Saturday, 25 July 2026
THE STATES TIMES TEAM

รัสเซียยิงเตือนยอชต์!! เรือยอชต์ชักธงอังกฤษเข้าใกล้เรือรบ ลูกเรือพยายามติดต่อแต่ไม่ตอบ ยิงเชิงป้องกันเมื่อห่าง 150 เมตร ยอชต์เปลี่ยนทิศออกห่างทันที

มอสโก (Sputnik) — กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า เมื่อวันอังคาร เรือฟริเกต Admiral Grigorovich ของรัสเซีย ตรวจพบเรือยอชต์ชักธงสหราชอาณาจักรลำหนึ่งในช่องแคบอังกฤษ ซึ่งแล่นเข้าใกล้เรือรบของรัสเซียอย่างเป็นอันตราย

กระทรวงฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า “วันนี้ วันที่ 16 มิถุนายน ... ลูกเรือของเรือฟริเกต Admiral Grigorovich ตรวจพบเรือใบพลเรือนชื่อ Bright Future ซึ่งชักธงสหราชอาณาจักร อยู่ในช่องแคบอังกฤษ และกำลังแล่นด้วยเครื่องยนต์เข้าใกล้เรืออย่างเป็นอันตราย”

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า ลูกเรือของเรือฟริเกตพยายามติดต่อเรือยอชต์ดังกล่าวหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ

ลูกเรือของเรือฟริเกตจึงยิงพลุสัญญาณและเปิดหวูดเตือน แต่เรือยอชต์ยังคงแล่นเข้าใกล้อย่างเป็นอันตราย

แถลงการณ์ระบุว่า “หลังจากระยะห่างลดลงเหลือ 150 เมตร ผู้บังคับการเรือฟริเกตจึงตัดสินใจยิงเชิงป้องกันล่วงหน้าไปยังแนวเส้นทางของเรือลำดังกล่าว โดยใช้อาวุธขนาดเล็ก”

หลังจากมีการยิงเชิงป้องกัน เรือยอชต์ได้เปลี่ยนทิศทางทันที และแล่นออกห่างจากเรือรบรัสเซียต่อไป
กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุด้วยว่า “ลูกเรือของเรือฟริเกต Admiral Grigorovich ปฏิบัติการอย่างเคร่งครัดตามกฎการเดินเรือระหว่างประเทศ และได้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น”

ที่มา : Sputnik

17 มิถุนายน 2496 ในหลวง ร.9 เสด็จฯประพาสสวนทุเรียนนนท์ ประชาชนเปล่งเสียงไชโย เฝ้าชมพระบารมีใกล้ชิด สะท้อนพระราชอัธยาศัยเรียบง่ายใกล้ชิดประชาชน

วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2496 เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่อยู่ในความทรงจำของชาวจังหวัดนนทบุรี เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินประพาสสวนทุเรียนเมืองนนท์ เพื่อทอดพระเนตรสวนทุเรียน ผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดนนทบุรี และทรงเยี่ยมเยียนราษฎรอย่างใกล้ชิด

การเสด็จฯ ในครั้งนั้นเกิดขึ้นในช่วงต้นรัชสมัยของในหลวง ร.9 และเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงพระราชอัธยาศัยอันเรียบง่าย เป็นกันเอง และทรงสนพระราชหฤทัยในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะชาวสวนเมืองนนท์ ซึ่งในอดีตมีชื่อเสียงอย่างมากด้านการปลูกทุเรียนคุณภาพดี จน “ทุเรียนนนท์” กลายเป็นหนึ่งในผลไม้เลื่องชื่อของไทย

ในวันเสด็จฯ แม้ช่วงเช้าจะมีฝนโปรยปราย แต่เมื่อถึงเวลาสาย อากาศกลับแจ่มใส ประชาชนจำนวนมากต่างพากันมาเฝ้าฯ รอรับเสด็จ ทั้งบนฝั่งและตามลำน้ำ บางส่วนลอยเรืออยู่ในแม่น้ำเพื่อเฝ้าชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด บรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปีติและความตื่นเต้นของชาวบ้านที่ได้มีโอกาสรับเสด็จพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบรมราชินี ณ ถิ่นสวนของตนเอง

แหล่งข้อมูลของจังหวัดนนทบุรีระบุว่า ในวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2496 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินประพาสจังหวัดนนทบุรี โดยมีประชาชนเฝ้ารอชมพระบารมีทั้งบนฝั่งและในเรือ เมื่อเรือพระที่นั่งมาถึงสวนทุเรียนที่ตำบลบางกระสอ ได้ชะลอเครื่อง และพระองค์เสด็จขึ้นจากเรือด้วยพระพักตร์ยิ้มแย้ม ทรงซักถามเรื่องการปลูกทุเรียนและการดูแลสวนอย่างใกล้ชิด

การเสด็จฯ ประพาสสวนทุเรียนเมืองนนท์ในครั้งนั้น ใช้เรือพระที่นั่ง “ตะวันส่องแสง” และคณะติดตามใช้เรือประจำทวีป โดยเสด็จขึ้นที่ท่าน้ำบ้านแสงประภา ตำบลบางกระสอ เพื่อทอดพระเนตรสวนทุเรียนอันเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดนนทบุรี มีขุนบุรีภิรมย์กิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีในสมัยนั้น เฝ้าฯ รับเสด็จ
ระหว่างเสด็จฯ ทอดพระเนตรสวน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในรายละเอียดของการทำสวนเป็นอย่างมาก ทรงซักถามถึงชนิดของทุเรียน วิธีปลูก การใส่ปุ๋ย และการบำรุงรักษา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพระองค์มิได้ทรงเสด็จฯ เพียงเพื่อทอดพระเนตรผลผลิตเท่านั้น แต่ยังทรงให้ความสำคัญกับความรู้ วิถีอาชีพ และความเป็นอยู่ของชาวสวนอย่างแท้จริง

เจ้าของสวนตามเส้นทางเสด็จฯ ต่างนำผลไม้จากสวนของตนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายด้วยความปลาบปลื้ม ผลไม้เมืองนนท์ในวันนั้นจึงมิได้เป็นเพียงผลผลิตทางการเกษตร หากเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีและความภาคภูมิใจของชาวสวนที่ได้ถวายผลผลิตจากน้ำพักน้ำแรงของตนต่อพระมหากษัตริย์
หนึ่งในภาพจำที่ถูกเล่าขาน คือเหตุการณ์ที่มีการถวายกระจง หรือไม้สอยผลไม้ ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงสอยมังคุดด้วยพระองค์เอง เป็นบรรยากาศที่เรียบง่าย ใกล้ชิด และงดงาม สะท้อนภาพพระมหากษัตริย์และพระราชินีที่เสด็จฯ ลงไปสัมผัสวิถีชีวิตของราษฎรอย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อถึงเวลาเสวยพระกระยาหารกลางวัน ทางจังหวัดได้จัดเตรียมพระกระยาหารไว้ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ที่จะเสวยอาหารพื้นเมืองที่จัดมาทางเรือ แทนการตั้งโต๊ะเสวยอย่างเป็นทางการ อีกทั้งยังรับสั่งให้แม่ค้าจัดอาหารขึ้นมาด้วยชามและตะเกียบแบบธรรมดา แทนภาชนะหรูที่เตรียมไว้ แสดงถึงพระราชอัธยาศัยเรียบง่ายและทรงใกล้ชิดกับวิถีชาวบ้านอย่างยิ่ง

มีการบันทึกว่า พระองค์ทรงโปรดแกงปลาไหลและไอศกรีมเป็นพิเศษ และหลังเสวยพระกระยาหารแล้ว ได้พระราชทานเงินเป็นขวัญถุงแก่แม่ค้าที่จัดอาหารมาถวาย รวมถึงพระราชทานสิ่งของและเงินแก่ผู้ที่มาเฝ้าฯ ในการเสด็จครั้งนั้น สร้างความปลื้มปีติแก่ประชาชนที่ได้เข้าเฝ้าฯ อย่างใกล้ชิด

นอกจากการทอดพระเนตรสวนและเสวยอาหารพื้นเมืองแล้ว พระองค์ยังเสด็จขึ้นประทับบนบ้านเจ้าของสวนทุเรียน และทรงมีพระราชปฏิสันถารถึงความเป็นอยู่และอาชีพที่ทำอยู่ ภาพดังกล่าวสะท้อนพระราชจริยวัตรที่ทรงรับฟังชีวิตของประชาชนด้วยพระองค์เอง มิได้ทรงมองราษฎรเป็นเพียงผู้มาเฝ้ารับเสด็จ แต่เป็นเจ้าของชีวิต เจ้าของอาชีพ และเจ้าของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญ

ทุเรียนนนท์ในอดีตถือเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงมาก ทั้งด้านรสชาติ คุณภาพ และความประณีตของการดูแลสวน สภาพพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองต่าง ๆ ทำให้นนทบุรีเป็นพื้นที่เหมาะแก่การทำสวนผลไม้ การเสด็จฯ ประพาสสวนทุเรียนจึงเป็นเสมือนการพระราชทานความสำคัญแก่เกษตรกรและชาวสวนในฐานะผู้สร้างผลผลิตที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของท้องถิ่น

ก่อนเสด็จกลับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัสขอบใจผู้ที่มาคอยเฝ้าฯ รับเสด็จและนำเสด็จ พร้อมทั้งทรงถ่ายภาพผู้มาส่งเสด็จด้วยพระองค์เอง เมื่อเรือพระที่นั่งเคลื่อนออกจากท่า พระองค์ทรงโบกพระหัตถ์ด้วยพระอาการร่าเริงแจ่มใส ประชาชนที่มาเฝ้าฯ ต่างเปล่งเสียงไชโยด้วยความปลื้มปีติในพระมหากรุณาธิคุณ

เหตุการณ์วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2496 จึงเป็นมากกว่าการเสด็จฯ ประพาสสวนผลไม้ หากเป็นภาพสะท้อนความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชน เป็นวันที่ชาวสวนนนท์ได้เฝ้าฯ รับเสด็จอย่างใกล้ชิด และเป็นวันที่พระมหากษัตริย์ทรงแสดงให้เห็นถึงความสนพระราชหฤทัยในอาชีพเกษตรกรรม วิถีชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น

การเสด็จฯ ในครั้งนั้นยังเป็นภาพจำสำคัญของนนทบุรี เพราะทุเรียนนนท์มิได้เป็นเพียงผลไม้ขึ้นชื่อ แต่เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ชุมชน เป็นผลผลิตจากผืนดิน สายน้ำ และความชำนาญของชาวสวน การที่ในหลวง ร.9 เสด็จฯ มาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง จึงเป็นขวัญกำลังใจอย่างใหญ่หลวงแก่ชาวสวนและประชาชนในจังหวัดนนทบุรี

17 มิถุนายน พ.ศ. 2496 จึงควรถูกจดจำในฐานะวันสำคัญแห่งความปลื้มปีติของชาวนนทบุรี วันที่ในหลวง ร.9 เสด็จฯ ประพาสสวนทุเรียนเมืองนนท์ ทรงทอดพระเนตรวิถีชาวสวนอย่างใกล้ชิด ทรงซักถามถึงการปลูกและดูแลผลไม้ด้วยพระราชหฤทัยสนพระราชหฤทัย และประชาชนต่างเปล่งเสียงไชโยเฝ้าชมพระบารมีด้วยความจงรักภักดี

เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นเรื่องเล่าที่สะท้อนพระราชอัธยาศัยอันเรียบง่ายของในหลวง ร.9 พระมหากษัตริย์ผู้เสด็จฯ ไปถึงสวนของประชาชน ทรงสนทนากับชาวบ้าน ทรงเสวยอาหารพื้นเมือง และทรงรับฟังชีวิตของราษฎรด้วยพระองค์เอง อันเป็นภาพแห่งพระมหากรุณาธิคุณที่ยังอยู่ในความทรงจำของชาวเมืองนนท์สืบมา

ที่มา : https://nonthaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/3393/iid/447856?

รัสเซียยิงสกัดโดรน!! โดรน 60 ลำถูกยิงตกข้ามคืน โจมตีเป้าหมายท้ายน้ำมันมอสโก ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ UAV 25 ลำถูกทำลายใกล้กรุงมอสโก

มอสโก (Sputnik) — เซอร์เกย์ โซเบียนิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก เปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียได้ยิงสกัดโดรนอย่างน้อย 60 ลำ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงมอสโกในช่วงข้ามคืน

โซเบียนินเขียนบนแพลตฟอร์ม Max ว่า “การโจมตีกรุงมอสโกด้วยโดรนของฝ่ายศัตรูดำเนินต่อเนื่องมาตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยหนึ่งในโดรนได้สร้างความเสียหายต่อ施設โรงกลั่นน้ำมันมอสโก ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินกำลังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ”

โซเบียนินยังระบุด้วยว่า ในช่วงข้ามคืน มีอากาศยานไร้คนขับ หรือ UAV จำนวน 25 ลำ ถูกทำลายใกล้กรุงมอสโกด้วยเช่นกัน

ที่มา : Sputnik

วินด์เซิร์ฟฯ จัดแข่ง!! ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนลชิงชัย ที่พัทยา 17-21 มิ.ย. 69 นักกีฬาจาก 6 ชาติร่วมประชัน เตรียมพร้อมเอเชียนเกมส์ ยูธโอลิมปิก

วินด์เซิร์ฟฯ เตรียมจัด ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล วินด์เซิร์ฟฟิ่ง แชมเปียนชิพส์ 2026

สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟฯ เตรียมจัดศึก “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล วินด์เซิร์ฟฟิ่ง แชมเปียนชิพส์ 2026“ อีเว้นท์ 2 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2569 โดยมีนักกีฬาจาก 6 ชาติร่วมชิงชัย หวังใช้เป็นเวทีเตรียมความพร้อมให้ชุดสู้ศึกเอเชียนเกมส์และยูธโอลิมปิกเกมส์

นายพัฒนา บุญสวัสดิ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟฯ เตรียมจัดการแข่งขันรายการ “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล วินด์เซิร์ฟฟิ่ง แชมเปียนชิพส์ 2026“ อีเว้นท์ 2 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน พ.ศ.2569 โดยมีนักกีฬาจาก 6 ชาติ ร่วมชิงชัย ได้แก่ ไทย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย

สำหรับรายการนี้ทีมไทยส่งนักกีฬาส่งนักกีฬาลงชิงชัยเต็มพิกัด นำโดย ชุดเอเชียนเกมส์ 2026 ได้แก่ ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นทั่วไปชาย จ.อ.นิติพัฒน์ ไชยวุฒิเวทย์, ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นทั่วไปหญิง จ.ต.ศิริพร แก้วดวงงาม, ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 19 ปี นายวชิรวิทย์ ทนอุป, ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นเยาวชนหญิง อายุไม่เกิน 19 ปี น.ส.ชนัฐกานต์ เจริญสุข

ขณะที่ วิลเลียม แมคมิลลัน นักกีฬาลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย จะร่วมแข่งขันงานนี้ด้วย ในประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นทั่วไปชาย เพื่อเตรียมความพร้อมทำศึกชิงแชมป์โลก ที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 4-11 กันยายน พ.ศ.2569 รวมทั้งนักกีฬาดาวรุ่งชุด “ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2026“ วรรณิดา วินทะชัย จะลงชิงชัยประเภทเทคโน 293 รุ่นเยาวชนหญิงอายุไม่เกิน 17 ปี

“สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟฯ ส่งนักกีฬาลงชิงชัยทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นเยาวชน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัยเอเชียนเกมส์ 2026 และยูธโอลิมปิกเกมส์ 2026 รวมทั้งยังให้นักกีฬาดาวรุ่งรุ่นใหม่ๆ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วย” พ่อบ้านทัพโต้คลื่นไทย กล่าว

ทั้งนี้ มหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 จัดที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน-4 ตุลาคม 2569 และมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2026 จัดที่กรุงดาการ์ ประเทศเซเนกัล ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-13 พฤศจิกายน 2569

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10285284

ดราม่า ! สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ สั่งหยุดอบรมประวัติศาสตร์ชาติ!! หลังดราม่าแคมเปญโยงสังหารหมู่ควังจู สตาร์บัคส์เกาหลีเปลี่ยนวิกฤตเป็นบทเรียน ตั้งกองทุนสังคม–หนุนโบราณสถานประวัติศาสตร์ยุคใหม่ รื้อระบบตรวจสอบแคมเปญเข้มงวด

สตาร์บัคส์เกาหลี จ่อจัดอบรมประวัติศาสตร์ หลังดราม่าการตลาดโยงเหตุสังหารหมู่ควังจู

กลุ่มชินเซเกและสตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ เตรียมจัดอบรมความตระหนักรู้ทางประวัติศาสตร์และประเด็นทางสังคมให้แก่พนักงานทุกระดับ ตั้งแต่ประธานกลุ่มบริษัทไปจนถึงบาริสต้าหน้าร้าน พร้อมประกาศปิดสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศเร็วกว่ากำหนดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อให้พนักงานเข้ารับการอบรม หลังเกิดกรณีอื้อฉาวจากการแคมเปญการตลาด "Tank Day" ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล้อเลียนและดูหมิ่นเหตุสังหารหมู่เมืองควังจู

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันครบรอบเหตุการณ์เผด็จการทหารปราบปราบขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยที่เมืองควังจู สตาร์บัคส์ เกาหลี ได้ปล่อยแคมเปญโปรโมทแก้วที่ใช้ชื่อว่า "Tank Day"

ทั้งนี้ คำว่า "Tank" (รถถัง) เป็นคำแสลงที่กลุ่มชุมชนออนไลน์ฝ่ายขวาจัดในเกาหลีใต้ใช้เรียกอดีตประธานาธิบดี "ชอน ดูฮวาน" เผด็จการทหารผู้สั่งปราบปราบประชาชนจนมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยศพ ยิ่งไปกว่านั้น ในสื่อประชาสัมพันธ์ยังมีการใช้ประโยคว่า "ตัก! บนโต๊ะ!" (Tak! on the desk!) ซึ่งคำว่า "ตัก" (เสียงดัง ปัง!) เป็นวลีอื้อฉาวที่ตำรวจยุคเผด็จการเคยใช้แถลงแก้ตัวหลังเกิดเหตุการณ์ทรมานนักศึกษา "พัค จงชอล" จนเสียชีวิตในปี 1987 โดยตำรวจอ้างว่า แค่มือตบโต๊ะดัง 'ตัก' เด็กก็หัวใจวายตายไปเอง

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่สาธารณชนอย่างรุนแรง จนทำให้ นายจอง ยงจิน ประธานกลุ่มชินเซเก ต้องแถลงขอโทษอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พ.ค. โดยยอมรับว่าเป็น "ความผิดพลาดที่ไม่อาจให้อภัยได้ และเป็นการลบลู่ความเจ็บปวดและการเสียสละของผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย" พร้อมให้คำมั่นว่าจะรื้อระบบการตรวจสอบเนื้อหาทั้งหมด

เพื่อแสดงความรับผิดชอบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ทางกลุ่มชินเซเกได้ประกาศมาตรการที่ระบุว่าเป็น "ก้าวประวัติศาสตร์" โดยในวันที่ 17 มิ.ย. นายจอง ยงจิน ประธานกลุ่ม พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานส่วนสำนักงานใหญ่ของอีมาร์ต (E-MART) และสตาร์บัคส์ เกาหลี จะเข้ารับการอบรมด้านประวัติศาสตร์และความไวต่อประเด็นทางสังคม

ส่วนวันที่ 22 มิ.ย. สตาร์บัคส์ เกาหลี จะปิดให้บริการทุกสาขาทั่วประเทศพร้อมกันในเวลา 15.00 น. เพื่อให้บาริสต้าและพนักงานหน้าร้านทุกคนรับชมวิดีโอการอบรมพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นการปิดร้านก่อนเวลาทั่วประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สตาร์บัคส์เข้ามาทำธุรกิจในเกาหลีใต้เมื่อปี 1999 ต่อมาในวันที่ 24 มิ.ย ประธานจอง ยงจิน และบรรดาซีอีโอของบริษัทในเครืออีมาร์ตทั้งหมด จะแยกเข้ารับการอบรมพิเศษร่วมกันก่อนการประชุมผู้บริหารประจำเดือน เพื่อย้ำจุดยืนในการรับผิดชอบร่วมกันของฝ่ายบริหาร และวันที่ 1 ก.ค พนักงานในส่วนค้าปลีกอื่น ๆ ของอีมาร์ต จะเริ่มเข้าคอร์สอบรมในรูปแบบออนไลน์ เป็นเวลา 2 สัปดาห์

การอบรมด้านประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์โอ เจยอน จากภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยซองกยุนกวาน ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เกาหลีร่วมสมัย มาเป็นผู้บรรยายเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่ทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา ส่วนการอบรมความไวต่อประเด็นทางสังคม จะบรรยายโดย ศาสตราจารย์คู จองอู จากภาควิชาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยซองกยุนกวาน ซึ่งจะเน้นย้ำถึงสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์, แรงงาน, เพศภาพ และสิทธิมนุษยชน

นอกเหนือจากการอบรมแล้ว สตาร์บัคส์ เกาหลี ยังได้ปฏิรูประบบการอนุมัติแคมเปญการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ใหม่ทั้งหมด โดยได้รับการแต่งตั้งที่ปรึกษาจากหน่วยงานภายนอกเพื่อสร้าง "แบบประเมินความไวต่อสังคม"

ระบบใหม่นี้จะกำหนดให้ทีมงานต้องประเมินความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นวางแผน จากเดิมที่ตรวจเฉพาะเรื่องข้อกฎหมายและความเข้ากันได้ของแบรนด์ เปลี่ยนมาเป็นการกลั่นกรองประเด็นที่อ่อนไหวทางสังคมอย่างเข้มงวด ได้แก่ "ประวัติศาสตร์, วันสำคัญ, การเมือง, ภัยพิบัติ, การทหาร, เพศสภาพ, ความรุนแรง และคำพูดที่แสดงความเกลียดชัง" เพื่อไม่ให้เนื้อหาไปกระทบกระเทือนความหมายของวันสำคัญ หรือดูหมิ่นกลุ่มบุคคลใด ๆ

นอกจากนี้ จะมีการขยายเวลาในการตรวจสอบให้ยาวนานขึ้นเพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการเร่งรีบ ปรับปรุงรูปแบบการรายงานให้เข้าใจง่าย และกำหนดให้แคมเปญทุกชิ้นต้องได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายร่วมกันจากหลายฝ่าย รวมถึงฝ่ายกฎหมายและฝ่ายควบคุมคุณภาพก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ

ขณะเดียวกัน สตาร์บัคส์ยังมีแผนที่จะจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือสังคม เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ยุคใหม่ และสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติต่อไป โดยกลุ่มชินเซเกทิ้งท้ายว่า จะใช้โอกาสนี้เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและเติบโตไปพร้อมกับชาวเกาหลีใต้อย่างแท้จริง.
 

ที่มา CHOSUNBIZ / JoongAng Ilbo

https://www.thairath.co.th/news/foreign/293958

จีนลุยพัฒนารถไฟ!! ขนส่งสินค้าพุ่ง3.1% ผู้โดยสารเพิ่ม5.7% ลงทุนรถไฟ 2.48 แสนล้านหยวน ส่งเสริมเศรษฐกิจพื้นที่ภูมิภาค

ปักกิ่ง, 15 มิ.ย. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (15 มิ.ย.) สำนักบริหารการรถไฟแห่งชาติจีนรายงานว่าภาคการรถไฟของจีนเติบโตแกร่งทั้งในด้านการรองรับสินค้าและผู้โดยสารในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม) ของปี 2026 ขณะที่การลงทุนสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

การขนส่งสินค้าทางรถไฟสูงถึง 2.19 พันล้านตันในช่วง 5 เดือนแรก เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ปริมาณหมุนเวียนสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 เป็น 1.56 ล้านล้านตัน-กิโลเมตร ส่วนปริมาณการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 1.97 พันล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 5.7

ทั้งนี้ การลงทุนสินทรัพย์ถาวรในภาคการรถไฟสูงถึง 2.485 แสนล้านหยวน (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) ในช่วงเวลาดังกล่าว เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยปริมาณการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าที่อยู่ในระดับสูง กอปรกับการก่อสร้างเครือข่ายทางรถไฟที่เดินหน้าต่อเนื่องกำลังมีส่วนช่วยส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมระดับภูมิภาค

ที่มา : Xinhua

‘ทรัมป์’ ชี้ ‘อิหร่าน’ ตกลงไม่มีนิวเคลียร์!! สหรัฐฯไม่ได้จ่าย 300 ล้านดอลลาร์ แต่เป็นข่าวปลอมจากฝ่ายเดโมแครต เงิน 300,000 ล้านดอลลาร์เป็นกองทุนฟื้นฟู หากอิหร่านทำตามข้อตกลงอย่างเข้มงวด

ทรัมป์ :อิหร่านตกลงที่จะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์! นอกจากนี้ ข่าวที่ว่าสหรัฐฯ จ่ายเงินให้อิหร่าน 300 ล้านดอลลาร์นั้นเป็นข่าวปลอมที่พรรคเดโมแครตปล่อยออกมา!!! ประธานาธิบดี ดีเจที

กระแสข่าวที่ออกมา ไม่ใช่ 300 ล้านดอลลาร์ (300 Million USD) ประมาณ 9,700 ล้านบาท แต่เป็น 300,000 ล้านดอลลาร์ (300 Billion USD) ประมาณ 9.7 ล้านล้านบาท
เจดี แวนซ์ (JD Vance) เพิ่งให้สัมภาษณ์ตอบคำถามเรื่องนี้ โดยอ้างถึงกองทุนฟื้นฟูมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ที่อาจได้รับจากกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) หากอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลง

ที่มา :https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1323394473282243/?rdid=shSAw5tLZYPSi1wp#

ครุกแมนเตือน “อาณาจักรมัสก์” !! หุ้น SpaceX วิ่งพุ่งวันที่เข้าเทรด มูลค่าบริษัททะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ผลิตภัณฑ์หลายอย่างยังไม่เกิดจริง ครุกแมนเปรียบเหมือนแชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์

พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ออกโรงเตือนนักลงทุนถึงความเสี่ยงการลงทุนในหุ้น SpaceX เขาเขียนบทความลงในเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย Substack เมื่อวันศุกร์ (12 มิ.ย.69) ซึ่งเป็นวันที่หุ้นของบริษัทขนส่งทางอวกาศและธุรกิจดาวเทียม SpaceX ของอีลอน มัสก์ เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดแนสแด็ก โดยราคาหุ้นพุ่งขึ้น 19% จากราคาไอพีโอที่ตั้งไว้ 135 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ 160.95 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่งมูลค่าตลาดของ SpaceX ทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ การพุ่งขึ้นของหุ้นจากไอพีโอครั้งประวัติศาสตร์ ทำให้มัสก์กลายเป็นมหาเศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์คนแรกของโลก

ครุกแมน เล่าแบบประชดว่า เมื่อวันพฤหัสบดี เขาเดินทางทริปสั้นๆ เริ่มด้วยการนั่งรถไฮเปอร์ลูป (Hyperloop) ท้องถิ่นที่วิ่งผ่านอุโมงค์ซึ่งขุดโดยบริษัท บอริ่ง คอมพานี (Boring Company) จากนั้นเขาก็ใช้ชิปฝังสมองสั่งการเรียกเทสลา โรโบแท็กซี่ (Tesla robotaxi แท็กซี่ไร้คนขับอัจฉริยะ และในระหว่างเดินทาง เขาก็นั่งอ่านข่าวอัปเดตล่าสุดจากอาณานิคมบนดาวอังคารไปด้วย

“โอเค... ความจริงคือ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักอย่าง เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมันไม่มีอยู่จริง!” ครุกแมนสรุป

สัญญาหลายอย่างของมัสก์ไม่เป็นจริง
ครุกแมน สาธยายว่า ไม่มีไฮเปอร์ลูปที่ใช้งานได้จริง บอริ่ง คอมพานี ไม่เคยขุดอุโมงค์เชิงพาณิชย์เลยสักแห่ง ส่วนเทสลาก็มีแท็กซี่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ที่ยังไม่ใช่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบสมบูรณ์ วิ่งอยู่แค่ในเมืองออสติน และไม่มีที่อื่นอีกเลย (ในขณะที่แท็กซี่ไร้คนขับ Waymo ของกูเกิล เปิดให้บริการแล้วในศูนย์กลางเมืองใหญ่หลายแห่ง) ด้านนิวราลิงก์ (Neuralink) ที่อ้างว่าเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีชิปฝังสมอง ก็เพิ่งทดสอบผลิตภัณฑ์กับคนไข้เพียงไม่กี่ราย และยังไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น และแน่นอนว่าเรื่องอาณานิคมดาวอังคารน่ะเหรอ? ยังไม่เคยมีแม้กระทั่งเที่ยวบินที่มีมนุษย์ควบคุมเดินทางไปดาวอังคาร และไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ด้วยซ้ำ

ครุกแมน เอ่ยว่า ทว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ กลับสัญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าบริการแต่ละอย่างที่ว่ามานี้ จะพร้อมใช้งานภายในปี 2025 หรืออาจจะเร็วกว่านั้น

เทสลา-สตาร์ลิงก์ ของมัสก์ประสบความสำเร็จ
ครุกแมน ยอมรับว่า มัสก์เคยประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงมาบ้าง เทสลาคือ ก้าวที่ล้ำหน้าในกระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และสตาร์ลิงก์ (Starlink) ก็เป็นบริการที่สำคัญอย่างยิ่งยวดรวมถึงเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้จริง

ครุกแมน ย้ำว่า แต่ความสำเร็จเหล่านั้นมันยังไม่มากพอที่จะส่งให้มัสก์กลายเป็นชายที่รวยที่สุดในโลกได้หรอก อันที่จริงแล้ว ความมั่งคั่งของเขาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีรากฐานมาจาก "ความเชื่อที่สร้างความจริงขึ้นมาเอง" (Self-fulfilling faith) กล่าวคือ นักลงทุนที่เชื่อมั่นในความอัจฉริยะของมัสก์ พากันแห่ไปกว้านซื้อหุ้นในบริษัทต่างๆ ที่มัสก์ควบคุมอยู่ และมูลค่าที่พุ่งสูงขึ้นของบริษัทเหล่านี้ก็กลับมาช่วยเสริมส่งให้ชื่อเสียงด้านความอัจฉริยะของเขาดูน่าเลื่อมใสยิ่งขึ้นไปอีก

เตือนมัสก์คือ แชร์ลูกโซ่
“เรามีคำนิยามสำหรับธุรกิจที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ เพียงเพราะมันสามารถดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ๆ เข้ามาได้เรื่อยๆ และที่มันดึงดูดนักลงทุนรายใหม่ๆ ได้เรื่อยๆ ก็เพราะตัวมันดูประสบความสำเร็จ... ธุรกิจแบบนั้นเขาเรียกว่า "แชร์ลูกโซ่" (Ponzi schemes) และอีลอน มัสก์ ก็คือ แชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์ดีๆ นี่เอง” ครุกแมน กล่าวเตือน

เขากล่าวว่า ยิ่งไปกว่านั้น การเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ ยิ่งทำให้เห็นชัดเจนขึ้นกว่าเดิมว่า ทักษะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมัสก์ไม่ใช่การพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต แต่เป็นความเชี่ยวชาญในการเล่นแร่แปรธาตุทางการเงิน และความสามารถในการใช้ประโยชน์จากเส้นสายวงใน โดยเฉพาะอิทธิพลที่เขามีต่อรัฐบาลทรัมป์

หากอยากเห็นภาพชัดขึ้น ให้ลองพิจารณากรณีที่มัสก์เข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ (Twitter) เมื่อปี 2022 ซึ่งต่อมาเขาเปลี่ยนชื่อเป็น X ในการระดมทุนเพื่อปิดดีลนั้น วอลล์สตรีท (กลุ่มธนาคารเพื่อการลงทุน) ได้ให้มัสก์กู้ยืมเงินถึง 13,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนี้สินที่พวกเขาตั้งใจจะรีบผ่องถ่ายออกจากบัญชีของตัวเองด้วยการขายต่อให้นักลงทุนรายอื่น แต่หลังจากนั้น มัสก์กลับเดินหน้าทำลายโมเดลธุรกิจของ X ด้วยการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นส้วมหลุมของพวกขวาจัด และพวกฝักใฝ่นาซี จนทำให้บรรดาผู้โฆษณาพากันถอนตัวหนีหาย

พอถึงช่วงฤดูร้อนปี 2024 มูลค่าของ X ดิ่งลงเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งของราคาที่ซื้อมาด้วยซ้ำ และหากธนาคารยอมขายหนี้ก้อนนี้ออกไป พวกเขาจะต้องเผชิญกับการขาดทุนถึง 40 เซนต์ต่อทุกๆ 1 ดอลลาร์ ทำให้เหล่าผู้บริหารธนาคารจำเป็นต้องแบกรับหนี้ของทวิตเตอร์เอาไว้นานกว่าที่คาดคิด จนนำไปสู่พาดหัวข่าวของ Wall Street Journal ในเดือนสิงหาคม 2024 ที่ว่า "การเข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ของอีลอน มัสก์ ถือเป็นดีลซื้อกิจการที่ย่ำแย่ที่สุดสำหรับกลุ่มธนาคาร นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน"

สายสัมพันธ์กับรัฐบาลทรัมป์หนุนธุรกิจมัสก์
ครุกแมน ระบุว่า แต่แล้วก็มีเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้น ซึ่งเข้ามาช่วยชุบชีวิตทั้งกลุ่มธนาคาร และกอบกู้ความน่าเชื่อถือทางการเงินในอนาคตของมัสก์เอาไว้ นั่นคือ การชนะเลือกตั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2024 และการมาถึงของยุค AI

หลังจากการเลือกตั้งของทรัมป์ บรรดาผู้ลงโฆษณาเริ่มทยอยกลับมาที่ X โดยอ้างเหตุผลว่าจำเป็นต้องเอาใจมัสก์ และทรัมป์ และในเดือนมีนาคม 2025 มัสก์ได้ควบรวมบริษัท AI ที่เขาเพิ่งก่อตั้งใหม่อย่าง xAI เข้ากับ X เพื่อเกาะกระแสความเห่อ AI ที่กำลังเร่งตัวขึ้น เพื่อเพิ่มมูลค่าของ X และบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวของเขาเอง

ครุกแมน กล่าวต่อไปว่า แต่โชคร้ายสำหรับมัสก์ เพราะไม่ว่าจะมองจากมุมไหน แชตบอต "Grok" ของ xAI ก็ยังตามหลังโมเดล AI ของ Anthropic และ OpenAI อยู่ห่างไกล แถมมันยังถูกมองในวงกว้างว่าไม่ปลอดภัย และเชื่อถือไม่ได้ มีอยู่ช่วงหนึ่งมันถึงกับเริ่มพ่นข้อความเหยียดเชื้อชาติ และต่อต้านยิวออกมา พร้อมกับตั้งฉายาให้ตัวเองว่า "เมคาฮิตเลอร์" (MechaHitler) แม้ว่าเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของทรัมป์จะพยายามผลักดันให้หน่วยงานรัฐต่างๆ รวมถึงกระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) หันมาใช้ Grok แต่ก็แทบจะไม่ประสบความสำเร็จเลย

มัสก์เอา SpaceX มาอุ้ม X และ xAI
ครุกแมนชี้ว่า ดังนั้น มัสก์ผู้ซึ่งเพิ่งจะอุ้ม X ด้วยการเอาไปควบรวมกับ xAI ตอนนี้กำลังจะหันมาอุ้ม xAI ต่อ ด้วยการโยนมันไปรวมเข้ากับ SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทที่มีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงอย่างสตาร์ลิงก์

และในวันนี้ SpaceX กำลังจะเข้าสู่ตลาดหุ้น การเปิดขายหุ้น IPO วันแรกในตลาด Nasdaq เปิดตัวด้วยราคาที่ทำให้บริษัทนี้มีมูลค่าสูงถึง 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งที่ความจริงแล้วเมื่อปีที่แล้วบริษัทนี้มีรายได้เพียง 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์ และยังมีผลประกอบการที่ขาดทุนด้วยซ้ำ

ครุกแมน ตั้งข้อสงสัยว่า มูลค่าที่สูงลิ่วราวกับ "อยู่นอกโลก" ขนาดนี้ มันมีความสมเหตุสมผลตรงไหน? การทำ IPO ครั้งนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานส่วนหนึ่งที่ว่า นักลงทุนรายย่อยจะยอมควักกระเป๋าจ่าย ไม่ใช่เพราะพวกเขาได้ประเมินมูลค่าทางธุรกิจของ SpaceX อย่างสมเหตุสมผลแล้ว แต่เป็นเพราะพวกเขาเชื่อว่าตัวเองกำลังซื้อหุ้นใน "ความอัจฉริยะ" ของอีลอน มัสก์ ต่างหาก

ครุกแมนโทษแนสแด็กบิดกติกาช่วยมัสก์
ครุกแมนยังกล่าวโทษผู้บริหารตลาดแนสแด็กว่า ลำพังแค่กลุ่มผู้เลื่อมใสศรัทธาอาจไม่มากพอที่จะต่ออายุเกมเล่นแร่แปรธาตุทางการเงินนี้ได้ พันธมิตรในวอลล์สตรีทของมัสก์จึงต้องเข้ามาช่วยกันโกงกฎกติกา ดัชนีหุ้นรายใหญ่บางตัว โดยเฉพาะ Nasdaq 100 และ FTSE Russell ได้ยอมเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของตัวเองเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อรับ SpaceX เข้าเป็นสมาชิกดัชนีแทบจะในทันที

นักลงทุนถูกบังคับทางอ้อมให้ซื้อหุ้น SpaceX
ครุกแมน ชี้ว่า สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การที่หุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่งถูกจัดเข้าไปอยู่ในดัชนีหุ้นรายใหญ่นั้น จะสร้างผลประโยชน์ทางการเงินให้อย่างมหาศาล เพราะหุ้นจำนวนมากในตลาดถูกถือครองโดย "กองทุนดัชนี" (Index Funds) ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่ออกแบบพอร์ตโฟลิโอมาให้วิ่งเลียนแบบพฤติกรรมของดัชนีหลักๆ ดังนั้น มันจึงเกิดความต้องการซื้อหุ้นของบริษัทนั้นๆ ขึ้นมาทันทีเมื่อถูกเพิ่มเข้าไปในดัชนีใหญ่ เพราะกองทุนดัชนีไฟต์บังคับว่าจะต้องกว้านซื้อหุ้นเหล่านั้นเข้ามาเติมในพอร์ตของตัวเอง

ตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ดัชนีรายใหญ่จะต้องรออย่างน้อยหนึ่งปีหลังจากบริษัททำ IPO เพื่อให้เวลาหุ้นได้ "เติบโตเต็มที่" ก่อนที่จะพิจารณานำเข้ารวมในดัชนีชี้วัดตลาด การยอมหักกฎเกณฑ์เพื่อ SpaceX ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นอีกครั้งว่ามัสก์มีความสามารถในการชักจูง และทำให้สถาบันหลักๆ บิดเบี้ยวได้ขนาดไหน (อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P 500 ยังคงต้านทานแรงกดดันนี้ได้ และยืนยันจะรอครบหนึ่งปีก่อนจึงจะนำ SpaceX เข้าร่วม)

ครุกแมนทำนายแชร์ลูกโซ่มัสก์จะล้มลงในที่สุด
เรื่องนี้นำไปสู่ประเด็นสุดท้ายของครุกแมน ซึ่งเขาทำนายว่า “แชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์ขนาดมหึมาที่ชื่อว่า อีลอน มัสก์ วันหนึ่งมันจะต้องพังทลายลงมาอย่างแน่นอน แต่แชร์ลูกโซ่แบบดั้งเดิมนั้นจะโกงเฉพาะเงินของนักลงทุนที่เลือกจะเดินเข้ามาเล่นด้วยตัวเองเท่านั้น ทว่าในครั้งนี้ เงินจำนวนมหาศาลที่ใช้ค้ำยันกลโกงของมัสก์ จะมาจากกระเป๋าของชาวอเมริกันธรรมดาๆ ที่ถูกบังคับทางอ้อมให้ต้องซื้อหุ้นนี้ ปัจจุบัน สินทรัพย์ของกองทุนรวมประมาณ 52% ถูกลงทุนอยู่ในกองทุนดัชนีหรือกองทุนที่อิงกับดัชนี และกว่า 50% ของครัวเรือนอเมริกันก็มีการลงทุนในกองทุนรวม ต้องขอบคุณความสมรู้ร่วมคิดระหว่างมัสก์ และวอลล์สตรีท ภายใต้แรงหนุนจากภาพลักษณ์ที่ว่ารัฐบาลทรัมป์พร้อมเป็นแบ็กหลังให้มัสก์ ทำให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากหรืออาจจะส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ ต้องถูกลากถูลู่ถูกังเข้าไปเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงเครื่องจักรยักษ์ใหญ่ของมัสก์อย่างเลี่ยงไม่ได้”

ครุกแมน กล่าวตบท้ายว่า “แล้วในอเมริกาประเทศของทรัมป์แบบนี้... ยังมีใครต้องแปลกใจกับเรื่องแบบนี้อีกงั้นหรือ?”

ปิดด่าน 100% ไม่ใช่แค่คำสั่ง!! ยืนยันบังคับใช้กฎหมายควบคู่สิทธิมนุษยชน หลังจับชาวกัมพูชาลักลอบเข้าไทย หนีเศรษฐกิจหวังหางาน ย้ำชายแดนไร้ช่องว่าง

องทัพเรือย้ำมาตรการ “ปิดด่าน 100%” เห็นผลต่อเนื่อง จับกุมชาวกัมพูชาลักลอบเข้าเมือง 3 ราย รับสารภาพหนีพิษเศรษฐกิจหวังเข้ามาหางานทำในไทย

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า มาตรการควบคุมชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างเข้มงวดตามนโยบาย “ปิดด่าน 100%” ยังคงส่งผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยกองทัพเรือร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ดำเนินการเฝ้าระวัง ลาดตระเวน และสกัดกั้นการลักลอบเข้า–ออกราชอาณาจักรตามช่องทางธรรมชาติอย่างต่อเนื่องตลอดแนวชายแดน

ล่าสุด ช่วงค่ำเมื่อคืนวาน (15 มิถุนายน 2569) เวลา 20.20 น. หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี จับกุมชาวกัมพูชา 3 ราย เป็นชาย 1 หญิง 2 พร้อมสัมภาระลักลอบเดินเท้าเข้ามาตามแนวสวนลำไย จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า บุคคลทั้ง 3 ราย ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารอนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักร โดยให้การรับสารภาพว่าเดินทางมาจากจังหวัดโพธิสัตย์และจังหวัดไพรแวง ประเทศกัมพูชา เนื่องจากไม่มีงานทำและได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา จึงตัดสินใจลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อเข้ามาหางานทำในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสะตอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนและพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด

การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการ “ปิดด่าน 100%” และการควบคุมพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดของฝ่ายความมั่นคง ซึ่งทำให้ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายไม่สามารถใช้ช่องทางปกติได้ และต้องหันไปใช้ช่องทางธรรมชาติ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมได้ในที่สุด

กองทัพเรือยืนยันว่าจะยังคงดำเนินมาตรการปิดจุดผ่านแดนและควบคุมพื้นที่ชายแดนตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มงวดต่อไป พร้อมบูรณาการกำลังกับทุกภาคส่วนในการป้องกันการลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ

"อิสราเอลจะไม่ถอนตัวออกจากเลบานอนตอนใต้ ซีเรียบางส่วน และฉนวนกาซา"

"อิสราเอลจะไม่ถอนตัวออกจากเลบานอนตอนใต้ ซีเรียบางส่วน และฉนวนกาซา"

แถลงการณ์แรกของ "เบนจามิน เนทันยาฮู" หลังจากปิดปากเงียบนับตั้งแต่ทรัมป์ประกาศบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน

พร้อมทั้งประกาศจุดยืนแข็งกร้าวว่า นอกจากจะไม่ถอนกำลังแล้ว อิสราเอลจะยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารและยึดครองพื้นที่ทั้งในเลบานอน ฉนวนกาซา และซีเรียต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ที่บังคับให้อิสราเอลต้องถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่

เนทันยาฮู ยังประกาศอีกว่า เขาไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพของทรัมป์กับอิหร่าน และจะโจมตีอิหร่านและเลบานอนเมื่อใดก็ตามที่เขาเห็นว่าจำเป็น

เนทันยาฮูยังใช้คำพูดต่อต้านสหรัฐว่า เขาไม่เห็นด้วยกับทรัมป์ในหลายประเด็น และหน้าที่ของเขามีเพียง "รับผิดชอบต่อความมั่นคงของอิสราเอล" เท่านั้น

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1323420319946325/?rdid=Gnr0hsxOeud8yato#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top