Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

สภากาชาดไทย ขอเชิญร่วมบริจาคสนับสนุนการจัดหาวัคซีน COVID-19 เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงวัคซีนของประชาชน

สภากาชาดไทย องค์กรสาธารณกุศลสงเคราะห์มีภารกิจ 4 ด้านในการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ 
1.การบริการทางการแพทย์ โดยมีโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จ.ชลบุรี สถานีกาชาด 13 แห่ง 
2. การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ รวมถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติคุกคามสุขอนามัยของประชาชน
3. การบริการโลหิต 
4. การส่งเสริมคุณภาพชีวิต ให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ทั้งเด็ก คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ไร้ที่พึ่ง

ทั้งนี้ สภากาชาดไทย อยู่ระหว่างดำเนินการจัดหาวัคซีนกับบริษัทผู้ผลิตโดยตรง เพื่อสนับสนุนการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนมากขึ้น 
จึงขอถือโอกาสนี้เชิญชวนหน่วยงานหรือผู้มีความพร้อมตามกำลังร่วมสนับสนุน “กองทุนกาชาดเพื่อจัดหาวัคซีนและยาโควิด-19 สำหรับประชาชน” 


???? บริจาคเงินผ่าน QR code E-donation รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีโดยไม่ต้องขอรับใบเสร็จ โดยท่านสามารถเช็คประวัติการบริจาคผ่านระบบ E-donation ของกรมสรรพากร ได้ที่ https://bit.ly/redcross-edonation (หลังการบริจาค 3-5 วันทำการ)


???? หรือบริจาคเงินผ่านบัญชี
ธนาคารกสิกรไทย สาขาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ชื่อบัญชี "สภากาชาดไทย กองทุนกาชาดเพื่อจัดหาวัคซีนและยาโควิด-19 สำหรับประชาชน" 
ประเภทบัญชี “กระแสรายวัน” เลขที่ 623-1-00096-6

???????????????? กรณีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุณาแจ้งความประสงค์รับใบเสร็จดังนี้
✔️ ชื่อ-นามสกุล
✔️ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
✔️ ที่อยู่จัดส่งใบเสร็จ และเบอร์โทรศัพท์
✔️ แนบหลักฐานการโอนเงิน
✔️ ระบุ "กองทุนกาชาดเพื่อจัดหาวัคซีนและยาโควิด-19"
???? ส่งมาที่ อีเมล [email protected]


.
#DonationHubรับเพื่อให้ #TRConlineDonation

ส.ส.ประชาธิปัตย์ เสนอจ่ายเยียวยา ‘ฟรุ้ทบอร์ด’ พิจารณาเสนอ ‘จุรินทร์-เฉลิมชัย’ เคาะเข้าครม. คิกออฟโครงการใหม่ “เกษตรแฮปปี้” ช่วยชาวสวนฝ่าวิกฤติโควิด-19 ‘อลงกรณ์’ เผยราคามังคุดดีขึ้นหลังฟื้นระบบไปรษณีย์ และล้งเพิ่มขึ้น 146 แห่ง ทำให้ตลาดคึกคัก

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้(Fruit Board) เปิดเผยวันนี้ (30 ก.ค.) ว่า ตามที่ ส.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ในนามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เสนอให้รัฐบาลเยียวยาชาวสวนมังคุดที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ราคาตกต่ำในฤดูกาลผลิตปี 2564 ระหว่างการประชุมที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช

โดยมีนายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานและมีนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และตนร่วมประชุมพร้อมด้วยตัวแทนภาครัฐภาคเอกชนและภาคเกษตรกรเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

โดยตนได้ชี้แจงว่าคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้(ฟรุ้ทบอร์ด-Fruit Board) ยินดีรับข้อเสนอไปพิจารณาโดยระหว่างนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการของฟรุ้ทบอร์ด(กรมส่งเสริมการเกษตร) ศึกษาและรวบรวมข้อมูลตลอดจนมาตรการเยียวยาโดยให้ยึดแนวทางการเยียวยาชาวสวนลำไยฤดูกาลผลิตปี 2563 จากนั้นให้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการฯ.ในครั้งต่อไปโดยเร็วหากจากนั้นจะเสนอต่อดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

นอกจากนี้นายอลงกรณ์ยังกล่าวต่อไปว่า จากการที่ตนลงพื้นที่เพื่อติดตามเร่งรัดการแก้ไขปัญหามังคุดและผลไม้ภาคใต้ 3จังหวัด (ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช) ตามข้อสั่งการของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้ 7 มาตรการเพิ่มเติมล่าสุดของฟรุ้ทบอร์ดระหว่างวันที่ 28-29 กรกฎาคมร่วมกับนายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์โดยเฉพาะมังคุดมีราคาตกต่ำพบว่าระบบการขนส่งผลไม้แบบบริการส่งถึงที่รวมทั้งระบบการค้าออนไลน์เกือบเป็นอัมพาตโดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้ามังคุดใหญ่ที่สุดของภาคใต้เพราะผู้ให้บริการรายใหญ่เช่นบริษัทไปรษณีย์ไทย บริษัทเคอร์รี เป็นต้นได้หยุดให้บริการโดยสิ้นเชิง

ตนจึงได้ประสานขอความร่วมมือไปยัง ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และนายพงษ์ทร วิเศษสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทยในวันที่28กรกฎาคมและภายใน 24 ชั่วโมง บริษัทไปรษณีย์ไทยได้เปิดให้บริการเป็นกรณีพิเศษเร่งด่วนอีกครั้งพร้อมกัน 105 สาขาใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม เป็นต้นไปทำให้ระบบการขนส่ง ระบบไปรษณีย์และการค้าออนไลน์กลับมาเปิดบริการอีกครั้งหนึ่งและวันนี้ได้ประสานกับบริษัทไปรษณีย์ไทยให้พร้อมนำส่งผู้รับปลายทางที่อยู่ในพื้นที่สีแดงทุกพื้นที่ซึ่งได้รับการยืนยันว่าจะเร่งกำชับไปรษณีย์ทุกสาขาให้ดำเนินการตามข้อเสนอและการจัดส่งอาจช้าไป 1 วัน เพราะต้องใช้สาขาปลายทางที่อยู่นอกพื้นที่สีแดงผลัดเวรกันส่งเนื่องจากก่อนหน้านี้พนักงานของสาขาในพื้นที่สีแดงติดโควิด โดยไปรษณีย์ไทยจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อข่วยชาวสวนซึ่งตนได้ขอบคุณบริษัทไปรษณีย์ไทยและนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิตอลฯ.ที่ให้ความร่วมมือกับฟรุ้ทบอร์ดด้วยดีตลอดมาเพราะ ระบบขนส่งเป็นกลไกสำคัญในการค้าขายและระบายผลไม้ออกจากแหล่งผลิตทั้งการค้าแบบออฟไลน์และออนไลน์

นอกจากนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อนได้ขอความร่วมมือไปยังบริษัทเคอรรี่ตกลงที่จะเปิดบริการอีกครั้งเช่นกันทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ติดตามประสานงานกับรัฐมนตรีเกษตรฯ.อย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใยต่อเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

นายอลงกรณ์กล่าวต่อไปว่า ฟรุ้ทบอร์ดได้คิกออฟโครงการ ”เกษตรกรแฮปปี้” โดยรณรงค์ภายใต้กลยุทธ์เพิ่มการขายภายในประเทศทดแทนการส่งออกซึ่งเป็น 1 ใน 7 มาตรการใหม่ของฟรุ้ทบอร์ดตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา และขอความร่วมมือพี่น้องชาวไทยทุกคน รวมทั้งชาวต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย ช่วยกันสร้างรอยยิ้มให้กับเกษตรกรด้วยการซื้อผลไม้ไทย

“ช่วงนี้ต้องเร่งช่วยระบายมังคุดคละที่สดอร่อยพร้อมจำหน่ายสู่ผู้บริโภคภายในประเทศทั้งรูปแบบการขายออนไลน์และออฟไลน์ซึ่งมีปริมาณมากและราคายังไม่น่าพอใจแม้แนวโน้มราคาเริ่มปรับตัวดีขึ้นจึงได้ออกแคมเปญ”เกษตรกรแฮปปี้โดยทันทีวันนี้”

ส่วนการแก้ไขปัญหาอื่น ๆ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ และดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และปัญหาการขาดแคลนแรงงาน รวมทั้งการขอความร่วมมือผู้ประกอบการค้าผลไม้(ล้ง) ทั้งค้าภายในและส่งออกให้ลงมาซื้อมังคุดด้วยมาตรการที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องทำให้สถานการณ์เริ่มกระเตื้องขึ้น โดยล่าสุดนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชรายงานว่า มีล้งเข้ามาซื้อขายมังคุดและผลไม้เพิ่มขึ้นจาก 40 กว่าล้ง เป็น146 ล้ง นอกจากนี้สมาคมผู้ส่งออกทุเรียนมังคุดแจ้งว่าสามารถจองตู้คอนเทนเนอร์ที่จะส่งออกผลไม้ทางเรือได้แล้วตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม ซึ่งจะทำให้ลดการขนส่งทางรถไปประเทศจีนที่แออัดติดขัดที่ด่านโหยวอี้กวนและด่านโมฮ่าน มีผลทำให้ตู้คอนเทนเนอร์หมุนกลับมาภาคใต้ไม่ทัน เชื่อว่าตู้คอนเทนเนอร์จะทยอยกลับมาขนมังคุดได้มากขึ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้าจะทำให้การซื้อขายเพิ่มขึ้นและส่งผลต่อราคาที่จะขยับตัวสูงขึ้น

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวในที่ประชุมว่าจากการรับฟังปัญหาอุปสรรคและการนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ ส่วนใหญ่ปัญหาหลัก ๆ ที่พบ มาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงมาตรการป้องกันและควบคุมเชื้อโรคของประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกมังคุดและผลไม้อื่น ๆ ของไทย ที่เกิดจากปัญหาการขนส่งล่าช้า การขาดแคลนตู้คอนเทรนเนอร์และตะกร้าใส่ผลไม้ รวมทั้งปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าพื้นที่ที่ทำได้ยาก การขาดแคลนแรงงาน และตะกร้ามีไม่พอเช่นกัน ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งระดับนโยบายและระดับพื้นที่ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายได้เร็วขึ้นในส่วนของกระทรวงพาณิชย์มีแนวทางมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยกระจายมังคุดในประเทศช่วงที่การส่งออกมีปัญหาดังนี้

1. เชื่อมโยงและกระจายมังคุดออกนอกแหล่งผลิตโดยสนับสนุนค่าบริหารจัดการแก่ศูนย์กระจายในจังหวัดแหล่งผลิตกิโลกรัมละ 3 บาท ซึ่งกรมการค้าภายในโอนเงินให้จังหวัดดำเนินการจำนวน 50,850,000 บาท ตามที่ฟรุ้มบอร์ดอนุมัติเพื่อกระจายมังคุดจำนวน 16,950 ตัน ออกนอกแหล่งผลิตอย่างเร่งด่วน

2. สนับสนุนค่าขนส่งสำหรับผลไม้ที่ส่งผ่านไปรษณีย์กรมการค้าภายในร่วมกับบริษัทไปรษณีย์ไทยสนับสนุนกล่องไปรษณีย์และสติกเกอร์ส่งฟรีผลไม้ทั่วประเทศส่งเสริมการขายผ่านออนไลน์แก่เกษตรกรรายย่อยจำนวน 20,000 กล่องกล่องละ 10 กิโลกรัม เพื่อช่วยกระจายผลไม้ 2000 ตัน โดยได้จัดส่งกล่องพร้อมสติกเกอร์ให้จังหวัดต่าง ๆ แล้ว

3. เชื่อมโยงผู้รับซื้อของกรมการค้าภายในให้ช่วยเร่งระบายมังคุดเกรดรองหรือตกเกรดออกจากแหล่งผลิตโดยเร่งด่วนกรณีเกิดปัญหาระบายมังคุดไม่ทันในบางพื้นที่

ภายหลังการประชุมที่ศาลากลางจังหวัด รมช.สินิตย์ เลิศไกร นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตร ส.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นายณฐกร สุวรรณธาดา คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรและนายวิเชียร สุขพันธุ์ รอง ผอ.blue house  พรรคประชาธิปัตย์และชาวสวนมังคุดได้ร่วมกันเปิดบริการส่งมังคุด ณ สำนักงานไปรษณีย์ไทยสาขาพรหมคีรีก่อนเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์รับซื้อมังคุดชนิดคละ กิโลกรัมละ 20 บาทที่อำเภอพรหมคีรีซึ่งเป็นโมเดลใหม่ภายใต้ความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการล้ง เกษตรกรในพื้นที่และศูนย์บลูเฮ้าส์ พรรคประชาธิปัตย์ในการนำล้งมาซื้อตรงจากเกษตรกรด้วยราคานำตลาด โดยจะให้ขยายโมเดลนี้ในจังหวัดอื่น ๆ ด้วย จากนั้นคณะได้ไปเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนมังคุดแปลงใหญ่ และศูนย์กระจายสินค้าบริษัทไปรษณีย์ไทยอำเภอลานสกา

สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราชมีพื้นที่ปลูกมังคุดทั้งหมด 96,159 ไร่ กระจายอยู่ใน 21 อำเภอ มีพื้นที่ที่ให้ผลผลิตแล้ว 90,016 ไร่ ปี 2564 นี้ คาดว่าจะให้ผลผลิตประมาณ 57,245 ตัน ก่อนหน้านี้ในวันที่ 28 ก.ค.นายนายสินิตย์ เลิศไกร รมช.พาณิชย์และนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ.ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดชุมพร โดยมีนายสัมฤทธิ์ กองเงิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายไพฑูรย์ หลิมวัฒนา สมาชิกวุฒิสภา นายสราวุธ อ่อนละมัย และนายสุพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร นายวีรวัฒน์ จีรวงศ์ นายกสมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดชุมพร นายสมพงษ์ จินาบุญ ประธานเครือข่ายมังคุดคุณภาพจังหวัดชุมพร นายภานุวัชร์ ไหมแก้ว นายกสมาคมผู้ส่งออกมังคุด ทุเรียน จันทบุรี-ชุมพร พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชนและผู้ประกอบการ ให้การต้อนรับ พร้อมร่วมลงพื้นที่ตลาดกระจายสินค้าเกษตร ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ติดตามสถานการณ์ผลไม้ในพื้นที่ และประชุมหารือกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมังคุด ตลอดจนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อนำผลผลิตออกสู่ตลาด

ทั้งนี้จังหวัดชุมพร มีปริมาณผลผลิตรวม 51,587 ตัน ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2564 จะปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดกว่า 26,985 ตัน จนถึง ปลายเดือนสิงหาคม 2564 ปริมาณ 16,141 ตัน และราคาผลผลิตมังคุด ตลาดทั่วไปกิโลกรัมละ 8 – 10 บาท ราคา หน้าล้ง 33 บาท (รับซื้อเฉพาะลูกค้าประจำ) ตลาดประมูลจากกลุ่มผลิตมังคุดคุณภาพในพื้นที่จังหวัดชุมพร จำนวน 26 กลุ่ม เปิดประมูลผลผลิตมังคุด เพียง 11 กลุ่ม ในพื้นที่ อำเภอหลังสวน พะโต๊ะ ละแม ราคาผลผลิตมังคุดตลาดประมูล 12 - 33 บาท (เฉลี่ยทุกเบอร์ ราคา 16.77 บาท) ปริมาณผลผลิตที่คาดว่าจะมีปัญหา 30,735 ตัน

จากนั้นทางคณะได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลไม้ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานีส่วนราชการ นายสุพจน์ เพชรศรี ผู้อำนวยการศูนย์ชั่งตวงวัดภาคใต้ นางกัลยารัตน์ เทพเลื่อน ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี นายสุขสันต์ ภู่วัฒนา ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรบ้านนาสาร นางพูลสิน เพชรสวัสดิ์ ผู้แทนเกษตรกรแปลงใหญ่มังคุด และนายสุวิทย์ คงปาน ผู้ประธานเกษตรกรแปลงใหญ่เงาะ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการรวบรวมผลไม้ (ล้ง) และเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ในพื้นที่ ให้การต้อนรับและร่วมหารือในการแก้ไขปัญหาการกระจายผลไม้ ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ และการเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายผลผลิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งเงาะ ที่กำลังออกสู่ตลาดในขณะนี้ พร้อมทั้งลงพื้นที่ตลาดสหกรณ์การเกษตร อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สำหรับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทุเรียนมีปริมาณผลผลิต 46,957 ตัน เก็บเกี่ยวแล้วร้อยละ 50 ราคากิโลกรัมละ 110 บาท มังคุดมีปริมาณผลผลิต 7,294 ตัน เก็บเกี่ยวแล้วร้อยละ 50 ราคากิโลกรัมละ 23 บาท เงาะมีปริมาณผลผลิต 38,936 ตัน เก็บเกี่ยวแล้วร้อยละ 32 ราคากิโลกรัมละ 25 บาท ลองกองมีปริมาณผลผลิต 4,842 ตัน เริ่มเก็บเกี่ยวไปเพียงร้อยละ 0.66 ราคากิโลกรัมละ 50 บาท

เมย์-รัชนก อินทนนท์ แบดมินตันหญิงมือ 1 ของไทย ปิดฉากเส้นทางในโอลิมปิกเกมส์ 2020 โดยแพ้ให้กับ ไต้ จื่อ อิง นักแบดมินตันจากไต้หวันไป 1-2 เซต

#เชียร์โอลิมปิกกับTHESTATESTIMES

เมย์-รัชนก อินทนนท์ แบดมินตันหญิงมือ 1 ของไทย ปิดฉากเส้นทางในโอลิมปิกเกมส์ 2020 โดยแพ้ให้กับ ไต้ จื่อ อิง นักแบดมินตันจากไต้หวันไป 1-2 เซต

โดยเมย์เป็นฝ่ายเริ่มต้นได้ดีกว่า ออกนำไปก่อน 1-0 เซต ปิดเกมแรกไปด้วยสกอร์ 21-14 จนเข้าสู่ช่วงต้นเกมสอง นักแบดมินตันไทยก็ยังโชว์ฟอร์มได้ดีกว่า เป็นฝ่ายทำแต้มนำมาโดยตลอด แต่แล้วในช่วงท้ายเกมสอง เจ้าตัวมาพลาด ถูก ไต้ จื่อ อิง ทำแต้มชุดใหญ่ จนสามารถแซงขึ้นนำ และชนะไปด้วยสกอร์ 21-18

เข้าสู่เซตที่สามเกมตัดสิน เกมเป็นไปด้วยความคู่คี่สูสี ผลัดกันทำแต้มขึ้นนำกันแบบไม่มีใครยอมใคร แต่นักแบดมินตันไทยมาพลาดในช่วงโค้งท้าย ๆ ของเกม ถูกไต้ จื่อ อิง ทำแต้มหนีห่าง สุดท้ายเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์เดิม 18-21

จึงทำให้เมย์-รัชนก แพ้ไป 1-2 เซต ต้องจบเส้นทางการแข่งขันแบดมินตันโอลิมปิกเกมส์แค่รอบ 8 คนสุดท้าย ถือเป็นความพลาดหวังในโอลิมปิกเป็นหนที่ 3 แต่อย่างไรก็ตาม ต้องขอชื่นชมในความพยายาม และความตั้งใจ สู้ได้สมศักดิ์ศรีที่สุดแล้ว


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9
 

สุรินทร์ - มณฑลทหารบกที่ 25 ร่วมจัดกิจกรรม “สุรินทร์รวมใจปันสุข แด่ผู้ประสบภัยโรคโควิค-19”

วันที่ 28 กรกฎาคม 2564 มณฑลทหารบกที่ 25 โดย พลตรีสาธิต เกิดโภค ร่วมกับ จังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ กองกำลังสุรนารี ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ โดย พลตำรวจตรี ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ เทศบาลเมืองสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ หอการค้าจังหวัดสุรินทร์ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์ และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ ร่วมจัดงาน “สุรินทร์รวมใจปันสุข”ได้จัดทำอาหารกล่อง ถุงยังชีพและน้ำดื่ม ไปมอบให้แก่พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค covid-19 ตลอดจนจะขยายพื้นที่ออกไปยังต่างอำเภอ ตลอด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.-12 ส.ค. 64

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธี พร้อมมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค จากผู้มีเมตรตาร่วมบริจาคในครั้งนี้ ให้กับตัวแทนชุมชนเพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนชนผู้ได้รับผลกระทบในชุมชน ในครั้งนี้ด้วย โดยมีส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน องค์กร มูลนิธิฯต่าง ๆ ร่วมในครั้งนี้ด้วยความรัก และสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เมื่อยามทุกคนประสบกับวิกฤติด้วยกัน คนสุรินทร์ย่อมไม่ทิ้งกัน โดยระดมเงินทุนจากผู้บริหารและบุคลากรในหน่วยงาน เริ่มต้นที่หนึ่งล้านบาท เพื่อปันสุขให้ชาวสุรินทร์ โดยจะร่วมกันประกอบอาหารและบรรจุกล่องแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาขอรับ ณ  บริเวณหอประชุม อบจ.สุรินทร์ และจะทยอยแจกจ่ายไปยังชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์

 โดยมีรถประกอบอาหารจากมณฑลทหารบกที่ 25 จำนวน 2 คัน มาร่วมประกอบอาหารเมนูเด็ดคือข้าวผัดใบกะเพราทั้งหมู ทั้งไก่ และเมนูอื่น ๆ อีกอย่างหลากหลาย ซึ่งจะ Kick Off ชุมชนแรกในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์  ตั้งแต่วันนี้( 28  กรกฎาคม 2564) เป็นต้นไป ส่วนพื้นที่อื่นจะทยอยดำเนินการไปจนถึง 12 สิงหาคม 2564  นี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฏาคม 2564 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ประกอบกับเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดสุรินทร์ และให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยบูรณาการร่วมกับส่วนราชการและประชาชนทุกภาคส่วนในจังหวัดสุรินทร์ จัดตั้งศูนย์บรรเทาความเดือดร้อนและครัวสนาม ณ บริเวณหอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ และได้เปิดรับบริจาคจากผู้ที่มีจิตเมตตาเพิ่มเติมเพื่อระดมเงินทุนช่วยเหลือชาวสุรินทร์ ในครั้งนี้ด้วย


ภาพ/ข่าว  ปุรุศักดิ์ แสนกล้า 

กาฬสินธุ์ - โควิดดับอีก 3 ป่วยเพิ่ม 202 ราย เร่งตั้งรพ.สนามชุมชนตำบล รองรับผู้ป่วย

สถานการณ์โรคโควิด-19ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย และพบผู้ป่วยรายใหม่ 202 ราย ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยสะสม 2,613 ราย ขณะที่ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ สั่งเตรียมพร้อมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามชุมชนประจำตำบลทุกตำบลรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ขอเดินทางกลับมารักษาที่คาดว่าจะมีเพิ่มมากขึ้น

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ศูนย์อำนวยการต้านโรคติดชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จ.กาฬสินธุ์ รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 202 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุถึง 2,613 ราย กำลังรักษาอยู่ 1,578 ราย รักษาหายแล้ว 1,021 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย รายแรกเป็นเพศชาย อายุ 48 ปี ชาว อ.กุฉินารายณ์ รายที่ 2 เพศชาย อายุ 53 ปี ชาว อ.หนองกุงศรี และรายที่ 3 เพศเพศหญิง อายุ 37 ปี ชาว อ.สมเด็จ โดยทั้ง 3 ราย มีภาวะปอดอักเสบรุนแรงจากโควิด-19 และระบบหายใจล้มเหลว ซึ่งเจ้าหน้าที่และญาติได้ทำพิธีฌาปนกิจตามประเพณีแบบเรียบง่าย และตามมาตรการขั้นตอน ทั้งนี้ส่งผลให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 14 ราย

ขณะที่นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงลงพื้นที่ดูแลความพร้อมการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามชุมชนประจำตำบล (Community Isolation) หลังจากมีนโยบายให้ทุกตำบลในจังหวัดจัดตั้งขึ้น เพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งคาดว่าจะเดินทางกลับมายังภูมิลำเนาเพิ่มมากขึ้น ภายใต้การบูรณาการของทุกภาคส่วน ทั้งนายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข

โดยจุดแรกที่บริเวณสมอทอง รีสอร์ท เทศบาลตำบลภูดิน อ.เมืองกาฬสินธุ์  ที่ได้ปรับสถานที่จากจุดพักคอยเป็นโรงพยาบาลสนามชุมชนประจำตำบล โดยเป็นการให้บริการสาธารณาสุขแก่ผู้ป่วยโควิด-19  ที่มีอาการไม่หนัก หรืออยู่ในระดับสีเขียว และสำหรับผู้ป่วยที่รอการพักฟื้นเพื่อเฝ้าดูอาการ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ดูแล ซึ่งจะมีการตรวจเช็คอาการผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เบื้องต้นสามารถรับผู้ป่วยได้เตียง 10 เตียง และอยู่ระหว่างการจัดสถานที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับให้แต่ละตำบลจัดตั้งโรงพยาบาลสนามชุมชนประจำตำบลในทุกตำบล อย่างน้อยให้ได้ตำบลละ 20-30 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยที่อาจจะมีเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่อำเภอนามน จ.กาฬสินธุ์ได้มีการยกระดับจากศูนย์พักคอย เป็นโรงพยาบาลสนามขนาด 100 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วย โควิด-19 โดยนางสาวอ้อมอารีย์  ยี่วาศรี นายอำเภอนามนได้ให้ทุกตำบลเตรียมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามชุมชนประจำตำบล ให้ได้ประมาณ 20-50 เตียง ซึ่ง ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก ทั้งภาคเอกชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ระยอง - พ่อเมืองระยอง เปิดศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 เทศบาลตำบลมาบข่า โดยสามารถรองรับผู้ป่วยได้จำนวน 100 เตียง

เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้เดินทางไปเปิดศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด-19 อำเภอนิคมพัฒนา ซึ่งใช้อาคารหอประชุมที่ว่าการอำเภอนิคมพัฒนาจัดตั้ง ดำเนินการโดยเทศบาลตำบลมาบข่า และภาคีเครือข่าย ภาคเอกชนในพื้นที่ มีนายภิรมย์ ชุมนุม นายอำเภอนิคมพัฒนา นพ.โกมล ภู่ถาวรทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนิคมพัฒนา นายธารา ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง นายอาจิน อ่ำพุด นายกเทศมนตรีตำบลมาบข่า พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.นิคมพัฒนา นางพิมพ์บุญญา สมุทรรัตน์ สาธารณสุขอำเภอนิคมพัฒนา นายมนูญ วิวรรณ ปลัดเทศบาลตำบลมาบข่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ยังได้เป็นตัวแทนรับมอบเงินสนับสนุนศูนย์พักคอยฯ จำนวนเงินกว่า 2 แสนบาท และรับมอบเจลแอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัยจากผู้ประกอบการในพื้นที่กว่า 10 ราย

สำหรับศูนย์พักคอยของอำเภอนิคมพัฒนาดังกล่าว เทศบาลตำบลมาบข่า และองค์กรภาคีเครือข่าย ภาคเอกชน ได้ร่วมกันดำเนินการจัดตั้งขึ้นเพื่อรองผู้ป่วยในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นการแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลนิคมพัฒนา โดยมีเตียงจำนวน 100 เตียง


ภาพ/ข่าว  วฐิต กลางนอก / ธีรวัฒน์ อินธิพันธ์ รายงาน

ตำรวจเมืองช้าง จับกุมพ่อค้าไม้พะยูงและไม้ประดู่ ฝ่าสถานการณ์โควิด-19

วันที่ 28 กรกฏาคม 2564 เวลา 17.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ. สรกฤช พันธ์ศรี ผกก.สืบสวน ภ.จว. สุรินทร์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท. วิชิตเวช ต๊ะผัด รอง ผกก. สืบสวน พ.ต.ต. สาโรจ ตระกูลโศภิษฐ์  สว.กก.สืบสวน ได้สั่งการให้ชุด ปทส.กก.สืบสวน ภ.จว.สุรินทร์ โดยมี ร.ต.อ.ปราโมทย์ เที่ยงธรรม ร.ต.อ.เฉลิมพล สายรัตน์ รองสว.กก.สืบสวน ดต.ธวัช เจนรอบ ส.ต.อ.ประสาน ราษีทอง ส.ต.ต.นุชา เหล่าพุทธา ผบ.หมู่ กก.สืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมดงรัก เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่สร.3 จนท.ตร.ชุด ปทส. ภาค 3 และ จนท.ชุดปฎิบัติการพิเศษป่าไม้สุรินทร์ ได้ทำการตรวจสอบไม้ดังกล่าวพร้อมได้ทำการจับกุมตัว

1.นายรวย ธรรมธร อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 167หมู่ 1 ต.ทุ่งสว่าง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ

2. นาง สุรวิภา สีดำ อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 132 ม. 7 ต.ดู่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

พร้อมของกลาง

1.ไม้ประดู่ จำนวน 16 ท่อน ปริมาตร 7.45 ลบม.

2. ไม้พะยูง จำนวน 13 ท่อน ปริมาตร 3.09 ลบม.

3. รถยนต์บรรทุกสิบล้อ เทรลเลอร์ ยี่ห้ออีชูซุ สีขาว เลขทะเบียน 82-8352 ศรีสะเกษ จำนวน 1 คัน 

ช่วงเวลา 16.00 น.จนท.ตร.สภ.พนมดงรัก ได้ตั้งจุดตรวจบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 224 หน้า อบต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์และเวลา 17.30 น.พบรถยนต์คันดังกล่าวบรรทุกไม้ผ่านมาจึงได้เรียกเพื่อทำการตรวจสอบพบว่าไม่มีเอกสารการได้มาของไม้มาแสดงต่อ จนท.จึงได้บันทึกจับกุมพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.พนมดงรัก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ภาพ/ข่าว  ปุรุศักดิ์ แสนกล้า

สุรินทร์ - พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ จัดโครงการ ‘รถ Mobile…พาณิซย์ลดราคา!’ ช่วยประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดสุรินทร์

วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานปล่อยขบวนรถ โครงการรถ Mobile...พาณิซย์ลดราคา! ช่วยประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ จังหวัดสุรินทร์ โดยมี พันเอกชินวิช  เจริญพิบูลย์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกิจกรรม และมี นายสิทธิศักดิ์  พรหมบุตร พาณิชย์จังหวัดสุรินทร์ กล่าวรายงาน  จากสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ของโรคไวรัสโควิด-19 ได้ขยายระบาดโรคออกเป็นวงกว้างกระจายไปในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ภาคธุรกิจบางส่วนปิดตัวลง ทำให้เกิดการว่างงาน การบริโภคครัวเรือนหยุดชะงัก เนื่องจากประชาชนเกิดความหวาดระแวงในการออกนอกพื้นที่ และให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ โดยงดออกนอกเคหะสถาน และมาตรการ Work from Home

ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รองรัฐนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์) จึงได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินโครงการ รถ Mobile...พณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบและอนุมัติงบประมาณ จำนวน 161.3240 ล้านบาทจากงบประมาณเงินกู้ ให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ดำเนินโครงการรถ Mobile พาณิชย์...ลดราคา! ช่วยประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากขึ้น  เพื่อช่วยประชาชนในพื้นที่ของทุกจังหวัด ระยะเวลาดำเนินการ 1 เดือน

สำหรับโครงการดังกล่าว เป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ และสินค้าเกษตร/ชุมชนที่ได้รับกระทบจากโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ผ่านรถ Mobile เคลื่อนที่ ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่สำหรับบรรเทาความเดือดร้อนและลดค่าครองชีพ ตลอดจนเป็นการลดความเสี่ยงจากการเดินทางไป จับจ่ายสินค้าให้แก่ประชาชนในช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งยังเป็นการกระจายผลผลิตให้แก่เกษตรกร เกิดการจ้างงานให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 สำหรับจังหวัดสุรินทร์ มีเป้าหมาย จำนวนรถ Mobile จำนวน 12 คัน ครอบคลุมทั้ง 17 อำเภอ 159 ตำบล รวมทั้งหมด 720 จุด (คันละ 2 จุดต่อวัน) ในการนำสินค้าอุปโภคบริโภคไป จำหน่ายให้กับประชาชนในราคาประหยัดที่ต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไป ประมาณ 10-40 % อาทิเช่น ไข่ไก่ น้ำมันพืช ปลากระปอง น้ำตาลทราย บะหมี่ถึงสำเร็จรูป

โดยเริ่มวิ่งไปแล้วเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2564 และจะสิ้นสุดในวันที่ 26 สิงหาคม 2564 สำหรับโครงการนี้ ได้รับความ ร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชนอย่างดี โดยเฉพาะท่านนายอำเภอทุกอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่อำนวยความสะดวกในการกำหนดจุดจำหน่าย การประชาสัมพันธ์ การจัดส่งเจ้าหน้าไปอำนวยความสะดวก และการกำกับดูแลตามมาคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสุรินทร์อย่างเคร่งครัด


ภาพ/ข่าว  ปุรุศักดิ์  แสนกล้า

อดีตพ่อค้าออนไลน์ธุรกิจเจ๊ง ผันตัวเข้าสู่ขบวนการค้ารถหรูเถื่อนสวมทะเบียน

อดีตพ่อค้าเครื่องสำอางออนไลน์ในตลาดโรงเกลือ จังหวัดสระแก้ว ธุรกิจพังจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด 19 หันไปเอาดีทางด้านมืด โดยผันตัวเองเข้าไปสู่ขบวนการค้ารถหรูเถื่อน พร้อมสวมทะเบียนปลอม

ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว บุกเข้าควบคุมตัวนายธนธรณ์ กิจสมัย อายุ 39 ปี ชาวบ้านในอำเภออรัญประเทศ ขณะขับรถเก๋งยี่ห้อ มินิคูเปอร์ สีครีม-แดง ทะเบียน 1 กฌ 3332 กรุงเทพฯ จอดอยู่ภายในปั้มน้ำมัน ปตท.เพชรรัตน์ บนถนนธนะวิถี ตำบลหนองสังข์ อำเภออรัญประเทศ หลังจากตำรวจพบข้อมูลว่า นายธนธรณ์ฯ ได้ใช้รถหรูคันนี้โดยสวมทะเบียนปลอม จากการสอบสวนนายธนธรณ์ฯ ยอมรับว่า รถเก๋งมินิคูเปอร์คันนี้ ซื้อมาในราคา 290,000 บาท จากเฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า รถหลุดจำนำจากนายทุน พร้อมทั้งทะเบียนปลอม 1 กฌ -3332 กรุงเทพฯ อีก 2 แผ่นป้าย ในราคา 2,500 บาท โดยทางเพจเฟสบุ๊กดังกล่าว จัดหามาให้ทั้งหมด

โดยนายธนธรณ์ฯ ยังยอมรับอีกว่า ก่อนหน้านี้ เคยประกอบธุรกิจจำหน่ายเครื่องสำอางค์ผ่านช่องทางออนไลน์ อยู่ภายในตลาดโรงเกลือ แต่จากสภาพเศรษฐกิจในช่วงการแพร่ระบาดโควิด 19 จึงทำให้ธุรกิจไปไม่รอด ก่อนจะหันมาจับธุรกิจ ซื้อขายรถหรูในราคาถูกก่อนจะขายต่อทำกำไร เช่นเดียวกับรถเก๋งมินิคูเปอร์คันนี้ ซื้อมาไม่ถึง 300,000 บาท จะประกาศขายต่อในราคาๆเกือบๆ 400,000 บาท จากนั้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ปลอมหรือใช้เอกสารสิทธิ์หรือเอกสาราชการปลอม ก่อนถูกนำตัวส่งสถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ ดำเนินคดี

ขณะที่ตำรวจชุดจับกุม ให้ข้อมูลว่า รถเก๋งมินิคูเปอร์คันนี้ เป็นรถหลบหนีไฟแนนซ์มา โดยผู้ต้องหาใช้อยู่ในเขตอำเภออรัญประเทศ ก่อนเจ้าหน้าที่จะพบพิรุธจากรถคันนี้หลายจุด และเมื่อตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ปรากฏว่า ทั้งเลขตัวถังรถ แผ่นป้ายทะเบียน พบว่าข้อมูลไม่ตรงกัน นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังพบอีกว่า ทะเบียน 1 กฌ 3332 กรุงเทพฯ ได้มีการใช้เลขทะเบียนนี้ ที่กรุงเทพฯ 1 คัน ภาคอีสาน 1 คันและจังหวัดสระแก้ว 1 คัน โดยผู้ต้องหาคนนี้ ยอมรับ หลังเลิกจากธุรกิจค้าเครื่องสำอางออนไลน์ ได้หันไปเข้าสู่ขบวนการซื้อขายรถหรูราคาถูก ลักษณะซื้อถูกขายแพง โดยอาศัยส่วนต่าง เพื่อให้อยู่ได้ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดแบบนี้


ภาพ/ข่าว  สมสัณห์ เอี่ยมศิลป์ / บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน

นักแสดงช่อง 3 สนับสนุนโครงการ “BLOOD CHALLENGE” ของสภากาชาดไทย ร่วมแชร์ผ่านโซเชียล และชวนคนไทยบริจาคโลหิต

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องไปทุกภาคส่วน ล่าสุดทำให้การบริจาคโลหิตของประชาชนมีจำนวนลดน้อยลง ในขณะที่ปัจจุบันจำนวนโลหิตที่จำเป็นต้องใช้รักษาผู้ป่วยมีจำนวนไม่เพียงพอจนเข้าขั้นวิกฤต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงได้จัดทำโครงการภายใต้ชื่อ Blood Challenge “ได้เวลากลับมาช่วยเพื่อน บริจาคโลหิต ฝ่าวิกฤติ COVID-19” ชวนคนไทยส่งต่อบุญผ่านสังคมออนไลน์ และเชิญชวนเหล่าศิลปินนักแสดงทั่วประเทศร่วมกัน Challenge ส่งความตั้งใจดี ๆ สู่กัน สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ให้การสนับสนุนโครงการ Blood Challenge ครั้งนี้

โดยเชิญชวนนักแสดงร่วมประชาสัมพันธ์สร้างกระแสให้คนไทยร่วมบริจาคโลหิตมากขึ้น โดยการถ่ายภาพถือป้ายรณรงค์ เขียนข้อความเชิญชวนสั้น ๆ โพสต์ลง Social Media ส่วนตัว ทั้ง Facebook, Instagram, Twitter และ TikTok พร้อมติด #BloodChallenge ซึ่งได้รับการตอบรับจากเหล่านักแสดงช่อง 3 เป็นอย่างดี รวมถึงนักแสดงหลายท่านยังได้เดินทางไปบริจาคโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยด้วยตัวเอง อาทิ แอน ทองประสม, หมาก ปริญ สุภารัตน์, คิมเบอร์ลี แอน โวลเทมัส, อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ, ภณ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์, เต้ย พงศกร เมตตาริกานนท์, หมอก้อง สรวิชญ์ สุบุญ, อาร์ม พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์, เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ, พรีม รณิดา เตชสิทธิ์, เกรท วรินทร ปัญหกาญจน์, โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ บุญประชม, เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข, มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง และ น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ นอกจากนี้แพลตฟอร์มออนไลน์ของช่อง 3 และ รายการข่าวของสถานีข่าวช่อง 3 ยังได้ร่วมประชาสัมพันธ์ให้กับโครงการเช่นกัน

 

สำหรับกิจกรรม Blood Challenge “ได้เวลากลับมาช่วยเพื่อน บริจาคโลหิต ฝ่าวิกฤติ COVID-19” ครั้งนี้ประชาชนทั่วไปสามารถให้การสนับสนุนด้วยเช่นกัน โดยนอกจากการร่วมบริจาคโลหิตที่ศูนย์บริหารโลหิตแห่งชาติ และศูนย์บริจาคทั่วประเทศแล้ว ยังสามารถช่วยโดยการโพสต์ข้อความเชิญชวนลง Social Media ส่วนตัว ติด #BloodChallenge และตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อม Tag ไปชวนครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก ร่วมแคมเปญต่ออีก 3 คน เป็นการกระตุ้นการร่วมบริจาคโลหิตในสภาวะวิกฤต เพื่อให้โรงพยาบาลทั่วประเทศจะได้มีโลหิตสำรองที่เพียงพอที่จะใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไป ติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลข 0 2256 4300

 

 

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top