Sunday, 21 June 2026
Hard News Team

‘ฉีเคอะ’ สร้าง ‘ก๊วยเจ๋ง’ ที่มิเคยต้องการเป็นวีรบุรุษ โดยจงใจไม่เอ่ยถึง ‘เอี้ยคัง’ สร้างฉากอลังการ!! ระเบิดสงคราม การรบยิ่งใหญ่ เพิ่มบทให้ ‘องค์หญิงวาเจน’

(22 ก.พ. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Syamrath Suthanukul’ โดย ‘หยามกลางแปลง’ ได้โพสต์เรื่องราว เกี่ยวกับ ‘มังกรหยก’ เวอร์ชัน ‘ฉีเคอะ’ โดยมีใจความว่า …

มังกรหยก : จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่

(1)
ก๊วยเจ๋งมิเคยต้องการเป็นวีรบุรุษ

ด้วยเกิดมาเป็นเจ้าทึ่มสมองช้า เป็นชาวฮั่นเกิดในแผ่นดินซ่งเมื่อปีเจ๋งคังอันอัปยศที่สองฮ่องเต้ซ่งถูกชาวกิมจับไป

หลีเพ้งผู้มารดาพาหนีตายจากการที่สามีคือก๊วยเซ่าเทียนถูกทหารกิมสังหาร ออกนอกด่านมาพึ่งพิงเจ็งกิสข่าน-มหาข่านแห่งมองโกล ราชันย์แห่งท้องทุ่งหญ้า เติบโตมาเป็นศิษย์อาจารย์เจอเป เป็นอันต๊ะ-พี่น้องร่วมสาบานกับเซลุยบุตรเจ็งกิสข่าน และหมั้นหมายกับวาเจน องค์หญิงบุตรีเจ็งกิสข่านทั้งที่ตัวเองมิได้มีความรัก

เจ็ดประหลาดกังหนำคืออาจารย์ของก๊วยเจ๋ง วันที่ก๊วยเจ๋งเข้าสู่ยุทธจักรจงหยวน อาจารย์เตือนมิให้คบกับอึ้งย้ง ธิดามารบูรพาอึ้งเอี๊ยะซือ โดยหารู้ไม่ว่าก๊วยเจ๋งได้รู้จักอึ้งย้งแล้ว 

เป็นเจ๋งกอกอ-พี่เจ๋ง กับ ย้งยี้-น้องย้ง จากวันนั้นจนวันสุดท้าย

วาสนาของก๋วยเจ๋งได้พบยาจกอุดร-อั้งชิกกง หัวหน้าพรรคกระยาจก ได้รับถ่ายทอดสิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร ได้พบราชันย์ทักษิณ-อิดเต็งไต้ซือ ได้ฝึกวิชาจากคัมภีร์เก้าอิม

ความเข้าใจผิดที่เกาะดอกท้อ ทำให้ก๊วยเจ๋งคิดว่ามารบูรพาเป็นผู้สังหารอาจารย์ของตน จนโกรธแค้นตัดความสัมพันธ์กับอึ้งย้ง จากที่สาบานว่าชาตินี้จะไม่แยกจาก กลายเป็นชาตินี้มิต้องพบพาน

ทั้งที่ในใจทั้งสองยังโหยหากันตลอดเวลา

เวลานั้น ยังมีพิษประจิม อาวเอี๊ยงฮง พร้อมสมุนเยี่ยงเล้งตี่เซี่ยงหยิน เนี่ยจื้ออง โฮ้วท้งไฮ้ ซาทงเทียน และ แพ้เลี่ยงโฮ้ว ไล่ล่าอึ้งย้งเพื่อหวังคัมภีร์เก้าอิม ฉีเคอะ เริ่มต้นหนังมังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ตรงนี้

(2)
มังกรหยกเวอร์ชั่นนี้ เน้นช่วงสุดท้ายของนิยายของกิมย้ง เล่าเหตุการณ์ในอดีตด้วยฉากแฟลชแบ็ค

ฉีเคอะ ทำมังกรหยกเวอร์ชั่นนี้เป็นหนังสงคราม ฉากรบใหญ่โตอลังการ ฉากบู๊ประลองยุทธระดับระเบิดภูเขาเผากระท่อม 

และตามนิสัยฉีเคอะ บิดเรื่อง เพิ่มบท ลดบทแบบไม่สนใจต้นฉบับ แต่ไม่ถึงขนาดบิดเบือนเพศสมัยสร้างเดชคัมภีร์เทวดา คนไม่เคยอ่าน ไม่เคยดูมังกรหยกมาก่อนเลย อาจงงกับฉากแฟลชแบ็ค แต่ก็ดูให้สนุกได้แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก

บทที่ดีที่สุดของหนัง กลับเป็นบทองค์หญิงวาเจน

เขียนบทเพิ่ม บุคลิกชัดเจน กล้ารัก กล้าแค้น กล้าให้อภัย โดดเด่นเกินบทอึ้งย้งเสียอีก

แต่แฟนพันธุ์แท้มังกรหยก ถึงฉากอลังการแค่ไหน บทแต่งเพิ่มดีแค่ไหน ก็ยังหงุดหงิด ตัวละครเอกหายไปชนิดไม่มีการเอ่ยถึง ยิ่งหนังเริ่มต้นจากบทท้ายๆของหนังสือ ทำให้ไม่เห็นการพัฒนาของตัวละคร โดยเฉพาะสองตัวเอกและแกนหลักที่ว่า ทำไมก๊วยเจ๋งอึ้งย้งถึงรักกันขนาดนี้ และที่หนักหนาสาหัสที่สุดคือมังกรหยกฉบับนี้ จงใจไม่มีเอี้ยคัง 

ทำให้ความเป็นลูกจีนรักชาติของก๊วยเจ๋ง ชาวฮั่นแผ่นดินซ่งที่เติบโตในทุ่งหญ้ามองโกลแต่ใจยังเป็นชาวฮั่น ยอมสละทุกอย่างเพื่อชาวฮั่น ขาดน้ำหนักไปอย่างมาก เพราะขาด เอี้ยคัง ชาวฮั่นที่คิดว่าตัวเองเป็นองค์ชายชาวกิม เสวยสุขมาตลอด ถึงแม้ทราบชาติกำเนิดตัวเองก็ยังขอเป็นชาวกิมมิต้องการเป็นชาวฮั่น บีบจนพ่อแม่ตัวเองฆ่าตัวตาย

ก๊วยเจ๋งที่ไม่มีเอี้ยคัง อย่างไรก็มิอาจเป็นก๊วยเจ๋งโดยสมบูรณ์

(3)
ก๊วยเจ๋งมิเคยต้องการเป็นวีรบุรุษ

และฉีเคอะก็ไม่สามารถปั้นเซียวจ้านให้เป็นวีรบุรุษที่แท้อย่างก๊วยเจ๋งในนิยายได้ ถึงแม้จะแสดงดีขนาดไหน เพราะบทมันไม่ได้ 

จวงต๋าเฟย เล่นดีแค่ไหนก็ไม่ใช่อึ้งย้งที่เราคุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย—-อึ้งย้งที่ไม่ขี้งอน ไม่เอาแต่ใจตัวเอง ย่อมมิใช่อึ้งย้งตัวจริง

ฉีเคอะ เก็บแก่นของเรื่องที่ท่านกิมย้งบรรจงแต่งไว้มาไม่หมด ได้มาแค่เปลือก

หนังให้ความบันเทิงตลอด 145 นาที ช่วงต้น ช่วงท้าย สนุก ช่วงกลาง มีหลับ

เสียดายที่มันไม่ใช่ 'มังกรหยก' ที่ผมรู้จักและรักมาตั้งแต่ได้อ่านครั้งแรก

#หยามกลางแปลง

‘เซเลนสกี้’ มีแผนสำรอง!! กรณี ‘ยูเครน’ แพ้สงครามที่สู้รบกับ ‘รัสเซีย’ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้!! เตรียมลี้ภัยไปฝรั่งเศส หลังพบ มีบัญชีธนาคารในเครือรอธไชลด์

(22 ก.พ. 68) เพจ ‘Ethan Hunts’ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

นิวยอร์กโพสต์ อ้างแหล่งข่าววงใน เซเลนสกี้มีแผนสำรองกรณียูเครนแพ้สงครามลี้ภัยไปฝรั่งเศส 

ข่าวข้างต้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเมื่อติดตามความเคลื่อนไหวเมียเซเลนสกี้ นางโอเรน่า ซาเลนสก้า ในปี 2023 ไปเปิดบัญชีถึง 3 แห่งที่ธนาคารในเครือรอธไชลด์ ซึ่งเป็นบัญชีพิเศษที่ตรวจสอบไม่ได้

ด้วยอภินันทนาการจากมาครง บัญชีเหล่านั้นไม่สามารถตรวจสอบจากระบบธนาคารกลางของยุโรปอีกด้วย และแน่นอนถ้าขนาดยุโรปตรวจสอบไม่ได้ สหรัฐก็ไม่มีทางตามธุรกรรมจากบัญชีเหล่านี้ได้ด้วยเช่นกัน (อาจเป็นเรื่องบังเอิญที่มีเงินที่สหรัฐอ้างว่าส่งให้ยูเครนแล้ว แต่เซเลนสกี้แถลงว่าไม่รู้ว่าหายไปไหน)

จากข้อมูลข้างต้น สื่อฯจึงกล้าฟันธงที่ที่เซเลนสกี้และครอบครัว จะใช้เป็นที่ลี้ภัย ถ้าถึงตอนนั้นยังมีชีวิตอยู่จนถึงเมื่อสงครามจบลง ต้องเป็นยุโรป และให้เจาะจงกว่านั้นคือฝรั่งเศส

‘โดนัลด์ ทรัมป์’ สั่งปลด!! ‘ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม’ เพื่อกำจัด!! ผู้นำที่สนับสนุน ‘ความหลากหลาย’ ในกองทัพ

(22 ก.พ. 68) เพจ ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

อวสานของ #Woke ในกองทัพ #สหรัฐฯ

Woke is dead. 

ทรัมป์สั่งปลดพลเอก ชาร์ลส์ คิว. บราวน์ ออกจากตำแหน่ง 'ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม' ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักบินขับไล่ที่สร้างประวัติศาสตร์และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการยอมรับ โดยเป็นการปลดออกนี้เป็นส่วนหนึ่งของทรัมป์ในโครงการกำจัดผู้นำที่สนับสนุนความหลากหลายในกองทัพ พร้อมเสนอชื่อพลโทกองทัพอากาศ แดน 'ราซิน' เคน ให้เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม มาดำรงตำแหน่งแทน

ทรัมป์ยกย่องเคนว่าเป็น 'นักรบ' และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแห่งชาติที่มีบทบาทสำคัญในการปราบกลุ่ม #IS #ISIS ได้อย่างรวดเร็ว

การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงความเป็นผู้นำทางทหาร โดยทรัมป์เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่ง การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และลำดับความสำคัญด้านการป้องกันประเทศแบบ 'อเมริกาต้องมาก่อน' 'America First' 

“During my first term, Razin was instrumental in the complete annihilation of the ISIS caliphate. It was done in record setting time, a matter of weeks.

Many so-called military "geniuses" said it would take years to defeat ISIS. General Caine, on the other hand, said it could be done quickly, and he delivered.”

‘อ.อุ๋ย’ ยัน!! ‘ชาวยิว’ ที่ปาย มีสิทธินับถือ ประกอบพิธีศาสนา อันเป็นสิทธิตาม ‘รธน.’ แต่ต้อง!! เคารพกฎหมาย และวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ของประเทศไทยด้วย

(22 ก.พ. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและอดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นว่า “กรณีข่าวชุมชนชาวยิวที่ปาย ซึ่งมีชาวบ้านออกมาร้องเรียนว่ามีจำนวนมากและก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับชุมชนนั้น ผมเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 31 บัญญัติว่า ‘บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการนับถือศาสนาและย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตน แต่ต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ไม่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของรัฐ และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน’

อีกทั้งในมาตรา 67 วรรคหนึ่ง ก็บัญญัติอีกว่า ‘รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น’ และมาตรา 27 วรรคสาม กำหนดว่า ‘การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างในเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือเหตุอื่นใด จะกระทํามิได้’

ดังนั้นไม่ว่าชนชาติใด ศาสนาใด จึงมีสิทธิในการอยู่อาศัย พำนัก และนับถือศาสนาของตนโดยเสรีบนผืนแผ่นดินไทย ตราบใดที่เคารพต่อกฎหมายไทย ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อคนไทย ไม่เป็นอันตรายต่อความมั่นคง และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งกรณีปัญหาชุมชนชาวยิวที่ปาย จึงต้องแยกปลาออกจากน้ำเสียก่อน กล่าวคือ ชาวยิวคนไหนที่เข้ามาท่องเที่ยวตามปกติ อยู่ไม่เกินอายุวีซ่า ก็ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชน ต้องปฏิบัติต่อเขาเยี่ยงนักท่องเที่ยวทั่วไป 

ส่วนกลุ่มใดที่เข้ามาโดยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ซ่องซุม อยู่เกินอายุวีซ่า ลักลอบทำงาน ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ไม่เคารพกฎหมายและประเพณีอันดีงามของไทย ก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย ลงโทษอย่างเด็ดขาด ส่งกลับประเทศและแบล็กลิสท์ไม่ให้เข้าประเทศไทยอีก รวมถึงพัฒนาระบบไบโอเมตริกซ์ เชื่อมโยงฐานข้อมูลตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกับตำรวจสากล เพื่อคัดกรองผู้มีประวัติอาชญากรรม หรือมีประวัติที่เป็นภัยต่อความมั่นคง เพื่อสกัดไม่ให้เข้าประเทศไทยได้ตั้งแต่ต้นทาง  

หรือหากต้องการให้ปายกลับมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สงบและรักษาประเพณีอันดีงามไว้ในระยะยาว ก็ต้องกำหนดโควตาหรือจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนไว้ และเก็บค่าธรรมเนียมท่องเที่ยวในอัตราสูง เช่น ประเทศภูฏานเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวถึงเกือบสี่พันกว่าบาทต่อคืน เพื่อคัดเลือกนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และนำเงินตรงนี้มาพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวในระยะยาวต่อไป ก็ขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาครับ ด้วยความปรารถนาดี”

‘ผู้ว่าฯ นครพนม’ เป็นงง!! เจอ ‘TikTok’ ปลอม ลั่น!! ยังรักกันดีกับภรรยา รบกวนช่วยรายงานให้ด้วย

(22 ก.พ. 68) นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม โพสต์ข้อความระบุว่า ...

แจ้งข่าว TikTok ปลอม  

ผมกับภรรยายังรักกันดีอยู่ ยังไม่ได้เลิกกันนะครับ

เคยเจอแต่ Facebook และ Line ปลอม คราวนี้เจอ TikTok ปลอม รบกวนเพื่อน ๆ ช่วยรายงานให้ด้วยครับ

‘อัครเดช’ แถลงชัด!! แก้กม.ค้าของเก่า ไม่ส่งผลกระทบต่อ ‘ซาเล้ง - ร้านขายของเก่า’ที่ดี พร้อมเตรียมเพิ่มโทษ!! ‘จำคุก’ ร้านของเก่าที่ไม่ทำตามกฎหมาย ลดปัญหา รับซื้อของโจร

(22 ก.พ. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรรมาธิการการอุตสาหกรรมได้มีการพิจารณา พ.ร.บ.ควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2474 โดยได้เชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ผู้ค้าของเก่า อธิบดีกรมการปกครอง มาร่วมให้ข้อมูล โดยในที่ประชุมได้มีการพิจารณาถึงการแก้ไขกฎหมายฉบับดังกล่าว

การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มีสาเหตุมาจากปัจจุบันมีการลักขโมยทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และของทางราชการเป็นจำนวนมาก ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และงบประมาณของประเทศอย่างสูง และเมื่อทาง กมธ.อุตสาหกรรม ได้พิจารณาถึงปัญหาดังกล่าวพบว่ามีสาเหตุจาก พ.ร.บ.ควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ.2484 ยังมีช่องว่างทางกฎหมายจากบทลงโทษที่ไม่มีประสิทธิภาพในหลายส่วน เช่น 

การกำหนดโทษกรณีผู้รับซื้อของเก่าไม่บันทึกข้อมูลการรับซื้อมีโทษปรับเพียง 2,000 บาท โดยที่ผ่านมาร้านรับซื้อของเก่าที่รับซื้อของโจรยอมที่จะโดนปรับ 2,000 บาท เนื่องจากโทษปรับดังกล่าวน้อยกว่ากำไรที่จะได้รับจากการค้าของโจร ทำให้เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ในส่วนของกรมการปกครองในการปฏิบัติงานเป็นอย่างยิ่ง กรณีนี้ทาง กมธ.อุตสาหกรรม และกรมการปกครอง มีความเห็นตรงกันว่าจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายในส่วนบทลงโทษร้านรับซื้อของเก่าที่ไม่บันทึกข้อมูลผู้ขายให้มีโทษจำคุกจากเดิมมีเพียงโทษปรับ เพื่อลงโทษร้านรับซื้อของเก่าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด กฎหมายฉบับนี้จะเป็นการปกป้องร้านรับซื้อของเก่าที่ปฏิบัติตามกฎหมายจะไม่ต้องถูกข้อกล่าวหาเรื่องรับซื้อของโจรอีกด้วยถ้าลงบันทึกการรับซื้อถูกต้อง 

ความกังวลเรื่องบันทึกการรับซื้อ ได้มีการหารือกับตัวแทนผู้รับซื้อของเก่าว่าควรจะมีการปรับปรุงรูปแบบการบันทึกข้อมูลจากเดิมที่เป็นการบันทึกแบบจดด้วยมือลงสมุดเพียงอย่างเดียวในอนาคตจะเพิ่มเป็นรูปแบบที่ทันสมัยยิ่งขึ้นผ่านการใช้เทคโนโลยี เช่น การลงบันทึกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ลงบันทึกผ่านเว็บไซต์หรือผ่านแอปพลิเคชัน เป็นต้น เพื่อง่ายและเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ร้านรับซื้อของเก่าและมีความชัดเจนเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของของเก่าที่ถูกนำมาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดได้ในกรณีที่ทรัพย์นั้นหรือของเก่าที่นำมาขายนั้นถูกโจรกรรมหรือถูกขโมยมา

ซึ่งในพ.ร.บ.จะไม่มีการกำหนดการลงบัญชีรับซื้อในพ.ร.บ.ให้มีรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเป็นการเฉพาะ แต่จะให้เป็นหน้าที่ของกรมการปกครองต้องหารือร่วมกับผู้ประกอบการหรือตัวแทนร้านรับซื้อของเก่า เพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและมีประสิทธิภาพในการติดตามผู้กระทำความผิดโดยจะออกเป็นกฎกระทรวงต่อไป

นอกจากนี้ยังมีผู้ไม่หวังดีได้ให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริงว่า ผู้รับซื้อของเก่ารายย่อย หรือรถซาเล้งที่ตะเวนรับซื้อของเก่าจะได้รับผลกระทบจากการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง กฎหมายฉบับนี้จะไม่มีผลกระทบใด ๆ ไปยังผู้ตระเวนรับซื้อของเก่าหรือซาเล้งแต่อย่างใด เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้เฉพาะร้านรับซื้อของเก่าเท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับรถซาเล้งแต่อย่างใด

ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จะทำให้ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและทรัพย์สินของราชการมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นและยังจะเป็นการปกป้องร้านรับซื้อของเก่า ที่ดีและปฏิบัติตามกฎหมาย แต่สำหรับผู้ที่จะได้รับผลกระทบคือโจร รวมถึงร้านรับซื้อของเก่าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคือมีเจตนารับซื้อของโจรเพื่อหากินกับทรัพย์สินของทางราชการและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ถูกลักขโมยมาขาย

โดยปัจจุบันกฎหมายฉบับนี้อยู่ระหว่างการเสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุลงในระเบียบวาระของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และเมื่อกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้จะทำให้การลักทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและราชการลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ 

ตนขอฝากไปยังร้านรับซื้อของเก่าที่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าไม่ต้องกังวลกับการแก้ไขกฎหมายค้าของเก่า เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้จะเป็นการปกป้องท่าน และที่สำคัญรถซาเล้งจะไม่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับนี้แต่อย่างใด โปรดอย่าหลงเชื่อบุคคลผู้ไม่หวังดีที่ปลุกปั่นข่าวที่ไม่เป็นความจริง

‘มาสด้า’ ประกาศดัน!! โรงงานผลิตในไทย ให้ขึ้นเป็นศูนย์กลาง ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ เผย!! เตรียมผลิต รถยนต์ไฟฟ้า คอมแพ็คเอสยูวี 100,000 คันต่อปี ส่งออกทั่วโลก

(22 ก.พ. 68) มาสด้าประกาศแนวทางการดำเนินธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์ขึ้นในประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ดีลเลอร์ และพันธมิตรทางธุรกิจ

นำทัพโดย มร. มาซาฮิโร โมโร ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย 

ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญสุดในรอบทศวรรษ เพื่อเดินหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อการก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน ภายใต้ธีม The Future, Crafted by the Joy of Driving ชูวิสัยทัศน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ล่าสุด เพื่อส่งมอบความสุขในการขับขี่ตามแนวทาง Multi-solution ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าควบคู่กับแผนเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 5 รุ่น ภายใน 3 ปี เชื่อมั่นระบบเศรษฐกิจและศักยภาพของประเทศไทย

ประกาศทุ่มเงินลงทุนอีกกว่า 5,000 ล้านบาท ผลักดันโรงงานผลิตรถยนต์ในไทยขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตและพัฒนารถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ หรือ xEVs นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านไปยังรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอนาคต โดยทำการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคอมแพ็คเอสยูวี 100,000 คันต่อปี เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปทั่วโลก

‘สว.’ ลุกลี้ลุกลน!! ล้ำหน้า ถึงขั้นจะถอดถอน ‘พ.ต.อ.ทวี’ รัฐมนตรียุติธรรม หลัง ‘ดีเอสไอ’ จ่อรับเป็นคดีพิเศษ จากการถูกร้องเรียน ‘ฮั้ว’ จัดทำโพย

(22 ก.พ. 68) สว.ออกอาการลุกลี้ลุกลนเกินเหตุ ล้ำหน้าถึงขั้นจะถอดถอนรัฐมนตรียุติธรรม โดยไม่ได้ดูข้อเท็จจริงการได้มาของตัวเอง

ลุกลี้ลุกลนเกิน สว.ชุดน้ำเงิน หลังดีเอสไอ จ่อรับไว้เป็นคดีพิเศษ จากการถูกร้องเรียน ‘ฮั้ว’ จัดทำโพย และผลการเลือกเป็นไปตามโพย 138 คน จาก 140 คน ติดสำรองอยู่อีก 2 คน

ลุกลี้ลุกลน เพราะเมื่อข่าวจาก พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และอธิบดีดีเอสไอออกมาว่า จะขอรับทำเป็นคดีพิเศษ สมาชิกวุฒิสภาสายน้ำเงินที่กำลังจัดสัมมนากันอยู่ที่หวดสวนสน หัวหิน กลางคืนร้องรำทำเพลงกันสนุกสนาน แต่พอมีข่าวดีเอสไอจะรับทำเป็นคดีพิเศษ รีบแจ้งกำหนดการแถลงข่าวโต้ดีเอสไอทันทีในเวลา 10.00 น.

เดิมให้ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา แถลงเพียงคนเดียว แต่พอเช้าขึ้นมาถึงเวลาแถลงข่าวตามนัด สว.เดินมายืนเรียงหน้ากันเต็มหมด รวมถึงมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาด้วย เข้าใจว่าได้มีการประเมินสถานการณ์แล้ว ‘ค่อนข้างแรง’ ต้องตั้งการ์ดดี ๆ กับข้อกล่าวหาหนัก ‘อั้งยี่-ซ่องโจร’ อันเป็นคดีอาญา ไม่ใช่คดีผิด พรป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาอย่างเดียวแล้ว สมาชิกวุฒิสภากะเล่นหนักถึงขั้นถอดถอนรัฐมนตรียุติธรรม

สำหรับเนื้อหาในหนังสือลับด่วนที่สุด ซึ่งดีเอสไอแจ้งไปยัง กกต. ระบุว่า การสืบสวนปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีขบวนการจัดตั้งให้ได้มาซึ่ง สว. มีการวางแผนให้มีผู้สมัครระดับอำเภอ กลุ่มละ 5 คน รวม 100 คน ในระดับอำเภอ 928 อำเภอ ค่าตอบแทนระดับอำเภอ 5,000 บาท ระดับจังหวัด 10,000 บาท ระดับประเทศ 4 หมื่นถึง 1 แสนบาท และถ้าได้ สว.มากกว่า 120 คน จะได้เพิ่มจำนวน 100,000 บาท

หลังจากวันที่ 16 มิ.ย.67 ภายหลังผ่านการคัดเลือกระดับจังหวัด ขบวนการได้นัดหมายผู้สมัครระดับประเทศ ไปจัดทำโพยฮั้ว สว. ในพื้นที่ 3 จังหวัด มีการจ่ายมัดจำ 2 หมื่นบาท ส่วนที่เหลือจะได้รับหลังการรับรองผลการสืบสวนยังพบโพยฮั้ว สว. มีหมายเลข จำนวน 2 ชุด กลุ่มละ 7 คน รวม 140 คน โดยพบผู้สมัครอยู่ในขบวนการประมาณ 1,200 คน สำหรับโพยฮั้ว 2 ชุด พบว่าเป็นผู้ได้รับเลือก 138 คน และอยู่ในลำดับสำรอง 2 คน

ดีเอสไอประสงค์ที่จะรับดำเนินการสอบสวนในส่วนที่พบการกระทำผิดทางอาญาไว้ดำเนินการ เนื่องจากกลุ่มขบวนการมีการวางแผนที่สลับซับซ้อน กระทำการอุกอาจมิได้เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ยังไม่ได้พิสูจน์ทราบอีกจำนวนมาก จำเป็นต้องใช้วิธีการรวบรวมหลักฐานเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบร่องรอยการติดต่อสื่อสาร เส้นทางการเงิน สถานที่จัดประชุม วางแผน สถานที่พบปะติดต่อ พิสูจน์ทราบกลุ่มบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านไอที ที่เข้ามาร่วมสนับสนุนการ กระทำความผิดของกลุ่มขบวนการ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความพร้อมด้านบุคลากร และเครื่องมือทางด้าน เทคโนโลยีที่จะใช้ในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ทราบเครือข่าย และองคาพยพของกลุ่มขบวนการทั้งหมด นอกจากนี้ พยานสำคัญอาจจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการให้ความคุ้มครองพยาน เพราะเหตุที่พยาน อาจเกรงกลัวต่ออันตรายแก่ชีวิตร่างกาย

ประเด็นคือ สมาชิกวุฒิสภา ควรจะได้พิจารณาข้อเท็จจริงให้แจ่มชัดว่า ข้อกล่าวหาเป็นอย่างไร ผิดกฎหมายไหนบ้าง แล้วพิจารณาข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริงว่า มีฮั้วจริงไหม มีโพยให้เลือกจริงหรือไม่ นัดไปรวมพลกันสามจังหวัดเพื่อรับโพย และซักซ้อมกันจริงหรือไม่ รับเสื้อสีเหลือง นั่งรถตู้มาด้วยกันจริงหรือไม่

แต่สมาชิกวุฒิสภาชุดสวนสนกลับรีบลุกขึ้นมาตอบโต้ และชี้ไปด้วยว่าดีเอสไอไม่มีอำนาจทำคดีนี้ ซึ่งอาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดีเอสไอจะรับส่วนไหนไปทำ แต่กลับออกอาการเกินเหตุ จริงๆ ก็แค่ยุงรำคาญตอนหัวค่ำ แต่กลับ ยิงสลุตออกไปถึงขั้นจะยื่นถอดถอนรัฐมนตรีทวี สอดส่อง มันล้ำหน้านะ

จเรตำรวจแห่งชาติบินด่วนวางแผนร่วมปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา

ตามมาตรการเด็ดขาดของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการตัดไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และน้ำมัน ที่ส่งไปยังเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์แตกกระจาย สามารถจับกุมกลุ่มคนร้าย และช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อซึ่งมีหลายเชื้อชาติ ได้รับคำชื่นชมจากนานาชาติทั่วโลก รวมทั้งประเทศจีน เป็นอย่างมาก

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สั่งการให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปอย่างเร่งด่วนในวันนี้ (21 กุมภาพันธ์ 2568) เพื่อประชุมวางแผนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติประเทศกัมพูชา ในการปฏิบัติในครั้งนี้

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เปิดเผยว่า ในการประชุมวางแผนการปฏิบัติ ได้ข้อสรุปทั้งหมด 3 ข้อ ได้แก่

1. ร่วมกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดไป โดยมีเป้าหมายเข้าไปกวาดล้าง ตรวจค้น จับกุม ในจุดต่างๆ ที่เป็นที่ตั้งของแก๊ง โดยทางตำรวจไทยขอนำตัวคนไทยกลับมาลงโทษตามกฎหมายที่ประเทศไทย

2. ร่วมกันช่วยเหลือคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ให้กลับคืนสู่ครอบครัวอย่างรวดเร็ว 

3. จัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา เพื่อความรวดเร็วในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดไป

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ทางตำรวจกัมพูชาจะดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการร่วมปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในครั้งนี้ ซึ่งกลุ่มคนร้ายส่วนใหญ่เป็นคนจีน โดยมีคนไทยร่วมอยู่ด้วย และยังเป็นการแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ดี ในโอกาสครบรอบ 75 ปี ของความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศในปีนี้ด้วย

‘ฮุนได’ ประกาศ!! แคมเปญสำหรับ IONIQ 5 ราคาเริ่มต้น 1.399 ลบ. ตอกย้ำ!! ความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัล ‘World Car of the Year’

(22 ก.พ. 68) ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ IONIQ 5 รุ่นปี 2024 ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.399 ล้านบาท ตอบรับกระแส EV ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย IONIQ 5 ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของยนตรกรรมพลังงานสะอาดที่ผสานนวัตกรรมล้ำสมัย สมรรถนะทรงพลัง และการขับขี่ที่สะดวกสบายในการขับขี่ไว้อย่างลงตัว ตอกย้ำความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัล World Car of the Year ในปี 2022

IONIQ 5 ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม E-GMP (Electric Global Modular Platform) ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ช่วยให้พื้นที่ภายในกว้างขึ้น พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการขับขี่ โดยมีตัวเลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Premium Standard Range ใช้แบตเตอรี่ขนาด 58 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า และระยะทางขับขี่สูงสุด 384 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ส่วน รุ่น Exclusive Long Range ใช้แบตเตอรี่ขนาด 72.6 kWh กำลังสูงสุด 217 แรงม้า สามารถวิ่งได้ไกลถึง 481 กม. พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.4 วินาที

IONIQ 5 มาพร้อมเทคโนโลยี Ultra-Fast Charging รองรับกำลังชาร์จสูงสุด 350 kW ทำให้สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาเพียง 18 นาที และยังมีระบบ V2L (Vehicle-to-Load) ที่ช่วยให้รถสามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

ในด้านดีไซน์ IONIQ 5 โดดเด่นด้วย Parametric Pixel Design ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ Hyundai Pony ผสานความทันสมัยอย่างลงตัว ไฟหน้าและไฟท้ายดีไซน์พิกเซลสุดล้ำ กันชนหน้า V-Shape ล้อขนาด 19 นิ้ว พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto และระบบเสียง BOSE Premium Sound

เพื่อให้ทุกการเดินทางปลอดภัยยิ่งขึ้น IONIQ 5 มาพร้อม Hyundai SmartSense ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ อาทิ Smart Cruise Control with Stop & Go ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Blind-Spot Collision Warning ระบบเตือนมุมอับสายตา Forward Collision-Avoidance Assist ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และ Lane Keeping Assist ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน

IONIQ 5 คือเจ้าของรางวัลระดับโลก ได้แก่ World Car of The Year, World EV of The Year และ World Car Design of The Year จากงาน World Car Awards 2022 ตอกย้ำความสำเร็จและมาตรฐานของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากฮุนได

ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์ขับขี่สุดล้ำของ IONIQ 5 ได้แล้ววันนี้ที่ IONIQ Agency ทั่วประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top