Saturday, 13 June 2026
Hard News Team

เผยภาพร่างเทอร์มินัลทิศใต้ ‘สุวรรณภูมิ’ พื้นที่ 1 ล้าน ตร.ม. เมกะโปรเจกต์ 1.7 แสนล้าน รองรับผู้โดยสาร 150 ล้านคน/ปี

เพจ Progressive Thailand โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า ...ยานแม่มาแล้ว !!! รายละเอียดเบื้องต้นเทอร์มินัลยักษ์ทิศใต้ พื้นที่ 1 ล้าน ตร.ม. ใหญ่อันดับ 2 ของโลก ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ปรับแผนการลงทุนในโครงการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจาก 140,000 ล้านบาท เป็น 170,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 

1. อาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศใต้ (South terminal) 
• พื้นที่อาคารรวม 1,000,000 ตร.ม. 
• รองรับผู้โดยสารได้ 70 ล้านคนต่อปี 
• มี 81 หลุมจอดประชิดอาคาร
• ชานชาลา/พื้นที่รับส่งผู้โดยสารยาว 1,200 เมตร รวม 2 ชั้นความยาวรวม 2,400 เมตร
• รองรับไฟล์ทได้เพิ่มขึ้น 26 ไฟล์ทต่อชั่วโมง
• คาดเป็นอาคารผู้โดยสารหลังเดี่ยวที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานอิสตันบูล

2. Sky complex ประกอบด้วย 
• พื้นที่เชิงพาณิชย์ 120,000 ตร.ม. 
• อาคารจอดรถรองรับ 10,000 คัน

3. รันเวย์ที่ 4 

4. อาคารผู้โดยสาร (GA terminal) พื้นที่รวม 100,000 ตร.ม.

5. ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO)

6. ศูนย์ขนส่งสินค้า (Air Cargo)

7. VIP Terminal พื้นที่รวม 80,000 ตร.ม. บริเวณปลาย concourse A

8. เมืองการบิน (Airport city) ขนาด 550 ไร่

หากก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการจะเพิ่มขีดความสามารถท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ทั้งหมด 150 ล้านคนต่อปี หากรวมพื้นที่รองรับผู้โดยสารทั้ง 3 อาคาร จะมีขนาด 1,597,000 ตร.ม. ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากท่าอากาศยานดูไบ โดยโครงการนี้มีกำหนดการเริ่มก่อสร้างในปี 70 และเปิดให้บริการภายในปี 2575

นายกฯ แพทองธาร ย้ำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่ใช่กาสิโน ชี้เป็นโอกาสสร้างรายได้เข้าประเทศ

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการปาฐกถาพิเศษเวที Mission Thailand เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 68 ย้ำชัด เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่เท่ากับกาสิโน ชี้ เป็นการสร้างโอกาสหาเงินเข้าประเทศ
 

คาซัคสถานเปิดตัววีซ่านักลงทุน 'Golden Visa' ดึงดูดต่างชาติ ลงทุนขั้นต่ำ!! 300,000 ดอลลาร์ พร้อมสิทธิพำนักยาว 10 ปี

(2 พ.ค. 68) กระทรวงการต่างประเทศคาซัคสถานออกกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับ 'วีซ่านักลงทุน' เพื่อกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศและสร้างความร่วมมือทางธุรกิจระยะยาว โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มความน่าสนใจทางเศรษฐกิจของประเทศ

ภายใต้กฎใหม่นี้ ชาวต่างชาติที่ลงทุนขั้นต่ำ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 10 ล้านบาท) สำหรับทุนจดทะเบียนของบริษัทในคาซัคสถาน หรือหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดของประเทศ สามารถยื่นขอวีซ่านักลงทุนทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยวีซ่านี้สามารถนำไปสู่การขอใบอนุญาตพำนักได้ยาวนานสูงสุดถึง 10 ปี

รูปแบบวีซ่าทองคำเช่นนี้มีใช้อย่างแพร่หลายในยุโรป เช่น สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสิงคโปร์ โดยได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดเงินทุน เทคโนโลยี และกิจกรรมทางธุรกิจเข้าสู่ประเทศเจ้าบ้าน

ทั้งนี้ การออกวีซ่าทองคำจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนด้วยการรับประกันด้านกฎหมาย พร้อมทั้งสะท้อนถึงทิศทางยุทธศาสตร์ของคาซัคสถานที่เน้นความเปิดกว้าง การคุ้มครองเงินทุน และการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างยั่งยืน

สำหรับกฎระเบียบนี้จะมีผลบังคับใช้ภายใน 10 วันหลังจากการประกาศอย่างเป็นทางการ โดยสามารถดูรายละเอียดฉบับเต็มได้ที่: https://zan.gov.kz/client/#!/doc/209576/rus

ขอเชิญผู้ประกอบการ เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร จังหวัดแพร่

(1 พ.ค. 68) เชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงลึก ภายใต้โครงการ “ส่งเสริมการสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์จากอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดยุคใหม่ (Local Wisdom to Global)” ตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดแพร่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

🌾คุณสมบัติ
: เป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรม SME / วิสาหกิจชุมชน / กลุ่มเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร

  .....ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ
กิจกรรมมีดังนี้ :
: กิจกรรมศึกษาดูงาน ที่จังหวัดชลบุรีและกรุงเทพมหานคร จำนวน 3 วัน
: กิจกรรมให้คำปรึกษา ณ สถานประกอบการ จำนวน 15 วัน
: กิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ จำนวน 1 วัน

📅 สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ : วันที่ 1 พฤษภาคม 2568  – 15 พฤษภาคม 2568

สมัครออนไลน์ได้ที่   https://forms.gle/ntToXEQydYLvaUSi8

📍 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 
คุณเพียงพิมพ์ 088-8097536
คุณปวิตรา 063-1982000
สำนักงานอุตสาหกรรม จ.แพร่ 054-649-731 ต่อ 101

‘กรณ์’ วิเคราะห์!! ภาษีทรัมป์ ทำเศรษฐกิจโลก โดยรวมแย่ลง แต่ดุลการค้าสหรัฐดีขึ้น กังวล!! หากเพื่อนบ้าน เจรจาภาษีได้ต่ำกว่าเรา ฐานการผลิต อาจต้องย้ายไปจากไทย

(1 พ.ค. 68) นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า …

เมื่อวานนั่งคุยกับผู้ส่งออกอาหารไปอเมริการายหนึ่ง เขาเล่าว่าปัจจุบันลูกค้าที่เป็นผู้ซื้อขนาดใหญ่เจรจาขอให้เขาแบกรับภาระภาษีนำเข้า 10% (ซึ่งเขาพอทำได้) ในขณะที่ผู้ซื้อรายเล็กยังคงซื้อในราคาเดิม 

แต่หากอัตราภาษีกลับไปเป็น 36% ตามที่ทรัมป์ประกาศไว้ แน่นอนจะเป็นภาระที่เขาในฐานะผู้ส่งออกแบกรับไม่ได้ ต้องแบ่งภาระกับผู้ซื้อ ซึ่งก็คงต้องผลักภาระต่อไปให้ผู้บริโภคชาวอเมริกันไม่มากก็น้อย

และหากประเทศคู่แข่งเราเจรจาลดภาษีได้ แต่เราเจรจาไม่สำเร็จ – นั่นคือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

ในแง่ของทรัมป์ ที่อ้างตลอดว่าคนอเมริกันจะไม่เป็นผู้ต้องเสียภาษี ตอนนี้มีส่วนเป็นเช่นนั้นจริง แต่ถ้าอัตราภาษีสูงเกินไป ผู้บริโภคอเมริกันจะหลีกเลี่ยงภาระภาษีนี้ยาก หรือไม่ก็จะไม่สามารถซื้อสินค้าบางประเภทได้เลย ในสถานการณ์นี้ ทางใดทางหนึ่ง ชาวอเมริกันจะซื้อสินค้าจากต่างประเทศน้อยลง ซึ่งหากสมมุติว่าประเทศอย่างเรายังซื้อของจากอเมริกาเท่าเดิม ดุลการค้าอเมริกันจะดีขึ้น แต่เศรษฐกิจโลกโดยรวมจะแย่ลง

ในแง่ของไทย ผู้ส่งออกรายใหญ่ที่มีอำนาจต่อรองยังเอาตัวรอดได้ แต่รายเล็กหน่อยเหนื่อยมาก ผู้ส่งออก(รายปานกลาง) ที่ผมคุยด้วย เขาบอกว่าสำคัญมากที่จะต้องเจรจาให้อัตราภาษีอยู่ในระดับที่เรายังค้าขายกับอเมริกาได้ แต่ก็ชัดเจนว่ากำไรเราจะลดลงไม่มากก็น้อย ดังนั้นจึงต้องเจาะตลาดอื่น และพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อรักษา ‘มาจิ้น’

เลวร้ายที่สุดคือหากอัตราภาษีประเทศเพื่อนบ้านเจรจาได้ตํ่ากว่าเรามาก อาจต้องพิจารณาย้ายการผลิตไปจากไทย

‘อ.ตฤณห์’ วิเคราะห์!! ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ ไลฟ์อาบน้ำ ใช้ร่างกาย เป็นทุนทางสังคม ลั่น!! เตือนมาเป็นปีแล้ว ควรไปทำจิตบำบัด เจ้าตัวภูมิใจ!! ได้เงิน 1 แสน ใน 1 วัน

(1 พ.ค. 68) เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก สำหรับการไลฟ์สดโชว์เรือนร่างอาบน้ำ ของ 'เบียร์ เดอะวอยซ์' หรือ 'เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล' ที่ถึงแม้ไม่ได้เปลือยหมดจดก่อนที่วันนี้เจ้าตัวจะออกมาเผยอย่างภูมิใจว่ารู้สึกแฮปปี้เพราะตื่นเช้ามาพร้อมมีเงินเข้า 1 แสนใน 1 วัน บอกคอนเทนต์ที่ทำก็ไม่ได้สร้างความเกลียดชังให้ใคร

ล่าสุด 'อ.ตฤณห์ โพธิ์รักษา' นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ม.มหิดล ได้ออกมาวิเคราะห์เรื่องการไลฟ์อาบน้ำ โดยมีหลายประเด็นน่าสนใจ ระบุว่า …

Live อาบน้ำ!!
การใช้ร่างกายเป็น 'ทุนทางสังคม' (Social Capital)

1. บุคลิกภาพแบบหลงตัวเอง (Narcissistic Traits)
อยากเป็นจุดสนใจ : บุคคลอาจมีความต้องการให้ผู้อื่นสนใจหรือชื่นชมตนเองสูง
การใช้รูปร่างเป็นเครื่องมือ : มักใช้ร่างกายหรือภาพลักษณ์ทางเพศเพื่อแลกกับการได้รับการยอมรับ
ประเมินคุณค่าในตนเองจากสายตาคนอื่น : การได้รับยอดไลก์หรือคอมเมนต์อาจเป็นสิ่งที่ใช้ยืนยันตัวตน

2. บุคลิกภาพแบบแสดงออกแรง (Histrionic Personality Traits)
ชอบเรียกร้องความสนใจอย่างสุดโต่ง : บุคคลแบบนี้มักแสดงพฤติกรรมที่เกินจริงหรือยั่วยวนเพื่อให้ได้รับความสนใจ
มีอารมณ์แปรปรวนเร็ว : และมักตัดสินใจโดยใช้อารมณ์มากกว่าตรรกะ
การแสดงตัวเองผ่านเพศ : อาจสื่อสารความต้องการควบคุมหรือมีอิทธิพลต่อผู้อื่นผ่านภาพลักษณ์ทางเพศ

3. การขาดขอบเขตระหว่าง ‘พื้นที่ส่วนตัว’ กับ ‘พื้นที่สาธารณะ’
“อาจสะท้อนถึง พัฒนาการทางจิตใจไม่สมบูรณ์ หรือ การไม่เห็นคุณค่าของความเป็นส่วนตัว”

4. แรงจูงใจทางเศรษฐกิจหรือสื่อสังคม
-ในบางกรณี อาจไม่เกี่ยวกับบุคลิกภาพโดยตรง แต่เกี่ยวกับ พฤติกรรมที่ได้รับแรงจูงใจจากรายได้หรือยอดผู้ติดตาม
-ถือเป็นการใช้ร่างกายเป็น 'ทุนทางสังคม' (Social Capital)

5. ทัศนคติแบบเสรีทางร่างกาย (Body Positivity หรือ Exhibitionist)
-บางคนอาจเชื่อว่าการแสดงออกเช่นนี้คือ 'สิทธิ' และ 'อิสระ' ในการแสดงออกของร่างกาย
-กรณีนี้อาจต้องวิเคราะห์ร่วมกับเจตนาเชิงอุดมการณ์ ไม่ใช่แค่พฤติกรรมทางเพศหรือ

คำเตือนเชิงจิตวิทยาและสังคม
-พฤติกรรมนี้อาจทำให้บุคคล ตกอยู่ในความเสี่ยง เช่น การคุกคามทางเพศ การถูกบูลลี่ หรือถูกเอารูปไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม
-อาจสะท้อนถึง ความขัดแย้งภายในจิตใจ หรือความเหงา ที่ถูกแสดงออกในลักษณะยั่วยวน

นอกจากนี้ อ.ตฤณห์ ได้แชร์ข่าวที่เคยวิเคราะห์ว่าเบียร์น่าเป็นห่วง เพราะไม่ได้รู้สึกผิด และอนาคตอาจเลวร้ายกว่านี้ พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “เฮ้อ เตือนมาเป็นปีแล้วว่าควรไปทำจิตบำบัด”

'ทราย สก็อต' ยกพระราชดำรัส ร.9 เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานเพื่อสังคม

ยึดมั่นในคำสอนของในหลวง รัชกาลที่ 9 ‘ทราย สก๊อต’ หนุ่มนักอนุรักษ์!! ผู้รักท้องทะเลยิ่งชีพ ได้ให้สัมภาษณ์ช่อง News 1 เกี่ยวกับแนวทาง คำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9

เว็บไซต์นอร์เวย์ เปิดบันทึกพระราชหัตถเลขา ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงเขียนถึง พระธิดา ทรงทำนายตั้งแต่ปี 1907 ไว้ว่า ‘ในอนาคตจะมีโทรศัพท์แบบพกพา ที่เล็กเท่านาฬิกาพก’

(1 พ.ค. 68) พอดีไปเจอบทความต่างประเทศฉบับหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ เป็นเรื่องราวจากเว็บไซต์นอร์เวย์ชื่อ Mykles.com ที่เล่าเหตุการณ์เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรปในปี พ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) และได้เสด็จถึงประเทศนอร์เวย์ ซึ่งตอนนั้นถือว่าเป็นดินแดนแห่งเทคโนโลยีพลังน้ำที่ก้าวหน้ามากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ว่ากันว่า พระองค์ทรงเดินทางไปยังเมืองโนโทดเดิน (Notodden) เพื่อศึกษาดูงานด้านไฟฟ้า และได้พบกับวิศวกรผู้มีชื่อเสียงคือ แซม ไอเด (Sam Eyde) ผู้ก่อตั้งบริษัท Norsk Hydro ซึ่งเป็นผู้ผลิตปุ๋ยจากไนโตรเจนด้วยกระแสไฟฟ้า

แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ — ในบันทึกพระราชหัตถเลขาที่พระองค์ทรงเขียนถึงพระธิดา (เจ้าหญิงน้อย) ที่กรุงเทพฯ พระองค์ได้เล่าถึงบทสนทนาในค่ำคืนหนึ่งว่า:
> “คงไม่เกินเลยนักหากจะทำนายว่าในอนาคตจะมีโทรศัพท์แบบพกพาที่เล็กเท่านาฬิกาพก เมื่อคุณต้องการสนทนา เพียงพูดกับนาฬิกา แล้วแนบหูฟังเสียงจากอีกฝ่าย...”

หลายคนที่ได้อ่านตรงนี้อาจจะตกใจ เพราะนี่มันคือภาพของ 'สมาร์ตวอทช์' อย่างแท้จริง — แต่ถูกจินตนาการไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1907!!

บทความนั้นเล่าอีกว่า พระองค์ทรงเสด็จแบบ 'in cognito' หรือไม่ได้เปิดเผยสถานะความเป็นพระมหากษัตริย์ ทำให้สามารถสังเกตสังคมนอร์เวย์ในเวลานั้นได้อย่างลึกซึ้ง — ทั้งความยากจน ความตั้งใจของผู้คน และความมุมานะในการพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์

นอกจากเรื่องโทรศัพท์พกพาแล้ว พระองค์ยังสนทนากับนักวิทยาศาสตร์นามว่า คริสเตียน บีร์เคอลันด์ (Kristian Birkeland) ถึงเรื่องแม่เหล็กไฟฟ้า ปืนไฟฟ้า การทำฝนเทียม และการสื่อสารแบบไร้สายด้วยพลังน้ำฟ้า — ซึ่งก็ล้ำยุคไม่แพ้กัน

บทความนี้ทำให้เรากลับมาทบทวนอีกครั้งว่า พระมหากษัตริย์ไทยในอดีต มิได้ทรงเป็นเพียง 'ผู้อุปถัมภ์' เท่านั้น หากยังทรงเป็น 'นักวิทยาศาสตร์' และ 'นักพยากรณ์เทคโนโลยี' ผู้เห็นไกลเกินยุคสมัย

ในวันที่พวกเราสวมสมาร์ตวอทช์ไว้ที่ข้อมือ และคุยโทรศัพท์ผ่านนาฬิกาได้จริง ๆ นั้น... ก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่กษัตริย์ไทยเคยจินตนาการไว้เมื่อ 100 ปีก่อน

สื่อจีน ยกย่อง!! พระอัจฉริยภาพ ‘ในหลวง - พระราชินี’ ทรงขับเครื่องบิน เสด็จเยือนภูฏาน ด้วยพระองค์เอง

(1 พ.ค. 68) สื่อ Shanghai Daily ของจีนรายงานผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี ได้เสด็จเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 4 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2568 นับเป็นการเสด็จเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรัชกาลนี้

ที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์คือ ทั้งสองพระองค์ ทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำหน้าที่นักบิน และสมเด็จพระราชินีทรงเป็นผู้ช่วยนักบิน ในการนำเครื่องลงจอดที่สนามบินนานาชาติปาโร ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีความยากที่สุดในโลก

การเสด็จเยือนครั้งนี้มีขึ้นตามคำกราบบังคมทูลเชิญของ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และ สมเด็จพระราชินีเจตซุน เปมา แห่งภูฏาน โดยมีพิธีต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชน พร้อมการแสดงวัฒนธรรมและพิธีกรรมทางศาสนา

นอกจากนี้ทั้งสองพระองค์ยังได้ เสด็จไปยัง พระพุทธรูปโดร์เดนมา (Buddha Dordenma) เพื่อทรงร่วมพิธีสวดมนต์ถวายพระพร โดยมีพระสงฆ์ไทยและภูฏานจำนวน 74 รูปร่วมพิธี

นอกจากนี้ ยังเสด็จเยือน โครงการหลวงที่เมืองเดเชนโชลิง เพื่อทอดพระเนตรความร่วมมือระหว่างโครงการหลวงของไทยกับหน่วยงานในภูฏาน รวมถึงเยี่ยมชม ตลาดกลางในกรุงทิมพู และทรงร่วมกิจกรรมวัฒนธรรมต่าง ๆ กับประชาชน

การเสด็จเยือนครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างราชอาณาจักรไทยและภูฏาน ซึ่งมีรากฐานร่วมกันทางวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนา

ทั้งสองพระองค์เสด็จกลับประเทศไทยในวันที่ 28 เมษายน โดยทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งกลับด้วยพระองค์เองอีกครั้ง

สมาคมรัฐศาสตร์แห่งอเมริกา ออกแถลงการณ์!! แสดงความกังวล กรณี ‘พอล แชมเบอร์ส’ ถูกจับในข้อหา ‘หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ’

(1 พ.ค. 68) สมาคมรัฐศาสตร์แห่งอเมริกา (APSA) ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการจับกุมและควบคุมตัว ดร.พอล แชมเบอร์ส นักรัฐศาสตร์ชาวอเมริกัน ประจำมหาวิทยาลัยนเรศวร ประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2025 ภายใต้ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของไทย

แม้ว่าปัจจุบัน ดร.แชมเบอร์สจะได้รับการประกันตัวแล้ว แต่เขายังคงถูกเพิกถอนวีซ่า ถูกยึดพาสปอร์ต และถูกยึดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป ซึ่งสมาคมฯ เห็นว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพในการทำงานด้านวิชาการอย่างรุนแรง

สมาคมรัฐศาสตร์แห่งอเมริกา จึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพทางวิชาการตามที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญไทย รวมถึงพันธกรณีระหว่างประเทศ พร้อมทั้งขอให้มีการยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดต่อ ดร.แชมเบอร์ส เพื่อแสดงความมุ่งมั่นของไทยในการสนับสนุนเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพในการแสวงหาความรู้

จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ ถูกส่งถึง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้แก่ ทอม โคล, แฟรงค์ ลูคัส, เควิน เฮิร์น, สเตฟานี ไบซ์ และจอช เบรคีน รวมถึงวุฒิสมาชิก เจมส์ แลงค์ฟอร์ด และ มาร์ควีน มัลลิน รวมทั้ง เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย โรเบิร์ต เอฟ. โกเด็ก และอัยการสูงสุดของไทย คุณไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ

สำหรับสมาคมรัฐศาสตร์แห่งอเมริกา (APSA) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1903 ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 11,000 คนจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยมีบทบาทสำคัญในการจัดประชุมสัมมนาวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ตีพิมพ์วารสารวิชาการชั้นนำ ส่งเสริมการวิจัยและการเรียนการสอนด้านสังคมศาสตร์ รวมถึงการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของนักวิชาการที่ถูกคุกคามจากรัฐ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top