Sunday, 21 June 2026
Hard News Team

สส.รีพับลิกันดันวันเกิด 'โดนัลด์ ทรัมป์' เป็นวันหยุดราชการ อ้างยิ่งใหญ่เท่า 'จอร์จ วอชิงตัน'

(17 ก.พ. 68) คลอเดีย เทนนีย์ สส.พรรครีพับลิกัน จากรัฐนิวยอร์ก ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติที่ชื่อว่า “Trump’s Birthday and Flag Day Holiday Establishment Act” เพื่อให้วันคล้ายวันเกิดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเกิดวันที่ 14 มิถุนายน 1946 ได้รับการประกาศเป็นวันหยุดราชการถาวร โดยวันที่ 14 มิถุนายนนี้ยังตรงกับวันธงชาติสหรัฐฯ ซึ่งระลึกถึงการรับเอาธงชาติอเมริกันเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 1777 อีกด้วย

ในข่าวแถลงการณ์ เทนนีย์ระบุว่า “ไม่มีประธานาธิบดีสมัยใหม่คนไหนที่มีผลกระทบต่อประเทศเรามากไปกว่าโดนัลด์ ทรัมป์” เธอย้ำว่าในฐานะที่ทรัมป์เป็นทั้งประธานาธิบดีคนที่ 45 และ 47 ของสหรัฐฯ เขาได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญในช่วงเวลาที่ประเทศเผชิญกับความวุ่นวายทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาสัญญาสันติภาพอับราฮัมอคคอร์ด หรือการผลักดันมาตรการลดภาษีที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอเมริกา

นอกจากนี้ เทนนีย์ยังเปรียบเทียบทรัมป์กับจอร์จ วอชิงตัน โดยชี้ให้เห็นว่าทรัมป์ควรได้รับเกียรติให้ร่วมเป็นหนึ่งในผู้ที่มีวันคล้ายวันเกิดได้รับการเฉลิมฉลองในฐานะวันหยุดราชการ โดยที่วันคล้ายวันเกิดของวอชิงตัน ซึ่งรู้จักกันในนาม Presidents’ Day ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน

“ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะที่ประเทศของเรากำลังจะฉลองครบรอบ 250 ปี เราควรสร้างวันหยุดราชการใหม่เพื่อยกย่องธงชาติอเมริกันและคุณค่าที่มันเป็นตัวแทน ด้วยการกำหนดวันเกิดทรัมป์และวันธงชาติเป็นวันหยุดราชการ เราจะสามารถจารึกผลงานอันยิ่งใหญ่ของประธานาธิบดีทรัมป์และความสำคัญของธงชาติไว้ในกฎหมายอย่างถาวร” เทนนีย์กล่าวสรุป

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ถูกปรากฎในรหัส H.R. 1395 บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสภาคองเกรสสหรัฐฯ ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาต่อไป

‘จิตรเทพ เนื่องจำนงค์’ ส่งต่อความรู้ให้น้อง ๆ มทร. ธัญบุรี ปูทางสู่ผู้ประกอบการด้าน Agro-food Innovation

เมื่อวันที่ (8 ก.พ. 68) นายจิตรเทพ เนื่องจำนงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้บรรยายหัวข้อ การสร้าง Digital branding และการเป็น Content creator ให้กับน้อง ๆ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการส่งเสริมแนวคิดด้านการสร้างแผนธุรกิจ เพื่อเป็นผู้ประกอบการ Agro-food Innovation หน้าใหม่ 

สำหรับ นายจิตรเทพ นับเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการบริหารธุรกิจและการลงทุน โดยก่อนหน้านี้ เคยเป็นที่ปรึกษาเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, เลขานุการประจําคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซุปเปอร์ ดีล เมคเกอร์ จำกัด  และ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฉางจิน อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด

เผยตัวจริงของ 'แจ็ค เดอะ ริปเปอร์' ปริศนา 137 ปี คนร้ายตัวจริงคือ 'อารอน คอสมินสกี'

(17 ก.พ. 68) หนึ่งในคดีฆาตกรรมที่มืดดำมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลกอย่างคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญของ 'แจ็ค เดอะ ริปเปอร์' ที่ทำให้กรุงลอนดอนหวาดกลัวมากว่า 137 ปี อาจถูกไขกระจ่างแล้ว หลังจากมีความคืบหน้าครั้งใหญ่ในคดีนี้ 

'แจ็ค เดอะ ริปเปอร์' คือฆาตรกรต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องกับการข่มขืนและฆาตกรรมหญิงอย่างน้อย 5 คน ซึ่งถูกเรียกว่า 'Canonical Five' แต่มีความเป็นไปได้ว่าเขาอาจก่อเหตุเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 6 คดี เหยื่อทั้ง 5 ราย ได้แก่ แมรี นิโคลส์ (43 ปี), แอนนี แชปแมน (47 ปี), อลิซาเบธ สไตรด์ (44 ปี), แคทเธอรีน เอดโดวส์ (46 ปี) และแมรี เจน เคลลี (25 ปี) ซึ่งถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมระหว่างเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน ปี 1888

สิ่งที่ทำให้คดีนี้กลายเป็นปริศนามายาวนานคือ ลักษณะอำมหิตของฆาตกร ซึ่งในบางกรณีได้ผ่าตัดเอาอวัยวะภายในของเหยื่อออกไป นำไปสู่ข้อสันนิษฐานว่า ฆาตกรอาจมีความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์หรือศัลยกรรม การค้นหาตัวตนของอาชญากรที่โหดร้ายรายนี้เป็นปริศนาที่ทำให้ตำรวจ นักประวัติศาสตร์ และนักสืบอาชญากรรมต่างพยายามไขคำตอบมาโดยตลอด

แต่ล่าสุด นักวิจัยด้าน 'Ripperology' และนักเขียนชาวอังกฤษ รัสเซลล์ เอ็ดเวิร์ดส์ อ้างว่าเขาสามารถเปิดเผยตัวจริงของฆาตกรรายนี้ได้แล้ว โดยอาศัยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากผ้าคลุมไหล่ที่เป็นของแคทเธอรีน เอดโดวส์ หนึ่งในเหยื่อของ 'แจ็ค เดอะ ริปเปอร์' ซึ่งเขาซื้อมาในปี 2007 ผ้าชิ้นนี้มีคราบเลือดและคราบอสุจิติดอยู่ ซึ่งต่อมาได้ถูกนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และพบดีเอ็นเอจากสองบุคคลที่แตกต่างกัน

ดีเอ็นเอหนึ่งตรงกับทายาทของเหยื่อหญิง ส่วนอีกดีเอ็นเอหนึ่งตรงกับทายาทของผู้อพยพชาวโปแลนด์ ซึ่งขณะเกิดเหตุมีอายุราว 23 ปี เมื่อทราบชื่อนี้ เอ็ดเวิร์ดส์จึงสามารถระบุตัวตนของฆาตกรได้ว่าเป็น 'อารอน คอสมินสกี' ช่างตัดผมผู้อพยพชาวโปแลนด์ที่อาศัยอยู่ในย่านไวท์แชปเพล ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยจากก่อนหน้านี้

"เมื่อพิจารณาว่าดีเอ็นเอของเขาอยู่บนผ้าคลุมไหล่ที่พบในที่เกิดเหตุ และเขาถูกระบุชื่อมาก่อนหน้านี้ ผมไม่เคยคิดว่าใครคนอื่นจะเป็นแจ็ค เดอะ ริปเปอร์เลย" เอ็ดเวิร์ดส์กล่าวกับ news.com.au

เขายังเผยว่ากระบวนการตรวจสอบดีเอ็นเอใช้เวลานานถึง 4 ปี โดยต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ มากมาย รวมถึงการปนเปื้อนของหลักฐาน อย่างไรก็ตาม เมื่อพบว่าดีเอ็นเอบนผ้าคลุมไหล่ตรงกับทายาทของผู้ต้องสงสัย เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างที่สุด

"มันเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตของผม เมื่อดีเอ็นเอจากเลือดบนผ้าคลุมไหล่ตรงกับทายาทสายตรงของเหยื่อ และเมื่อเราตรวจสอบคราบอสุจิแล้วพบว่าตรงกับผู้ต้องสงสัย ผมแทบไม่อยากเชื่อว่าเราได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของ 'แจ็ค เดอะ ริปเปอร์' แล้ว"

แม้จะมีการเปิดเผยนี้ แต่การไขปริศนา 'แจ็ค เดอะ ริปเปอร์' ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางดีเอ็นเอนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สุดในการค้นหาความจริงของหนึ่งในคดีฆาตกรรมที่ลึกลับที่สุดในประวัติศาสตร์อาชญากรรมโลก

‘ดร. สุชัชวีร์’ เผยภาพประวัติศาสตร์ "คุณหมอลาดกระบังรุ่น 1" จากภาพฝันสู่การสร้าง "แพทย์นวัตกรรมอินเตอร์” ที่แสนภาคภูมิใจ

เมื่อวันที่ (16 ก.พ. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเฟซบุ๊กของ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ “ดร.เอ้ สุชัชวีร์” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ภาพประวัติศาสตร์ "คุณหมอลาดกระบังรุ่น 1" เรื่องอยากเล่า

สิบปีที่แล้ว เมื่อครั้งผมได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. ในปี 2558 ผมมี "ความฝัน" มุ่งมั่นสร้าง "คณะแพทยศาสตร์ สจล." เพื่อสร้าง "แพทย์นวัตกรรม" ที่นอกจากจะรักษาผู้ป่วยได้ดีแล้ว ยังมีความรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สร้างงานวิจัย และนวัตกรรมการแพทย์ เพื่อให้ประเทศไทยพึ่งพาตนเองได้ ทั้งยังต้องมีความเป็น "อินเตอร์" ไร้ข้อจำกัดทางภาษา และวัฒนธรรม ทำงานได้กับทุกคน ทุกที่ในสังคมโลก 

วิสัยทัศน์สร้าง "แพทย์นวัตกรรมอินเตอร์" เป็น "ความฝันอันยิ่งใหญ่" และใหม่มากในวงการแพทย์ของไทย จึงมีความยากที่คนทั่วไปจะเข้าใจ และมีความท้าทายมาก ในการจะทำให้สำเร็จ จะต้องอาศัย "ผู้นำ" ที่มีความรู้ลึกซึ้ง มีความกล้าหาญ และมีอุดมการณ์ มาเดินทางร่วมกันกับผม ถึงจะเป็นไปได้

ผมจึงใช้เวลาเฟ้นหา "คณบดี" มาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งคณะแพทย์ในฝัน คนแล้วคนเล่า นานนับปี สุดท้ายสวรรค์เป็นใจ ให้ผมได้พบกับ "คุณหมอน้อย" ศาสตราจารย์ นายแพทย์อนันต์ ศรีเกียรติขจร อดีตรองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ระดับ 11 ผู้เชี่ยวชาญด้าน "สมอง" หรือ Neurologist ตัวท็อปของไทย ตกลงปลงใจ กล้าลาออกจากจุฬาฯ มาร่วมก่อการณ์ ตั้งคณะแพทย์ลาดกระบัง บรรจุเป็นอาจารย์ใหม่ "คนแรก" ในปี 2559 โดยไม่มีอะไรมาการันตี มีเพียงโต๊ะให้นั่งตัวเดียว ไม่มีอาคาร ไม่มีใคร ใจถึงมาก

และแล้ว...เส้นทางการสร้างคณะแพทย์ และสร้างหลักสูตรแพทย์อินเตอร์แนวใหม่ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ผมในฐานะ "อธิการบดี" และพี่หมอน้อยในฐานะ "คณบดี" เราวิ่งสู้ฟัด ทำกันทุกอย่าง ผมไปพรีเซนต์ที่ "แพทยสภา" อธิบายหลักสูตรแนวใหม่ด้วยตนเอง ซึ่งต้องกราบขอบพระคุณผู้ใหญ่ของแพทยสภาที่เชื่อมั่น รับรองหลักสูตรแพทย์นวัตกรรมอินเตอร์ ครั้งแรกของประเทศไทย เป็น "จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ"

จากอาจารย์หมอคนแรก สู่การมาร่วมอุดมการณ์ ของอาจารย์หมอชั้นนำของประเทศ นำโดย รองศาสตราจารย์นพ.ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์ อดีตรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ อาจารย์หมอผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช ปัจจุบันเป็น "ผู้อำนวยการ" และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพ.ธัญญพงษ์ ณ นคร "พี่หมอเก๋" นักเรียนทุนอนันทมหิดล ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา ผู้ได้รับรางวัล อาจารย์แพทย์ที่เป็นแบบอย่างของอาจารย์แพทย์ จากแพทยสภา นพ.อนวัช เสริมสวรรค์ อาจารย์หมอหัวใจนักประดิษฐ์ ที่มีชื่อเสียง และยังมีทั้งอาจารย์หมอรุ่นใหม่จากในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์

เราจึงเปิดรับ "นักศึกษารุ่นแรก" ในปี 2561 ซึ่งได้รับคำถามมากมายจากผู้ปกครองว่า "แพทย์นวัตกรรม" คืออะไร ลาดกระบังเปิดหมอเป็นไปได้หรือ อาจารย์หมอมาจากไหน หลักสูตรทำไมไม่เหมือนคนอื่น เราตอบกันเป็นร้อยพันคำถาม รายวัน รายคน แต่เราก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เพราะเราเข้าใจ ต้องขอบพระคุณคุณพ่อคุณแม่ที่ไว้ใจเรา ฝากลูกไว้ให้เราดูแล

ปีแรก พี่หมอน้อยบอกผมว่า "อธิการ เราจะรับเฉพาะเด็กที่พร้อม และมีความตั้งใจจริง รับเท่าที่เรามั่นใจ" เพราะถึงแม้เราสามารถรับได้ถึง 50 คนต่อปี ใครก็รู้คณะแพทย์เปิดรับเท่าไหร่ ก็มีคนมาเรียน เพราะหมอ คือ "วิชาชีพในฝัน" แต่อาจารย์กลับรับเด็กไม่ถึงครึ่งของโควต้าที่รับได้ เปิดใหม่ก็ยังกล้าไม่ง้อคนเรียน ผมยอมใจเขาเลย

จากวันนั้นถึงวันนี้ "นักศึกษารุ่นแรก" ได้ผ่านกระบวนการบ่มเพาะอย่างเข้มข้น จากคณะแพทย์ลาดกระบัง ที่อาจารย์ทุกคนเอาจริงเอาจัง และได้ออกฝึกชั้นคลินิก ที่โรงพยาบาลสิรินธร ซึ่งได้รับการดูแลใส่ใจจากอาจารย์หมอที่นั่นอย่างเต็มที่ น้องนักศึกษาต้องขยัน อดหลับอดนอน มุมานะจนเรียนจบ 6 ปี ในปี 2567

วันนี้ วันถ่ายรูปบัณทิตแพทย์ "รุ่นที่ 1" บัณฑิตแพทย์ใหม่ 17 คน ผู้สร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกใน 65 ปี ของพระจอมเกล้าลาดกระบัง ผมซึ่งติดตามดูน้องทุกคน ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาปีที่ 1 ทุกคนยังสดใสเหมือนเดิม แม้ต้องทำงานหนักเป็นแพทย์ประจำ ลามารับพระราชทานปริญญาบัตร

"พี่เอ้" เรียกน้อง ๆ ทุกคนว่า "คุณหมอ" อย่างภาคภูมิใจที่สุด จึงขอแสดงความยินดีกับคุณหมอลาดกระบังรุ่น 1 และคุณพ่อคุณแม่ทุกคน ผมเชื่อมั่นว่าคุณหมอจะสร้างชื่อเสียงให้กับคณะแพทย์ลาดกระบัง ทุ่มเททำหน้าที่แพทย์ด้วยจรรยาบรรณ และด้วยความเสียสละ เพื่อประโยชน์ของสังคม ทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีแก่รุ่นน้อง รุ่นต่อๆไป 

ผมยังมองดูอาจารย์หมอทุกคน ที่ยิ้มแย้มด้วยความภาคภูมิใจในชีวิต "ครู" เพราะได้เห็นลูกศิษย์ ประสบความสำเร็จ ท่านต้องใช้ความรู้ทั้งชีวิตเพื่อสร้าง "ลูกศิษย์" หนึ่งคน ต้องทุ่มเท เสียสละความสุข ความสบายส่วนตน เพื่อบ่มเพาะ "ลูกศิษย์" ให้เก่งยิ่งกว่าตนเอง ครูเป็นมากกว่า " เรือจ้าง" เพราะต้องดูแล ให้คำแนะนำ "ลูกศิษย์" ตลอดชีวิตครู โดยเฉพาะ "ครูแพทย์" ที่ลูกศิษย์ยังคงต้องปรึกษาตลอดไป

ผมจึงขอกราบขอบพระคุณ "ครู" จากคณะแพทยศาสตร์พระจอมเกล้าลาดกระบังทุกคน ที่ท่านทำหน้าที่ "ครู" อย่างสุดความสามารถ จนสร้างประวัติศาสตร์ในวันนี้

เชียงใหม่-เปิดกิจกรรม “ADVOCATE 2025”และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ 14 ตำบลต้นแบบ

วันที่ (16 ก.พ. 68) เวลา 16.00 น. วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “ADVOCATE 2025” โดยได้รับเกียรติจากนายกู้เกียรติ นิ่มเนียม หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานเปิดกิจกรรม และมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ 14 ตำบลต้นแบบ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงาน และคุณศิรินทร์พร เดียวตระกูล ผู้อำนวยการกองบริหารทรัพยากรการวิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยเเห่งชาติ ร่วมกล่าวแสดงความยินดีต่อผลสำเร็จการดำเนินงาน  ณ ลานประตูท่าแพ

กิจกรรม “ADVOCATE 2025”  มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงผลสำเร็จจากการดำเนินโครงการการยกระดับศักยภาพผู้นำชุมชนต้นแบบ ADVOCATE และนวัตกรรมการเรียนรู้มีดี เพื่อสร้างกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยในชุมชนแบบมีส่วนร่วม โดยสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 14 แห่งในภาคเหนือตอนบน สู่การพัฒนาทักษะด้าน Soft Skills และ Management Skills แก่บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นำร่อง พร้อมฝึกปฏิบัติเสริมทักษะการทำงานและบริหารโครงการของบุคลากรผู้เข้าร่วมโครงการ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้สูงวัยในชุมชน และระบบหนุนเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการตลาดของสินค้าชุมชน

นายกู้เกียรติ นิ่มเนียม  หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมระดับฐานราก โดยบุคลากรท้องถิ่นเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักร่วมกับภาคีเครือข่าย ความสำเร็จของโครงการจะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้ท้องถิ่นไทย พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนทุกวัย เพื่อพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตในยุคใหม่ ต่อสู้กับความยากจน และขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มุ่งมั่นผลักดันวิสัยทัศน์การเป็น "มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม" โดยวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิตเป็นหน่วยงานสำคัญในการริเริ่มและเปิดโอกาสทางการศึกษา "โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เน้นการส่งมอบองค์ความรู้และพัฒนาทักษะให้แก่คนทุกช่วงวัย ผ่านความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม" 

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.นัทธี สุรีย์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความสำคัญยิ่งในการพัฒนาและดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะการสนับสนุนและส่งเสริมการดูแลผู้สูงอายุ ทางวิทยาลัยจึงสร้างความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. ในการพัฒนาทักษะด้าน Soft Skills และ Management Skills แก่บุคลากรและผู้นำชุมชนของ อปท. จำนวน 140 คน ใน 14 พื้นที่นำร่อง จาก 8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน ด้วยกระบวนการฝึกปฏิบัติเสริมทักษะการทำงาน และการบริหารโครงการที่ส่งเสริมธุรกิจและผลิตภัณฑ์จากผู้สูงวัยในชุมชน เพื่อสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน
    
การทำงานร่วมกันนี้ ก่อให้เกิดการหนุนเสริมกันและกันระหว่างบุคลากร อปท. กับผู้สูงวัยในการทำกิจกรรมร่วมกันผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน  อาทิ ในจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลตำบลป่าป้องพัฒนาข้าวแต๋นและข้าวเกรียบ เทศบาลตำบลเชิงดอยพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรชาสามสหาย ขิงผง และหัวปลีผง ส่วนเทศบาลตำบลท่าวังตาลเน้นผลิตภัณฑ์กล้วยหนึบและโคมล้านนา
ในจังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลแม่คำพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร ทั้งถุงหอม ลูกประคบ และยาดมสมุนไพร เทศบาลตำบลโยนกพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม และเทศบาลตำบลเวียงเน้นการพัฒนากระเป๋าและผลิตภัณฑ์จากผ้าที่หลากหลาย จังหวัดลำพูนโดดเด่นด้านผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมดินจากเทศบาลตำบลป่าไผ่ และผลิตภัณฑ์ถ่านรักษ์โลกจากเทศบาลตำบลวังดิน เทศบาลตำบลวังผางพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร ทั้งถุงหอม ลูกประคบ และยาดมสมุนไพร 

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นอื่น ๆ ได้แก่ ผ้าปักลายอัตลักษณ์จากเทศบาลนครลำปาง ผลิตภัณฑ์จักสานและน้ำพริกจากเทศบาลตำบลป่าแมต จังหวัดแพร่ ผลิตภัณฑ์จากทางมะพร้าวจากเทศบาลตำบลบ้านใหม่ จังหวัดพะเยา ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน เทศบาลตำบลแม่ลาน้อยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากไม้กวาดและกุ๊บไต ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลฝายแก้ว จังหวัดน่าน ต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าพิมพ์ลายสีธรรมชาติสู่ของฝากอัตลักษณ์ท้องถิ่น 

ผลจากการร่วมโครงการนี้ มีผู้สูงอายุเข้าร่วมโครงการมากกว่าสองพันคน พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนรวม 69 ชิ้น สามารถสร้างรายได้รวมให้กับชุมชนทั้งหมดมากกว่า 2 ล้านบาท  การจัดกิจกรรมยังมี “ตลาดนัดสินค้าผู้สูงวัย” หรือ “MEDEE MARKET” ที่บริเวณลานประตูท่าแพ 

ภายในงานมีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้สูงวัยจำนวนมากกว่า 60 รายการจากพื้นที่ที่เข้าร่วมและหน่วยงานความร่วมมือของโครงการฯ กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (WORKSHOP) ระบายสีพวงกุญแจกุ๊บไตจากแม่ลาน้อย การสานดอกไม้จากไผ่ตอกบ้านป่าบง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ และกิจกรรมแต่งหน้าข้าวแต๋น จาก ต.ป่าป้อง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกิจกรรมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมชมการแสดงร่วมสมัยจากศิลปินค่ายคนเมืองเรคคอร์ด และการแข่งขันประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งพร้อมหางเครื่องจากนักเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ 

นอกจากนี้ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน ณ โรงแรมอโมรา ท่าแพ จ.เชียงใหม่ วิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังได้จัดเวทีแบ่งปันประสบการณ์และผลการนำความรู้ไปใช้ในพื้นที่ของผู้นำ ADVOCATE ทั้ง 140 คนจาก 14 ตำบล ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมนำเสนอโครงการเพื่อเสริมสร้างทักษะและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของผู้สูงวัยในชุมชน และมอบประกาศนียบัตรสำหรับผู้ผ่านหลักสูตรนี้ 

ปัจจุบัน “โครงการการยกระดับศักยภาพผู้นำชุมชนต้นแบบ ADVOCATE และนวัตกรรมการเรียนรู้มีดี เพื่อสร้างกลไกการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยในชุมชนแบบมีส่วนร่วม” ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)  เพื่อสร้างความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาทักษะแก่บุคลากร เพื่อการพัฒนากิจกรรมพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากผู้สูงวัยในชุมชนแบบมีส่วนร่วม สร้างรายได้หรือเกิดการสนับสนุนรายได้ให้กับกลุ่มวัยก่อนสูงอายุ (Pre-aging) และผู้สูงอายุ อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยในชุมชนอย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถติดต่อได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Advocate CMU (www.facebook.com/AdvocateCMU) หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ร่วมโครงการฯ

‘Apple’ เลือกใช้ AI ของ 'อาลีบาบา' หวังเพิ่มทางรอดธุรกิจ ในสมรภูมิ!! 'สงครามการค้า' ระหว่าง ‘สหรัฐฯ - จีน’

(16 ก.พ. 68) แอปเปิล (Apple) กำลังพยายามปรับโฉมใน “จีน” ครั้งใหญ่ด้วย เทคโนโลยี AI ที่จะเปิดตัวภายในกลางปี 2568 เพื่อเพิ่มยอดขายใจตลาดสำคัญ เดิมพันครั้งใหญ่ในการเพิ่มยอดขาย แต่ Apple ต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญในการเปิดตัวฟีเจอร์ดังกล่าวในประเทศจีน เนื่องจากกฎระเบียบของรัฐบาลจีนไม่อนุญาตให้ Apple นำความร่วมมือกับ OpenAI ผู้ผลิต ChatGPT เข้ามาในประเทศได้

เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา “โจ ไช่” ประธานของอาลีบาบา (Alibaba) เปิดเผยว่า บริษัทจะร่วมมือกับ Apple ในด้านเทคโนโลยี AI สำหรับ iPhone ที่จำหน่ายในประเทศจีน 

ถึงแม้ความร่วมมือกับ Alibaba จะช่วยให้ Apple เข้าใกล้เป้าหมายการเปิดตัว Apple Intelligence ในประเทศจีนมากขึ้น แต่ก็ยังมีอุปสรรคด้านกฎระเบียบบางประการที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้ อาจเป็นเหตุผลให้ Apple Intelligence ซึ่งเป็น AI ที่บริษัทได้พัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 2566 จึงยังไม่ได้เปิดตัวสู่ตลาดต่างประเทศที่สำคัญที่สุดของ Apple

ก่อนหน้านี้ Apple ทดสอบโมเดลและหารือถึงความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำด้าน AI ของจีนหลายราย เช่น Baidu, ByteDance, Moonshot, Zhipu และ Tencent รวมถึงทดสอบโมเดลของ DeepSeek ด้วยเช่นกัน  

หลังจากที่ประธานาธิบดี “โดนัล ทรัมป์” ได้ประกาศมาตรการเก็บภาษีศุลกากรรอบใหม่กับจีน 10% ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ Apple ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่า Apple จะได้รับการยกเว้นจากภาษีศุลกากรครั้งนี้หรือไม่ ในขณะเดียวกันทางการจีนกำลังดำเนินการตรวจสอบค่าธรรมเนียมและนโยบายการดำเนินงานต่างๆ ของ App Store

สิ่งที่สร้างความยุ่งยากมากกว่านั้นคือ การที่ Apple ถูกดึงเข้ามาอยู่ในสถานะผู้ต่อรองในสงครามการค้าโดยไม่เต็มใจ โดยมีรายงานว่า Apple ถูกรวมอยู่ในรายชื่อบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ที่อาจถูกจับตามองจากทางการจีน ในฐานะส่วนหนึ่งของการเจรจาต่อรองกับรัฐบาลทรัมป์

หลังจากที่สหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนในอัตรา 10% ไม่นาน ปักกิ่งได้ตอบโต้ด้วยการเปิดการสอบสวน Google ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Alphabet Inc. แม้การสอบสวนดังกล่าวจะถือเป็นเพียงการส่งสัญญาณเตือนเท่านั้น เนื่องจาก Google มีธุรกิจในจีนเหลืออยู่น้อยมาก แต่ในกรณีของ Apple นั้นแตกต่างออกไป เพราะบริษัทยังคงพึ่งพารายได้ส่วนใหญ่จากตลาดผู้บริโภคในจีน

เมื่อปีที่แล้ว หน่วยงานกำกับดูแลชั้นนำของจีนได้ระบุกับ Financial Times ว่า Apple จำเป็นต้องร่วมมือกับบริษัทจีนเพื่อให้สามารถผ่านขั้นตอนการอนุมัติได้ง่ายยิ่งขึ้น 

การผนึกกำลังด้าน AI ระหว่าง Alibaba และ Apple เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับ Apple ซึ่งกำลังเผชิญกับยอดขาย iPhone ที่ลดลงในประเทศจีน ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากคู่แข่งท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Huawei

นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่า การขาดคุณสมบัติ AI ขั้นสูง ซึ่งเป็นจุดขายที่สำคัญของสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุด เป็นจุดอ่อนที่สำคัญสำหรับ Apple ในตลาดจีน

Apple สูญเสียตำแหน่งผู้นำในตลาดสมาร์ตโฟนจีนให้กับผู้ผลิตในประเทศ แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดจีน และความท้าทายที่ Apple กำลังเผชิญอยู่ โดย Canalys พบว่ายอดขาย iPhone ในประเทศจีนลดลงถึง 17% ในปี 2024 

อีกหนึ่งความท้าทายที่ Apple เผชิญคือ การที่ฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ จะสามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินซื้อผลิตภัณฑ์ของ Apple หรือไม่ เนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น

นักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ว่า Apple Intelligence จะช่วยส่งเสริมให้บริษัทประสบความสำเร็จในประเทศจีนในช่วงที่ยอดขายสมาร์ทโฟนของบริษัทลดลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนในประเทศ เช่น Huawei, Xiaomi และ Vivo

Ethan Qi รองผู้อำนวยการบริษัท Counterpoint กล่าวว่า ตลาดสมาร์ทโฟนของจีนมีแนวโน้มที่จะชะลอตัวในไตรมาสสุดท้ายของปี 2024 โดยยอดขายโดยรวมลดลง 3.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากผู้บริโภค “ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น” และหลังจากมีข่าวลือเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่าง Apple และ Alibaba นักวิเคราะห์จาก Jefferies ระบุว่า ข้อตกลงนี้ไม่น่าจะช่วยกระตุ้นยอดขาย iPhone 17 ในประเทศจีนได้

อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช้ครั้งแรกที่ทั้ง 2 บริษัททำธุรกิจร่วมกัน ในปี 2557 ทิม คุก CEO ของ Apple ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการ "แต่งงาน" ระหว่าง Apple Pay และแพลตฟอร์มการชำระเงินของ Alibaba อย่าง Alipay โดยแสดงความชื่นชมต่อผู้ก่อตั้งบริษัทอย่าง Jack Ma เขาบอกว่าเขาชอบทำงานร่วมกับ "คนที่ผลักดันเรา และเราก็ชอบผลักดันพวกเขา"

รัฐบาล ปลื้ม!! นักท่องเที่ยว แน่นเมือง ‘เบตง’ เตรียมดัน!! ซอฟต์พาวเวอร์อาหาร วัฒนธรรมขึ้นชื่อ

(16 ก.พ. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาสวัสดิการของกองทัพฯ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับฟังข้อมูล เพื่อนำเสนอก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่ จังหวัดสงขลา ในวันอังคารนี้

โดยวันนี้(อาทิตย์16กพ.)ได้เดินทางเข้ารับฟังปัญหา และข้อเสนอแนะที่บริเวณชายแดน ไทย-มาเลเซีย และอำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยได้พบปะกับผู้แทนของภาคเอกชน ส่วนราชการด้านความมั่นคงและผู้แทนของปกครองท้องถิ่นและผู้แทนของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ในการพัฒนาพื้นที่ทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการท่องเที่ยวชายแดนไทย- มาเลเซีย ซึ่งพบว่าชาวอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ขอให้รัฐบาลพิจารณาสนับสนุนให้มีสายการบินพาณิชย์มาลงที่สนามบินเบตงเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งหลังจากยกเลิกเที่ยวบินมาเบตงตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเพิ่มช่องทางการขนส่งทั้งผู้โดยสารและ สินค้า

ขณะที่สถานการณ์ทั่วไปในพื้นที่อำเภอเบตง พบว่าเป็นไปด้วยความคึกคัก ธุรกิจห้างร้าน เปิดกันอย่างคึกคัก ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเบตงมีความสงบมากว่า 11 ปีที่ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ จนวันนี้ เบตง เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียกว่าร้อยละ 95% เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากทุกวัน

ทั้งนี้ชาวเบตงอยากให้กระทรวงท่องเที่ยวฯ ร่วมกับอำเภอเบตง จัดกิจกรรมท่องเที่ยวสำคัญในช่วงเทศกาลต่างๆของอำเภอเบตง รวมทั้งอยากให้สนับสนุนเรื่องศิลปะวัฒนธรรม และซอฟพาวเวอร์ท้องถิ่น ทั้งอาหารชื่อดังที่น่าสนใจ เช่น ข้าวมันไก่เบตง ติ่มซำ อาหารประเภทปลาที่ขึ้นชื่อแห่งเดียวอย่างเมนู ”ปลานิล สายน้ำไหล “อันเป็นของดีของเบตง รวมทั้งกิจกรรม ประเพณีสำคัญของพื้นถิ่น อันเป็นวิถีชีวิตของชาวไทยและชาวจีนมาเลเซียในอดีต นอกจากนี้ อำเภอเบตงได้รายงานว่า สกายวอล์คแห่งใหม่ในอำเภอเบตงที่เปิดให้บริการตั้งแต่ 05:00 น. ไปจนถึง 10:00 น. มีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวเต็มเกือบทุกวัน ซึ่งถือว่าเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอ ชึ่งชาวเบตงฝากเชิญชวนมาเที่ยวที่เบตงแล้วจะหลงรักเบตง

นายจิรายุ กล่าวว่าทั้งนี้ ตนจะสรุปรายงานการลงพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

✨ประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568

รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท
847377

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
268  613

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
652  001

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท
50

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท
847376  847378

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
464953  822419  572417  403022  234582

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
497867  405988  424303  645024  273711  
467127  126320  907658  657401  642152  

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
139733  706119  785084  077913  376516  
724366  575954  173448  742179  293096  
940805  325152  870601  735617  731665  
073045  021660  403627  638899  037244  
099058  560894  322129  855651  404509  
179357  696028  467561  824459  366488  
344581  913399  085810  228271  164088  
642332  151964  100287  797797  248640  
231605  439018  803962  478552  094541  
168378  192006  573676  256518  100051  

‘โรม’ ไล่!! ‘ป.ป.ช.’ ให้ไปเคลียร์ตัวเอง ก่อน!! แจ้งข้อกล่าวหา 44 สส. เสนอแก้ 112

(16 ก.พ. 68) นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ  รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกหนังมือเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหากรณี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ว่า ตอนนี้น่าจะได้รับหนังสือเรียกกันหมดแล้ว แค่ติดอยู่ที่ความล่าช้าในการส่งไปรษณีย์ ดังนั้นก็เป็นสิ่งที่เราต้องรับมือกันต่อไป แต่ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของพวกเรา เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ

“วันนี้คุณอ้างเรื่อง ม.112 วันนี้หน้าคุณก็อ้างเรื่องอื่นมาทำลายพรรคการเมืองที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ก้าวหน้าเพิ่มขึ้น มันไม่มีกฎหมายห้ามในการเสนอแก้เรื่องดังกล่าว ก็ต้องยืนยันในการทำหน้าที่ของเรา”

นายรังสิมันต์ ถามกลับว่า อะไรคือภารกิจเร่งด่วนของ ป.ป.ช. ซึ่งภารกิจเร่งด่วนของ ป.ป.ช.คือการเคลียร์ตัวเอง วันนี้ตัวเองยังเคลียร์ไม่ได้ และอาจจะมีความผิดต่างๆ นาๆ เกี่ยวเรื่องทุจริต ดังนั้นมีความชอบธรรมอะไรมาทำหน้าที่ตรงนี้

”ประทานโทษ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ท่านเป็นถึงประธาน ป.ป.ช. ตัวท่านเองจะอยู่แบบนี้เงียบๆ ต่อไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเรื่องมันก็เงียบไปเองหรือไม่ ผมคิดว่าต้องฝากพี่น้องสื่อมวลชนในการติดตาม ประธาน ป.ป.ช.หรือ ป.ป.ช.ท่านเป็นองค์อิสระ ใช้เงินภาษีของประชาชน เมื่อมีเรื่องที่เป็นข้อกล่าวหาต่างๆ มากมายไปสู่ท่าน ท่านมีหน้าที่สร้างความกระจ่างให้กับประชาชน ถ้าท่านไม่ทำหน้าที่ตรงนี้ ท่านต้องสังวรณ์ว่าท่านกินภาษีของประชาชนอยู่ ต้องตอบคำถาม“ นายรังสิมันต์กล่าว

เมื่อถามว่า เรื่องนี้ทำให้เสียสมาธิหรือไม่ เพราะใกล้ช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไม ป.ป.ช.ต้องรีบขนาดนี้ เรื่องชี้แจงเราพร้อมจะไปชี้แจงอยู่แล้ว เราในฐานะที่ต้องเตรียมชี้แจง ก็ยอมรับว่าเสียสมาธิในการเตรียมอภิปราย เพราะต้องมานั่งคิดเรื่องคดีความ รวมถึงบางคนก็ต้องถอนตัวจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เราก็พยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของประชาชน ประเทศนี้ต้องการฝ่ายค้านที่มีคุณภาพในการตรวจสอบต่อไป

เมื่อถามว่าจะกระทบเสถียรภาพของฝ่านค้านหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อยากให้ประชาชนประเมิน พวกเราต้องโฟกัสเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โฟกัสเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ และคดีความอีกมันก็กินพลังไปมากแล้ว แต่ถ้าตัวเลขฝ่ายค้านลดลงก็ยอมรับว่ามีผลต่อการตรวจสอบอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าจะกระทบไปถึงเลือกตั้งปี 2570 หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนยังไม่อยากประเมิน ยังไม่รู้ผลจะจบอย่างไร พร้อมยิ้ม และกล่าวว่า ตอนนี้ยังทำหน้าที่อยู่

‘เรืองไกร’ ร้อง ป.ป.ช.!! สอบ ‘ปูอัด’ พ่วง!! ‘วันนอร์-สุชาติ’ ฝ่าฝืนจริยธรรมฯ

(16 ก.พ. 68) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ทำการตรวจสอบนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่ามีพฤติการณ์ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 17 หรือไม่ โดยมีข้อเท็จจริงข้อกฎหมายเป็นตัวอย่างในคำร้องดังนี้

ข้อ 1.พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 28 (1) และมาตรา 87 บัญญัติว่า มาตรา 28 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ ไต่สวนและมีความเห็นกรณีมีการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และมาตรา 87 เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนและมีความเห็นว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย การเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาตามวรรคหนึ่ง และการพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาให้เป็นไปตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกา ซึ่งต้องกำหนดให้ใช้ระบบไต่สวนและให้ดำเนินการโดยรวดเร็ว ให้นำความในมาตรา 81 และมาตรา 86 มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

การเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจมอบหมายให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ดำเนินการในศาลแทนได้”

ข้อ 2. มาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 17 กำหนดไว้ดังนี้ ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง

ข้อ 3. ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เรื่องด่วน ขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจับกุมตัว นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.มารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายในระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ

ข้อ 4. เอกสารแนบระเบียบวาระดังกล่าว แนบหนังสือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ตช 0011.25/537 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเป็นหนังสือการแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญากับ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นคดีอาญาที่ 95/2568 กรณี นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงอาจเข้าข่ายอันควรตรวจสอบว่ามีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 17 หรือไม่

ข้อ 5. ด้วยปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ข้อ 6. ข้อเท็จจริงตามข่าวที่ปรากฏ กรณี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา กับ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ควรถือเป็นความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ไม่ว่าจะมีการกล่าวหาหรือไม่ ตามมาตรา 48 วรรคหนึ่งแล้ว จึงมีเหตุอันควรขอให้ตรวจสอบบุคคลทั้ง 3 แล้วแต่กรณี ว่ามีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 17 หรือไม่

“เรื่องฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยตรง จึงไม่ควรไปร้องหน่วยงานอื่น” นายเรืองไกร กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top