Monday, 8 June 2026
THE STATES TIMES TEAM

ปทุมธานี - ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และประชาชน ในการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 เวลา 9.00 น. ณ เทศบาลเมืองคูคต ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และประชาชน ในการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้กับประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ในการตรวจแบบ Antigen Test Kits (ATK ) โดยมีนางสุภารมย์ โลทะกะ นายกเทศมนตรีเมืองคูคต พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าส่วนราชการเทศบาลเมืองคูคต คอยให้การต้อนรับ 

ด้านนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า การตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ในการตรวจแบบ Antigen Test Kits (ATK ) หากมีผลตรวจเป็นลบสามารถกลับบ้านได้เลย หรือมาตรวจซ้ำได้ภายใน 14 วัน แต่หากมีผลเป็นบวก คือ ติดเชื้อ หรือมีอาการน่าสงสัยจะส่งเข้ากระบวนการเอ็กซเรย์ปอด พร้อมประสานกับโรงพยาบาลประชาธิปัตย์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและช่วยในการค้นหาผู้ป่วยได้เร็วยิ่งขึ้น เทศบาลเมืองคูคต จึงได้จัดรูปแบบการตรวจคัดกรองใหม่ โดยการใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ซึ่งประชาชนสามารถรู้ผลภายในเวลา 15-20 นาที โดยได้รับการรับรองจากทางการแพทย์ว่า มีความแม่นยำมากกว่า 90%  ซึ่งชุดตรวจ ATK เป็นเครื่องมือสำคัญในการคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19 ในชุมชน เพราะทราบผลเร็วประมาณ 20 นาที เมื่อทำครบระบบอย่างนี้ผู้ป่วยสีเขียวก็จะสามารถพักรักษาตัวที่บ้าน ส่วนผู้ป่วยสีเหลืองก็จะไปโรงพยาบาลสนาม ส่วนผู้ป่วยสีส้มสีแดงก็จะเข้าสู่ระบบโรงพยาบาลของรัฐ พี่น้องประชาชนก็จะสามารถที่จะมั่นใจในระบบสาธารณสุขของจังหวัดได้ 


ภาพ/ข่าว วะจะนะชัย วาจาพารวย / รายงาน

สมุทรปราการ - ผู้ปิดทองหลังพระ “ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม” เหมา 20 ตัน ช่วยเกษตรกรชาวสวน ฝ่าวิกฤตโควิด-19

ผู้สื่อข่าวเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม 64 ภายในบ้านใหญ่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้มีรถบรรทุกขนาดใหญ่ภายในรถคันดังกล่าวได้บรรจุผลไม้มาเต็มคันรถ คาดว่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่า 20 ตัน หรือ (20,000 กิโลกรัม)

จากการสอบถามทราบว่า ภายในรถบรรทุกนั้น ได้มีการลำเรียงผลไม้มาเป็นจำนวนมากหลายชนิด โดยการสนับสนุนจากนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ที่มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรชาวสวนจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้ให้การสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรชาวสวน โดยการเหมาสวนผลไม้ของพี่น้องชาวสวนจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 20 ตัน หรือ 20,000 กิโลกรัม เพื่อเป็นการช่วยเหลือและให้กำลังใจเกษตรกรชาวสวนทางภาคใต้ฟันฝ่าวิกฤต covid-19

โดยนาย ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ผลไม้ทั้งหมดสั่งตรงมาจากสวนผลไม้ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 20 ตัน หรือ 20,000 กิโลกรัม เพื่อเป็นการช่วยเหลือและอุ้มพี่น้องเกษตรกรชาวใต้ ฟันฝ่าวิกฤต covid-19 โดยผลไม้ทั้งหมดที่ช่วยเกษตรกรอุดหนุนมานั้น จะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่าง ๆ โรงพยาบาลสนาม  รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ และพี่น้องประชาชนในชุมชน

นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ยังกล่าวต่ออีกว่า “เป็นเวลาที่พวกเรา ต้องช่วยกัน”  อีกทั้งได้กล่าวถึงการอุดหนุนผลผลิตต่าง ๆ เช่น มังคุด, ส้มโอทับทิมสยาม, เงาะโรงเรียน และ ลองกอง ด้วยการใช้งบประมาณส่วนตัวในการสนับสนุนซื้อผลไม้จากพี่น้องชาวสวน จำนวนกว่า 20,000 กิโลกรัม จากจังหวัดนครศรีธรรมราช

อีกทั้ง ยังเป็นการแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องเกษตรกรชาวใต้ และจะนำผลผลิตทั้งหมดส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนจังหวัดสมุทรปราการ แทนความห่วงใยที่มีต่อบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังคงปฎิบัติหน้าที่อย่างเหน็ดเหนื่อย  รวมถึงประชาชนที่เดือดร้อนประชาชนที่ขาดรายได้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยทางด้าน เกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล ต่างขอบคุณในความมีน้ำใจที่คุณเอ๋ หรือนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ  ได้ให้การสนับสนุนผลผลิตของพี่น้องชาวสวนทางภาคใต้ เเละยังเป็นการได้ระบายผลผลิตเพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นการให้ความช่วยเหลือได้อีกหนึ่งทาง

นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ยังได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า อย่างไรก็ตาม การให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ ด้วยโครงการวัคซีนชิโนฟาร์ม และโรงพยาบาลสนาม ของทาง อบจ. สมุทรปราการ ที่ประสบความสำเร็จนั้นเป็นเพียงมิติด้านเดียวในการทำงาน แต่ยังมีประชาชนพี่น้องของเราในจังหวัดสมุทรปราการและต่างจังหวัด ที่ยังรอคอยความช่วยเหลืออยู่ตนจึงพยายามผลักดันให้ทุกโครงการที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนั้น สามารถดำเนินไปแบบควบคู่กันได้ในทุกมิติ


ภาพ/ข่าว  คิว-ข่าวสมุทรปราการ  รายงาน

นราธิวาส - กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จัดพิธีรดน้ำศพ และส่งศพวีรชนทหารกล้ากลับภูมิลำเนา จังหวัดขอนแก่น

ณ วัดบางนรา ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพและวางหรีดเคารพศพ อาสาสมัครทหารพราน เกียรติขจร นาคดี  อายุ 24 ปี  กำลังพลตำเเหน่ง ผู้ช่วยเครื่องยิงจรวด กองร้อยทหารพรานที่ 4509 ปฏิบัติงานกองร้อยทหารพรานที่ 4514 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งเสียชีวิต จากเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 เข้าใส่ฐานปฏิบัติการ ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ บริเวณบ้านแฆแบะ ตำบลนานาค อำเภอตากใบ เขตรอยต่อกับบ้านปาดังยอ หมู่ที่ 3 ตำมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย - มาเลเซีย โดยแรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการประยุทธ์ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 นาย และเสียชีวิต จำนวน 1 นาย เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 เวลา 02.30 น. ที่ผ่านมา

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เป็นผู้แทนวางหรีดเคารพศพของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกและวางหรีดเคารพศพ ในนามแม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมกันนี้พันเอกทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้เป็นผู้แทน ครอบครัวของอาสาสมัครทหารพราน เกียรติขจร นาคดี รับมอบเข็มบางระจัน เพื่อประกาศเกียรติคุณยกย่องเชิดชูเกียรติแก่วีรชนผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อความสงบของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนรับมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น และเนื่องจากอาสาสมัครทหารพราน เกียรติขจร มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) ประกอบกับอยู่ในช่วงสถานการณ์ประกาศล็อกดาวน์ 29 จังหวัดของประเทศไทย ครอบครัวจึงไม่สามารถเดินทางมาร่วมพิธี และรับศพได้ แม่ทัพภาคที่ 4 จึงได้สั่งการหน่วยต้นสังกัดดำเนินการอย่างสมเกียรติ เพื่อนำศพอาสาสมัครทหารพราน เกียรติขจร นาคดี กลับไปประกอบพิธีทางศาสนายังภูมิลำเนาต่อไป ก่อนเข้าสู่พิธีรดน้ำศพตามลำดับ ขณะที่ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ฝากความห่วงใย และแสดงความเสียใจมายังครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมสั่งการเร่งช่วยเหลือเยียวยาด้านสิทธิต่าง ๆ ตามระเบียบของทางราชการอย่างเร็วที่สุด

จากนั้น เวลา 15.30 น. พลตรี ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานพิธีส่งศพของอาสาสมัครทหารพราน เกียรติขจร นาคดี  ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส (สนามบินบ้านทอน) ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยศพผู้กล้าถูกคลุมด้วยธงชาติอย่างสมเกียรติ เคลื่อนผ่านทหารกองเกียรติยศที่ยืนให้ความเคารพไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งจะมีพิธีรับศพ ณ ท่าอากาศยานขอนแก่น ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ก่อนจะเคลื่อนย้ายศพไปประกอบพิธีทางศาสนายังภูมิลำเนา ณ บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 7 ตำบลวังสวาบ อำเภอภูผาม่าน  จังหวัดขอนแก่นต่อไป 


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

กาฬสินธุ์ - สสจ.กาฬสินธุ์ มอบรถรับส่งผู้ป่วยโควิด ด้านที่ปรึกษารมว.คมนาคม ส่งตัวแทนสานบุญมอบเครื่องช่วยหายใจ

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ปล่อยขบวนรถรับ-ส่งผู้ป่วย 16 คัน เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลใช้ในการรับส่งผู้ป่วยโควิด-19 ด้านที่ปรึกษา รมว.คมนาคม ส่งตัวแทนสะพานบุญมอบเครื่องช่วยหายใจให้กับโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ใช้ดูแลรักษาผู้ป่วย ขณะที่สถานการณ์โรคพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 142 ราย ยอดสะสม 3,381 ราย

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 3 สิงหาคม 2564 ที่ลานสนามกีฬากลาง จ.กาฬสินธุ์ นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์ สสจ.กาฬสินธุ์ นพ.พรพัฒน์ ภูนากลม รองนายแพทย์ สสจ.กาฬสินธุ์ ดร.สม นาสะอ้าน รองนายแพทย์ สสจ.กาฬสินธุ์ นายยุทธพล ภูเลื่อน รองนายแพทย์ สสจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกันปล่อยขบวนรถพยาบาลรับ-ส่ง ผู้ป่วย โดยงบเงินกู้โควิด-19 จากรัฐบาล จำนวน 16 คัน เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลต่างๆในพื้นที่ใช้ในการรับส่งผู้ป่วยโควิด-19

นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์ สสจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า รถรับ-ส่งผู้ป่วย หรือรถกู้ชีพฉุกเฉิน ทั้ง 16 คันดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข ในงบเงินกู้เพื่อแก้ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยส่งมอบให้กับโรงพยาบาลกมลาไสย เขาวง คำม่วง ดอนจาน ท่าคันโท นาคู นามน ยางตลาด ร่องคำ สมเด็จ สหัสขันธ์ สามชัย หนองกุงศรี ห้วยผึ้ง ห้วยเม็ก แห่งละ 1 คัน และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ จำนวน 2 คัน ทั้งนี้ เพื่อนำมาใช้บริการรับส่งผู้ป่วยโควิด-19 เป็นหลัก  และในอนาคตเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ก็จะให้บริการสำหรับรับส่งผู้ป่วยทั่วไป

นพ.อภิชัยกล่าวอีกว่า สำหรับว่าสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ยังน่าเป็นห่วง มีจำนวนผู้ป่วยผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นหลักร้อย เนื่องจากยังมีการเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง และแจ้งความประสงค์ขอรับการรักษาที่ภูมิลำเนา ดังนั้น รถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉินเพื่อใช้สำหรับรับ-ส่งผู้ป่วยโควิด-19 จึงสำคัญและจำเป็น โดยอุปกรณ์ภายใน จะเป็นส่วนประกอบสำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยผู้ติดเชื้อ มีระบบห้องความดันลบ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันท่วงที

ด้านนายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ หรือ สจ.เบ๊นซ์ รองประธานสภาองค์การบริหารส่วน จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ หรือเลขาบัส เลขานุการนายก อบจ.กาฬสินธุ์ เป็นตัวแทนนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนางมัลลิกา แสนภักดี ประธานนักบริหารระดับสูงธรรมศาสตร์เพื่อสังคม (นมธ.) ร่วมเป็นสะพานบุญ ส่งมอบเครื่องช่วยหายใจ (FHNC) จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 220,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล โดยมีนพ.ประมวล ไทยงามศิลป์ ผอ.โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลร่วมรับมอบ

นอกจากนี้ยังได้ร่วมมอบสนับสนุนค่าน้ำมันจำนวน 10,000 บาท แก่สมาคมเมตตาธรรมทิพยสถานกาฬสินธุ์ เพื่อใช้เป็นค่าน้ำมันในการรับส่งผู้ป่วยกลับมารักษาที่บ้าน และร่วมกับนายประภาส ยงคะวิสัย มอบน้ำยาฆ่าเชื้อ เครื่องฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ หน้ากาก น้ำดื่ม และเจลแอลกอฮอล์ ให้กับมูลนิธิใจถึงใจกาฬสินธุ์ เพื่อใช้ในการปฏิบัติภาคกิจช่วยเหลือสังคมอีกด้วย

ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดวันที่ 3 สิงหาคม 2564 พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นสูงอีก 142  ราย เป็นผู้ป่วยขอกลับมารักษาในภูมิลำเนา 44 ราย เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อจากต่างจังหวัดตรวจพบระหว่างกักตัว 82 ราย ติดเชื้อภายในจังหวัด 16 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 3,381 ราย กำลังรักษา 1,959 ราย รักษาหายแล้ว 1,407 ราย และยอดผู้เสียชีวิตสะสม 15 ราย


ภาพ/ข่าว  ณัฐพงษ์ ประชากูล จ.กาฬสินธุ์

นราธิวาส - มทภ.4 สั่งขนย้ายเตียงไม้ไผ่ จัดทำโดย ฉก.นราธิวาส รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ามารับการรักษา สนับสนุนโรงพยาบาลสนาม จังหวัดชายแดนภาคใต้

พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการ กองพลพัฒนาที่ 4 ค่ายรัตนพล ขนย้ายเตียงไม้ไผ่ จำนวน 250 เตียง ที่สนับสนุนจัดทำจาก หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เตรียมแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่จังหวัดสงขลา รองรับปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเดินทางกลับมารักษาตัวยังภูมิลำเนา

สำหรับโรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้ดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามให้เป็นไปตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มีพื้นที่รองรับผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 โดยผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาส่วนมากเป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่น เข้ามารักษาตัว ณ ภูมิลำเนา ซึ่งทางจังหวัดได้เปิดให้มีการประสานเพื่อขอเข้ามารับการรักษาที่เบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

สระแก้ว - ‘ตรีนุช’ ตรวจเยี่ยมกิจกรรมการขับเคลื่อนความปลอดภัยสู่สถานศึกษา พร้อมมอบนวัตกรรมเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตรวจเยี่ยมกิจกรรมการขับเคลื่อนความปลอดภัยสู่สถานศึกษา และเครือข่ายความร่วมมือตามโครงการ ศธ. ห่วงใยประชาชนช่วงสถานการณ์โควิด-19 พร้อมมอบนวัตกรรมเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว

น.ส.ตรีนุช เปิดเผยว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้เกิดการระบาด อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก รัฐบาลได้ตระหนักความสำคัญถึงปัญหาดังกล่าว จึงเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน โดยมีจุดมุ่งหมายให้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ อันจะช่วยสถานการณ์ให้ดีขึ้น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ได้มอบหมายให้วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว เป็นผู้ประสานและจัดทำนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่สนับสนุนและช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชน ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ขึ้น รวมทั้งวางแนวทางการขับเคลื่อนให้กับสถานศึกษาในสังกัด สอศ.ทุกแห่ง ดำเนินการสร้างนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและ กระทรวงศึกษาธิการ วาระเร่งด่วน (Quick Win) และเป็นการแสดงถึงศักยภาพของ สถานศึกษาอาชีวศึกษาโดยเฉพาะครูและผู้เรียนอาชีวศึกษาที่มีความรู้และสมรรถนะอาชีพที่สามารถคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

ด้าน ดร.สุเทพ กล่าวว่า สอศ.ได้มอบให้วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว เป็นผู้ประสานและจัดทำนวัตกรรมรวมทั้งอุปกรณ์ป้องกัน เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ นวัตกรรมด้านการป้องกัน และนวัตกรรมด้านการบริการทางการแพทย์ ซึ่งนวัตกรรมด้านการป้องกัน จะเป็นการเน้นการฆ่าเชื้อไวรัส COVID-19 ด้วยการใช้น้ำยา และแสงยูวีซี ส่วนนวัตกรรมด้านการบริการทางการแพทย์ เน้นการใช้หุ่นยนต์ช่วยงานบุคลากรทางการแพทย์ โดยในวันนี้ได้จัดพิธีส่งมอบเครื่องมืออุปกรณ์นวัตกรรมดังกล่าวให้แก่โรงพยาบาลสนามองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว (อบจ.สระแก้ว) สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาจังหวัดสระแก้ว สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสระแก้ว ที่ว่าการอำเภอวัฒนานคร สำนักงานเทศบาลตำบลวัฒนานคร สถานีตำรวจภูธรวัฒนานคร,สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 1 และเขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว โรงพยาบาลวัฒนานคร โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว โรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์  โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเกวียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลวัฒนานคร ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสระแก้ว โรงเรียนวัฒนานคร และโรงเรียนอนุบาลศรีวัฒนาวิทยา เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนต่อไป


ภาพ/ข่าว  ทีมงาน อบจ,สระแก้ว / บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน

สมุทรสาคร – อาลัย “นางฟ้าชุดขาว” ทำงานหนักดูแลผู้ป่วย ติดโควิด-19 เสียชีวิต

เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 2  สิงหาคม 2564 ที่วัดศรีเมือง ม.3 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาครนางชุติพร วิจิตร์แสงศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีณาปนกิจศพนางสาวอุไรวรรณ จันทรปลิน อายุ 45 ปี พยาบาลวิชาชีพ ปฏิบัติงานอยู่ที่หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย 1 โรงพยาบาลสมุทรสาคร ที่เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อโควิด-19 โดยมีพระครูสาครสิริวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดศรีเมือง เจ้าคณะตำบลบ้านเกาะ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมด้วย นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร นายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร  แพทย์พยาบาลโรงพยาบาลสมุทรสาคร พร้อมญาติพี่น้องเข้าร่วมพิธีประมาณ 80 คน โดยภายในงานมีแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลสมุทรสาครได้ร่วมร้องเพลงมาร์ชพยาบาล เพื่อเป็นการอาลัยผู้ตายและส่งดวงวิญญาณไปสู่สรวงสวรรค์

สำหรับบรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความโศกเศร้าของญาติพี่น้องเนื่องจากครอบครัวผู้เสียชีวิตที่อยู่กันมีจำนวน 9 คนและมีผู้ติดเชื้อโควิด 7 คนซึ่งขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ โดยทางด้านเพื่อนพยาบาลรุ่น 6 วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเก้าเพชรบุรี กล่าวว่า พวกตนรู้สึกเสียใจมากคือไม่คิดว่ามันเป็นความจริง  มันเกิดขึ้นกับเพื่อนเราจริง ๆ ใช่ไหม ไม่มีใครอยากให้มันสูญเสีย ด้วยโรคที่เราดูแลคนไข้หรือว่าดูแลคนอื่นแล้วเราต้องมาเป็น เขาก็ต้องจากไป ซึ่งตนอยากให้ทางภาครัฐจัดวัคซีนให้เร็วเพื่อจะป้องกันได้เร็ว เพราะเราไม่รู้เลยว่าใครที่เดินมาจะเป็น บางคนก็ปกปิดข้อมูล บางคนก็บอกไม่บอกพอมาถึงก็เป็นแล้วมานอนรวมกัน คือเราไม่รู้เพราะตอนนี้มันเป็นโรคอุบัติใหม่ ไม่มีใครรู้อะไรดีที่สุด แต่เราอยากให้เขาดูแลเราให้ดีที่สุดเพราะเราต้องดูแลคนไข้

ส่วนทางด้านนายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรสาคร  กล่าวว่าสำหรับสวัสดิการในการดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตนั้น ทางผู้เสียชีวิตมีสิทธิ์หลายอย่างที่โรงพยาบาลดูแลให้ รวมทั้งประกันชีวิต ทางเจ้าหน้าที่จะรวบรวมทั้งหมดให้ และในส่วนโรงพยาบาลเองก็มีเงินที่ทางโรงพยาบาลได้รวบรวมไว้แล้วเพื่อให้แก่ญาติของผู้เสียชีวิตต่อไป


ภาพ/ข่าว  ชูชาต แดพยนต์  ทีมข่าวสมุทรสาคร

ร้านทุเรียน "นุช-นนท์" (ตลาดสี่มุมเมือง) ทำดีไม่มีหยุด! มอบอาหาร 300 กล่อง พร้อมทั้งมังคุด / เงาะ 300 กล่อง ร่วมสู้ภัยโควิด-19

วันที่ 3 สิงหาคม 2564 "น.ส.ชาลินี ลอยนุ้ย" เจ้าของร้านทุเรียน "นุช-นนท์" (ตลาดสี่มุมเมือง ) ประสาน "สะพานบุญ" ให้ "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และตำแหน่งคณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้านแรงงาน พร้อมด้วย "นายโกสินธ์ จินาอ่อน" บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์สยามโฟกัสไทม์  และตำแหน่งที่ปรึกษาสมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม" "นายณัฐวุฒิ เหมือนเพ็ชร" ผอ.ข่าวจังหวัดสมุทรปราการ (น.ส.พ.สยามโฟกัสไทม์) นำอาหารจำนวน 300 กล่อง / มังคุด เงาะ 300 กล่อง เพื่อมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ผู้ป่วย รวมถึงคนพิการ ครอบครัวคนพิการ ที่ได้รับเชื้อไวรัส covid-19 สร้างขวัญกำลังใจ ด้วยความหาวงใย ให้ได้รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และร่างกาย เป็นการตอบแทนน้ำใจ ความเสียสละ แรงกาย แรงใจ เวลาอันมีค่ามาดูแลรักษาพี่น้องประชาชนคนไทย คนพิการ ให้รอดปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปด้วยกัน

โดย "สะพานบุญ" ลงพื้นที่ไปยัง โรงพยาบาลสนามบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร เพื่อคนพิการ ซึ่งตั้งอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มอบผ่านบุคลากร กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หลังจากนั้น "สะพานบุญ" เดินทางไปยัง ศูนย์พักคอย เพื่อส่งต่อผู้ป่วยโควิด-19 ต.ศาลาครุ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี (ชายแดนติดต่อ สระบุรี /นครนายก) มอบผ่าน "นายสมาน ดินแดง" รองปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลศาลาครุ เป็นผู้รับมอบ

ในการนี้ "น.ส.ชาลินี ลอยนุ้ย" ได้กล่าวประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทย เจ้าของสถานประกอบการ  ร้านค้า และภาคเอกชน ที่มีจิตเป็นกุศล ร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือ สร้างสรรค์สังคมไทยให้ปลอดภัย ร่วมกันแบ่งปันความสุข รอยยิ้ม กำลังใจ กันและกัน ในช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัส covid-19 กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของคนไทยทั้งชาติ ให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดีพร้อมกัน การได้มอบข้าวกล่องให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ในหลาย ๆ พื้นที่ เป็นการแบ่งเบาภาระค่าอาหารให้กับประชาชนได้บ้าง ซึ่งตนได้ทำแล้วก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือประชาชนคนไทยด้วยกัน และจะทำอย่างต่อเนื่อง ตามกำลังเท่าที่มี ด้วยใจจริง

 

“ILINK” ลงนามสัญญา ร่วมการไฟฟ้านครหลวง จ้างเหมาติดตั้งสายใยแก้วนำแสงใต้น้ำ มูลค่า 84.6 ล้านบาท

นายสมบัติ อนันตรัมพร และ นายธนา ตั้งสกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ลงนามร่วมกับ นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อจ้างเหมาติดตั้งสายใยแก้วนำแสงใต้น้ำ (Underwater Optical Fiber Cable) พร้อมจัดหาวัสดุอุปกรณ์ประกอบระหว่างการไฟฟ้านครหลวงเขตยานนาวาถึงเขตราษฎร์บูรณะ มูลค่าทั้งสิ้น 84,637,000 บาท สัญญาจ้างเลขที่ ID3-4616-TGE/2564 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2564

กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 120 วัน โดยบริษัทลูก ได้แก่ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เพาเวอร์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญและชำนาญงานในโครงการสายใต้น้ำและใต้ทะเลมานานกว่า 20 ปี เป็นผู้ก่อสร้าง

ขอนแก่น – สั่งปิดตลาดสดศรีเมืองทอง เพิ่มอีก 7 วัน หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อเชื่อโยงคลัสเตอร์หลายจังหวัด พร้อมสั่งปรับปรุงตลาดให้ถูกสุขอนามัยฝ่าฝืนเอาผิดตามกฎหมาย ขณะที่ อบจ.ขอนแก่น จัดซื้อวัคซีน “โมเดอร์นา” จากสภากาชาดไทยชุดแรก 30,000 โดส

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 2 ส.ค.2564 ที่สำนักงานสาธารณสุข จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์  จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.สมชายโชติ  ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น ประชุมร่วมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ จ.ขอนแก่น เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายสมศักดิ์  จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นที่ประชุมวันนี้ได้มีข้อสรุปและมีมติร่วมกันอย่างเป็นเอกฉันท์ในการที่จะมีประกาศคำสั่งจังหวัดเพิ่มเติมให้สอดรับกับการที่ ศบค.ปรับให้ขอนแก่น จัดอยู่ในกลุ่มจังหวัดสีแดง โดยเฉพาะกับการกำหนดจำนวนบุคลที่จะเข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งการตั้ง รพ.สนาม ที่เรือนจำ อ.พล ภายใต้การกำกับและควบคุมของกรมราชทัณฑ์และ รพ.พล การกำหนดจุดตรวจการเข้าและออกเมือง จากเดิมกำหนดจุดตรวจที่ด่านนาโน อ.บ้านไผ่ ให้เป็น ด่านตรวจ อ.พล การผ่อนผันการเดินทางของ สส.และ สว. ที่ต้องเดินทางไปปฎิบัติงานและประชุมในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม การขยายระยะเวลาการสอบของหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยในการจัดการสอบกลุ่มข้าราชการพิเศษ จากเดิม กำหนดการสอบ ส.ค. ไปเป็นเดือน ก.ย.

“วันนี้ที่ประชุมได้มีมติให้ อบจ.ขอนแก่น จัดหาวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา ตามระเบียบของสภากาชาดไทย เบื้องต้น 30,000 โดส สำหรับการฉีดให้กับชาวขอนแก่นกลุ่มเป้าหมาย 15,000 คน ซึ่งจะใช้งบประมาณ 33 ล้านบาท โดยในการพิจารณารายชื่อของผู้ที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนนั้นมอบหมายให้ สสจ.ขอนแก่น ตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่ลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อมและขอนแก่นพร้อมเป็นลำดับแรก ซึ่งเมื่อมีติเป็นเอกฉันท์ก็จะมีการแต่งตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อกับ อบจ.ดำเนินการตามขั้นตอนและระเบียบที่สภากาชาดไทยกำหนดไว้ต่อไป”

ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ที่ประชุมยังมีมติในการขยายระยะเวลาการปิดการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชน ไปจนกว่าสถานการฯจะคลี่คลาย รวมทั้งการมีคำสั่งปิดตลาดศรีเมืองทองออกไปอีก 7 วัน จากเดิมครบกำหนดสั่งปิดในวันที่ 5 ส.ค. เนื่องจากเป็นคลัสเตอร์ที่พบการแพร่เชื้อในกลุ่มพ่อค้า-แม่ค้า และขณะนี้การสอบสวนโรคยังคงพบว่าผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อของตลาดแห่งนี้ยังคงเชื่อมโยงไปในกลุ่มตลาดของอีกหลายจังหวัด ทำให้ที่ประชุมจึงมีคำสั่งปิดตลาดต่อไปอีกและให้มีการจัดระบบด้านสุขอนามัย ตามมาตรฐานด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด หากฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทันที อย่างไรก็ตามขณะนี้การขาดเครื่องพ่นออกชิเจนแบบไฮโฟ ในการใช้ในการรักษาผู้ป่วยในภาพรวมยังคงขาดแคลนอยู่ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าต้องใช้เครื่องดังกล่าวในการรักษาประมาณ 110 เครื่องดังนั้น นอกจากการประสานงานร่วม อบจ.ขอนแก่น,เทศบาลนครขอนแก่นแล้ว ยังคงขอรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาในการขอรับการสนับสนุนเครื่องพ่นออกซิเจนดังกล่าวอย่างเร่งด่วนในระยะนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top