Tuesday, 14 July 2026
LITE

23 พฤศจิกายน 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเปิดลู่ปั่นจักรยานใหม่ มาตรฐานสากล ใช้บริการฟรีทุกวัน รองรับนักปั่นจำนวนมาก หนุนสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเปิดสนามลู่ปั่นจักรยาน 'เจริญสุขมงคลจิต' ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารบริษัทเอกชนร่วมงาน

ภายในงานพระองค์ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง และทรงจักรยานบนสนามลู่ที่มีความยาว 23.5 กิโลเมตร พร้อมกับคณะผู้เข้าร่วมขบวนจำนวน 450 คน สนามลู่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้ได้มาตรฐานสากล รองรับนักปั่นจักรยานได้ไม่น้อยกว่า 20,000 คนต่อวัน

โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพและการออกกำลังกายรวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยสนามลู่ปั่นจักรยาน 'เจริญสุขมงคลจิต' เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้เข้าใช้บริการ

นอกจากนี้ สนามลู่นี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ลานจอดรถ ห้องพยาบาล ร้านจำหน่ายและให้เช่าจักรยาน พร้อมทั้งร้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อรองรับความต้องการของนักปั่นและประชาชนทั่วไปอย่างทั่วถึง

เทศกาลดนตรีของคนทั้งเจเนอเรชัน พร้อมระเบิดความมันวันเดียว 21 ก.พ. 69 ยกกองทัพศิลปินบุกราชมังคลาฯ เทศกาลที่สายคอนต้องขีดเส้นใต้ในปฏิทิน

(22 พ.ย. 68) วงการคอนเสิร์ตไทยเตรียมพร้อมรับการจัดงาน "G27 Fest" ที่ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพฯ ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 งานนี้ถูกวางคอนเซ็ปต์เป็น "เทศกาลดนตรีของคนทั้งเจเนอเรชัน" ที่จะรวมเสียงเพลง แสง สี และพลังจากแฟนเพลงทุกวัยในคืนเดียว

ไลน์อัปศิลปินรวบรวมศิลปินสายป๊อป ร็อก ฮิปฮอป อินดี้ เสน่ห์ของงานคือการออกแบบให้เป็น "เฟสติวัลวันเดียวจบ" ให้โชว์ทั้งหมดไหลลื่นต่อเนื่องเหมือนหนังคอนเสิร์ตเรื่องใหญ่เรื่องเดียว

ราชมังคลากีฬาสถานถือเป็นเวทีหลักของงาน ด้วยความจุหลายหมื่นที่นั่งและการออกแบบโปรดักชัน แสง สี เสียงขั้นเทพ รวมทั้งเวทีที่รองรับการแสดงหลากหลายรูปแบบ เช่น โชว์เต็มวง โชว์คอลลาบ และไฮไลต์ที่ศิลปินหลายเจเนอเรชันขึ้นเวทีร่วมกัน

เตรียมกดบัตร 11 มกราคม 2569  แฟนๆ เชื่อว่างานนี้บัตรจะขายดีรวดเร็วเหมือนงานแสดงใหญ่ระดับสเตเดียมหลายงานที่ผ่านมาในไทย

สำหรับใครที่จะไปงานนี้ควรเตรียมตัวทั้งเรื่องคิววันลาและการนัดเพื่อนให้พร้อม เพราะ "G27 Fest" อาจกลายเป็นคอนเสิร์ตระดับ "ครั้งหนึ่งในชีวิต" ที่แฟนเพลงห้ามพลาดในประเทศไทย

22 พฤศจิกายน 2529 จุดกำเนิดตำนาน ‘Iron Mike’ เมื่อ ‘ไมค์ ไทสัน’ คว้าแชมป์เฮฟวี่เวท ในวัยเพียง 20 กะรัต สร้างสถิติ!! แชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุด

22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 คือวันที่ชื่อ ไมค์ ไทสัน ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ เมื่อเขาวัยเพียง 20 ปี ชนะน็อก เทรเวอร์ เบอร์บิค ในยก 2 ผงาดเป็นแชมป์โลก WBC และทำลายสถิติแชมป์อายุน้อยที่สุดของฟลอยด์ แพตเตอร์สัน (21 ปี)

ก่อนยุคไทสัน: ยุคทองของเฮฟวี่เวท
รุ่นใหญ่ในช่วงก่อนหน้าเต็มไปด้วยตำนานอย่าง มูฮัมหมัด อาลี, โจ เฟรเซียร์, จอร์จ โฟร์แมน, แลร์รี โฮล์มส์ และไมเคิล สปิงค์ส บรรยากาศวงการมวยอัดแน่นด้วยการแข่งขันรุนแรง ดราม่าบนเวที และเงินรางวัลมหาศาล

ด้านเบอร์บิคเองเพิ่งคว้าแชมป์ WBC ได้ในเดือนมีนาคม 2529 แต่ครองเข็มขัดเพียง 8 เดือน ก่อนเจอกับ “พายุไทสัน”

เส้นทางสู่การเป็น “Iron Mike”
ไทสันเริ่มมวยอาชีพปี 1985 และขึ้นชกถึง 15 ไฟต์ในปีแรก—ชนะน็อกทุกไฟต์ ด้วยความเร็วและพลังหมัดที่ทำให้ถูกมองว่าเป็น “กลาดิเอเตอร์ยุคใหม่”
หลังชนะเบอร์บิค เขากวาดแชมป์ครบทั้ง 3 องค์กรใหญ่ในยุค 80
WBC – ชนะ เบอร์บิค
WBA – ชนะ เจมส์ สมิธ (มี.ค. 2530)
IBF – ชนะ โทนี่ ทักเกอร์ (ส.ค. 2530)

ทำให้ไทสันกลายเป็น Undisputed Heavyweight Champion อย่างสมบูรณ์
จากไร้เทียมทาน…สู่จุดพลิกผัน

แม้จะดูเหนือคู่ชกทุกคน แต่ปี 1990 เขากลับพ่ายแพ้แบบช็อกโลกต่อ บัสเตอร์ ดักลาส ที่โตเกียว หนึ่งในการพลิกล็อกครั้งใหญ่ที่สุดของวงการมวย ชีวิตนอกสังเวียนของไทสันเต็มไปด้วยดราม่า—แต่งงานและหย่าร้างกับโรบิน กิฟเวนส์, คดีความ, ถูกจำคุกปี 1992 กลับมาชกปี 1995 และชนะอีกหลายไฟต์ แต่เหตุการณ์ที่โลกจำที่สุดคือปี 1997 เมื่อเขาถูกปรับแพ้และไล่ออกจากเวทีหลัง “กัดหู” อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์

แม้เคยมีรายได้ระดับมหาศาล แต่ปัญหาชีวิตทำให้เขาต้องล้มละลายในภายหลัง
ตำนานที่โลกไม่มีวันลืม ไมค์ ไทสัน ถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักมวยเฮฟวี่เวทที่ทรงพลังที่สุดตลอดกาล—รวดเร็ว ดุดัน และโหดเหี้ยมแบบที่ไม่เคยมีใครเหมือน
ชัยชนะเหนือเบอร์บิคในปี 1986 คือจุดเริ่มต้นของตำนาน Iron Mike ที่โลกยังพูดถึงจนถึงวันนี้

แบมแบมลุยคอนเสิร์ต!! 22–23 พ.ย. นี้เจอกัน ชวนแฟนไทยกลับ “บ้าน” ในคอนเสิร์ต “HOMETOWN in Bangkok” มีแขกรับเชิญและเพลงจาก EP HOMETOWN

(21 พ.ย. 68) แบมแบม กันต์พิมุกต์ ภูวกุล หรือ BamBam จากวง GOT7 เตรียมจัดคอนเสิร์ตใหญ่ในประเทศไทย ในชื่อ "2025 BamBam HOMETOWN Concert in Bangkok" ที่ธันเดอร์โดม สเตเดียม เมืองทองธานี ในวันที่ 22 และ 23 พฤศจิกายน 2568 เวลา 20.00 น. ทั้งสองรอบ โดยคอนเสิร์ตนี้เป็นการแสดงเดี่ยวเต็มรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อแฟนเพลงไทยโดยเฉพาะ

ผู้จัด iMe Thailand ยืนยันว่าคอนเสิร์ตรอบวันที่ 22 พฤศจิกายนได้สถานะ "Sold Out!" แล้ว ส่วนรอบวันที่ 23 พ.ย. ยังเปิดให้แฟนๆ ได้เลือกซื้อบัตร โดยราคาบัตรเริ่มต้นที่ 3,900 ถึง 5,900 บาท พร้อมสิทธิพิเศษอย่างโปสเตอร์และบัตรแข็งที่ระลึก

คอนเสิร์ตนี้จะพาแฟน ๆ สัมผัสกับเพลงจากอัลบั้มภาษาไทยชุดแรกของแบมแบม "HOMETOWN" ซึ่งเป็นอีพีที่ประกอบด้วย 5 เพลงทั้งหมดในภาษาไทย เช่น Dancing By Myself (feat. Timethai), More Than Friend (feat. Jeff Satur), Greenlight (feat. Ink Waruntorn), WONDERING และ Angel In Disguise ผลงานโปรดิวซ์โดย Pharrell Williams

นอกจากนี้ แบมแบมยังจะนำเพลงโซโลฮิตเก่าและเมดเลย์เพลงของ GOT7 มารวมไว้ในโชว์เพื่อเล่าเรื่องราวเส้นทางจากเด็กไทยสู่นักร้อง K-Pop ที่หวนกลับมาร้องเพลงภาษาไทยอย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งมีแขกรับเชิญพิเศษ ได้แก่ Timethai, Ink Waruntorn และ Jeff Satur ที่เคยร่วมงานในอัลบั้มนี้

กฎเกณฑ์สำหรับแฟนคลับที่เข้าร่วมคอนเสิร์ตระบุว่าผู้ที่สูงเกิน 100 ซม. ต้องซื้อตั๋ว โดยไม่แนะนำให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเข้าส่วนโซนยืน รวมถึงห้ามใช้อุปกรณ์ที่รบกวนการชม เช่น กล้องโปร ไม้เซลฟี่ และแนะนำให้ไปถึงหน้างานล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงเพื่อการเข้าแถวและสแกนบัตร

ทั้งนี้ คอนเสิร์ต "2025 BamBam HOMETOWN Concert in Bangkok" ไม่ใช่แค่การแสดงคอนเสิร์ตเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกทางวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์ของศิลปินไทยในวงการ K-Pop ที่ใช้เพลงและโชว์เล่าเรื่องราวประเทศไทยไปสู่สายตาระดับโลกอย่างแท้จริง

‘วีนา’ ทำดีที่สุดแล้ว ครองรองอันดับ 1 Miss Universe 2025 สร้างประวัติศาสตร์ให้ไทยครั้งใหม่ ตอบคำถามลึกซึ้ง พลังความรัก ฉายภาพความหลากหลายของชาติไทย

(21 พ.ย. 68) "วีนา ปวีณา ซิงห์" ตัวแทนสาวไทย สร้างชื่ออีกครั้งที่เวที Miss Universe 2025 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยคว้าตำแหน่ง รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้สำเร็จ หลังทะลุเข้าถึง Top 3 ของการแข่งขันระดับโลกที่จัดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568

ตัวแทนสาวไทยทำผลงานโดดเด่นตั้งแต่รอบพรีลิมจนถึงรอบตอบคำถามสุดท้ายที่เน้นเรื่อง "พลังของความรักและการสร้างผลกระทบต่อสังคม" ซึ่งวีนาตอบได้อย่างลึกซึ้ง และสะท้อนบทบาทของผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจและมีเหตุผล

ภายใต้ภาพลักษณ์ที่สง่างามและการสื่อสารที่เป็นธรรมชาติ วีนากลายเป็นสัญลักษณ์ความหลากหลายของไทย ด้วยเชื้อสายไทย-อินเดียที่แสดงถึงความสมัยใหม่และเปิดกว้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่เวทีจักรวาลให้ความสำคัญ แม้เวทีจะมีดราม่าแต่ไทยในฐานะเจ้าภาพยังได้รับคำชมอย่างกว้างขวาง

วีนาคือสัญลักษณ์ของความพยายามไม่ยอมแพ้ หลังจากลงแข่งขันหลายครั้งในระดับชาติและยืนหยัดจนมาถึงจุดนี้ เธอพิสูจน์แล้วว่า ความตั้งใจและความฝันสามารถพาไปถึงเวทีระดับโลกได้อย่างแท้จริง รวมถึงเป็นเกียรติสูงสุดที่สะท้อนความสามารถของตัวแทนไทยในเวทีระดับโลก

21 พฤศจิกายน 2410 ‘หนังสือแสดงกิจจานุกิจ’ ต้นแบบหนังสือไทยเล่มแรก ตีพิมพ์สำเร็จโดย 'เจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบดี'

21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2410 หนังสือแสดงกิจจานุกิจ ตีพิมพ์สำเร็จเป็นครั้งแรก เป็นหนังสือไทยเล่มแรกที่อธิบายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์และศาสนาอย่างทันสมัยที่สุด จัดพิมพ์โดย เจ้าพระยาทิพากรวงษ์มหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) 

เหตุที่ท่านจัดทำหนังสือเล่มนี้ เพราะเห็นว่าตำราไทยสมัยนั้นไม่มีสาระแก่นสาร ไม่ทำให้ผู้อ่านนำไปคิดต่อ ความรู้ในหนังสือไม่ทันสมัย ท่านจึงรวบรวมเอาสิ่งที่ขณะนั้นยังไม่ทราบกันมาตีพิมพ์ นอกจากนี้ท่านยังนำเสนอแก่นของพุทธศาสนาเพื่อเป็นการลบล้างการโจมตีพุทธศาสนาของหมอสอนศาสนาที่พยายามเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย 

หนังสือเล่มนี้ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในหมู่คนไทยและต่างชาติ และมีผู้สนใจนำบางตอนไปแปลเป็นภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์ที่กรุงลอนดอน เมื่อปี พ.ศ. 2413 (ค.ศ. 1870) โดยใช้ชื่อว่า เดอะ โมเดิน บุดดิสท์ (The Modern Buddhist) หนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องในต่างประเทศ เป็นหนังสือสำคัญที่ให้ความรู้ด้านพุทธศาสนาและเกือบจะนับได้ว่าเป็นหนังสือเล่มแรกของไทยที่ได้มีการนำออกไปแปลและพิมพ์จำหน่ายในต่างประเทศ

เพจดังแฉ “ดาราตัวแม่” เปิดเคสดราม่าบันเทิง ชวนเพื่อนลงทุน ดอกเบี้ยลวง ยอดเสียหายกว่า 400 ล้านบาท ผู้เสียหายเตรียมแจ้งความตำรวจ

(20 พ.ย. 68) เพจดังในโลกออนไลน์เผยเคสดราม่าครั้งใหญ่ของวงการบันเทิงไทย ระบุว่า "ดาราสาวตัวแม่" คนหนึ่งถูกกล่าวหาชักชวนเพื่อนสนิทและดาราร่วมวงการให้ร่วมลงทุน โดยรับปากผลตอบแทนในรูปแบบ "ดอกเบี้ยและปันผล" แต่กลับเกิดปัญหาเบี้ยวหนี้จนมูลค่าความเสียหายรวมพุ่งกว่า 400 ล้านบาท กลายเป็นแรงสั่นสะเทือนในกลุ่มเพื่อนคนบันเทิงและสังคมออนไลน์

ต้นเหตุของดราม่าน้ำท่วมโซเชียลมาจากโพสต์ในเพจ "ท่านเปา" ที่เปิดประเด็นว่า ดาราสาวระดับแถวหน้าคนหนึ่งใช้สถานะความสนิทชักชวนให้ร่วมลงทุนพร้อมการันตีผลตอบแทนที่น่าดึงดูด อย่างไรก็ตาม มีผู้ร้องเรียนว่าดอกเบี้ยเริ่มล่าช้าหรือไม่ได้รับตามกำหนด รวมถึงบางรายถูกยืมเงินเพิ่มแต่เงียบหาย ทำให้เกิดความขัดแย้งในกลุ่มเพื่อน

โมเดลลงทุนใช้ชื่อเสียงและความใกล้ชิดสร้างความน่าเชื่อถือ บอกว่าจะนำเงินไปหมุนในธุรกิจและให้ผลตอบแทนเป็น "ดอกเบี้ย" และ "ปันผล" จากกำไร ผู้ลงทุนบางรายได้รับผลตอบแทนในช่วงแรกจึงเพิ่มเงินลงทุน บางคนใช้เงินเก็บตลอดชีวิต จนมูลค่าความเสียหายเฉลี่ยรายละหลักสิบถึงหลักร้อยล้านบาท รวมกันเกิน 400 ล้านบาท แต่ความเสียหายส่งผลลึกถึงบางคนจน "ชีวิตการเงินพัง" จากความไว้วางใจนี้

หลังพยายาม "เคลียร์กันหลังบ้าน" กลุ่มผู้เสียหายเริ่มรวบรวมหลักฐานเตรียมแจ้งความกับตำรวจในข้อหาฉ้อโกงหรือผิดสัญญาทางแพ่ง ขณะเดียวกัน สื่อกระแสหลักยังไม่เผยชื่อดาราสาวตัวแม่อย่างเป็นทางการ ส่วนฝ่ายถูกกล่าวหายังไม่ได้ออกมาตอบโต้ ขณะเดียวกันมีคนดังบางรายถูกโยงชื่อ ต้องออกมาปฏิเสธ "ไม่ใช่วุ้นแน่นอน 1000%" พร้อมเตรียมดำเนินคดีหากมีการพาดพิงเท็จ สะท้อนว่าข่าวลือในโซเชียลส่งผลกระทบต่อชีวิตหลายคน

สถานะปัจจุบันยังเป็นเพียง "ข้อกล่าวหา" รอผลสอบสวนจากหน่วยงานยุติธรรมที่อาจนำเข้าสู่กระบวนการต่อไป สังคมต้องติดตามว่าเรื่องจะจบลงในทิศทางใด

20 พฤศจิกายน ของทุกปี “วันกองทัพเรือไทย” วันที่สังคมไทยตระหนักถึง ความสำคัญของความมั่นคงทางทะเล เสาหลักของความมั่นคงชาติ

วันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันกองทัพเรือไทย ซึ่งสังคมไทยใช้วันดังกล่าวเพื่อรำลึกเหตุการณ์สำคัญของราชนาวีและพระมหากรุณาธิคุณการวางรากฐานราชนาวีสมัยใหม่ กิจกรรมนี้จัดขึ้นทั่วประเทศเพื่อระลึกถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ ณ พระราชวังเดิม เขตธนบุรี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาทหารเรือแบบเป็นระบบในไทย

ในอดีตสยามยังไม่มีการแยกเหล่าทัพชัดเจนโดยใช้แม่น้ำและทะเลเป็นสนามยุทธศาสตร์หลัก ก่อนที่ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 จะมีการจัดระเบียบเหล่าทัพแยกเป็นทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ ทหารเรือได้รับการพัฒนาเป็นกองทัพเรือสมัยใหม่ มีทั้งกำลังรบและระบบการศึกษา โดยเฉพาะภายใต้พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และการส่งเสริมของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็น "บิดาแห่งกองทัพเรือไทย"

งานวันกองทัพเรือมีการจัดพิธีวางพวงมาลาและถวายราชสักการะ พลเรือเอกกรมหลวงชุมพรฯ และวีรชนทหารเรือ พร้อมการสวนสนามแสดงความพร้อมเพรียงและวินัย รวมถึงกิจกรรมเปิดบ้านฐานทัพเรือ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ และนิทรรศการเผยแพร่ภารกิจความมั่นคงทางทะเล เพื่อย้ำเตือนบทบาททหารเรือในภารกิจสงครามและสันติภาพ

“วันกองทัพเรือ” จึงไม่ใช่เพียงวันที่ทหารเรือระลึกถึงตนเอง แต่เป็นวันที่สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงทางทะเล ซึ่งเป็นเสาหลักของความมั่นคงชาติ การปกป้องเขตแดนทางทะเล แหล่งทรัพยากรพลังงาน ประมง พาณิชย์ และความมั่นคงของชีวิตผู้คนที่ยืนหยัดเฝ้าทะเลอย่างมุ่งมั่นเสมอมา

เปิดตัวชุดประจำชาติไทย “สุวรรณรากษา พญายักษ์ขึ้นจักรวาล” ที่ “วีนา” ใส่ขึ้นเวที Miss Universe 2025 แรงบันดาลใจจากโขน–รามเกียรติ์ สื่อถึงทหารและผู้เสียสละปกป้องผืนแผ่นดิน

(19 พ.ย. 68) บนเวที Miss Universe 2025 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ “วีนา ปวีนา ซิงห์” Miss Universe Thailand 2025 เชื้อสายอินเดียสัญชาติไทย ผู้เป็นสัญลักษณ์ของความพยายาม ขึ้นประกวดในชุดประจำชาติไทย “สุวรรณรากษา พญายักษ์พิทักษ์สุวรรณภูมิ”

ผลงานทีมอาร์ทอัครัชเนรมิตศิลป์ ที่หยิบ “พญายักษ์” จากตำนานและศิลปะไทยมาตีความใหม่ให้กลายเป็นนักรบผู้พิทักษ์แผ่นดิน แทนภาพจำยักษ์ในฐานะตัวร้ายในวรรณคดี โดยใช้โทนสีทองเมทัลลิกทั้งชุดสื่อถึงสุวรรณภูมิ ความรุ่งเรือง วัฒนธรรมและเกียรติยศของชาติ ผสานลายไทยกับแรงบันดาลใจจากโขน–รามเกียรติ์ในสไตล์ร่วมสมัยที่ยังเดินได้จริงบนเวทีโลก

ชุดนี้ตั้งใจให้พญายักษ์เป็นตัวแทนของเหล่าทหารนิรนามและผู้เสียสละที่ปกป้องผืนแผ่นดินอย่างเงียบ ๆ ทำให้เวลาวีนาสวมชุดขึ้นเวที ไม่ได้เป็นเพียงการโชว์คอสตูมอลังการ แต่คือการสวม “เกราะแห่งเกียรติ” พาเรื่องราวรากเหง้า–อารยธรรมไทยออกจากจิตรกรรมฝาผนังและเวทีโขน ไปยืนเด่นกลางสายตาคนทั้งโลก ในฐานะตัวอย่างชัดเจนของการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ไทยผลักดันศิลปะ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ชาติบนเวทีจักรวาล

19 พฤศจิกายน 2553 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสิทธิบัตร 'อุทกพลวัต' กังหันผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ ต้นแบบจากโครงการขุดคลองลัดโพธิ์

19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตร 'อุทกพลวัต' สิ่งประดิษฐ์กังหันผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำไหล สืบเนื่องจากพระราชดำริในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้ขุดลอกคลองลัดโพธิ์เพื่อเร่งการระบายน้ำออกสู่ทะเล

ต่อมาเมื่อปี 2549 พระองค์ทรงเสนอแนวคิดเพิ่มเติมว่า พลังงานน้ำที่ไหลผ่านคลองลัดโพธิ์นั้น “มหาศาล” อาจนำไปใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ จึงทรงพระราชกระแสให้ศึกษาความเป็นไปได้ และให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ทรงติดตามโครงการ

กรมชลประทานร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงได้ศึกษาและพัฒนากังหันต้นแบบ ทั้งแบบหมุนตามแนวแกน (Axial Flow) และแบบหมุนขวางการไหล (Cross Flow) เพื่อหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร โดยติดตั้งที่ท้ายประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ผลการทดลองให้พลังงานสูงสุดถึง 5.74 กิโลวัตต์ต่อวัน

สิทธิบัตร “อุทกพลวัต” ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 และเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานชื่ออย่างเป็นทางการว่า “อุทกพลวัต” หมายถึงการใช้พลังน้ำเคลื่อนที่มาสร้างพลังงานไฟฟ้า ต้นแบบดังกล่าวมีต้นทุนต่ำ สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับประตูระบายน้ำทั่วประเทศ เช่น ประตูระบายน้ำบรมธาตุ ประตูระบายน้ำพลเทพ และประตูระบายน้ำมโนรมย์ ช่วยเสริมการจัดการน้ำและพลังงานทดแทนของไทยต่อไป

จับตาทิศทาง OHANA หลังปลด “เดอะมีน” พ้นสภาพพนักงาน งดแจงเหตุผล อ้างปมกฎหมาย ‘อาร์ม’ โพสต์นิทานจุดเทียน สะเทือนแฟนคลับ อาจกระทบทีมและแบรนด์ระยะยาว

เมื่อวันที่ (17 พ.ย.68) เพจทางการ 'OHANA clip' ออกแถลงการณ์ระบุว่า 'นายพงศธร เหลาจันทึก' หรือ 'เดอะมีน' พ้นสภาพพนักงานตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. 68 และบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อการกระทำใด ๆ ของเขานับจากนี้ รวมถึงเตือนประชาชนระวังการแอบอ้างชื่อตนเองหรือพนักงานต่อไป โดยบริษัทแจ้งชัดว่า “ไม่ขอชี้แจงเหตุผล เพราะอาจมีผลกระทบต่อกฎหมาย”

หลังคำแถลง เฟซบุ๊กของ 'อาร์ม OHANA' ได้โพสต์เนื้อหาสไตล์นิทาน ความตอนหนึ่งว่า “กูให้ออกไปหาเทียนเล่มอื่นจุด… แต่มึงเลือกที่จะขูดเทียนเล่มหลักของทุกคน… ใจกูถึงแตกสลาย… ผมแค่เล่านิทานให้ฟัง” ทำให้แฟน ๆ ตีความว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว แม้ไม่ระบุชื่อชัดเจน

ด้านสื่อบันเทิงรายงานว่า 'เดอะมีน' ยังไม่มีคำชี้แจงยาวทางการ มีเพียงการเคลื่อนไหวบนโซเชียลและได้รับกำลังใจจากแฟนคลับต่อเนื่อง เหตุผลการพ้นสภาพยังคงเป็นข้อสันนิษฐาน นำไปสู่การจับตาผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร ความไว้ใจของผู้สนับสนุนและโครงสร้างทีมเนื้อหาในอนาคต

วันป้องกันและเยียวยาความรุนแรงในเด็ก จุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมกล้าพูด ถึงเวลาต้องยืนข้างเด็ก รณรงค์ร่วมหยุดความรุนแรงทั่วโลก

UN กำหนด 18 พฤศจิกายน เป็น “วันป้องกันและเยียวยาการแสวงประโยชน์ทางเพศและความรุนแรงในเด็กโลก”

องค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ 18 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันป้องกันและเยียวยาการแสวงประโยชน์ทางเพศ การล่วงละเมิด และความรุนแรงในเด็กโลก” เพื่อย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องเด็กจากความรุนแรงทุกรูปแบบ และสนับสนุนการเยียวยาผู้รอดชีวิต

บริซา เด อังกูโล สมาชิก SAGE แห่ง Brave Movement นักกฎหมาย นักจิตวิทยาเด็ก และผู้ก่อตั้งมูลนิธิ A Breeze of Hope ในโบลิเวีย กล่าวว่า วันนี้มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงทางเพศในวัยเด็ก เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาต้องเผชิญความเจ็บปวดอย่างเงียบงัน ด้วยความอับอายและคำตำหนิที่ไม่ควรเกิดขึ้น

การมีวันสากลนี้ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมกล้าพูด กล้ายอมรับว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้น “ไม่ใช่ความผิดของเหยื่อ” และต้องร่วมกันลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
Brave Movement และ Together for Girls เตรียมระดมผู้รอดชีวิตและพันธมิตรจากทั่วโลกในวันที่ 18 พฤศจิกายน เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศต่างๆ ออกนโยบายป้องกันความรุนแรงทางเพศต่อเด็ก พร้อมผลักดันการรักษาและความยุติธรรมให้เหยื่อเข้าถึงได้จริง

บริซากล่าวปิดท้ายว่า
“เราเจ็บปวดมานานอย่างเงียบๆ วันนี้คือวันที่บอกเราว่า… เราไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป”

 

17 พฤศจิกายน 2514 'จอมพลถนอม' ก่อการรัฐประหารตนเอง ล้มรัฐธรรมนูญ–ปิดสภาในครั้งเดียว รวบอำนาจทั้งประเทศ ปูทางสู่ระเบิดเวลา 14 ตุลา

รัฐประหาร พ.ศ. 2514 เป็นการ รัฐประหารตนเอง ของจอมพลถนอม กิตติขจร หลังเกิดความขัดแย้งภายในพรรคสหประชาไทย และการต่อรองผลประโยชน์ของ สส. รวมถึงแรงกดดันจากการพิจารณางบประมาณปี 2515 ที่ สส. บางส่วนต้องการเพิ่มงบเงินบำรุงท้องที่เกินกว่าที่รัฐบาลจัดสรร ทำให้สถานการณ์ในสภาควบคุมไม่ได้

จอมพลถนอมจึงประกาศยึดอำนาจ ตั้งชื่อว่า 'คณะปฏิวัติ' โดยอ้างภัยต่อประเทศและความวุ่นวายในสภา จากนั้นออกประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2511 ยุบสภา ยุบพรรคการเมือง และประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ คณะปฏิวัติกุมอำนาจจนปี 2515 ก่อนประกาศใช้ ธรรมนูญการปกครอง 2515 ที่ให้จอมพลถนอมเป็นนายกฯ ต่อ และนำ มาตรา 17 กลับมาใช้ ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีเต็มมือ

การรวบอำนาจยาวนานกว่า 10 ปี นับจากรัฐประหารปี 2501 รวมถึงปัญหาทุจริตและการไร้รัฐธรรมนูญถาวร ทำให้เกิดความไม่พอใจสะสมของนิสิต นักศึกษา และประชาชน จนนำไปสู่ เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516

หลังรัฐประหาร สส. อุทัย พิมพ์ใจชน และพวกยื่นฟ้องคณะปฏิวัติฐานกบฏ แต่ถูกจำคุก ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ในสมัยรัฐบาลของสัญญา ธรรมศักดิ์

หนังสยองไทยจาก Ghost Radio สร้างจาก 4 ตำนานเรื่องจริงสะพรึง ดารารุ่นใหญ่ “อาเล็ก-โบกี้ไลอ้อน” ประชันบท เขย่าโซเชียล ตัวอย่างแรกฟีดแบ็กแรง

(16 พ.ย. 68) วงการหนังไทยเตรียมต้อนรับ ‘ข้างบ้าน (Our House)’ ภาพยนตร์สยองขวัญฟอร์มใหม่ที่หยิบตำนานเรื่องเล่าหลอนฮิตจากรายการ ‘The Ghost Radio’ มาขยายสู่จอใหญ่โดยค่าย ‘ฉายแสง แอด.เวนเจอร์’ เตรียมเข้าฉายทั่วประเทศ 4 ธันวาคมนี้ จุดเด่นของโปรเจกต์คือการผสมผสาน 4 เรื่องจริงที่ถูกพูดถึงในวงการผีไทย จับประเด็น ‘ผีข้างบ้าน’ ที่มาแบบไม่พึ่ง CGI แต่ใช้บรรยากาศ ความเงียบ และเสียงสอดส่องสร้างความน่ากลัว

‘ก้องเกียรติ โขมศิริ’ ผู้กำกับ เผยว่า “หนังเรื่องนี้จะสร้างบรรยากาศให้เหมือนมีใครคอยจ้องเราจากบ้านข้าง ๆ และตั้งคำถามถึงมนุษย์ว่าคนก็ไม่ไว้ใจ ผีก็ไม่ไว้ใจ” พร้อมทีมนักแสดงนำระดับแม่เหล็กอย่าง ‘อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ’, ‘กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์’ และ ‘โบกี้ไลอ้อน ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ’ ตอกย้ำเคมีสุดหลอนน่าจับตา ผู้ชมบนโซเชียลแห่คอมเมนต์หลังดูตัวอย่างว่า “เหมือนบ้านตัวเองเลย…ยิ่งดูยิ่งหลอน”

บรรยากาศการถ่ายทำก็ไม่ธรรมดา เปิดกล้องด้วยพิธีทำบุญโลงศพตามธรรมเนียม ทีมงานหลายคนสารภาพ “รู้สึกเหมือนถูกมองอยู่” ขณะทำพิธี ด้านค่ายย้ำแผนลุยตลาดเอเชีย ใช้จุดขาย ‘ความกลัวแบบไทย ๆ’ โปสเตอร์หนังตอกย้ำบรรยากาศกดดันด้วยประโยคไวรัล “บางครั้ง...สิ่งที่น่ากลัวที่สุด อาจอยู่แค่ข้างบ้าน” กระตุ้นกระแสรอชมปลายปีนี้

16 พฤศจิกายนของทุกปี "วันแห่งความอดทนสากล" วิจารณ์ได้ ตรวจสอบได้ ฟ้องร้องได้ โดยไม่ลืมว่าคนคิดต่างคือมนุษย์เหมือนกัน เตือนโลกอยู่ร่วมต่างอย่างเคารพและสันติ

ทุกวันที่ 16 พฤศจิกายนของทุกปี สหประชาชาติได้กำหนดให้เป็น "วันแห่งความอดทนสากล" เพื่อเตือนใจมนุษยชาติให้เคารพความแตกต่างและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ วันดังกล่าวถือเป็นวันครบรอบการรับรอง "ปฏิญญาว่าด้วยหลักการแห่งความอดทน" โดยยูเนสโกในปี 1995 ซึ่งถูกรณรงค์ต่อเนื่องในทุกประเทศสมาชิก

ยูเนสโกระบุว่า ความอดทนนั้นหมายถึงการเคารพ ยอมรับ และเห็นคุณค่าความหลากหลายของมนุษย์ในทุกมิติ เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ความคิด และวัฒนธรรม พร้อมย้ำว่าไม่ใช่ความเฉยเมยหรือยอมให้ความอยุติธรรมดำเนินต่อไป แต่คือการจัดการความขัดแย้งบนพื้นฐานสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ

วันแห่งความอดทนสากลยังสะท้อนความท้าทายสำคัญว่า สังคมควรมีวิธีรับมือกับความเห็นต่างอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง ศาสนา ชาติพันธุ์ หรือวัฒนธรรม โดยต้องสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ผัดวันประกันพรุ่งในเรื่องความรับผิดชอบ แต่ "ยังวิจารณ์ได้ ยังตรวจสอบได้ ยังฟ้องร้องได้" อย่างเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ "คนคิดต่างก็ยังเป็นมนุษย์เหมือนเรา"

วันดังกล่าวจึงไม่ใช่แค่วันในปฏิทินแต่เป็นการเตือนว่าสังคมโลกยอมรับว่าความหลากหลายคือความจริง ไม่ใช่ปัญหา และความสำเร็จของสังคมขึ้นกับการฝึกฝนการอยู่ร่วมกันอย่างมีสติและเป็นระบบ ข้อคิดสำคัญที่ฝากถึงทุกคนคือ "เราอยากอยู่ในประเทศที่คนเห็นต่างต้อง 'กลัว' หรือปลอดภัยพอจะพูด แล้วให้ข้อเท็จจริงเป็นตัวตัดสิน?"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top