Sunday, 7 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

รัฐบาลใหม่เร่งงาน!! เก้าสิบวันแรกของรัฐบาลใหม่ ภาคเอกชนไม่ได้ขอปาฏิหาริย์ แต่ขอ “สัญญาณว่ารัฐจะเอาเศรษฐกิจจริง” ก่อนความเชื่อมั่นพังตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

(2 มี.ค. 69) ภายหลังการเลือกตั้งใหม่ ภาคเอกชนไทยส่งสัญญาณเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่เร่งทำงานทันทีในช่วงเก้าสิบวันแรก โดยต้องชัดเจนเรื่องทีมเศรษฐกิจที่มีความรู้และทำงานได้ทันที เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

'หอการค้าไทย' เน้นย้ำว่ารัฐบาลต้องมีเสถียรภาพและอำนาจเต็มเพื่อดำเนินงบประมาณและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมฝากข่าวถึงความสำคัญของทีมงานที่ "รู้งาน-เข้าใจงาน-ทำงานได้ทันที" ไม่ใช่แค่การแบ่งตำแหน่งโควตาการเมือง ขณะที่ 'ส.อ.ท.' เตือนว่าการตั้งครม.มีผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนโดยตรง

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนสามสถาบัน (กกร.) แสดงความกังวลต่อความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมเน้นว่าไม่ใช่แค่คำว่า "กระตุ้น" แต่ต้องมีความชัดเจนเรื่องวิธีการและเวลาที่เม็ดเงินจะถึงผู้ประกอบการและประชาชนจริง

นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาปากท้องและหนี้ครัวเรือนเป็นวาระแรก เน้นการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ขาดสภาพคล่องด้วยมาตรการเฉพาะกลุ่มเพื่อเสริมความอยู่รอดของผู้ประกอบการ รวมถึงการรับมือกับแรงกดดันส่งออกและเงินบาทแข็งค่า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทย

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการลดคอร์รัปชันและทุนเท่าที่เป็นต้นทุนแฝงที่ทำลายเศรษฐกิจ ภาคเอกชนเรียกร้องให้มีแผนงานและกลไกที่ชัดเจน พร้อมระบุว่า "สิ่งที่ภาคเอกชนกำลังบอกจริง ๆ คือขอ 'รัฐที่ตัดสินใจได้' ไม่ใช่ 'รัฐที่พูดเก่ง'" โดยเก้าสิบวันแรกจึงเป็นช่วงเวลาที่พิสูจน์ความพร้อมของรัฐบาลใหม่ในการบริหารวิกฤตเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นต่อประเทศ

หมอนทองวิทยาเดือด!! ไม่ใช่แค่ดราม่าบอลเด็ก แต่นี่คือ “ระบบไทย” ที่โตไม่ทันความดัง ชี้ปัญหาลึกซึ้งในทีมเยาวชนไทย เด็กถูกลากเป็นตัวประกันสงครามผู้ใหญ่

(2 มี.ค. 69) เรื่องดราม่าของทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยาล่าสุดไม่ใช่แค่เหตุการณ์ในวงการกีฬาเด็กทั่วไป แต่สะท้อนภาพรวมปัญหาสังคมไทยที่เกิดซ้ำในหลายวงการ ทั้งการศึกษา องค์กร และการเมือง

เหตุการณ์นี้เผยให้เห็นว่าเมื่อทีมเด็กที่มีชื่อเสียงถูกจับตามองมากขึ้น ความขัดแย้งและแรงกดดันก็ยิ่งเพิ่ม จนทำให้เด็ก ๆ กลายเป็นตัวประกันในความขัดแย้งของผู้ใหญ่ ทั้งในด้านการบริหารทีม การจัดตารางแข่งขัน และความคาดหวังของสังคมที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากการรายงานข่าว มีความซับซ้อนมากกว่าปัญหาความขัดแย้งส่วนบุคคล เผยให้เห็นจุดอ่อนในระบบสังคมที่ไม่สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในวงการกีฬาเยาวชนที่พึ่งพาบุคคลเก่งมากกว่าระบบที่มั่นคง พร้อมมีคำถามสำคัญเช่น "เด็กได้รับการคุ้มครองจากดราม่าสาธารณะหรือไม่"

บทเรียนสำคัญที่สังคมไทยควรตระหนักคือ การรักษาระบบสนับสนุนเยาวชนไม่ให้พังไปกับความขัดแย้งของผู้ใหญ่ รวมถึงการสร้างโครงสร้างบริหารที่ชัดเจน สิทธิหน้าที่ของโค้ช ชมรมและผู้ปกครองที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน และความโปร่งใสในการใช้ทรัพยากร

ถ้าสังคมไม่เปลี่ยนแปลง ปัญหาจะเกิดซ้ำในวงการอื่นต่อไป แต่ถ้าเรา "ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับหลักการนี้" โดยปกป้องเด็ก ไม่ให้เป็นตัวประกันของผู้ใหญ่ ก็ดูเหมือนจะเป็นก้าวแรกของการแก้ไขปัญหาที่แท้จริ

2 มีนาคม 2477 รัชกาลที่ 7 ทรงประกาศสละราชสมบัติ ขณะประทับอยู่ในประเทศอังกฤษ เปิดทางสู่ยุคใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เอกสารการเมืองชิ้นสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของไทย

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ 'รัชกาลที่ 7' ทรงสละราชสมบัติ ณ Knowle House ประเทศสหราชอาณาจักร เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เพราะเป็นการสิ้นสุดรัชสมัยของพระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายที่ครองราชย์ทั้งก่อนและหลังระบบรัฐธรรมนูญเริ่มต้นขึ้น

เอกสารพระราชหัตถเลขาสละราชสมบัติระบุปี 2477 ตามระบบขึ้นปีใหม่แบบเดิม คือวันที่ 1 เมษายน ทำให้เดือนมกราคมถึงมีนาคมอยู่ในปีเดิม แต่หากเทียบกับระบบปัจจุบันซึ่งขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม จะตรงกับปี 2478

ยุคนั้นไทยเพิ่งเปลี่ยนจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ การเมืองช่วงตั้งไข่เต็มไปด้วยความขัดแย้งร้อนแรง 'รัชกาลที่ 7' ทรงมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพ แต่ไม่ประสงค์ยกอำนาจให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทรงเลือกสละราชสมบัติเพื่อหลีกเลี่ยงความปั่นป่วนและความสูญเสียของชาติ

จากพระราชหัตถเลขา ทรงกล่าวไว้ว่าทรงเต็มใจสละอำนาจให้ "ประชาราษฎรโดยทั่วไป" แต่ไม่ทรงยอมให้อำนาจสิทธิขาดตกอยู่กับบุคคลหรือคณะใด

หลังสละราชสมบัติ สภาผู้แทนราษฎรได้อัญเชิญพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ขึ้นทรงราชย์เป็น 'รัชกาลที่ 8' ซึ่งขณะนั้นยังเด็ก ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ระบอบรัฐธรรมนูญเดินหน้า และสถาบันทางการเมืองใหม่มีบทบาทกำหนดทิศทางประเทศจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_1746

ซุปตาร์ตัวจิ๋วของจริง “น้องเกล” ฟันน้ำนมเขย่าวงการ ขึ้นแท่นเจ้าแม่พรีเซนเตอร์ ดันกระแสแบรนด์คึกคักทุกหมวด งานแน่นจนถูกเรียก “บริษัทชีเสิร์ฟ”

(1 มี.ค. 69) "น้องเกล-แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์" วัย 4 ขวบ ลูกสาวคนเล็กของซุปตาร์ "ชมพู่ อารยา" และ "น็อต วิศรุต" กลายเป็นเจ้าแม่พรีเซนเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้ ด้วยความน่ารักและความสามารถ ทำให้น้องเกลได้รับงานโฆษณาแบรนด์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร ไลฟ์สไตล์ การเงิน และแฟชั่น

น้องเกลได้รับบทพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ชั้นนำมากมาย เช่น 7-Eleven, Downy, Johnson & Johnson, Enfagrow A+, สาหร่ายเถ้าแก่น้อย, Grab Food, Coway, กรุงไทย-แอกซ่า, Adidas และ Madame Fin ซึ่งสร้างรายได้อย่างมหาศาลจนแฟนคลับทึ่งกับความสำเร็จนี้

จากกระแสงานที่ล้นมือจนถูกเรียกว่า "บริษัทชีเสิร์ฟ" น้องเกลยังเป็นที่พูดถึงถึงความสามารถในการบริหารเวลาทำงานอย่างมืออาชีพ พร้อมคำพูดจากแฟนคลับที่ว่า "รายได้จากบริษัทชีเสิร์ฟน่าจะทะลุเป้าไปไกลแล้ว" ซึ่งหมายความว่าสมควรได้รับเงินเก็บสำหรับใช้เรียนจนจบปริญญาเอกและมีฐานะในอนาคต

น้องเกลไม่เพียงแต่เป็นเด็กที่พรสวรรค์พร้อมความร่วมมือในการทำงาน แต่ยังเป็นแสงสว่างและแรงบันดาลใจในวงการบันเทิง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นความเป็นซุปตาร์ฟันน้ำนมตัวจริงที่มีอนาคตไกลในวงการนี้

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9875774/

รัสเซียชี้จบขัดแย้ง!! ร้องอัฟกาน-ปากีหยุดยิง พร้อมร่วมเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย ตอบโต้เหตุปะทะชายแดน ย้ำแก้ปัญหาผ่านทางการทูต

(1 มี.ค. 69) เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ รัสเซียแสดงจุดยืนเรียกร้องให้อัฟกานิสถานและปากีสถานยุติการโจมตีตอบโต้กันทันทีพร้อมแก้ไขความขัดแย้งผ่านช่องทางทางการทูต ซามีร์ คาบูล็อฟ ผู้แทนพิเศษประธานาธิบดีรัสเซียด้านอัฟกานิสถานและที่ปรึกษารัฐมนตรีต่างประเทศกล่าวกับสปุตนิกเมื่อคืนวันศุกร์

ช่วงดึกของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อัฟกานิสถานได้ประกาศเปิดปฏิบัติการทางทหารเชิงรุกขนาดใหญ่ตอบโต้กองกำลังปากีสถานตามแนวชายแดน หลังเหตุการณ์ทิ้งระเบิดเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น

คาบูล็อฟเสริมว่า "รัสเซียจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือในฐานะคนกลางไกล่เกลี่ยระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถาน หากทั้งสองฝ่ายได้ร้องขอมา" เพื่อบรรเทาความตึงเครียดและหาทางออกทางการทูต

สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนระหว่างอัฟกานิสถานและปากีสถานยังคงตึงเครียดจากปฏิบัติการตอบโต้ที่เกิดขึ้น ซึ่งรัสเซียได้เน้นย้ำว่าความขัดแย้งควรได้รับการแก้ไขด้วยสันติวิธีและผ่านการเจรจา สะท้อนถึงบทบาทของมอสโกในฐานะผู้มีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ที่พร้อมเข้ามามีส่วนร่วมในความขัดแย้งดังกล่าว

ที่มา : Sputnik

จีนเปิดตัว eVTOL เครื่องบินไฟฟ้าขนาด 1.2 ตัน เปิดใช้งานในอู่ฮั่น มุ่งเน้นสองแบบ เรียกผ่านมือถือเหมือนเรียกรถ เปลี่ยนเกมเดินทางเมืองใหญ่

(1 มี.ค. 69) บริษัทอี-ฮอว์ก เทคโนโลยีของจีน เปิดตัวชวนชมอากาศยานขึ้นบิน-ลงจอดแนวดิ่งพลังงานไฟฟ้า (eVTOL) ขนาด 1.2 ตัน ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน โดยมีจุดเด่นที่ใบพัดแบบครอบปิดเพิ่มความปลอดภัยในภาคพื้นดิน

ไช่เสี่ยวตง ประธานอี-ฮอว์ก เทคโนโลยี เผยว่าอากาศยานรุ่นนี้จะนำไปใช้ใน 2 รูปแบบหลัก คือขายขาดราคาไม่เกิน 2 ล้านหยวน หรือราว 9.07 ล้านบาท และแบบแชร์ใช้ที่ผู้คนจะเรียกใช้คล้ายแท็กซี่บินผ่านโทรศัพท์เหมือนระบบเรียกรถทั่วไป

สำหรับปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดใช้งานรุ่นที่นั่ง 2 ที่นั่งที่เน้นบริการโลจิสติกส์และท่องเที่ยวด้วยการบินระดับต่ำเพื่อรองรับความต้องการตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าของจีนในเทคโนโลยีพาหนะไฟฟ้ารูปแบบใหม่ ซึ่งสามารถส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบบการขนส่งและบริการในเมืองใหญ่ทั่วโลก รวมถึงการพัฒนาโมเดลการเดินทางแบบไร้มลพิษที่กำลังได้รับความสนใจในวงกว้าง

ที่มา : Xinhua

1 มีนาคม ของทุกปี “วันป้องกันภัยพลเรือนโลก” ย้ำความสำคัญเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ เตือนสติสังคมภัยพิบัติไม่รอใคร ย้ำอนาคตยั่งยืนต้องเริ่มจากการจัดการความเสี่ยง

(1 มี.ค. 69) ทุกวันที่ 1 มีนาคม ของทุกปีถูกจัดให้เป็น "วันป้องกันภัยพลเรือนโลก" เพื่อสร้างความตระหนักว่าภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินไม่เลือกเวลาเกิด และการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบคือกุญแจลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินทั่วโลก

ในปี 2026 ธีมวันป้องกันภัยพลเรือนโลกคือ "Managing Environmental Risks for a Resilient and Sustainable Future" หรือ "การบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน" ซึ่งชี้ให้เห็นว่าภัยยุคใหม่เชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่มีต่อตัวสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษ สารเคมี ไฟป่า น้ำท่วมฉับพลัน และเหตุฉุกเฉินจากสภาพอากาศสุดขั้ว

งาน "ป้องกันภัยพลเรือน" มุ่งเน้นวงจรครบถ้วน ตั้งแต่การลดความเสี่ยง วางแผนเตรียมพร้อม ซ้อมอพยพ ตอบโต้เหตุฉุกเฉิน กู้ภัยจนถึงการฟื้นฟูหลังเหตุการณ์ โดยใช้ความรู้ เทคนิคและการบริหารจัดการสอดคล้องกับความร่วมมือของประชาชนเพื่อให้ความสูญเสียลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ

ในวันสำคัญนี้ประชาชนทั่วไปสามารถเริ่มกลับมา "ลงมือจริง" ด้วยการทำสิ่งง่าย เช่น ตั้งจุดนัดพบครอบครัว ทำรายชื่อเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน จัดกระเป๋าฉุกเฉิน และเรียนรู้วิธีช่วยเหลือเบื้องต้น รวมทั้งซ้อมฝึกหนีไฟ เพื่อให้พร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจริง

โดยสรุป "ระบบ" จะทำงานได้ดีแค่ไหนก็ขึ้นกับความรู้และความพร้อมของ "คนในบ้าน" ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ "วันป้องกันภัยพลเรือนโลก" ต้องการสื่อสารให้ชัดเจนทุกปีว่า "อย่ามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความรู้บนกระดาษ" แต่คือทักษะเอาตัวรอดและดูแลครอบครัวในยามวิกฤต

ที่มา : https://icdo.org/?utm_source=chatgpt.com

กระสุนถึงมือสโมสร!! สมาคมบอลโอนเข้าบัญชีสโมสรครบทุกทีม ยอดรวมวันนี้ 99.25 ล้านบาท สะท้อนความจริงจังดันคุณภาพทั้งโครงสร้าง ชูแผนสร้างความมั่นคงระยะยาว

(28 ก.พ. 69) สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศอนุมัติจ่ายเงินสนับสนุนรอบที่ 3 ให้แก่สโมสรสมาชิกในไทยลีก 1, ไทยลีก 2 และไทยลีก 3 โดยยอดรวมทั้งสิ้น 99.25 ล้านบาท ถูกโอนเข้าบัญชีสโมสรสมาชิกทุกทีมเรียบร้อยในวันนี้

นายกสมาคมฯ 'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ ให้ข้อมูลว่า สโมสรจากไทยลีก 1 จำนวน 16 ทีมจะได้รับเงินทีมละ 3,750,000 บาท รวมเป็น 60 ล้านบาท ส่วนไทยลีก 2 อีก 18 ทีม รับทีมละ 1 ล้านบาท รวมเป็น 18 ล้านบาท และไทยลีก 3 จำนวน 68 ทีม ได้ทีมละ 312,500 บาท รวม 21.25 ล้านบาท

สำหรับฤดูกาล 2568/69 นี้ สโมสรสมาชิกได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากฤดูกาลก่อน โดยไทยลีก 1 ได้รับเพิ่มจากทีมละ 10 ล้านเป็น 15 ล้านบาท ไทยลีก 2 จาก 3 ล้านเป็น 4 ล้านบาท และไทยลีก 3 จาก 1 ล้านเป็น 1.25 ล้านบาท โดยจะแบ่งจัดสรรจ่ายเป็น 4 งวด

'มาดามแป้ง' กล่าวผ่านแถลงข่าวว่า "เงินสนับสนุนงวดที่ 3 ได้ถูกโอนเข้าบัญชีของสโมสรสมาชิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว" สะท้อนการสนับสนุนที่ต่อเนื่องและจริงจังจากสมาคมฯ เพื่อยกระดับคุณภาพฟุตบอลไทยในทุกระดับ

การจ่ายเงินครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนสนับสนุนที่ชัดเจนเพื่อส่งเสริมการแข่งขันและพัฒนาสโมสรในแต่ละลีก ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงและการเติบโตของวงการฟุตบอลไทยในระยะยาว

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10153150

บ้านพักใจลูกช้าง ชานเมืองไนโรบี เคนยา เร่งกู้ชีวิตช้างกำพร้า ฝึกสมรรถภาพให้กลับสู่ธรรมชาติ ปั้นกลับป่าให้รอดอย่างยั่งยืน

(27 ก.พ. 69) สถานรับเลี้ยงช้างกำพร้าในย่านชานเมืองไนโรบี ประเทศเคนยา เปิดดำเนินการช่วยดูแลลูกช้างกำพร้าจากเขตอนุรักษ์ธรรมชาติต่างๆ ภายในประเทศ เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพและเตรียมความพร้อมให้พวกมันสามารถกลับคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยและยังยืน

การดูแลที่สถานรับเลี้ยงแห่งนี้เน้นการฝึกฝนอย่างใกล้ชิดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพของลูกช้างที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทั้งทางธรรมชาติและมนุษย์อย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ลูกช้างมีโอกาสในการดำรงชีวิตรอดอย่างอิสระในธรรมชาติต่อไป

พนักงานสถานรับเลี้ยงช้างกล่าวว่า "การดูแลและฟื้นฟูลูกช้างกำพร้าต้องการความอดทนและความใส่ใจสูง เพื่อให้ลูกช้างเติบโตจนสามารถอยู่ในถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติได้อย่างแท้จริง"

สถานรับเลี้ยงช้างกำพร้าแห่งนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ช้างในเคนยา ผ่านการช่วยเหลือและฟื้นฟูลูกช้างกำพร้าที่ขาดแคลนความช่วยเหลือจากธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์

ที่มา : Xinhua

สัญญาณชัด!! “รวันดา” ชี้เยือน “รัสเซีย” เตรียมหารือทริปประธานาธิบดี หลังเคยเซ็น MOU นิวเคลียร์ร่วมกัน ต่อยอดเศรษฐกิจ-มนุษยธรรม

(28 ก.พ. 69) นายโอลิวิเยร์ เอ็นดูฮุงกีเรเฮ รัฐมนตรีต่างประเทศรวันดา เปิดเผยผ่านสปุตนิกว่าขณะนี้กำลังหารือเรื่องความเป็นไปได้ในการเยือนรัสเซียของประธานาธิบดี 'พอล คากาเม' ในปี 2566 พร้อมกับการวางแผนการเดินทางของตนเองไปยังรัสเซียในปีเดียวกันแต่ยังไม่กำหนดวันชัดเจน

"และต่อจากนั้น แน่นอนว่าเราจะเริ่มดำเนินการเรื่องการเยือนของประธานาธิบดี เมื่อทั้งสองฝ่ายพบวันที่เหมาะสมร่วมกัน" นาย 'เอ็นดูฮุงกีเรเฮ' กล่าวในสัมภาษณ์

เมื่อเดือนธันวาคม 2565 นาย 'เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย เคยพบกับนาย 'เอ็นดูฮุงกีเรเฮ' ที่กรุงไคโร ในโอกาสการประชุมรัฐมนตรี ความร่วมมือหุ้นส่วนรัสเซีย-แอฟริกา ทั้งสองฝ่ายเน้นขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและมนุษยธรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

ส่วนประธานาธิบดี 'พอล คากาเม' เคยเยือนรัสเซียครั้งล่าสุดในปี 2562 ระหว่างการประชุมสุดยอดรัสเซีย-แอฟริกา ที่เมืองโซชี และในโอกาสนั้นได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันในเรื่องความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top