Sunday, 7 June 2026
Hard News Team

‘ทรัมป์’ แซว ‘สีจิ้นผิง’ ทำตัวเย็นชา!! ไม่มีข้อตกลงร่วมกัน ซีนประชุมจบไม่สวย ผู้นำแยกทางทันที

(30 ต.ค. 68) รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn โดยมีใจความว่า …

ซีนแรกที่เจอกัน สีจิ้นผิงดูเย็นชา ทรัมป์ก็แซวสีจิ้นผิงว่าเป็น “นักเจรจาที่แข็งกร้าวมาก ซึ่งไม่ดีเลยนะครับ” He’s a very tough negotiator that’s not good … +ไม่มีซีนกอดกันแบบชื่นมื่น #จบไม่สวย

หลังจากปิดห้องประชุมหารือกัน 1 ชั่วโมง 40 นาที ผู้นำมหาอำนาจทั้งสองคน สีจิ้นผิงและทรัมป์ ก็แยกจากกัน แบบไม่มี #ข้อตกลง ใดๆ และไม่มีซีน ยืนแถลงข่าวร่วมกัน ฝ่ายทรัมป์ก็บินกลับสหรัฐฯ เลยทันที (ไม่กลับไปเข้าร่วมประชุม APEC summit)

ป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาสอาชีพชาวสงขลา มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพ-วีลแชร์แก่ผู้ด้อยโอกาส พร้อมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บริการฟรี

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งขยายโอกาส สร้างอาชีพ สร้างชีวิตอย่างเท่าเทียมแก่ชาวสงขลา มอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมมอบวีลแชร์แก่ผู้พิการ และนำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกบริการฟรี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา

เมื่อวานนี้ (29 ต.ค. 68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย นางสาวศุภรัตน์ สมบัติเจริญไทย หัวหน้าแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ และนางสาวเนาวรัตน์ วรรณศิริ หัวหน้าแผนกหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน นำทีมลงพื้นที่มอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพแก่สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ที่มีความรู้และความสามารถ ฐานะยากจน ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ จำนวน 23 ราย คิดเป็นมูลค่า 455,950 บาท และได้นำรถเข็นวีลแชร์มามอบให้แก่ผู้พิการ จำนวน 15 ราย คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 45,000 บาท รวมมูลค่าการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 500,950 บาท (ห้าแสนเก้าร้อยห้าสิบบาทถ้วน) นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ได้นำหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชน ออกหน่วยให้บริการแจกแว่นสายตา บริการตัดผมชาย-หญิง และกิจกรรมนันทนาการ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ โดยมี นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นางสาวสุนิษา หวานแก้ว รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้จังหวัดสงขลา ร่วมในพิธี ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคใต้ จังหวัดสงขลา

นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ เปิดเผยว่า โครงการ ส่งเสริมอาชีพเพื่อสตรีและครอบครัว มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีวัตถุประสงค์ เพื่อมอบวัสดุอุปกรณ์ประกอบอาชีพ แก่ สตรี บุรุษ พ่อเลี้ยงเดี่ยว ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีความรู้และความสามารถ ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ขอนแก่น ลำพูน ลำปาง เชียงราย และพิษณุโลก คัดกรองผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม เสริมทักษะอาชีพ ส่งมาให้มูลนิธิฯ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การดำเนินการโครงการดังกล่าวนี้ จะมีส่วนสนับสนุน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างความสุขสู่ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

‘กองทัพรัฐฉาน’ ลดธงชาติลงครึ่งเสา ร่วมแสดงความอาลัยต่อการสวรรคต ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

(30 ต.ค. 68) สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) ออกแถลงการณ์แสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลดธงชาติไทใหญ่ น้อมส่งพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 เพื่อแสดงความโศกเศร้าและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

กองทัพรัฐฉาน RCSS/SSA เผยภาพลดธงชาติไทใหญ่ที่กองบัญชาการควบคุมส่วนหน้า ที่ 1 กิ่งอำเภอเมืองต๋น จังหวัดเมืองสาด เมียนมา พร้อมระบุว่า การแสดงความอาลัยครั้งนี้สะท้อนถึงความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และยกย่องพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพระองค์

สำหรับ RCSS/SSA เป็นกลุ่มกอบกู้เอกราชของชนชาติไตหรือไทใหญ่ในรัฐฉานใต้ มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับประเทศไทย และมักจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแก่พระมหากษัตริย์และพระราชินีไทยทุกปีมาตั้งแต่ปี 2542 การลดธงชาติไทใหญ่ในครั้งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความอาลัย และการยกย่องพระมหากรุณาธิคุณของพระพันปีหลวงต่อปวงชนและดินแดนไทย-ไทใหญ่

‘ทรัมป์’ สั่งทดสอบนิวเคลียร์ทันที ครั้งแรกในรอบ 33 ปีของสหรัฐฯ ตอบโต้ ‘จีน-รัสเซีย’ ขยายคลังอาวุธ นานาชาติจับตาความมั่นคงระหว่างประเทศ

(30 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งให้กองทัพสหรัฐฯ เริ่มการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ทันที เป็นครั้งแรกในรอบ 33 ปี โดยประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระหว่างเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ Marine One เพื่อพบปะเจรจาด้านการค้ากับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้

ทรัมป์ระบุว่า การทดสอบดังกล่าวจะทำให้สหรัฐฯ เท่าเทียมกับอำนาจนิวเคลียร์อื่นๆ โดยกล่าวถึงรัสเซียเป็นอันดับสอง และจีนเป็นอันดับสาม ซึ่งคาดว่าจะใกล้เคียงกันภายใน 5 ปี แม้ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าการทดสอบเป็นแบบระเบิดนิวเคลียร์หรือการทดสอบขีปนาวุธที่สามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากจีน ขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์มากกว่า 2 เท่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และรัสเซียเพิ่งประกาศการทดสอบขีปนาวุธครูซและเรือดำน้ำนิวเคลียร์ได้สำเร็จ โดยสำนักวิจัย CSIS ประเมินว่าจีนจะมีอาวุธนิวเคลียร์มากกว่า 1,000 ชิ้น ภายในปี 2030

สำหรับสหรัฐฯ การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 1992 การทดสอบมีทั้งข้อมูลทางเทคนิคและสัญญาณ ยืนยันอำนาจยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ต่อรัสเซียและจีน ขณะที่ประวัติศาสตร์ระเบิดนิวเคลียร์เริ่มตั้งแต่ปี 1945 ที่แอละโมกอร์โด รัฐนิวเม็กซิโก ก่อนจะทิ้งระเบิดฮิโรชิมาและนากาซากิเพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่สอง

ลำปาง-มทบ.32 ประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวานนี้ (29 ต.ค. 68) เวลา 17.00 น. ที่วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม พระอารามหลวง จังหวัดลำปาง พลตรี กวิน ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 มอบหมายให้ พันเอก สุกิจ ภิญโญ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมีพระจินดารัตนาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะข้าราชการสังกัดมณฑลทหารบกที่ 32 หน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดลำปาง สำนักงานทหารผ่านศึกเขตลำปาง และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดลำปาง ร่วมพิธีและถวายความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ
ภาวินันท์ บุตรหล้า รายงาน

ผบ.ตร. ชื่นชม สืบนครบาล 8 ขยายผลจับกุมยาไอซ์ 50 กิโล ใช้ชุมชนวัดเป็นแหล่งซุกซ่อนและจำหน่าย

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ทลายเครือข่ายยาเสพติด สร้างชุมชนสีขาวที่ยั่งยืน จึงสั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งการระดมกวาดล้างยาเสพติด พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผบก.น.8  พ.ต.อ.ดุสิต วาลีประโคน รอง ผบก.บก.น.8 ทะลายเครือข่ายยาเสพติดที่ใช้ชุมชนเป็นแหล่งจำหน่ายและซุกซ่อน ซึ่งถือว่าเป็นภัยต่อชุมชนและสังคม

เมื่อวันที่ (29 ต.ค.68) เวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 นำโดย พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8 พร้อมด้วยชุดสืบสวน ได้เปิดปฏิบัติการล่าผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ย่านคลองสาน

สืบเนื่องมาจาก ชุดสืบสวน บก.น.8 ขยายผลกลุ่มผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จนทราบว่าต้นทางยาเสพติด มีเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ที่ลักลอบกระจายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งซุกซ่อนยาเสพติดจำนวนมากไว้ในรถยนต์ ภายในชุมชนวัดเศวตฉัตรวรวิหาร แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร แล้วจึงจัดจำหน่ายให้ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่

ชุดปฏิบัติการจึงได้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาจัดทีมเฝ้าติดตามเพื่อพิสูจน์ทราบกลุ่มผู้ต้องสงสัยรวมถึงรถยนต์ในบริเวณดังกล่าว จนพบ รถ จยย. ที่ใช้จัดส่งยาเสพติดให้กับลูกค้าในชุมชน รถยนต์ที่คาดว่าใช้ซุกซ่อนยาเสพติด และชายต้องสงสัย 2 ราย จึงได้สืบสวนติดตามพฤติกรรมเรื่อยมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ  20.20น. ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนนครบาล 8 ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรม ของผู้ใช้รถยนต์คันดังกล่าว จนกระทั่งพบของนายเพชรตรากรณ์ฯ อายุ 36 ปี ขับรถยนต์เข้ามาที่เกิดเหตุ จึงเชื่อได้ว่าอาจมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ คันดังกล่าว จึงได้วางแผนการตรวจค้น จนกระทั่งพบเห็นนายเพชรตรากรณ์ ขับรถเข้ามา โดยมีนายกรธวัชฯ อายุ 54 ปี มาเปิดรถยนต์จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเรียกเพื่อทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นรถยนต์ พบยาไอซ์ จำนวน 50 ถุง น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม และตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน เป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” และควบคุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางกลับไปยังกองกำกับการสืบสวนนครบาล 8 เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม

หลังจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว ในข้อหา สมคบฯ ฟอกเงิน และประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินการตามมาตรการตรวจยึดทรัพย์ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. กล่าวว่า การปราบปรามกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ในครั้งนี้ ผบ.ตร. ได้กำชับให้ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน และทันที เนื่องจาก กลุ่มผู้ต้องหาใช้พื้นที่ในชุมชนหลังวัด ซึ่งถือว่าเป็นภัยต่อชุมชนและเยาวชน ที่เป็นอนาคตของชาติโดยตรง และจะสั่งการให้สืบสวนขยายผลทลายเครือข่ายถึงต้นตอให้ถึงที่สุด

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ขอประชาสัมพันธ์ประชาชน หากพบเห็นหรือมีเบาะแสการขายยาเสพติดในพื้นที่ชุมชน หรือบริเวณใกล้เคียงที่พักของท่าน สามารถแจ้งเบาะแสดังกล่าวผ่านช่องทางสายด่วน 191 หรือ สถานีตำรวจในพื้นที่ของท่าน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตา - ฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อยุธยา พิจิตร สุโขทัย และอุตรดิตถ์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมงบฯ กว่า 3.4 ล้านบาท

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซับน้ำตา - ฟื้นฟูหลังน้ำลดแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อยุธยา พิจิตร สุโขทัย และอุตรดิตถ์ แจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค มอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังทั้งหลัง และช่วยเหลือค่าฌาปนกิจแก่ญาติผู้เสียชีวิต เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมงบฯ กว่า 3.4 ล้านบาท

ระหว่างวันที่ 25 – 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ พร้อมด้วย นายรัชพร ประสงค์ทรัพย์ หัวหน้าแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และ และนายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย จัดทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และทีมบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ ลงพื้นที่ซับน้ำตาผู้ประสบอุทกภัยในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลด ในพื้นที่จังหวัดอยุธยา พิจิตร สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมัน และน้ำปลา รวมจำนวน 5,500 ชุด ๆ ละ 450 บาท โดยในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ มูลนิธิฯ ได้มอบเงินสงเคราะห์กรณีบ้านเรือนที่เสียหายจากอุทกภัย หลังละ12,000 บาท จำนวน 65 หลัง นอกจากนี้ในพื้นที่จังหวัดอยุธยาและอุตรดิตถ์ มูลนิธิฯ ได้มอบเงินสงเคราะห์ค่าฌาปนกิจให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตรวมจำนวน 11 รายๆ ละ 20,000 บาท รวมงบประมาณการฟื้นฟูหลังน้ำลดในรอบนี้ทั้งสิ้น 3,475,000 บาท (สามล้านสี่แสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน) โดยมี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางศิริพร โอภาสวงศ์ อาสาสมัครกิตติมศักดิ์มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ร่วมลงพื้นที่แจกจ่ายและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบภัย และสมาคม/มูลนิธิแต่ละจังหวัด เป็นผู้ประสานงานและร่วมให้ความช่วยเหลือ

เมื่อเกิดอุทกภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้จัดทีมบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเรือท้องแบน และ โรงครัวเคลื่อนที่เพื่อประกอบอาหารกล่อง พร้อมถุงยังชีพ ชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมว นำแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย เพื่อการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ ในเบื้องต้น หลังจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ จะดำเนินการประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์ ฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินค่าฌาปนกิจศพแก่ญาติผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย รายละ 20,000 บาท ทั้งนี้ กรณีมีผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัย ญาติของผู้เสียชีวิตสามารถขอรับเงินช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418 ต่อ ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ 

นับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2568 เป็นต้นมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในโครงการฟื้นฟูหลังน้ำลดแล้วทั้งสิ้น 15 จังหวัด รวมงบประมาณการช่วยเหลือไม่ต่ำกว่า 24.1 ล้านบาท

ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้านต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยแต่งตั้ง ‘ดร.เศรษฐพุฒิ’ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพระคลังข้างที่

(30 ต.ค. 68) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชวินิจฉัยแต่งตั้ง ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงานพระคลังข้างที่ ตามคำสั่งสำนักงานพระคลังข้างที่ ที่ 31/2568 ลงวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ทั้งนี้ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ผู้อำนวยการพระคลังข้างที่ เป็นผู้ลงนามในคำสั่งดังกล่าว

สำหรับ ประวัติ ดร.เศรษฐพุฒิ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ผู้คร่ำหวอดในวงการการเงิน เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ ธปท. คนที่ 21 ระหว่างปี 2563–2568 จบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) และเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายแห่ง เช่น กรรมการนโยบายการเงิน ธปท., สภาพัฒน์, ก.ล.ต. และ คปภ. โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการนำพาเศรษฐกิจไทยผ่านช่วงวิกฤตหลายครั้ง

ทั้งนี้ สำนักงานพระคลังข้างที่ เป็นหน่วยงานในพระองค์ที่รับผิดชอบดูแลและบริหารทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งถูกนำกลับมาใช้ชื่อนี้อีกครั้งในรัชกาลปัจจุบัน ภายใต้การกำกับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางเศรษฐกิจในพระราชสำนักและประเทศชาติ

สมุทรปราการ-คณะสงฆ์วัดหนามแดง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร อุทิศถวายพระราชกุศลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (30 ต.ค. 68) ณ อาคารปฎิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติฯ วัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดย พระครูวิทูรกิจจาทร (พระครูจาบ) เจ้าอาวาสวัดหนามแดง

นำคณะสงฆ์วัดหนามแดง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร ในวาระครบ 7 วัน อุทิศถวายพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ในการนี้ พระภิกษุสงฆ์วัดหนามแดงได้สวดพระพุทธมนต์  อุทิศถวายพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

จากนั้น ว่าที่ร้อยตรีหญิง สายสวาท สุขวิชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร คณะครู กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ข้าราชการ และข้าราชการตำรวจ สภ.บางแก้ว ตลอดจนประชาชน ร่วมถวายผ้าไตรจีวรแด่พระภิกษุสงฆ์ จากนั้นได้ร่วมถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์วัดหนามแดง เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

ทั้งนี้ ทางวัดหนามแดงได้เปิดให้ประชาชนทั่วไป และข้าราชการได้ร่วมลงนามถวายความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 

‘วิชัย ทองแตง’ เปิดหลักสูตร CIC ปั้นผู้ประกอบการลุยธุรกิจแห่งอนาคต ชู AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดัน Startup โตแบบก้าวกระโดด

‘วิชัย ทองแตง’ ปั้นหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ นำผู้ประกอบการสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดด ชู AI-Creative เป็นแกนหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ (29 ต.ค. 68) นายวิชัย ทองแตง The Godfather Of Startup ประธานกรรมการ บริษัท ดับบลิวทีเอช โฮลดิ้งส์ จำกัด และ ประธานมูลนิธิหนึ่งน้ำใจ One Love Foundation พร้อมด้วย ศ.ดร.ภก. ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้บริหาร เปิดตัวหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ “Creative Intelligence Catalyst” หรือ “CIC” ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเป็น “ตัวเร่งปฏิกิริยา” (Catalyst) ให้แก่ “Startup” ที่พร้อมเติบโตอย่างก้าวกระโดด และผู้ประกอบการที่มีธุรกิจอยู่แล้วที่ต้องการ Scale Up อย่างรวดเร็วและยั่งยืน ด้วยการผสานพลัง Creative-AI อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจุดเด่น “จับ เจอ จบ: กลยุทธ์เติบโตด้วย Creative-AI” เพื่อผลักดันให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดดสู่ระดับสากล

สำหรับการเปิดหลักสูตร “Creative Intelligence Catalyst (CIC)” นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการให้สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เข้มแข็ง และยั่งยืน ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ด้านความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) นำไปสู่การยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์

หลักสูตรดังกล่าวสำเร็จได้ ความร่วมมือของ บริษัท ดับบลิวทีเอช โฮลดิ้งส์ จำกัด โดย คุณวิชัย ทองแตง The Godfather Of Startup กับพันธมิตรหลักสำคัญ ได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมด้วย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) โดย ดร.ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) สมาคมไทยผู้ประกอบการธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA) โดย คุณธนพงษ์ ณ ระนอง นายกสมาคมไทยผู้ประกอบการธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA) และ บริษัท สตาร์ทแอนด์อัพ คอนซัลติ้ง จำกัด โดย คุณพิชาญ พรหมเมฆประธาน ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชนชั้นนำ เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ วิทยากร และเครือข่ายนักลงทุนที่พร้อมร่วมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้ได้รับประโยชน์สูงสุดใน 3 ฉากทัศน์ ได้แก่ ฉากทัศน์วิชาการ (Academic Scenario) บ่มเพาะแนวคิดและพื้นฐานของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ และการบริหารจัดการองค์กรอย่างยั่งยืน ฉากทัศน์ประสบการณ์ (Experiential Scenario) สร้างประสบการณ์ตรงผ่านกระบวนการ Coaching & Mentoring จากนักลงทุนและผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ พร้อมโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในมิติต่างๆ และฉากทัศน์การลงทุน (Investment Scenario) เปิดโอกาสครั้งสำคัญให้ผู้เข้าอบรมได้นำเสนอแผนธุรกิจและรับข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและ นักลงทุนจริง (Pitching Session) เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงแหล่งทุนจากภาคเอกชนและ Venture Capital (VC) ชั้นนำของประเทศที่พร้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ด้วยเหตุนี้ หลักสูตร CIC หลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวของไทย จึงเป็นคำตอบสำคัญสำหรับผู้ประกอบการและ Startup ที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ และใช้ Creative Intelligence เป็น “Catalyst” ในการเปลี่ยนธุรกิจให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน Creative Economy ของชาติ พร้อมสร้างปรากฏการณ์การเติบโตแบบทวีคูณในเวทีธุรกิจโลก

หลักสูตร CIC นี้ เป็นอีกหนึ่งผลงานเชิงประจักษ์ในการขับเคลื่อนตามโมเดล "สามประสานเพื่อการศึกษา" ของคุณวิชัย ทองแตง ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา คุณวิชัย ทองแตง ประธานมูลนิธิ หนึ่งน้ำใจ One Love Foundation นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ได้อุทิศตน ทุ่มเทความสามารถและประสบการณ์อันล้ำค่าของท่าน ให้แก่วงการการศึกษา ได้ชี้แนะแนวทาง ฐานความคิดใหม่อันเฉียบคมด้านการศึกษา และแนวทางสร้างคนคุณภาพของชาติ 

"การพัฒนาการศึกษาของชาติให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้นั้น ต้องมาจากการร่วมกันสร้างฐานพลังแห่งความเปลี่ยนแปลงด้วยโมเดล 'Golden Triangle' สามประสานเพื่อการศึกษา ได้แก่ การผสานความร่วมมือจาก 3 กลุ่มเข้าด้วยกัน ได้แก่ Knowledge sectors Government sectors และ Private sectors ซึ่งความร่วมมือกันตามทฤษฎี 3 ประสานนี้ จะสามารถยกระดับการศึกษาและเปลี่ยนแปลงประเทศได้ และในทุกสถานการศึกษา รวมทั้งแหล่งเรียนรู้ทั้งหลาย ต้องปลูกฝังให้เด็กไทย 'กล้าถาม-กล้าทำ-กล้าเปลี่ยน' ผมจึงขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนมาร่วมขับเคลื่อนการศึกษาของไทยและสร้างคนรุ่นใหม่ไปด้วยกันครับ เพื่อความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมและอย่างยั่งยืน" คุณวิชัย ทองแตง กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจยิ่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top