Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

‘โรงแรมอมารี ดอนเมือง’ ส่งโปรแรงเอาใจผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดง จัดดีลพิเศษลดสูงสุด 20%!! เพียงแสดงบัตรโดยสารเมื่อเข้าพัก…ถึง 31 ธ.ค. นี้

ผู้โดยสารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เตรียมรับข้อเสนอสุดพิเศษ! เพียงแสดงบัตรโดยสารเมื่อเข้าพักที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง รับทันทีส่วนลดค่าห้องพัก 20% จากราคาหน้าเว็บไซต์ และรับส่วนลดค่าอาหาร 10% เมื่อใช้บริการที่ห้องอาหาร Zeppelin และ The Corner ภายในโรงแรม

โปรโมชั่นนี้สำหรับผู้โดยสารสายสีแดงเท่านั้น เพียงจองห้องพักล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน และเข้าพักระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2568 พร้อมแสดงบัตรโดยสารสายสีแดง ณ จุดเช็กอิน เพื่อใช้สิทธิ์ ส่วนลดนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชันอื่นหรือแลกเป็นเงินสดได้

สิทธิพิเศษที่มากกว่าการเดินทาง... เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า สัมผัสความสะดวกสบายของโรงแรมติดสนามบิน พร้อมสิทธิพิเศษเฉพาะผู้ใช้รถไฟฟ้าสายสีแดง ที่ช่วยให้ทุกการเดินทางกลายเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.amari.com/donmuang

ตำรวจรวบเจ้าหน้าที่คนสนิทวัย 20 ยักยอกเงินจากสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น มูลค่ากว่า 3.6 ล้านเยน สารภาพสิ้นเพราะติดปัญหาทางการเงินส่วนตัว

(2 พ.ค. 68) พระราชวังอิมพีเรียลญี่ปุ่นเผยว่าเจ้าหน้าที่วัย 20 ปี ถูกไล่ออกจากราชการ หลังยอมรับว่ายักยอกเงินส่วนพระองค์ของสมเด็จพระจักรพรรดิและครอบครัว รวมมูลค่ากว่า 3.6 ล้านเยน (ราว 864,000 บาท) ตลอดระยะเวลาหนึ่งปี

การกระทำผิดถูกตรวจพบหลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานราชสังเกตเห็นความไม่ตรงกันของเงินสดในตู้เซฟและบัญชีรายรับ-รายจ่าย โดยเบื้องต้นผู้ต้องสงสัยให้การรับสารภาพทันทีหลังถูกสอบถาม และอ้างว่าเกิดจากปัญหาทางการเงินส่วนตัว ซึ่งล่าสุดชายผู้ก่อเหตุได้ชดใช้เงินคืนทั้งหมดแล้วเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา 

สำหรับเงินที่ถูกขโมยเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณ ปีละ 324 ล้านเยน ที่จัดสรรไว้สำหรับค่าใช้จ่ายของสมเด็จพระจักรพรรดิ พระจักรพรรดินี เจ้าหญิงไอโกะ และพระบรมวงศ์อื่น ๆ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่าได้ยื่นเรื่องร้องเรียนทางอาญาแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับผู้จัดการผู้ตรวจพบความผิดปกติ ได้รับโทษลดเงินเดือน 10% เป็นเวลา 1 เดือน ฐานละเลยหน้าที่ในการควบคุมดูแลบัญชี

ยาสุฮิโกะ นิชิมูระ ประธานสำนักงานราชสำนัก กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในยุคสมัยใหม่ พร้อมขอโทษสมเด็จพระจักรพรรดิและครอบครัว และให้คำมั่นว่าจะเพิ่มความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น

ผลสำรวจชี้ ‘ชาวญี่ปุ่น’ เชื่อสงครามในเอเชียมีแนวโน้มเกิดขึ้นจริง ท่ามกลางความไม่มั่นใจต่อจีนและพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ

(2 พ.ค. 68) ผลสำรวจล่าสุดของ Asahi Shimbun เผยว่าชาวญี่ปุ่นกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับโอกาสที่ประเทศจะเข้าไปพัวพันกับสงครามครั้งใหญ่ในเอเชีย โดยร้อยละ 62 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดความขัดแย้ง เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 50 ในการสำรวจเมื่อ 10 ปีก่อน

ประชาชนราวร้อยละ 12 เชื่อว่าสงคราม “มีความเป็นไปได้สูงมาก” ขณะที่ร้อยละ 50 ระบุว่า “มีแนวโน้ม” ที่จะเกิดขึ้น ในทางตรงข้าม มีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มองว่า “ไม่มีโอกาส” ที่จะเกิดความขัดแย้งดังกล่าว ซึ่งสะท้อนถึงความวิตกที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากชี้ว่า ความตึงเครียดด้านความมั่นคงในภูมิภาค โดยเฉพาะกับจีน มีส่วนสำคัญต่อความรู้สึกนี้ โดยในกลุ่มที่มองว่าจีนเป็นภัยคุกคาม (ประมาณสามในสี่ของผู้ตอบทั้งหมด) มีถึงร้อยละ 22 ที่เชื่อว่าญี่ปุ่นอาจทำสงครามกับจีน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมเกือบสองเท่า

ขณะเดียวกัน ความไม่มั่นใจต่อพันธมิตรกับสหรัฐฯ ยิ่งซ้ำเติมความกังวล โดยมีเพียงร้อยละ 15 เท่านั้นที่เชื่อว่าสหรัฐฯ จะ “ปกป้อง” ญี่ปุ่นอย่างแน่นอน หากเกิดวิกฤต ในกลุ่มที่ไม่มั่นใจในพันธมิตรนี้ มีถึงร้อยละ 67 ที่เชื่อว่าญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะทำสงคราม

นอกจากนี้ สงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 4 ยังส่งอิทธิพลต่อมุมมองของสาธารณชนญี่ปุ่น โดยผู้ที่ติดตามความขัดแย้งระดับโลกอย่างใกล้ชิด (ประมาณหนึ่งในสามของกลุ่มตัวอย่าง) ถึงร้อยละ 72 เชื่อว่าสงครามครั้งใหญ่ในเอเชียอาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้

‘รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา’ ชูบทบาทภาคเอกชนในเวทีประชุมคณะกรรมการ AI แห่งชาติ หนุนไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน เสนอแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยปัญญาประดิษฐ์ระยะ 2 ปี

เมื่อวานนี้ (1 พ.ค. 68) ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศไทย (National AI Committee) ครั้งที่ 1/2568 โดยมี รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ตัวแทนจากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเข้าร่วมประชุม เพื่อรายงานผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาและเสนอแนวทางขับเคลื่อนแผนระยะถัดไป

ที่ประชุมได้สรุปความก้าวหน้าของแผนปี 2566-2567 ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดสู่แผนระยะยาว โดยครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การจัดทำกรอบจริยธรรมและศูนย์ธรรมาภิบาล AI การเปิดใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ LANTA เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง การผลักดันหลักสูตร AI ในทุกระดับการศึกษา และความร่วมมือด้านวิจัย เช่น Medical AI ที่พัฒนาโดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายทางการแพทย์กว่า 2.2 ล้านภาพ ครอบคลุม 8 กลุ่มโรคหลัก

ในขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังรายงานความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมของไทยเพื่อเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลก 'UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025' ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติด้านนโยบาย AI โดยคาดว่าจะช่วยยกระดับบทบาทของไทยในเวทีนานาชาติในฐานะผู้นำด้านจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ และส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศในเชิงบวก

จากพื้นฐานที่วางไว้ รัฐบาลจึงผลักดัน National AI Program ระยะ 2 ปี (2569–2570) โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้าน AI ในอาเซียน ผ่านการเร่งสร้างบุคลากรด้าน AI ให้ครบทั้ง 3 กลุ่มหลัก คือ AI User, AI Professional และ AI Developer พร้อมทั้งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์ส ที่เปิดให้นักพัฒนาใช้งานอย่างทั่วถึง

ภายใต้แผนนี้ ยังมีการกำหนดแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มจากอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น การแพทย์ การท่องเที่ยว และการเกษตร ด้วยการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพบริการ และสร้างผลผลิตอย่างตรงเป้า โดยรัฐจะสนับสนุนโครงการผ่านมาตรการจูงใจและงบประมาณสนับสนุนอย่างชัดเจน

ท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการของแผน พร้อมมอบหมายให้กระทรวง อว. และกระทรวงดีอี จัดทำกรอบงบประมาณและรายละเอียดโครงการเสนอในที่ประชุมครั้งต่อไป พร้อมเน้นให้ National AI Program ระยะ 2 ปี เป็นวาระแห่งชาติ เร่งเดินหน้าทุกมิติ ทั้งการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โครงสร้างพื้นฐาน และการต่อยอด AI เชิงอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก

‘อดัม เลอวีน’ แห่ง Maroon 5 เผยความประทับใจที่ได้ร่วมงาน ‘ลิซ่า’ BLACKPINK ในเพลง ‘Priceless’ เปิดอัลบั้มที่ 8 ด้วยเคมีลงตัว ดึงกลิ่นอายยุคเก่ากลับมาสานฝันแฟนเพลงทั่วโลก

(2 พ.ค. 68) Maroon 5 เปิดตัวเพลงใหม่ 'Priceless' พร้อมเซอร์ไพรส์ใหญ่ด้วยการร่วมงานกับ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล สมาชิกวง BLACKPINK นับเป็นการคอลแลบกับศิลปิน K-pop อย่างเป็นทางการครั้งแรกของวง โดยเพลงนี้มีจังหวะป๊อปฟังสบาย แต่ทรงพลัง มาพร้อม MV สไตล์ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 มม. และได้แรงบันดาลใจจากหนัง Mr. & Mrs. Smith

อดัม เลอวีน (Adam Levine) นักร้องนำ Maroon 5 เผยว่า Priceless เป็นเพลงแรกที่แต่งขึ้นสำหรับอัลบั้มใหม่ และใช้เสียงกีตาร์อะคูสติกเป็นแกนหลัก โดยเริ่มจากการบันทึกเสียงผ่าน Voice Memo บน iPhone ส่วนการได้ลิซ่ามาร่วมงาน เขายกให้เป็นประสบการณ์ที่บริสุทธิ์และจริงใจมาก

ทั้งนี้ตัว MV เผยให้เห็นบทบาทใหม่ของทั้ง อดัม เลอวีน และลิซ่าในฐานะคู่รักที่เต็มไปด้วยแรงปะทะ สร้างกระแสฮือฮาในโซเชียลทันทีหลังปล่อยออกมา นับเป็นการผสานเคมีระหว่างดนตรีป๊อปตะวันตกและเอเชียได้อย่างลงตัว

สำหรับ Priceless ถือเป็นก้าวสำคัญของ Maroon 5 ในการเปิดตัวอัลบั้มที่ 8 ซึ่งยังมีเซอร์ไพรส์อื่นๆ รออยู่อีก โดยรายละเอียดจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้

ผู้บัญชาการทหารเรือ ลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันฉัตรมงคล ประจำปี 2568

(2 พ.ค.68) เวลา 09.00 น. พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย พลเรือตรีหญิง ดอกเตอร์ ทันตแพทย์หญิง จีระวัฒน์ กฤษณพันธ์ ว่องวิทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือ ตลอดจนหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือพร้อมคู่สมรส ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันฉัตรมงคล 4 พฤษภาคม 2568 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ โดยภายหลังเข้าร่วมพิธีแล้วผู้บัญชาการทหารเรือได้นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ของกองทัพเรือ ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" 

ในส่วนของกองทัพเรือเนื่องในวันฉัตรมงคล ณ วัดบางยี่ขัน ประกอบด้วย การทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์ภายในวัด การพัฒนาพื้นที่ชุมชน และบริเวณใกล้เคียง การจัดตั้งจุดให้บริการประชาชน ได้แก่ การจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน การให้บริการตัดผม การให้บริการซ่อมรถจักรยาน/รถจักรยานยนต์ เบื้องต้น การให้บริการซ่อมบำรุงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และการให้บริการทางการแพทย์เบื้องต้นจาก กรมแพทย์ทหารเรือ พร้อมรถทันตกรรมเคลื่อนที่และทันตแพทย์ในการตรวจสุขภาพฟันให้แก่ประชาชน การจัดชุดจักษุแพทย์พร้อมชุดตรวจวัดสายตาประกอบแว่นเคลื่อนที่ เพื่อตรวจวัดสายตาและ ประกอบแว่นให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งการมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียง โดยมีกำลังพลจากหน่วยต่างๆของกองทัพเรือ ตลอดจนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชุมชน ประชาชนจิตอาสา สถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน สำนักงานเขตบางพลัด ร่วมในกิจกรรม โดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดี และรำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งดำรงความต่อเนื่องในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกองทัพเรือ

วันฉัตรมงคลเป็นวันที่ระลึกในการครบรอบปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับพระบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยโดยสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี ซึ่งในรัชกาลปัจจุบัน วันฉัตรมงคล ถูกกำหนดวันขึ้นตามวันบรมราชาภิเษก ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีนี้ขึ้น เมื่อวันที่ 4 - 6 พฤษภาคม 2562 โดยพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการ จัดขึ้นในวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ดังนั้น วันฉัตรมงคลในปัจจุบัน จึงตรงกับวันที่ 4 พฤษภาคม ของทุกปี

เอกสารลับโซเวียตยืนยัน ‘ฮิตเลอร์ตายจริง’ ในบังเกอร์ปี 1945 ปิดฉากทฤษฎีสมคบคิดเรื่องหลบหนีไป…อเมริกาใต้

(2 พ.ค. 68) เอกสารลับที่เพิ่งได้รับการปลดล็อกจากหน่วยความมั่นคงของรัสเซีย (FSB) เปิดเผยรายละเอียดใหม่เกี่ยวกับช่วงเวลาสุดท้ายของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) ผู้นำเผด็จการนาซี ผู้จบชีวิตลงเมื่อ 30 เมษายน 1945 ที่บังเกอร์ในกรุงเบอร์ลิน ระหว่างการล้อมของกองทัพโซเวียต

คำให้การของไฮนซ์ ลิงเงอ (Heinz Linge) ผู้ช่วยส่วนตัว และอ็อตโต กุนเชอ (Otto Günsche) เจ้าหน้าที่ใกล้ชิดฮิตเลอร์ ที่ถูกกองทัพแดงจับตัวไว้ ถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญในเอกสาร โดยทั้งคู่ระบุว่าฮิตเลอร์ฆ่าตัวตายด้วยกระสุนปืนที่ศีรษะ ขณะที่อีวา บราวน์ ภรรยา ใช้ไซยาไนด์ก่อนถูกเผาร่างร่วมกันในสวนใกล้บังเกอร์

เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเอกสารระบุว่า ฮิตเลอร์ตัดสินใจจบชีวิตเพราะมองว่าการสู้รบต่อไปเป็นเรื่องไร้ความหมาย และเขา “หวาดกลัวจะถูกจับขณะพยายามหลบหนี” โดยยังเน้นย้ำว่าฮิตเลอร์ในร่างที่ไร้ลมหายใจ “ไม่ใช่ตัวปลอม” เพราะไม่สามารถออกจากสถานที่ได้โดยไม่ถูกเห็น

แม้ในช่วงหลังสงครามจะมีข่าวลือว่าฮิตเลอร์หลบหนีไปอเมริกาใต้ รวมถึงการแพร่ภาพปลอมในปี 1955 ที่อ้างว่าเขาปรากฏตัวในอาร์เจนตินา แต่หลักฐานซากฟันและขากรรไกรของเขาที่ถูกตรวจสอบโดยนักนิติเวช ฟิลิปป์ ชาร์ลิเยร์ (Philippe Charlier) ในปี 2017 ตรงกับภาพเอกซเรย์ของฮิตเลอร์เมื่อปี 1944

คำให้การของลิงเงอยังเล่ารายละเอียดการเผาร่าง โดยระบุว่ากระป๋องน้ำมันเบนซินสามใบถูกเทลงบนศพก่อนจุดไฟ โดยมีมาร์ติน บอร์มันน์ (Martin Ludwig Bormann) เป็นผู้เตรียมการไว้ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้ร่างของผู้นำเยอรมันตกไปอยู่ในมือศัตรู

แม้ลิงเงอและกุนเชอจะเคยเปลี่ยนคำให้การภายหลัง แต่เอกสารล่าสุดจาก FSB ยืนยันว่าฮิตเลอร์เสียชีวิตจริงในเบอร์ลินช่วงท้ายสงครามโลกครั้งที่ 2 และการตรวจสอบพยานหลักฐานทางชีวภาพได้ยุติข้อสงสัยเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิดที่ยืดเยื้อมานานหลายสิบปี

‘ดร.ธนกฤต’ เผยโรงพยาบาลยอมรับให้เลือดผิดกรุ๊ป กรณีเหยื่อถูกปูนพระราม 2 หล่นทับ เสียชีวิต!!

(2 พ.ค. 68) นายกองตรี ดร. ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของนายอำนาจ ทองขำ อายุ 46 ปี ซึ่งถูกก้อนปูนตกใส่รถขณะขับผ่านบนถนนพระราม 2 โดยระบุว่า โรงพยาบาลแห่งแรกที่รับตัวผู้บาดเจ็บได้ยอมรับว่าเกิดความผิดพลาดในการให้เลือดผิดกรุ๊ป

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณ กม.27+500 ขาออกกรุงเทพฯ เขตอำเภอเมืองสมุทรสาคร ส่งผลให้นายอำนาจได้รับบาดเจ็บสาหัส ตับฉีก และเสียเลือดมาก เบื้องต้นโรงพยาบาลควรให้เลือดกรุ๊ปโอ ซึ่งใช้ได้กับทุกกรุ๊ป แต่เนื่องจากขาดแคลน จึงเลือกใช้เลือดกรุ๊ปบีที่ตรงกับข้อมูลของผู้ป่วย ทว่าเมื่อส่งตรวจกลับพบว่าเลือดในร่างกายเป็นกรุ๊ปเอ

ความคลาดเคลื่อนดังกล่าวทำให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตสงสัยว่าอาจเป็นสาเหตุในการเสียชีวิต ซึ่งทางกระทรวงฯ ระบุว่าจะตรวจสอบอย่างละเอียด โดยแยกพิจารณาประเด็นการเยียวยาเป็นสองส่วน ได้แก่ เรื่องก้อนปูนตกลงมา และความผิดพลาดของโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการหรือมาตรการเยียวยาจะมีการรายงานต่อสาธารณชนอีกครั้งในลำดับถัดไป

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2568

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
✨ประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2568

🟢รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 213388

🔴รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : 213387 213389

🔴รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 826 116

🔴รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 167 662

🔴รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท :06

‘อนุทิน’ ย้ำไม่เคยแม้แต่คิดแอบอ้างสถาบันฯ หลังถูกระบุในเอกสาร กอ.รมน. เป็นผู้แสวงหาผลประโยชน์

(2 พ.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงที่กระทรวงมหาดไทย กรณีมีชื่อปรากฏในเอกสารประเมินภัยคุกคามด้านความมั่นคงของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งระบุว่าเป็นบุคคลที่แสวงหาผลประโยชน์โดยแอบอ้างสถาบัน โดยยืนยันว่าเพิ่งทราบเรื่องจากข่าว และยังไม่เคยเห็นเอกสารฉบับดังกล่าวด้วยตนเอง

อนุทินระบุว่า ตนในฐานะรองผู้อำนวยการ กอ.รมน. ซึ่งเป็นตำแหน่งตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังไม่เคยได้รับข้อมูลนี้ในการประชุม และจะขอเอกสารมาตรวจสอบให้ชัดเจน พร้อมย้ำว่าไม่เคยมีพฤติกรรมหรือความคิดที่จะแอบอ้างสถาบันเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เพราะไม่มีความจำเป็น และไม่มีเหตุผลใดที่จะทำเช่นนั้น

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวอีกว่า สำหรับตนแล้ว “แม้แต่คิดก็ไม่เคยคิด” ที่จะละเมิดหรือใช้สถาบันในทางไม่เหมาะสม พร้อมยืนยันว่าความจงรักภักดีต่อสถาบันอยู่ในสายเลือด และเป็นสิ่งที่ยึดมั่นมาตลอดชีวิตการทำงานในทางการเมืองและราชการ

ท้ายที่สุด นายอนุทินขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายว่า อย่านำเรื่องนี้ไปเชื่อมโยงหรือใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะอาจสร้างความเข้าใจผิดและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการทำงานของภาครัฐและสถาบันหลักของประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top