Saturday, 20 June 2026
Hard News Team

‘ชาวสงขลา’ วอนเร่งสร้างสะพาน ช่วยยกระดับการเดินทาง หลังแพขนานยนต์เหลือแค่ 1 ลำ ทำชาวบ้านสัญจรลำบาก

(27 ก.พ. 68) สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับแพขนานยนต์เหลือเพียง 1 ลำ จากเดิมที่มีถึง 5 ลำ ทำให้ชาวสงขลาต้องเผชิญกับวิกฤตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การเดินทางที่เคยสะดวกสบายและรวดเร็วกลับกลายเป็นเรื่องยากลำบากที่ทุกคนต้องรับภาระ

หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า "ทำไมไม่สร้างสะพานใหม่?" เมื่อแพขนานยนต์ที่ให้บริการแก่ประชาชนได้ลดจำนวนลงอย่างมาก แต่การเดินทางที่ยังคงต้องพึ่งพาแพขนานยนต์นั้นไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้อีกต่อไป การขาดแคลนบริการนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความลำบากให้กับชาวบ้าน แต่ยังสะท้อนถึงความจำเป็นที่ต้องคิดถึงโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากกว่าการพึ่งพาแพขนานยนต์ที่ไม่สามารถรองรับการเติบโตของประชากรและการเดินทางที่เพิ่มขึ้นได้

คำถามที่ชาวสงขลาอยากได้คำตอบคือ "อีกนานแค่ไหนเราจะต้องทนกับสถานการณ์นี้?" ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นว่า "สะพาน" เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน หากต้องรอให้สถานการณ์กลับไปดีขึ้นอีกกี่ปี ความทุกข์ที่พวกเขาต้องเผชิญวันนี้คงไม่สามารถทนไหวอีกต่อไป!

ถึงเวลาแล้วที่ต้องทบทวน และดำเนินการอย่างจริงจังกับโครงการสร้างสะพานที่ทันสมัยและปลอดภัย เพื่อยกระดับการคมนาคมในพื้นที่สงขลา!

สวนนงนุชพัทยา จัดโปรโมชั่นเข้าสวนฟรีทั้งเดือนสำหรับใครที่เกิดเดือนมีนาคม

(27 ก.พ.68) สวนนนงนุชพัทยา โดยนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้จัดโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่มีวันเกิดเดือน มีนาคม รับบัตรผ่านประตูเข้าชมสวนสวยฟรี ตลอดทั้งเดือนส่วนในเดือนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสนใจที่มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพียงแสดงบัตรประชาชนแล้วรับสิทธิได้เลยไม่จำกัดจำนวน ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31มีนาคม 2568

ส่วนโปรโมชั่นที่ทางสวนนงนุชพัทยาจัดให้อย่างต่อเนื่องสำหรับเด็กที่มีความสูงไม่เกิน140 ซม.(ที่มากับครอบครัว) และผู้พิการเข้าฟรีทุกวัน ผู้สูงอายุ (มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป)เข้าชมสวนฟรีทุกวันศุกร์ ท่านที่สนใจชมการแสดงนงนุชโชว์ และการแสดงของน้องช้างแสนรู้ มีการแสดงวันละ 4 รอบ ณ โรงละครสกาลานงนุชพัทยา 

สวนนงนุชพัทยาเป็นสถานที่ ที่มีความพิเศษในการท่องเที่ยวแบบครอบครัว ผู้สูงอายุจะได้รับความสะดวกสบายในสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทางลาด,รถชมสวน,ลิฟต์ในสวนลอยฟ้า,ห้องน้ำสำหรับวิวแชร์ และชมสวนที่ติดหนึ่งในสิบสวนที่สวยที่สุดในโลกมากกว่า 60 สวน ในส่วนของเด็กจะได้ชมความยิ่งใหญ่ของไดโนเสาร์ ขนาดเท่าตัวจริงมากกว่า 1,700 ตัว โดยเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 น.- 18.00น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nongnoochpattaya.com

‘หมอเหรียญทอง’ ยกเคส ‘ผู้ป่วย’ ปลื้มใช้บัตรทองแพลตตินั่ม ชูความคุ้มค่าในราคา รพ.รัฐบาล แต่ได้มาตรฐานเอกชน

(27 ก.พ. 68) พลตรี นายแพทย์ เหรียญทอง แน่นหนา ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยได้ระบุถึงผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊กชื่อว่า 'หมอปันปัน ค่ะ' ซึ่ง เป็นอายุรแพทย์สาขาโลหิตวิทยา รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็นแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับโรคมะเร็งเม็ดเลือด โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และโรคเลือดต่างๆ ได้โพสต์ในช่องแสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ 'บัตรทองแพลตตินั่ม' เมื่อคืนวันพุธที่ 26 ก.พ.68 เวลา 21.38 น.ว่า

"คนไข้แฮปปี้มากค่ะ รวมค่าบริการและค่ายา 3 เดือน 550 บาท คนไข้ฝากขอบคุณพี่ด้วยค่ะ ที่มีโครงการช่วยเหลือผู้ป่วย"

นี่คืออีกกรณีหนึ่งที่ผู้ป่วยบัตรทองแพลตตินั่ม รพ.มงกุฎวัฒนะ พึ่งตนเอง จ่ายเงินเอง ราคา รพ.รัฐ ไม่ต้องขอใบส่งตัวจากคลินิก ไม่ต้องเดินทางไป รพ.ที่รับการส่งต่อใหม่ตามที่ สปสช. จัดให้ด้วยความยากลำบาก 

ทั้ง รพ.ที่รับการส่งต่อใหม่ ยังอาจจะขาดแคลนแพทย์เฉพาะทาง เช่น อายุรแพทย์สาขาโลหิตวิทยาที่หายาก ดังเช่นคุณ 'หมอปันปัน ค่ะ' อีกด้วย

คิดง่ายๆ นะครับ ผู้ป่วยบัตรทองแพลตตินั่มของคุณ 'หมอปันปัน ค่ะ' น่าจะมีบ้านอยู่ทางกรุงเทพฯเหนือ อาจจะหลักสี่-ดอนเมือง-บางเขน-จตุจักร ก็แล้วแต่ 

เมื่อมารักษาด้วยโครงการบัตรทองแพลตตินั่มด้วยการจ่ายเงินค่าบริการและค่ายา 3 เดือน 550 บาท ก็ยังถูกกว่าค่ารถแท๊กซี่เดินทางไป-กลับ รพ.ที่รับส่งต่อใหม่ที่อยู่ห่างไกล การจราจรติดขัด เสียค่ารถไป-กลับ น่าจะเกือบ 1,000 บาทแล้ว ยังไม่รวมเสียเวลาจากการจราจรติดขัดอีก

มิหนำซ้ำผู้ป่วยบัตรทองยังจะต้องไปที่คลินิกปฐมภูมิล่วงหน้าหลายวันเพื่อทำเรื่องขอใบส่งตัวก่อน หลังจากนั้นอีกหลายวันเมื่อคลินิกอนุมัติใบส่งตัวแล้ว ผู้ป่วยก็ต้องเดินทางไปคลินิกอีกครั้งเพื่อรับใบส่งตัว 

แต่ละครั้งที่ไปคลินิก ผู้ป่วยก็ต้องไปรอคอย มีผู้ป่วยบัตรทองรายหนึ่งบอกผมโดยตรงว่า "เหมือนขอทานเลยค่ะ แค่ไปขอแค่ใบส่งตัวเท่านั้น ยังต้องมีขั้นตอนให้ยุ่งยากลำบากเพื่อจะได้ไม่อยากขอใบส่งตัว"

เมื่อได้ใบส่งตัวแล้ว ผู้ป่วยบัตรทองจึงจะเดินทางไป รพ.ที่รับส่งต่อใหม่ตามที่ สปสช. จัดให้ที่ห่างไกล ต้องเสียค่ารถไป-กลับ น่าจะเกือบ 1,000 บาทอีก 

ยังไม่นับรวมกับปัญหาการเริ่มต้นตรวจรักษากับแพทย์เฉพาะทางขั้นสูงในระดับอายุรศาสตร์สาขาโลหิตวิทยา 

หาก รพ.รับส่งต่อใหม่ ไม่มีแพทย์เฉพาะทางสาขานี้ ก็จะต้องส่งต่อไปยังคณะแพทยศาสตร์ ซึ่ง รพ.รับส่งต่อใหม่ จะส่งต่อผู้ป่วยเองไม่ได้นะครับต้องมีหนังสือแจ้งคลินิกให้ผู้ป่วยนำกลับไปคลินิกเพื่อขอใบส่งตัวไปยังคณะแพทยศาสตร์เสียก่อน ผู้ป่วยบัตรทองจึงจะไปคณะแพทยศาสตร์ได้ 

ทุกขั้นตอนผู้ป่วยต้องเสียเวลาประสบปัญหาความแออัด ทั้งการจะใช้บริการแต่ละครั้งก็ต้องวนเวียน กลับไป-กลับมา ผู้ป่วยเสียโอกาสมากสุดๆ ขาดความต่อเนื่องในการรักษา เสียทั้งโอกาส เสียทั้งเวลา เสียทั้งค่าใช้จ่ายไปๆ มาๆ ที่สำคัญสุ่มเสี่ยงต่อการเสียสุขภาพและชีวิตจากการขาดความต่อเนื่องในการรักษา...เพียงแค่ต้องการรักษาฟรี ไม่ต้องจ่ายเงินให้ รพ.เท่านั้น ขอพูดตรงๆ ว่า คิดอย่างไรก็ไม่คุ้มค่าเลยนะครับ

ตามที่คุณ 'หมอปันปัน ค่ะ' โพสต์ในช่องแสดงความเห็นเมื่อคืนนี้ว่า "คนไข้แฮปปี้มากค่ะ รวมค่าบริการและค่ายา 3 เดือน 550 บาท คนไข้ฝากขอบคุณพี่ด้วยค่ะ ที่มีโครงการช่วยเหลือผู้ป่วย"

คุณพี่ที่คนไข้ฝากขอบคุณนั้นจะเป็นใครก็แล้วแต่ได้ฝากผมให้บอกคุณ 'หมอปันปัน ค่ะ' ว่า "คุณพี่คนนั้นขอฝากบอกผู้ป่วยบัตรทองแพลตตินั่มว่าขอขอบคุณมากครับ"

หมายเหตุ 

มีผู้ป่วยบัตรทองแพลตตินั่มรายหนึ่งแจ้งผมว่า แม้แต่คลินิกปฐมภูมิ และสายด่วน สปสช 1330 ก็ยังเชียร์โครงการ 'บัตรทองแพลตตินั่ม' เลย โดยแอบแนะนำให้มาสมัครเป็นสมาชิกบัตรทองแพลตตินั่มแล้วจะได้ไม่ต้องขอใบส่งตัวจากคลินิก ไม่ต้องเดินทางไกลไป รพ.ใหม่ ตามที่ สปสช จัดให้

ขนาดคลินิกปฐมภูมิที่ รพ.ยกเลิกการเป็นแม่ข่ายแท้ๆ ยังเชียร์โครงการบัตรทองแพลตตินั่ม ที่สำคัญ สายด่วน สปสช 1330 ก็ยังแอบเชียร์อีกด้วย

ถ้าโครงการบัตรทองแพลตตินั่ม ไม่ดีจริง ไม่เจ๋งจริง เชิญไปด่า 'ไอ้เฮี่ยตาแป๊ะหลักสี่ ไอ้ตี๋หัวลำโพง' อดีตเสนาธิการฝ่ายยุทธการ กรมแพทย์ทหารบก จอมเผด็จการล้างระบบส่งต่อผู้ป่วยนอก OP refer เฮงซวย ได้ที่ รพ.มงกุฎวัฒนะกันเลยนะครับ

เปิด 20 อันดับมหาวิทยาลัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2025

เปิด 20 อันดับมหาวิทยาลัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2025 จากการจัดอันดับโดย QS World University Ranking มหาวิทยาลัยของประเทศใดยืนหนึ่ง ขณะที่มหาวิทยาลัยของไทย มีที่ใดติดบ้าง และอยู่อันดับเท่าไหร่ ไปส่องกันเลย

เผยภาพ ‘สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์’ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ พระผู้ปฏิบัติชอบ ขณะนั่งรอรถไฟเข้า กทม. ปฏิบัติศาสนกิจ

เผยภาพ สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ วัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง จ.ตรัง นั่งรอรถไฟที่สถานีพัทลุง เพื่อเดินทางเข้าปฏิบัติศาสนกิจที่วัดสามพระยา กทม. ท่ามกลางความคิดเห็นที่ว่าเป็นแบบอย่างให้กับพระสงฆ์ได้เห็นวัตรปฏิบัติที่เรียบง่าย สมถะ... 

เมื่อวันที่ (26 ก.พ. 68) เฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า มหาศักดิ์ ป่าวัดใหม่ ได้โพสต์รูป สมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์  เจ้าคณะใหญ่หนใต้ วัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง จ.ตรัง ขณะกำลังนั่งรอรถไฟที่สถานีพัทลุง เพื่อเดินทางเข้าปฏิบัติศาสนกิจที่กรุงเทพฯ 

พร้อมข้อความ ระบุว่า พระผู้เป็นดั่งร่มโพธิ์ใหญ่ร่มไทรกว้างแห่งดินแดนด้ามขวานทอง สมถะ เรียบง่าย เข้าถึงง่าย กราบได้สนิทใจ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ วัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง จ.ตรัง ขณะนั่งรอรถไฟ ข.32 สถานีรถไฟพัทลุง เดินทางเข้า กทม. เพื่อปฏิบัติศาสนกิจ งานอบรมสอบความรู้พระอุปัชฌาย์รุ่นที่ 58 ณ วัดสามพระยา กทม.

โดยหลังจากมีการเผยแพร่ภาพดังกล่าวออกไป ก็ได้มีการแชร์ภาพต่อกันไปเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับพระสงฆ์ได้เห็นวัตรปฏิบัติที่เรียบง่าย สมถะ ของสมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์

เปิดประวัติ 'พระชินวงศวชิรเวที' วัดราชบพิธฯ พระราชาคณะชั้นสามัญที่อายุน้อย จบฮาร์วาร์ด-เปรียญ 7

เมื่อวันที่ (26 ก.พ.68) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศที่สำคัญ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ 'พระครูสุตตาภิรม เตชินท์' จากวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า 'พระชินวงศวชิรเวที'

ล่าสุด, เพจเฟซบุ๊ก 'ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา' ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับพระชินวงศวชิรเวทีในฐานะพระราชาคณะชั้นสามัญที่มีพรรษาน้อยที่สุดในสังฆมลฑล โดยพระชินวงศวชิรเวที (นามเดิม เตชินท์ จุลเทศ) เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ.2533 เป็นบุตรของนายเลอศักดิ์ จุลเทศ อดีตผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และนางศิริพร จุลเทศ นับเป็นพระสงฆ์ที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มพระราชาคณะชั้นสามัญ โดยมีอายุเพียง 34 ปี และพรรษาเพียง 7 พรรษา

พระชินวงศวชิรเวทีมีการศึกษาที่โดดเด่น ตั้งแต่สมัยเยาว์วัย สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 68 ขณะศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย มีความสนใจด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ได้เป็นผู้แทนประเทศไทยไปแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ประจำปี พ.ศ.2550 ณ สหพันธรัฐรัสเซีย และประจำปี พ.ศ.2551 ณ ประเทศฮังการี ได้รับรางวัลเหรียญเงิน

จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา โดยเขาได้รับปริญญาตรี (A.B.) สาขาเศรษฐศาสตร์และสถิติ และปริญญาโท (S.M.) สาขาคณิตศาสตร์ประยุกต์และเศรษฐศาสตร์ในปี พ.ศ. 2556 หลังจากนั้นได้ทำงานในภาคเอกชนระหว่างปี พ.ศ. 2556-2560 ก่อนที่เขาจะตัดสินใจอุปสมบทเมื่ออายุ 27 ปี

ในด้านการศึกษาพระปริยัติธรรม, พระชินวงศวชิรเวทีสอบได้เปรียญธรรม 7 ประโยคในปี 2567 และได้รับพระอนุญาตให้แสดงพระปาฏิโมกข์ตั้งแต่ปี 2562

พระชินวงศวชิรเวทีดำรงตำแหน่งสำคัญในหลายสถาบัน รวมถึง รองอธิการบดีด้านแผนพัฒนาและพันธกิจสากล ที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และยังได้รับมอบหมายให้ทำงานเกี่ยวกับการต่างประเทศในโอกาสต่าง ๆ รวมถึงบทบาทสำคัญในสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช

พระชินวงศวชิรเวทีได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระครูฐานานุกรมชั้นเอก เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 และในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ตามพระบรมราชโองการ

จีนเสนอปรับกม.ใหม่ให้แต่งงานได้ตั้งแต่อายุ 18 ปี พร้อมสร้างระบบจูงใจ หวังแก้วิกฤตประชากรลดลง

(27 ก.พ.68) ที่ปรึกษาทางการเมืองระดับชาติของจีนได้แนะนำให้ลดอายุการแต่งงานตามกฎหมายลงเหลือ 18 ปี เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีบุตรในสภาวะที่ประชากรลดลงและ 'ปลดปล่อยศักยภาพในการเจริญพันธุ์' โดยเฉพาะในการเผชิญกับการลดลงของประชากรในประเทศ

เฉิน ซงซี สมาชิกของคณะกรรมการที่ปรึกษาการเมืองแห่งชาติของจีน (CPPCC) กล่าวกับ Global Times ว่า เขามีแผนที่จะยื่นข้อเสนอให้มีการยกเลิกข้อจำกัดทั้งหมดเกี่ยวกับการมีบุตรในจีน และจัดตั้ง 'ระบบจูงใจ' สำหรับการแต่งงานและการมีบุตรในหมู่ประชากรชาวจีนรุ่นใหม่

คำกล่าวของเฉินเกิดขึ้นก่อนการประชุมรัฐสภาประจำปีของจีนในสัปดาห์หน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าจะประกาศมาตรการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบจากการลดลงของประชากรในประเทศ

ในปัจจุบัน อายุกฎหมายการแต่งงานในจีนอยู่ที่ 22 ปีสำหรับผู้ชาย และ 20 ปีสำหรับผู้หญิง ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในอายุการแต่งงานที่สูงที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่กำหนดอายุการแต่งงานตามกฎหมายที่ 18 ปี

เฉินกล่าวว่า อายุการแต่งงานตามกฎหมายของจีนควรลดลงเหลือ 18 ปี "เพื่อเพิ่มฐานประชากรที่มีความสามารถในการมีบุตรและปลดปล่อยศักยภาพในการเจริญพันธุ์" โดยเขาเชื่อว่ามาตรการนี้จะสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

จำนวนประชากรของจีนลดลงเป็นปีที่สามติดต่อกันในปี 2024 ขณะที่จำนวนการแต่งงานลดลงถึง 20% ซึ่งถือเป็นการลดลงที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้จะมีความพยายามจากรัฐบาลในการส่งเสริมให้คู่รักวัยหนุ่มสาวแต่งงานและมีบุตร

การลดลงของประชากรในจีนส่วนใหญ่เกิดจากนโยบายลูกคนเดียวที่บังคับใช้ระหว่างปี 1980 ถึง 2015 โดยคู่รักได้รับอนุญาตให้มีบุตรได้สูงสุด 3 คนตั้งแต่ปี 2021

เฉินกล่าวว่า จีนควรยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนบุตรที่ครอบครัวสามารถมีได้ เพื่อให้สามารถตอบสนอง 'ความต้องการเร่งด่วนในการพัฒนาประชากรในยุคใหม่'

อย่างไรก็ตาม จำนวนคนที่เลือกที่จะไม่มีบุตรกำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าครองชีพในการเลี้ยงดูลูกที่สูง หรือการไม่อยากแต่งงานหรือหยุดพักการทำงาน

รัฐบาลจีนได้พยายามออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการมีบุตร เช่น การขยายเวลาการลาคลอด, สิทธิประโยชน์ทางการเงินและภาษีสำหรับการมีบุตร รวมถึงการสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัย

อย่างไรก็ตาม จีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูกสูงที่สุดเมื่อเทียบกับ GDP ต่อหัวของประชากร ตามรายงานจากสถาบันวิจัยชื่อดังของจีนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งได้พูดถึงต้นทุนเวลาและโอกาสที่ผู้หญิงต้องสูญเสียในการมีบุตร

CPPCC ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทเป็นที่ปรึกษาในลักษณะเชิงพิธีการ จะประชุมพร้อมกับรัฐสภา และประกอบด้วยกลุ่มผู้ประกอบการศิลปิน พระภิกษุ และตัวแทนจากสังคมต่าง ๆ แต่ไม่มีอำนาจในการออกกฎหมาย

‘ป.ป.ช.’ เตรียมแจ้งข้อกล่าวหา ‘สุทิน - โรม’ ส่อขัดประมวลจริยธรรม ปมแถลงข่าวเท็จให้ร้าย ‘ลุงตู่’

เมื่อวันที่ (26 ก.พ. 68) มีรายงานข่าวว่า ในเร็วๆ นี้สำนักงาน "ป.ป.ช." กำลังจะแจ้ง ข้อกล่าวหากับนักการเมืองหลายคนที่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ที่นำมาบังคับใช้กับฝ่ายการเมืองด้วยคือ ครม./สส./สว./ข้าราชการการเมืองนั้น    

โดยเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการอภิปราย/การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน/การเคลื่อนไหวที่ฝ่าฝืนหมวด 2 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลักในข้อ15ที่ระบุว่า ให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงแก่ประชาชนหรือสื่อมวลชนอันอยู่ในความรับผิดชอบ ของตน ถูกต้องครบถ้วนและไม่บิดเบือนและข้อ17ที่ระบุว่า ไม่กระทําการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ ง โดยตอนนี้นักการเมืองคนสำคัญหลายคนกำลังถูกตั้งข้อกล่าวหานั้น จะชี้แจงข้อกล่าวหาต่อสำนักงานป.ป.ช.อย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทราบว่า "นายสุทิน  คลังแสง" สส.บัญชีรายชื่อ  พรรคเพื่อไทย  เป็นหนึ่งในสส.ที่สำนักงานป.ป.ช.กำลังจะชี้มูลความผิด  โดยระบุพฤติการณ์ของ "นายสุทิน" ว่า  วันที่ 8 กันยายน 2564 "นายสุทิน" ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่ามีการแจกเงินให้สส.คนละห้าล้านบาทที่ห้องทำงานนายกรัฐมนตรี(พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) ชั้นสาม อาคารรัฐสภาเพื่อให้สส.ลงคะแนนให้นายกรัฐมนตรีในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยนายสุทินมาชี้แจงกับสำนักงานป.ป.ช.แล้วแต่ไม่มีหลักฐานในประเด็นที่เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนมาแสดงกับสำนักงาน "ป.ป.ช." ซึ่ง "นายสุทิน" เข้าข่ายการละเมิดหมวด 2 ของมาตรฐานทางจริยธรรมฯ

และยังพบว่า "นายรังสิมันต์ โรม" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนั้น สำนักงาน "ป.ป.ช."ดำเนินการตรวจสอบ/กลั่นกรองและไต่สวนข้อกล่าวหาของนายรังสิมันต์จำนวน 6 สำนวนคือ  1. การสนับสนุนพรรคก้าวไกลรับข้อเสนอจากกลุ่ม ILaw ที่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดหนึ่งและหมวดสอง/สนับสนุนพรรคก้าวไกลให้มีมติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112/เข้าร่วมชุมนุมขับไล่ "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" โดยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์/แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยตั้งสสร./โพสต์เฟซบุ๊กในลักษณะเสียดสีดูหมิ่น "พลเอกประยุทธ์"

2.วันที่ 22 กรกฎาคม 2565 "นายรังสิมันต์" ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ "พลเอกประยุทธ์" โดยนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จคือแอบอ้างสถาบันเป็นเครื่องมือเพื่อไม่ให้มีการตรวจสอบเรื่องมัวหมองในอดีตของตนเองและเป็นนักบินเถื่อน ขาดคุณสมบัติการเป็นนักบินถวายการเดินทาง/ก่อหนี้เกินงบประมาณการซ่อมบำรุงอากาศยานของสตช. ทำให้นายกฯต้องขออนุมัติงบกลาง 937 ล้านบาทชำระหนี้ให้การบินไทย/ร่วมกันฮั้วประมูลกับเอกชนในการจำหน่ายอะไหล่ให้อากาศยานของสตช.และขายอะไหล่ที่ใช้ไม่ได้ให้เอกชนนำไปใช้งานต่อ

3. ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตฐานจริยธรรมอย่างรุนแรง โดยนำเสนอข้อมูลของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อสาธารณะในลักษณะอันอาจเป็นการบิดเบือนใส่ร้ายสถาบันและทำให้ประชาชนเกลียดชังสถาบันฯและต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

4.จงใจใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ / ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมฯกรณีจัดทำหนังสือและแถลงข่าวว่าจะเชิญประธานศาลฎีกามาชี้แจงกรณีไม่ให้ประกันตัวแกนนำม็อบกลุ่มราษฎรโดยประธานศาลฎีกาอ้างว่าบุคคลภายนอกขอมาในกมธ. การกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎรและจะนำวาระเข้าที่ประชุมกมธ.ดังกล่าวเมื่อวันที่7เมย.2564ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้เพราะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา129วรรคสี่และไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมฯว่าด้วยข้อบังคับประมวลจริยธรรมของสส.และกมธ. พ.ศ.2563

5.เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 เพื่อเป็นการทำลายสถาบันฯและล้มล้างการปกครอง และ 6. จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ/ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมฯกรณีร่วมลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ซึ่งการดำเนินการนี้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา6

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ผ่านมา สส.พรรคก้าวไกล 44 คนถูกยื่นฟ้องต่อสำนักงานป.ป.ช.กรณีเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112  และตอนนี้สส.พรรคก้าวไกลที่โดนยุบพรรคได้ย้ายมาสังกัดพรรคประชาชน 25 คน โดยหนึ่งในนั้นคือ"นายรังสิมันต์"ซึ่งทราบว่าสส.เหล่านี้กำลังไปรับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจง คดีฝ่าฝืนจริยธรรม จากการร่วมลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การดำเนินการดังกล่าวของสำนักงานป.ป.ช.ในกรณีของ "นายสุทิน" และ "นายรังสิมันต์" รวมทั้งสมาชิกรัฐสภารายอื่นๆนั้น สำนักงานป.ป.ช.ดำเนินการมาหลายปีแล้วก่อนที่คณะกรรมการป.ป.ช.เจ็ดคน จะมีการลงมติเลือก "นายสุชาติ  ตระกูลเกษมสุข"เป็นประธานป.ป.ช.ซึ่งตอนนี้"พรรคประชาชน"ล่ารายชื่อสส.และสว.ราว 140 คน โดยอาศัยรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาให้ถอดถอน "นายสุชาติ" ออกจากตำแหน่ง

อีกทั้งกรณีนี้ มีการตั้งสังเกตว่า การออกมาให้ข่าวว่าจะยื่นถอดถอน"นายสุชาติ"ของสส.พรรคประชาชนและ "พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล"นั้นน่าจะ เป็นการกดดัน สำนักงาน "ป.ป.ช."ในฐานะผู้ไต่สวนคดี ของ "นายรังสิมันต์" และอดีต สส.พรรคก้าวไกล  44 คน รวมทั้ง "พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์" หรือไม่ 

เนื่องจาก หากพิจารณาจาก ช่วงเวลา ที่มีการตั้งไต่สวนของ "ป.ป.ช." เป็นห้วงเวลาเดียวกับที่นายสุชาติ กำกับดูแล สำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองเเละผู้ร้องเรียน "ประธานป.ป.ช." มีฐานะเป็นผู้ถูกไต่สวนทั้งสิ้น เเละการดำเนินการอัดคลิประหว่าง"นายสุชาติ"กับ "นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา"ประธานรัฐสภานั้น"นายวันมูหะมัดนอร์" ชี้เเจงเเล้วว่า"พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์" กระทำเเบบไม่ใช่ลูกผู้ชายเเละสังคมน่าจะอ่านเจตนาของ "พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์"ได้ว่าหวังผลอะไร และพบว่า"นายสุชาติ"เป็นผู้ดำเนินการไต่สวนเเละวินิจฉัยคดีในสำนักงาน "ป.ป.ช."ที่ยึดหลักนิติธรรมอย่างรอบคอบ ในการตัดสิน/ประวัติโปร่งใส จนบางฝ่ายอาจเสียประโยชน์จากการทำงานของ "นายสุชาติ" จนต้องมีการดำเนินการถอดถอน"นายสุชาติ"

ทรัมป์ โบ้ย 'อียู' เอาเปรียบสหรัฐฯ มานาน ต้องเจอกำแพงภาษี 25% อียูเตือนพร้อมโต้กลับ

(27 ก.พ.68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า สหภาพยุโรป (อียู) เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อ 'เอารัดเอาเปรียบ' สหรัฐ พร้อมย้ำว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องแก้ไขความเสียเปรียบที่เกิดขึ้นกับอเมริกา โดยหนึ่งในมาตรการหลักคือการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากอียูในอัตรา 25% ซึ่งรวมถึงภาษีนำเข้ารถยนต์ โดยรายละเอียดเพิ่มเติมจะมีการประกาศในภายหลัง

ด้านคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของอียู ออกแถลงการณ์โต้ว่า อียูเป็นตลาดการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจสหรัฐมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม อียูพร้อมใช้มาตรการตอบโต้ทันที หากสหรัฐดำเนินนโยบายภาษีที่ไม่เป็นธรรม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ผลิตและผู้บริโภคในยุโรป

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยว่า สหรัฐขาดดุลการค้ากับอียูสูงถึง 235,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.94 ล้านล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ทรัมป์ผลักดันมาตรการดังกล่าว

ผู้นำสหรัฐย้ำว่า วอชิงตันจำเป็นต้องเร่งแก้ไขความไม่สมดุลทางการค้า โดยกล่าวหาว่าอียูยังไม่นำเข้าสินค้าสหรัฐในระดับที่เพียงพอ โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ หากสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง สหรัฐอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการภาษีที่เข้มงวดขึ้นเพื่อกดดันอียูให้เปิดตลาดมากขึ้น

กระทรวงพาณิชย์ จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า “อีสาน ไอคอน อัตลักษณ์วิถี สู่ของดีลุ่มน้ำโขง” หนุนเศรษฐกิจฐานรากของไทย เติบโตได้อย่างยั่งยืน

(27 ก.พ. 68) กระทรวงพาณิชย์ โดย สำนักงานพาณิชย์จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า “อีสาน ไอคอน อัตลักษณ์วิถี สู่ของดีลุ่มน้ำโขง” ส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้ “โครงการยกระดับความร่วมมือทางการค้าภาคอีสาน สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง” ชูของดี 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ต่อยอดสินค้าสู่การส่งออก หนุนเศรษฐกิจการค้าไทยเข้มแข็ง เป็นธรรม เติบโต อย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ กรุงเทพฯ

ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่ากระทรวงพาณิชย์มีนโยบายในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการ SMEs และได้ดำเนินมาตรการต่างๆ ภายใต้นโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายพิชัย นริพทะพันธุ์) ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสทางการค้า โดยมีแนวทางการพัฒนาส่งเสริมช่องทางการตลาดที่หลากหลายให้แก่ สินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้หลักการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ผลักดันการใช้ Soft Power และอัตลักษณ์ของไทย ในการเพิ่มมูลค่าสินค้า พัฒนาคุณภาพสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด 

ดังนั้น เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศมั่งคั่งยั่งยืน สอดรับกับแผนพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนในระดับภูมิภาค จึงได้จัดทำ "โครงการยกระดับความร่วมมือทางการค้าภาคอีสานสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568" เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีความเข้มแข็ง ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ ส่งเสริมการตลาดสินค้าภาคอีสาน ส่งเสริมการค้าชายแดน และเชื่อมโยงสินค้าเกษตรสมัยใหม่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

การจัดงานในครั้งนี้มีทั้งผู้ประกอบการ เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตสินค้าชุมชน/OTOP ผู้ประกอบการ SME ของ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 40 ราย และกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่าย อาทิ คูปองเงินสดใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้า กิจกรรมกรรมนาทีทองซื้อสินค้าในราคาพิเศษ และกิจกรรมสุ่มลุ้นรับโชค วันละ 10,000 บาท  ตลอดจนการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ คาดการณ์มูลค่าการค้ากว่า 50 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถหนุนเศรษฐกิจฐานรากของไทย เติบโตได้อย่างยั่งยืน

จึงขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์แห่งความภาคภูมิใจจากท้องถิ่นอีสาน ขยายเศรษฐกิจฐานราก หนุนเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ภายในงาน “อีสาน ไอคอนอัตลักษณ์วิถี สู่ของดีลุ่มน้ำโขง” ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2568 ณ ลานโปรโมชั่น ศูนย์การค้าเจเจมอลล์ จตุจักร กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top