Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

เจนีวาเดือดสองวง!! สหรัฐฯ - อิหร่านกลับมาคุยนิวเคลียร์รอบใหม่ อิหร่านส่งสัญญาณข้อตกลงใหม่ “ง่ายกว่า JCPOA” ขอแลกยกเลิกคว่ำบาตร ยืนยันโครงการนิวเคลียร์สันติ

(26 ก.พ. 69) เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเจ้าภาพการหารือระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน และสหรัฐฯ กับยูเครน ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ โดยทางสวิตเซอร์แลนด์จะทำหน้าที่เพียงจัดการและอำนวยความสะดวกเท่านั้น ไม่มีส่วนร่วมในการเจรจาโดยตรง ตามคำยืนยันของ นิโกลาส บีโดต์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารของกระทรวงการต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์

นิโกลาส บีโดต์กล่าวกับสำนักข่าวว่า "ใช่ นั่นถูกต้อง" เพื่อยืนยันบทบาทของสวิตเซอร์แลนด์ในฐานะเพียงฝ่ายอำนวยความสะดวกในการเจรจา ที่จัดขึ้นที่เจนีวา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการเจรจารอบแรกระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในประเด็นนิวเคลียร์อิหร่านเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์

สำหรับอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านได้แสดงความคิดเห็นว่าประเทศเตหะรานต้องการข้อตกลงฉบับใหม่กับสหรัฐฯ ที่เรียบง่ายกว่าข้อตกลงแผนปฏิบัติการร่วมอย่างครอบคลุม หรือ JCPOA โดยมีจุดสำคัญคือการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และการรับรองโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพของอิหร่าน

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ และหาทางออกในการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์และความขัดแย้งที่ซับซ้อนระหว่างประเทศสำคัญ โดยเจนีวาถือเป็นพื้นที่หลักสำหรับการคลี่คลายความตึงเครียดในระดับนานาชาติ

ที่มา : Sputnik

ศึกในสภาญี่ปุ่น!! ‘ทาคาอิจิ’ โดนจี้มาตรฐานเงินการเมือง หลังรับส่งของขวัญมูลค่าหลายหมื่นเยน ย้ำใช้เงินทุนการเมือง ฝ่ายค้านชี้สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ความไม่ไว้วางใจพรรคเสรีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

(26 ก.พ. 69) ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เผชิญเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้าน หลังยอมรับมอบของขวัญมูลค่าหลายหมื่นเยนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ที่เพิ่งได้รับเลือกตั้ง

ในการประชุมรัฐสภา ทาคาอิจิกล่าวว่าพรรคสาขาท้องถิ่นได้ใช้เงินทุนทางการเมืองจัดส่งแคตตาล็อกของขวัญที่มีราคาประมาณ 30,000 เยนต่อคนให้สมาชิก 315 คน เธอยอมรับเรื่องนี้ในคำตอบต่อสมาชิกฝ่ายค้าน หลังสื่อรายงานเรื่องนี้เมื่อวันก่อน

จุนยะ โอกาวะ หัวหน้าพันธมิตรปฏิรูปสายกลางกล่าวว่า "แนวคิดเรื่องการแจกของขวัญสะท้อนวัฒนธรรมเก่าของพรรคเสรีประชาธิปไตย" ขณะที่กฎหมายของญี่ปุ่นมีข้อบังคับเข้มงวดเรื่องเงินทุนทางการเมือง การละเมิดกฎหมายเป็นที่ถกเถียง

เรื่องนี้เกิดในช่วงที่ประชาชนมีความไม่ไว้วางใจพรรคเสรีประชาธิปไตยหลังเกิดคดีอื้อฉาวเกี่ยวกับกองทุนลับปี 2023 และทาคาอิจิถูกกล่าวหาเรื่องเงินบริจาคเกินกฎหมายหลังรับตำแหน่งในปี 2025 ซึ่งยิ่งตอกย้ำความกังวลในสังคม

ที่มา : Xinhua

26 กุมภาพันธ์ 2459 วันสหกรณ์แห่งชาติ เริ่มสหกรณ์แรกที่พิษณุโลก จดทะเบียนสหกรณ์แห่งแรก วางรากระบบเงินกู้ชุมชนสู้หนี้นอกระบบ

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2459 ถือเป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์ไทยในฐานะวันจดทะเบียนสหกรณ์แห่งแรก นามว่า 'สหกรณ์วัดจันทร์ ไม่จำกัดสินใช้' ในตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

สหกรณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพปัญหาของเกษตรกรไทยที่ต้องเผชิญกับการขาดแคลนเงินทุน และพึ่งพาเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง เนื่องจากเศรษฐกิจชนบทกำลังเปลี่ยนแปลงจากระบบพึ่งพาตนเองมาสู่การผลิตเพื่อการค้า การตั้งสหกรณ์โดยใช้โมเดลเครดิตแบบไรฟ์ไฟเซนจึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยให้เข้าถึงสินเชื่อและลดภาระหนี้สิน

พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น 'พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย' และดำรงตำแหน่งนายทะเบียนสหกรณ์พระองค์แรก ทรงเป็นผู้ขับเคลื่อนแนวคิดและจดทะเบียนสหกรณ์วัดจันทร์ฯ เพื่อทดลองแนวทางนี้ในพื้นที่พิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัฐสามารถดูแลและควบคุมได้อย่างเหมาะสม

ต่อมา รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 26 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น "วันสหกรณ์แห่งชาติ" เพื่อระลึกถึงการก่อตั้งสหกรณ์แห่งแรกนี้ (ประกาศใน ครม. 9 ต.ค. 2527)

การเกิดขึ้นของสหกรณ์เครดิตแบบหมู่บ้าน ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการสูญเสียที่ดินทำกินจากนายทุนเงินกู้เท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบขยายไปสู่ขบวนการสหกรณ์ทั่วประเทศ ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างเศรษฐกิจชนบทอย่างยั่งยืนจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/263080

‘แบงค์’ ปลดล็อค!! โมเมนต์ประวัติศาสตร์ G27 “ไฟรัก” ดังสนั่นราชมังฯ ‘แบงค์ ปรีติ’ ยิ้มทั้งน้ำตา แฟนเพลงส่งสัญญาณอยากเห็น Clash รวมตัว

(25 ก.พ. 69) "แบงค์ ปรีติ" อดีตนักร้องนำวง 'Clash' ประสบความสำเร็จปลดล็อคความรู้สึกบนเวทีเทศกาลดนตรี G27 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อแฟนเพลงกว่า 60,000 คนช่วยกันร้องเพลง "ไฟรัก" อย่างล้นหลาม การกลับมาเล่นคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่แบงค์ได้ย้ายเข้าสู่ค่าย genie records หลังจากไม่ได้มีโอกาสร่วมงานในงาน G27 ก่อนหน้านี้

แบงค์เผยความทรงจำ เมื่อ 7 ปีก่อนเคยพูดคุยถึงการเล่นคอนเสิร์ตรวมของวง 'Clash' ที่ราชมังฯ แต่โควิดทำให้โครงการล่าช้า "ผมรู้ว่านี่คือตอนที่ควรจะเป็นโอกาสแรกและสุดท้าย แต่วันนี้มันเกิดขึ้นแล้วและมันยอดเยี่ยมกว่าที่คิด" แบงค์กล่าวผ่านโพสต์

นับว่าเป็นแรงสนับสนุนใจอย่างยิ่งจากแฟนเพลงและแฟนคลับที่คอยผลักดันให้วง 'Clash' กลับมารวมตัวใหม่อีกครั้ง หลายเสียงเชียร์ว่าการฉลองครบรอบ 25 ปีของวงนั้นยังไม่สายเกินไป สำหรับแฟนเพลงที่ยังรอคอยการคืนวงของเหล่าศิลปินรุ่นใหญ่

งาน G27 ปีนี้มีศิลปิน 31 วงร่วมแสดงกว่า 11 ชั่วโมง โดยเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ศิลปินหลากหลายรุ่นได้แสดงผลงาน กระชับความสนิทสนมระหว่างศิลปินและแฟนเพลงพร้อมกันทั่วประเทศ การตอบรับที่ล้นหลามชี้ให้เห็นถึงพลังและหัวใจของแฟนเพลงร็อกไทยที่ยังคงแน่นแฟ้นแม้กาลเวลาผ่านไป

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10149542

ช้อปออนไลน์ยังทำพิษ!! ETDA เผย Gen Y-X โดนหลอกเยอะสุด ยอดร้องเรียนปี 68 เพิ่ม 10% พุ่งทะลุ 3.9 หมื่นเรื่อง เล็งงัดกฎหมาย DPS คุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมจัดระเบียบแอปรถรับจ้างคิดราคาไม่เป็นธรรม

ETDA เผยปี 68 ร้องเรียนออนไลน์ทะลุ 3.9 หมื่นเรื่อง โต 10.62% ซื้อขายออนไลน์นำโด่ง Gen Y-X เหยื่อหลักแซงสูงวัย งัดกฎหมาย DPS อุดรูรั่วแพลตฟอร์ม สกัดสแกมเมอร์ 

เมื่อวันที่ 25 ก.พ.69 ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA เปิดเผยว่า จากสถิติรับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ของ ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ หรือ 1212 ETDA รอบปี 2568 (เดือน ม.ค.-ธ.ค.) พบ ปัญหาเรื่องร้องเรียนออนไลน์ ทั้งหมด 39,112 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ถึง 3,754 เรื่อง (ปี 2567 มี 35,358 เรื่อง) เพิ่มขึ้นกว่า 10.62% และลดลงจากปี 2566 ที่พบสูงถึง 45,181 เรื่อง แม้ตัวเลขในแต่ละปีจะมีการปรับลดหรือเพิ่มแตกต่างกัน แต่ปัญหาการซื้อขายออนไลน์ยังคงเป็นปัญหาที่มีการร้องเรียนสูงสุด ครองแชมป์ 3 ปีซ้อน สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มพึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมา เช่น การไม่ได้รับสินค้า สินค้าไม่ตรงตาม ได้รับสินค้าไม่ตรงตามข้อตกลง ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายและร้องเรียนในประเด็นนี้เป็นจำนวนมาก

โดยปี 2568 ปัญหาร้องเรียนที่พบมากสุด 5 อันดับแรก คือ ปัญหาซื้อขายออนไลน์ พบ 14,238 เรื่อง หรือราว 36.40% ของปัญหาทั้งหมด รองลงมาคือ ปัญหาเว็บไซต์ผิดกฎหมาย 12,793 เรื่อง 32.71%, ปัญหาอื่นๆ หรือสอบถามข้อสงสัย 3,506 เรื่อง 8.96%, ปัญหาด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2,407 เรื่อง 6.15% และ ปัญหาด้านการประกอบธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม 2,203 เรื่อง 5.63% เป็นต้น

เมื่อวิเคราะห์เชิงลึกระหว่างปี 2567-2568 จากการให้บริการรับเรื่องปัญหาการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล พบว่า มีเรื่องร้องเรียนเพิ่มขึ้นทั้งหมด 2,827 เรื่อง โดยปัญหาจากบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่พบมากสุด ได้แก่ 1.การประกอบธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์ม เช่น การกำหนดเงื่อนไขทางการค้า ค่าธรรมเนียม นโยบาย ที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบธุรกิจมากกว่าผู้ใช้บริการ หรือปิดบัญชีผู้ใช้งานโดยไม่แจ้งเหตุผล การไม่ได้รับการเยียวยาความเสียหาย 2.ปัญหาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม การสร้างบัญชีปลอม และการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล และ 3.ปัญหาการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน ที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567 ทั้งกรณีเรียกเก็บค่าบริการไม่เป็นธรรม ราคาที่แสดงไม่ตรงกับยอดที่จ่ายจริง การยกเลิกรถโดยไม่แจ้งล่วงหน้าและการให้บริการที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข

เมื่อจำแนกกลุ่มผู้ร้องเรียนตามช่วงวัยในช่วงปี 2566-2568 พบว่า กลุ่มวัยทำงานเป็นกลุ่มที่ถูกหลอก ตกเป็นเหยื่อมากที่สุด โดยกลุ่ม Gen Y (อายุ 29-44 ปี) มีสัดส่วนถูกหลอกสูงสุด 41.91% รองลงมาคือ Gen X (อายุ 45-60 ปี) 29.94% รวมกันคิดเป็น 71.85% ของจำนวนผู้ร้องเรียนทั้งหมด ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุ (Baby Boomer) มีสัดส่วน 10.64% Gen Z (16-28 ปี) คิดเป็น 17.28% และ Gen Alpha (12-15 ปี) คิดเป็น 0.23% โดยพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ กลุ่มวัยทำงานตกเป็นเหยื่อถูกหลอกมากที่สุด คือ 1.พฤติกรรมชอปออนไลน์ ทำธุรกรรมออนไลน์เป็นประจำ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ทำให้มีจุดเสี่ยง และโอกาสเกิดปัญหาจากการซื้อขายออนไลน์มากกว่ากลุ่มอื่น 2.มักเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว แชร์ภาพ ไลฟ์สไตล์ กิจกรรมของตนเองอย่างต่อเนื่อง ทำให้ข้อมูลถูกเก็บ นำไปใช้ต่อ หรือถูกแอบอ้างได้ง่าย เพิ่มความเสี่ยงทั้งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและการหลอกลวง 3.มั่นใจในเทคโนโลยีสูงจนชะล่าใจ แม้ทักษะดิจิทัลดี แต่ความคุ้นชินและความมั่นใจทำให้ไม่ตรวจสอบให้รอบ เช่น เงื่อนไขความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของบัญชี หรือความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล จึงตกเป็นเป้าหมายของภัยออนไลน์มากกว่ากลุ่มอื่นๆ และมีแนวโน้มครองแชมป์ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569

ทั้งนี้ ปัญหาภัยออนไลน์ กำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ เนียนขึ้น เร็วขึ้น และทำให้ผู้บริโภคเสียหายได้ทันที โดยรูปแบบการหลอกที่ต้องจับตาและเฝ้าระวังในปีนี้ คือ 1) หลอกให้จ่ายเงินก่อนรู้ความจริง และทำให้การขอคืนเงินเป็นเรื่องยาก เช่น พัสดุแบบ COD ที่ไม่ได้สั่งแต่เก็บเงินปลายทาง พอจ่ายกลับได้ของไม่ตรงปก, การหลอกให้ โอนเงินเข้าเว็บพนัน หรือ ลงทุน หรือ การโอนจองสินค้า-ที่พักล่วงหน้า ที่มักเร่งให้จ่าย ก่อนตรวจสอบ และเมื่อเกิดปัญหาติดต่อไม่ได้ ถอนเงินไม่ได้ และขอคืนยาก ทำให้ความเสียหายเกิดเร็วและติดตามยาก 2) สร้างความน่าเชื่อถือปลอม ด้วยคอนเทนต์ ตัวตน หรือ รีวิวที่ดูเหมือนจริง เช่น ภาพ วิดีโอ รีวิวปลอม รวมถึงการแอบอ้างคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ แบรนด์ โรงแรมที่พัก เพื่อทำให้ผู้บริโภคเชื่อใจเร็วขึ้น และดูเหมือนของจริงมาก จนผู้ใช้แยกแยะยาก โดยเฉพาะเมื่อเสนอราคาถูกผิดปกติ มีคำยืนยันหรือรีวิวจำนวนมาก 3) ความไม่เป็นธรรมของบริการบนแพลตฟอร์มที่กระทบผู้บริโภคโดยตรง ที่เป็นปัญหาเชิงระบบบริการ เช่น การเรียกรถผ่านแอปที่ราคาไม่ตรงตามแจ้ง ไม่เป็นธรรม ผู้ใช้จ่ายสูงกว่าที่แสดงและเกิดความสับสนในการตรวจสอบค่าใช้จ่าย เป็นต้น

"จากสถานการณ์ปัญหาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ETDA ภายใต้การดำเนินงานของ ศูนย์ 1212 ETDA สามารถแก้ไขเรื่องร้องเรียนได้แล้วเสร็จถึง 99.78% สะท้อนประสิทธิภาพในการประสานงานและติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยปี 2569 ETDA ไม่เพียงเร่งขับเคลื่อนสร้างภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้คนไทยครอบคลุมทุกภูมิภาครู้เท่าทันอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมุ่งยกระดับกลไกร่วมกำกับ ดูแลเชิงระบบภายใต้กฎหมาย DPS (Digital Platform Services) ด้วยแนวทาง Risk-based Approach ให้แพลตฟอร์มทำหน้าที่เป็นหน้าด่าน จัดการความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ทั้งในมิติมาตรฐานสินค้าและบริการ ผ่านประกาศ Online Marketplace ที่กำหนดให้มีระบบ Notice & Take Down คัดกรองสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน

พร้อมขยายแนวทางสู่ Social Commerce รวมถึงแพลตฟอร์ม Ride Sharing มุ่งให้แพลตฟอร์มตรวจสอบสถานะรถและผู้ขับให้ถูกต้องก่อนให้บริการ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้โดยสาร ควบคู่กับการศึกษาโครงสร้างค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม e-Commerce เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการแข่งขันที่เป็นธรรม พร้อมขับเคลื่อนแคมเปญ DPS Trust Every Click ปีที่ 2 เปิดพื้นที่ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับ แพลตฟอร์ม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมออกแบบกลไกกำกับดูแลไปพร้อมกัน สู่การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่โปร่งใส ปลอดภัย และเติบโตอย่างยั่งยืน" ดร.ชัยชนะ กล่าว

ที่มา : https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9690000018912?fbclid=IwdGRjcAQLZy1leHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZAo2NjI4NTY4Mzc5AAEeCH1uW-QNVXEf64FRCOsiG8dOV1yXi68zaJaPvIz873Od_T4BCHocpoRyWek_aem_BXxHAKoD_njxnvVC4cMwUw

กลับญี่ปุ่น!! ‘อิชิอิ’ อำลาประเทศไทย หลังแยกทางบีจี ปิดฉาก 6 ปีบนแผ่นดินไทย ทิ้งผลงานเด่นกับบุรีรัมย์–ช้างศึก แฟนบอลพร้อมใจขอบคุณ

(25 ก.พ. 69) 'มาซาทาดะ อิชิอิ' อดีตกุนซือบีจี ปทุม ยูไนเต็ด อำลาประเทศไทยเพื่อกลับญี่ปุ่นแล้ว หลังแยกทางกับทีมเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาและว่างงาน 16 วันก่อนบินกลับบ้านเกิด

เฮดโค้ชวัย 59 ปีเริ่มงานในไทยกับสมุทรปราการ ซิตี้ระหว่างปี 2019-2021 รวมคุมทีม 49 นัด ชนะ 20 เสมอ 10 แพ้ 19 จากนั้นย้ายไปคุมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดปี 2021-2023 มีสถิติชนะ 52 จาก 68 นัด พร้อมพาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ 2 ซีซั่น

ต่อมาเป็นกุนซือทีมชาติไทยชุดใหญ่ตั้งแต่ธันวาคม 2023 ถึงตุลาคม 2025 รวม 30 นัด ชนะ 16 เสมอ 6 แพ้ 8 พร้อมแชมป์คิงส์คัพ 1 สมัย ก่อนปิดท้ายการทำงานที่บีจี ปทุม ยูไนเต็ดคุมทีม 20 นัด ชนะ 10 เสมอ 5 แพ้ 5

ทันทีที่ข่าวเดินทางถูกเผยแพร่ มีแฟนบอลชาวไทยมากมายเข้าคอมเมนต์อวยพรและขอบคุณในความทุ่มเท เช่น "ขอบคุณที่เข้ามาพัฒนาฟุตบอลไทยให้มีทรงการเล่นที่ชัดเจน", "คุณคือโค้ชที่สุภาพและให้เกียรติคนไทยเสมอ" และ "Arigato Sensei! แล้วพบกันใหม่ในวันที่ฟุตบอลพาทั้งสองฝ่ายมาเจอกันอีกครั้ง"

เส้นทางอาชีพของ 'อิชิอิ' ในไทยสะท้อนความสำเร็จและความทุ่มเทที่ส่งผลต่อวงการฟุตบอลไทยมาตลอดหลายปีตั้งแต่เจ้าตัวเริ่มรับงานในปี 2019 จนถึงการทำทีมชาติและรวมทั้งผลงานที่บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football-thailand/thaileague-1/100324/?tbref=hp

สหรัฐฯ ยุติภาษีฉุกเฉิน!! ศาลสั่งเลิกเก็บภาษีตามคำสั่งทรัมป์ กรมศุลกากรเริ่มยกเลิกทันที 24 ก.พ. เก็บรายได้ 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทรัมป์เตรียมเก็บภาษี 15% สินค้านำเข้าใหม่

(25 ก.พ. 69) สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (CBP) ประกาศระงับการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. เป็นต้นไป หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่าการเก็บภาษีวงกว้างตามคำสั่งของประธานาธิบดี 'โดนัลด์ ทรัมป์' เป็นสิ่งผิดกฎหมายและต้องยกเลิกทันที

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าเพิ่มเติมทั่วโลกที่ประกาศใช้ช่วงเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา โดยมีผลบังคับใช้กับคำสั่งบริหาร 7 ฉบับที่ลงนามระหว่างวันที่ 1 ก.พ. 2025 ถึง 6 ส.ค. 2025 โดยคำสั่งฝ่ายบริหารระบุว่า ภาษีดังกล่าวจะไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไปและต้องยุติการจัดเก็บอย่างเร็วที่สุด

'โดนัลด์ ทรัมป์' มอบอำนาจให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อยุติการเก็บภาษีทันที ขณะที่ข้อมูลจากเพนน์-วอร์ตัน บัดเจต โมเดล ประเมินว่าสำนักงานฯ ได้จัดเก็บภาษีจากมาตรการนี้แล้วถึง 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.42 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของ 'ทรัมป์' แจ้งเตรียมเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมร้อยละ 15 กับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. ขณะที่กฎหมายการค้าปี 1974 อนุญาตให้ประธานาธิบดีเรียกเก็บภาษีได้สูงสุดถึง 15% เป็นเวลาสูงสุด 150 วันก่อนต้องขออนุมัติจากรัฐสภาอีกครั้ง

ที่มา: Xinhua

เดือดกลางเจนีวา!! ‘สีหศักดิ์‘ ตอกหน้ากัมพูชากลางเวที UNHRC ซัดบิดเบือนปมชายแดน-ยั่วยุซ้ำซาก ลั่น ไม่เคยคิดรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน แต่พร้อมปกป้องอธิปไตยตนเอง - จี้เขมรหยุดยั่วยุ

(25 ก.พ. 69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถ้อยแถลงของไทยในที่ประชุมระดับสูงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติครั้งที่ 61 ณ นครเจนีวา เน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือพหุภาคีเพื่อแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชน รวมถึงปัญหาการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตที่เป็นวิกฤตระดับโลกและส่งผลกระทบต่อไทยโดยตรง

รัฐมนตรีต่างประเทศตอบโต้กรณีข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา โดยกล่าวว่า "กัมพูชากล่าวหาไทยบนข้อความเท็จและวาทกรรมที่บิดเบือนเพื่อทำให้ไทยเป็นผู้ร้าย" พร้อมชี้แจงว่า ต้นเหตุเกิดจากการละเมิดและยั่วยุซ้ำซ้อน รวมถึงการแทรกแซงการเมืองภายในของกัมพูชา ทำให้เกิดความตึงเครียดและโศกนาฏกรรมพลเรือนเสียชีวิต

นายสีหศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยมีเจตนาดีต่อกัมพูชา สนับสนุนผู้หลบหนีความขัดแย้งและช่วยฟื้นฟูหลังสงครามกลางเมือง จึงไม่ต้องการเผชิญหน้า แต่กัมพูชากลับนำปัญหาไปขยายเป็นประเด็นระหว่างประเทศ ทั้งยังยืนยันสิทธิในการปกป้องอธิปไตยและเรียกร้องให้กัมพูชาเลือกเส้นทางสันติภาพหรือความขัดแย้งต่อไป

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ที่ยังมีปัญหาข้อพิพาทชายแดนและความขัดแย้งทางการเมือง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง ทว่าความร่วมมือและการเจรจายังคงเป็นทางออกสำคัญเพื่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้

เดือดก่อนคุยสันติภาพ!! รัสเซียอ้าง อังกฤษ-ฝรั่งเศส “เตรียมให้นิวเคลียร์ยูเครน” รัสเซียอ้างโอนอาวุธให้ยูเครน “ละเมิด NPT” แบบไม่เคยมีมาก่อน

(25 ก.พ. 69) หน่วยข่าวกรองต่างประเทศของรัสเซียแถลงว่าฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรกำลังเตรียมส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์ให้กับยูเครน ขณะที่นักวิเคราะห์รัสเซียเห็นว่า เป็นความพยายามกดดันการเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน-สหรัฐฯ ที่ใกล้เกิดขึ้น

'ยูลิยา เซมเก' นักวิเคราะห์การเมืองรัสเซียกล่าวกับสำนักข่าวสปุตนิกว่า "เรื่องดังกล่าว ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากความพยายามที่จะกดดันการเจรจาสันติภาพรัสเซีย–ยูเครน–สหรัฐฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้น"

เธอเตือนว่าตามหลักแนวทางนิวเคลียร์ของรัสเซีย หากประเทศที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ถูกฝ่ายสนับสนุนจากประเทศที่มีอาวุธชนิดนี้โจมตี รัสเซียจะถือเป็นการโจมตีร่วมและอาจตอบโต้ไปยังประเทศผู้สนับสนุนโดยตรง รวมถึงลอนดอนและปารีส

นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า การส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์เช่นนี้จะถูกตรวจพบแน่นอน และเป็นการละเมิดสนธิสัญญาว่าด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) อย่างชัดเจน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์โลก

ที่มา : Sputnik

25 กุมภาพันธ์ ของทุกปี วันวิทยุกระจายเสียงแห่งชาติ เป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดเสียงทางวิทยุในไทย ปูทางสื่อสารรัฐถึงประชาชนทั่วประเทศ กลายเป็นรากฐานระบบวิทยุแห่งชาติไทย

เมื่อวัน 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2473 วันสำคัญของวงการวิทยุกระจายเสียงไทย นับเป็นวันแรกที่มีการออกอากาศสาธารณะโดย "สถานีวิทยุกรุงเทพฯ ที่พญาไท" ซึ่งตั้งอยู่ที่วังพญาไท การส่งสัญญาณปฐมฤกษ์ในปี พ.ศ. 2473 นี้ ถูกผลักดันโดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร ผู้ซึ่งถูกยกย่องเป็น "บิดาแห่งวงการวิทยุกระจายเสียงไทย" ก่อนหน้านี้มีการทดลองส่งสัญญาณหลายครั้งที่ตึกไปรษณีย์ปากคลองโอ่งอ่างและศาลาแดง

ไฮไลต์ของวันเปิดสถานีคือการถ่ายทอดสด "พระราชดำรัส" ของ รัชกาลที่ 7 จากพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าครั้งแรกรัฐไทยใช้วิทยุกระจายเสียงเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารข่าวสาร การศึกษา และความบันเทิงสู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง

การส่งสัญญาณจากศูนย์กลางอำนาจรัฐด้วยคลื่นวิทยุเป็นการปฏิวัติการสื่อสารในยุคนั้น วิทยุกลายเป็นสื่อที่ประชาชนเข้าถึงได้ และยังต่อยอดไปสู่การเปลี่ยนชื่อสถานีเป็น "สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย" ในปี พ.ศ. 2484 พร้อมก้าวสู่สถานีวิทยุแห่งชาติของไทย

25 กุมภาพันธ์จึงเป็นวันเปิดไมค์ประเทศที่สำคัญ เป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาสื่อสารมวลชนไทยตลอดมา และย้ำถึงบทบาทของวิทยุในฐานะสื่อกลางเชื่อมรัฐและประชาชน

ที่มา : https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/262086


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top