกัดบทบาทของณวัฒน์ในการดำเนินกิจกรรมทางการ ล่าสุด MUO ยังย้ำว่าการตัดสินรางวัลปีนี้จะยึดหลักมาตรฐาน 4 รอบ ได้แก่ สัมภาษณ์ส่วนตัว ชุดประจำชาติ ชุดราตรี และชุดว่ายน้ำโดยไม่มีอภิสิทธิ์ใด เพื่อความยุติธรรมและโปร่งใส

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดเวทีประกวดในยุคปัจจุบันที่ต้องผสมผสานระหว่างธุรกิจสปอนเซอร์และการรักษาศักดิ์ศรีของผู้เข้าแข่งขันอย่างสมดุล รวมถึงความจำเป็นที่ฝ่ายจัดงานต้องสื่อสารอย่างชัดเจนและยืดหยุ่น เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งและรักษาภาพลักษณ์อันทรงเกียรติของเวที

5 พฤศจิกายน 2486 เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ผู้ครองนครลำพูน องค์สุดท้าย ถึงแก่พิราลัย สิ้นสุดระบอบ “เจ้าผู้ครองนคร” ล้านนา

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 เป็นวันที่เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย แห่งราชวงศ์ทิพย์จักร ได้ถึงแก่พิราลัย ถือเป็นวันสิ้นสุดระบอบเจ้าผู้ครองนครในล้านนา ระบบการปกครองที่ดำรงอยู่มาหลายศตวรรษก่อนหน้านี้

เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ (พระนามเดิม “เจ้าน้อยจักรคำ ณ ลำพูน”) ประสูติ พ.ศ. 2417 เป็นโอรสของเจ้าอินทยงยศโชติ ขึ้นครองนครลำพูนในสายราชวงศ์ทิพย์จักร ราชวงศ์ที่สืบทอดอำนาจปกครองนครลำพูนมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อสยามเริ่มผนวกรัฐล้านนาจากสถานะ “บรรณาการ” เข้ากับราชอาณาจักรอย่างเป็นระบบ แนวคิดการปกครองสมัยใหม่ทำให้บทบาท “เจ้าเมือง” ค่อย ๆ ถูกจัดวางใหม่ภายใต้ส่วนกลาง

หลังเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ซึ่งยุบระบบเจ้าผู้ครองนคร แสดงให้เห็นการปรับบทบาทจากการใช้อำนาจปกครองโดยตรงสู่บทบาทเชิงวัฒนธรรม

หนึ่งในคำพูดที่สะท้อนความหมายของวันสำคัญนี้คือ "นี่ไม่ใช่แค่การรำลึกถึงบุคคล แต่คือการเห็นหัวใจของเมืองที่ยังเต้นอยู่" ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การจากไปของเจ้าจักรคำฯ ไม่ใช่แค่การสิ้นสุดของบุคคล แต่หมายถึงความเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรม อัตลักษณ์ และโครงสร้างสังคมของลำพูน

ร่องรอยความเปลี่ยนผ่านนี้สืบเนื่องมาในรูปแบบของโรงเรียนจักรคำคณาทร โรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดชื่อดัง สถานศึกษาที่ตั้งอยู่บนถนนสายสำคัญของเมือง รวมถึงวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ที่เป็นศูนย์กลางศรัทธาและแหล่งอนุรักษ์มรดกท้องถิ่น

วัน 5 พฤศจิกายน 2486 จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของล้านนาจากระบบเจ้าผู้ครองนครสู่การเป็นส่วนหนึ่งของรัฐไทยสมัยใหม่ พร้อมทั้งแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงของการเมือง วัฒนธรรม และสำนึกความเป็นเมืองในชีวิตประจำวันของชาวลำพูนในปัจจุบัน

เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ถึงแก่พิราลัย วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 รวมระยะเวลาที่ทรงครองนคร 32 ปี สิริชันษาได้ 69 ปี

กระแส BLACKPINK กลับมาร้อนแรง ในครึ่งหลังปี 2025 หรือช่วงกลางธันวาคม ทว่าต้นสังกัด YG Entertainment ยังไม่ยืนยันวันปล่อยอัลบั้มที่แน่ชัด

(4 พ.ย. 68) BLACKPINK กลับมาเป็นประเด็นร้อนครั้งใหม่ในวงการเพลงเกาหลี หลังมีเบาะแสชัดเจนถึงการเตรียมคัมแบ็กช่วงปลายปี 2025 โดยมีรายงานจากสื่อเกาหลีหลายแห่งระบุว่ากลุ่มอาจปล่อยอัลบั้มที่คาดหวังกลางเดือนธันวาคม ทว่าต้นสังกัด YG Entertainment ยังชี้แจงอย่างระมัดระวังว่า "ยังไม่มีอะไรยืนยัน" เกี่ยวกับวันปล่อยอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ผลงานกำลังอยู่ในขั้นตอน post-production พร้อมกับเปิดโหมดเตรียมงานอย่างเต็มที่

การสังเกตสถานการณ์ล่าสุดที่ชัดเจนคือการปล่อยซิงเกิลใหม่ "Jump" เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2025 ซึ่งเพลงนี้ต่อยอดด้วยเครดิตร่วมสร้างสรรค์โดย Diplo และมิวสิกวิดีโอที่กำกับโดย Dave Meyers ถือเป็นสัญญาณเปิดยุคใหม่ของ BLACKPINK พร้อมกับทัวร์สเตเดียมระดับโลกในปี 2025–26 ที่วงเดินสายแสดงทั้งในเอเชีย อเมริกาเหนือ ยุโรป ที่สนามไอคอนิกอย่าง SoFi Stadium และ Wembley Stadium

YG Entertainment ยืนยันว่าเกี่ยวกับวันปล่อยอัลบั้มยังอยู่ในขั้นตอนการขัดเกลาข้อมูลและพัฒนาไปจนถึงขั้นสุดท้าย แต่ยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอน โดยค่ายตอบกับสื่อว่า "ยังไม่มีอะไรยืนยัน" เพื่อรักษาความแม่นยำและเปิดช่องให้อัปเดตข้อมูลเป็นระยะ ขณะที่ผู้ชมคาดหวังว่าอัลบั้มเต็มจะสักวันหนึ่งในช่วงปลายปีนี้

ก่อนหน้านี้เคยปล่อยซิงเกิล "Jump" ที่สะท้อนโทนโปรดิวซ์เข้มข้นขึ้น ด้วยแนวดนตรีแดนซ์และคลับ เป็นการยืนยันว่ากำลังเดินหน้าสู่ยุคใหม่ของผลงาน ตลอดจนการทัวร์ที่ช่วยเร่งกระแสคัมแบ็ก อย่างไรก็ดี ยังต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจาก YG เพื่อความชัดเจนที่แท้จริงสำหรับแฟนเพลงทั่วโลกและแฟนไทยที่จับตารอคอย

BLACKPINK ยังคงจัดเป็นหนึ่งในไอดอลกลุ่มที่ทรงอิทธิพลในวงการเพลงป๊อปโลก ด้วยการทำทัวร์ระดับสเตเดียมและผลงานที่แข็งแรง ขณะที่โอกาสปล่อยอัลบั้มใหญ่ปลายปี 2025 ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาต่อไป

ครบรอบ 46 ปี เหตุการณ์ช็อกโลก กลุ่มหัวรุนแรงชาวอิหร่านยึดสถานทูตสหรัฐฯ จับนักการทูต เป็นตัวประกันนาน 444 วัน จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันเลวร้ายของ 2 ชาติ

ช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) นักศึกษาชาวอิหร่านราว 300 - 500 คน ได้บุกฝ่ากองกำลังของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่คุ้มกันอยู่ที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเตหะราน เข้าไปจับกุมตัวประกัน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอเมริกันส่งตัวพระเจ้าชาห์ โมฮัมเมด เรซา ปาห์เลวี (Mohammad Reza Pahlavi) ที่กำลังรักษาโรคมะเร็งอยู่ที่สหรัฐฯ กลับไปดำเนินคดีในอิหร่าน 

โดยเหตุการณ์ในตอนแรก กลุ่มนักศึกษาได้จับเจ้าหน้าที่อเมริกัน 52 คน เป็นตัวประกัน และยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะต้องส่งตัวพระเจ้าชาห์กลับมา แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธคำเรียกร้องโดยอ้างว่า พระเจ้าชาห์กำลังรักษาตัวอยู่ นักศึกษาจึงเรียกร้องให้รัฐบาลอิหร่านตัดความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ทันทีและยกเลิกการขายน้ำมันให้

ขณะที่ทางสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ ได้ตอบโต้ด้วยการให้อายัดทรัพย์สมบัติของอิหร่านทั้งหมดในสหรัฐฯ (ประมาณ 2 แสนล้านบาท) และก็ได้ส่งกองทัพเรือเข้าไปประชิดที่ทะเลอาหรับ

อย่างไรก็ตาม หลังจากได้เจรจาเพื่อให้ปล่อยตัวประกันอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2524 อิหร่านจึงได้ปล่อยตัวประกันที่จับไว้ กินระยะเวลารวม 444 วัน

วิกฤตดังกล่าวยังนำไปสู่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศอ่อนแอลงจนถึงปัจจุบัน

3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 ‘ไลก้า’ สุนัขอวกาศโซเวียต ถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศเป็นครั้งแรก พร้อมกับยานอวกาศ สปุตนิก 2 ก่อนเสียชีวิตในอีก 6 วันต่อมา

ไลก้า (Laika) สุนัขอวกาศโซเวียต ชื่อที่มีความหมายว่า ‘ช่างเห่า’ คือสุนัขและสัตว์ตัวแรกที่โคจรรอบโลก และก็เป็นตัวแรกที่ตายในวงโคจรด้วยเช่นกัน

ไลก้าเดิมเป็นสุนัขเร่ร่อน ชื่อ คุดร์ยัฟกา แปลว่า ‘เจ้าขนหยิกน้อย’ เข้าสู่การฝึกกับสุนัขอื่นอีกสองตัว ในท้ายที่สุดไลก้าได้รับเลือกเป็นผู้โดยสารไปกับยานอวกาศ สปุตนิก 2 ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957)

เป็นที่รับทราบกันน้อยมากถึงผลกระทบของการบินในอวกาศที่มีต่อสิ่งมีชีวิต ในภารกิจของไลก้านั้นเทคโนโลยีในการผละออกจากวงโคจรยังไม่ถูกพัฒนา จึงไม่มีการคาดว่าไลก้าจะรอดชีวิต นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่ามนุษย์จะไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้จากการปล่อยหรือสภาพของอวกาศ 

ดังนั้น วิศวกรจึงมองว่าเที่ยวบินที่ส่งสัตว์ขึ้นสู่อวกาศด้วยนั้นจำเป็นก่อนภารกิจของมนุษย์

สาเหตุและเวลาการตายที่แท้จริงของไลก้านั้นไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่มีรายงานว่าไลก้าตายเพราะขาดออกซิเจนในวันที่หก หรือตามที่สหภาพโซเวียตอ้างแต่แรก ‘มันตายสบาย’ ก่อนออกซิเจนพร่องไปอีก

อย่างไรก็ดี การทดลองพิสูจน์ว่าไลก้าสามารถรอดชีวิตจากการปล่อยยานขึ้นสู่วงโคจรและทนต่อสภาวะไร้น้ำหนัก ซึ่งเป็นการกรุยทางแก่การบินอวกาศของมนุษย์และให้ข้อมูลแรก ๆ บางส่วนแก่นักวิทยาศาสตร์ว่า สิ่งมีชีวิตตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมในการบินอวกาศอย่างไร

2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ ด้วยขบวนรถไฟพระที่นั่ง เยือน จ.นครราชสีมา เป็นครั้งแรก ในคราวปฏิบัติพระราชกรณียกิจภาคอีสาน

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2498 หรือวันนี้เมื่อ 70 ปีที่แล้ว เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดนครราชสีมาเป็นครั้งแรก โดยเสด็จด้วยขบวนรถไฟพระที่นั่งถึงสถานีรถไฟเมืองนครราชสีมาในเวลา 14.48 น. เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรและปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ 

การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 2-20 พฤศจิกายน 2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปยังสถานที่ต่าง ๆ หลายแห่ง เช่น 

ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา
ปราสาทหินพิมาย
อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
ไทรงาม อำเภอพิมาย
ค่ายสุรนารี
อำเภอโนนไทย
สถานีรถไฟอำเภอบัวใหญ่
วัดสุทธจินดา

ระหว่างการเสด็จฯ ในอำเภอโนนไทย ทั้งสองพระองค์ทรงสนพระทัยและเสด็จฯ ทอดพระเนตร 'ดอกไก่โอก' ซึ่งเป็นดอกไม้ป่าที่ชาวบ้านเรียกรวมถึงทรงถ่ายภาพไว้ 

ดอกไก่โอกนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า 'ทองพันดุล' และจะออกดอกเพียงปีละครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 

ต่อมา ดอกไก่โอกที่พระบรมวงศานุวงศ์ทรงสนพระทัยนี้ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ระลึกถึงการเสด็จฯ เยือนโคราชครั้งแรกอีกด้วย

1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดตั้งโรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกในไทย ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา”

ย้อนกลับไปในวันนี้เมื่อ 136 ปีที่แล้ว ประเทศไทยกำเนิด ‘โรงพยาบาลคนเสียจริต’ เป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432

สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาเป็นโรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกใน ประเทศไทย ก่อตั้งโดยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432 โดยมีชื่อว่า 'โรงพยาบาลคนเสียจริต' ตั้งอยู่ที่ปากคลองสาน 

โรงพยาบาลคนเสียจริต ทำการรักษาผู้ป่วยโดยแพทย์ประจำ และแพทย์แผนไทย ต่อมามีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น ประกอบกับสถานที่คับแคบ นายแพทย์ไฮเอ็ด เจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล กระทรวงนครบาล ซึ่งถือว่าเป็นผู้อำนวยการคนแรกของโรงพยาบาลได้เสนอให้รัฐบาลซื้อที่ดิน และบ้านของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) หรือเจ้าคุณทหาร ที่ดินของนายเปียราชานุประพันธ์และที่ดินใกล้เคียงของราษฎรอื่น ๆ รวมเนื้อที่ 44 ไร่ครึ่งเพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่

ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันฯ ในปัจจุบัน คือ อยู่ที่ริมคลองสานด้านตะวันตกตอนใต้ ห่างจากสถานที่เดิมประมาณ 600 เมตร การสร้างโรงพยาบาลคนเสียจริต อยู่ภายใต้การควบคุมของพระยาอายุรเวชวิจักษ์ (หมอคาธิวส์) ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานโรงพยาบาลจิตเวชให้เป็นแบบตะวันตกอย่างแท้จริง โดยให้การบำบัดรักษาตามหลักวิชาการในสมัยนั้น พร้อมทั้งให้การดูแลผู้ป่วยด้วยความเมตตา กรุณา และมีมนุษยธรรม ในด้านสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลมีความร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม้ดอก ไม้ใบสีสวย เรือนผู้ป่วยเป็นห้องมีลูกกรงสายบัว โปร่ง ไม่มีหน้าต่าง หลังคาสังกะสีทาสีแดง

ภายหลังมีแพทย์แผนปัจจุบันคนไทยจบการศึกษามารับราชการแทนชาวต่างประเทศ ศาสตราจารย์หลวงวิเชียรแพทยาคม (นายแพทย์เถียร ตูวิเชียร) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนแรกซึ่งเป็นคนไทย ท่านได้ไปศึกษาวิชาโรคจิตเพิ่มเติมที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 2 ปี ท่านตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช จึงได้เผยแพร่ความรู้ทางด้านจิตเวชด้วยการเขียนบทความ บรรยาย ปาฐกถาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ และเลิกหวาดกลัวผู้ป่วยจิตเวช ท่านได้เปลี่ยนชื่อ “โรงพยาบาลคนเสียจริต” มาเป็น 'โรงพยาบาลโรคจิตต์ธนบุรี' ในปี พ.ศ. 2475 เพื่อให้คนทั่วไปคลายความรังเกียจที่มีต่อผู้ป่วยจิตเวช

ศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ผู้อำนวยการในช่วงปี พ.ศ. 2485 - 2502 ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งจิตเวชศาสตร์ไทย ท่านได้พัฒนาโรงพยาบาลโดยรื้อลูกกรงเหล็กแล้วเปลี่ยนเป็นมุ้งลวดแทน เปลี่ยนชื่อเรือนที่พักของผู้ป่วยเป็นชื่อดอกไม้เพื่อให้มีความหมายน่าชื่นใจ ในด้านการดูแลผู้ป่วยใช้หลักของความรัก ความเอาใจใส่ประดุจพ่อแม่ดูแลลูก ในด้านวิชาการท่านเป็นผู้วางรากฐานวิชาจิตเวชศาสตร์และสุขภาพจิตในการศึกษาก่อนและหลังปริญญา ท่านได้เปลี่ยนชื่อ 'โรงพยาบาลโรคจิตต์ธนบุรี' มาเป็น 'โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา' ในปี พ.ศ. 2497 ตามชื่อของถนนสมเด็จเจ้าพระยาซึ่งผ่านหน้าโรงพยาบาล เพื่อลดความกระดากใจของผู้มาใช้บริการ

โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาให้บริการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวช ประสาทวิทยา ประสาทศัลยศาสตร์ ประสาทจิตเวชศาสตร์ เป็นสถาบันฝึกอบรมทางด้านจิตเวชศาสตร์ สุขภาพจิต และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในระดับก่อนและหลังปริญญา พัฒนางานวิชาการด้านจิตเวชศาสตร์ สุขภาพจิต ประสาทวิทยา ประสาทศัลยศาสตร์ ประสาทจิตเวชศาสตร์ และเพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น 'สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา' ในปี พ.ศ. 2545

31 ตุลาคม พ.ศ. 2465 ‘เบนิโต มุสโสลินี’ ก้าวขึ้นเป็นนายกฯ อิตาลี ด้วยวัยเพียง 39 ปี อายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ ก่อนนำโรมเข้าสู่สงครามโลก ร่วมกับ ‘ฮิตเลอร์’ บทสุดท้ายจบไม่สวย ถูกประหารและแขวนประจานในมิลาน

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2465 (ค.ศ. 1922) เบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini) ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอิตาลีในวัย 39 ปี ทำให้เขาเป็นนายกฯ ที่อายุน้อยที่สุดของประเทศ และได้รับสมญานามว่า “อิล ดูเช” แปลว่า “ท่านผู้นำ” ก่อนหน้านั้น มุสโสลินีได้ก่อตั้งพรรคฟาสซิสต์ (Fascist) ในปี 2462 และในปี 2468 เขาได้สถาปนาตนเองเป็นเผด็จการเต็มรูป บังคับยกเลิกระบบรัฐสภาและรวบอำนาจทั้งหมด

มุสโสลินีได้ขยายอำนาจไปยังต่างประเทศ ส่งกองทัพอิตาลีรุกรานเอธิโอเปีย อัลบาเนีย และเข้าร่วมเป็นฝ่ายอักษะกับเยอรมนีภายใต้ผู้นำอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ รวมทั้งเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สองอย่างเต็มตัว แม้จะทราบว่าอิตาลีขาดกำลังและทรัพยากร แต่เขาเชื่อว่าการเข้าร่วมสงครามจะทำให้อิตาลีได้ดินแดนและความยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตามในปี 2488 มุสโสลินีถูกจับโดยฝ่ายต่อต้านอิตาลีและถูกประหารชีวิตพร้อมอนุภรรยา (เมียน้อย) คลาล่า แปตะชิ ใกล้ทะเลสาบโกโม ร่างของเขาถูกนำไปแขวนประจานในเมืองมิลาน เป็นการยืนยันการสิ้นชีวิตและสิ้นสุดยุคจอมเผด็จการของอิตาลี

30 ตุลาคม พ.ศ. 2369 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ สถาปนา “คุณหญิงโม” ภริยาพระยามหิศราธิบดี เมืองนครราชสีมา ขึ้นเป็น “ท้าวสุรนารี” เพื่อเชิดชูเกียรติวีรสตรีโคราช

วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2370 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา “คุณหญิงโม” ภริยาพระยามหิศราธิบดี เมืองนครราชสีมา ขึ้นเป็น “ท้าวสุรนารี” เพื่อเชิดชูวีรกรรมที่ใช้อุบายต่อสู้กับกองทัพเจ้าอนุวงศ์ แห่งเวียงจันทน์ ซึ่งยกทัพมาตีเมืองนครราชสีมาและกวาดต้อนชาวเมืองไปเป็นเชลย โดยคุณหญิงโมได้รวบรวมชาวบ้าน โดยเฉพาะสตรี ร่วมกันต่อสู้จนสามารถเอาชนะและผลักดันข้าศึกให้ออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ

เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นตำนาน “วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์” ที่เล่าขานต่อกันมาหลายชั่วอายุคน และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการยกย่องสตรีสามัญชนผู้กล้าหาญให้เป็นวีรสตรีของชาติ รัชกาลที่ 3 จึงทรงพระราชทานเครื่องยศทองคำแก่ท้าวสุรนารีหลายรายการ อาทิ ถาดทองคำ จอกหมาก และขันทองคำ นับเป็นเกียรติยศสูงสุดในยุคนั้น

เนื่องในโอกาสครบรอบ 198 ปี ของเหตุการณ์พระราชสถาปนาในปีนี้ ชาวนครราชสีมายังคงร่วมรำลึกถึงคุณงามความดีของท้าวสุรนารี โดยอนุสาวรีย์ของท่านที่ประดิษฐานอยู่บริเวณประตูชุมพล ได้กลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวโคราช และถือเป็น “อนุสาวรีย์บุคคลธรรมดาแห่งแรกของประเทศไทย” ปัจจุบันทั้ง 32 อำเภอในจังหวัดนครราชสีมา ต่างมีการจำลองอนุสาวรีย์ของท่านไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ เพื่อแสดงถึงความภาคภูมิใจของ “ลูกหลานย่าโม”

สำหรับ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2476 โดยฝีมือการออกแบบของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และพระเทวาภินิมมิต ซึ่งเป็นชาวนครราชสีมา อนุสาวรีย์หล่อด้วยทองแดงรมดำ สูง 185 เซนติเมตร หนัก 325 กิโลกรัม และเปิดอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2477 ต่อมาในปี พ.ศ. 2510 ได้มีการบรรจุอัฐิของท่านไว้ใต้ฐานอนุสาวรีย์ และในปี พ.ศ. 2480 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานของชาติ ร่วมกับประตูชุมพลและแนวกำแพงเมืองเก่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top