Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ลำปาง - รองผู้ว่าฯ ลำปาง ตรวจติดตามการดำเนินงานป้องกันโรค COVID-19 พื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2564 ที่ จ.ลำปาง นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นำทีมตรวจเยี่ยมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ติดตามการดำเนินงานป้องกันโรค COVID-19 เข้าตรวจประเมินการปฏิบัติตามแผนมาตรการควบคุมโรคของจังหวัดลำปางโดยมีนายอดิศักดิ์  กิจเจริญธนารักษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 และนายมาโนช  ชูชาติวรรณกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องมาให้การต้อนรับ พร้อมทั้งบรรยายสรุปให้รายละเอียดข้อมูล ณ ห้องประชุมมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ กฟผ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

นายจำลักษ์ กล่าวว่า “จังหวัดลำปาง ได้ประกาศกำหนดให้หน่วยงานสถานประกอบการต่าง ๆ ผู้ที่มีผู้ปฏิบัติงานจำนวนมากต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด เนื่องจากมีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ได้ในลักษณะเป็นกลุ่มก้อนโดยเบื้องต้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมทีมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าทำการตรวจเยี่ยมประเมินผลการดำเนินงานเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID-19 สำหรับสถานประกอบการ(โรงงาน) หรือ Good Factory Practice (GFP) ของ กฟผ.แม่เมาะ ทั้งนี้เนื่องจากภายในสถานประกอบการโรงไฟฟ้ารวมถึงบริเวณพื้นที่เหมืองแม่เมาะ ถือเป็นสถานที่ประกอบการขนาดใหญ่ ที่แต่ละวันจะมีพนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งของ กฟผ.แม่เมาะ และของบริษัทคู่สัญญา เข้าไปปฏิบัติหน้าที่อยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก ถ้าหากเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ก็อาจเกิดการแพร่กระจายเป็นวงกว้างจนเกิดเป็นคลัสเตอร์ใหม่ของจังหวัดได้ ทั้งยังจะส่งผลต่อภารกิจหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมทั้งประเทศ”

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า “ในมาตรการปฏิบัตินั้น กฟผ.แม่เมาะ ได้มีการนำมาตรการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID-19 เข้ามาใช้อย่างเข้มข้น ภายใต้แผนปฏิบัติการ ZERO COVID โดยมีเป้าหมายกำหนดให้พื้นที่โรงไฟฟ้าและเหมืองแม่เมาะ ต้องเป็นเขตพื้นที่ปลอดเชื้อ COVID-19 ร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจได้ว่าคนไทยต้องมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ทาง กฟผ. แม่เมาะ จึงได้สั่งการให้พนักงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า ต้องกักตัวเองอยู่ภายในบริเวณพื้นที่ Safe Zone ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับในส่วนบุคลากรทั่วไปได้เน้นกำชับให้ทุกหน่วยทุกพื้นที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด

ส่วนในกรณีฉุกเฉินหากปรากฏว่ามีการตรวจพบพนักงานเจ้าหน้าที่ติดเชื้อโควิด-19 ทาง กฟผ.แม่เมาะได้จัดทำพื้นที่ FAI หรือ Factory Accommodation Isolation ไว้จำนวน 2 แห่ง คือ ที่อาคารถิ่นเทเวศร์ ใช้สำหรับเป็นสถานที่พักคอยของผู้ป่วยสีเขียวจำนวน 16 ห้อง และที่อาคารอเนกประสงค์ห้วยคิง ได้ทำการจัดตั้งเป็น รพ.สนาม รองรับผู้ป่วยได้จำนวน 60 เตียง ประกอบกับพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ก็ได้มีการฉีดวัคซีนโควิดไปแล้วเกินกว่าร้อยละ 90 จึงเชื่อมั่นได้ว่าพื้นที่โรงไฟฟ้าและเหมืองแม่เมาะ จะเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัยสูงสุด และจะไม่เป็นจุดแพร่ระบาดของเชื้อโควิดอย่างแน่นอน


ภาพ/ข่าว  ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

‘บลูเทค ซิตี้’ มอบถุงยังชีพ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโควิด-19

เมื่อวันที่ (2 ส.ค.64) ที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทราทีมงานฝ่าย CSR ของโครงการจัดตั้งนิคมอุสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภค บริโภคที่จำเป็น อาทิเช่น ปลากระป๋องจำนวน 1,000 กระป๋อง , มาม่า จำนวน 1,020 ซอง , หน้ากากอนามัย จำนวน 500 กล่อง

โดยมี นางจันทรรัตน์ ไตรติลานันท์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ ผู้เฝ้าระวัง กักตัว 14 วัน ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 และกักตนเองที่บ้าน ส่งผลให้ขาดรายได้ในช่วงถูกกักตัว 14 วัน รวมถึงกลุ่มรายได้น้อย และกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตและผู้ประสบวาตภัยอำเภอราชสาสน์ จังหวัดฉะเชิงเทรา

กทม.ปรับแผนเปิดศูนย์พักคอย เพื่อช่วยเหลือและรองรับ 'คนพิการ กลุ่มเด็กพิเศษและครอบครัว' ที่ป่วยเป็นโควิด-19

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ณ สถาบันราชานุกูล กทม. "นายสกลธี ภัททิยกุล" รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ "สถาบันราชานุกูล" (กรมสุขภาพจิต) เขตดินแดง ตรวจความพร้อมเพื่อจัดเตรียมเป็น "ศูนย์พักคอยสำหรับคนพิการ สติปัญญา / ออทิสติก / จิตใจพฤติกรรม ที่ติดเชื้อโควิด-19 โดยเปลี่ยนจาก "โรงเรียนพิบูลย์ประชาสรรค์" เขตดินแดง กทม. เป็น "สถาบันราชานุกูล"

เนื่องด้วย "กระทรวงศึกษาธิการ" เล็งเห็นความสำคัญพื้นที่ของ "โรงเรียนพิบูลย์ประชาสรรค์" เพื่อจัดทำ "bubble and seal" ของกระทรวงฯ ประกอบกับสถานที่ของสถาบันประชานุกูลมีความเหมาะสมมากกว่า ซึ่ง กทม.ส่งเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา และสำนักงานเขตดินแดงร่วมกันสำรวจ และจัดทำแปลนเป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ "นายสกลธี  ภัททิยกุล" รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงตรวจงานพร้อมกับ "ผอ.สถาบันราชานุกูล" ได้ข้อสรุปเรียบร้อย และจะเริ่มปรับสภาพแวดล้อมทันที่ โดย"ศูนย์พักคอย"(CI) แห่งนี้จะรองรับผู้ป่วยโควิดที่พิการทางสติปัญญา / ออทิสติก / จิตใจพฤติกรรมและครอบครัวได้กว่า 100 เตียง มีการแบ่งเป็นห้องครอบครัวอย่างเป็นสัดส่วน และได้รับความอนุเคราะห์จาก "สถาบันราชานุกูล" รับผิดชอบดูแลผู้ป่วยฯ โดยการช่วยเหลือในกรุงเทพ น่าจะแล้วเสร็จไม่เกิน 2 สัปดาห์ นี้

ในการนี้ "นายสกลธี ภัททิยกุล" รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โฟสต์แจ้งข่าว และเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา สามารถร่วมบริจาคข้าวของเครื่องใช้ เครื่องอุปโภคืบริโภค หรือสิ่งของอื่น ๆ ตามอัธภาพ ได้ที่ "สถาบันราชานุกูล" ทุกวัน และอาจจะเปิดบัญชีธนาคารรับบริจาคให้ทาง รพ.ราชานุกูล โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป

สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่พิการทางร่างกายฯ กำลังจะหาพื้นที่เพื่อรองรับเป็นการเฉพาะ ซึ่ง "สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย" และ "กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ" กำลังประสานงานร่วมกันหารือเพื่อดำเนินการช่วยเหลือคนพิการ ในเร็ว ๆ นี้


ขอบคุณเนื้อหาจาก Facebook : สกลธี ภัททิยกุล

ชลบุรี - สร้างความมั่นใจ "บางเสร่" ตรวจเชิงรุกหาเชื้อโควิด-19 กลุ่มประมง 78 ราย พบทุกคนปลอดเชื้อ

วันนี้ 2 ส.ค.64 ที่สะพานท่าเทียบเรือกลุ่มประมงบางเสร่ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี  เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอสัตหีบ ร่วมกับ เทศบาลตำบลบางเสร่ กลุ่มเกษตกรทำประมงบางเสร่ และฝ่ายปกครองอำเภอสัตหีบ บูรณาการร่วม การตรวจหาเชื้อโควิด-19 (ชุดคิท) ให้กับชาวประมงพื้นบ้านแบบเชิงรุก สกัดกั้นการแพร่ระบาด พื้นที่เศรษฐกิจชุมชน ย่านการค้า การท่องเที่ยว โดยมี นายชัยวัฒน์ อินอนงค์ นายกเทศมนตรี ตำบลบางเสร่ พร้อมคณะผู้บริหาร , นายสำราญ ก้องเสนาะ ประธานกลุ่มเกษตรกรทำประมงบางเสร่ , คุณภาชินี บุญเรือง ผอ. รพ.สต.ตำบลบางเสร่ , นาย วรฤทธิ์ จังบวร กำนันตำบลบางเสร่ , นางสาว วลีพร อินอนงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่4 บางเสร่ ฝ่ายปกครองในพื้นที่ประมงบางเสร่ ร่วมอำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนชาวประมง พร้อมประชาสัมพันธ์รณรงค์ การป้องกันโควิด-19

นาย ชัยวัฒน์ อินอนงค์ นายกเทศมนตรี ตำบลบางเสร่ กล่าวว่า สำหรับการตรวจแบบเชิงรุก ในพื้นที่กลุ่มประมงบางเสร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ เศรษฐกิจ มีประชากร กลุ่มแรงงานต่างด้าว จำนวนมาก ในวันนี้ทำการตรวจเชิงรุก โดยกลุ่มประมงบางเสร่ ร่วมกับสมาชิก จัดหาชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 (ชุดคิท) เพื่อมาตรวจสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนชาวตำบลบางเสร่ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งถือว่าพื้นที่นี้ เป็นจุดศูนย์กลาง เส้นทางการค้า การท่องเที่ยว และในสถานการณ์ปกติ ตรงนี้จะเป็นจุดรับนักท่องเที่ยว ประชาชน มีการค้าขาย ตลอดทั้งวัน จึงจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบเชิงรุก และเราจะลงทุกพื้นที่ ในตำบลบางเสร่ เพื่อสแกนหา กลุ่มคนกลุ่มเสี่ยง  เพื่อให้ตำบลบางเสร่เป็นพื้นที่ปลอดเชื้อ ปลอดโรค ปลอดภัย

 และสำหรับการ ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในวันแรก แบบเชิงรุก จากชุดคิท มีผู้เข้ารับการตรวจทั้งสิ้น 78 ราย ในเบื้องต้น ไม่พบเชื้อโควิด-19 ทั้ง 78 ราย แต่ยังคงเน้นย้ำให้ทุกคนดูแลป้องกันตนเอง ในสถานวิกฤตโควิด-19 เชื่อมั่นในบางเสร่บ้านเรา เราจะผ่านและเดินหน้าไปด้วยกัน


ภาพ/ข่าว  นิราช ทิพย์ศรี / นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เชียงราย CAR MOB ขับไล่รัฐบาล รถร่วมขบวนกว่า 200 คัน นำโดยกลุ่ม ‘Chiangrai No เผด็จการ’

เวลา 16.40 น. วันที่ 1 ส.ค. 64 กลุ่ม Chiangrai No เผด็จการ กลุ่มคนเสื้อแดงเชียงราย เยาวชนและประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายนำโดย นายสราวุทธิ์ กุลมธุรพจน์ แกนนำกลุ่ม Chiangrai No เผด็จการ ได้พากันมารวมตัวที่บริเวณห้าแยกมังราย ติดกำแพงดิน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อจัดกิจกรรมCAR MOB ขับไล่รัฐบาล พร้อมกับจังหวัดอื่นทั่วประเทศ โดยได้มีมวลชนกว่า 300 คน มีรถยนต์ร่วมขบวนกว่า 100 คันและจักรยานยนต์อีกกว่า150 คัน โดยได้ตั้งขบวนก่อนจะขับรถเคลื่อนขบวนไปตามถนนสายต่าง ๆ ตั้งแต่ห้าแยกมังราย ไปตามถนนพหลโยธินสายนอกมุ่งหน้าไปแยกแม่กรณ์

โดยมีการนำป้ายมาติดที่รถเป็นข้อความวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลรวมไปถึงบีบแตรและแสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้วตลอดเส้นทาง จากนั้นตัดเข้าสู่ถนนพหลโนธินสายในมุ่งสู่ในเมืองเชียงราย ผ่านแยกประตูสลีผ่านหอนาฬิกา โดยมีการจำลองการเก็บศพริมถนน แยกประตูเชียงใหม่ จากนั้นมุ่งหน้าสู่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ซึ่งทางกลุ่มม็อบได้นำขบวนจักรยายนต์แวะเข้าศาลากลางส่งหนังถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยมอบให้เจ้าหน้าที่ประจำศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยอ่านข้อความที่ส่งถึงจังหวัด

โดยมีเนื้อหาเรียกร้องให้จัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพและผลการันตีรับรองคุณภาพในป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 มาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวเชียงรายอย่างเร่งด่วน และเรียกร้องให้ทางจังหวัดอนุญาตให้ร้านอาหารหรือร้านเหล้าสามารถเปิดและจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอดได้ โดยทางจังหวัดได้ส่งผู้แทนมารับมอบหนังสือเพื่อนำไปเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

จากนั้นทางขบวนผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนต่อโดดยอ้อมผ่านถนนนอกเมืองทางชุมชนน้ำลัด ผ่านแยกตลาดบ้านใหม่ จากนั้นมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองอีกครั้งทางสะพานขัวพญามังราย ผ่านสถานีตำรวจเมืองเชียงรายและเคลื่อนขบวนไปทำกิจกรรมที่บริเวณสวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ เขตเทศบาลนครเชียงรายเป็นพื้นที่สุดท้าย

โดยที่สวนตุงและโคม เทศบาลนครเชียงราย ได้มีการนำรถมาจอดเพื่อทำการปราศรัย โดยผลัดกันกล่าวถึงการทำงานของรัฐบาล จากนั้นได้มีการนำหุ่น มาทำการประหารตัดคอด้วยเครื่องกิโยติน ก่อนจะนำหุ่นไปใส่โลงศพ แล้วเผา จากนั้นได้มีการแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว และบีบแตร ก่อนจะแยกย้าย


ภาพ/ข่าว  ณัฐวัตร ลาพิงค์ เชียงราย

ฉะเชิงเทรา - “นายกไก่” กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกอบจ.ฉะเชิงเทรา มอบโรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี จังหวัดฉะเชิงเทรา

วันที่ 2 ส.ค. 2564 นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา รับมอบโรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี จังหวัดฉะเชิงเทรา จากนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีนายมณเฑียร คณาสวัสดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา แพทย์หญิงสมบัติ ชุติมานุกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธโสธร หัวหน้าส่วนราชการ และบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมลงพื้นที่ ซึ่งโรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี จังหวัดฉะเชิงเทรา ดำเนินการจัดตั้งโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมนี้ได้ตรวจดูความพร้อมก่อนลำเลียงผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้าดูแลรักษา ณ โรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี จังหวัดฉะเชิงเทรา หมู่ที่ 6 ต.สนามจันทร์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

โดยนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า อบจ.ฉะเชิงเทรา ดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี จังหวัดฉะเชิงเทรา ใช้งบประมาณมากกว่า 12 ล้านบาท โดยมีการดำเนินการดำเนินดังนี้

1. พื้นที่อาคารและบริเวณโดยรอบที่ปรับปรุง

2. เตียงสำหรับผู้ป่วยพร้อมเครื่องนอนและอุปกรณ์จำเป็น จำนวน 1,200 ชุด

3. ห้องพักสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 5 ห้อง พร้อมอุปกรณ์

4. ระบบบำบัดน้ำเสีย

5. ตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 10 ตู้

6. พัดลมระบายอากาศ จำนวน 14 ตัว

7. เครื่องฟอกอากาศ จำนวน 5 เครื่อง

8. เครื่องผลิตไอน้ำระบายความร้อน จำนวน 3 เครื่อง

9. ระบบไฟฟ้า/แสงสว่าง ภายในและภายนอกอาคาร

10. ระบบประปาสำหรับผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

11. ระบบสื่อสาร แนะนำ ปรึกษาสำหรับผู้ป่วย

12. ห้องสุขา จำนวน 80 ห้อง รถสุขา จำนวน 5 คัน (60 ห้อง)

ทั้งนี้มีจัดตั้งระบบบริการดูแลรักษาพยาบาล ผู้ป่วยที่เข้าข่าย PUI ในกรณีที่เกินขีดความสามารถของโรงพยาบาล ตั้งแต่การคัดกรองผู้ป่วย การให้การวินิจฉัยดูแลรักษาแบบ One Stop Services สามารถรับผู้ป่วยยืนยัน COVID-19 ได้ดูแลรักษาแบบผู้ป่วยใน และให้การดูแลผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรง ใช้เป็นสถานที่ดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการคงที่และได้รับการส่งตัวมาจากโรงพยาบาลหรือวิกฤตจนดีขึ้นแล้ว

นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเตรียมรองรับผู้ป่วยไว้ 1,200 เตียง และมีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเตียงกระดาษมาให้เพิ่มอีก 200 เตียง ซึ่งจะได้จัดเสริมเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อจะได้รองรับผู้ป่วยได้เพิ่มเป็น 1,400 เตียง

คาร์ม็อบระยองครั้งที่ 2 ทวงถามวัคซีคซีนให้แรงงานและคนระยอง กับรมช.สาธิต ติดป้าย ”SAVE เขายายดา ผืนป่าระยอง”

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม นายภาณุพงศ์ จาดนอกหรือไมค์ระยอง พร้อมกลุ่มแนวร่วมตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย โดยมีรถยนต์ 50 คันเข้าร่วมขบวนริมถนนสุขุมวิท หน้าวัดเขาสำเภาทอง หมู่ 7 ต.เพ อ.เมืองระยอง พร้อมติดป้ายผ้าบริเวณทางขึ้นเขายายดา” SAVE เขายายดา ผืนป่าชาวระยอง” เนื่องจากมีกลุ่มคนมีอำนาจขึ้นไปตัดต้นไม้ใหญ่บริเวณจุดชมวิว เขายายดา

นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ระยอง กล่าวว่าวันนี้มาจัดคาร์ม็อบระยองครั้งที่ 2 เพื่อทวงถามเรื่องวัคซีนจากนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่าจัดวัคซีนให้กับชาวระยองและภาคตะวันออกจำนวนเท่าไหร่ วันนี้จะมีการประกาศยกระดับการประท้วงเรียกร้องวัคซีนให้กับคนระยองและแรงงานภาคตะวันออก ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจ เมืองอุตสาหกรรม สร้างรายได้ให้กับประเทศ ทำไมแรงงานภาคอุตสาหกรรมยังไม่ได้ฉีดวัดซีน รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ที่เป็นด่านหน้า สิ่งที่พวกเราเรียกร้องเป็นผลประโยชน์กับประชาชนทั้งสิ้นไม่ได้ต้องการสร้างความวุ่นวาย พร้อมติดป้ายทางขึ้นเขายายดา “SAVE เขายายดา ผืนป่าระยอง เนื่องจากมีกลุ่มคนมีอำนาจขึ้นไปตัดต้นไม้ใหญ่จุดชมวิวเขายายดาเมื่อเร็ว ๆ นี้

ไมค์ระยอง กล่าวต่อว่าได้เปิดบ้านบูรพาช่วยเหลือพี่น้องที่ป่วยโควิด ได้รับข้อมูลว่า เกิดคลัสเตอร์ใหม่จำนวนมากในเขตห้วยโป่ง มาบตาพุด ปลวกแดงและ เขตชลบุรี ดังนั้นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขต 1 ระยอง ควรเร่งหาวัคซีนให้กับแรงานภาคอุตสาหกรรมและคนระยอง เพื่อจะได้เปิดสถานที่ท่องเที่ยว เปิดการผลิตภาคอุตสาหกรรมให้มากที่สุดและเป็นการพยุงเศรษฐกิจให้กับประเทศด้วย

คาร์ม็อบวันนี้จะเคลื่อนขบวนไปที่หน้าศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ต.เนินพระ อ.เมืองระยองโดยมีแรลลี่แรงงานสัมพันธ์ภาคตะวันออกประกาศเข้าร่วม ขบวนจะเคลื่อนมาจากบ่อวินปลวกแดง นิคมพัฒนา พบรวมที่ศูนย์ราชการและจะประกาศยกระดับกับแนวร่วมต่อไป


ภาพ/ข่าว  ราชัญ กองทองผู้สื่อข่าว จ.ระยอง

ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี สนธิกำลังปราบปรามขบวนการส่งออกไม้พะยุงข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 พันเอก นิสิต สมานมิตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 กองกำลังสุรนารี ได้จัดชุดเฉพาะกิจ ร่วมกับจนท.ฝ่ายปกครอง อำเภอขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา และหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ อ.ขุนหาญ ร่วมกันเข้าจับกุมขบวนการลักลอบขนไม้พะยุง เพื่อนำส่งออกไปยังประเทศลาว 

จากข้อมูลด้านการข่าว สืบทราบว่า ได้มีรถบรรทุก หมายเลขทะเบียน 70-4120 มหาสารคาม ได้ขับรถเข้ามาในพื้นที่ บ้านขุนหาญ ต.โพธิ์กะสังข์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ เพื่อมารับไม้พะยุง ไปส่งให้กับนายทุนชาวลาว โดยใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ ผลการปฏิบัติงาน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือนายอุทัย เทียบหนู อายุ 50 ปี ชาว ตำบลโนนแดง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม พร้อมด้วยของกลางเป็นไม้พะยุง จำนวน 66 ท่อน/เหลี่ยม จึงได้แจ้งข้อหา มีไม้หวงห้ามไม้พะยูงไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จับกุมจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งเจ้าพนักงานสอบสวน สภ.กันทรอม อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ และนำไม้ของกลางไปเก็บไว้ที่ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ศก.1 อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ


ภาพ/ข่าว  บุญทัน ธุศรีวรรณ ศรีสะเกษ

ร่วมแสดงความยินดี ผู้บริหาร "มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี" รับรางวัลอันทรงเกียรติ ประจำปี 2564

วันที่ 2 สิงหาคม 2564 ณ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี "ดร.พนธ์พันธ์ เลิศจันทรางกูร" ผู้อำนวยการสถาบันสปีดี้การเดินเรือ เเละ กลุ่มโรงเรียนเซ็นทรัลบริรักษ์อินเตอร์ / ที่ปรึกษาสมเด็จพระสังฆราช ราชอานาจักรกัมพูชา และตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการในองค์หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธ์ เดินทางเข้าพบ "ผศ.วรางคณา วุฒิช่วย" ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี เพื่อร่วมแสดงความยินดีที่ท่านได้เกียรติรับ รางวัล "นักบริการวิชาการดีเด่น" ประจำปี 2564 ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ มนุษยศาสตร์ เเละสังคมศาสตร์ ครั้งที่ 9

อีกทั้งยังได้ร่วมเเสดงความยินดีกับ "ผศ.ดร.สุปิยา ทาปทา" ผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี ที่ท่านได้เกียรติรับคัดเลือกรางวัล "เเม่ดีเด่น ราชภัฎ" ประจำปี 2564 ซึ่งถือได้ว่าบุคคลทั้ง 2 ท่าน สร้างความภาคภูมิใจ และเป็นแบบอย่างที่ดี พร้อมทั้งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี นำไปเป็นแบบอย่างที่ดี สืบไป

 

สะพานบุญสายใย คนไทยไม่ทิ้งกัน "อิมพิเรียลเวิลด์" (สำโรง) มอบชุด PPE 30 ชุด และน้ำดื่ม 5,000 ขวด ให้สภากาชาดไทย

เมื่อวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม 2564 ณ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงทพฯ "นาย ภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์" เลขานุการคณะกรรมาธิการกระทรวงการต่างประเทศ , นาย กรศรัณย์ สิ้นเคราะห์รติกร ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย เขต2 , คุณสุรพงษ์ ปิ่นสุวรรณ , คุณ ทัศณี อุตะเสนา ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงาน , นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร)

พร้อมด้วยสะพานบุญ "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร / นายโกสินธ์ จินาอ่อน บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์ ที่ปรึกษาสมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม รวมพลังศรัทธา สร้างสรรค์ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน บริจาคชุด PPE 30 ชุด / น้ำดื่ม 5,000 ขวด ให้กับทาง "สภากาชาดไทย" เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับทุกภาคส่วนนำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทย คนพิการ คนยากไร้ คนด้อยโอกาส หน่วยงานของรัฐ  ที่มีความจำเป็นต้องการชุด PPE และน้ำดื่มเพื่อการบริโภคเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ เชื้อไวรัส covid-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งต้องใช้ความร่วมมือร่วมใจ ของภาครัฐ ภาคสังคม ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรค ที่เกิดขึ้นกับเราประชาชนคนไทยทั้งชาติ ให้ผ่านพ้นวิกฤติอันยากลำบากนี้ไปด้วยกัน เพื่อนำความสุข และรอยยิ้มของคนไทยกลับมาดังเดิม

ในการนี้ "เภสัชกรหญิงจิราวรรณ สันติพิทักษ์" ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ได้กล่าวขอบคุณ ที่ทุกท่าน เห็นความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยในเรื่อง "น้ำดื่ม" เพื่อการบริโภค ซึ่งในสถานการณ์ในปัจจุบัน "น้ำดื่ม" ถือเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นหัวใจหลักในการดำรงชีวิตที่จะขาดมิได้ ส่วน ชุด "PPE" และ "น้ำดื่ม" ที่ได้รับมอบมา จะนำไปจัดสรรให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ในการต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top