Saturday, 25 July 2026
THE STATES TIMES TEAM

‘ริชาร์ด โคห์ ‘เปิดแกลเลอรีใหม่!! ‘ริชาร์ด โคห์ ไฟน์อาร์ต’ เปิดพื้นที่จัดแสดงศิลปะ แนวคิด "Window Gallery" เน้นผลงานโดดเด่น นิทรรศการ จัสติน ลิม เริ่ม 12 มิ.ย. 69 เชิญชมผลงานละเอียดลึกที่กรุงกัวลาลัมเปอร์

 

ริชาร์ด โคห์ ไฟน์อาร์ต กัวลาลัมเปอร์ เปิดพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะแห่งใหม่

.สถานที่จัดแสดง: Richard Koh Fine Art, A Place Where (APW), Lot C-06, 29, Jalan Riong, Bangsar, 59100 กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ช่วงนิทรรศการ: 12 มิถุนายน – 18 กรกฎาคม 2569

พิธีเปิดนิทรรศการ: 12 มิถุนายน 2569 (วันศุกร์) เวลา 16.00 – 19.00 น.

การนำชมนิทรรศการ (Opening Walkthrough): 13 มิถุนายน 2569 (วันเสาร์) เวลา 16.00 น.

ริชาร์ด โคห์ ไฟน์อาร์ต (RKFA) มีความยินดีที่จะประกาศเปิดพื้นที่แกลเลอรีแห่งใหม่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายบทบาทและการดำเนินงานของแกลเลอรีในเมืองแห่งนี้ พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางภัณฑารักษ์ในรูปแบบใหม่สำหรับโปรแกรมนิทรรศการของแกลเลอรี

พื้นที่แห่งใหม่นี้เปิดตัวภายใต้แนวคิด “Window Gallery” ของ ริชาร์ด โคห์ ไฟน์อาร์ต กัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเป็นแนวทางการจัดนิทรรศการที่มุ่งเน้นการนำเสนอผลงานอย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยแยกตัวออกจากรูปแบบนิทรรศการขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม และหันมาให้ความสำคัญกับประสบการณ์การชมที่ตั้งใจและมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น ด้วยการลดขนาดและขอบเขตของการนำเสนอในแต่ละครั้ง พื้นที่นี้จึงเปิดโอกาสให้ผลงานแต่ละชิ้นได้รับความโดดเด่นอย่างเต็มที่  พร้อมทั้งเชิญชวนผู้ชมให้ใช้เวลามากขึ้นในการพิจารณาและดื่มด่ำกับผลงานศิลปะที่จัดแสดงอย่างลึกซึ้ง

“Window Gallery” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ริชาร์ด โคห์ ไฟน์อาร์ต กัวลาลัมเปอร์ ในการสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อมุมมอง และการมีส่วนร่วมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับกระบวนการสร้างสรรค์ทางศิลปะอย่างต่อเนื่อง รูปแบบดังกล่าวยังเปิดพื้นที่ให้การจัดโปรแกรมที่มีการทดลองและมีความเข้มข้นมากขึ้น ทำให้แกลเลอรีสามารถตั้งคำถามและสำรวจแนวคิดกระบวนการทำงานของศิลปินอย่างเฉพาะเจาะจง แทนการจัดนิทรรศการแบบภาพรวมในวงกว้าง

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมและกิจกรรมเพิ่มเติมจะประกาศให้ทราบในโอกาสต่อไป

ริชาร์ด โคห์ ไฟน์อาร์ต กัวลาลัมเปอร์ นำเสนอผลงานจิตรกรรมของ จัสติน ลิม ภายใต้ชื่อ

“Paintings for the Observer and the Observed”

ริชาร์ด โคห์ ไฟน์อาร์ต กัวลาลัมเปอร์ มีความยินดีนำเสนอ “Paintings for the Observer and the Observed” นิทรรศการเดี่ยวโดยศิลปินชาวมาเลเซีย จัสติน ลิม โดยนิทรรศการจะจัดแสดงระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 18 กรกฎาคม 2569 พร้อมกิจกรรมนำชมนิทรรศการโดยศิลปินในวันที่ 13 มิถุนายน เวลา 16.00 น.

มุ่งเน้นการนำเสนอผลงานชิ้นสำคัญ 2 ชิ้น เป็นหลัก โดยเชื้อเชิญให้ผู้ชมชะลอจังหวะการรับรู้และหันมาใส่ใจกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มักถูกมองข้ามในพื้นที่อยู่อาศัยและภายในบ้าน ผลงานชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจอย่างต่อเนื่องของศิลปินเกี่ยวกับการสังเกต ความทรงจำ และสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งพิจารณามิติทางอารมณ์และจิตวิทยาที่แฝงอยู่ภายในพื้นที่ส่วนตัวเหล่านั้น

ผ่านฉากทรรศน์ภายในบ้านที่ถูกจัดองค์ประกอบอย่างพิถีพิถัน ซึ่งเต็มไปด้วยงานศิลปะ วัตถุ หนังสือ ไม้ประดับ และของสะสมหลากหลายชนิด จัสตินได้เปลี่ยนพื้นที่คุ้นเคยให้กลายเป็นเรื่องเล่าทางภาพที่ชวนครุ่นคิดและเปี่ยมด้วยชั้นเชิงในการตีความ หัวใจสำคัญของนิทรรศการอยู่ที่ “การมอง” โดยความสัมพันธ์ระหว่างผู้มองกับสิ่งที่ถูกมอง ศิลปินกับนักสะสม รวมถึงความตึงเครียดระหว่างความใกล้ชิดและระยะห่าง ค่อย ๆ เผยตัวออกมาอย่างเงียบงามผ่านจิตรกรรม

การนำเสนอผลงานในขนาดที่กระชับและจำกัด สะท้อนถึงความสนใจหลักของนิทรรศการได้อย่างชัดเจน นั่นคือความเชื่อที่ว่าการเผชิญหน้ากับผลงานอย่างช้า ๆ และตั้งใจ สามารถเปิดเผยความหมายบางอย่างที่อาจถูกบดบังในบริบทที่กว้างหรือเต็มไปด้วยสิ่งเร้ามากเกินไป ด้วยการให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิดต่อสิ่งที่เติมเต็มอยู่ในห้อง — และต่อผู้ที่อยู่อาศัยและมองมัน — จิตรกรรมของจัสตินจึงตั้งคำถามสำคัญว่า การ “มอง” อย่างแท้จริงหมายถึงอะไร และการเป็นผู้ถูกมองกลับนั้นมีความหมายเช่นไร

เกี่ยวกับศิลปิน

จัสติน ลิม (เกิดปี 1983 กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย) เป็นศิลปินชาวมาเลเซียที่พำนักและทำงานอยู่ในประเทศสิงคโปร์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาศิลปกรรม (MFA)และปริญญาตรีเกียรตินิยม (BA(Hons)) จาก LASALLE College of the Arts และ The Open University เขาได้เข้าร่วมโครงการศิลปินพำนัก (Artist Residency) และนิทรรศการระดับนานาชาติในหลายประเทศทั่ว United States, Europe และ Asia รวมถึงที่ Vestfossen Kunstlaboratorium และ Asian Art Biennale ผลงานของเขาได้รับการเผยแพร่ในสื่อสิ่งพิมพ์นานาชาติชั้นนำหลายแห่ง ปัจจุบันเขาอยู่ภายใต้การดูแลและเป็นตัวแทนศิลปินโดย RKFA

13 มิถุนายน 2471 วันคล้ายวันทิวงคต สมเด็จฯ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ พระบิดาแห่งการไปรษณีย์ไทย พระองค์เจ้าผู้เปลี่ยนการส่งข่าวสารของสยามให้เป็นระบบ จุดเริ่มต้นเครือข่ายสื่อสารของสยาม

วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2471 เป็นวันคล้ายวันทิวงคตของ สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี อีกทั้งยังทรงเป็นพระโสทรานุชาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

พระองค์ประสูติเมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2403 และทิวงคตเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2471 สิริพระชันษา 68 ปี พระนามของพระองค์ได้รับการจดจำในหน้าประวัติศาสตร์ไทยอย่างสำคัญ โดยเฉพาะในฐานะผู้บุกเบิกกิจการไปรษณีย์ของสยาม และได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งการไปรษณีย์ไทย”

ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 สยามกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากกระแสโลกสมัยใหม่ การติดต่อสื่อสาร การคมนาคม การบริหารราชการ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศล้วนต้องปรับตัวให้ทันต่อความเจริญของโลกตะวันตก การมีระบบไปรษณีย์และโทรเลขที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ

ก่อนที่ระบบไปรษณีย์ไทยจะถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ การส่งข่าวสาร เอกสาร หรือหนังสือระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ ยังอาศัยวิธีการแบบเดิมเป็นหลัก ทั้งการฝากคนเดินทาง การใช้คนส่งสาร หรือระบบราชการเฉพาะกิจ ซึ่งไม่สะดวก ไม่รวดเร็ว และไม่เป็นระบบเท่าที่ควร เมื่อบ้านเมืองเริ่มขยายตัว การค้า การปกครอง และการติดต่อกับต่างประเทศเพิ่มขึ้น ความจำเป็นในการจัดตั้งระบบสื่อสารสมัยใหม่จึงยิ่งเด่นชัดมากขึ้น

สมเด็จฯ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสารในฐานะรากฐานของรัฐสมัยใหม่ พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการวางระบบและผลักดันกิจการไปรษณีย์ให้เกิดขึ้นในสยาม เพื่อให้ประชาชน หน่วยงานราชการ และภาคการค้า สามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก รวดเร็ว และมีมาตรฐานมากขึ้น

การไปรษณีย์ในยุคนั้นมิใช่เพียงการส่งจดหมายหรือพัสดุเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมผู้คน เชื่อมเมือง เชื่อมเศรษฐกิจ และเชื่อมสยามเข้ากับโลกภายนอก เมื่อการสื่อสารมีความรวดเร็วขึ้น รัฐสามารถบริหารราชการได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนติดต่อกันได้สะดวกขึ้น และภาคธุรกิจสามารถขยายตัวได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากกิจการไปรษณีย์แล้ว พระองค์ยังมีความเกี่ยวข้องกับการวางรากฐานด้านการสื่อสารยุคใหม่ของสยาม ซึ่งรวมถึงกิจการโทรเลข อันเป็นเทคโนโลยีสำคัญในยุคนั้น โทรเลขช่วยให้ข่าวสารเดินทางได้รวดเร็วกว่าการส่งหนังสือแบบเดิมอย่างมาก และมีบทบาทสำคัญต่อการบริหารประเทศ การทหาร การค้า และการติดต่อระหว่างเมือง

บทบาทของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ จึงสะท้อนสายพระเนตรที่มองเห็นว่า “การสื่อสาร” ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ หากบ้านเมืองต้องการก้าวสู่ความทันสมัย การส่งข่าวสารต้องไม่ล่าช้า กระจัดกระจาย หรือจำกัดอยู่เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ต้องเป็นระบบที่ประชาชนและรัฐสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้

พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งสำคัญหลายประการในราชการแผ่นดิน รวมถึงบทบาทด้านการทหาร โดยทรงได้รับการจดจำว่าเป็นบุคคลสำคัญในกองทัพสยาม และเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงมีบทบาทหลากหลายทั้งด้านราชการ การบริหาร และการพัฒนาประเทศ

ความสำคัญของพระองค์ต่อกิจการไปรษณีย์ไทยยังปรากฏให้เห็นในความทรงจำของสังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน โดยพระนาม “เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์” ผูกพันอย่างแนบแน่นกับการเกิดขึ้นของระบบไปรษณีย์ไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการสื่อสาร การบริหาร และการเชื่อมโยงผู้คนทั่วประเทศ

เมื่อมองย้อนกลับไป การบุกเบิกกิจการไปรษณีย์และโทรเลขในสมัยนั้นถือเป็นการวางรากฐานที่ส่งผลยาวไกลต่อประเทศ เพราะจากระบบส่งข่าวสารในยุคแรก ได้พัฒนาต่อเนื่องมาสู่เครือข่ายการสื่อสารที่ครอบคลุมมากขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทย ทั้งการส่งจดหมาย เอกสาร พัสดุ ธุรกรรม และการติดต่อระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ

13 มิถุนายน พ.ศ. 2471 จึงเป็นวันที่คนไทยควรน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณและคุณูปการของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ พระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการพาประเทศไทยเข้าสู่ยุคการสื่อสารสมัยใหม่

พระองค์มิได้ทรงฝากผลงานไว้เพียงในหน้าประวัติศาสตร์ราชสำนักเท่านั้น หากยังทรงฝากรากฐานสำคัญไว้ในระบบสื่อสารของชาติ การไปรษณีย์และโทรเลขที่พระองค์ทรงบุกเบิกมีส่วนช่วยให้สยามเชื่อมโยงผู้คน เมือง และราชการเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบมากขึ้น

ดังนั้น วันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2471 จึงควรถูกจดจำในฐานะวันคล้ายวันทิวงคตของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ พระบิดาแห่งการไปรษณีย์ไทย ผู้ทรงวางรากฐานการสื่อสารของสยาม และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกเส้นทางสู่ความทันสมัยของประเทศไทย

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_34021

ราชกิจจาฯ ประกาศลดธงครึ่งเสา 15 วัน ไว้ทุกข์การสิ้นพระชนม์ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สถานที่ราชการ–รัฐวิสาหกิจ–สถานศึกษา ตั้งแต่ 12 มิ.ย. 69 เป็นต้นไป ประชาชนดำเนินการตามความเหมาะสม

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ ลดธงครึ่งเสา 15 วัน เจ้าหน้าที่ไว้ทุกข์ 15 วัน ส่วนประชาชนทั่วไป ดำเนินการตามความเหมาะสม

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ นั้น รัฐบาลได้รับทราบด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง จึงเห็นสมควรประกาศ ดังต่อไปนี้

๑. ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา ๑๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็นตันไป

๒. ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกำหนด ๑๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็นต้นไป

สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม
ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๙ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2081448752750867&set=gm.1320152606939763&idorvanity=849053944049634

สหรัฐฯ-อิหร่าน หยุดยิง!! ข้อตกลงนิวเคลียร์ยืดหยุ่น ช่องแคบฮอร์มุซเปิดสัญจรตามเดิม เลบานอนรวมในข้อตกลงภูมิภาค คว่ำบาตรน้ำมันยกเลิกชั่วคราว

รายละเอียดข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน

ประเด็นนิวเคลียร์

อิหร่านให้คำมั่นว่าจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อีกต่อไป

อิหร่านเปิดรับแนวทางการลดระดับความเข้มข้นของยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงภายในประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ตรวจสอบจากสหประชาชาติ

มาตรการที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการบรรลุข้อตกลงฉบับที่สองในระยะต่อไป

ช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเล

ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้สัญจรได้โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง

การเดินเรือจะกลับสู่ระดับก่อนเกิดสงครามภายใน 30 วัน

เลบานอน

ข้อตกลงหยุดยิงจะครอบคลุมทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงเลบานอน

มาตรการคว่ำบาตร

ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรภาคน้ำมันเป็นเวลา 60 วัน

การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจะเพิ่มขึ้น หากอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงเบื้องต้นและแสดง "ความจริงใจ" ในการเจรจาขั้นต่อไป

ทรัพย์สินที่ถูกอายัด

อิหร่านต้องการให้มีการปล่อยเงินบางส่วนที่ถูกคว่ำบาตรทันทีเมื่อมีการลงนามข้อตกลงเบื้องต้น

แต่สหรัฐฯ ระบุว่า เงินดังกล่าวจะถูกทยอยปล่อยเป็นงวด ๆ

รายละเอียดการหยุดยิง

หยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน

การหยุดยิงมี กาตาร์ และปากีสถาน เป็นผู้ไกล่เกลี่ย

มีความเป็นไปได้ที่จะจัดพิธีลงนามโดย เจดี แวนซ์ (JD Vance) ที่ "นครเจนีวา" ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ข้อตกลงนี้จะใช้ชื่อว่า "ข้อตกลงอิสลามาบัด" (Islamabad Agreement)

ที่มา: Axios

https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1320174293604261/?rdid=8AdPNge1BsR7vdEA#

ซีพี โฟตอน ลุยตลาดรถไฟฟ้า!! โตแรง 5 เดือนแรก ยอดขายทะลุเป้า เปิดตัว eView Connect รุกโลจิสติกส์ ผนึก Huawei, Spark EV สร้างระบบครบวงจร ตั้งเป้าขยายตลาดสู่ผู้นำใน 5 ปี

ซีพี โฟตอน โชว์ยอดขาย 5 เดือนทะลุเป้า เปิดตัวรถยนต์ตู้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ “eView Connect” ราคาเริ่มต้น 7.99 แสนบาท รุกตลาดโลจิสติกส์ในเมือง พร้อมผนึกกำลัง Huawei และ Spark EV สร้างระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ครบวงจร

บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด (CP FOTON) ประกาศความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดเทียบเท่ายอดรวมของปีที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง และเปิดตัวรถยนต์เชิงพาณิชย์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด "eView Connect" เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่มีผลิตภัณฑ์ครบครันที่สุดในไทย นอกจากนี้ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งสำคัญกับ Huawei และ Spark EV เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จที่ครอบคลุมเพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ประกอบการไทย

ตอบรับความเชื่อมั่น เดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการทั่วประเทศ

ในปีนี้ CP FOTON ประสบความสำเร็จเป็นอย่าอย่างสูง โดยช่วง 5 เดือนแรกมียอดจดทะเบียนส่งมอบไปแล้วกว่า 300 คัน และยังมียอดสั่งซื้อรอส่งมอบอีกกว่า 500 คัน เทียบเท่ายอดขายรวมของปีที่ผ่านมาทั้งปี โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายรวมในปีนี้ไว้ที่ 2,000 คัน ปัจจัยสำคัญมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ ทั้งรถตู้ไฟฟ้า และรถกระบะไฟฟ้าที่ทำให้เป้าหมายการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

และเพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว บริษัทฯ ได้ขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการมาตรฐานจาก 28 แห่งในปีที่ผ่านมา เป็น 37 แห่งทั่วประเทศในปัจจุบัน โดยตั้งเป้าขยายให้ครบ 50 ศูนย์บริการภายในปีนี้ เพื่อยกระดับความมั่นใจในด้านบริการหลังการขายให้กับผู้ประกอบการและผู้ใช้รถ FOTON ทั่วประเทศ

นายเฉิน เต๋อเม่า (Mr. Chen Demao) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า "แม้วิกฤติน้ำมันแพงจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง แต่เรามองว่าอุตสาหกรรมขนส่ง - โลจิสติกส์ ยังคงมีความต้องการใช้งานยานยนต์อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งราคาผลิตภัณฑ์ของ CP FOTON ยังมีความสมเหตุสมผล คุ้มค่าต่อการลงทุน ทำให้เราไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เรามีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์และตั้งเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นเป็น อันดับ 3 ของตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์ในไทยภายใน 1 ปี และจะทะยานขึ้นสู่ อันดับ 1-2 ภายในระยะเวลา 5 ปี"

ในด้านกำลังการผลิต ปัจจุบันโรงงาน FOTON CP Motor ในประเทศไทยมีกำลังการผลิตรถเพื่อการพาณิชย์เครื่องยนต์ Euro5 อยู่ที่ 3,000 คัน ต่อปี และวางแผนขยายการไลน์ผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ขึ้นในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ ซึ่งนอกจากจะรองรับตลาดในประเทศแล้ว ยังมีการส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซีย และอยู่ระหว่างการวิเคราะห์แผนขยายตลาดไปยังประเทศเวียดนามและมาเลเซียในอนาคตอันใกล้ พร้อมกันนี้ยังได้ขยายคลังอะไหล่ และพัฒนาทักษะช่างซ่อมบำรุงของผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง 

เปิดตัวรถตู้พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ "eView Connect" ยกระดับธุรกิจโลจิสติกส์ยุคใหม่

ในวันนี้ CP FOTON ได้ทำการเปิดตัวรถตู้พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ "eView Connect" ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากการเปิดจองล่วงหน้าเป็นอย่างดี โดยรุ่นเป็นการพัฒนาใหม่ทั้งหมดด้วยระบบขับเคลื่อน eDrive ที่โดดเด่นทั้งด้านกำลังขับเคลื่อน น้ำหนักที่เบาลง และสมรรถนะที่สูงกว่ารถในคลาสเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด โดยตัวรถถูกออกแบบมาเพื่อเป็น Business Solutions อย่างแท้จริง ใช้งานง่ายด้วยประตูเปิดได้ 3 ด้าน และมีความสูงจากพื้นเพียง 50 เซนติเมตร ซึ่งเหมาะสมที่สุดสำหรับการขึ้น – ลงสินค้า

eView Connect รุ่น i7 ราคาปกติ 848,000 บาท ราคาพิเศษ 50 คันแรก 799,000 บาท

• แบตเตอรี่ CATL ความจุ 50.23 kWh ต่อ 1 การชาร์จ สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 274 กิโลเมตร (NEDC)

• ชาร์จไวทันใจ โดยชาร์จจากDC 100 kW จาก SOC 20%-80% ใช้เวลาเพียง 28 นาทีเท่านั้น

• พื้นที่บรรทุก ความจุ 7 ลูกบาศก์เมตร ความยาวภายใน 2.8 เมตร รองรับการบรรทุกได้ถึง 1.455 ตัน 

• ตัวรถมีความสูงรวม 1,930 มม. รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 6.35 เมตร เข้าออกที่จอดรถภายในอาคารคล่องตัวสุด  

eView Connect รุ่น i8 ราคาปกติ 898,000 บาท 

• แบตเตอรี่ CATL ความจุ 66.67 kWh ต่อ 1 การชาร์จ สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 371 กิโลเมตร (NEDC)

• ชาร์จไวทันใจ โดยชาร์จจากDC 90 kW จาก SOC 20%-80% ใช้เวลาเพียง 38 นาทีเท่านั้น

• พื้นที่บรรทุก ความจุ 8 ลูกบาศก์เมตร ความยาวภายใน 3.1 เมตร รองรับการบรรทุกได้ถึง 1.315 ตัน 

• ตัวรถมีความสูงรวม 1,930 มม. รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 6.85 เมตร เข้าออกที่จอดรถคล่องตัว 

eView Connect รุ่น i9 ราคาปกติ 918,000 บาท สิทธิประโยชน์ รวมมูลค่าสูงสุด 120,000 บาท

• แบตเตอรี่ CATL ความจุ 66.67 kWh ต่อ 1 การชาร์จ สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 371 กิโลเมตร (NEDC)

• ชาร์จไวทันใจ โดยชาร์จจากDC 90 kW จาก SOC 20%-80% ใช้เวลาเพียง 38 นาทีเท่านั้น

• พื้นที่บรรทุกความจุมากสุด 9 ลูกบาศก์เมตร ความยาวภายใน 3.1 เมตร รองรับการบรรทุกได้ถึง 1.315 ตัน 

• ตัวรถหลังคาสูง ความสูงรวม 2,160 มม. รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 6.85 เมตร เข้าออกที่จอดรถคล่องตัว 

การรับประกัน บริษัทฯ ให้การรับประกันคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุด ให้กับผู้ใช้รถ eView Connect ทุกรุ่น ดังนี้

• แบตเตอรี่ CATL รับประกัน 8 ปี 400,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงก่อน 

• แชสซีส์ รับประกัน 8 ปี 400,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงก่อน 

• มอเตอร์และระบบไฟฟ้า รับประกัน 5 ปี 200,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงก่อน 

• บริการช่วยเหลือฉุนเฉินบนท้องถนน หรือ Roadside Assistance ตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

นายพัชร์รวิพล สุรวรรธนกุล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร กล่าวเสริมว่า "eView Connect มีจุดเด่นที่เหนือกว่ารถกระบะทั่วไป คือสามารถบรรทุกสินค้าได้มากกว่า มีความคล่องตัวสูง และด้วยความที่เป็นรถตู้ทึบจึงสามารถวิ่งงานขนส่ง  -โลจิสติกส์ในเมืองได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากสามารถทดแทนการใช้รถกระบะในตลาดที่มีการจดทะเบียนเฉลี่ย 30,000 คัน ต่อปีได้เพียง 10% ก็จะเท่ากับยอดขายถึง 3,000 คัน"

ผนึกกำลัง Huawei และ Spark EV สร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem)

เพื่อเป็นการสนับสนุนการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้สมบูรณ์แบบ CP FOTON ได้ร่วมลงนาม MOU กับพันธมิตรระดับประเทศ ได้แก่:

• ความร่วมมือกับ Spark EV:

มุ่งสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีชาร์จ โดยในระยะแรกจะเป็นการมอบโปรโมชันพิเศษ "EV Card" สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถ eView Connect ในช่วงเปิดตัว และในอนาคตมีแผนที่จะร่วมกันพัฒนาสถานีชาร์จความเร็วสูง (High-Power DC Fast Charger) สำหรับรถบรรทุกและรถเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ รวมถึงการเชื่อมต่อระบบแอปพลิเคชัน (API) และแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิค เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ

• ความร่วมมือกับ Huawei (Thailand):

มุ่งผลักดันและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการใช้รถยนต์เชิงพาณิชย์ EV ในไทย ผ่านการสร้างระบบนิเวศแบบครบวงจร ตั้งแต่ตัวรถยนต์, การสร้างสถานีชาร์จความเร็วสูงระดับ Megawatt (MW), ระบบกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar-Storage-Charging) ไปจนถึงการผสานความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อมอบบริการสินเชื่อทางการเงินแบบ "เบ็ดเสร็จ" ให้แก่ลูกค้า

"ด้วยผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง บริการหลังการขายที่ครอบคลุม พันธมิตรทางการเงินที่พร้อมมอบเงื่อนไขสุดพิเศษ และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จที่มั่นคง เราเชื่อมั่นว่า CP FOTON จะเป็นทางเลือกอันดับหนึ่งที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยได้อย่างยั่งยืน" นายพัชร์รวิพล กล่าวปิดท้าย

ข้อเสนอสุดพิเศษฉลองเปิดตัว eView Connect  

มอบสิทธิพิเศษและส่วนลดรวมมูลค่าสูงสุดกว่า 120,000 บาท! จำกัดเพียง 50 คันแรกเท่านั้น!

1. สิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟช่วงเปิดตัว สำหรับลูกค้าที่จอง eView Connect ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ i7, i8 และ i9                      

ภายในช่วงเวลาที่กำหนด 50 คันแรก จะได้รับสิทธิพิเศษ แบบจัดเต็ม รวมมูลค่าเกือบ 90,000 บาท 

• ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. นาน 1 ปี 

• ฟรี! ค่าบำรุงรักษา นาน 5 ปี หรือ ระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

• ฟรี! บัตรชาร์จรถไฟฟ้า Spark EV มูลค่า 10,000 บาท

• อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.95% นาน 4 ปี (ภายใต้เงื่อนไขที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด)

2. แคมเปญพิเศษสุด ฉลองเปิดตัว eView Connect i7 (จำกัด 50 คันแรก)

เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้ความสนใจ CP FOTON ขอมอบราคาสุดพิเศษช่วงเปิดตัวสำหรับรุ่น eView Connect i7 

• รับส่วนลดเงินสดเพิ่มจากราคาปกติ 848,000 บาท ราคาพิเศษเหลือเพียง 799,000 บาท เท่านั้น! 

* จำกัดสิทธิ์เฉพาะลูกค้า 50 ท่านแรก ลูกค้าจะได้รับความคุ้มค่าแบบดับเบิล 

1. ส่วนลดพิเศษ : 49,000 บาท จากราคาปกติ 848,000 บาท ราคาพิเศษเหลือเพียง 799,000 บาท 

2. สิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ช่วงเปิดตัว มูลค่าเกือบ 90,000 บาท 

รวมรับสิทธิประโยชน์และส่วนลดทั้งหมด มูลค่าสูงสุดกว่า 120,000 บาท!

ระยะเวลาแคมเปญพิเศษนี้ สำหรับผู้ที่สั่งจองรถ eView Connect ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ถึง                     วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นี้เท่านั้น

“ธนาคารโลก” ชี้เศรษฐกิจชะลอ!! ปรับลดเติบโตโลกเหลือ2.5% แรงกดดันพลังงานเงินเฟ้อสูง คาดสหรัฐ-ยูโรโซนชะลอตัว เตือนเสี่ยงลุกลามจากตะวันออกกลาง

นิวยอร์ก, 12 มิ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (11 มิ.ย.) รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกประจำครึ่งปีของธนาคารโลกปรับลดการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกจากร้อยละ 2.9 ในปี 2025 เหลือร้อยละ 2.5 ในปี 2026 นับเป็นอัตราต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2019 โดยมีสาเหตุจากราคาพลังงานพุ่งสูง เงินเฟ้อรุนแรง และต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ขัดแย้งในตะวันออกกลาง

รายงานเตือนว่าความเสี่ยงด้านลบต่อเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในระดับสูง โดยหากปัญหาการหยุดชะงักด้านพลังงานยังคงยืดเยื้อและราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 115 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,700 บาท) ต่อบาร์เรลในปีนี้ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอาจชะลอลงเหลือร้อยละ 2.1 พร้อมกับผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มเป็นร้อยละ 4.4 หรืออัตราการเติบโตเศรษฐกิจอาจลดเหลือร้อยละ 1.3 หากวิกฤตพลังงานส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน

รายงานได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ราวสองในสาม เมื่อเทียบกับรายงานที่เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคม 2026 โดยปรับลดลงมากที่สุดในกลุ่มประเทศภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย จากอัตราการเติบโตร้อยละ 3.9 ในปี 2025 เหลือเกือบร้อยละ 0 ในปี 2026 ขณะที่ภูมิภาคเอเชียใต้คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดที่ร้อยละ 6.3 ในปี 2026 แม้จะชะลอลงจากร้อยละ 7 ในปี 2025

นอกจากนี้ รายงานยังคงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 2.2 ในปี 2026 แม้ตัวเลขนี้อาจลดลงเหลือร้อยละ 2.1 ในปี 2027 และร้อยละ 2 ในปี 2028 ขณะที่เขตยูโรหรือยูโรโซนคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ 0.8 ในปี 2026 ลดลงจากร้อยละ 1.4 ในปี 2025 ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของญี่ปุ่นคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 0.7 ในปีนี้ ลดลงจากร้อยละ 1.1 ในปี 2025

รายงานคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวแตะร้อยละ 2.8 ในปี 2027 แต่จะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงทศวรรษ 2010 อยู่ 0.4 จุด โดยธนาคารฯ เล็งเห็นว่าการดำเนินนโยบายที่เหมาะสมนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งแม้ความเสี่ยงด้านลบยังคงอยู่เนื่องมาจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์หยุดชะงัก และแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น

สำหรับในระดับโลก ธนาคารโลกเรียกร้องให้ประเทศที่เกี่ยวข้องเร่งเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร รวมทั้งผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานรูปแบบใหม่ ขณะที่ในระดับประเทศ ธนาคารโลกเรียกร้องให้ทุกประเทศควบคุมอัตราเงินเฟ้อ เสริมสร้างความยั่งยืนทางการคลัง และสนับสนุนการสร้างงาน

ที่มา : Xinhua

'คลาสสิโก' เปิดตัวสครับ!! โปเกมอนคอลเลกชันเข้าตลาดเอเชีย ชุดสครับดีไซน์น่ารักครบ 4 แบบ ครอบคลุมไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย พิคาชูและคู่หูคันโตโดดเด่นด้วยสีสัน

“คลาสสิโก” เปิดตัว “โปเกมอน คอลเลกชัน” ชุดสครับสุดคิ้วท์

ให้ “พกความน่ารักของโปเกมอนตัวโปรดไปกับคุณได้ทุกที่”

คลาสสิโก อิงค์ (Classico, Inc.) แบรนด์ชุดแพทย์จากญี่ปุ่น ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว ประกาศเปิดตัวคอลเลกชันสุดพิเศษที่ทุกคนตั้งตารออย่าง #ClassicoPokemonCollection ในภูมิภาคเอเชีย เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ครอบคลุมทั้งในสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ภูมิภาคไต้หวัน และไทย โดยการขยายตลาดสู่กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ทั่วเอเชียในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากกระแสตอบรับอย่างล้นหลามในการเปิดตัวครั้งแรกที่ญี่ปุ่น ประกอบกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากลูกค้าในต่างประเทศ 

รูปภาพ 1: โปเกมอน คอลเลกชัน

https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M109100/202605299968/_prw_PI1fl_j0lA63u6.jpg

ไลน์อัปสินค้า

R53 / R54 ชุดสครับโปเกมอน เสื้อและกางเกง (ใส่ได้ทั้งชายและหญิง)

ชุดสครับในคอลเลกชันนี้เปิดตัวมาพร้อมกันทั้งหมด 4 ดีไซน์ ได้แก่ พิคาชู (Pikachu), กลุ่มโปเกมอนคู่หูเริ่มต้นแห่งภูมิภาคคันโตอย่างฟุชิกิดาเนะ (Bulbasaur) ฮิโตคาเงะ (Charmander) เซนิกาเมะ (Squirtle), อีวุย (Eevee) และคาบิกอน (Snorlax) โดยทุกดีไซน์โดดเด่นด้วยการเลือกใช้โทนสีของเนื้อผ้าและการปักลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเอกลักษณ์ของโปเกมอนแต่ละตัว ซึ่งรายละเอียดการออกแบบเหล่านี้ตั้งใจรังสรรค์ขึ้น เพื่อช่วยสร้างความรู้สึกที่ผ่อนคลายและเป็นกันเองให้กับผู้ป่วยในระหว่างการตรวจรักษา

สี: พิคาชู กลุ่มโปเกมอนคู่หูเริ่มต้นแห่งภูมิภาคคันโต (ฟุชิกิดาเนะ ฮิโตคาเงะ เซนิกาเมะ) อีวุย คาบิกอน

ไซส์: XXS / XS / S / M / L / XL (ใส่ได้ทั้งชายและหญิง)

ราคา: 139 ดอลลาร์สิงคโปร์ / 469 ริงกิตมาเลเซีย / 5,690 เปโซฟิลิปปินส์ / 839 ดอลลาร์ฮ่องกง / 3,690 บาท / 3,490 ดอลลาร์ไต้หวัน

รูปภาพ 2: เสื้อ

https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M109100/202605299968/_prw_PI2fl_j6Qjt772.jpg

รูปภาพ 3: กางเกง

https://cdn.kyodonewsprwire.jp/prwfile/release/M109100/202605299968/_prw_PI3fl_0h9Mc0FQ.jpg

เกี่ยวกับคลาสสิโก

คลาสสิโก (Classico) เป็นแบรนด์เสื้อกาวน์ดีไซน์ทันสมัยที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้สวมใส่ โดยใช้เทคโนโลยีตัดเย็บอันประณีต เพื่อรังสรรค์เสื้อกาวน์ที่ทั้งหรูหราสง่างาม พร้อมตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เกี่ยวกับสครับส์ แคนวาส คลับ (Scrubs Canvas Club)

ภายใต้แนวคิด “Scrubs as your canvas. Make it fun” (แต่งเติมความสนุก เปลี่ยนชุดสครับให้เป็นผืนผ้าใบ) บริษัทฯ หวังที่จะเปลี่ยนชุดสครับพิมพ์นิยมให้กลายเป็นผืนผ้าใบ เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่สนุกสนานมีชีวิตชีวา โดยคอลเลกชันนี้ได้เปลี่ยนเครื่องแบบประจำวันของบุคลากรทางการแพทย์ให้เป็นสื่อในการถ่ายทอดศิลปะ ผ่านความร่วมมือกับวงการอื่น ๆ ทั้งกับศิลปิน ภาพยนตร์ และดนตรี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับเสื้อผ้าในสายอาชีพนี้

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://classico-global.com/

ที่มา: คลาสสิโก อิงค์

NEW MG URBAN ลุยตลาดรถไฟฟ้า!! รถแฮทช์แบ็คไฟฟ้าผลิตในไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ เทคโนโลยีอัจฉริยะครบ ฟังก์ชันใช้งานครบครัน สมรรถนะสูง วิ่งไกลถึง 530 กม.

NEW MG URBAN รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) จาก เอ็มจี ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ทำให้ทุกไลฟ์สไตล์สะดวก ง่าย และคล่องตัว โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ใช้งานง่าย พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ลงตัว ดีไซน์ที่มีความสดใส ขนาดห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ สะท้อนนิยามของ “LIFE EASY” ยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้นในทุกวัน

SAIC E3 PURE ELECTRIC PLATFORM โครงสร้างใหม่ที่ออกแบบเพื่อรองรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ

NEW MG URBAN คือยนตรกรรมที่พัฒนาขึ้นบน SAIC E3 PURE ELECTRIC PLATFORM แพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นในรูปแบบ “CELL-TO-BODY” (CTB) ซึ่งผสานโครงสร้างตัวถังและแบตเตอรี่เข้าเป็นหนึ่งเดียว มีความยืดหยุ่นสูง รองรับการพัฒนาได้หลากหลายเซกเมนต์ ช่วยให้ตัวรถเบาขึ้นแต่ยังคงความแข็งแกร่ง ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วง เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ และยังเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

SMART DESIGN

สะท้อนตัวตนของคนเมืองยุคใหม่ ผ่านดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ภายใต้แนวคิด “GENDER NEUTRAL TRENDY” ผสานความทันสมัย เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนทุกเพศทุกวัย พร้อมฟังก์ชันการใช้งานสำหรับชีวิตคนเมืองได้อย่างลงตัว

  • มิติตัวถัง 4,395  x1,842 x 1,549 มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง)
  • ระยะความยาวฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร
  • โลโก้เรืองแสง ILLUMINATED LOGO 
  • ไฟหน้า LED พร้อมระบบควบคุมการ เปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ไฟท้าย LED ดีไซน์ Union Jack
  • ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (DAYTIME RUNNING LIGHTS)
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง สปอยเลอร์หลัง และระบบเปิด-ปิดประตูท้ายไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ
  • กระจกมองข้างพับ และปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว ในรุ่น MAX และ ULTRA
  • กระจกไฟฟ้า ONE-TOUCH UP-DOWN
  • กระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่างด้านผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า
  • ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charger) 50 วัตต์ ในรุ่น MAX และ ULTRA
  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB TYPE C จำนวน 3 จุด
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อม AERO WHEEL COVER  ในรุ่น STANDARD และล้ออัลลอยขนาด
    17 นิ้ว ในรุ่น MAX และ ULTRA  
  • รองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 3.3 kW ในทุกรุ่นย่อย

SMART CABIN

พื้นที่ห้องโดยสารที่ออกแบบอย่างเข้าใจการใช้งานจริง กว้างขวาง โปร่งสบาย มาพร้อมฟังก์ชันอัจฉริยะและเทคโนโลยีที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล

  • ระบบอัจฉริยะควบคุมด้วยชิปประมวลผลจาก QUALCOMM SNAPDRAGON 8155 ในรุ่น ULTRA
  • หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (MULTI-INFORMATION CLUSTER) ขนาด 7 นิ้ว 
  • หน้าจอสีระบบความบันเทิงแบบสัมผัส (Infotainment) ขนาด 12.8 นิ้ว ในรุ่น STANDARD และ ขนาด15.6 นิ้ว ในรุ่น MAX และ ULTRA 
  • INTERACTIVE AMBIENT LIGHTS 256 เฉดสี ในรุ่น MAX และ ULTRA
  • ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 4 จุด ในรุ่น STANDARD และ 6 จุด ในรุ่น MAX และ ULTRA 
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง ปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางทุกรุ่น พร้อมระบบเป่าลม ในรุ่น MAX และ ULTRA
  • เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง พร้อมระบบเป่าลม ในรุ่น MAX และ ULTRA
  • เบาะหุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์ ลาย Diamond Cut โดยเบาะนั่งด้านหลังพนักพิงพับได้แบบ 60:40 พร้อมที่เท้าวางแขนเบาะหลัง เพิ่มความมั่นคงและความผ่อนคลายในทุกการเดินทาง และที่วางแก้วน้ำ
  • ตกแต่งภายในด้วยวัสดุ SOFT TOUCH เพิ่มสัมผัสที่เหนือระดับ
  • หลังคากระจกพาโนรามิกเต็มแผ่น พร้อมม่านบังแดด
  • ช่องเก็บเอกสารด้านหลังเบาะด้านหน้า
  • ระยะวางขาที่นั่งตอนหลัง 984 มิลลิเมตร
  • พื้นที่เก็บสัมภาระสองชั้นด้านท้ายรถ จุได้มากสูงสุดถึง 480 ลิตร และเมื่อพับเบาะสามารถจุได้มากถึง 1,266 ลิตร               
  • รัศมีวงเลี้ยว 5.2 เมตร
  • ระบบ INTELLIGENT SMART ACCESS เพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกและสตาร์ทรถ

SMART TECHNOLOGY

ยกระดับทุกการเดินทางและการใช้งานรถด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ รองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ควบคุมรถได้ทุกที่ ทุกเวลา เพียงปลายนิ้วสัมผัส ผ่านสมาร์ทโฟน

  • ระบบ i-SMART PRO ในรุ่น ULTRA 
    • ฟังก์ชันระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (SMART PARKING ASSIST)
    • ฟังก์ชันระบบสั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล (REMOTE AUTO PARKING)
    • ฟังก์ชันปลดล็อครถ และเปิดเครื่องปรับอากาศผ่านโทรศัพท์มือถือ
    • ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (SMART CHECK) ระบบสั่งการอัจฉริยะ (SMART COMMAND) และ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (SMART CONNECT)
    • ฟังก์ชันเปิดระบบ COOLING SEAT ผ่านมือถือในรุ่น ULTRA
  • ระบบ i-SMART ในรุ่น MAX 
    • ฟังก์ชันระบบควบคุมการจอดระยะไกล (REMOTE PARKING)
    • ฟังก์ชันปลดล็อครถ และเปิดเครื่องปรับอากาศผ่านโทรศัพท์มือถือ
    • ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (SMART CHECK) ระบบสั่งการอัจฉริยะ (SMART COMMAND) และ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (SMART CONNECT)
  • ระบบ ONE PEDAL
  • รองรับระบบการเชื่อมต่อ APPLE CARPLAY และ ANDROID AUTO แบบไร้สาย
  • ระบบ AI VOICE COMMAND*

บริการเสริมพิเศษ อัตราค่าบริการเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด (พร้อมรับสิทธิ์ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน)

มอบประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัว ตอบรับทุกจังหวะชีวิตของคนยุคใหม่ ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและสมรรถนะที่ออกแบบมาอย่างลงตัว

  • ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ PERMANENT MAGNET SYNCHRONOUS MOTOR
  • รุ่น STANDARD ให้พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์) 
  • รุ่น MAX และ ULTRA ให้พละกำลังสูงสุด 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์)
  • แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ทั้งสามรุ่น
  • แบตเตอรี่แบบ LITHIUM-IRON PHOSPHATE (LFP) จาก CATL 
  • รุ่น STANDARD ความจุ 42.8 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 435 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
  • รุ่น MAX และ รุ่น ULTRA ความจุ 53.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 530 กิโลเมตร*
    ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
  • ชาร์จง่าย สบายทุกเส้นทาง รองรับทั้งแบบ QUICK CHARGE และ NORMAL CHARGE
  • รุ่น STANDARD ชาร์จแบบเร็ว QUICK CHARGE จาก 10% - 80% ใช้เวลาประมาณ 28 นาที**
    ที่ความเร็วสูงสุด 82 kW ชาร์จแบบธรรมดา NORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER
    ที่ 6.6 kW
  • รุ่น MAX และ รุ่น ULTRA ชาร์จแบบเร็ว QUICK CHARGE ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% - 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที** ที่ความเร็วสูงสุด 88 kW ชาร์จแบบธรรมดา NORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6.6 kW 
  • ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MACPHERSON STRUT ที่ช่วยควบคุมรถได้มั่นคงและแม่นยำ
  • ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ TORSION BEAM ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่และควบคุมง่าย
  • ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรกด้านหน้าแบบ VENTILATED DISC และด้านหลังแบบ DISC
  • โหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ ECO, NORMAL, SPORT, SNOW, CUSTOM

*ทดสอบตามมาตรฐานความประหยัดพลังงาน NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE (NEDC)

**ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

SMART SAFETY  

มอบความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย และเหนือสุดในคลาสด้วยระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) ระดับ L2 และระบบ SMART AUTO PARKING SOLUTION ช่วยอำนวยความสะดวกในการควบคุมรถ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP และ ANCAP

  • ระบบแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ พร้อมมุมมองหลายเลน (MULTI-LANE VIEW)
  • ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ SAPS (SMART AUTO PARKING SOLUTION) 
  • ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ALC (AUTO LANE CHANGE WITH ALERT)
  • ระบบระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน LCC (LANE CENTERING CONTROL)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (ELECTRONIC PARKING BRAKE) พร้อมระบบป้องกันการไหล AVH (AUTO VEHICLE HOLD) 
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (ANTI-LOCK BRAKING SYSTEM) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (ELECTRONIC BRAKE FORCE DISTRIBUTOR)
  • ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (ELECTRONIC BRAKE ASSIST)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (STABILITY CONTROL SYSTEM)
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (CURVE BRAKE CONTROL)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (TRACTION CONTROL SYSTEM)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (HILL START ASSIST SYSTEM)
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (INTELLIGENT HIGH-BEAM CONTROL)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (ADAPTIVE CRUISE CONTROL)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันอัฉริยะ ICA (INTELLIGENT CRUISE ASSIST)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (TRAFFIC JAM ASSIST)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน พร้อมระบบช่วยควบคุมเมื่อออกนอกเลน ELK (EMERGENCY LANE KEEPING ASSIST) โดยผสานการทำงานของ LKA (LANE KEEPING ASSIST), LDP (LANE DEPARTURE PREVENTION) และ LDW (LANE DEPARTURE WARNING)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า FCW (FORWARD COLLISION WARNING)
  • ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (AUTONOMOUS EMERGENCY BRAKING)
  • ระบบช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากมุมอับสายตาที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่ LCA (LANE CHANGE ASSIST), BSD (BLIND SPOT DETECTION), RCTA (REAR CROSS TRAFFIC ALERT), RCTB (REAR CROSS TRAFFIC BRAKING), DOW (DOOR OPENING WARNING) และ RCW (REAR COLLISION WARNING)
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (TIRE PRESSURE MONITORING SYSTEM)
  • ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (DRIVER MONITORING SYSTEM)
  • เพิ่มความอุ่นใจด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ เซ็นเซอร์ 12 ตำแหน่ง กล้องรอบคัน 6 ตัว และเรดาร์ 3ตำแหน่ง รวมทั้งหมด 21 ตำแหน่ง 
  • กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ ในรุ่น MAX และ ULTRA พร้อมสัญญาณเตือนระยะด้านหน้าและหลัง
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ
  • ถุงลมนิรภัย รวม 7 ตำแหน่ง คู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมกลาง 

NEW MG URBAN รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้า ประกอบด้วย 3 รุ่นย่อย โดยมีสีตัวถังให้เลือก 5 สี คือ ม่วง (LAVENDER PURPLE), เบจ (MODERN BEIGE), ขาว (ARCTIC WHITE), เทา (ANDES GREY) และดำ (PEARL BLACK) พร้อมตกแต่งภายในโทนสีทูโทน เทา–ดำ 

'เดอะตุ๊ก' ฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด!! ตำนานบอลไทยตั้งทนายฟ้อง ขอปกป้องเกียรติยศที่สั่งสมมา วิจารณ์เกินขอบเขตถูกดำเนินคดี ย้ำรักฟุตบอลร่วม 50 ปีไม่ทนอีกต่อไป

“เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ตำนานกองหน้าทีมชาติไทย ที่ปัจจุบันนั่งในตำแหน่งโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โพสต์ข้อความแต่งตั้งทนาย เพื่อฟ้องเอาผิดเกรียนคีย์บอร์ดที่วิจารณ์เกินขอบเขต

อดีตกองหน้าชาววัย 66 ปี โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก แต่งตั้งทนายเพื่อฟ้องร้องผู้ที่วิจารณ์เจ้าตัวจนเกินขอบเขต

จากโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “หลายๆคนพูดว่าการขึ้นโรงขึ้นศาลมันเสียเวลาแต่ถ้าเพื่อปกป้อง เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ของเราที่ได้รับใช้ทีมชาติไทยมา 20 ปีรวมทั้งอยู่ในวงการฟุตบอลมาเกือบ 50 ปีก็จำเป็นต้องขึ้นศาลเพื่อขอความเมตตาและความเป็นธรรมจากศาลครับ

การติติง วิพากษ์วิจารณ์ เป็นเรื่องปกติครับมีทั้งคนชอบและไม่ชอบผมเข้าใจครับแต่ถ้าติติง วิพากษ์ วิจารณ์ใส่ร้ายป้ายสีโดยที่ไม่มีมูลความจริงผมก็ต้องขออนุญาตปกป้อง ศักดิ์ศรี เกียรติยศ ชื่อเสียง และ ความเป็นมนุษย์ด้วยครับ#ผมขออนุญาตแต่งตั้งทนายครับ”

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10279667

“รัสเซีย” ถือกุญแจน้ำจืด “ปากีสถาน”!! เทคโนโลยีรัสเซียช่วยปากีสถานแก้ปัญหา บาโลจิสถาน-สินธ์ขาดแคลนน้ำจืดอย่างหนัก รัสเซียประสานงาน โครงการน้ำและพลังงาน เน้นพัฒนาโรงงานผลิตน้ำทะเลและรีไซเคิลน้ำ

ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งเชื่อว่า เทคโนโลยีผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลของรัสเซีย อาจมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อแคว้นบาโลจิสถาน และพื้นที่ทางตะวันตกของแคว้นสินธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการเข้าถึงของแม่น้ำสินธุ

รัสเซียอาจช่วยปากีสถานแก้ไขหนึ่งในปัญหาเร่งด่วนที่สุดของประเทศ นั่นคือ การขาดแคลนแหล่งน้ำและระบบจัดหาน้ำ

ปากีสถานเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมมีสัดส่วนราว 23% ของ GDP และจ้างแรงงานมากถึง 33% ของกำลังแรงงานทั้งประเทศ แต่ก็มักประสบปัญหาภัยแล้งและอุณหภูมิสุดขั้วอยู่บ่อยครั้ง

อาลี เอห์ซาน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาแห่งสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจตลาด กล่าวว่า

“รัสเซียมีขีดความสามารถด้านวิศวกรรม มีความเชี่ยวชาญด้านโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล และปากีสถานอาจจำเป็นต้องผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลในพื้นที่ชายฝั่งแถบบาโลจิสถาน รวมถึงบางพื้นที่ทางตะวันตกของสินธ์ ซึ่งไม่ได้เชื่อมต่อกับแม่น้ำสินธุ ในพื้นที่เหล่านั้น รัสเซียสามารถมีบทบาทที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง”

ในความเห็นของเขา ประสบการณ์ของรัสเซียยังอาจเป็นประโยชน์ต่อปากีสถานในด้านอื่น ๆ เช่น

  • การกรองและรีไซเคิลน้ำ
  • การบำบัดน้ำเสียในเมืองและน้ำทิ้งจากระบบชุมชน

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ยังระบุด้วยว่า ปากีสถานมีแหล่งน้ำจากธารน้ำแข็งและน้ำใต้ดินสำรองอยู่เป็นจำนวนมาก

ปัจจุบัน รัสเซียและปากีสถานมีข้อตกลงด้านน้ำและพลังงานน้ำร่วมกันอยู่แล้ว โดยมีบริษัท RusHydro ของรัสเซียเป็นผู้ดำเนินบทบาทหลัก ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการหารือเกี่ยวกับโครงการร่วมที่มีความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ซึ่งรวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำและระบบชลประทานด้วย

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top