Sunday, 21 June 2026
Hard News Team

‘สนธิ’ แจง!! ไม่เคยพูดว่า ‘พีระพันธุ์’ เกี่ยวข้องกับคนบนเรือในคดีแตงโม แต่เชื่อ!! รู้จักกับ ‘ปอ ตนุภัทร’ สนิทถึงขั้นให้เรียก ‘อาตุ๋ย’ อย่างเป็นกันเอง

(16 ก.พ. 68) นายสนธิ ลิ้มทองกุล สื่อมวลชนอาวุโส และเจ้าของสื่อในเครือผู้จัดการ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ขอชี้แจงเรื่องคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

ผมขอชี้แจงเรื่องที่ผมพูดไปใน "สนธิเล่าเรื่อง" เมื่อวันพุธที่ผ่านมา(12ก.พ.) ว่า คุณปอ ตนุภัทร หนึ่งในคนบนเรือ ได้มีการโทรศัพท์คุยกับคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นั้น ผมยืนยันว่าไม่ได้เป็นข้อมูลที่มาจาก DSI เลย และไม่มีทางที่ DSI จะส่งข้อมูลนี้มาให้ผม แต่ผมได้ข้อมูลและการวิเคราะห์จากแหล่งข่าวของผมเอง

ข้อแรก เมื่อคืนวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 คุณอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จัดรายการ "โคนันเมืองไทย" แล้วใบ้คำถึงคนบนเรือ โทรคุยกับนักการเมืองคนหนึ่ง แล้วใบ้คำว่าหนึ่ง เป็นรัฐมนตรีในชุดที่แล้วและรัฐมนตรีชุดนี้ สอง เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง สาม เป็นคนดูแลกระทรวงสำคัญ และสี่ เป็นผู้ที่จบและมีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ผมเห็นข้อมูลแล้ววิเคราะห์ได้ว่าน่าจะหมายถึงคุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และไม่ใช่ผมคนเดียว เพราะคอมเมนต์ในคลิปคุณอัจฉริยะ ก็มีคนคิดแบบผมพิมพ์เข้ามาเยอะมาก ในที่สุดผมก็เลยต้องให้ทีมงานไปค้นรูปเก่าๆ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณพีระพันธุ์ กับคนบนเรือ ว่ามีหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณปอ ซึ่งเป็นคนค้าขายเรือและรถหรู น่าจะรู้จักนักการเมืองเยอะ ผมก็เลยเจอรูปจริงๆ ผมเลยเชื่อว่าคุณปอ จะต้องโทรหาคุณพีระพันธุ์ 

ประกอบกับผมมีพยานกลับใจคนหนึ่งมาบอกว่า คุณปอ โทรหาคุณพีระพันธุ์ และมีการพูดคุยกันจริง แล้วผมก็วิเคราะห์และเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ผมยืนยันข้อเท็จจริงไม่ได้ นอกจากสื่อมวลชนและ DSI ต้องไปสอบคุณพีระพันธุ์ เอาเอง ผมแค่ยืนยันอีกครั้งว่าผมไม่ได้รับข้อมูลจากที่ไหนเลย แต่ได้มาจากแหล่งข่าวและการวิเคราะห์ของผมเอง

และผมก็ได้ข่าวว่า คุณปอเรียกคุณพีระพันธุ์ว่า "อาตุ๋ย" ทุกคำ เพราะช่วงก่อนเลือกตั้งปี 2566 นายปอ เข้าไปที่พรรครวมไทยสร้างชาติ มานำเสนอโปรแกรมระบบไอที ตอนนั้นในพรรคก็ต่อต้าน เพราะกลัวนายปอ จะแย่งงาน แสดงว่านายปอ กับคุณพีระพันธุ์ รู้จักและสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง ส่วนจะโทรและคุยกันเรื่องอะไร ไม่ทราบ เพียงแต่ว่าในวันที่โทรนั้นเป็นวันรุ่งขึ้นหลังจากที่พบว่าแตงโม ได้เสียชีวิตไปแล้ว ให้ผมเดา ผมไม่กล้าเดา ก็เป็นไปได้ว่าจะโทรไปปรึกษาหารือเรื่องคดีความ แต่จะเป็นอะไรนั้น ผมไม่รู้จริงๆ เอาเป็นว่า ข้อแรก ความจริงก็คือว่า ทั้งคุณพีระพันธุ์ และคุณปอ รู้จักกันดี ถ้าไม่รู้จักกันดีจะเรียกว่า อาตุ๋ย ได้อย่างไร และสอง ได้มีการโทรไปจริง นี่ผมวิเคราะห์จากสิ่งแวดล้อมแล้ว

‘นิพนธ์’ เสนอ ‘นายกฯ-ครม.’ เร่งผลักดันงบ ‘Hatyai Monorail’ หวั่นล่าช้า ทำต้นทุนพุ่ง ชี้!! เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของหาดใหญ่

(16 ก.พ. 68) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 8 สมัย เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เร่งผลักดันโครงการ Hatyai Monorail พร้อมเร่งรัดการพิจารณางบประมาณโดยสำนักงบประมาณ เพื่อให้โครงการเกิดขึ้นโดยเร็ว ลดต้นทุนที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต  

นายนิพนธ์ เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ซึ่งจะจัดขึ้นที่จังหวัดสงขลา ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นี้ เป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะขับเคลื่อนโครงการระบบขนส่งสาธารณะของอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเชื่อมต่อ สถานีคลองหวะ – สถานีรถตู้ โดยโครงการดังกล่าวผ่านการศึกษาความเป็นไปได้แล้ว และมีศักยภาพสูงในการพัฒนา  

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โครงการต้องรอการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ ว่า จะจัดสรรงบประมาณให้เท่าใด ซึ่งหากกระบวนการเป็นไปอย่างรวดเร็ว จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ ลดปัญหาการจราจร และสามารถควบคุมต้นทุนโครงการได้ แต่หากล่าช้า ต้นทุนก่อสร้างจะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ของโครงการ  

“Hatyai Monorail ไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของหาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการจราจร รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเป็นตัวแบบของความร่วมมือระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น โดยอบจ. สงขลาได้ศึกษาความเป็นไปได้และออกแบบพร้อมศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้วรอการพิจารณาอนุมัติงบประมาณ จากสำนักงบฯ พร้อมเป็นการกระตุ้นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกลาง กับท้องถิ่น และภาคเอกชน  ซึ่งการดำเนินโครงการที่รวดเร็วจะช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์โดยเร็วที่สุด” นายนิพนธ์ กล่าว  

นายนิพนธ์ ย้ำว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับโครงการนี้ และพิจารณาจัดสรรงบประมาณโดยเร็ว เพื่อให้โครงการเกิดขึ้นจริง รองรับการขยายตัวของเมืองหาดใหญ่ และปริมณฑลและเป็นต้นแบบของระบบขนส่งสาธารณะในภูมิภาคอื่นของประเทศต่อไป

‘อิ๊งค์’ ออกรายการ สรุปผลการเยือนจีน ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมส่งข้อมูลแลนด์บริดจ์เพิ่มเติมให้ เผย!! เจอกันอีกเทปต้นเดือน มี.ค.

(16 ก.พ. 68) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธาร” ตอนพิเศษ การเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ในโอกาส 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT2HD และวิทยุเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ

โดย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ในช่วงการเยือนยังได้พบผู้นำจีนทั้ง 3 ระดับ คือ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประธานสภาประชาชนแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน นายจ้าว เล่อจี้ และนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง  ซึ่งเป็นเรื่องน่าภูมิใจ เพราะการได้พบผู้นำประเทศจีนทั้ง 3 ระดับในการเยือน 1 ครั้ง ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย โดยได้หารือถึงการส่งมอบหมีแพนด้ายักษ์ 2 ตัว มาไทย ตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ ไทยเตรียมสถานที่ให้เรียบร้อย เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น

นอกจากนี้ จีนตื่นเต้นกับเรา คือ ครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน มีการสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ 72 พรรษา ในหลวง ตนเชิญชวนนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาชมความสวยงามของซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ โดยเฉพาะช่วงเดือน เม.ย.ที่มีเทศกาลสงกรานต์โดยนายกฯได้เน้นย้ำความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ และตำรวจท่องเที่ยวจะดูแลพี่น้องนักท่องเที่ยวจีนเป็นอย่างดี และได้เล่าเรื่องพระเขี้ยวแก้วให้กับสื่อมวลชนจีนรับทราบ ต่างฝ่ายชื่นชมซึ่งกันและกัน รวมถึงแผนงานความสัมพันธ์ระหว่างกันในอีก 50 ปีต่อจากนี้ของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี และช่วยเหลือเกื้อกูลกันแบบนี้ นี่คือธีมที่ 2 ประเทศได้คุยกัน

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์นั้นทั้ง 2 ประเทศได้พูดคุยอย่างจริงจัง ซึ่งประธานาธิบดีจีนชื่นชมไทยที่มีการจัดการเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด และจะตั้งทีมทํางาน 2 ทีม เพื่อช่วยกันในเรื่องนี้  โดยจีนประสงค์จะช่วยมากกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่ได้ขอแค่การตั้ง 2 ทีม ที่จะสามารถสั่งการได้อย่างรวดเร็ว โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศช่วยกํากับดูแลในการพูดคุยของทั้ง 2 ทีม ให้พูดคุยแล้วสามารถหาข้อสรุปได้ทันที นับว่าเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ 

นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือด้าน “ซอฟต์พาวเวอร์” ระหว่างกัน เช่น มวยไทย ร้านอาหารไทย ว่าจะทำอะไรกับจีนได้บ้าง โดยจะมี working team มาติดต่อกันอีกครั้ง ส่วน สินค้าเกษตรของไทยนั้น จะให้จีนกับไทยร่วมกันกําหนดมาตรฐาน เพื่อให้มีมาตรฐานเท่ากัน โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะรับไปดำเนินการต่อ เพื่อให้ผู้ประกอบการเสียต้นทุนน้อยที่สุด มีกำไรมากขึ้น เกิดความสะดวกเพิ่ม เป็นการเปิดช่องทางสินค้าเกษตรไทย ซึ่ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้กล่าวว่า ชอบทุเรียนหมอนทอง และมะม่วง พอได้ยินอย่างนั้น ก็ดีใจ

น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวถึงรถไฟความเร็วสูง และ โครงการแลนด์บริดจ์  รถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 และ 2 ยังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง หากเสร็จแล้วทั้งจีน ลาว ไทย จะสามารถส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถส่งทุเรียนหมอนทองไปมอบให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้ เป็นการลดต้นทุน เพิ่มโอกาส SME และเกษตรกรไทย และยังเป็นอีกช่องทางสำหรับผู้ที่จะทำธุรกิจ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา ประหยัดต้นทุน ซึ่งจีนให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมาก และขอให้ไทยเร่งดำเนินการ ซึ่งได้สั่งการกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดเรื่องนี้แล้ว

จีนยังให้ความสนใจโครงการแลนด์บริดจ์มากเช่นกัน และต้องการให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้น หากโครงการเกิดขึ้น จะมีการเชื่อมกันและจีนได้ขอข้อมูลผลการศึกษาโครงการเนื่องจากจีนเห็นถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการดังกล่าว ซึ่งจะเกิดผลดีทั้งจีนและประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะมอบหมายให้ทีมที่ทำการศึกษาโครงการดังกล่าว ส่งข้อมูลเพิ่มเติมไปให้ รวมทั้งการเชิญชวนมาลงทุนด้วย

การมีแลนด์บริดจ์จะช่วยลดเวลาการส่งออกได้ 4 วัน สามารถประหยัดต้นทุนของผู้ประกอบการได้ 15 %  ช่วยประหยัดน้ำมัน ทำให้ต้นทุนถูกลง ผู้บริโภคก็ซื้อของในราคาที่ถูกลงด้วย ได้ผลดีทั้งระบบ โดยจะดำเนินการควบคู่กับเรื่อง Green Energy ประหยัดพลังงานด้วย นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นฮับโลจิสติกส์  สร้างโอกาสการจ้างงาน และการซื้อขายสินค้า

นายกฯ ยังกล่าวถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนว่า ได้เชิญชวน บริษัท Xiaomi ให้มาสร้างโรงงานผลิตรถ EV ที่ประเทศไทย เพื่อเพิ่มโอกาสการจ้างงานในประเทศ ซึ่งไทยได้พูดคุยกับประเทศในอาเซียน และมีบทบาทในเวทีอาเซียน ก็จะเป็นอีกข้อเสนอสำคัญที่นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในประเทศ

ทั้งนี้ ได้มีการเซ็น MOU 14 ฉบับ ซึ่งเป็นสิ่งที่สื่อจีนให้ความสนใจ และได้ประโยชน์ อาทิ ข้อมูลออนไลน์ต่าง ๆ ที่จะแชร์ร่วมกันระหว่างไทยกับจีน สแกมเมอร์ ข้อมูลการพัฒนาต่าง ๆ เช่น เครื่องมือทางการเกษตร เป็นต้น ซึ่งจะสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้

นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนการพบภาคเอกชนและสื่อมวลชนจีน เป็นการพบกับและพูดคุยกับอินฟลูเอนเซอร์ อย่าง POP MART Xiao Hong Shu Meitu Dianping เรื่องการนำร้านอาหารไทย ขึ้นบนแพลตฟอร์มจีน โดยได้แนะนำ แอปฯ สำหรับนักท่องเที่ยว ที่ตำรวจไทยจัดทำขึ้น เพราะต้องการให้นักท่องเที่ยวใช้ หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัย เพื่อให้นำไปไว้บนแพลตฟอร์มจีน และขอขอบคุณที่มาช่วยกันสื่อสารให้กับประชาชนจีนทราบ

นายกฯ ยังกล่าวถึงการร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ฤดูหนาว ครั้งที่ 9 ได้พบนักกีฬาไทย รู้สึกดีใจมาก ได้ร่วมชมและเชียร์การแข่งขัน Ice Hockey ชายทีมชาติไทย และคิดว่าน่าจะนำกองเชียร์ไทยไปร่วมเชียร์ พร้อมให้กำลังใจนักกีฬาที่ร่วมแข่งขันและรู้สึกประทับใจนิทรรศการน้ำแข็งที่มีสวยงามมาก รวมถึงพิธีเปิดการแข่งขัน อีกทั้ง ได้แสดงความยินดีกับความสำเร็จของ นายปอล ฮองรี วิเยอร์ต๊องส์ นักกีฬาเอเชียนวินเทอร์เกมส์ ที่คว้าเหรียญทองแดงแรกจากกีฬา Freestyle skiing

ในช่วงท้ายรายการ นายกฯ ได้สรุปผลการเยือนจีนว่า เรื่องแรก ความมั่นคง ได้ความร่วมมือการแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะต้องลดลงและเห็นผลอย่างรวดเร็ว  เรื่องที่สอง คือ การค้า Landbridge การตรวจสอบคุณภาพ (QC) สินค้าที่จะส่งออก จะสามารถส่งออกสินค้าได้เร็วขึ้น ไม่เสียต้นทุนมาก โดยเฉพาะ Landbridge เมื่อเกิดขึ้น ช่วยประหยัดพลังงาน มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น มีการจ้างเพิ่ม สินค้าเกษตรที่ล้นตลาดก็จะไม่ล้น และสาม คือ ความสัมพันธ์ระดับประชาชน-ประชาชน (People to people) เชื่อมสัมพันธ์ของไทย-จีน ที่มีต่อไปในอีก 50 ปีข้างหน้า ซึ่งต่างเห็นพ้องว่าจะเสริมสร้างความสัมพันธ์แบบนี้ให้ยาวนานต่อไป

นายกฯ ยังเปิดเผยด้วยว่า อย่าลืมติดตามอีกเทปประมาณช่วงต้นเดือน มี.ค.68

‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์’ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพ จับมือ ‘AFD’ จากฝรั่งเศส เดินหน้า!! แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อให้คนไทย มีลมหายใจที่สะอาด

(16 ก.พ. 68) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรรมการบริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง ยามยาก สภากาชาดไทย ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพ ได้ร่วมกับ AFD หน่วยงานของกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส เดินหน้าทำโครงการร่วมพัฒนาคุณภาพอากาศในอาเซียน โดยนำคณะทำงานของอาเซียนมาร่วมกันศึกษาการพยายามแก้ไขมลพิษทางอากาศในไทย ร่วมงานกับทั้งหน่วยงานรัฐและภาคประชาสังคม อย่างสภาลมหายใจกรุงเทพฯ เพื่อให้ประชาชนได้มีอากาศสะอาด

‘ซาบีดา’ รมช.มหาดไทย เปิดงานสัญลักษณ์เมืองเลิงนกทา จ.ยโสธร ระทึกเวทีถล่ม เจ้าตัวบาดเจ็บเล็กน้อย โชว์สปิริต!! เปิดงานต่อ ขณะ ‘สส.ยโสธร’ เจ็บหนัก

(16 ก.พ. 68) เกิดเหตุ ฉากราวเหล็กเวที งาน “สัญลักษณ์เมืองเลิงนกทา” จ.ยโสธร ถล่มลงมา ในระหว่าง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เปิดงาน เบื้องต้นเจ้าตัวโดนแผงเหล็กบริเวณศีรษะ บาดเจ็บเล็กน้อย สามารถเปิดงานต่อได้ และถ่ายรูปร่วมกับพี่น้องประชาชน ก่อนที่จะเดินทางไปที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจร่างกาย ล่าสุดได้ทำ CT สแกน ผลปกติ ขณะนี้เดินทางกลับแล้ว

ขณะที่ นายธนพัฒน์ ศรีชนะ สส.ยโสธร จาก x-ray และ CT แสกน พบกระดูกสันหลัง T3 แตกจึงส่งต่อไป รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี

ด้าน นายสุทธิชัย จรูญเนตร สส.อุบลราชธานี อาการบาดเจ็บเล็กน้อย รักษาต่อที่ รพ.เอกชน

‘รมว.ศธ. เพิ่มพูน’ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ให้น้องนักเรียนไทย!! ผู้ชนะโอลิมปิควิชาการ

(16 ก.พ. 68) พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่นักเรียนผู้แทนประเทศไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ ภายใต้โครงการ ASMOPSS Thailand เพื่อไปแข่งขันต่อระดับนานาชาติใน โครงการ Asian Science & Mathematics Olympiad for Primary and Secondary School (ASMOPSS) รวมทั้งผู้บริหารโรงเรียน และครูผู้สอน ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ. กล่าวว่า “นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เรียนดี มีความสุข มีเป้าหมายการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต การส่งเสริมให้นักเรียนมีความเป็นเลิศด้านวิชาการ มีศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ จนสามารถร่วมการแข่งขันและได้รับการรางวัลการันตีในระดับนานาชาตินั้น แสดงว่านักเรียนแต่ละคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจพยายามฝึกฝนเรียนรู้และมีความสุขกับสิ่งที่ทำ และยังได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากผู้ปกครอง ครูผู้สอนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน สิ่งที่อยากฝากให้ทุกคนนำไปปรับใช้นั่นคือ ความฉลาดรู้ ฉลาดคิด และฉลาดทำ”

นางสาวพรพัชร แผลงเดช ประธานโครงการ ASMOPSS THAILAND กล่าวว่า “ถือเป็นปีที่เราประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะนักเรียนผู้แทนที่เข้าแข่งขันได้รับรางวัลกลับมาให้คนไทยชื่นชมทุกคน รู้สึกภูมิใจมากเพราะเราคัดเลือกกันอย่างเข้มข้นเพื่อให้ได้นักเรียนที่มีความสามารถมากที่สุดมาเป็นตัวแทนประเทศไทย และนอกจากนี้ทาง บริษัท ไมราห์ อินเตอร์ กรุ๊ป ได้รับสิทธิ์และความไว้วางใจในการจัดสอบแข่งขันระดับนานาชาติในปีนี้หลายรายการอีกด้วย

นายธนากร แผลงเดช นายกสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ กล่าวถึงการสนับสนุนและผลักดันโรงเรียนเอกชนนอกระบบว่า “เราพร้อมที่จะสนับสนุน ผลักดันทั้งโรงเรียนกวดวิชา สอนภาษา ดนตรี กีฬา เสริมทักษะชีวิต บริบาล และโรงเรียนสอนอาชีพ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ ศธ. เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเยาวชนของชาติให้มีคุณภาพ ตลอดจนส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทยทุกช่วงวัยและพร้อมที่จะเติบโตไปเป็นพลังที่สร้างสรรค์สิ่งดีๆให้กับสังคมต่อไป”

สำหรับโครงการ ASMOPSS THAILAND เป็นความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกวดวิชาเอซายน์ และ บริษัท ไมราห์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ได้รับสิทธิ์ให้จัดการแข่งขันเพื่อคัดเลือกนักเรียน ผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ระดับนานาชาติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

และยังเป็นการสนับสนุนเวทีให้เด็กไทยแสดงความสามารถด้านวิชาการ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สะท้อนความสำเร็จของเด็กไทยใน Gen นี้ เน้นทักษะการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ด้วยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นฐาน โดยมีประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม ทาจิกิสถาน กัมพูชา ปากีสถานชาอุดิอาระเบีย และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ให้ความร่วมมือ

ทั้งนี้ มีนักเรียนผู้แทนจากประเทศไทยได้รับรางวัลทั้งหมด 36 รางวัล แบ่งเป็น รางวัลประเภทบุคคล 28 รางวัล (10 เหรียญทอง, 12 เหรียญเงิน, 6 เหรียญทองแดง) และ รางวัลประเภททีม 8 รางวัล (รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 1รางวัล , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 4 รางวัล , รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จำนวน 3 รางวัล) โดยมีนักเรียนจากทั่วประเทศผ่านการคัดเลือกจากโครงการ ASMOPSS THAILAND เข้าร่วมแข่งขัน ASMOPSS 14 จำนวน 28 คน จากผู้เข้าแข่งขันประเภทบุคคลซึ่งเป็นผู้แทนจากประเทศอื่นทั้งหมด 136 คน และประเภท ทีมทั้งหมด 37 ทีม จาก 10 ประเทศ

นอกจากนี้ภายในงานยังได้รับความร่วมมือจากสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ เปิดบูธให้ความรู้และแนะนำหลักสูตรต่างๆเพื่อเป็นทางเลือกในการศึกษาเพิ่มเติม และสร้างพลังสนับสนุนเยาวชนไทยใส่ใจการศึกษา อาทิ บูธ Coaching English การใช้ Smart Learning App สอนภาษาอังกฤษ, บูธ Talent Detective โปรแกรมค้นหาตัวตนจากลายนิ้วมือด้วยเทคโนโลยีสุดทันสมัย, บูธ JCS แนะนำการเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น และบูธสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกขนนอกระบบ (APANE) เป็นต้นการแข่งขันวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ระดับชาติ และระดับนานาชาติ ASMOPSS (แอสมอพส์) จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยโครงการ ASMOPSS THAILAND เป็นผู้จัดสอบเพื่อคัดเลือกนักเรียน จัดสอบรอบแรก (รอบประเทศ) ในเดือนสิงหาคม ส่วนรอบสอง (รอบคัดเลือกผู้แทนประเทศ) ช่วงต้นเดือนตุลาคม จะคัดเลือกนักเรียนที่ผ่านเข้ารอบตามเกณฑ์มาตรฐานระดับนานาชาติของ ASMOPSS เท่านั้น เพื่อคัดเลือกเป็นผู้แทนของประเทศไทย

สมุทรปราการ-เฮลั่น!! อรัญญา สุวรรณบุตร แชมป์เก่า!! เขี่ยสัมล่วงแบบขาดลอยเลือกตั้งท้องถิ่น

เมื่อวันที่ (16 ก.พ. 68) ได้มีการกำหนดให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ต.แพรกษา อ.เมือง สมุทรปราการ โดยมีผู้ยื่นสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา จำนวน 2 ราย ได่แก่

นางอรัญญา สุวรรณบุตร อดีตนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ผู้สมัครหมายเลข 1 และนางสาวจริยา หลงน้อย พรรคประชาชน ผู้สมัครหมายเลข 2 โดยในวันเลือกตั้งทางเทศบาลตำบลแพรกษา ได้จัดเตรียมสถานที่ลงคะแนนการเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา จำนวน 36 หน่วยด้วยกัน ซึ่งหลังจากเปิดให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก และหลังจากที่ปิดหีบการเลือกตั้งเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ที่ผ่านมา

ทาง กกต.และคณะเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้ทยอยนับคะแนนผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ซึ่งผลจากการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ทั้ง 36 หน่วย ปรากฎว่าทางด้าน นางอรัญญา สุวรรณบุตร ผู้สมัครหมายเลข 1  ได้ 6706 คะแนน และ นางสาวจริยา หลงน้อย ได้ 2397 คะแนน นับได้ว่าผลคะแนนรวมชนะแบบขาดลอยทุกหน่วยเลือกตั้งและเป็นไปตามคาดว่าฐานคะแนนเสียงของทางนายกอรัญญา สุวรรณบุตร นั้น ยังคงแข็งโป๊ก แบบว่าหาคู่เปรียบยาก คงเป็นเพราะนางอรัญญา สุวรรณบุตร นั้น เป็นที่รักและศรัทธาของทางพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดอย่างแท้จริง อีกทั้งยังแสดงให้เห็นประจักษ์แล้วว่าต่อให้เป็นพรรคไหนจะส่งใครลงแข่งในเขตนี้คงต้องคิดหนักและเหนื่อยแน่นอนเพราะฐานเสียงที่แข็งแกร่งจริงๆ ดั่งคำที่ว่า นกมีขน คนมีพวก ย่อมบินขึ้นที่สูงได้ แต่ถ้านกมีขน แต่ไม่เอาพวกก็บินขึ้นที่สูงไม่ได้

นอกจากนี้ ทางเทศบาลตำบลแพรกษา ภายใต้การบริหารของนาง อรัญญา สุวรรณบุตร ยังมีผลงานที่โดดเด่นทั้งทางด้านการพัฒนาด้านการศึกษา ภาษา การดูแลฝึกอาชีพแก่กลุ่มผู้สูงอายุ และการพัฒนาท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่องแบบใจแลกใจ จึงทำให้สามารถรักษาเก้าอี้นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษาได้อีกสมัย

โดยทางด้าน นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีฯ กล่าวว่า ตนเองต้องขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลแพรกษาที่มอบให้ และไว้วางใจให้ตนกับมาทำหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษาอีกสมัย โดยหลังจากที่คะแนนเสียงมีมติเป็นเอกฉันท์แล้ว และได้มีการรับรองตามข้อกฎหมายกำหนดเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนั้นคงจะมีการเปิดประชุมสภาโดยท่านประธานสภา พร้อมทั้งแถลงนโยบายการขับเคลื่อนแผนพัฒนาบริหารท้องถิ่นต่อที่ประชุมสภา รวมถึงกำหนดแผนพัฒนาท้องถิ่นในด้านอื่นๆ ต่อไป หลังจากนี้ตนเองจะขอทำหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษาให้ดีที่สุดให้สมกับความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมอบให้ พร้อมทั้งจะพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

เชียงใหม่-แฟชั่นโชว์การกุศลคอลเลคชั่นพิเศษ Charity Fashion Show 2025 

(16 ก.พ. 68) นิ่มซิตี้ ร่วมกับ BELIVE PREMIUM จัดแฟชั่นโชว์การกุศลสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี่บน Promenade Runway ยาวที่สุดในภาคเหนือ คอลแลบ ผู้บริหาร นักธุรกิจ เซเลบเชียงใหม่ เดินแบบกว่า 40 ชีวิต ท่องเที่ยวและกีฬาหนุน Soft Power จังหวัดเชียงใหม่
 
“นิ่มซิตี้ คอมมูนิตี้ มอลล์” ศูนย์รวมไลฟ์ สไตล์ของชาวเชียงใหม่ โดย ดร.ปราณี สุวิทย์ศักดานนท์ จับมือร่วมกับ “บีลีฟ พรีเมี่ยม” แบรนด์เสื้อผ้าสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี่ ที่เรียบหรู ทันสมัย โดยคุณพิมอัครา พิชญ หนึ่งในแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยที่รับการคัดเลือกให้ไปแสดงผลงานใน International Fashion Week ระดับนานาชาติ จัดแฟชั่นโชว์ชุดเสื้อผ้าคอลเลคชั่นพิเศษ Charity Fashion Show 2025 พร้อมเปิดแสดง กระเป๋าถือ Premium Handbags ที่ผลิตจากผ้าไหมสั่งทอพิเศษตรานกยูงพระราชทาน ซึ่งได้รับการส่งเสริมของกรมหม่อนไหม บนPromenade Runway ยาวกว่า 130 เมตร โดยได้รับเกียรติจากผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมทั้งรองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงใหม่และรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่มาเป็นประธานจัดงานในครั้งนี้
 
นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติในงานว่า “เมืองเชียงใหม่เมืองแห่งวัฒนธรรมและ Soft Power ชั้นนำของไทย งานนี้เป็นอีกเวทีที่แสดงถึงความสร้างสรรค์ของแฟชั่นไทย ที่ผสมผสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ผมเชื่อว่าแฟชั่นคือเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลัง และเป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมที่แข็งแรง ในค่ำคืนนี้คือท่านจะได้พบกับการนำเสนอ Soft Power ของไทยสู่สายตาชาวโลก ผ่านผลงานของนักออกแบบที่มีความสามารถภายใต้แบรนด์ไทยสู่สากล พร้อมกับการนำเสนอเสื้อผ้าจากนางแบบกิตติมศักดิ์กว่า 40 ท่าน”
 
นางวารีญา แสนศรี ธมิกานนท์ รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงใหม่ และรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานจัดงาน Charity Fashion Show 2025 กล่าวว่า “เชียงใหม่เป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลายแขนงและผู้สร้างผลงานจากเชียงใหม่หลายแบรนด์ก็มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีมาก มีฝีมือในการออกแบบ มีการผลิต ที่ประณีตงดงาม อีกทั้งยังมีความเป็นมาตรฐานและความเป็นสากลที่สามารถส่งออกไปแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ ในด้านแฟชั่นเช่นกัน เชียงใหม่มีผู้สร้างสรรค์ผลงาน ที่สามารถเติบโตไปสู่ตลาดระดับสากลได้ และในวันนี้ แบรนด์ Belive Premium ก็เป็นหนึ่งตัวอย่างที่ดี เป็นแบรนด์ดีไซเนอร์เชียงใหม่ ซึ่งตัดเย็บโดยช่างฝีมือระดับสูงที่เชียงใหม่ อีกทั้งยังสนับสนุนชุมชนทอไหมทั้งในเชียงใหม่และภูมิภาคต่างๆ เป็นการช่วยเหลือเศรษฐกิจชุมชน ตั้งแต่ ต้นน้ำไปยังปลายน้ำ อีกทั้งยังโปรโมทให้นักท่องเที่ยวทั้งใน และต่างประเทศได้สัมผัส ในเชิง Soft Power ของจังหวัดเป็นอย่างดี”
 
นางสาว พิมอัครา พิชญ CEO & Executive Designer แบรนด์ Belive Premium เปิดเผยว่า “บีลีฟ พรีเมี่ยม เป็นแบรนด์เชียงใหม่ ที่เน้นการเลือกใช้ผ้าไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผ้าไหมไทยสั่งทอมือ ตามสเป็คพิเศษตามมาตรฐาน “ตรานกยูงพระราชทาน” ที่ส่งเสริมโดยกรมหม่อนไหมเป็นการสนับสนุนชุมชนทอไหมในภูมิภาคโดยสั่งผ้าไหมจากทั้งเขต 1, 2 และ 3 รวมไปถึงผ้าไหมสั่งทอพิเศษที่ผลิตจากทัณฑสถานหญิงอีกด้วย”
 
“เราทราบดีว่าภาพจำของคนทั่วไป จะคิดว่าผ้าไหมจะดูแก่ ดูโบราญ ดูล้าสมัย หรือออกไปทางสินค้า OTOP เราจึงออกแบบ ตัดเย็บ และผลิตงานออกมาให้ทันสมัย โมเดิร์น หรูหรา และเป็นสากล ใครที่ได้สัมผัสงานของ บีลีฟ พรีเมี่ยม จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สวยงาม และเนี๊ยบมาก เป็นการลบภาพจำที่ว่านั้นไปเลย ในระยะเวลา 2-3 ปีตั้งแต่เปิดตัวแบรนด์ บีลีฟ พรีเมี่ยม มาก็นับได้ว่าได้รับการตอบรับอย่างดีมากจากลูกค้า VIP ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งอัตราการเติบโตของแบรนด์อยู่ที่ 400-600% ต่อปี นอกจากแบรนด์ Belive Premium ที่ผลิตจากผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน แล้ว เรายังมีแบรนด์ Prelim ที่เน้นผ้าฝ้าย ผ้าใยกัญชง ฯลฯ อีกด้วย” 
 
นางพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผอ. ททท.สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า“Fashion เป็น 1 ในยุทธศาสตร์ 5F ของรัฐบาล นโยบายแผนผลักดันวัฒนธรรมที่มีศักยภาพเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยหรือ Soft Power ประกอบไปด้วย Film, Food, Fashion, Fightingและ Festival ซึ่ง ททท. เชียงใหม่ ได้มุ่งเน้นปลุกกระแสยกระดับผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย สร้างสรรค์ให้เกิดเป็นสินค้ามูลค่าสูงระดับพรีเมียมสากล สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ ในขณะเดียวกันยังเป็นการต่อยอดและเผยแพร่วัฒนธรรม หัตถศิลป์หัตถกรรม อันทรงคุณค่าอย่างของคนในท้องถิ่นให้เกิดการรับรู้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น”
 
ดร.ปราณี สุวิทย์ศักดานนท์ ผู้บริหารโครงการนิ่มซิตี้ กล่าวเพิ่มเติมว่า “นิ่มซิตี้ เป็นโครงการที่เป็นศูนย์รวมชีวิตประจำวันของชาวเมืองไม่ว่าจร้านอาหาร เครื่องดื่ม ของว่าง และซุปเปอร์มาร์เก็ตมาเป็นเวลานาน ในปีนี้ทางนิ่มซิตี้ก็ได้เสริมกิจกรรมด้วยการเป็นศูนย์กลางด้านแฟชั่นและไลฟ์ สไตล์ ในการจัดงานครั้งนี้จะเป็นการตอบแทนลูกค้าภายใน คือ ร้านค้าต่างๆ และลูกค้าภายนอก ที่มาทานอาหารและใช้บริการร้านค้าต่างๆในโครงการ โดยงานครั้งนี้มีความตั้งใจที่จะให้ลูกค้าได้รับชมแฟชั่นโชว์ดีๆ จากบีลีฟ พรีเมี่ยม ที่มีสำนักงานใหญ่และFlagship Store อยู่ในโครงการระหว่างรับประทานอาหาร”
 
ดร.ปราณี กล่าวเสริมด้วยว่า “ทางโครงการสนใจที่สนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นการผลักดัน Soft Power และได้มีการหารือกับ ททท. เชียงใหม่CEA เชียงใหม่ ว่าจะให้ความร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ ของทุกๆหน่วยงาน และมีความสนใจที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Chiang Mai Design Week ในปีนี้ เพื่อให้นิ่มซิตี้ เป็นศูนย์กลางด้านแฟชั่นและไลฟ์ สไตล์อีกแห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่”

นางสาวพิมอัครา กล่าวปิดท้ายว่า “งานแฟชั่นโชว์ในวันนี้ถือว่าเป็นงานใหญ่ของปีและได้รับความร่วมมือด้วยดีจาก โครงการนิ่มซิตี้ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแบบคอมมูนิตี้มอลล์ที่ครบวงจร และมีกลุ่มลูกค้าใกล้เคียงกัน การนำเสนอแฟชั่นโชว์ร่วมกันในครั้งนี้ถือว่าเป็นกิจกรรมใหญ่ที่จะรวมแขกวีไอพีหลากหลายมารวมกัน 

อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากหลากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น กรมหม่อนไหม, ททท. เชียงใหม่,สมาคมแม่บ้านมหาดไทยเชียงใหม่, YEC เชียงใหม่ ,YEC ลำพูน รวมทั้งกองประกวดนางสาวเชียงใหม่ และร่วมสนับสนุนโดย CEA เชียงใหม่,สมาคมไทยสปาล้านนา ,สมาคมโรงแรมภาคเหนือ(ตอนบน ), อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมทั้งภาคเอกชน บริษัท ห้างร้าน จำนวนมาก มีนางแบบกิตติมศักดิ์มาร่วมเดินแบบทั้งสิ้นกว่า 40 คน ดูแลการเดินทางโดยสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ 

ความพิเศษสุดของงานจะอยู่ที่การเปิดโอกาสให้แขกผู้มีเกียรติที่สนใจได้ร่วมประมูล หรือจองสินค้า เพื่อร่วมสมทบทุนด้วยกันไปกับโครงการ และสินค้าบางชิ้นจะเป็นสินค้าพิเศษ Limited Edition ที่ผลิตขึ้นเพียงชิ้นเดียวเพื่อเป็นที่ระลึกพิเศษจากงานนี้เท่านั้น”

งาน Charity Fashion Show 2025 นี้จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 กพ. 2568 ณ โครงการนิ่มซิตี้ เวลา 18:00 เป็นต้นไป โดยทางโครงการมีความตั้งใจ เนรมิต Runway ยาวกว่า 130 เมตรนี้ทอดยาวตลอดด้านหน้าของโครงการโซนซิตี้ไลฟ์ โดยจัดแบบ Exclusive Private VIP Charity สำหรับแขก VIP รับเชิญพิเศษจำนวน 150 ท่าน พร้อมด้วยสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ซึ่งในงานจะรับรองแขกด้วยซุ้มอาหารว่างและเครื่องดื่มที่หลากหลายจากการสนับสนุนของร้านค้าในโครงการ ซึ่งในส่วนลูกค้าของร้านอาหารต่างๆภายในโครงการสามารถใช้บริการแต่ละร้านได้ตามปกติ อีกทั้งยังสามารถรับชมแฟชั่นโชว์ดังกล่าวได้จากโต๊ะของแต่ละร้านอาหารในระยะใกล้ด้วยเช่นกัน

‘มกธ.’ เปิดเวทีรับฟัง!! ความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน พัฒนาการศึกษา เสวนา ‘ร่างพรบ.การศึกษาแห่งชาติ การศึกษาที่ตอบโจทย์’

(15 ก.พ. 68) ณ ศูนย์ปฏิบัติการการโรงแรม มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี(มกธ.) ได้จัดการเสวนาเรื่อง 'ร่างพรบ.การศึกษาแห่งชาติ การศึกษาที่ตอบโจทย์' โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

นำโดย รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและรองประธานกรรมาธิการการศึกษา ได้นำเสนอสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งมุ่งเน้นการปฏิรูประบบการศึกษาให้ทันสมัยและตอบสนองความต้องการของประเทศ

ภาคเอกชนนำโดย คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ได้เน้นย้ำถึงคุณสมบัติที่ผู้ประกอบการต้องการจากบุคลากร ทั้งในมุมมองของ SME และบริษัทมหาชน พร้อมให้มุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจ และ ผอ.ณัฐิกา นิตยาพร ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สภาการศึกษา ได้วิเคราะห์ภาพรวมของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาฉบับใหม่ ว่าสามารถตอบสนองความต้องการของประเทศได้อย่างไร

ด้านการศึกษา อาจารย์ ดร.รัชชัย ศรสุวรรณ อาจารย์ประจำคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และนายกสมาคมพิทักษ์สิทธิ์ผู้บริหาร และดร.ณัฐวรินธร บวรภัควุฒิสิริ ที่ปรึกษากรรมาธิการศึกษา พร้อมครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาคุณภาพผู้เรียนที่ไม่กระทบโครงสร้างหลัก และนายเตชทัต หล้าหิบ หัวหน้าโครงการพิเศษ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี ได้สะท้อนมุมมองจากห้องเรียนสู่การร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งครูและผู้เรียน

ปิดท้ายด้วย รศ.ดร.กมลมาลย์ ไชยศิริธัญญา คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการการศึกษาในการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบัน ได้นำเสนอแนวทางการปรับตัวของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา เพื่อรองรับทิศทางการศึกษาในกระบวนทัศน์ใหม่

การเสวนาในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการพัฒนาการศึกษาไทย โดยมุ่งหวังให้ร่าง พรบ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top